|
|
| | 1 | 2 |
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
5 เรื่องจริงของปืน Kalashnikov AK-47
How an AK-47 Works

Kalashnikov คือ หนึ่งในปืนไรเฟิลจู่โจมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของความเรียบง่ายและน่าเชื่อถือ จนกระทั่ง Kalash กลายเป็นชื่อสามัญทั่วไปที่เรียกขานกัน แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปืน Kalashnikov ที่มักจะเชื่อกันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับตำนานปืนไรเฟิลชนิดนี้
1. AK-47 ลอกเลียนแบบจาก Sturmgewehr
ในเอกสารเกี่ยวกับอาวุธปืนบางแห่ง มักจะระบุว่าพื้นฐานปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashinkov ลอกเลียนแบบมาจากปืนไรเฟิลจู่โจมเยอรมัน STG-44 (Sturmgewehr) แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้ยังห่างไกลจากความจริงอยู่มาก เพราะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสร้างอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม โดยการใช้แมกกาซีนใส่ลูกระสุนตรงช่วงกลางของปืนกล มีการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในสหภาพโซเวียตช่วงต้นเดือนกรกฏาคม 1943 หลังจากเห็นตัวอย่างปืนกลของเยอรมัน Mkb-42 ที่ยึดมาได้

Mkb-42
ต่อมา นักออกแบบอาวุธปืนของสหภาพโซเวียต ได้รับมอบหมายให้สร้างอาวุธปืนโอโตแมติคที่ใช้ตลับกระสุนปืนตรงกลางในปี 1943 ในปี 1944 มีการประกวดแข่งขันการสร้างอาวุธปืน ปืนไรเฟิลจู่โจม (AS-44) ได้รับรางวัลในการประกวดครั้งนี้ โดยปืนรุ่นนี้ออกแบบโดย Alexei Sudayev อย่างไรก็ตามคณะกรรมการได้มีข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงบางอย่าง

ที่มา https://goo.gl/9fgz8r
ในปี 1946 Alexei Sudayev เกิดเสียชีวิตอย่างกระทันหันตอนมีอายุได้ 34 ปี และโชคร้ายไม่มีใครที่จะสามารถสานงานปรับแต่งปืนของท่านได้อีก พื้นฐานการสร้างปืนไรเฟิลจู่โจมจึงถูกวางทิ้งไว้ก่อน และได้มีการประกวดแข่งขันกันใหม่อีกครั้ง โดยมีข้อกำหนดทางเทคนิคส่วนใหญ่ ให้เป็นไปตามลักษณะของอาวุธที่ทดสอบแล้วของ Alexei Sudayev แทนที่จะใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม Sturmgewehr Stg-44 ของเยอรมัน ซึ่งมีการนำมาใช้ในการทดสอบยิง เพื่อเทียบเคียงประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล
ต่อมาภายหลังจากที่มีการทดสอบที่สลับซับซ้อนและยาวนาน คณะกรรมการจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov 7.62 มิลลิเมตร (AK) หรือ AK-47
หมายเหตุ
Reverse Engineering วิศวกรรมย้อนกลับ มีหลายชาติชอบทำกัน เช่น รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยิว อิหร่าน ด้วยการวัดรายละเอียดทุกชิ้นส่วน รื้อถอด ประกอบใหม่ ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง แล้วค่อย ๆ พัฒนาปรับปรุงชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จนแทบเป็นของใหม่ถอดด้ามแทบไม่เหมือนของต้นฉบับ


2. AK-47 ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1947
มักจะมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov ปรากฏตัวขึ้นใช้งานในกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซียในปี 1947 แต่เรื่องจริงมันใช้เวลานานมากในการปรับปรุง/พัฒนา ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม และนำเข้าประจำการในกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซีย เช่นเดียวกับอาวุธสงคราม PPSh-41, SKS-45 และปืนรุ่นอื่น ๆ


ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov ก็ไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าจะได้รับการขนานนามว่า ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov รุ่น 1947 แต่ปืนรุ่นนี้เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก และถูกนำเข้าประจำการกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซียในปี 1949
ปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 ถูกใช้งานรบเป็นครั้งแรก ในการรบในยุทธการ Vikhr (Whirlwind) ซึ่งกองทัพสหภาพโซเวียตรัสเซียได้เข้าแทรกแซงในฮังการี เพื่อโจมตีฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเดือนพฤศจิกายน 1956 แต่ประชาชนรัสเซียได้เห็นปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov เป็นครั้งแรกในปีถัดมา ในละครชวนหัวของโซเวียตรัสเซีย Maxim Perepelitsa

3. Kalash เป็นปืนยอดนิยมเพราะการประกอบง่าย
บ่อยครั้งเมื่อมีการพูดถึงประโยชน์ของปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov หลายคนมักจะพูดถึงความเรียบง่ายและความน่าเชื่อถือของอาวุธนี้ - และนี่เป็นเรื่องจริง แต่อย่างไรก็ตาม Kalash ต้องใช้เวลานานมากในการบรรลุเป้าหมายนี้ เรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงและมีการพัฒนาสรุปลงตัวในครั้งสุดท้ายในปี 1959 คือ ปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov AKM โดยอักษร M คือ สมัยใหม่ modernized ปัญหาเบื้องต้นของปืนไรเฟิลจูโจม AK-47 คือ การผลิตในครั้งแรกเป็นเรื่องยากมาก และมีราคาแพงมากในการผลิตออกมา เพราะต้องมีการตรวจสอบและส่งกลับไปกลับมาระหว่างโรงงานผลิต เนื่องจากกระบวนการผลิตที่สลับซับซ้อนมาก
ทำให้การผลิตปืนไรเฟิลจู่โจมขาดช่วงเป็นพัก ๆ และปัญหาการขาดแคลนอาวุธปืนจู่โจมภายในกองทัพ ทำให้ต้องใช้ปืนไรเฟิล Simonov เป็นการชั่วคราวไปก่อน เรื่องที่จำเป็นและเร่งด่วนมากที่สุดในโรงงานผลิตอาวุธปืน คือ ต้องลดความสลับซับซ้อนในการผลิตปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov โดยมีเป้าหมายใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่และวัตถุดิบที่เป็นเหล็ก

ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาวุธในหลายจุดมาก และลดน้ำหนักของปืนไรเฟิลจู่โจมลงได้ถึง 600 กรัม รวมทั้งมีการติดตั้งดาบปลายปืนแบบมาตรฐานเป็นครั้งแรก ทำให้เป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบหลักของปืนรุ่นใหม่นี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปืนไรเฟิลจู่โจม AK-47 รุ่นต้นแบบ คือ กระบวนการผลิตที่ใช้เครื่องจักรกล และผลิตได้คุณภาพและปริมาณจำนวนมากทำให้มีต้นทุนต่ำ

Fyodor Tokarev นักออกแบบอาวุธของโซเวียตรัสเซียที่รู้จักกันดี ในการออกแบบปืนพก TTและปืนไรเฟิล SVT-40 ได้ให้คำอธิบายปืนไรเฟิลจู่โจม AKM ว่า " ปืนรุ่นนี้มีความน่าเชื่อถือในการใช้งาน และมั่นใจได้ถึงความแม่นยำสูง และการยิงที่แม่นยำและมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา


ในการผลิตปืนไรเฟิลจู่โจม AKM ในปี 1960-1976 ทำให้ปืนไรเฟิลจู่โจม AKM เป็นรุ่นที่มีการผลิตกันมากที่สุด และปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov มีประจำในกองทัพโซเวียตรัสเซีย จนถึงปัจจุบัน โดยปืนไรเฟิลจู่โจม AKM ยังคงประจำการในกองทัพอากาศของโซเวียตรัสเซีย และมีการติดตั้งอุปกรณ์เก็บเสียงปืนแบบถอดประกอบได้ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ติดตั้งในปืนไรเฟิลจู่โจม AK-74 ที่ยังเป็นความลับทางรัฐการและมีการใช้งานในวงจำกัด

4. Kalash มีเอกลักษณ์
ภายใต้กติกาสัญญาวอร์ซอ(พันธมิตรร่วมรบกับโซเวียตรัสเซีย) มีการใช้อาวุธแบบเดียวกันที่ออกแบบมาให้ใช้กระสุนแบบเดียวกัน และให้มีอุปกรณ์บางชิ้นส่วนที่ใช้ทดแทนกันได้ ในปี 1958 กองทัพ Czechoslovak ได้บรรจุปืนไรเฟิลจู่โจม Čermak CZ SA Vz.58 ซึ่งมีเอกลักษณ์คล้ายกับปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov เพียงแต่มีรูปทรงและการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างมาก แม้ว่าปืนไรเฟิลรุ่นนี้จะมีคุณภาพสูงในการผลิต แต่ยังมีความน่าเชื่อถือที่ยังด้อยกว่าปืนไรเฟิลจู่โจม Kalashnikov อนึ่ง Czechoslovakia เป็นประเทศนักออกแบบอาวุธปืน และพัฒนาการการผลิตอาวุธปืนมายาวนานแล้ว

5. ปีนไรเฟิลจู่โจม AKS74U เป็นอาวุธโจมตี
ปืนไรเฟิลจู่โจม AKS74U ซึ่งมีขนาดสั้นลงพร้อมกับพานท้ายปืนแบบใหม่ ผลิตขึ้นมาสำหรับใช้ในกองทัพอากาศโซเวียตรัสเซียเท่านั้น แต่เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะจริง ๆ ปืนรุ่นนี้ผลิตขึ้นมาสำหรับการใช้งานใน หน่วยทหารยานรบ หน่วยทหารปืนใหญ่ และหน่วยทหารสื่อสาร ซึ่งบรรดาทหารเหล่านี้มักจะไม่ประจำการรบอยู่ในแนวหน้าในการสู้รบ
แต่รูปแบบอาวุธปืนแบบนี้จะมีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น และมีการทดสอบปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นนี้ในสนามรบจริงในปี 1982-83 ปืนไรเฟิลจู่โจม AKS74U ถูกนำไปประจำการทหารโซเวียตรัสเซีย ที่กำลังสู้รบในอัฟกานิสถาน แล้วแพ้ยับเยินในเวลาต่อมา
แม้ว่าปืนนี้จะมีความแม่นยำในระดับหนึ่ง แต่ก็มีชื่อเล่นที่ไม่น่าพึงพอใจมากนัก (แพ้ในอัฟกานิสถาน) ทางกองทัพโซเวียตรัสเซียจึงจัดส่งปืนไรเฟิลรุ่นนี้ มีไว้ประจำการในหน่วยรบใช้ในการสู้รบในเมือง/ระยะประชิดตัวมากกว่า
ข้อเสียหลัก ๆ ของปืนรุ่นนี้ที่ผ่านสนามรบมาแล้วคือ รูปแบบตัดย่อส่วนของปืนรุ่นนี้ ทำให้ความแม่นยำลดลง ยิงได้ในระยะสั้นลง และลำกล้องปืนร้อนอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่กองทัพโซเวียตรัสเซียถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานในปี 1989 ปืนไรเฟิลจู่โจม AKS74U จึงถูกถอดออกจากประจำการ แล้วนำไปเก็บไว้ที่คลังอาวุธเป็นการเบื้องต้นก่อน แต่ต่อมา เนื่องจากมีสถานการณ์ด้านอาชญากรรมรุนแรงภายในประเทศ จึงได้นำออกมาแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งยังใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ในหน่วยรักษาความสงบภายในท้องถิ่น
นี่เป็นปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นเดียวของ Kalashnikov ที่ผลิตใน Tula ในขณะที่การผลิตปืน Kalash รุ่นอื่น ๆ จะผลิตอยู่ใน Izhevsk


เรียบเรียง/ที่มา
https://goo.gl/ec1ET8 https://goo.gl/YHXMVK


20 เรื่องราวของปืน AK47 หรือ Kalashnikov
ค้างคาใจคับ ทำไมคนไทยถึงเรียกปืนตระกูล AK ว่า อาก้า
Credit : หมายเลข 19
ภาษารัสเซีย A= ah K= kah

ภาษาฝรั่งเศส A= อา K= กา บางท่านว่าน่าจะมาจากภาษาฝรั่งเศส เพราะครั้งหนึ่งเวียตนามเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน และช่วงหนึ่งเวียตนามรับการสนับสนุนอาวุธจากโซเวียตรัสเซีย การออกเสียงตัวสะกดบางคำก็คล้ายเคียงกัน

Credit : https://goo.gl/bAQ9G3


https://goo.gl/x9TukX

https://goo.gl/uw2nXf

https://goo.gl/NzJnka

https://goo.gl/xsqwmR
| Create Date : 12 มิถุนายน 2561 |
| Last Update : 14 มิถุนายน 2561 0:41:05 น. |
|
2 comments
|
| Counter : 6938 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 14 มิถุนายน 2561 เวลา:6:03:33 น. |
|
|
|
| โดย: p1instrument IP: 125.24.183.45 วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:9:45:02 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
สงขลา Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]

|
เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา
เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง
ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้
ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
ได้ความรู้ทั้งเรื่องภาษา
ทั้งเรื่องปืนอาก้า...ยอดเยี่ยม