ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กันยายน 2560
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
8 กันยายน 2560
 
All Blogs
 
หนี้เลือดรอการค้นพบที่อาร์เจนตินา





Estela Carlotto And The Grandmothers Of The Plaza De Mayo




เรื่องย่อ

Estela Carlotto หัวหน้ากลุ่ม
Grandmoters of Plaza de Mayo
ใข้เวลาประท้วงกับเรียกร้องนานกว่า 30 ปี
ซึ่งเธอโชคดีมากได้หลานชายคืนจากพ่อแม่บุญธรรม
ที่ทหารคณะรัฐประหารเผด็จการฟาสซิสต์ในอดีต
ได้ฆ่าพ่อฆ่าแม่ทิ้ง แล้วพรากลูกไปให้คนอื่นเลี้ยงดู
เพื่อความสะใจกับเป็นสัญญลักษณ์ชัยชนะเด็ดขาด
ของคณะรัฐประหารฟาสซิสต์ขวาจัด
ที่มีต่อฝ่ายต่อต้านนิยมฝ่ายซ้ายในยุค 1970



ชาวอาร์เจนตินาต่างร้องไห้ยินดีกับเรื่องนี้
เขากำลังเดินข้ามถนนสายเก่าแก่ของ
San Telmo อดีตเป็นย่านอาณานิคมของ Buenos Aires
Ignacio Montoya Carlotto นักดนตรีวัย 36 ปี
ผมที่หยิกหยองเริ่มหงอกเป็นสีเท่าก่อนวัยอันควร
เขาเดินฉีกยิ้มในปากกว้างอย่างเต็มที่
เขาแทบจะเดินไปไม่ได้เลย
เพราะทุกหัวมุมถนนต่างมีคนวิ่งเข้ามากอดเขา
แล้วต่างพากันร้องไห้ พร้อมกับซบน้ำตา
บนไหล่เสื้อยึดที่ฉีกขาดของเขา

เรื่องนี้เป็นเพราะยายของเขา
และคนทั้งอาร์เจนตินาต่างกำลังรอคอย
ต่างอธิษฐานเป็นเวลามานานมากกว่า 30 ปีแล้ว
สำหรับวันที่เขาจะ ถูกค้นพบ
ชาวอาร์เจนตินาส่วนใหญ่ยังสามารถจดจำ
เรื่องราวที่พวกเขาได้ทำกันในช่วงเวลานั้น
ราวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น
ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว


“ ตอนฉันอายุได้ 80 ปี
ฉันได้สวดวิงวอนขอร้องให้พระเจ้า
อย่าให้ฉันตายก่อน
ฉันขอพบกับหลานชายของฉัน
พวกเราต่างพากันร้องไห้
ทุกคนต่างอยากพูดถึงเรื่องนี้มาก
ถึงความรู้สึกที่ได้พบกับหลานชาย
ที่เราต่างพยายามค้นหาเขาตลอดมา "
Esrela ให้สัมภาษณ์



ทุกคนต่างถามว่า เมื่อไรจะถึงคราวของเธอสักที : Estela Carlotto
Photograph: Alejandro Chaskielberg for the Observer





Estela Carlotto ได้ยืนหยัดลุกขึ้นต่อสู้ในเรื่องนี้
จากเดิมในฐานะชาวบ้านธรรมดาไม่กล้ามีปากเสียง
เพื่อลบล้างโศกนาฎกรรมที่เคยเกิดขึ้น
ในพื้นที่จัตุรัส Mayo สาธารณะ
จนกลายเป็นคนที่ชาวบ้านรัก
และนับถือมากที่สุดคนหนึ่ง
โดยพวกเธอต้องใช้เวลาต่อสู้ถึง 40 ปีในเรื่องนี้
(เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1977-2017)

Estela Carlotto ตอนอายุ 47 ปี
เธอเคยเป็นครูโรงเรียน
ต่อมาลาออกมาเป็นแม่บ้าน
และเป็นแม่ของลูกสามคน

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 1977
มีการทำรัฐประหารเลือด
ของกลุ่มเผด็จการขวาจัด
ชนชั้นปกครองอาร์เจนตินา
ที่เริ่มทำสงครามสกปรก

ในช่วงปี 1976-1983
พวกทหารได้ฉุดกระชาก Laura
นักศึกษามหาวิทยาลัย La Plata
ลูกสาวเธอไปจากท้องถนน ในเมือง La Plata
ซึ่งเธออาศัยอยู่ห่างออกไปประมาณ 32 ไมล์
ทางตอนใต้ของ Buenos Aires

Laura นักกิจกรรมทางการเมืองฝ่ายซ้ายวัย 22 ปี
ได้กลายเป็นเหยื่อผู้คัดค้าน 1 ในหลายพันรายที่ถูกอุ้มฆ่า
แล้วถูกทำให้หายไปและหายไปตลอดกาล
ที่ค่ายลับทหารโดยระบอบการปกครองฟาสซิตส์เลือด

Laura ลูกสาวคนสวยของเธอ
ที่ไว้ผมยาวและน่ารัก
เธอตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว
ในขณะที่เธอถูกทหารอุ้มตัวไป
เธอถูกนำตัวไปที่คุกลับ
ที่มีชื่อว่า La Cacha
ที่นั่นทหารได้ฆ่าเพื่อนเธอ
และฆ่า Valmir Montoya
พ่อของเด็กที่อายุ 26 ปี




ตามรายงานของทางรัฐการได้บันทึกไว้ว่า
Ignacio Montoya Carlotto
เกิดในเดือนมิถุนายน 1978
ในขณะที่ Laura ยังอยู่ในคุก
และถูกใส่กุญแจมืออยู่ขณะคลอดลูก

หลังจากเธอคลอดลูกแล้ว
เธอได้รับอนุญาตให้ใช้เวลาอยู่กับลูกชาย
เธอมีเวลาอยู่กับลูกเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น
แล้วก็ถูกพรากลูกไปให้คนอื่นเลี้ยง

2 เดือนต่อมา
เธอถูกลากตัวออกจากห้องขัง
และเผชิญหน้ากับทหารหุ่นของฟาสซิสต์
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองพวกทหาร
เธอถูกยิงเข้าที่ช่องท้อง
และใบหน้าของเธอถูกทุบจนบุบ
โดยพานท้ายปืนไรเฟิล
มีการค้นพบศพเธอภายหลัง
ในหลุมศพลับแห่งหนึ่ง
ที่รวมแล้วที่มีมากกว่า 600 แห่ง

ผู้รอดตายจากคุกลับเล่าให้ Estela Carlotto
ถึงเรื่องการคลอดบุตรของลูกสาวเธอ
และลูกสาวเธอได้ตั้งชื่อลูกชายเธอว่า Guido
หลังจากที่พ่อของเด็กตายไปก่อนหน้านั้นแล้ว



ความคิดอย่างเดียวของฉันก็คือ
Laura นอนตายตาหลับแล้ว
Estela กับ Laura ลูกสาวเธอในช่วงปี 1970
Photograph: Grandmothers of Plaza de Mayo





Estela Carlotto ต้องใช้เวลาถึง 36 ปี
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
เธอได้อุทิศตัวเพื่อค้นหาหลานชายของเธอ
หลักฐานทั้งหมดที่เธอมีก็คือ
ชื่อหลานชาย Guido และวันคล้ายวันเกิด

การค้นหาเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมาก
เธอต้องผ่านกระบวนการดำเนินการตามกฎหมายถึง 3 ครั้ง
ด้วยการฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหมอ
ที่เกี่ยวข้องกับคดีในช่วงที่หลานชายเธอหายไป
ทั้งมันมีความเป็นไปได้ยากยิ่ง
และโอกาสที่ยากยิ่งเช่นกัน
เพราะหลานชายของเธอถูกกลืนกินไปแล้ว
โดยการสมรู้ร่วมคิดและภัยเงียบ
ที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมที่น่ากลัว
ของระบอบการปกครองเผด็จการทหารฟาสซิสต์
ที่ทำสงครามสกปรกกับคนในชาติตนเอง


Estela Carlotto ยังตระหนักดีว่า
มีคนอื่นอีกหลายร้อยหลายหมื่นคนเป็นเช่นเดียวกับเธอ
ที่ต่างกำลังมองหาลูกหลาน และลูกของลูกสาว
ที่หายตัวไปในสงครามสกปรกครั้งนั้น
พวกเธอจึงตั้งกลุ่มชื่อว่า
Grandmothers of Plaza de Mayo
ชื่อนี้ตั้งตามจัตุรัสในเมือง
ที่หันหน้าตรงทางเข้าไป
ทำเนียบที่พักของประธานาธิบดีในเมือง Buenos Aires
เป็นจุดนัดพบและเดินขบวนเพื่อปลุกเร้า
และทำให้เป็นประเด็นข่าวดัง
ถึงเรื่องราวชะตากรรมของพวกเธอทุกคน

ในปี 1989 Estela Carlotto
ได้กลายเป็นประธาน/แกนนำของกลุ่มนี้
กลุ่มนี้ได้รับข่าวลับสุดยอดว่า
มีหลาน ๆ ของพวกตน
มีอยู่ราว 500 คนเกิดในคุกลับทหาร
และเด็กส่วนใหญ่จะถูกส่งตัว
ไปเป็นลูกเลี้ยงของครอบครัวทหาร
หรือขายให้คนต่างชาติ
หรือส่งไปสถานเด็กกำพร้า

ทั้งนี้เพราะความคิดที่วิปริตและแปลกแยก
ของนายทหารนายพลชาวคาทอลิก
ที่เป็นทั้งฆาตกรผู้ปกครองอาร์เจนตินา
ที่คิดว่าเป็นเรื่องที่ไร้ศีลธรรม
ในการฆ่าเด็กทารกที่ไม่รู้เดียงสา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารก
ที่ยังไม่เกิดจากการครรภ์ของสตรีนักโทษ

ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้
ภายใต้การชักนำด้วยจิตใจลึก ๆ
ที่เหี้ยมโหดและน่ากลัวแบบพวกคนโรคจิต
ด้วยการให้เด็กทารกที่รอดตายเหล่านี้
ไปอยู่ในครอบครัวนายทหารที่ดี
เพื่อเลี้ยงดูเด็กทารกให้เติบโต
และเป็นสัญญลักษณ์ของชัยชนะ
ชัยชนะครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เหนือกว่าศัตรูฝ่ายซ้ายที่เลว

และพวกฝ่ายซ้ายจะต้องหายสาปสูญไปตลอดกาล
จนกระทั่งทุกวันนี้แม้ว่ามันเป็นเวลากว่าสามทศวรรษแล้ว
หลังจากการล่มสลายของเผด็จการ
มีคนที่หายจากสงครามสกปรกครั้งนั้นกว่า 30,000 คน

จากเหตุการณ์ในอดีตในช่วงทศวรรษที่ 1970
ที่ชาวอาร์เจนตินาบางคนปกป้องสิทธิเสรีภาพของพวกตน
ด้วยการรบแบบกองโจรด้วยการสนับสนุนของคิวบา รัสเซีย
แต่ก็พ่ายแพ้เพราะทำสงครามกองโจรในเมือง
เลียนแบบคิวบา รัสเซีย ที่ชนชั้นกรรมกรลุกฮือขึ้นสู้
แต่นักรบฝ่ายซ้ายอาร์เจนตินาพ่ายแพ้
เพราะไม่เป็นไปตามแผน
มีการทรยศหักหลังกันภายใน
กับบาดหลวงบางรายเป็นสายลับสองหน้า
ด้วยการสมคบคิดกับฝ่ายขวาเผด็จการ
บอกข้อมูลระแคะระคายฝ่ายซ้าย
จากการสารภาพบาปทุกวันอาทิตย์
ของคนในครอบครัวนักรบกองโจร

แต่เรื่องที่ทำได้อย่างยากเย็นที่สุด
คือ การตามหาบรรดาหลาน ๆ
ที่เป็นลูกของนักรบกองโจร
ด้วยการยืนยันผล DNA ของแต่ละคน
จากเลือดของย่ายายปู่ตาของหลานแต่ละคน
เพื่อให้พบกับครอบครัวที่แท้จริงทางชีวภาพ
โดยจะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย
กับบรรดาพ่อแม่ที่เหมาะสมในอดีต
ที่รับเด็กทารกไปเลี้ยงดู
ตามแนวคิดของจอมเผด็จการขวาจัด

แม้ว่าเรื่องราวการค้นพบแบบนี้
จะได้รับการชื่นชมและยอมรับกันมาก
ในบริบททางการเมือง/ครอบครัว
แต่มันเป็นเวลากว่าสามทศวรรษแล้ว
ที่ผลการพิสูจน์ยืนยัน DNA ถึง 113 กรณี
แต่ก็ได้รับการตรวจสอบรับรองผลอย่างเชื่องช้า
ตามคำเรียกร้องของบรรดาย่ายายที่อายุมากแล้ว

Estela Carlotto ยังคงเจ็บลึกในใจ
พอ ๆ กับผู้คนอีกหลายร้อยคนของประเทศนี้
แม้ว่าเธอจะอยู่เบื้องหลังการค้นหา
ลูกหลานที่หายไปจนพบครอบครัวที่แท้จริง
เธอก็ยังเป็นหนึ่งในบรรดาย่ายายจำนวนมาก
พวกสตรีที่มีผมสีขาว เสียงพูดเบา ๆ เริ่มวัยขราแล้ว

เธอได้รับการยอมรับและเป็นความหวังของชาติ
ที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของอาร์เจนตินา
เพราะเธอคือ สัญลักษณ์นานาชาติของนักกิจกรรมสตรี
ที่ทำการเคลื่อนไหวอย่างสงบและเปิดเผย
แต่เธอก็ยังไม่ได้สามารถตามหาหลานชายตนเอง
ที่เป็นลูกชายของลูกสาวตนเองที่ถูกทหารฆ่าตายได้

“ ฉันเป็นบุคคลสาธารณะ
ที่ทุกคนต่างรู้จักกันดี
และทุกคนต่างถามฉันว่า
เมื่อไหร่ที่จะถึงคราวของเธอบ้างละ “
Estela กล่าวถึงเรื่องนี้



ในขณะที่ Ignacio Montoya Carlotto
ยังคงเชื่อว่าเขาคือ Ignacio Hurban
บุตรชายคนเดียวของ Juana และ Clemente Hurban
คู่สามีภรรยาชนบทที่สมถะและอ่อนน้อมถ่อมตน
ทั้งคู่เป็นพ่อแม่ที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี
และต่างอาศัยอยู่ใกล้กับเมือง Olavarría
เป็นคนทำงานในฟาร์มของ Francisco Aguilar
เจ้าของที่ดินหัวอนุรักษ์นิยม/ฝ่ายขวาจัด
ที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว


Ignacio Montoya Carlotto
ได้เล่าให้ Estela Carlotto ฟังว่า
“ หลายปีก่อน
ตอนที่ผมนั่งดูโทรทัศน์กับภรรยา
และตอนที่ยาย Estela
ได้มาออกรายการโทรทัศน์
พูดถึงการค้นหาหลานชายของเธอ
และผมก็พูดกับภริยาว่า

ดูผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ซิ
เรื่องนี้มันทำให้ใจสลาย
เธอคงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต
ในการค้นหาหลานเธอ
และเธอคงจะไม่พบเขาอีกเลย "

เพราะในตอนนั้น
Ignacio เป็นเด็กอยู่ในครอบครัวที่ร่ำรวย
และกล่าวต่อไปว่า
“ ผมมีชีวิตที่ดี
ผมไม่มีระแคะระคายอย่างใดเลย
แม้ว่าผมจะไม่ค่อยเหมือนกับพ่อแม่ผม
การเติบโตขึ้นในฟาร์มที่ล้อมรอบไปด้วยฝูงปศุสัตว์
และผมได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี
ด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่
ทำให้จนถึงทุกวันนี้
ผมก็ยังคงรักพ่อแม่ทั้งสองคนนี้ "

Ignacio กลายเป็นหนอนหนังสือตัวฉกาจ
เป็นเด็กนักเรียนเก่งในห้องเรียน
และได้เดินทางไปที่ Buenos Aires
เพื่อเรียนวิชาด้านดนตรี
หลังจากจบการศึกษาก็กลับมาที่บ้านเกิด Olavarría
ได้กลายเป็นครูสอนดนตรีที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง
และเป็นนักดนตรีมืออาชีพ
ที่มีวงดนตรีชื่อ Ignacio Hurban Grupo

Ignacio ได้รำพึงถึงเรื่องนี้ว่า
“ เมื่อเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้เริ่มต้นขึ้น
(การพบว่าเขาเป็นลูกเลี้ยง)

ผมกลัวว่า
มันจะกลืนกินชีวิตทั้งหมดของผม
เหมือนตกอยู่ในหลุมดำมืดตลอดกาล

แต่ทุกอย่างต่างเป็นไปด้วยดี

ให้ตายซิ
ผมกำลังบันทึกดนตรี
กับนักดนตรีที่ผมเชื่อฝีมือ
ผมสามารถซื้อรถยนต์หรูหราคันใหม่ได้
ผมทำงานเป็นนักดนตรี สอนดนตรี และเล่นเปียโน
ผมมีภรรยา และเรากำลังคิดที่จะเริ่มมีลูกกัน
ก่อนหน้านี้ ผมมีวัยเด็กที่แข็งแรงสดใส
เติบโตในฟาร์มด้วยความรักอย่างมากมาย "




ฉันอ้อนวอนพระเจ้า อย่าให้ฉันตายก่อนเจอเขา
Estela Carlotto กอดหลานชาย Ignacio Montoya Carlotto
ลูกชายของ Laura ลูกสาวเธอที่หายไปในปี 1977
Photograph: Leo La Valle/Getty



" เรื่องราวแทบเป็นไปได้เลยว่า
ความเป็นบ้านนอกที่มีสภาพแวดล้อมห่างไกล
ทั้งยังอยู่ในชนบทลึกห่างไกลจากเมืองหลวง
โอกาสที่ยายจะค้นหาเขาเจอได้
ในที่ที่อยู่ลึกเข้าไปถึง 200 ไมล์
ทั้งยังอยู่ในใจกลางฟาร์มในชนบท
และฉันไม่เคยไปหาเขาที่นั่นเลย
หรือคิดเลยว่ามีเขาอยู่ที่นั่น “
Estela ให้สัมภาษณ์


เมื่อปีที่แล้วในวันที่ 2 มิถุนายน 2014
ชะตากรรมของชีวิตก็ถูกแทรกแซง
มันเป็นวันที่ Ignacio Hurban ฉลองวันเกิด
แล้วงานตอนค่ำก็กลายงานวันเกิดเคล้าน้ำตา

Olavarría เป็นเมืองเล็ก ๆ
มีผู้คนราว 111,000 คน
และแล้ว Celia Lizaso ผู้หญิงคนหนึ่งในเมืองนี้
ที่รู้จักเรื่องราวชีวิตที่แท้จริงของเขา
Celia Lizaso เป็นลูกสาวของชาวนา
ที่เป็นเพื่อนสนิทกับ Francisco Aguilar (เจ้าของฟาร์ม)

Ignacio เล่าว่า
" เธอได้บอกเล่าเรื่องนี้กับภริยาของผมว่า
ผมเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัว Hurban
แม้ว่าเธอจะบอกความจริงแค่ครึ่งหนึ่ง
เพราะความจริงอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ
คือ ผมเป็นลูกของพ่อแม่ที่ถูกฆ่าตาย
โดยผู้ปกครองเผด็จการฟาสซิสต์ “

พ่อแม่บุญธรรมของ Ignacio ยังมีชีวิตอยู่
และต้องเผชิญหน้ากับ Ignacio
ทั้งยอมรับความจริงเรื่องนี้ว่า
ได้รับ Ignacio มาเป็นลูกชาย
อย่างไม่ถูกทำนองคลองธรรม

Ignacio เล่าต่อว่า
“ เมื่อผมไปพบกับพวกท่าน
เพื่อสอบถามความจริงเรื่องนี้
พวกท่านได้อธิบายถึงเหตุผล
และความจำเป็นที่พวกท่านบอกไม่ได้
พวกท่านเป็นคนงานในฟาร์มที่สมถะ
และมีการศึกษาเพียงเล็กน้อย
ทั้งยังไม่จบชั้นประถมศึกษาเลย

สภาพการจ้างงานของพวกท่าน
ที่ต้องทำงานกับ Francisco Aguilar
เป็นงานที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัส
พวกท่านทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกได้
และ Aguilar ได้ให้โอกาสพวกท่าน
ด้วยการบอกว่าจะให้เด็ก (มารหัวขน)
ที่เกิดมาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อยากมีลูกเลย
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากในสมัยนั้น
พวกท่านก็ไม่เคยสงสัยอะไรเลย
เพราะเชื่อใจเจ้านายของท่าน
เขาเป็นเสมือนพระเจ้า
เพราะพวกท่านอาศัยอยู่บนที่ดินของเขา
และเขาเป็นแหล่งรายได้ของพวกท่าน

ผมตระหนักดีถึงความเสียสละ
ที่พวกท่านทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูผม
ผมไม่มีอะไรให้อีกแล้ว
นอกจากความกตัญญู
ผมเข้าใจว่าพวกท่านถูกหลอก
ให้เซ็นชื่อในเอกสารต่าง ๆ
ที่พวกท่านเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด "

Ignacio ยังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ
และความตั้งใจดีของพวกท่านทั้งสองคน




แม้ว่ารายละเอียดต่าง ๆ ในเรื่องนี้จะยังไม่ชัดเจน
และในช่วงที่มีการสืบสวนคดีนี้
ระหว่างกระบวนการดำเนินการคดีเรื่องนี้
Ignacio ก็สามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้ว่า
Aguilar รับตัวเขามาจากคุกลับของทหาร
เมื่อเขาเพิ่งจะเกิดได้เพียงเพียงไม่กี่วัน
และมอบเขาให้กับครอบครัว Hurban เพื่อเลี้ยงดูและรับเป็นลูก
โดยเตือนว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้กับใคร ๆ เป็นอันขาด
หรืออย่าพูดความจริงเรื่องนี้กับใครตลอดชีวิต

ทั้งนี้ Ignacio ได้พูดถึงเจ้านายของพ่อแม่ว่า
“ Aguilar อาจจะร่วมมือกับทหาร
เพราะชายคนนี้มีภูมิหลังทางสังคม
ชื่นชอบกับหลงใหลในอำนาจ
เขาจะทำทุกอย่างเพื่อความพอใจของตนเอง
และเอาใจใส่กับเจ้าหน้าที่ทหารบางคน
มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริง ๆ "

แม้ว่า Ignacio จะเติบโตขึ้นมาโดยรู้จัก
Aguilar และลูก ๆ ของเขาเป็นอย่างดี

“ พวกลูก ๆ ของเขาเคยไปเยี่ยมชมในฟาร์ม
พวกเขาอาศัยอยู่บ้านตรงข้าม
กับโรงเรียนที่ผมสอนดนตรี
แต่ผมไม่เคยคิดที่จะเดินข้ามถนนไป
เพื่อไปเคาะประตูบ้านของพวกเขาด้วยความโกรธ
แม้ว่า Aguilar จะตายไปแล้ว
และภริยาม่ายเป็นโรคอัลไซเมอร์
นั่นคือเหตุผลที่เสนอต่อศาล
เพราะผมเชื่อมั่นในความยุติธรรม

มีเพียงสองอย่างเท่านั้น
ที่จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวนี้
เช่น ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ซึ่งจะทำให้พวกเขาสูญเสียทุกสิ่งที่พวกเขามี
เพราะครอบครัวเหล่านี้
มักจะเป็นเช่นนั้นเอง
ในการสูญเสียความเป็นเจ้าของกิจการ
หรือสูญเสียศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล
และมันจะสูญเสียไปอย่างแน่นอน
นามสกุลของพวกเขาเกี่ยวข้องกับ
อาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุด
ในประวัติศาสตร์ของชาติเรา "

อย่างไรก็ตาม Ignacio ยังคงยืนกรานว่า
ลูกชายของ Aguilar คือ ผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้

“ ผมได้พบกับพวกเขา
และพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้
พ่อของเขาคือผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้
โดยลูกชายไม่เกี่ยวแต่อย่างใด
พวกเขาเป็นเหยื่ออธรรมของพ่อตนเอง "




กว่าทศวรรษของการค้นหาเรื่องนี้
มันเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น
ที่ความตายจะมาเยี่ยมเยือน
พวกย่ายาย Plaza de Mayo
เพราะแต่ละคนต่างมีอายุมากแล้ว

แม้ว่าจะมีกระบวนการฟ้องร้องคดีกันอย่างรวดเร็ว
สำหรับพวกย่ายายคนที่ยังมีชีวิตอยู่
ต่างรอคอยเพื่อค้นหาความจริงให้ได้โดยเร็วที่สุด

Estela Carlotto ตอนนี้ก็วัย 84 ปีแล้ว
แต่ก็ยังมีย่ายายอีกหลายร้อยคน
ที่ต่างรอคอยจะค้นพบหลาน ๆ ของตนเอง
แต่คงตายไปอย่างไม่สงบแน่นอน
ถ้ายังไม่ได้เจอพวกหลานของตน

พวกเธอต่างจัดตั้งธนาคาร DNA
ด้วยตัวอย่างจาก DNA ของตนเอง
เพื่อให้แน่ใจว่า ใครก็ตามที่สงสัยว่า
พวกเขาเป็นหลานที่หายไป
จะได้มาสืบค้นและตรวจสอบได้
หลังจากพวกเธอตายไป

และแล้ว Ignacio Hurban
หลานชายที่หายไปของ Estela Carlotto
ก็ได้เดินทางไปพบบรรดาย่ายาย Plaza de Mayo
เพื่อทำการตรวจ DNA ว่าตรงกับใครบ้าง
ก่อนกลับไปใช้ชีวิตตามปรกติของเขา


Estela กล่าวภายหลังว่า
“ มีใครบางคนบอกฉันว่า
เขาไม่ปฏิเสธเลยในเรื่องนี้
เขาพูดว่า ถ้าผมกลายเป็นลูกของคู่รักที่หายตัวไป
ผมอยากเป็นหลานชายของคุณยาย Estela ผู้โด่งดัง
(แกนนำกลุ่มย่ายาย Plaza de Mayo) "

แต่เมื่อโทรศัพท์ได้แจ้งผลการตรวจ DNA แล้ว
ไม่เพียงแต่เขาเป็นหลานชายของ Estela
แต่ยังเปิดเผยว่า เขาเป็นลูกชายของ
Walmir Montoya คนรักคนสนิทของ
Laura Carlotto ที่ถูกฆ่าตายทั้งคู่

เศษเสี้ยวของเชื้อไม่ทิ้งแถว
ก็ปรากฎความจริงว่า
Walmir Montoya เคยเป็นมือกลองในวงร็อค
มีชื่อเล่นว่า Puño (กำปั้น) เป็นลูกของ Montoya
ในฐานะชายหนุ่มคนหนึ่งในยุค 70
ที่กระแสความนิยมฝ่ายซ้ายคอมมิวนิสต์
การรบแบบกองโจรเลียนแบบคิวบา
หน่วยจรยุทธ Montoneros ก็มาแรง
เขาจึงย้ายไปอยู่ที่ La Plata
ที่นั้นเขาได้พบกับ Laura
ทั้งสองต่างตกหลุมรักกัน
และอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ
แต่ถูกตำรวจลับจับตัวได้ในที่สุด
แล้วถูกทำให้หายสาบสูบไป



ในปี 2006
นักมานุษยวิทยาด้านนิติวิทยาศาสตร์
ได้ค้นพบกระดูกของ Walmir Montoya
ในหลุมฝังหมู่แห่งหนี่งที่นอกเมือง
พวกเขาพบบาดแผลกระสุนปืน 16 รอย
แสดงว่า เขาอาจถูกประหารชีวิตด้วยปืนกล

ที่ Caleta Olivia เมืองชายฝั่งใน Patagonia
สถานที่ Walmir Montoya เติบโตขึ้นมา
มีรูปปั้นของ Puño Montoya ได้ถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อความทรงจำตำนานชีวิตของเขา
แม้ว่าจะมีข่าวลือเรื่องที่เขามีลูก
แต่ไม่มีใครรู้ความจริงเลยว่า
เขายังมีลูกชายอีกหนึ่งคน

Hortensia Montoya วัย 91 ปี
แม่ของ Walmir Montoya ยังชีวิตอยู่
ได้รับโทรศัพท์แจ้งผล DNA ด้วยความตื่นเต้นดีใจ
และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า
“ พระเจ้าได้ประทานชีวิตที่ยาวนาน
เพื่อให้ฉันจะได้พบกับหลานชายของฉัน "


เธอเหมือนกับ Estela Carlotto
เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษมาก
เพราะเธอคือ ครูผู้บุกเบิกใน Caleta Olivia
ย่ายายทั้งสองคนต่างคุยกันในการสัมภาษณ์ทางวิทยุ
หลังจากได้มีการประกาศผล DNA แล้ว
กลายเป็นคลื่นแห่งความสุข
ที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ
เมื่อผลทาง DNA มีความเชื่อมั่นในระดับ 99.99%
ประธานาธิบดีสตรี Cristina Fernandez de Kirchner
ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่ด้วย


“ เรายังไม่ได้พบกัน
แต่ฉันรักคุณมากเลย
สำหรับเรื่องราวครั้งนี้
หลานชายที่ยอดเยี่ยมของฉัน

ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้วว่า
ทำไมลูกสาวของฉัน
จึงตกหลุมรักลูกชายของคุณ "
Estela Carlotto บอกกับ Hortensia Montoya
พร้อมกับชูรูปถ่ายของ Puño ลูกเขย




เสียงโทรศัพท์เรียก Ignacio Hurban ดังขึ้น
โดยลูกสาวคนเล็กของ Estela Carlotto
ซึ่งเป็นหัวหน้าธนาคาร DNA ที่เก็บตัวอย่างไว้
ถามว่าจะมาตอนไหน

Ignacio พูดว่า
" ตอนนี้เลย
พราะผมคิดว่า พวกเขารอคอยมานานกว่า 30 ปีแล้ว
ช้าไปอีกสักหนึ่งวัน พวกเขาอาจจะต้องตายก็ได้

เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมา
หลังจากการเดินทางอย่างรีบเร่ง
ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร
พร้อมกับภริยาและเพื่อนฝูงของเขา
เพื่อไปพบครอบครัว Carlottos ใน La Plata

เราออกเดินทางแต่เนิ่น ๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชน
แต่เราต่างหลงทาง
เราเดินวนไปรอบ ๆ
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องระงมไปทั่ว
จากนั้นบรรดาสื่อมวลชนอาร์เจนติน่า
ต่างตั้งหลักปักแน่นที่หน้าบ้าน
La Plata ของ Carlotto
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องแอบไปนัดพบกัน
ที่บ้านของลูกสาวคนหนึ่งของ Estela Carlotto


เรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้ผมต้องร้องไห้
Ignacio Montoya Carlotto ใน Buenos Aires
Photograph: Alejandro Chaskielberg for the Observer

เมื่อตอนที่ Ignacio Hurban เข้ามาที่บ้าน Carlotto
ได้มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาต้องตกอกตกใจไปกับ culture shock
การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่และการพบเจอกับคนแปลกหน้ามากมาย
เพราะเมื่อเดินเข้าไปในบ้าน
เขาจะพบกับหลาน ๆ ของ Estela จำนวน 13 คน
ญาติ ๆ ของเขา ป้าและลุง ที่กำลังรอคอยเขาอยู่


“ มันเป็นการรวมญาติทั้งครอบครัว
ที่กำลังจ้องมองมาที่คุณ
และไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
แทบเป็นไปไม่ได้
ที่เขามาอยู่ที่นี่แล้ว
ใบหน้าที่เปี่ยมสุข
ที่มองเห็นได้จากดวงตา
เพราะผมอยู่ที่นั่น
ทุกคนต่างกอดผม
และร้องไห้ด้วยความดีใจ "
Ignacio รำลึกความหลัง





Estela ยายของเขาเข้าใจดีและเล่าว่า
“ ครอบครัวเราเป็นพวกชอบส่งเสียงดัง/
เสียงอึกทึกครึกโครม
แต่เขาค่อนข้างเงียบมาก
ฉันคิดว่าเขาอยู่ใกล้ชิด
กับพวกสัตว์เลี้ยงในฟาร์ม
มากกว่าเติบโตมากับพวกเด็ก ๆ "

Ignacio เล่าว่า
“ ผมยังอยู่ในชุดที่ไม่เรียบร้อย
เพราะเดินทางมาไกลและกินเวลามาก “

ตอนที่เขาลงจากรถยนต์
เขาได้รับคำบอกเล่าว่า
ยายของเขาอยู่ข้างใน

Estela ยังจำได้ดีและพูดว่า
“ นั่นคือ หลานชายของฉัน
ฉันคิดว่า
ความรักทั้งหมดที่ฉันมี
ฉันทุ่มเทให้หมดใจเลย
ตอนที่เขามาพบฉัน
ฉันรักเขามากเพียงไหน

ฉันตามหาเขามานานเท่าใด
เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า
กำลังระงับอารมณ์ความรู้สึก
แน่นอนเลย
แม้ว่าฉันจะต้องเดินทางไปรอบโลก
เพื่อมองหาทารกคนหนึ่ง
เพื่อมองหาเด็กชายคนหนึ่ง
เพื่อมองหาชายหนุ่มคนหนึ่ง

ฉันคิดอยู่เสมอเลยว่า
ตอนที่ฉันพบเขา
ทุกคนต่างก็สามารถพบเขา
เพราะทุกคนต่างช่วยเหลือฉัน
ในการตามหาเขา "

ขณะเดียวกันเธอก็ต้องเตือนตนเองว่า
เธอต้องระมัดระวังตัวเองมากกว่านี้

เพราะอาการวิตกกังวลของยาย
ที่ต้องการความรักจากหลาน
ต้องการทุกอย่างอย่างรวดเร็ว

แต่ในกรณีของหลานชาย
ที่ห่างเหินกันไม่รู้จักกันเลยมาหลายปีแล้ว
การที่จะยอมรับว่าเป็นยายของเขา
ต้องใช้เวลาปรับตัวปรับใจพอสมควร

" คำแนะนำของฉันที่ให้กับบรรดาย่ายาย
คือ ให้เวลากับพวกเขา
นั่นคือ สิ่งที่คุณต้องทำ
เพื่อแสดงออกถึงความรักของคุณ

คุณต้องไม่โกรธเกรี้ยว
คุณต้องไม่เร่งร้อน
คุณต้องไม่เรียกร้อง
ความรักจากหลานคุณ "
Estela สรุปเรื่องนี้



อีกสองสามวันหลังจากนั้น
ช่วงเวลาแสนสุขของ Ignacio เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
เมื่อ Hortensia Montoya ย่าของเขาเดินทางมาถึง
และทำให้เขามีทั้งคุณย่ากับคุณยายพร้อมกัน

“ การได้พบกับย่ายายทั้งสองคนของผม
มันเป็นเรื่องสุดยอดที่สุดเลยในตอนนี้
เรื่องมันเป็นเช่นนี้เอง

มันเลวร้ายเคยเกิดขึ้นมา
และ ณ ที่แห่งนี้
เรามีชัยต่อพวกมัน
(ทหารฝ่ายขวาจัด)
เราทำสำเร็จแล้ว
เราต่างอยู่ที่นี่
มองหน้าตาซึ่งกันและกัน

คุณรู้ไหม ว่าสองผู้เฒ่าพูดคุยอะไรกัน
แผ่นดินแทบสะเทือนเลือนลั่น
เมื่อทั้งสองมาพบกัน
และพูดถึงลูก ๆ ของแต่ละคน
เพื่อทำความรู้จักลูกของแต่ละคนที่ผ่านมา
ด้วยความรักและความห่วงใยผ่านหลายชายที่นี่
ต่างร้องไห้ด้วยความสุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน
กับโศกนาฎกรรมที่น่าสยดสยอง
ภายใต้ฝีมือทหารระบอบฟาสซิสต์ “
Ignacio พูดด้วยความโกรธแค้นอย่างแรง
และด่าท่ออย่างแรง
กับพวกทหารที่ได้ฆ่าพ่อแม่ของเขา


อย่างไรก็ตาม
Ignacio ยืนกรานที่
จะไม่ยอมเปลี่ยนชื่อเขาเป็น Guido
ตามความต้องการและความหวังของยายตนเอง


“ มันค่อนข้างเจ็บปวด
เมื่อเขาบอกฉันว่า
เขาไม่ยอมเปลี่ยนชื่อของเขา

ถ้าเขายังเป็นเด็กชาย
ฉันต้องการให้คนทั่วไป
เรียกชื่อเขาว่า Guido

ลูกสาวของฉันได้บอกกับเพื่อนนักโทษ
สหายของเธอที่รอดชีวิตในภายหลังว่า
เธอได้ตั้งชื่อเขาว่า Guido
ตอนที่เขายังอยู่ในท้อง
แน่นอนเธอต้องเรียกชื่อเขาว่า Guido
ตอนที่เขายังอยู่ในท้องของเธอ

นั่นคือเหตุผลที่ฉันอยากเรียกเขาชื่อนี้
แต่เขาบอกกับฉันเองว่า
เขาชื่อ Ignacio
ด้วยการยืนยันชื่อนี้อย่างเกรี้ยวกราด
และไม่พอใจกับการได้ชื่อใหม่นี้

ฉันเข้าใจดีในเรื่องนี้เช่นกัน
จึงได้บอกเขาไปว่า
ฉันจะเรียกแกว่า Guido ตลอดไป
ฉันรอคอยแกมานานกว่า 36 ปีแล้ว
กับหลานชายที่มีชื่อว่า Guido

เขาจึงยอมตกลงตามนั้น
แต่บางครั้ง ฉันก็ไม่เรียก
ชื่อเขาว่า Guido
ถ้าเขามีท่าทีที่ไม่พอใจ
ที่จะถูกเรียกชื่อนี้ “
Estela กล่าวด้วยเสียงเศร้าและขุ่นเคืองใจ

(Guido เป็นชื่อปู่ของ Ignacio)




ยามค่ำคืนที่ปกคลุม Buenos Aires
ได้เวลาสิ้นสุดของการอยู่ร่วมกันแล้ว
Ignacio Hurban ได้เปลี่ยนชื่อเป็น
Ignacio Montoya Carlotto
นักดนตรีดาวรุ่ง และพูดเกี่ยวกับเพลงชุดใหม่
Ignacio Montoya Carlotto Septeto
ที่มีกลิ่นอายจังหวะของเพลงโฟล์ค
ใกล้กับดนตรีพื้นบ้านมากกว่าจังหวะแทงโก้

ท่ามกลางการขับรถยนต์
ผ่านสายถนนที่วุ่นวายในเมืองหลวง
เขาดูเหมือนจะหลงทางเล็กน้อย
เขาอยู่ห่างไกลจากท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เงียบสงบ
และเขตพื้นที่บ้านของเขา
เขาจึงได้สอบถามเส้นทาง
เพื่อไปซ้อมการแสดงดนตรีทางโทรทัศน์

เขายืนยันว่า
เขาจะไม่พกความเคียดแค้น
กับเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้น
และจะไม่ทำเรื่องราวไม่ดี
เพื่อกลั่นแกล้งพ่อแม่บุญธรรมของเขา
ให้ต้องทนทุกข์ทรมานกับเรื่องราวในอดีต


“ มันเป็นเรื่องน่ากลัว
ที่คุณจะถูกพรากจากแม่ของคุณ
แต่ผมไม่มีความทรงจำดังกล่าวนี้
นอกจากเรื่องราวดี ๆ
ที่ทำให้ผมต้องร้องไห้กับเรื่องราวเหล่านี้
หรือจะให้ผมใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมาน
แบบที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเลย

พ่อแม่ของผมต้องทุกข์ทรมาน
เมื่อผมคิดถึงเรื่องราวที่พวกเขาฟันฝ่า
(เป็นฝ่ายซ้ายสู้รบกับฝ่ายขวา)
และเป็นเรื่องน่าเศร้าเช่นกัน
พวกเขาเต็มใจที่จะยอมสละชีวิต
เพื่อความเชื่อของพวกเขา
ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่
การที่ผมเกิดได้ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ

แต่ผมไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนั้น
ความทรงจำของผม
ที่ผ่านมา
ผมเติบโตขึ้นมาในฟาร์ม
กับแม่และพ่อ (บุญธรรม)
และพวกท่านทำทุกอย่างเพื่อผม
อย่างที่พ่อแม่คนอื่น ๆ ได้ทำเช่นกัน “
Ignacio พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้

มันเป็นเรื่องยากเช่นกัน
กับเหตุผลที่ย้อนแย้งของ Ignacio
ที่ยอมรับพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย
แม้ว่าเขาเพิ่งจะค้นพบตัวเอง
เมื่อตอนวัย 36 ปีว่า
เขาเกิดขึ้นมาในโลกของความเท็จ
เป็นเหยื่อของอาชญากรรมอย่างร้ายแรง

เพราะบางคนที่รับรู้ความจริงเรื่องนี้
สติแตกไปเลย แบบไม่ยอมรับความจริง
หรือเกลียดชังพ่อแม่บุญธรรมไปเลย
บางคนยอมรับแม่บุญธรรมตนเองได้
แต่เกลียดชังพ่อบุญธรรมที่เป็นฝ่ายทหาร
ที่มีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งร้ายแรง

ในขณะเดียวกัน
Estela ยังคงมุ่งมั่นทำงานต่อไป
เธอยังคงเดินทางไปที่สำนักงาน
ย่ายาย Plaza de Mayo ในบัวโนสไอเรสทุกวัน
ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง

เธอยังคงเดินทางไปตามคำเชิญไปยังที่ต่าง ๆ
เพื่อเผยแพร่ข้อความของพวกเธอไปทั่วโลก
เรื่องการตามหาหลานย่ายายที่หายไป

แม้ว่า Ignacio จะเป็นรายที่ 114
ที่เพิ่งจะค้นพบแต่ยังมีอีกสองรายที่รอการค้นพบ
และยังมีหลายร้อยรายที่ยังไม่ชัดเจน
และเธอจะไม่ยอมหยุดยั้งงานนี้โดยเด็ดขาด

“ ความคิดอย่างเดียวที่ฉันมีก็คือ
Loura นอนตายตาหลับได้แล้ว
ฉันรู้สึกว่า Loura ได้พูดกับฉันว่า
แม่ทำได้สำเร็จแล้ว

แต่ก็ยังมีอะไรอีกเยอะที่จะต้องทำ
ฉันจะคอยเฝ้ามองหา
หลานย่ายายที่หายไปอีก “
Estala กล่าวสรุป

หมายเหตุ

การค้นพบล่าสุดคือ ลำดับที่ 120
และจะมีการใช้คำสั่งศาลบังคับ
ให้ลูกชายลูกสาวของเจ้าของกิจการโทรคมนาคมรายใหญ่
เข้ากระบวนการตรวจสอบ DNA
เพราะสงสัยว่าเป็นลูกของฝ่ายซ้ายในยุคสงครามสกปรก




Chincha Mariani วัย 92 ปีได้พบกับหลานสาววัย 39 ปีหลังจากการพรากของพวกทหารฟาสซิสต์ขวาจัด



เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/no8h7d
https://goo.gl/wugcA6
https://goo.gl/6Mf65m



หมายเหตุ

สงครามสกปรกจากการรัฐประหารของทหาร
มีการฆ่าฝ่ายซ้ายไปจำนวนมาก
โดยใช้ คุก ทหาร ศาล ตำรวจ โรงพยาบาล
เป็นสถานที่ยัดเยียดความเป็นธรรมให้กับฝ่ายตรงข้าม
ขณะเดียวกันก็นิรโทษกรรมความผิดหรืออภัยโทษพวกตน
เพื่อให้หลุดพ้นจากความผิด/การถูกลงโทษภายหลัง

ในปี 1977 เริ่มมีการประท้วงจากสตรี 14 คน
แม่บ้านที่อาชีพรับจ้างทั่วไปหรือผู้ยากไร้
ด้วยการเดินรอบจตุรัสตรงข้ามทำเนียบประธานาธิบดี
ใช้ชื่อกลุ่มว่า Mothers of Plaza de Mayo
เพื่อทวงถามความยุติธรรม
และถามว่าลูกของตนหายไปไหน
จากการถูกจับกุมของทหารตำรวจ

แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่พอใจ
มีการฆ่าแกนนำ 5 คนทิ้ง
ด้วยการโยนศพลงจากเฮลิคอปเตอร์ลงไปในแม่น้ำ
แต่เรื่องนี้ยิ่งทำให้แม่บ้านไม่กลัว
กลับรวมตัวประท้วงกันมากกว่าเดิม
จนรัฐบาลไม่กล้ายุ่งกับกลุ่มนี้อีก

ต่อมา มีข่าวระแคะระคายว่า
มีการนำลูกของลูกสาวผู้ประท้วงไปให้คนอื่นเลี้ยง
โดยมีข้อมูลจากนิรนามแอบส่งมาให้
จึงมีกลุ่ม Grandmothers of Plaza de Mayo
ขึ้นมาอีกกลุ่มเรียกร้องให้มีการตรวจ DNA
เพื่อหาหลานตนเองกลับมาให้ได้
ขบวนการนี้ใช้เวลาถึง 40 ปีแล้ว

หลังการล่มสลายของระบบเผด็จการทหารในอาร์เจนติน่า
ที่มีแนวคิดบ้าคลั่งในการนำทารกไปให้คนอื่นเลี้ยง
หรือฆ่าทารกที่เกินกว่า 3 ขวบทิ้งพร้อมกับแม่
แนวคิดนี้คาดว่าได้มาจากพวกนาซีเยอรมันนี
ที่หลายคนหลบหนีเข้าไปอยู่ในอาร์เจนตินา
โดยประกอบอาชีพต่าง ๆ บังหน้า
เช่น อดอล์ฟ ไอชมันน์ ที่ถูกยิวจับได้ที่นั่น
แล้วลักลอบพาตัวไปขึ้นศาลที่อิสราเอล
รวมทั้งมีนาซีเยอรมันบางคน
ที่ยิวขจัดทิ้งเองในอาร์เจนตินา

หลังจากฝ่ายซ้ายได้กลับมามีอำนาจ
ตามระบอบประชาธิปไตย
จากการเลือกตั้งของชาวบ้าน
ได้มีการไล่ทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา หมอ ผู้คุม
ผู้ที่มีเอี่ยวกับเผด็จการในอดีตจำนวนมาก
ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่รัฐการ
พร้อมจับกุมตัวมาดำเนินคดีย้อนหลัง
เพราะมีการแก้ไขกฎหมายใหม่
ให้มีผลย้อนหลังกับผู้กระทำความผิด
ที่ก่อรัฐประหารและทำสงครามสกปรก
โดยไม่มีอายุความแบบอาชญากรสงคราม
เลียนแบบกฎหมายเยอรมันนี
เพราะถือว่า พวกนี้ใช้ช่องว่างกฎหมาย
หลีกหนีความผิดของตนเอง
ด้วยการนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้พวกตนเอง

จนทุกวันนี้ยังมีการตามล้างตามเช็ด
รวมทั้งยังมีพวกบาทหลวง
ที่ทำตัวเป็นสายลับสองหน้า
โดยอาศัยคำสารภาพบาปของชาวบ้าน
ใช้เป็นข่าวสารชี้ช่องให้มีการจับกุมฝ่ายซ้าย

ทำให้พวกฝ่ายซ้ายบางคน
เกลียดชังพวกบาทหลวงมาก
เพราะเรื่องการเปิดเผยความลับ
จากคำสารภาพบาปของครอบครัวตน
จนมีการจับกุมตัวบาทหลวงบางคน
มาพิจารณาพิพากษาและติดคุกเป็นจำนวนมาก


ข้อมูลเพิ่มเติม(ไทย)

https://goo.gl/kCYS12
https://goo.gl/FqgYoR





เราจะไม่ปิดปากเงียบอีกต่อไป
เราต้องการให้ทุกคนรู้
แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อเราก็ตาม
Photograph: Eduardo Di Baia/Associated Press




Mothers of Plaza de Mayo เดินขบวนถามหาลูกของพวกตนในภาพ
อดีตฝ่ายซ้ายที่เคยต่อต้านระบบทหารแล้วถูกฆ่าตายไปหลายหมื่นคนในอดีต
Photograph: Eitan Abramovich/AFP/Getty Images






Create Date : 08 กันยายน 2560
Last Update : 8 กันยายน 2560 22:20:04 น. 0 comments
Counter : 1017 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.