ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
ภูเขาไฟญี่ปุ่นที่มีเจ้าของและปิดเป็นความลับในช่วงแรก






Photo credit: 663highland/Wikimedia




ภายในอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya ที่เกาะ Hokkaidō
ไม่ไกลจากกรวยภูเขาไฟสลับชั้น Usu ที่ยังปะทุอยู่
มีภูเขาไฟ Shōwa-shinzan ที่สูง 400 เมตร
Shōwa-shinzan เป็นภูเขาไฟที่อายุน้อยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
มันปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 1943
แทรกตัวขึ้นมาจากทุ่งข้าวสาลีของชาวนา
พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกับพ่นลาวาที่ร้อนแรง
ในขณะที่หินหนืดหลอมละลายพุ่งทะลุผ่านขึ้นด้านบน
แล้วไหลท่วมท้นไปตามทุ่งข้าวสาลี
ในอีก 2 ปีต่อมารูปโดมลาวายังคงเพิ่มสูงขึ้นไปจนสูงถึง 398 เมตร


ภูเขาไฟ Shōwa-shinzan ปะทุขึ้นในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังสู้รบกับ
ฝ่ายสัมพันธมิตรในข่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
การปรากฏตัวขึ้นมาของภูเขาไฟอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
เพราะประเทศอยู่ในภาวะสงครามและความทุกข์ยากลำบาก
ภูเขาไฟที่ปะทุชาวบ้านส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าเป็นลางร้ายเป็นลางไม่ดี
เจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นก็พยายามจะปกปิดเรื่องนี้ไว้
และขอร้องให้ชาวบ้านช่วยเก็บเรื่องภูเขาไฟนี้เป็นความลับด้วย


แต่ Masao Mimatsu พนักงานไปรษณีย์
Sobetsu-cho ที่อยู่ใกล้ ๆ กับภูเขาไฟ
ได้เริ่มสังเกตและบันทึกความคืบหน้าของภูเขาไฟ
แต่เพราะอยู่ในภาวะสงครามของประเทศญี่ปุ่น
ทำให้อุปกรณ์ในการสอบวัดขั้นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ที่ใช้ในการตรวจสอบและวัดระดับความสูงหายากมาก
ทำให้ Masao Mimatsu ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ
ด้วยการบันทึกและร่างภาพภูเขาไฟที่ค่อย ๆ เติบโต
ภาพร่างภูเขาไฟของ Masao Mimatsu
จึงกลายเป็นหลักฐานข้อมูล Showa-Shinzan
สำหรับนักธรณีวิทยาที่ใช้ศึกษาการก่อตัวของภูเขาไฟลูกนี้


Masao Mimatsu ใช้วิธีลากสายเบ็ดตกปลาหลายเส้น
ในแนวนอนวางซ้อนกันสองแนวบริเวณที่ทำการไปรษณีย์
โดย Masao Mimatsu ใช้สังเกตเห็นการเติบโต
ของภูเขาไฟลูกนี้ผ่านสายเบ็ดตกปลาเหล่านี้
สายเบ็ดตกปลาทำหน้าที่เป็นเส้นนำ
และดึงรายละเอียดของภูเขาไฟ Showa-Shinzan
ที่บริเวณโดมค่อย ๆ เติบโตขึ้นในแต่ละช่วงเวลา
ตามที่ Masao Mimatsu ได้จดบันทึกไว้
ในตอนที่ Masao Mimatsu ได้นำเสนอข้อมูล
และภาพวาดของท่านในที่การประชุมภูเขาไฟโลก
World Volcano Conference ที่ Oslo ในปี 1948
ผลงานของท่านได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟ
เอกสารของท่านได้รับการเรียกว่า Mimatsu Diagram



2.



3.







Masao Mimatsu ยังได้ซื้อที่ดินที่เป็นภูเขาไฟทั้งหมด
โดยใช้เงินออมของท่านเอง
ทั้งนี้เพื่อจะได้ศึกษาภูเขาไฟอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น
บางคนบอกว่า ท่านซื้อที่ดินที่มีภูเขาไฟที่กำลังเติบโต
บางคนบอกว่า ท่านซื้อที่ดินที่มีภูเขาไฟหลังหยุดปะทุแล้ว
ถึงอย่างไรก็ตาม Masao Mimatsu กลายเป็นเจ้าของภูเขาไฟ
และจนถึงทุกวันนี้ภูเขาไฟลูกนี้ยังเป็นทรัพย์สินส่วนตัวครอบครัวท่าน
แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะประกาศว่า
ภูเขาไฟลูกนี้เป็นอนุสาวรีย์ธรรมชาติของญี่ปุ่น
และเป็นสิ่งที่หายากที่สุดในโลก


Masao Mimatsu ได้รับรางวัล First Hokkaido Cultural Award ในปี 1977
และท่านยังทันเห็นการปะทุของภูเขาไฟ Usu เป็นครั้งที่ 3 ในชีวิตของท่าน
ท่านมตะในวันที่ 8 ธันวาคม 1977 ทำให้ท่านไม่ทันเห็นการดับของภูเขาไฟ Usu


ท่านได้รับเกียรติด้วยการสร้างรูปปั้นทองสัมฤทธิ์
รูปท่านขณะที่มองผ่านอุปกรณ์สำรวจความสูงภูเขาไฟด้วยฝีมือการประดิษฐ์ของท่าน
ที่หออนุสรณ์สถาน Mimatsu Masao ที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟ Shōwa-shinzan


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2Pbwiq7
https://bit.ly/2ykSUxs


4.



5.


6.


7.


8.


9.


10.


11.




Mount Usu 12 - 15

12.


13.


14.


15.




เรื่องเดิม


ภูเขาไฟในไทย


ในประเทศไทยมีภูเขาไฟอยู่ในทุกภูมิภาค
ลักษณะของภูเขาไฟจะเป็นภูเขาไฟแบบโล่ (Shield Volcano)
ซึ่งคุณสมบัติของลาวาจะไหลได้ง่าย
ดังนั้นหากมีการระเบิดขึ้นก็จะไม่รุนแรง
ภูเขาไฟในทุกภูมิภาคดับแล้ว
ภาคเหนือ พบในเขตจังหวัด ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์
ภาคกลาง พบในเขตจังหวัดสุโขทัย กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ สระบุรี และลพบุรี
ภาคตะวันออก พบในเขตจังหวัด ปราจีนบุรี จันทบุรี นครนายก และตราด
ภาคตะวันตก พบในเขตจังหวัด กาญจนบุรีและจังหวัดตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบในเขตจังหวัด นครราชสีมา ศรีษะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ เลย และสุรินทร์
ภูเขาไฟที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ในเขตจังหวัดเลย
โดยมีอายุราว 395-435 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งมีอายุมากกว่า
ปล่องภูเขาไฟที่พบในจังหวัดสุโขทัยและบุรีรัมย์ที่มีอายุเพียง 20 -30 ล้านปีเท่านั้น

จากการตรวจสอบแผนที่ประเทศไทยพบว่าภูเขาไฟระเบิดหลายจุดในอดีต
โดยนักวิทยาศาสตร์จึงได้มีการเก็บหิน และหลักฐานบางอย่างตรวจสอบ
ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานที่เก็บมาพบว่า เคยมีภูเขาไฟระเบิดขึ้น
เมื่อประมาณ 70 ล้านปีที่ผ่านมา บริเวณที่เกิดภูเขาไฟในประเทศไทยมีดังนี้

1. ภูเขาไฟหินพนมรุ้ง สถานที่เขาพนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นปราสาทหินทรายสีชมพูสวยงามมาก
สร้างขึ้นบนยอดภูเขาลูกเตี้ย ๆ ที่มีลักษณะเป็นปากปล่องภูเขาไฟ
นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ปราสาทหินพนมรุ้ง
เป็นเทวสถานสำหรับเมืองใหญ่ในที่ราบใกล้เคียงกัน
ชื่อเมือง วนัมรุงปุระ ในสมัยขอมเรืองอำนาจ

2. ภูเขาไฟหินหลุบ และภูเขาไฟคอก จ.บุรีรัมย์
ภูเขาไฟหลุบ อยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ภูเขาไฟเขาคอก ตั้งอยู่ในอำเภอประโคนชัย
ภูเขาไฟทั้งสองแห่งนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก
แต่เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา
ในเรื่องเกี่ยวกับภูเขาไฟของไทยได้เป็นอย่างดี

3. ภูเขาไฟอังคาร สถานที่ภูพระอังคาร ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากภูเขาไฟพนมรุ้ง ที่ยอดเขาอังคารแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของ วัดเขาพระอังคาร
ที่มีโบสถ์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบประยุกต์หลายสมัยที่สวยงามแปลกตา
และภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษให้ได้ชม

4. ภูเขาไฟกระโดง สถานที่เขากระโดง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีปากปล่องทะลุเห็นได้ชัดเจน
รอบบริเวณแวดล้อมด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็ก
โดยเฉพาะนกนานาชนิด บนเขากระโดงยังมีโบราณสถานสมัยขอม รอยพระพุทธบาทจำลอง
และพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นที่เคารพสักการะของคนในท้องถิ่น

5. ภูเขาไฟไบรบัด จ.บุรีรัมย์
ซากภูเขาไฟในจังหวัดบุรีรัมย์ส่วนใหญ่ มีสัณฐานของช่องปล่องประทุระเบิดชัดเจน
เนินภูเขาไฟเกิดจากการทับถมของเศษหินภูเขาไฟ(Pyroclastic Materials)
ซึ่งเกิดจากแรงดันของก๊าซ (Gas) ต่าง ๆ ที่แทรกอยู่ในหินหลอมละลาย
เช่น ไอน้ำ (70.75%) คาร์บอนไดออกไซด์ (14.07%) ไฮโดรเจน (0.33%)
ไนโตรเจน (5.45%) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (6.40%) ซัลเฟอร์ไฮออกไซด์ (1.93%) เป็นต้น
เศษหินภูเขาไฟเหล่านี้เป็นมวลหินหลอมละลายที่ถูกดันประทุขึ้นไปและเย็นแข็งตัวในอากาศ
มีขนาดต่าง ๆ กัน และมีชื่อเฉพาะเรียกแตกต่างกัน

6. ภูเขาไฟดอยผาดอกจำปาแดด และภูเขาไฟดอยหินคอกผาฟู จ.ลำปาง
ปล่องภูเขาไฟลำปางยังมีอีกบริเวณหนึ่ง อยู่ที่บริเวณอำเภอเกาะคา
โดยจะเห็นชั้นหินลาวา (หินบะซอลต์) ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ
เนื่องจากปากปล่องภูเขาไฟมีบริเวณกว้าง ลักษณะของพืช
หรือต้นไม้คลุมดินมีลักษณะเหมือน ๆ กับภูมิประเทศทั่ว ๆ ไป
จึงไม่เป็นที่ทราบว่าบริเวณนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปล่องภูเขาไฟมาก่อน
ชื่อว่าปล่องภูเขาไฟสบปราบ มีลักษณะเป็นเนินยาวขนานไปกับแม่น้ำวังซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก
ตอนเหนือเป็นเนินสูงรูปร่างคล้ายกรวย ฐานกว้าง มีแบบรูปทางน้ำเป็นรัศมีและวงแหวน
ตอนใต้เป็นเนินยาวค่อนข้างราบ บนยอดเนินรูปกรวย มีลักษณะเป็นแอ่งรูปวงกลม
มีขอบสูงเปิดออกทางทิศตะวันตก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 700 เมตร
ลักษณะของเนินทั้งทางตอนเหนือและตอนใต้เป็นธรณีสันฐานที่เกิดจากภูเขาไฟและลาวาหลาก

7. ภูป่าเปาะ บ้านผาหวาย ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย
ฟูจิเมืองเลย ที่เที่ยวไทย ฝาแฝดภูเขาไฟฟูจิ วิว 360 องศา
ภูเขาไฟฟูจิ ฟุจิซัง ฟุจิยะมะ แลนด์มาร์คของจังหวัดเลย
ภูก้นถ้วย ภูหอ ภูนางนอน ยอดภูป่าเปาะ ที่เที่ยววิว 360 องศา
สวนภูผา ผาหินงาม เที่ยวเลย ที่เที่ยว 365 วัน
เที่ยวธรรมชาติ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ เที่ยวภู




ที่มา https://goo.gl/eE15zK



สีแดง ๆ ในแผ่นที่ธรณีที่เห็นนั้น เกือบจะทั้งหมดคือ หินภูเขาไฟ
ที่เกิดขึ้นตอนเปลี่ยนยุคจากเพอร์เมี่ยน ไปเป็นไตรแอสสิก
หรือเรียกว่า เพอร์โมไตรแอสสิก เป็นยุคก่อนที่ไดโนเสาร์จะลืมตาดูโลก
ลองนึกดูสิว่า ตอนนั้นสภาพเป็นยังไง มันเหมือนโลกกำลังถล่มเลยใช่มั๊ย
เหมือนภูเขาไฟระเบิดเต็มไปหมด ถ้าให้นับว่าตรงไหนมีภูเขาไฟบ้าง ก็มีเยอะ
ที่เลย Vocanic Neck (ปล่องภูเขาไฟเก่า) เต็มเลย
รวม ๆ ก็พวกสีแดง ๆ ทั้งหลายนั่นแหละคือ หินที่เกิดจะภูเขาไฟ

Credit : สมาชิกหมายเลข 2931621


เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/P7pCvW
https://goo.gl/hhVb8p




Create Date : 05 ตุลาคม 2561
Last Update : 5 ตุลาคม 2561 23:14:55 น. 0 comments
Counter : 212 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.