ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กันยายน 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
2 กันยายน 2561
 
All Blogs
 
ใบหน้าสตรีที่ถูกคนจูบมากที่สุดในโลก









ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19
ร่างของสตรีสาวรายหนึ่งถูกกู้ศพขึ้นมาจากแม่น้ำแซงน์ Seine ในปารีส์
แต่ไม่ปรากฏร่องรอยหลักฐานเกี่ยวกับการฆาตกรรม/ทำร้ายในตัวเธอ
ทางการตำรวจปารีส์จึงสันนิษฐานว่า เธอฆ่าตัวตายเอง
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด
เพราะโดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละปี ที่แม่น้ำ Seine ที่แสนจะขุ่นมัว
ตำรวจท้องที่ของกรุงปารีสมักจะพบเหตุการณ์แบบนี้ไม่น้อยกว่าปีละ 200 ราย
ประมาณ 1 ใน 4 มักจะเป็นการตายเพราะสาเหตุฆาตกรรม
และมากกว่าครึ่งหนึ่งที่มักจะเป็นคนที่พยายามฆ่าตัวตาย
สตรีสาวรายนี้จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ว่า ฆ่าตัวตาย


ในยุคนั้น เมื่อศพถูกดึงขึ้นมาจากแม่น้ำแล้ว
มักจะนำมาวางไว้บนแผ่นหินอ่อน
และมีช่องหน้าต่างที่มองเข้าไปดูศพยังห้องเก็บศพได้
เพื่อให้ชาวบ้านที่มามุงดู โดยทางการคาดหวังว่าจะมีใครรู้จักผู้ตายบ้าง


ในสมัยนั้น การตายและการลงโทษ
เคยเป็นมหรรมบันเทิงที่นิยมกันมากในยุโรป
และการจัดแสดงศพในสภาพต่าง ๆ
จึงมักจะดึงดูดทุกเพศทุกวัยให้แห่กันไปเยี่ยมชมศพกัน


แต่เรื่องนี้ แทบจะไม่มีใครจินตนการได้เลยว่า
ชาวปารีสในในปีนั้นและศตวรรษต่อ ๆ มา
จะรู้ถึงสาเหตุการฆ่าตัวตายของสตรีสาว
ที่แสนจะลึกลับและสวยงามคนนี้ได้
ว่าเธอคือใคร และมาจากแห่งหนตำบลใด







เรื่องราวยิ่งขยายไปอย่างใหญ่โตมาก
เมื่อนักพยาธิวิทยาที่ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องการชันสูตรพลิกศพ
เกิดหลงใหลในเสน่ห์และความงามของเธอ
จึงได้หล่อใบหน้าของเธอด้วยปูนปลาสเตอร์
เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึก


ต่อมา ในเวลาไม่นานมากนัก
มีปูนปลาสเตอร์สีขาวใบหน้าสตรีที่ไม่มีใครรู้จัก
ผู้ซึ่งมีรอยยิ้มแบบของ Mona Lisa
เริ่มปรากฏวางขายกันในร้านค้าทั่วปารีส
และในปีต่อ ๆ ไปหน้ากากของสตรีคนดังกล่าว
ก็กลายเป็นของประดับประดาในบ้านสไตล์ Bohemianสมัยใหม่ทั่วทั้งยุโรป
รอยยิ้มลึกลับของหน้ากากที่น่าหลงใหลและมีเสน่ห์
ทำให้บรรดาศิลปิน นักประพันธ์และนักเขียนนวนิยาย
ต่างพากันขีดเขียนเรื่องราวและบทกวีต่าง ๆ นานา
และจินตนการเรื่องราวที่เกิดค้นขึ้น
เพื่ออุทิศความดีงามให้กับสตรีสาวผู้มีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์








ในปี 1900
Richard Le Gallienne นักเขียนเรื่องสั้นชาวอังกฤษ
ได้เขียน The Worshiper of the Image
เรื่องราวกวีชาวอังกฤษที่ตกหลุมรักกับหน้ากาก
ในที่สุดก็นำไปสู่การตายของลูกสาวของตนเอง
และการฆ่าตัวตายของภรรยาของตนเอง

ในปี 1936 ภาพยนตร์เยอรมันเรื่อง Die Unbekannte
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กกำพร้าสตรีที่ถูกล่อลวงโดยคนรักที่ร่ำรวย
และถูกทอดทิ้งไปในที่สุดนำไปสู่การฆ่าตัวตายของเธอ
ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากหน้ากากแห่งความตายนี้
มีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้








เรื่องราวของ Inconnue de la Seine ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียน/นักสร้างภาพยนตร์






ในเวลาต่อมาอีกหลายปี ในปี 1960
เมื่อ Asmund Laerdal ผู้ผลิตของเล่นชาวนอร์เวย์
ต้องเลือกใบหน้าสำหรับการฝึกอบรมการทำ CPR
นางแบบที่ท่านเลือกมาใช้คือ
Inconnue de la Seine
สตรีนิรนามของแม่น้ำ Seine







Asmund Laerdal ได้รับการติดต่อจาก
นายแพทย์ Peter Safar ชาวออสเตรียผู้บุกเบิกเทคนิคการทำ CPR
ทั้งนี้ เพื่อช่วยในการฝึกอบรมสำหรับเทคนิคใหม่ที่คิดค้นขึ้นมา
เพราะท่านเกือบจะสูญเสีย Tore ลูกชายของตนเองจากการจมน้ำ
ทำให้ Asmund Laerdal รู้สึกอิน(ชื่นชอบประทับใจ)มากกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้
เลยอยากเผยแพร่เทคนิคและวิธีการที่สร้างสรรค์นี้
และท่านระลึกถึงหน้ากาก Inconnue de la Seine
ที่ปู่ของท่านวางประดับฝาบ้านไว้






Asmund Laerdal จึงได้ออกแบบตุ๊กตาหญิงขนาดเท่าคนจริง
และตกแต่งใบหน้าจากหน้ากากแห่งความตายที่โด่งดัง Inconnue de la Seine
ตุ๊กตานี้มีชื่อเรียกว่า Resusci Anne
เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของ Asmund Laerdal
และมีการใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก
เพื่อใช้ในการฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์และพยาบาล
ถึงวิธีการเทคนิคการช่วยชีวิตแบบปากต่อปากกระตุ้นให้คนหายใจ
ทำให้มีการเรียก Inconnue de la Seine ว่า
สตรีสาวที่ถูกคนจูบมากที่สุดในโลก









ในการเลือกใบหน้าโดยใช้หน้ากากของเธอ Inconnue de la Seine
Asmund Laerdal ได้บอกเหตุผลว่า
" Resusci Anne
คือ อนุสรณ์ของสตรีที่ไม่มีใครรู้จัก
เธอจมน้ำตายในแม่น้ำ Seine
เพราะเธอไร้ชื่อไร้นาม และยังคงเป็นเรื่องลึกลับ
เราไม่สามารถเข้าถึงความในใจของเธอ
และทำให้เธอมีมลทินใด ๆ ได้
เราได้แต่ใฝ่ฝันถึงเธอ "
เอกสารรายงานของธุรกิจ Laerdal





ตู้กตาสตรีที่ใช้ฝึกการทำ CPR





แต่อีกหลายทศวรรษที่ผ่านมา
มักจะมีคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องของใบหน้านี้
ว่าเป็นหน้ากากแห่งความตาย
ของสตรีสาวที่จมน้ำตายจริงหรือ
หรือถอดแบบมาจากหน้าคนที่ยังมีชิวิต
หน้าคนที่มีชีวิตชีวาและมีอาการเบื่อหน่ายบ้างเล็กน้อย


" มันน่าแปลกใจมาก ที่ได้เห็นใบหน้าอันเงียบสงบเช่นนี้
ศพทุกรายที่จมน้ำตายและฆ่าตัวตาย ตามทีเราเคยชันสูตรพลิกศพ
พวกนี้ไม่เคยดูสงบ มักจะกำลังบวมฉึ่ง หรือดูไม่ได้เลย "
Pascal Jacquin หัวหน้าตำรวจทางน้ำ Brigade Fluviale ณ ปารีส
ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการเคลื่อนย้ายศพที่จมน้ำออกจากแม่น้ำ Seine
โดย Pascal Jacquin เคยเห็นศพที่จมน้ำตายมากกว่าคนอื่น ๆ อีกจำนวนมากในปารีส์


การตายเพราะจมน้ำเป็นเรื่องที่ทรมาน
และแม้แต่การฆ่าตัวตายเอง
ก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดจนถึงวินาทีสุดท้าย
ณ ช่วงเวลาสุดท้ายเป็นเรื่องของความหวาดกลัว ความเจ็บปวด
และความกังขาต่าง ๆ นานา มีความขัดข้องหมองใจ
พฤติกรรมเหล่านี้มักจะถูกตรึงตราอยู่บนใบหน้าของผู้ตาย
แต่สำหรับ สตรีรายนี้กลับตรงกันข้ามเลย
เธอมีใบหน้าที่ไร้ตำหนิ เธอดูเหมือนนอนหลับ
และฝันถึงเรื่องราวที่แสนงดงามในอดีต
Pascal Jacquin ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้


และเมื่อสำนักข่าว BBC ได้ปรึกษาขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน
พวกท่านต่างได้แสดงความคิดเห็นพ้องต้องกันว่า
Inconnue มีหน้าตาบ่งบอกว่ามีสุขภาพดี
เกินกว่าที่จะเป็นหน้ากากที่ถอดมาจากซากศพ





Michel Lorenzi เจ้าของโรงงานหล่อรูปปะติมากรรมในปารีส
เชื่อว่า หน้ากากนี้ถูกถอดแบบจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่
" มันยากมาก ที่คนจะคงรอยยิ้มไว้ได้
ขณะที่มีการหล่อปูนปาสเตอร์เพื่อถอดแบบใบหน้า
ผมคิดว่า เธอมีความเป็นมืออาชีพอย่างมากเลย
เธอเป็นนางแบบที่เยี่ยมมากเลย "






" เรื่องราวที่เราหลงรักและชื่นชอบ
มีความไม่ชัดเจนและลึกลับ
ทุกอย่างจะจบสิ้นลงทันที
ที่เราทราบชื่อเสียงเรียงนาม
ตำนานของบุคคลนิรนาม "
Louise Welsh


น่าจะหมายความรวมถึง
ศพทหารนิรนามในหลายประเทศ
ที่ทุกวันนี้ยังไม่ยอมมีชาติใด
นำกระดูกขึ้นมาตรวจสอบ DNA
เพื่อยืนยันว่าเป็นญาติพี่น้องกับใครบ้าง



เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2CaLYb9
https://bit.ly/2PYxm1y






The Inconnue de la Seine at the International Life Cast Museum, in Boston




เรื่องเล่าไร้สาระ


ในยุคอดีตหลายปีที่ผ่านมาแล้ว
ศพจมน้ำตายในแม่น้ำลำคลอง
มักจะโผล่ขึ้นมาหลังจากนั้นราว 2 วัน
และมักจะล่องลอยไปตามสายน้ำ
ก่อนที่จะติดตลิ่ง สิ่งกีดขวาง หรือเสาสะพาน


ทำให้ในแต่ละท้องที่ของท้องถิ่นในไทย
มักจะตั้งเจ้าหน้าที่ไว้ประจำการเคลื่อนย้ายศพ
หรือตกลงกับพวกอาสามูลนิธิต่าง ๆ ในเรื่องศพลอยน้ำมา
ด้วยการขอให้เขี่ยศพไปให้ไกล ๆ จากท้องที่ที่ต้องรับผิดชอบ
ในการสืบสวนสอบสวนและชันสูตรพลิกศพ
เพราะมักจะต้องเสียเวลาตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน
เพื่อชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการตายว่าเพราะเหตุใด
รวมทั้งการหาพยานหลักฐานต่าง ๆ มากมาย


แถวบ้านในอดีตจึงมักจะมีตำนานเล่าขาน
เพราะศพลอยน้ำมักจะมาจาก
ทางอำเภอสะเดาลอยมาทางคลองอู่ตะเภาก่อนเข้าหาดใหญ่
ก็มักจะมีพลเมืองดีเขี่ยให้พ้นออกไปจาก
เขตพื้นที่สอบสวนรายทางอำเภอหาดใหญ่
ให้ไปเข้าในเขตพื้นที่สอบสวนอำเภอบางกล่ำ(เดิมเป็นอำเภอหาดใหญ่)
ส่วนถ้าเป็นไปได้ที่อำเภอบางกล่ำเจอก่อน
ก็มักจะรีบเขี่ยศพให้กลับไปอำเภอหาดใหญ่
หรือเขี่ยศพให้ไหลลงไปในทะเลสาบสงขลา
ซึ่งจะกลายเป็นพื้นที่สอบสวนอำเภอเมืองสงขลา


เช่นเดียวกับที่คลองวง
คลองธรรมชาติที่กั้นระหว่างอำเภอหาดใหญ่กับอำเภอเมืองสงขลา
ในยุคอดีตก็มักจะมีการแย่งชิงกันเขี่ยศพให้พ้นจากพื้นที่สอบสวน
เวลาน้ำขึ้นน้ำลงศพก็มักจะไหลทวนน้ำตามน้ำในบางช่วงเวลา


แต่ปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือถ่ายภาพของพลเมืองดีมีมาก
มักจะชอบถ่ายภาพต่าง ๆ แชร์กันในสื่อออนไลน์
รวมทั้งอาสาของมูลนิธิต่าง ๆ มีจำนวนมากแล้ว
ต่างจับตาสอดส่องและดูแลสิ่งแปลกปลอมกันเอง
การกระทำดังกล่าวจึงเริ่มลดน้อยลงกว่าเดิมมาก


พฤติกรรมดังกล่าวมีมาช้านานมากแล้วในเมืองไทย
ตามที่อาจารย์ด้านนิติเวชวิทยามักจะเล่าให้ฟัง
รวมทั้งหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ มักจะเขียนเรื่องราว
แบบเล่าสู่กันฟังถึงการสืบสวนสอบสวนคดีศพลอยน้ำ


เพราะพื้นที่สุดท้ายที่เจอศพต้องรับผิดชอบ
ในการทำคดีให้ถึงที่สุดว่าลอยมาจากไหน
ตายเพราะสาเหตุใด ระยะเวลาการตาย
ติดต่อญาติพี่น้องได้หรือไม่ ใครเป็นคนพบศพคนแรก
ถ้าติดต่อญาติพี่น้องไม่ได้เลยก็ต้องสรุปสำนวนคดี
แล้วจำหน่ายคดีเป็นศพไร้ญาติ/ศพอนาถาต่อไป




Create Date : 02 กันยายน 2561
Last Update : 2 กันยายน 2561 23:57:28 น. 0 comments
Counter : 370 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.