ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กันยายน 2560
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
14 กันยายน 2560
 
All Blogs
 
ไทยแลกดินแดน


ข้อตกลงเบื้องต้น

สำหรับการเขียนเรื่องนี้ขอเขียนแบบกึ่งเรื่องสั้น
เพราะเอกสารบางส่วนหายไปกับน้ำหลายปีก่อน
รวมทั้งเหตุการณ์ก็ผ่านมาเนิ่นนานมากแล้วเช่นกัน





ที่ตรงชายแดนปาดังเบซาร์ มีศาลเจ้าแป๊ะกง
ที่เป็นศาลเจ้าจีนอเนกประสงค์ของคนที่นั่น
งานศพ งานแต่งงาน มักจะจัดกันที่นั่น
แบบ First Come First Serve
เพราะจริง ๆ แล้ว ตามประเพณีคนจีน
ฤกษ์แต่งงานกับฤกษ์ออกศพ
จะถือว่าเป็นเรื่องมงคลเหมือนกัน
ให้ลองสังเกตได้จากวันมงคลสมรส
กับวันออกศพของคนจีนมักจะตรงกับวันเดียวกัน


ที่ดินผืนใหญ่ที่ถัดจากศาลเจ้าแป๊ะกง
เป็นที่ดินแปลงใหญ่พอสมควร เป็นที่ No Man's Land
คือ ที่ดินที่ยังไม่ชัดเจนว่า เป็นดินแดนของไทยหรือของมาเลย์
อยู่ถัดจากรางรถไฟสายหาดใหญ่ ปาดังเบซาร์
ค่อนมาทางฝั่งปาดังเบซาร์ฝั่งไทยในยุคนั้น
มีนายทุนใจกล้าเข้าไปลงทุนปลูกห้องแถวชั้นเดียว
แล้วปล่อยให้คนเช่าร้อยกว่าหลังคาเรือน
รวมกับพวกบุกรุกล่วงหน้าไปแล้วส่วนหนึ่ง
คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 5,000 คนในบริเวณ No Man's Land ยุคนั้น
สถานที่นี้จึงเป็นแหล่งซ่องสุมสินค้าหนีภาษี บ่อนการพนัน ฯลฯ
เพราะการจับกุมคนร้าย/ผู้ต้องหาภายใน No Man's Land
ตัองใช้ตำรวจสองชาติสนธิกำลังเข้าจับกุมพร้อมกัน
และต้องตกลงกันก่อนล่วงหน้าว่าจะฟ้องที่ชาติไหน
เลยมักจะเกี่ยงกัน ไม่มีใครอยากเป็นเจ้าภาพเรื่องแบบนี้
คนทำผิดกฎหมายเลยอยู่กันอย่างสบาย ๆ ในพื้นที่นั้น




ตำบลปาดังเบซาร์เดิมเป็นหมู่บ้านขนาดย่อม
มีประชากรแจ้งในทะเบียนราษฏร์ไม่เกินกว่า 10,000 คน
แต่ที่ไม่แจ้งย้ายทะเบียนราษฏร์มีไม่ต่ำกว่า 20,000 คนขึ้นไป
ตอนที่ ตำบลปาดังเบซาร์จัดตั้งขึ้นมานั้น
มีการแยกหมู่บ้านและพื้นที่ออกมาจากตำบลเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ตั้งเป็นตำบลใหม่อีกแห่งหนึ่ง โดยมีการแบ่งเนื้อที่เขตปกครองมาจาก
ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

ที่ดินเกือบทั้งหมดในตำบลปาดังเบซาร์
เป็นที่ดินราชพัศดุกว่า 20,000 ไร่
ที่มีเอกสารสิทธิ์มีน้อยมากไม่ถึง 10% ในตอนแรก
คนส่วนใหญ่จึงเช่าที่หลวงกับบุกรุกที่หลวง
แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาในยุคแรก ๆ กับยุคต่อมา

เรื่องที่ Amazing มากที่สุดคือ Padang Besar
เรียกชื่อไทยกับสะกดชื่ออังกฤษแบบเดียวกับมาเลย์
ในฝั่งมาเลย์ Padang Besar อยู่ในเขต กะงะ Kanga รัฐเคดาห์(ไทรบุรี)
คนไทยมักจะอ่านผิดว่า คันกา หรือ คังก้า
หนังสือราชการไทยจึงต้องระบุให้ชัดเจนว่า ฝั่งไทย หรือ ฝั่งมาเลย์
Padang คือ ที่ราบ Besar คือ กว้างใหญ่




วันเสียดินแดนครั้งแรก

วันนั้นคนไทยมุสลิมมาจากปัตตานี
ที่นี่มีคนปัตตานีมาทำมาหากินที่ปาดังเบซาร์จำนวนมาก
จนกระทั่งมีแท็กซี่สายปัตตานี-ปาดังเบซาร์
มีรถแท็กซี่วิ่งไปกลับทุกวัน ๆ ละเที่ยว

คนปัตตานีคนนั้น ขุดหลุมในที่ No Man's Land จะทำส้วม
ขุดไปเจอไม้หลักทาสีเขียวเป็นไม้เนื้อแข็งฝังอยู่ในดิน
มีผู้รู้บอกว่าเป็นหลักเขตสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนปักปันดินแดน
ระหว่างสยามรัฐกับอังกฤษยุคล่าอาณานิคมปกครองมาเลย์
พอทราบเรื่องนี้ ทั้งทางการมาเลย์กับไทยต่างเข้าไปดูเสาต้นนี้กันมากในช่วงนั้น
จำได้ผมเคยถ่ายภาพเสาต้นนี้ไว้ แต่น้ำท่วมพัดพาภาพไปพร้อมกับฟิล์มด้วย





ต่อมา เพียงระยะเวลาปีเศษ
มาเลย์เริ่มรังวัดปักปันดินแดนใหม่
ศาลเจ้าแป๊ะกง จึงตกอยู่ในเขตมาเลย์
คนไทยเชื้อสายจีนกับคนจีนมาเลย์ในพื้นที่จึงโวยวาย
เพราะเวลาจะทำพิธีจะยุ่งยากมาก

ศาลเจ้าแป๊ะกงอยู่ภายในรั้วลวดหนาม
ผมยังจำภาพศาลเจ้าแป๊ะกงมีรั้วลวดหนามกั้นไว้ว่าเป็นของมาเลย์
จนต้องมีมือดี แอบเจาะทำช่องคนเดินรอดเข้าออกไปไหว้แป๊ะกง
เพราะศาลเจ้าแป๊ะกง ในด้านฝั่งไทยติดกับถนนใหญ่
ถ้ามาจากฝั่งมาเลย์ต้องเดินมาตามทางรถไฟ
เรียกว่า การจะเข้าออกศาลเจ้าแป๊ะกงทุลักทุเลมากในช่วงนั้น

ผมยังจำได้ว่า เคยถามคนปาดังเบซาร์ว่า
ทำไมเอางิ้วจีนมาเล่นที่ศาลเจ้าแป๊ะกงทุกปี
ในวันเฉลิมฉลองวันเกิดของแป๊ะกง
ผมฟังก็ไม่ออก ฟังก็ไม่รู้เรื่องเพราะเล่นเป็นภาษาจีน
มีคนท้องถิ่นเฉลยให้ผมฟังว่า
เขาเล่นให้แป๊ะกงดู ไม่ใช่เล่นให้เธอดู
ทำเอาผมเงิบไปเลยพูดไม่ออกอีกเลย




ในเขตปาดังเบซาร์ ในรัฐนี้เป็นเขตของพรรคบาส พรรคฝ่ายค้านมาเลย์
ทึ่นิยมการใช้หลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดในการบังคับกับคนมุสลิม
เช่น หยุดงานวันศุกร์ ห้ามคนมุสลิมกินเหล้า (คนศาสนาอื่นไม่เกี่ยว)
คนมุสลิมต้องแต่งตัวรัดกุมตามหลักศาสนา
ต้องไปมัศยิศทุกวันและโดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกวันศุกร์ ถ้าไม่ทำจะมีโทษปรับ
แต่ถ้าทำผิดโทษหนักผิดหลักศาสนาอิสลามจะเฆี่ยนก่อนติดคุก
มีเพียง 4 รัฐในมาเลย์ที่หยุดงานวันศุกร์จาก 13 รัฐ กับอีก 3 ดินแดน
นักการเมืองไทยบางคนชอบพูดคลุมเครือ
จนฟังแล้วดูเหมือนว่า มาเลย์หยุดวันศุกร์ทั้งประเทศ

ในมาเลย์มีหลายรัฐมากในตอนนี้
ที่ใช้วิธีการที่แยบยลมากในการปิดกิจการเกี่ยวกับเรื่องร้านเหล้า
ขายหมู หรือเรียกกันว่า Babi (บาบี้) แต่ถ้าสนิทกันมักจะล้อกันเล่นว่า เบฟ
ด้วยวิธีการค่อย ๆ Terminate หรือ บอนไซธุรกิจเกี่ยวกับหมู
โดยวิธีการยกเลิกใบอนุญาตทันที กรณีที่ทำผิดกฎหมายมาเลย์
หรือใช้วิธีค่อย ๆ ปิดกิจการใบอนุญาตผู้ค้าขายสุกร
เช่น คนทำหมูสามชั้น หมูย่าง หมูแดง หรือผู้เลี้ยงหมูรายย่อย ในมาเลย์
ถ้าเจ้าของใบอนุญาตเสียชีวิตลง
ก็จะไม่ต่อใบอนุญาตฉบับใหม่ให้กับครอบครัวคนตายอีก
เรียกว่าต้องเปลี่ยนไปขายอาหารอย่างอื่นที่ไม่มีหมูเป็นตัวชูโรง

ธุรกิจร้านอาหารประเภทหมูสามชั้น หมูย่าง หมูแดง 
หรือฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดย่อม จึงเริ่มหายากในมาเลย์
รวมทั้งจะไม่มีการอนุมัติใบอนุญาตฉบับใหม่ที่เกี่ยวกับสุกร
โดยเริ่มขยายแนวคิดนี้ในหลายรัฐของมาเลย์แล้ว
เรียกว่าอีกหน่อยการจะหาหมูกินในมาเลย์
จัดว่าเป็นอาหารหายากและเป็นลาภปากยิ่งนัก





ส่วนที่ No Man's Land พอมาเลย์ปักปันเขตเรียบร้อยแล้ว
มาเลย์ได้นำรถแบคโฮวเข้าไปรื้อถอนบ้านที่ปลูกอยู่ข้างในทั้งหมด
โดยใช้ Combat ถือปืนกลมายืนคุมการทำงานของรถแบคโฮว
Combat มาเลย์คล้ายตำรวจตระเวณชายแดนไทย
แต่ของมาเลย์จะเป็นแบบ 2 In 1 คือ เป็นทั้งทหารและตำรวจ
ขอบเขตอำนาจหน้าที่มากกว่าตำรวจทั่วไป

ผมจำได้ว่า ผมยังไปยืนดูการรื้อถอนตรงฝั่งไทย
และภายในที่ No Man's Land ก็ไม่มีใครกล้าดื้อแพ่ง
เพราะที่นั่นกฎหมายแรง ทำจริง ยิงจริง แบบทำตามกฎหมายชัดเจนมาก
ทำให้คนมาเลย์มาเที่ยวไทยเหมือนคนปล่อยออกจากเรือนจำ
เพราะที่นั่นกฎหมายแรง เช่น ขับรถเร็วเกินไป หรือ ขับรถย้อนศร ไม่ข้ามทางม้าลาย
ถ้าเกิดถูกรถชนตายจะตายฟรี
กับต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ให้คนขับรถยนต์ที่ถูกกฎหมายด้วย




ปัญหาศาลเจ้าแป๊ะกง

มึการเจรจากันในระดับทวิภาคีไทย-มาเลย์
ได้ข้อตกลงร่วมกันคือ แลกดินแดนขนาดพื้นที่เท่ากัน
มาเลย์ยอมให้ศาลเจ้าแป๊ะกงกับพื้นที่บางส่วนเป็นของฝั่งไทย
แล้วมาเลย์จัดการรื้อลวดหนามเดิมออกทั้งหมด
แล้วล้อมรั้วลวดหนามปิดกั้นเฉพาะฝั่งมาเลย์ไว้

ส่วนไทยยอมแลกดินแดนขนาดพื้นที่เท่ากัน
ตรงด่านวังประจัน ที่อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ที่ตั้งด่านมาเลย์ในทุกวันนี้
เลยเรื่องนี้ต่างจบกันแบบ Win Win ทั้งสองฝ่าย
แต่มีคนไม่รู้เบื้องหลังเรื่องนี้ บอกไทยเสียดินแดนที่สตูลสมัย Big จิ๋ว
เพราะตลาดนัดที่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งมาค้าขายกันในทุกวันเสาร์อาทิตย์
แต่เดิมเคยค้าขายตรงจุดเดิมใกล้กับด่านมาเลย์ปัจจุบัน
คนไทยถูกไล่ที่ ให้ถอยร่นเข้ามาฝั่งไทยไกลจากจุดเดิมมาก




อนึ่งตรงด่านวังปะจัน ถ้าขับรถผ่านมาเลย์
จะเข้ามาฝั่งไทยได้ที่ปาดังเบซาร์ราว 30 กิโลเมตร
มาที่หาดใหญ่อีก 60 กิโลเมตร ย่นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร
แต่ถ้ามาจากสตูลมาหาดใหญ่ร่วม 100 กิโลเมตร
และจากหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์อีก 60 กิโลเมตร
รวมระยะทางวิ่งกว่า 160 กิโลเมตร

ตรงวังปะจัน อำเภอควนโดน
มีเทือกเขาสูง มีทะเลบัน เป็นหลุมขนาดใหญ่มาก
เพราะดินยุบตัวลงไปจนเป็นผืนน้ำขนาดใหญ่
แต่ถ้าปีนข้ามเขาสูง จะลงมาที่น้ำตกโตนงาช้าง อำเภอหาดใหญ่
พวกอำเภอกับป่าไม้เคยชวนผมไปปีนข้ามอำเภอกัน
แต่ผมปอดแหกเพราะรู้ว่าเทือกเขาสูงชัน
ทั้งยังมีสัตว์ดุร้ายและมีพืชกับสัตว์มีพิษจำนวนมาก
เลยสบายกว่ากันเยอะเลย อยู่เฉย ๆ ดีกว่า




ในระดับท้องถิ่นไทยกับมาเลย์
มีปัญหาข้อพิพาทชายแดนกระทบกระทั่งกันน้อยที่สุด
เมื่อเทียบกับชายแดนอื่น ๆ ที่ติดต่อกับประเทศไทย
เพราะเคยมีหลายครั้งแล้ว ที่คนไทยหลงลืมพกอาวุธปืนเข้ามาเลย์
ตามกฎหมายมาเลย์มีโทษประหารชีวิตสถานเดียวไม่มีการอภัยโทษ
แต่พวกข้าราชการไทยกับมาเลย์ในระดับสูง มักจะคุยกันได้
แล้วไทยมักจะขอส่งตัวผู้ต้องหาคนไทยกลับมาไทยแบบเป็นอันรู้กัน
แต่บางทีมาเลย์ก็ยึดอาวุธไว้ บางทีก็ไม่ยึดแล้วแต่มาเลย์

เพราะเคยมีคนไทยขับรถลึกเข้าไปในฝั่งมาเลย์
ตามเส้นทางลัดที่ชาวบ้านใช้งานกัน
แบบไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเลย์
ถูกทางมาเลย์สอบถามก็บอกว่าเป็น Officer หรือ Public Servant
ทางมาเลย์ก็บอกว่า มาไม่ได้เส้นทางนี้
แล้วให้กลับรถยนต์เพื่อไล่กลับฝั่งไทย
แบบไม่อยากจับกุมเพราะเป็นความผิดเล็กน้อย
กับรู้ว่าจับไปเดี๋ยวก็ต้องปล่อยอีกเสียเวลาจับ
เพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน

ส่วนชาวบ้านก็ไปมาหาสู่กันตามปกติ
เพราะเวลามีงานเลี้ยงในปาดังเบซาร์
สมัยก่อนด่านไทยปิด 6 โมงเย็น ด่านมาเลย์ปิด 5 โมงเย็น
รถยนต์จึงวิ่งเข้าออกระหว่างสองประเทศไม่ได้แล้ว
เพราะเวลามาเลย์เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

แต่เวลามีงานเลี้ยงแต่งงาน งานศพ งานมหกรรมต่าง ๆ
ชาวบ้านจะเดินมางานที่ฝั่งไทยหรือมาเลย์
โดยจะเดินไปกลับจนกว่างานจะเลิกโดยปริยาย
แต่ทุกคนต้องเดินมาตามเส้นทางรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์
ทางตำรวจทั้งสองฝั่งก็ไม่ว่าอะไรจะอนุโลมให้
ถ้าบอกมางาน แต่ถ้าวันธรรมดาจะไม่อนุญาต
เพราะเกี่ยวกับกฎระเบียบความมั่นคงส่วนหนึ่ง





ที่มีปัญหาเลึ้ยงโจร คือ นักการเมืองทั้งสองฝั่ง
เพราะเลี้ยงโจรไว้คุมฐานเสียงกับข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม
มีการประมาณการว่า มีคนไทยสองสัญชาติไม่น้อยกว่า 400,000 คน
เรียกว่ามีทั้งคนไทยพุทธ แต่ไทยมุสลิมมีมากกว่า
การมีสองสัญชาติ คือ ถือสัญชาติไทยกับสัญชาติมาเลย์
ทำให้เดินทางเข้าออกระหว่างทั้งสองประเทศสะดวกสบายมาก
แบบปลาสองน้ำที่ว่ายไปมาระหว่างน้ำสองประเภทได้

คนสองสัญชาติ ทำให้มีผลได้เสียกันมากเวลาเลือกตั้ง
เพราะนักการเมืองต้องการคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุด
การชนะรับเลือกตั้งมักจะชี้ขาดตรงเสียงจัดตั้งว่าใครมีมากกว่าใคร
รวมทั้งการส่งคนสองสัญชาติกระจายไปลงคะแนนเสียงในแต่ละรัฐ/จังหวัด
ทั้งนี้เพราะการมีผลประโยชน์ร่วมกันของนักการเมืองทั้งสองฝั่ง
เลยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมสรุปเรื่องนี้หรือเปิดการเจรจาทวิภาคี
ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ในเรื่องให้คนไทยถือเพียงสัญชาติเดียว




ส่วนการแลกดินแดนอีกแห่งคือ การซ่อมบำรุงทางรถไฟ
สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ คือชื่อฝั่งมาเลย์ แต่ชื่อสถานีสอง ที่ฝั่งไทย
ในการซ่อมบำรุงทางรถไฟ
ช่างมาเลย์จะข้ามเข้ามาในเขตแดนไทยร่วม 10 กิโลเมตร
ส่วนที่สถานีสุไหงโก-ลค
ช่างฝั่งไทยจะข้ามเข้าไปในเขตแดนมาเลย์ร่วม 10 กิโลเมตรเช่นกัน
ทั้งนี้ต้องทำงานภายในบริเวณเขตรางรถไฟ
ไม่ใช่เพ่นพล่านไปบริเวณอื่น ๆ
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงทางรถไฟ
ทั้งนี้เป็นข้อตกลงร่วมกันทั้งสองฝั่งนานมากแล้ว

ในที่ฝั่งไทยบริเวณที่ดินรถไฟจะวัดออกจากรางซ้ายขวาข้างละ 40 เมตร
ตามกฎหมายที่ตราไว้ตั้งแต่สมัยพระปิยะมหาราชช่วงตั้งกิจการรถไฟ
โดยมีวิศวกรอังกฤษเป็นแกนนำและที่ปรึกษาการสร้างทางรถไฟ
เลยรถไฟมีพื้นที่ข้างสองทางว่างมาก
ทำให้ชาวบ้านบุกรุกทำประโยชน์สองข้างทางรถไฟจนทุกวันนี้



เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนที่จะเลือนหายไปเหมือนรถไฟใช้หัวรถจักรไอน้ำ




Create Date : 14 กันยายน 2560
Last Update : 14 เมษายน 2561 14:13:19 น. 0 comments
Counter : 964 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.