ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2563
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
7 มิถุนายน 2563
 
All Blogs
 
สุนัขถีบกงล้อปีศาจเพื่อย่างเนื้อในอดีต




สุนัขถีบกงล้อปีศาจ เพื่อหมุนที่ย่างเนื้อกับไม้ฟืน ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
ใน Newcastle เขต Carmarthen แคว้น Wales, ในปี 1869
Ann Ronan Pictures/Print Collector/Getty Images
.
ภาพวาดลายเส้นด้านบนคือ ภายในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
ที่ Newcastle แคว้น Wales ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19
ชายหญิงกำลังนั่งบนโต๊ะซุบซิบนินทา
หรือกำลังกินเหล้า/สูบบุหรี่ เพื่อรอให้เนื้อย่างสุกก่อน
ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างกองไฟ
กำลังดูเครื่องย่างเนื้อขนาดเล็กที่หมุนได้
โดยมีสุนัขตัวเล็ก ๆ กำลังวิ่งอยู่ในกงล้อ
แบบหนูแฮมสเตอร์ตัวเล็ก ๆ ที่วิ่งอยู่ในกงล้อ (หนูถีบจักร)

กงล้อแขวนห้อยลงมาจากเพดาน
ภายในมีสุนัขกำลังวิ่งอยู่ในกงล้อ
กงล้อที่เชื่อมผ่านสายโซ่
จะไปหมุนเพลาแกนเหล็ก
ให้หมุนรอบตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง
ทำให้เนื้อย่างที่เสียบเหล็กอยู่
เนื่อย่างบนเตาไฟจะหมุนรอบตัวได้
ทำให้เนื้อมีโอกาสสุกได้ทั้งก้อน

ทั้งนี้ สายพันธุ์สุนัขผ่านการคัดสรรมาอย่างดีแล้ว
มีคุณลักษณะขาสั้น หัวโต และใบหูตก
Carl Linnaeus นักสัตววิทยาชื่อดัง
ตั้งชื่อพวกมันว่า Canis vertigus
มาจากภาษาละตินความหมายว่า
สุนัขเวียนหัว เพราะพวกมันต้องวิ่งตลอดเวลา


หน้าที่ของสุนัขถีบกงล้อปีศาจ คือ
การทำให้ที่ย่างเนื้อหมุนตลอดเวลา
มันเป็นงานที่น่าเบื่อหน่ายประเภทหนึ่ง
ที่ครั้งหนึ่งเป็นงานของเด็กชายตัวเล็ก ๆ
ที่โชคไม่ดีต้องอยู่ในการอุปถัมภ์ของ
ครอบครัวเศรษฐีหรือพวกขุนนางศักดินา
เด็กชายนั้นต้องทำงานในบริเวณเตาไฟที่เปิดโล่ง
ซึ่งมีความร้อนแทบจะทนทานไม่ได้เลย
เพราะใช้เวลานานหลายชั่วโมงมาก
ในการหมุนเนื้อย่างเพื่อให้เนื้อได้ย่างไฟจนสุกอย่างทั่วถึง

แต่ในศตวรรษที่ 16 และ 17
บางครัวเรือนทั่วสหราชอาณาจักร
เริ่มใช้พวกสัตว์เข้ามาทำงานแทนเด็กชายตัวเล็ก ๆ
สุนัขมีลักษณะที่โดดเด่นมากกว่ามาก
แต่มีบันทึกในบางฉบับเช่นกันที่ระบุว่า
พ่อครัวบางคนชอบใช้ห่านมากกว่า
เพราะความแข็งแกร่งและความยุ่งยากน้อยกว่า

เพื่อทำให้กงล้อหมุนได้ อุปกรณ์ปีศาจจึงถูกสร้างขึ้นมา
มันประกอบด้วยล้อกลวงเหมือนกับกงล้อของหนูถีบจักร
มีเพลาเหล็กย่างเนื้อที่หมุนได้เชื่อมต่อกับสายโซ่/สายพาน
ในขณะที่สุนัขวิ่งบนกงล้อเหมือนกับหนูถีบจักร กงล้อก็หมุนไปเรื่อย ๆ
แล้วไปทำการขับเคลื่อนเพลาเหล็กย่างเนื้อให้หมุนตามกันไป
ในกรณีต้องการให้เพลาหมุนช้าหมุนเร็วก็จัดการกับน้ำหนักที่ถ่วงไว้ตรงแกนเพลา

โดยกงล้อหมุนมักจะวางไว้ให้ห่างจากไฟ เพื่อไม่ให้สุนัขร้อนเกินไป
นั่นคือ ความเมตตาของคนเลี้ยงที่มอบให้กับสุนัขที่น่าสงสาร
มันคือ สิ่งมีชีวิตที่กลายเป็นเครื่องมือใช้ในครัวอีกชิ้นหนึ่ง
ที่ต้องมาทำหน้าที่แทนครื่องจักรหรือทำงานแทนเด็กชายตัวเล็ก ๆ
คนทำครัวมักจะเตะมันหรือเฆี่ยนมันเพื่อให้มันวิ่งบนกงล้อให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งก็โยนถ่านติดไฟเข้าไปกงล้อ เพื่อทำให้สุนัขตกใจจะได้วิ่งเร็วขึ้น

2.



สุนัขถีบกงล้อ ช่วงปี 1890 วาดโดย E.F. King's
Ten Thousand Wonderful Things Courtesy of Jan Bondeson

 
 
พาไปดูหนูถีบจักร น่ารักทุกตัว ที่ซีคอนบางแค เขตบางแค กทม.
 



สุนัขถีบกงล้อปีศาจ มักจะทำงานกันเป็นคู่
เพื่อแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกันกับงานประจำ
" สุนัขค่อนข้างสงบเงียบ/ยอมทุกข์ทนกับเวลาทำงานที่แสนยาวนาน
และค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยกับงานที่ต้องทำแทบทุกวัน
จนกว่าจะได้รับคำสั่งให้ออกมาจากกงล้อปีศาจ
พร้อมกับบังคับให้สุนัขอีกตัวเข้าทำงานหนักแทนที่
จนกว่างานประจำวัน(ย่างเนื้อ) จะเสร็จในแต่ละวัน
John George Wood กับงานเขียน
The Illustrated Natural History ที่ตีพิมพ์ในปี 1853

การแบ่งงานกันทำที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าของ
มักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขต้องต่อสู้และกัดกัน
ในหนังสือเกี่ยวกับห้องครัว โดย John Cordy Jeaffreson เขียนว่า:
การที่สุนัขถูกทารุณกรรมโดยคนเกือบทุกคน
และถูกเย้ยหยันโดยสุนัขในบ้าน(ที่เลี้ยงดูต่างหาก)

สุนัขทำงานถีบกงจักรปีศาจทั้งคู่เหมือนถูกคำสาป
แต่ละตัวต่างกัดซึ่งกันและกันเป็นประจำ
ต่างตัวต่างหาว่าอีกตัวหนึ่งอู้งาน
และหลบเลี่ยงงานประจำในการถีบกงล้อปีศาจ
และความโกรธเกรี้ยวระหว่างสุนัขด้วยกันเอง
บางครั้งพวกมันจะกัดกันจนตายไปข้างหนึ่ง

เรื่องเล่าของ Buffon เกี่ยวกับเรื่องราวของ
สุนัขถีบกงล้อปีศาจที่หลบหนีออกมาได้
จากห้องครัวของ Duc de Lianfort ในปารีส
ได้วิ่งเข้าไปหาคู่หูของมันและฆ่าเพื่อนมันเลย
เพราะถูกสุนัขตัวนั้นแสร้งทำเป็นป่วยเพื่อจะได้ไม่ต้องทำงาน
ทำให้สุนัขตัวแรกต้องทำงานหนักมากกว่าเดิม

เหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กันนี้ก็เคยเกิดขึ้นที่
Jesuit’s College of La Flèche
ที่สุนัขถีบกงล้อปีศาจเกิดหวิบ(โกรธ)อย่างแรง
เพราะถูกบังคับให้ทำงานหนักแทนคู่หูของมัน
และเมื่อมันออกมาจากกงล้อปีศาจได้
มันก็ไล่ล่าคู่หูทรยศทันที หลังจากที่ป๊ะกัน
ก็เกิดการกัดกันอย่างดุเดือด จนกระทั่งคู่หูมันตายลง

สุนัขถีบกงล้อปีศาจยังมีการใช้งานอื่นนอกเหนือจากห้องครัว
เช่น ถีบกงล้อหีบผลไม้(เช่น องุ่น แอปเปิล)
ถีบเครื่องปั่นเนย ถืมเครื่องปั๊มน้ำไปใช้ ถีบเครื่องสีข้าวของโรงสีข้าว

พอวันอาทิตย์ ครอบครัวก็จะพาสุนัขถีบกงล้อปีศาจไปที่โบถส์คริสตจักรด้วย
เพราะคนเหล่านี้ต้องการสุนัขมานอนที่เท้าให้เท้าอุ่นขึ้น
 

3.


 



มีเรื่องเล่าครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในโบสถ์คริสตจักรที่ Bath
ระหว่างที่ Bishop of Gloucester กำลังเทศน์และพูดประโยคตอนที่ว่า
ในตอนที่ Ezekiel ได้เห็นกงล้อ และขณะที่กล่าวคำว่า กงล้อ ดังขึ้นมา
พวกสุนัขถีบกงล้อปีศาจต่างรีบวิ่งไปยังประตูโบสถ์เพื่อพร้อมจะหลบหนีทันที


สุนัขถีบกงล้อปีศาจจะมีการคัดเลือกสายพันธุ์
ด้วยการผสมสายพันธุ์สุนัขที่แตกต่างกัน
โดยนักคัดสายพันธุ์สุนัขชาวอังกฤษ
เพื่อหาสุนัขพันธุ์ชนิดพิเศษสำหรับการทำงานนี้
โดยมีคุณลักษณะต้องมีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในกงล้อปีศาจ
ต้องทนถึก แข็งแรง มีพลัง และฉลาดพอพร้อมที่จะได้รับการฝึกฝน

Charles Darwin มักอ้างถึง สุนัขถีบกงล้อปีศาจ
ว่านี้คือตัวอย่างของการคัดเลือกสายพันธุ์และพันธุวิศวกรรม
ให้ดูตัวอย่าง สุนัขถีบกงล้อปีศาจ Turnspit
นี่คือ วิธีการที่ผู้คนสามารถเลี้ยงสัตว์
เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะทาง


ในปี 1750 สุนัขถีบกงล้อปีศาจมีอยู่ทั่วไปในสหราชอาณาจักร
แต่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 กงล้อปีศาจถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร
ที่เป็นเครื่องจักรกลที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนด้วย
การไขลานให้ทำงานแบบนาฬิกาเข็มไขลานสมัยก่อน
หรือการใช้พลังงานไอน้ำ หรือน้ำหนักถ่วงให้ข้าวของขึ้นลง หรือขดลวดสปริง
พลังงานเหล่านี้ต่างเข้ามาแทนที่สุนัขถีบกงล้อปีศาจ
และแล้วสายพันธุ์สุนัขนี้ก็ค่อย ๆ หายไปในที่สุด

หลายคนเชื่อว่าสุนัขสายพันธุ์นี้ปรับเปลี่ยนกลายพันธุ์
เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่รู้จักกันในทุกวันนี้ เช่น
Welsh Corgi หรือ Glen of Imaal terrier

ทุกวันนี้คงเหลือตัวอย่าง
สุนัขถีบกงล้อปีศาจตัวสุดท้าย
ที่ใช้เทคนิคการทำให้ซากสัตว์คงสภาพเหมือนมีชีวิต
จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก
ในบริเวณปราสาทโบราณ Norman
ที่ Abergavenny แคว้น Wales


เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2z518Ol
https://bit.ly/2Z7Avmv
https://n.pr/2zKxDRQ
 
 

4.



สุนัขถีบกงล้อปีศาจ
 

5.



Whiskey สุนัขถีบกงล้อปีศาจที่ใช้เทคนิคการทำให้ซากสัตว์คงสภาพเหมือนมีชีวิต
จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Abergavenny Museum ใน Wales. Photo: The Kitchen Sisters
 

6.




ในยุค 1750 มีสุนัขถีบกงล้อปีศาจแทบทุกหนทุกแห่ง
ในปี 1850 เริ่มหาสุนัขถีบกงล้อปีศาจยากแล้ว
ในปี 1900 พวกสุนัขถีบกงล้อปีศาจก็หายไป
Universal History Archive/Getty Images


7.


 


8.




9.



7- 9 © https://bit.ly/366IfqE


10.


A bottle jack (เครื่องย่างเนื้อที่มีลาน/สปริง) ที่มาแทนที่สุนัขถีบกงล้อปีศาจ


11.



Smoke-jack จากโรงงาน Mathematical and Philosophical Works of the Right Rev. John Wilkins (1802)





Turnspit Cur



“ Whiskey คือ สุนัขถีบกงล้อปีศาจตัวสุดท้าย
ที่มีการใช้เทคนิคการทำให้ซากสัตว์คงสภาพเหมือนมีชีวิต "
Sally Davis ภัณฑรักษ์พิพิธภัณฑ์ Abergavenny กล่าว


Canis vertigus หรือ สุนัขถีบกงล้อปีศาจ
เป็นส่วนสำคัญของครัวขนาดใหญ่ทุกแห่ง
ในสหราชอาณาจักรในศตวรรษที่ 16
สุนัขตัวเล็ก ๆ ที่ช่วยทำอาหารนั้น
ต้องผ่านการอบรมให้ทำงานในกงล้อที่หมุน
ใกล้กับบริเวณเตาผิง/เตาไฟในห้องครัว


" พวกมันถูกอ้างถึงในชื่อ สุนัขห้องครัว
หรือสุนัขปรุงอาหาร หรือ cur vernepator
มีการบอกเล่า/อ้างถึงเรื่องนี้ครั้งแรกในปี 1576
และเป็นหนังสือเล่มแรกเกี่ยวกับสุนัขที่มีการตีพิมพ์ "
Caira Farrell ผู้จัดการห้องสมุดและหนังสือสะสม
ที่ Kennel Club ในลอนดอนกล่าว


สุนัขถีบกงล้อปีศาจจะต้องผ่านการฝึกมาโดยเฉพาะ
เพื่อให้พวกมันวิ่งบนกงล้อที่หมุนไปเรื่อย ๆ
ทำให้เนื้อย่างจะค่อย ๆ สุกพร้อม ๆ กันทุกด้าน
ทำให้พวกมันมีอีกชื่อหนึ่งว่า vernepator cur
มาจากภาษา Latin แปลว่า สุนัขที่หมุนวงล้อ


เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 16
หลายคนชอบทำอาหารเนื้อสัตว์ด้วยไฟแบบเปิดโล่ง
การย่างเนื้อแบบไฟเปิดโล่งต้องคอยดูแล
และเอาใจใส่พลิกเนื้อไปมาจากพ่อครัว/แม่ครัว
เพื่อทำให้เนื้อย่างได้รับการพลิกตัวไปมาอย่างสม่ำเสมอ
จะได้สุกทั่วทั้งชิ้นเนื้อที่ย่างไฟในที่เปิดโล่ง


“ ตั้งแต่สมัยยุคกลางเป็นต้นมา
ชาวอังกฤษชอบรับประทานเนื้อวัวย่าง หมูย่าง ไก่งวงย่าง
และพวกนี้จะเย้ยหยันการย่างเนื้อในเตาอบ
เพราะสำหรับคนอังกฤษที่แท้จริงแล้ว
วิธีการกินเนื้อย่างที่ถูกต้อง คือ
การย่างเนื้อในเตาไฟเปิดโล่ง

เมื่อต้องการจะย่างเนื้อสัตว์
สุนัขตัวหนึ่งจะถูกจับใส่เข้าไปในกงล้อไม้
ที่ติดตั้งอยู่บนผนังใกล้กับเตาผิง
กงล้อเชื่อมติดกับโซ่ซึ่งโยงไปที่เพลาหมุนเนื้อย่าง
เมื่อเวลาที่สุนัขวิ่งภายในกงล้อปีศาจเหมือนหนูถีบจักร
เพลาย่างเนื้อหน้าเตาไฟก็หมุนตามไปเรื่อย ๆ

สุนัขถีบกงล้อปีศาจจึงเป็นเครื่องครัว/ชิ้นส่วนของเครื่องจักร
แทนที่จะมองว่าพวกมันคือสุนัข/สัตว์เลี้ยง
เสียงคุโชนของกองไฟผสานเสียงกับกงล้อที่ถูกถีบโดยสุนัข
กงล้อที่แขวนไว้ค่อนข้างสูงห่างจากเปลวไฟ
เพื่อไม่ให้สุนัขร้อนเกินไปและอาจจะเป็นลมได้
ถ้าจะฝึกสุนัขให้วิ่งเร็วขึ้น
ถ่านที่ติดไฟจะถูกโยนลงไปในกงล้อ
ทำให้พวกมันตกใจ/บาดเจ็บจากเปลวไฟ
จะต้องวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมเพราะกลัวถูกไฟลวก


จากภาพวาดสุนัขที่ค่อนข้างทรุดโทรม
พวกมันร่างเตี้ย เล็ก ขาหน้าสั้น มีหัวโต หูตก
บางตัวมีสีเทา หรือขาวปน สีดำ หรือน้ำตาลแดง
พวกมันทนถึก แข็งแรง ทำงานได้หลายชั่วโมง
รวมทั้งการทำงานล่วงเวลาได้เป็นอย่างดี
เพราะมีการพัฒนาสายพันธุ์มาช่วงหนึ่ง
ถึงขนาดนักสัตววิทยา Carl Linnaeus
ตั้งชื่อให้ว่า Canis vertigus
ภาษา Latin สุนัขเวียนหัว
เพราะต้องวิ่งในกงล้อปีศาจตลอดเวลา


ก่อนหน้าที่จะมีการใช้สุนัขทำงาน
หน้าเตาไฟคือหน้าที่ของคนงานที่ฐานะต่ำต้อยมากที่สุด
มักจะเป็นเด็กชายที่ยืนหน้ากองฟางเปียก
เพื่อหลบความร้อนจากเตาไฟที่คุกโชน
ในการหมุนเหล็กย่างเนื้อไปมานานหลายชั่วโมง
มือของเด็กพวกนี้มักจะมีแผลผุพองจากสะเก็ดไฟ
ต่อมาในศตวรรษที่ 16 หน้าที่นี้จึงกลายเป็นของสุนัข


William Shakespeare ได้บันทึกในบทละครเรื่อง
The Comedy of Errors บรรยายถึง
ใครบางคนกลายเป็นสุนัขหางด้วนที่วิ่งอยู่ภายในกงล้อ


สุนัขของผู้ดีมีสกุลจะถูกตัดห้างทิ้งให้เป็นสุนัขหางด้วน
เป็นการบ่งบอกฐานะทางชนชั้นของสุนัข
ส่วนสุนัขของพวกไพร่จะไม่มีการตัดหางทิ้ง


สุนัขพันทาง คือ พวกแรกที่ถูกตัดหางทิ้ง
และถูกใส่เข้าไปในกงล้อปีศาจ


เราได้พบกับ Lucy Worsley
หัวหน้าภัณฑรักษ์ Historic Royal Palaces of London
ที่ Hampton Court Palace ราชนิเวศน์ของ Henry VIII
มีครัวเก่าแก่ที่ไฟยังคุโชนอยู่

Charles Darwin ได้ระบุว่า
สุนัขถีบกงล้อปีศาจ คือตัวอย่างของพันธุวิศวกรรม
ให้ดูตัวอย่าง สุนัขถีบกงล้อปีศาจ Turnspit
นี่คือตัวอย่างที่ผู้คนพัฒนาสายเลือด/สายพันธุ์สุนัข
ให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะทาง "
Sally Davis จาก Abergavenny Museum กล่าว
 

12.


 



Henry VIII's Kitchens at Hampton Court Palace



ในวันอาทิตย์สุนัขถีบกงล้อปีศาจมักจะหยุดพักหนึ่งวัน
สุนัขจะได้รับอนุญาตให้ไปโบสถ์กับครอบครัว
แต่ไม่ใช่เพราะความกังวลเรื่องบาปกรรม/จิตวิญญาณของมัน
เพราะสุนัขมีประโยชน์กับคนในครอบครัวในฐานะเครื่องอุ่นเท้า

จริง ๆ แล้วสุนัขถีบกงล้อปีศาจก็มีในสหรัฐอเมริกา
Hannah Penn ภริยาของ William Penn ผู้ก่อตั้งรัฐ Pennsylvania
ได้เขียนจดหมายกลับไปที่อังกฤษ
เพื่อขอให้ส่งสุนัขถีบกงล้อปีศาจมาให้เธอด้วย

และที่ Philadelphia หนังสือพิมพ์ของ Benjamin Franklin
ในชื่อ Pennsylvania Gazette ก็มีโฆษณาประกาศขาย
สุนัขถีบกงล้อปีศาจและกงล้อปีศาจด้วยเช่นกัน
นักประวัติศาสตร์ยังระบุว่า สุนับถีบกงล้อปีศาจทำงานหนักมาก
ที่ห้องครัวโรงเตี้ยม Statehouse Inn ในรัฐ Philadelphia

Statehouse Inn กลายเป็นที่สุมหัวของหัวคะแนนนักการเมือง
ที่มาดื่มกินเหล้า Ale กับเนื้อวัวตัดเป็นแผ่นบาง ๆ ย่างไฟ
นักเขียน/นักประวัติศาสตร์ด้านอาหาร William Woys Weaver บอกเราว่า
ในปี 1745 เจ้าของ Statehouse Inn ได้โฆษณาขาย
สุนัขถีบกงล้อปีศาจที่คัดสายเลือด/สายพันธุ์แล้ว

สุนัขถีบกงล้อปีศาจต่างถูกนำมาใช้งานในห้องครัว
ของโรงแรมขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
ในปี 1850 Henry Bergh ผู้ก่อตั้งสมาคมเพื่อการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
Society for the Prevention of Cruelty to Animals
ท่านตกใจมากที่เห็นการทำงานของสุนัขถีบกงล้อปีศาจ
ในโรงแรมแถบ Manhattan ตามคำบอกเล่าของ Weaver
เรื่องนี้คือการทารุณสุนัข ในที่สุดก็นำไปสู่การก่อตั้ง SPCA

ในช่วงปี 1750 มีสุนัขถีบกงล้อปีศาจ
แทบทุกหนทุกแห่งในสหราชอาณาจักร
แต่ในปี 1850 พวกมันเริ่มหายากมากขึ้นแล้ว
และในปี 1900 พวกมันก็หายไปจากท้องตลาด
เพราะเครื่องจักรหมุนได้ราคาถูก ที่เรียกว่า clock jacks
เริ่มเข้ามาทำงานแทนที่สุนัขถีบกงล้อปีศาจ

แต่ถ้าใครยังใช้สุนัขถีบกงล้อปีศาจ
คือคนที่น่าอัปยศอดสูและบ่งบอกถึงความยากจน
และไม่มีเงินซื้อเครื่อง clock jacks ได้

ต่อมา พวกมันกลับกลายเป็นสุนัขตัวเล็กที่น่าเกลียด
มีนิสัยไม่ค่อยดี/เลี้ยงไม่เชื่อง
ส่วนหนึ่งน่าจะถูกทอดทิ้งกลายเป็นสุนัขจรจัด
ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากเลี้ยงดูพวกมัน
ในที่สุดสายพันธุ์นี้จึงสูญพันธุ์ไป
ตามข้อเขียน Jan Bondeson ผู้เขียน Amazing Dogs, a Cabinet of Canine Curiosities
หนังสือเล่มแรกที่ให้รู้เกี่ยวกับสุนัขถีบกงล้อปีศาจ


Whisky เป็นสุนัขถีบกงล้อปีศาจตัวสุดท้าย
ที่ยังเหลืออยู่ในสภาพใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์
ทำให้เหมือนยังมีชีวิตอยู่ในตู้โชว์
ที่พื้นหลังสีฟ้าและประดับด้วยดอกไม้ประดิษฐ์
เพื่อแสดงว่ามีใครสักคนหนึ่งที่ใส่ใจเธออย่างแท้จริง
แต่วิธีโพสต์ท่าของเธอในตู้กระจกโชว์
ทำให้ฉันไม่มั่นใจว่า ท่าย่างเท้าของเธอคือ
ท่าเริ่มต้นท่าแรกในการเริ่มถีบกงล้อปีศาจ

ทุกวันนี้ สุนัขพันธุ์ไหนที่ใกล้เคียงกับ
สุนัขถีบกงล้อปีศาจมากที่สุด
Bondeson คิดว่า น่าจะเป็นสุนัขที่ชื่นชอบ
ของ Queen of England นั่นคือ Welsh Corgi

สุนัขที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบ อ้วนเตี้ย
สุนัขตัวเอ้ที่เคยช่วยทำอาหารให้กับคนครัว
อาจจะเกี่ยวข้องกับสุนัขที่ได้รับการเอาใจใส่อย่างดี
จาก Queen of England Sally Davis กล่าวสรุป

 
 



The Royal Life Of The Queen's Corgis


13.




14.


15.


16.


17.



18.



19.


20.



© https://bit.ly/2Ui1s3P
21.

เรื่องเล่าไร้สาระ


การย่างเนื้อเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย่างเนื้อชิ้นโตโตให้สุก
และกินได้อย่างที่ต้องการต้องใช้เวลานานมาก
และการหมุนหรือพลิกไปมาเรื่อย ๆ
เพื่อให้เนื้อสุกทั่วทุกด้านและได้รับกลิ่นควันไม้เข้าไปอบ
ทำให้เนื้อมีกลิ่นควันหอมนอกเหนือจากเครื่องเทศ

ในไทยจะเห็นได้จากงานช้าง งานเกษตรต่าง ๆ
มักจะย่างวัวทั้งตัว หมูทั้งตัว แพะทั้งตัว เพื่อรอขาย
ซึ่งต้องใช้เวลาร่วมครึ่งวันกว่าจะสุกกินได้
ถ้าใช้เตาอบ(มีฝาปิด)แทนเตาย่างเปิดโล่ง
เนื้อจะสุกเร็วกว่านี้มาก แต่ไม่นิยมทำกัน
เพราะเครื่องเทศและกลิ่นควันจะไม่ซึมเข้าไปในเนื้อ
เหมือนกับการค่อย ๆ ย่างจะเร่งปฏิกิริยา catalyst
คล้าย ๆ กับการตำเครื่องแกงด้วยครกหิน
จะมีรสชาติจัดจ้าน/หอมกว่าตำด้วยครกไฟฟ้า



หัวหน้าพ่อครัวชาวอเมริกัน
เคยเขียนในหนังสือระบุเองว่า
การกินเนื้อย่างประเภท Well Done
คือ การกินเนื้อประเภทถูกพ่อครัวแหกตา
และถ้าสั่งแบบนี้มาก ๆ ก็จะชอบ ๆ จริง ๆ
เพราะพ่อครัวจะนำเนื้อที่แล่เป็นชิ้น ๆ
เข้าไปอบในเตาโครเวฟให้สุกก่อน
แล้วนำมาย่างไฟให้พอไหม้เกรียม ๆ
ก่อนส่งมอบชิ้นเนื้อให้กับลูกค้า
เรียกว่าประหยัดเวลา/ลดต้นทุน
ในการย่างเนื้อได้อย่างมากเลย

ส่วนการย่างเนื้อที่มีฝีมือจริง ๆ
คือ การย่างแบบ Rare นั่นแหละฝีมือ
ยิ่งเชือดเนื้อออกมาแล้วมีเลือดไหลซิบ ๆ ใช่เลย
เพราะต้องใช้เวลากะประมาณการให้สุกแบบนี้
ที่มา เบื้องลึกในครัวลับ : Kitchen Confidential
โดย แอนโทนี บอร์เดน



แต่ปัจจุบันการย่างเนื้อง่ายมากแล้ว
เพราะมีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิภายในเนื้อได้เลย
บอกระยะเวลาในการปรุงสุกได้ง่ายกว่าเดิม
รวมทั้งมี Application บอกเวลาเนื้อสุกได้

มีเพื่อนผมบางคนไม่ยอมกินอาหารกระป๋อง
แกบอกว่าไม่รู้ตายมากี่เดือนแล้วก่อนจะได้กิน

ส่วนเนื้อวัวย่างของครัวฝรั่ง
เนื้อวัวช้ันดีเกรดพรีเมี่ยมจะแช่แข็งมาก่อน
ต้องค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงเป็นระยะ ๆ
โดยใช้ตู้เย็นชนิดพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
เพื่อให้เนื้อวัวคืนสภาพเหมือนเนื้อสดสดใหม่ใหม่
ซึ่งคุณตัน โออิชิ เคยออกรายการโชว์
เรื่องเนื้อวัวพรีเมี่ยมเมืองนอกหลายปีก่อนแล้ว



เนื้อที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว(quick frozen)
สามารถนำมาทำให้ละลายอย่างรวดเร็วได้
โดยการนำเนื้อที่ได้ดังกล่าว
ใส่ในถุงพลาสติกที่ปิดสนิทแล้วแช่ในน้ำอุ่น

แต่ถ้าเนื้อที่ผ่านการแช่แข็งแบบธรรมดา
ควรนำมาทำให้ละลายอย่างช้า ๆ
โดยการนำไปใส่ภาชนะแล้ววางไว้ในตู้เย็น
ซึ่งจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน
หากต้องการให้ละลายเร็ว
ก็ควรนำมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง
แต่ทั้งนี้ต้องระวังการปนเปื้อนจุลินทรีย์ด้วย
ซึ่งจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้าอุณหภูมิในเนื้อนั้นเพิ่มขึ้น
ส่วนเนื้อแช่แข็งที่ผ่านการละลายแล้ว
ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งอีก
เนื่องจากคุณค่าทางโภชนะได้ลดลง
และเนื้อได้มีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์
ในระหว่างการละลายน้ำแข็ง
ที่มา สาระน่ารู้ เนื้อวัวโคขุน การบริโภคเนื้อเนื้อวัว เพื่อสุขภาพ

 

22.


 





สุดยอดโทมาฮอค | Best of 80 days dry aged Tomahawk



Create Date : 07 มิถุนายน 2563
Last Update : 7 มิถุนายน 2563 13:55:53 น. 1 comments
Counter : 290 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี


 
ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 14 มิถุนายน 2563 เวลา:15:14:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.