ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2560
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 สิงหาคม 2560
 
All Blogs
 
ไขความลับการจมเรือดำน้ำรัฐฝ่ายใต้สหรัฐ 150 ปี





ภาพ Conrad Wise Chapman "Submarine Torpedo Boat H.L. Hunley, Dec. 6, 1863."




คนส่วนมากเมื่อคิดถึงยุคแรก ๆ ของเทคโนโลยีเรือดำน้ำ
มักจะเห็นภาพเรือ U-boat (เยอรมันนี) ขนาดใหญ่ในช่วง WWI
แต่ความเป็นจริงแล้ว
เรือดำน้ำลำแรกได้ปรากฏตัวขึ้นในช่วงสงครามปฏิวัติอเมริกา
ตอนที่สหรัฐจะแยกตัวออกมาไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
เรือมีรูปทรงคล้ายฝักรูปลูกโอ๊กที่เรียกกันว่า เต่า Turtle
สามารถบรรทุกผู้ชายหนึ่งลงในน้ำลึกได้
โดยมีจุดประสงค์ที่จะลอบติดวัตถุระเบิดที่เรือศัตรู





ข้อมูลเพิ่มเติม https://goo.gl/E3jvs7



ในปี 1864
H.L. Hunley คือ เรือดำน้ำของฝ่ายใต้
ที่ประกอบขึ้นจากงานฝีมือของช่างตีเหล็ก
ได้จมเรือ USS Housatonic ที่จอดอยู่
นอกชายฝั่ง Charleston ทางตอนใต้ของ Carolina
เรือ H. L. Hunley ยังเป็นตำนานการรบทางเรือ
และเลื่องลือถึงถึงการตายอย่างปริศนาของลูกเรือ
เพราะตอนที่เรือ H. L. Hunley ยิงตอร์ปิโด
ที่มีส่วนผสมดินปืนสีดำใส่เรือ Housatonic
ทำให้เรือฝ่ายเหนือสูญเสียลูกเรือ 5 คน
แต่ลูกเรือของ H. L. Hunley ตายหมดทุกคน

ในปี 1995 มีการค้นพบเรือดำน้ำลำนี้
อยู่ห่างจากจุดรบในสงครามกลางเมืองถึง 1,000 ฟุต
และพบว่าลูกเรือทั้งหมด 8 คนตายในเรือดำน้ำ
เรือดำน้ำยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เป็นส่วนใหญ่
และไม่มีร่องรอยว่าลูกเรือได้พยายามหนีออกจากเรือ
หรือมีการสูบน้ำออกจากเรือดำน้ำ
ไม่มีร่องรอยกระดูกหักในสภาพที่ค้นพบทั้งหมด
ลูกเรือตายโดยไม่มีการต่อสู้ดิ้นรนแต่อย่างใด

" ทุกครั้งที่พวกเขา ขจัดคราบที่เกาะฝังจนแน่น
ก็จะยิ่งค้นพบความลับต่าง ๆ ของเรือดำน้ำ Hunley มากยิ่งขึ้น
เราได้ตรวจชิ้นส่วนทั้งหมดของเรือดำน้ำลำนี้
แต่ไม่เคยพบร่องรอยควันดินปืน "

Rachel Lance วิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านการระเบิดใต้ท้องทะเล
กับเพื่อนร่วมงานได้ตกลงที่จะสรุปไขความลับเรื่องนี้
ในวารสารวิชาการ PLOS ONE https://goo.gl/nFiCdD
โดยสรุปว่า ลูกเรือเสียชีวิตทันที
จากแรงอัดอากาศที่กระแทกอย่างแรง
ที่เป็นผลจากแรงระเบิดตอร์ปิโดที่ยิงโดยเรือดำน้ำของตนเอง
ทำให้เนื้อเยื่อปอดและสมองของลูกเรือฉีกขาดทันที
นั่นคือ สาเหตุของการตายของทุกคน





การจำลองภาพเรือดำน้ำ H.L. Hunley ที่ภายในมีลูกเรือจำนวน 8 คน
ก่อนที่จะยิงตอร์ปิโดใส่เรือฝ่ายเหนือ Housatonic ก่อนจะจมลง Credit: Michael Crisafulli



ผลการค้นพบเรื่องราวทั้งหมดนี้
ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดเลย
เมื่อลองพิจารณาจากสถานการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา
เรือดำน้ำที่เป็นต้นแบบมีลำตัวหนาน้อยกว่ากว่าครึ่งนิ้ว
ซึ่งบางมากกว่าเรือดำน้ำที่ออกปฏิบัติการรบในภายหลัง

และโดยข้อเท็จจริงแล้ว
เรือดำน้ำไม่ได้จมเพียงลำเดียว
แต่จมถึงสองลำในระหว่างการทดสอบ
มันได้ฆ่าลูกเรือฝ่ายใต้ถึง 13 คน
เมื่อตอนที่มันเริ่มทำการยิงตอร์ปิโด

มีรายงานเล่าถึงการยิงครั้งนั้นว่า
เรือดำน้ำ Hunley ยิงผงดินปืนสีดำจำนวน 135 ปอนด์
ที่มีปริมาณเทียบเท่าขนาดถังเบียร์
ที่บรรจุไว้ในถังที่ติดอยู่นอกเรือดำน้ำประมาณ 16 ฟุต
ซึ่งพอจะเห็นได้ชัดว่า
ลูกเรือไม่รอดชีวิตจากแรงอัดอากาศในน้ำ
ที่กลายเป็นคลื่นที่อัดเข้าไปที่เรืออย่างแรง
ผลจากการระเบิดอย่างรุนแรงในทะเล
ได้กระแทกเข้าไปที่ตัวเรือดำน้ำ

ลูกเรือไม่ได้ตายเพราะการสำลักควันตาย

" นี่เป็นสถานการณ์พิเศษจริง ๆ
ถ้าไม่ได้ตรวจสอบจากโครงกระดูกที่ยังคงสภาพ
ก็ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในเรื่องนี้ "




การจำลองภาพจากการเอ็กซ์เรย์ภายในเรือดำน้ำ H.L. Hunley
แสดงโครงกระดูกลูกเรือจำนวน 8 คนที่ใส่สีไว้ ไม่มีร่องรอยกระดูกแตกหัก
Credit : Friends of the Hunley



แต่ก่อนที่ Lance จะพิสูจน์สมมติฐานของตนเอง
ก่อนที่จะตัดทฤษฎีต่าง ๆ ที่มีอยู่เหล่านั้นออกไป
เพราะประการแรก เธอคำนวณว่าคาร์บอนไดออกไซด์
จะสร้างขึ้นภายในผนังบาง ๆ ของเรือดำน้ำ Hunley ได้อย่างไร
ในสถานการณ์ที่ใช้ตัวเลขที่แบบอนุรักษ์นิยมมากที่สุด
พวกลูกเรือจะมีเวลาอย่างน้อย 10 นาที
เพียงพอที่ในระหว่างเวลาดังกล่าว
พวกเขาสังเกตเห็นกลุ่มควันก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
และตอนที่พวกเขาเริ่มสูญเสียสติ
พวกเขาต้องมีอาการอย่างที่เห็นได้ชัด
และมีสภาพอาการขาดอากาศ "

ในอีกนัยหนึ่ง ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนและเป็นไปได้
ในการที่ลูกเรือทั้ง 8 คนนั่งประจำที่ในเรือดำน้ำ
และไม่มีสัญญาณของการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด

สมมติฐานอื่น ๆ ที่ยอดนิยมอีกอย่างเรียกว่า
ทฤษฎีการยิงแบบโชคช่วย lucky shot theory
โดยนักวิชาการบางนายคาดเดาว่า
เรือรบฝ่ายเหนือ Housatonic มีโชคอย่างยิ่ง
ในการยิงกระสุนใส่เรือดำน้ำแบบนัดเดียวโดน
แต่ผลการพิสูจน์ทดสอบขีปนาวุธ
ที่บรรจุด้วยดินปืนเลียนแบบช่วงระยะเวลานั้น
ทำให้ต้องตัดประเด็นนี้ออกไป


" เราได้พิจารณาความเป็นไปได้แล้วสรุปว่า
ในสถานการณ์และสภาพเวลานั้น
ถ้าเรือดำน้ำจมลงทันที
เพราะโดนการยิงแบบโชคช่วย
มันไม่มีทางที่เรือลำนี้จะจมไกลกว่านี้มาก "


ด้วยความช่วยเหลือของศิลปินท้องถิ่น
และชาวไร่ยาสูบในบริเวณใกล้เคียง
Lance จึงได้ทดสอบสมมติฐานของตนเอง
ศิลปินคนนี้ได้คิดค้นวิธีการสร้างโมเดล
ด้วยแบบปรับขนาดย่อส่วนของเรือดำน้ำ Hunley
และชาวนาซึ่งเป็นคนรักประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

Lance กล่าวว่า พวกเขาได้ทดลองปล่อยระเบิด
โดยหย่อนมันลงในสระน้ำของพวกเขา
ด้วยการผลิตผงระเบิดสีดำเลียนแบบยุคปี 1864
ซึ่งได้เปิดเผยความรุนแรงของ
คลื่นที่กระแทกผ่านผนังเรือดำน้ำ


" ในการยืนยันที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น
คุณจะต้องมีเรือดำน้ำในขนาดเต็มส่วน
และลูกระเบิดในขนาดเดียวกัน(เหมือนของเดิม)

ฉันก็ชอบที่อยากจะทำแบบนั้นเหมือนกัน
แต่ฉันก็สงสัยว่า จะหาเงินทุนมาจากไหนเพื่อทดลองแบบนี้ "

แม้ว่าผลการทดสอบแบบย่อส่วนลง
ก็ยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
ลูกเรือได้รับบาดเจ็บหนักในเวลาเพียงแค่
60 มิลลิวินาทีหรือมากกว่านั้น
เมื่อคลื่นแรงอัดกระแทกอย่างพรวดพราด
ผ่านเข้าไปในร่างกายพวกเขา
ได้ฉีกปอดพวกเขาให้เต็มไปด้วยเลือด
แม้ว่าตัวเรือดำน้ำจะได้รับการป้องกันจากเศษกระสุน
แต่เศษกระดูกของลูกเรือมีสัญญาณของอาการบาดเจ็บ

เว้นเสียแต่ว่า ได้ปอดของลูกเรือที่รอดตายมาตรวจสอบ
เพื่อยืนยันสมมุติฐานดังกล่าว
จึงจะระบุสาเหตุของการตายของลูกเรือได้อย่างชัดเจน
(คงเป็นไปไม่ได้เพราะศพเหลือแต่โครงกระดูก)

" มันไม่น่าเชื่อเลยว่า
พวกเขาจะได้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
และเชื่อว่า ไม่น่าเป็นไปได้เลยว่า
วิศวกรยุคสงครามกลางเมืองจะเข้าใจว่า
ชะตากรรมดังกล่าวอาจเกิดขึ้นกับลูกเรือของพวกเขา

พวกเขารู้ดีว่ามันมีความเสี่ยงอย่างแน่นอน
เพราะเรือดำน้ำได้จมไปถึงสองครั้งแล้ว
ในระหว่างช่วงการทดสอบ

แต่ระเบิดใต้น้ำที่คิดค้นขึ้นมาได้
ยิ่งในช่วงสงครามกลางเมือง
ยิ่งเป็นของที่พิเศษอย่างยิ่งที่จะใช้ในการรบ

แต่เพราะมีช่วงชั้นสายการบังคับบัญชามีมาก
(จนไม่รู้ว่าใครจะตัดสินใจได้ในที่สุด)
ทำให้ยุทธการครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ฉันคิดว่า จริง ๆ แล้วพวกเขายังไม่มีความรู้เรื่องระเบิด
ที่จะเข้าใจได้ว่ามีความเสี่ยงแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงเวลานั้น

ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึง 150 ปี
ในการพิจารณาเรื่องนี้เพื่อให้ชี้ชัดได้ว่า เกิดอะไรขึ้น
แม้ว่ามันอาจจะอธิบายเรื่องราวหรือภาพที่ได้ชัดเจนมากนัก
แต่อย่างน้อยประวัติความลับของเรือดำน้ำ Hunley
ก็ได้รับการไขปริศนาความจริงแล้วส่วนหนึ่ง

หวังว่าชาวบ้านคงจะไม่ละเลย
ที่จะสนใจเรื่องราวในอดีต
ที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเรือดำน้ำลึกลับลำหนึ่ง
จมอยู่ใต้ท้องทะเลมาถึง 150 ปี

แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันจะต้องเรียนรู้
ฉันหวังว่าผู้คนจะระลึกถึงเรื่องนี้
และยังมีเรื่องราวที่ต้องศึกษาค้นคว้าอีกต่อไป

และพวกเขา(ชาวบ้าน)ควรไปเยี่ยมชมเรือดำน้ำ Hunley
และเพื่อดูเรือดำน้ำลำนี้ด้วยตนเอง "


เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/jcbp7J
https://goo.gl/zRKsXk







Credit : RANDALL HILL, REUTERS




นักอนุรักษ์กำลังเดินผ่านหัวเรือดำน้ำ H.L. Hunley
ช่วงสงครามกลางเมืองใน North Charleston CREDIT: REUTERS




เรือดำน้ำกำลังกู้ขึ้นมาในปี 2000 CREDIT: US NAVY




ศพของลูกเรือถูกพบอยู่ในตำแหน่งที่นั่ง ช่วงเพลาข้อเหวี่ยงกลาง
ที่หมุนให้เรือดำน้ำเคลื่อนที่ไปมาได้ CREDIT: REUTERS



เรือดำน้ำ Hunley ในสระขนาดใหญ่เพื่อการอนุรักษ์ Credit: Friends of the Hunley
(ต้องค่อย ๆ ทะยอยลดความเค็ม/เกลือออก
เพราะถ้าถูกน้ำจืดทันทีอาจจะผุพังได้โดยง่าย
เหมือนการอนุรักษ์พวกชามสังคโลกที่พบในทะเลก็ใช้วิธีการเดียวกัน



Create Date : 24 สิงหาคม 2560
Last Update : 24 สิงหาคม 2560 23:24:27 น. 0 comments
Counter : 1082 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.