ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 ธันวาคม 2561
 
All Blogs
 
ม้า หมา แมว อูฐ ช่วยโซเวียตรัสเซียชนะสงครามโลกครั้งที่ 2








นอกเหนือจากม้าและหมา
ยังมีสัตว์พิเศษอีกชนิดหนึ่งคือ อูฐ
ที่ทหารโซเวียตรัสเซียนำเข้ามาร่วมรบเพื่อมาตุภูมิ
แม้ว่าพวกอูฐจะไม่ได้ร่วมรบในแนวหน้าในตอนแรก
แต่ก็ได้ช่วยชีวิตผู้คนในแนวหลังจำนวนมาก


ในการรบช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
รถถังจำนวนมากมีบทบาทในการรบ
และรุกคืบหน้าในสนามรบแต่ละแห่ง
แต่พวกม้าก็ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
ท่ามกลางสนามรบทั้งแนวหน้า/แนวหลัง


ยุทธการโจมตีจากหน่วยทหารม้า
จะเป็นยุทธการที่ยากลำบากในสนามรบยุคนั้น
เพราะอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายทั้งคนและม้าจำนวนมาก
แต่อย่างไรก็ตาม หน่วยทหารม้ารัสเซียก็ใช้ม้าในการรบ
โดยใช้ในการติดตามไล่ล่าและตรวจหาพวกศัตรูที่ถอยทัพ
บ่อยครั้งที่พวกทหารม้าได้ลงจากหลังม้าศึก
ร่วมต่อสู้ร่วมกับทหารราบในการรบแบบตัวต่อตัว


ในยุคพระเจ้าซาร์ รัสเซียก็เคยมีหน่วยทหารม้า คอสแซค
ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วในการรบและปราบปรามฝ่ายตรงข้าม


ทหารปืนใหญ่โซเวียตรัสเซียมักจะควบม้าโผล่ขึ้น
แบบที่พวกศัตรูนาซีเยอรมันไม่คาดคิดเลย
หลังจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักเพื่อกดหัวพวกศัตรูไว้
กลยุทธ์ดังกล่าวมีประโยชน์มากใน Battle of Moscow ในปี 1941
โดยมีหน่วยทหารม้าประจำการถึง 1 ใน 4 ของกองทัพโซเวียต


นอกจากนี้ยังใช้พวกม้าในการขนส่งเสบียงอาหาร อาวุธ/ปืนใหญ่
ในบริเวณพื้นที่/สนามรบที่ยังไม่มีถนน
สภาพภูมิประเทศที่โหดร้ายในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของรัสเซีย
ทำให้พวกม้ามีข้อได้เปรียบมากกว่ารถบรรทุก
เพราะพวกม้ามักจะไม่ติดหล่มในโคลนหรือหิมะ
แถมยังเป็นอาหารในยามขาดแคลนของพวกทหารได้ด้วย
ท่ามกลางการล้อมปราบหรือถูกปิดล้อมจากศัตรู


แม้ว่า Wehrmacht ของนาซีเยอรมันนี
จะมีหน่วยทหารม้าของตนเอง
ที่ยืนหยัดต่อสู้จนหยดเลือดสุดท้าย
แต่พวกนาซีเยอรมันนีไม่มีแหล่งป้อนพวกม้าได้มากมายเลย
ขณะที่สหภาพโซเวียตรัสเซียมีฝูงม้าจำนวนมากกว่าแทบไม่อั้นเลย
เพราะได้มาจากประเทศมองโกเลีย พันธมิตรด้านตะวันออกไกล












พวกหมายังได้ทำหน้าที่เท่าเทียมกับม้าในสนามรบ
โดยช่วยปกปักรักษา/คุ้มครองพวกทหารทั้งแนวหน้า/แนวหลัง
พวกหมามีบทบาทอย่างมากในการเป็นผู้ช่วยแพทย์
ด้วยการลากจูง/ชักลากทหารที่บาดเจ็บออกจากสนามรบ
ทั้งยังทำหน้าที่ค้นหากับระเบิดที่ฝังไว้โดยพวกศัตรู
พวกหมาลากเลื่อนยังช่วยในการขนส่งอาหาร/อาวุธในสนามรบ
เหตุการณ์สำคัญคือ พวกหมาเคยทำหน้าที่ก่อวินาศกรรม
และทำหน้าที่ป้องกันพวกที่จะมาก่อวินาศกรรม


ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม
รัสเซียได้ตั้งศูนย์ฝึกหมาพลีชีพ(ฆ่าตัวตาย)
หรือชื่อที่เรียกอีกอย่างคือ นักทำลายรถถังผู้หิวโหย
พวกมันจะถูกฝึกให้อดหยากและหิวโหย
เพื่อวิ่งเข้าไปหาอาหารที่ผูกไว้ใต้ท้องรถถัง
เมื่อตอบรบพวกมันจึงมักจะวิ่งเข้าใส่ใต้ท้องรถถังของพวกข้าศึก
พร้อมกับอุปกรณ์ระเบิดติดอยู่บนลำตัว
หลังจากที่พวกมันวิ่งมุดเข้าใต้ท้องรถถังแล้ว
กระเดื่องคันโยกด้ามยาวที่กระทบใต้ท้องรถถัง
จะจุดระเบิดทันที ทำให้ฆ่าทั้งคนในรถถังและหมา


รถถังนาซีเยอรมันมากกว่า 300 คัน
ที่ถูกทำลายโดยหมาพลีชีพของรัสเซีย
แต่ในช่วงหลายปีสุดท้ายของสงคราม
ยุทธการแบบนี้ไม่มีความจำเป็นต่อไปแล้ว
เพราะรัสเซียผลิตรถถังได้จำนวนหนึ่ง
และได้รับรถถังสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา
ทำให้การใช้หมาพลีชีพยุติลง/ทอดทิ้งพวกมันไป


แต่มีพวกหมาบางส่วนถูกนำมาฝึกหากับระเบิด
มีหมามากกว่า 6,000 ตัวที่ถูกฝึกค้นหากับระเบิด
ประมาณการว่ากับระเบิดมากกว่า 4 ล้านลูกถูกพวกหมาค้นพบ
ในปี ค.ศ.1945 Julbars วีรสุนัขที่ได้รับเกียรติยศ
เข้าร่วมขบวนเฉลิมฉลองชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จัตุรัสแดง
โดย Stalin ได้ติดเหรียญตราให้ที่เสื้อสามารถ
ให้กับ Julbars หมาที่บาดเจ็บกับคู่หูของเธอ
เพราะทั้งคู่ค้นพบกับระเบิดมากกว่า 7,468 ลูกในช่วงสงคราม



หมาพลีชีพ



ที่มา https://goo.gl/w25ULp





Dina Volkaz กับ Julbars ที่มา https://goo.gl/zZSmLW






อูฐปรากฏตัวครั้งแรกในการรบแนวหน้า Great Patriotic War
ในช่วงระหว่างสงคราม Battle of Stalingrad
กองทัพโซเวียตรัสเซียที่อยู่ใกล้กับ Astrakhan
ต้องเคลื่อนย้ายกำลังเข้ามาร่วมรบในสงคราม
แต่ปัจจัยสำคัญมากที่สุดในการเคลื่อนย้ายกำลัง
คือ ภาวะสงครามทำให้ขาดแคลนรถบรรทุกและม้า


พวกทหารที่นั่นจึงเริ่มค้นหาและจับอูฐป่าในเขตทะเลทราย
นำมาฝึกฝนเพื่อใช้บรรทุกสินค้าและการขนส่งปืนใหญ่
การนำอูฐมาใช้หลังจากฝึกฝนประสบความสำเร็จ
ในไม่ช้าพวกอูฐกลายเป็นสหายร่วมรบกับทหารโซเวียตรัสเซีย


มีอูฐจำนวนเกือบ 350 ตัวที่มีส่วนร่วมรบในสงคราม
อูฐหลายตัวตายในสนามรบและอีกหลายตัวถูกปลดประจำการ
โดยพวกทหารได้มอบพวกอูฐไว้ที่สวนสัตว์ท้องถิ่น
ตามเส้นทางรุกสู่แนวหน้าแถวยุโรปตะวันออก
เพราะทหารโซเวียตรัสเซียเริ่มมีรถบรรทุกและม้าแล้ว


อย่างไรก็ตามมีอูฐบางตัวร่วมรบจนถึง Berlin
มีตำนานว่า อูฐที่ชื่อว่า Kuznechik (Grasshopper) ตั๊กแตน
ได้เดินไปบนเส้นทาง/ชั้นบนของ Reichstag
สัญญลักษณ์ของนาซีเยอรมันนีที่ถูกยึดไว้แล้ว
และ Kuznechik ได้ถ่มน้ำลายรดบนพื้นที่นี่
สัญรูปอาการดูถูกเกลียดชังพวกนาซีเยอรมันนี



อาคาร Reichstag Photo credit: Roman Lashkin/Flickr







แมวไม่ได้ทำหน้าที่ร่วมรบเหมือนกับม้า หมา อูฐ
พวกมันไม่ได้ต่อสู้กับพวกศัตรูหรือบรรทุกสินค้า
แม้ว่าพวกมันจะไม่เคยปรากฏตัวขึ้นที่แนวหน้า
แต่พวกมันก็มีส่วนสำคัญในสงครามอย่างมาก


ในระหว่างที่พวกนาซีเยอรมันนีปิดล้อมเมือง Leningrad
ตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นเมือง St. Petersburg แล้ว
ชาวบ้านต่างต้องทนทุกข์ทรมานจากความหิวโหยอย่างแรง
ทำให้พวกชาวบ้านต้องไล่ล่าจับแมวมากินจนหมดทั้งเมือง
แต่ส่งผลกระทบที่เลวร้ายทันที เพราะไม่มีศัตรูกำจัดพวกหนู
ทำให้กองทัพหนูบุกเข้าไปในบ้านเรือนและค้นหาที่หลบซ่อนเก็บอาหาร
พร้อมกับกัดกินอาหารที่ขาดแคลนอยู่แล้วจนเกือบหมดสิ้น


แม้ว่าจะมีการจัดตั้งหน่วยล่าหนูขึ้นภายในเมืองก็ตาม
มีการไล่ล่าหนูด้วยการไล่ยิงไล่ทุบตี
จนแม้กระทั่งกระหน่ำยิงด้วยรถถัง
แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก


รัสเซียชอบเล่นบทโหดหลายต่อหลายครั้ง
เช่น การยิงปืนใหญ่ใส่เป้าหมายศัตรู/พลซุ่มยิง
โดยไม่สนใจอาคารหรือผู้คนรอบข้าง
แม้ว่าจะมีการใช้ตัวประกันมาต่อรอง
ทำให้ได้รับฉายาว่า โหดสัตว์รัสเซีย


หลังการปิดล้อมเมืองนี้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1943
มีกองเกวียนคาราวาน(รถบรรทุก)จำนวนหนึ่ง
นำแมวจากไซบีเรียจำนวนกว่า 5,000 ตัว
ลำเลียงส่งเข้ามายังเมืองแห่งนี้เพื่อมากำจัดหนู
ก่อนการส่งเสบียงอาหารเข้ามาในเมืองตามมา


กองพลเหมียว Meowing Division ที่ชาวบ้านเรียกกัน
ได้ทำยุทธการรบกับกองทัพหนูอย่างรวดเร็วมาก
ในการจัดการกับปัญหาเรื่องนี้
และช่วยให้ทั้งเมืองปลอดจากโรคที่ติดมากับพวกหนู
ทำให้พลเมืองนี้ได้สร้างอนุสาวรีย์ให้กับกองพลเหมียว
ที่ยังสามารถพบเห็นได้ในทุกวันนี้ที่ St. Petersburg











เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/YPs3vx
https://goo.gl/hsZqba
https://goo.gl/LJQPpe

















เรื่องเล่าไร้สาระ


ตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
กองทัพญี่ปุ่นได้บุกยึดและขอผ่านทางจากเมืองสงขลา
ในระหว่างนั้นได้ยึดจักรยานชาวบ้าน
/ส่วนราชการไปเป็นจำนวนหลายคัน
โดยทหารญี่ปุ่นรู้ด้วยว่ามีจักรยานที่ไหนบ้าง
เพราะมีจารชนญี่ปุ่นปลอมตัวทำธุรกิจฝังตัวอยู่ที่สงขลา
พอกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกได้
ก็แต่งชุดนายทหารมากำกับการเลย
มีรายละเอียดส่วนหนี่งใน บันทึกมาซาโอะ เซโตะ
บุตรชายสายลับญี่ปุ่น | เมืองสงขลา
กับคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน


กองทัพทหารญี่ปุ่นใช้จักรยานในการขนทหารและอาวุธ
เดินทางได้ไกลกว่าวันละ 100 กิโลเมตร 7 วันก็ถึงสิงคโปร์
เริ่มตั้งแต่สงขลาลงไปตอนเหนือจังโหลน/ด่านนอก รัฐไทรบุรีมาเลย์
(จัง=ใบจัง หรือ ช้าง โหลน=หล่น ตกลงมาหรือพลัดตกภูเขา
ร่องรอยจากภาษาคนสยามในมาเลย์)
ถ้าเป็นมอเตอร์เวย์มาเลย์ตอนนี้ 772 กิโลเมตร https://bit.ly/2PG42vd


กองทัพญี่ปุ่นบางส่วนบุกเข้ายึดเมืองปีนังจากอังกฤษ
โดยมีการยึดจักรยานอีกจำนวนมากมาใช้ในการรบ
ในช่วงกองทัพญี่ปุ่นเคลื่อนย้ายทัพลงไปตอนใต้มาเลย์
แทบจะไม่มีการปะทะจากทหารอังกฤษเลย
เพราะทหารอังกฤษส่วนใหญ่หนีไปตั้งหลักที่สิงคโปร์จำนวนมาก
มีทั้งรอกองทัพมาหนุนกับรอหนีไปยังอินโดนีเซีย อินเดีย พม่า ออสเตรเลีย
เมื่อกองทัพญี่ปุ่นมีชัยชนะในสิงคโปร์แล้ว
จึงได้กวาดต้อนเชลยศึกมาสร้างสะพานที่กาญจนบุรีในเวลาต่อมา
ด้วยการขนส่งเชลยศึกมาทางเรือส่วนหนึ่ง ทางรถไฟอีกส่วนหนึ่ง
พวกเชลยศึกที่ตายระหว่างทางขนส่งก็จำนวนมากเช่นกัน


ญี่ปุ่นมีการว่าจ้างคนงานอินโดนีเซีย พม่า มาเลย์ ไทย
ให้มาสร้างสะพานในครั้งนั้นด้วย
ที่ตายและฝังที่สุสานอนาถาก็มีจำนวนมาก
ไม่นานมานี้เพิ่งจะมีการรื้อฟื้น
และสืบหาร่องรอยที่ฝังศพญาติพี่น้องที่สูญหายไป
โดยมีญาติพี่น้องเดินทางมาจากมาเลย์/อินโดนีเซีย
มาทำพิธีรำลึก/สวดมนตร์อุทิศให้กับผู้ตาย





เส้นทางจักรยานมืออาชีพ/วัน







ศึกเดืยนเบียนฟู
สงครามครั้งสุดท้ายที่เวียตนามซัดกับฝรั่งเศส
เวียตนามใช้จักรยานในการขนส่งอาวุธ
ปืนใหญ่จะถูกถอดออกมาเป็นชิ้น ๆ ขนไปกับจักรยาน
มีการใช้แรงงานคนบางส่วนขนส่ง
เมื่อถึงเป้าหมายก็นำมาประกอบขึ้นเป็นปืนใหญ่
แล้วนัดวันยิงถล่มค่ายทหารฝรั่งเศส
จนทำให้ทหารฝรั่งเศสบาดเจ็บล้มตายและยอมจำนนในที่สุด


อนึ่ง ทางผ่านไปยังเดียนเบียนฟูเป็นพื้นที่ไทดำส่วนหนึ่ง
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล กับ จิรนันท์ พิตรปรีชา ก็เคยเดินผ่านเส้นทางนี้
มีเขียนไว้ในหนังสือ อีกหนึ่งฟางฝัน บันทึกแรมทางของชีวิต
ทั้งคู่เจอเด็กชายไทดำ เดินมาพบแล้วบอกว่า ฟานดีกิน (ฟานคือ เก้ง)
เพราะเสกสรรค์ยิงเก้งได้ตัวหนึ่งเตรียมจะนำมาทำเสบียงอาหาร


จักรยานชาวบ้านรุ่นโบราณมีตะแกรงหลังแข็งแรงมาก
ไว้ขนข้าวสาร/หมู/ยางแผ่น หนัก 100 กิโลกรัมได้สบาย ๆ







Create Date : 18 ธันวาคม 2561
Last Update : 18 ธันวาคม 2561 15:53:52 น. 1 comments
Counter : 278 Pageviews.

 
ทำข้อมูลได้น่าอ่านมากค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 18 ธันวาคม 2561 เวลา:22:54:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.