พยากรณ์โอกาสเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดล่วงหน้า 10 ปี อัตโนมัติ

มีข่าวมาฝาก .....




การ ประเมินโอกาสเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ล่วงหน้า 10 ปี และประเมินโอกาสเสี่ยงเบาหวานจากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ ง่ายๆเพียงท่านเข้าไปที่ website: //www.thaihealthy.org กดไปที่ประเมินโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือ ประเมินค่าดัชนีมวลกาย แล้วใส่ข้อมูลของท่านเท่านั้น โปรแกรมก็จะประเมินผลอัตโนมัติให้ทันที พร้อมคำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่เป็นประโยชน์


โดย รศ. นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์




" แพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด จุฬาฯ เตือน ชาย-หญิงที่อายุย่างเข้าเลข 5 มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง แนะให้วัดความดัน ไขมันในเลือด และคุมความอ้วน อย่างเคร่งครัด ระบุ ระบบพยากรณ์ความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดยุคนี้ ทำได้ล่วงหน้าถึง 10 ปี

"นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์" นักวิจัยเครือข่ายวิจัยสุขภาพ อาจารย์สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า ปัจจุบันอัตราการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดของคนไทยแซงหน้าอุบัติเหตุจราจร แล้ว สาเหตุสำคัญเกิดจากการแข็งและตีบตันของหลอดเลือดแดง

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ มีไขมันคอเลสเตอรอลสูงเกินไป ไขมันเอชดีแอลต่ำเกินไป การสูบบุหรี่ อายุที่มากขึ้น เพศชายหรือเพศหญิงหลังหมดประจำเดือน ประวัติในครอบครัวที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เป็นต้น"



โรค เบาหวาน ปัจจุบันเป็นโรคที่คนจำนวนมากมีความเสี่ยงที่จะเป็นได้ เนื่องจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่หวาน มันมากๆ แต่บริโภคผัก ผลไม้น้อย การขาดการออกกำลังกายที่พอเหมาะอย่างสม่ำเสมอ อ้วนมาก อายุที่เพิ่มมากขึ้น และ ถ้าใครที่มีบิดามารดาเป็นเบาหวานก็จะยิ่งมีโอกาสเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้น มากกว่าคนทั่วๆไปที่ไม่มีบิดามารดาเป็นเบาหวาน



ดังนั้นแบบ ประเมินทั้ง 2 แบบจะเป็นข้อมูลช่วยให้ท่านตัดสินใจเลือกแนวทางที่จะดูแลตัวเองได้ดีขึ้นลด ความเสี่ยงเพื่อการใช้ชีวิตที่เป็นสุข





ด้วยความห่วงใยสุขภาพของท่าน

ประชาสัมพันธ์มูลนิธิหมอชาวบ้าน

สนใจข้อมูลด้านอื่นๆ สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่ //www.doctor.or.th





Create Date : 24 เมษายน 2552
Last Update : 24 เมษายน 2552 20:01:13 น.
Counter : 2105 Pageviews.

2 comments
ร่วมกิจกรรม "Food For Fun #57 : ทำง่าย...อร่อยด้วย จานที่ 3 (กระเพราหอยแมงภู่) คนผ่านทางมาเจอ
(18 มี.ค. 2564 12:09:41 น.)
วิธีทานยาที่ถูกต้อง โดยเภสัชกร นิติ โตชนันท์ newyorknurse
(10 มี.ค. 2564 03:41:16 น.)
...เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย สำหรับเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด... คนผ่านทางมาเจอ
(25 ก.พ. 2564 08:51:40 น.)
Blog28/2564 (A3) น้องข้างบ้านทำภาพศิลป์ให้ เริงฤดีนะ
(17 ก.พ. 2564 08:36:59 น.)
  



ข้อมูลสื่อ
ชื่อไฟล์: 298-003
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 298
เดือน/ปี: กุมภาพันธ์ 2004
คอลัมน์: หน้าต่างวิจัย
นักเขียนหมอชาวบ้าน: นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์

//www.doctor.or.th/article/detail/1765


โอกาสที่คุณจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ในอีก ๑๐ ปี ข้างหน้า : การประเมินความเสี่ยงรวม (ตอนที่ ๑)


ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนไทย ทุกๆ ชั่วโมงจะมีคนไทยตายจากโรคหลอดเลือดสมอง ๕ คน ตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ๒ คน ตายจากเบาหวาน ๒ คน สาเหตุที่สำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากการแข็งและตีบตันของหลอดเลือดแดง (atherosclerosis) ซึ่งถ้าเกิดที่หลอดเลือดหัวใจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดที่หลอดเลือดสมองทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดที่ไตทำให้ไตเสื่อม และความดันเลือดสูง เกิดที่หลอดเลือดแดงส่วนปลายทำให้อวัยวะต่างๆ ขาดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ ทำให้เกิดอาการปวดขามากเวลาเดินไกล หรือถ้าหลอดเลือดตีบตันมากเฉียบพลัน กล้ามเนื้อที่ขาอาจจะเน่าตาย จนต้องตัดขาเพื่อรักษาชีวิต เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็ง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันเลือดสูง ไขมันผิดปกติ (ไขมันไม่ดี คือ โคเลสเตอรอลสูงเกินไป หรือไขมันที่ดี คือ เอชดีแอลต่ำเกินไป) การสูบบุหรี่ อายุที่มากขึ้น เพศชายหรือเพศหญิงหลังหมดประจำเดือน ประวัติในครอบครัว เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบแคบลงจนเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกเวลาออกแรง เวลาโมโหหรือรีบๆ ทำอะไร เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอกับความต้องการเลือดของหัวใจที่เพิ่มขึ้น จนเกิดอาการหัวใจขาดเลือดซึ่งมักจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ในกรณีที่เกิดการอุดตันทันทีของหลอดเลือดแดงที่หัวใจ จากการปริแตกเป็นแผลของผนังหลอดเลือดแดงและมีก้อนเลือดมาอุดหลอดเลือดจนตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ผู้ป่วยอาจจะเกิดการเต้นของหัวใจผิดปกติอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต หรือเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย และเกิดหัวใจวายตามมาได้

พอเข้าสู่วัยกลางคน หลายๆ คนโดยเฉพาะคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว จะเริ่มอยากรู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง จนเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาตหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่ บางรายก็ถึงกับเกิดอาการเฉียบพลันของโรคหลอดเลือดแดงแข็งหรือเสียชีวิต แล้วก็เริ่มสงสัยว่า แล้วเราจะเป็นอย่างเขาไหมนี่ วิธีง่ายๆ ที่จะบอกโอกาสเสี่ยงของเรา ก็คือ ต้องรู้ว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ได้แก่

- อายุ และเพศ ผู้ชายที่อายุมากกว่า ๔๕ ปี หรือหญิงอายุมากกว่า ๕๕ ปี จะมีความเสี่ยงมากขึ้น เพศชายเสี่ยงมากกว่าเพศหญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน ส่วนหญิงวัยหมดประจำเดือนความเสี่ยงจะสูงขึ้น

- ประวัติครอบครัว ถ้าเรามีญาติพี่น้องใกล้ชิดในครอบครัว (ซึ่งเป็นผู้ชายที่อายุน้อยกว่า ๕๕ ปี หรือ ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า ๖๕ ปี) เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ถือว่าเราและญาติคนอื่นๆ มีโอกาสเสี่ยง ควรจะต้องตรวจหาปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ด้วยทุกคนและหาทางป้องกัน

- ตรวจวัดความดันเลือดหลายๆ ครั้ง ถ้าความดันเลือดเฉลี่ยสูงเกิน ๑๔๐/๙๐ มิลลิเมตรปรอท ถือว่าความดันเลือดสูง ยิ่งสูงมากจะยิ่งเสี่ยงมาก โดยเฉพาะถ้าความดันเลือดเฉลี่ยสูงกว่า ๑๘๐/๑๑๐ มิลลิเมตรปรอท

- สูบบุหรี่หรือดมควันบุหรี่ ยิ่งสูบมาก ดมมาก ยิ่งเสี่ยงมาก

- ความอ้วน โดยดูจากรอบเอว ถ้ามากกว่า ๓๖ นิ้วในผู้ชาย หรือมากกว่า ๓๒ นิ้วในผู้หญิง จะเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันผิดปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา ยิ่งอ้วนมากยิ่งเสี่ยงมาก

- งดอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า ๘ ชั่วโมง แล้วไปเจาะเลือดตรวจน้ำตาลในเลือด ไขมันโคเลสเตอรอล และไขมันเอชดีแอล ถ้าน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารเกินกว่า ๑๒๖ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ต้องรีบไปพบแพทย์เพราะสงสัยเป็นโรคเบาหวาน แต่ถ้าอยู่ระหว่าง ๑๑๐-๑๒๖ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่ากำลังจะเป็นเบาหวาน ต้องหาทางป้องกันไม่ให้เป็น น้ำตาลยิ่งสูงมาก สูงเป็นเวลานาน ยิ่งเสี่ยงมาก

ส่วนไขมันโคเลสเตอรอล ถ้าเกิน ๑๙๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เราก็เริ่มมีโอกาสเสี่ยง ยิ่งสูงมากยิ่งเสี่ยงมากโดยเฉพาะถ้าสูงเกิน ๓๒๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ต้องพบแพทย์เพื่อรักษา สำหรับไขมันเอชดีแอล ซึ่งเป็นไขมันดี ยิ่งต่ำยิ่งเสี่ยงมาก (โดยทั่วไปควรสูงเกิน ๔๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) นำค่าโคเลสเตอรอลตั้งหารด้วยเอชดีแอล จะเป็นอัตราส่วนไขมันไม่ดีต่อไขมันที่ดี ถ้ามีค่ามากกว่า ๕ ถือว่ามีโอกาสเสี่ยง (ค่ายิ่งสูงยิ่งเสี่ยงมาก) ควรจะไปพบแพทย์ และแพทย์มักจะแนะนำให้งดอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า ๑๒ ชั่วโมง แล้วเจาะเลือดอีกครั้งเพื่อตรวจหาค่าไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ คำนวณค่าไขมันเอชดีแอลและวางแผนการรักษาป้องกันต่อไป

แต่การดูปัจจัยเสี่ยงทีละตัวๆ ก็บอกโอกาสเสี่ยงไม่ได้แน่นอนเสมอไป เช่น คนที่มีระดับความดันเลือด หรือโคเลสเตอรอลเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นที่จะเกิดหรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเหมือนกัน เพราะปัจจัยทางกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมอีกหลายอย่างที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันและเกื้อหนุนให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกันในแต่ละคน แต่ละเชื้อชาติ จึงมีความพยายามหาวิธีประเมินความเสี่ยงรวมโรคหัวใจและหลอดเลือดว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าโอกาสเกิดหรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ (๑๐๐ คนที่ปัจจัยเสี่ยงรวมเดียวกัน มีโอกาสเกิดหรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดกี่คน)

วิธีการประเมินความเสี่ยงรวมมีหลายวิธี วิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ Framingham risk score ซึ่งเป็นการประเมินความเสี่ยงรวมในเวลา ๑๐ ปีข้างหน้าของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่คำนวณจากการศึกษาระยะยาวในประชากร ๕ พันกว่าคนที่เมืองฟรามิงแฮม สหรัฐอเมริกา แต่มีข้อเสีย คือ ถ้านำมาใช้กับประชากรที่มีการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจต่ำกว่า เช่น ประเทศยุโรปบางประเทศ รวมถึงประเทศทางเอเชียและไทยด้วย จะประเมินความเสี่ยงรวมสูงเกินความเป็นจริง ทำให้ต้องป้องกันโรคโดยเฉพาะต้องใช้ยามากกว่าที่ควรจะเป็น ถ้าทำตามคำแนะนำที่ออกมาจากอเมริกา



โดย: หมอหมู วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:34:32 น.
  


ข้อมูลสื่อ
ชื่อไฟล์: 299-002
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 299
เดือน/ปี: มีนาคม 2004
คอลัมน์: หน้าต่างวิจัย
นักเขียนหมอชาวบ้าน: นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์


//www.doctor.or.th/article/detail/1829

โอกาสที่คุณจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดในอีก ๑๐ ปี ข้างหน้า : การประเมินความเสี่ยงรวม (ตอนที่ ๒)

ตอนที่แล้วได้พูดถึงสาเหตุและปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงวิธีการประเมินความเสี่ยงรวมของสหรัฐอเมริกา ในตอนนี้มาดูวิธีการประเมินความเสี่ยงรวมของชาวยุโรปกันดีกว่า ที่เรียกว่าระบบ SCORE อีกวิธีหนึ่งที่น่าจะใช้ได้กับคนไทยอย่างเหมาะสมกว่าคือ วิธีการประเมินความเสี่ยงรวม โรคหัวใจและหลอดเลือดสำหรับชาวยุโรป เรียกว่าระบบ SCORE (Systematic Coronary Risk Evaluation) ซึ่งเป็นแผนภูมิสำหรับการประเมินความเสี่ยงรวมของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดใน ๑๐ ปีข้างหน้า โดยได้ข้อมูลจาก ๑๒ การศึกษาระยะยาวจาก ๑๒ ประเทศ ในประชากรยุโรปกว่า ๒ แสนคน

วิธีใช้แผนภูมิการประเมินความเสี่ยงรวม SCORE (ดูรูปที่ ๑)

๑. ใช้ได้กับชายและหญิง อายุ ๔๐-๖๕ ปี ที่ไม่เป็นเบาหวาน และไม่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจากโรคหลอดเลือดแดงแข็งมาก่อน (เพราะผู้ที่เป็นเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ถือว่ามีความเสี่ยงรวมสูงแล้ว)

๒. ค่าต่างๆ ที่ต้องมีพร้อมก่อนประเมิน คือ อายุ (age, หน่วยเป็นปี) เพศ (women or men ชายหรือหญิง) การสูบบุหรี่ (non-smoker or smoker, ไม่สูบบุหรี่ หรือสูบบุหรี่อยู่) ความดันเลือดตัวบน (systolic blood pressure, หน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท) ค่าไขมันโคเลสเตอรอล (total cholesterol หน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) และไขมันเอชดีแอล (HDL cholesterol, หน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) คำนวณหา Total cholesterol : HDL cholesterol ratio โดยใช้ค่าโคเลสเตอรอลหารด้วย เอชดีแอล

๓. เลือกตารางโดยใช้ค่าที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น อายุ ๕๖ ปี เลือกใช้ตารางกลุ่มอายุ ๕๕, อายุ ๕๘ ปี เลือกใช้ ตารางกลุ่มอายุ ๖๐, ความดันเลือดตัวบน ๑๔๖ เลือก ใช้ตารางกลุ่มความดันเลือด ๑๕๐, โคเลสเตอรอลหารด้วยเอชดีแอลได้ค่า ๕.๘ เลือกใช้ตารางกลุ่ม Total cholesterol : HDL cholesterol ratio ที่ ๖ เป็นต้น

๔. อ่านค่าตัวเลขในตารางที่ได้และดูว่าอยู่ในโซนอะไร ค่าโอกาสเสี่ยงใน ๑๐ ปีข้างหน้าของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ ๕ จัดว่ามีความเสี่ยงสูง ควรจะไปพบแพทย์ เพื่อวางแผนการป้องกันรักษาต่อไป

ส่วนผู้ที่มีค่าตัวเลขความเสี่ยงรวมน้อยกว่า ๕ ให้ลองเพิ่มอายุขึ้นจนถึงกลุ่มอายุ ๖๐ ปี ถ้าค่าตัวเลขความเสี่ยงรวมยังน้อยกว่า ๕ แสดงว่า มีความเสี่ยงต่ำ แต่ถ้าสูงเท่ากับหรือมากกว่า ๕ ก็ถือว่า มีความเสี่ยงสูงเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ชายอายุ ๕๒ ปี ไม่สูบบุหรี่ ความดันเลือดตัวบน ๑๖๒ มิลลิเมตรปรอท (ไม่ได้กินยารักษาความดันเลือดสูง) ระดับไขมันโคเลสเตอรอล ๒๕๒ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ไขมันเอชดีแอล ๔๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร คำนวณค่า total cholesterol: HDL ratioได้เท่ากับ ๖.๓



วิธีใช้แผนภูมิประเมินความเสี่ยงรวม

- เลือกตารางผู้ชายไม่สูบบุหรี่ (Men non-smoker คือ แถวที่ ๓ จากซ้าย) ลงมาจนถึงกลุ่มอายุ ๕๐ (age ๕๐ คือ ลงมาช่องที่ ๔ จากบน)

- ในช่องดังกล่าว (แถวที่ ๓ จากซ้ายและช่องที่ ๔ จากบน) อ่านค่าในช่องเล็กที่ Systolic blood pressure เท่ากับ ๑๖๐ ตัดกับค่า Total cholesterol : HDL cholesterol ratio เท่ากับ ๖ จะได้ค่าในช่องเลขเท่ากับ ๒ แสดงว่าความเสี่ยงรวมใน ๑๐ ปีข้างหน้าของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเท่ากับร้อยละ ๒ หรือแปลว่า คนที่มีปัจจัยเสี่ยงแบบเดียวกันนี้ ๑๐๐ คนจะเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ๒ คนใน ๑๐ ปีข้างหน้า ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ

- แต่ถ้าเลื่อนจากตำแหน่งกลุ่มอายุ ๕๐ ปี ขึ้นไป กลุ่มอายุ ๖๐ ปี (เลื่อนขึ้นไป ๒ ช่อง) อ่านค่าในช่องเลขที่ Systolic blood pressure เท่ากับ ๑๖๐ ตัดกับค่า Total cholesterol : HDL cholesterol ratio เท่ากับ ๖ จะได้ค่าในช่องเลขเท่ากับ ๖ แสดงว่ามีความเสี่ยงสูง เพราะค่ามากกว่าร้อยละ ๕

สรุปว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงรวมสูงที่จะเกิดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่

- ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่

- ผู้ที่ไม่เป็นและไม่มีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่มี

ก. ความเสี่ยงรวมใน ๑๐ ปีข้างหน้า ที่จะเกิดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ ๕ ในขณะนั้น หรือประเมินไปที่อายุ ๖๐ ปีแล้วความเสี่ยงรวม มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ ๕

ข. ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่งสูงกว่าปกติมาก ได้แก่ ไขมันโคเลสเตอรอล มากกว่าหรือเท่ากับ ๓๒๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร, แอลดีแอลโคเลสเตอรอล (LDL cholesterol) มากกว่าหรือเท่ากับ ๒๔๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร, ความดันเลือดเฉลี่ยสูงมากกว่า หรือเท่ากับ ๑๘๐/๑๑๐ มิลลิเมตรปรอท

ค. เป็นเบาหวานที่ตรวจพบไข่ขาวในน้ำปัสสาวะ (microalbuminuria)

จากตัวอย่าง ชายผู้นี้มีความเสี่ยงรวมสูงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ เพราะแม้ว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์ในขณะนี้จะเท่ากับร้อยละ ๒ แต่ที่อายุ ๖๐ ปี เขาจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้น เป็นร้อยละ ๖ ดังนั้นเขาควรจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ ใช้ชีวิตเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเรื่องความดันเลือดสูง และไขมัน โคเลสเตอรอลสูง โดยการลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม เนื้อสัตว์ เพิ่มการกินผัก ผลไม้ ธัญพืช ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย ๓๐ นาทีต่อวัน ฝึกโยคะ ไทเก้ก ชี่กง เจริญสมาธิ เป็นต้น ถ้าลดความดันเลือดลง ให้น้อยกว่า ๑๔๐/๙๐ มิลลิเมตรปรอท ตัวเลขความเสี่ยงรวมเมื่ออายุ ๖๐ ปีของเขาจะลดลงเป็นร้อยละ ๔ ซึ่งถือมีความเสี่ยงต่ำ แม้ว่าระดับโคเลสเตอรอลจะยังสูง (แต่ต้องไม่เกิน ๓๒๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) โดยไม่ได้กินยาลดไขมัน ถ้าสามารถลดไขมันโคเลสเตอรอลให้ต่ำกว่า ๒๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรได้อีก อัตราส่วน total cholesterol/ HDL จะเท่ากับ ๕ และตัวเลขความเสี่ยงรวมเมื่ออายุ ๖๐ ปีจะลดลงเหลือร้อยละ ๓ ความเสี่ยงจะต่ำลงไปอีก แต่ถ้าไม่สามารถลดความดันเลือดได้โดยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในเวลา ๓-๖ เดือน น่าจะไปพบแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขเพื่อปรึกษาวิธีการลดความดันเลือดและปัจจัยเสี่ยงรวมต่อไป ถ้าชายผู้นี้ไม่ได้เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงรวมสูง และไม่สามารถลดโคเลสเตอรอลให้ต่ำกว่า ๒๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรได้ ควรจะปรับเปลี่ยนการ กินอยู่ให้มากขึ้น และประเมินความเสี่ยงรวมจากแผนภูมิ รวมทั้งตรวจไขมันในเลือดทุกๆ ๕ ปี

สรุป
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญหนึ่งของประเทศ ทุกๆ คนที่อายุมากกว่า ๔๐ ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงในการเกิดหรือเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ กันตามเหตุปัจจัยของแต่ละคน ซึ่งได้แก่ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ เบาหวาน ความดัน (เลือดสูง) ไขมัน บุหรี่ เราสามารถที่จะประเมินความเสี่ยงรวมของการเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในอีก ๑๐ ปี ข้างหน้าได้ด้วยตนเองโดยใช้ระบบ SCORE ของยุโรป เพื่อเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้อย่างเหมาะสม บูรณาการและพึ่งตนเอง การประเมินความเสี่ยงรวมวิธีนี้เป็นการประเมินคร่าวๆ เพื่อให้ตระหนักถึงความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ใช้สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพลดโอกาสเสี่ยงของแต่ละบุคคลเท่านั้น ไม่สามารถจะใช้ในการพยากรณ์การเกิดโรค หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การประกันชีวิต เพราะที่มาของตารางความเสี่ยงนี้ ไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากคนไทย
โดย: หมอหมู วันที่: 9 กรกฎาคม 2555 เวลา:23:35:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Cmu2807.BlogGang.com

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]

บทความทั้งหมด