ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
28 เมษายน 2561
 
All Blogs
 

การถ่ายภาพด้วยนกพิราบ






ตอนช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา
กิจการการบินยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา
ชาวเยอรมันชื่อ Julius Neubronner
ได้ยื่นขอสิทธิบัตรสำหรับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่
ซึ่งเป็นกล้องขนาดเล็กที่สามารถติดตั้งไว้ที่หน้าอกของนกพิราบ
เพื่อให้นกสามารถบินได้และถ่ายภาพจากทางอากาศได้

Julius Neubronner คือ เภสัชกรที่ใช้งานนกพิราบ
เพื่อนำยาไปส่งยังโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านเกิด Kronberg ใกล้กับ Frankfurt
Apothecary เภสัชกร คือ ผู้ผลิตยา เช่นเดียวกับคำว่า Pharmacist ที่เป็นคำยุคใหม่
ในหลายประเทศที่พูดภาษาเยอรมัน เช่น เยอรมนี ออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์
Pharmacies ยังคงเรียกกันว่า Apothecaries.

ครอบครัวของ Julius Neubronner เป็นเภสัชกร
ซึ่งพ่อของท่านสืบทอดธุรกิจต่อจากปู่ของท่าน
ในสมัยนั้น นกพิราบสื่อสารจะถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย
ในการส่งข้อความและอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ
พ่อของ Julius Neubronner จึงมีความคิดที่จะใช้นกพิราบ
เพื่อรับใบสั่งยาจากสถานพักฟื้นผู้ป่วยและส่งยาให้โดยเร็ว
มีการดำเนินการโดยวิธีนี้ต่อเนื่องมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
จนกระทั่งสถานพักฟื้นผู้ป่วยแห่งนั้นปิดตัวลง




อยู่มาวันหนึ่ง Julius Neubronner ได้ปล่อยนกพิราบตัวหนึ่ง
เพื่อให้มันบินออกไปทำธุระเร่งด่วน แต่มันก็ไม่ได้บินกลับมา
เมื่อหลายวันผ่านไป นกพิราบก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาอีก
Julius Neubronner จึงสันนิษฐานว่า
นกพิราบบินหายหรือถูกจับได้และถูกฆ่าโดยนักล่าแล้ว
อีกหนึ่งเดือนต่อมา นกพิราบสื่อสารตัวที่หายไปก็ปรากฏตัวขึ้นมา
โดยบินกลับมายังรัง/บ้านเดิมของ Julius Neubronner
นกพิราบมีสภาพว่าถูกขุนเลี้ยงมาอย่างดี
ทำให้ Julius Neubronner เกิดความคิดแวบเข้ามาว่า
นกพิราบบินไปที่ไหน และใครเป็นคนเลี้ยงนกพิราบในตอนนั้น

Julius Neubronner จึงตัดสินใจว่า จะเริ่มต้นติดตาม
การเดินทางในอนาคตของนกพิราบว่าบินไหนบ้าง
สภาพแวดล้อมที่มันบินไปเป็นอย่างไรบ้าง

Julius Neubronne มีความหลงใหลในการถ่ายภาพ
และเป็นช่างสร้างกล้องถ่ายรูปมือสมัครเล่นด้วย
จึงทำให้ Julius Neubronner สร้างกล้องถ่ายภาพขนาดเล็ก
ที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่ทำด้วยอลูมีเนียมน้ำหนักเบา
ขนาดที่พอเหมาะกับการรัดไว้ที่หน้าอกของนกพิราบ
ระบบนิวเมติกในกล้องจะเปิดชัตเตอร์ตามช่วงจังหวะที่กำหนดไว้
และม้วนฟิล์มซึ่งเคลื่อนที่ไปพร้อมกับชัตเตอร์
ทำให้ถ่ายภาพได้มากถึง 30 ครั้งในการบินเพียงเที่ยวเดียว
อุปกรณ์ทั้งหมดมีน้ำหนักไม่เกิน 75 กรัม
ซึ่งเป็นน้ำหนักสูงสุดที่นกพิราบได้รับการฝึกอบรม
นำติดตัวขึ้นไปถ่ายภาพกลางอากาศ

ภาพที่นกพิราบถ่ายออกมาดีมาก
จนทำให้ Julius Neubronner คิดวิธีถ่ายภาพในรูปแบบที่แตกต่างกัน
ด้วยการสร้างระบบที่มีเลนส์ 2 ข้าง ที่ชี้ไปในทิศทางตรงกันข้ามกัน
ซึ่งต่อมามีคนนำหลักการนี่มาพัฒนาเป็นกล้องถ่ายภาพสามมิติ
โดยภาพถ่ายที่นำมาซ้อนกันบางส่วนจะดูเสมือนเป็นภาพถ่ายสามมิติ
ซึ่งต้องใช้กล้องชนิดหนึ่งส่องดูภาพจึงเห็นเป็นภาพสามมิติ

ในที่สุด Julius Neubronner ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตร
แต่สำนักงานสิทธิบัตรได้ปฏิเสธคำร้องดังกล่าวในครั้งแรก
อ้างว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นไปไม่ได้
เพราะไม่เชื่อว่านกพิราบจะสามารถรับน้ำหนักของกล้องได้
แต่เมื่อ Julius Neubronner ได้นำเสนอภาพถ่ายโดยนกพิราบ
พร้อมการสาธิตให้ดูเป็นคัวอย่าง
ทำให้ Julius Neubronner ได้รับสิทธิบัตรในปี 1908



Aerial photograph of Frankfurt.



Aerial photograph of Schlosshotel Kronberg.





Julius Neubronner ได้จัดแสดงภาพถ่ายของตน
ในนิทรรศการการถ่ายภาพนานาชาติหลายแห่งที่ได้รับรางวัล
ครั้งหนึ่ีง ในงานนิทรรศภาพถ่ายที่ Dresden
ขณะที่ผู้ชมกำลังเฝ้าดูนกพิราบที่กำลังถ่ายภาพทางอากาศ
เมื่อนกพิราบบินลงมาแล้วพร้อมกับฟิล์มภาพถ่าย
ก็มีบริการล้างอัดภาพถ่ายให้เป็นภาพโปสการ์ด
ที่ผู้สนใจภาพถ่ายสามารถซื้อหาได้ทันที

ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกปรับให้เข้ากับ
การนำไปใช้งานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
เพราะถ้าใช้เครื่องบินถ่ายภาพแล้ว
พวกข้าศึกจะระมัดระวังและสังเกตเห็นได้
แต่ถ้าใช้นกพิราบจะไม่สร้างความสนใจให้กับฝ่ายศัตรู
จึงสามารถถ่ายภาพสถานที่ของข้าศึก
จากพื้นที่ต่ำกว่าได้และเห็นได้ชัดกว่า
รวมทั้งนกพิราบไม่แยแสกับพื้นที่รบกันในสนามรบ

เทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยนกพิราบของ Julius Neubronner
ก็ยังมีการใช้งานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย
กองทัพนาซีเยอรมันได้พัฒนากล้องถ่ายรูปด้วยนกพิราบ
ที่สามารถถ่ายภาพต่อได้ถึง 200 ภาพต่อเที่ยว
เช่นเดียวกับกองทัพโซเวียตรัสเซีย
ก็ยังใช้กล้องถ่ายภาพด้วยนกพิราบกับฐานที่มั่นนาซีเยอรมันนี
แม้แต่ กองทัพฝรั่งเศสก็ยังอ้างว่า
พวกตนก็ยังมีกล้องถ่ายภาพด้วยนกพิราบ
และวิธีการในการปรับใช้งานจากแนวหลังของพวกศัตรู
ด้วยการใช้สุนัขที่ผ่านการฝึกอบรมในการถ่ายภาพด้วย

ขณะเดียวกันในช่วงเวลานี้ Christian Adrian Michel
ผู้สร้างนาฬิกานาฬิกาสัญชาติสวิสก็ยังได้สร้าง
กล้องถ่ายรูปพาโนรามาและกลไกตั้งเวลาในการกดชัตเตอร์
การถ่ายภาพด้วยนกพิราบมีการใช้งานถึงปลายยุค 70
และ CIA ได้พัฒนากล้องถ่ายภาพโดยนกพิราบ
โดยยังคงหลักการและวิธีการตามแนวคิดแรกเริ่ม
รวมทั้งมีการใช้กล้องถ่ายภาพประเภทนี้ผูกติดกับหมากับแมวด้วย

ในพื้นที่สู้รบที่ต้องการจะถ่ายภาพด้วยนกพิราบ
จะมีการฝึกนกพิราบถ่ายภาพให้เคยชินกับรังใหม่
ด้วยการเดินทางไปพร้อมกับรังเคลื่อนที่
แล้วฝึกให้นกพิราบบินกลับมาเข้ายังรังเคลื่อนที่
อาจจะใช้การแบกขนด้วยสุนัข(ให้เคยชินกับกลิ่น)
หรือด้วยรถบรรทุกที่ออกแบบไว้โดยเฉพาะ

ทุกวันนี้ การถ่ายภาพทางอากาศถูกแทนที่โดยเครื่องบิน ดาวเทียม
และเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยโดรนที่ราคาไม่แพงมากนัก
แต่แนวคิดการถ่ายภาพด้วยนกพิราบของ Julius Neubronner
ที่วางรากฐานไว้ยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้







Aerial photographs of Dresden




ความจริงที่เปิดเผยในภายหลัง
อะไรเกิดขึ้นกับนกพิราบของ Julius Neubronner
ที่ไม่กลับมาหาเจ้าของเป็นเวลาหนึ่งเดือน
แล้วกลับมาพร้อมสภาพอ้วนพีเต็มที่

ความจริงก็คือ มันบินหลงไปที่ Wiesbaden
ที่ห่างจากรังเดิมราว 20 กิโลเมตร
และมันได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจาก
หัวหน้าพ่อครัวร้านอาหารแห่งหนึ่ง















กล้องถ่ายภาพ 2 เลนส์ของนกพิราบ



กล้องถ่ายภาพ 3 มิติ



อุปกรณ์ดูภาพ 3 มิติ



กล้องถ่ายภาพของ CIA



เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2r6oQls
https://bit.ly/2HZFain




 

Create Date : 28 เมษายน 2561
0 comments
Last Update : 28 เมษายน 2561 21:34:48 น.
Counter : 381 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.