ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 

สถูปน้ำแข็งแก้ไขภัยแล้ง







Sonam Wangchuk, Rolex Awards Laureate, 2016



ผลจากภาวะโลกร้อนที่กระทบกับชาวบ้านใน Himalaya
วิศวกร Sonam Wangchuk จึงสร้างสถูปน้ำแข็งดังกล่าว
PHOTOGRAPH BY LOBZANG DADUL/COURTESY OF ©SONAM WANGCHUK



Ladakh อยู่ในแถบเทือกเขา Himalayan
เป็นเขตพื้นที่แห้งแล้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ India
มีหมู่บ้าน Pheyang ที่ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,700 เมตร ถึง 4,000 เมตร
มันเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่หนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะแตะที่ -30° องศาเซนเซียส
และปริมาณน้ำฝนตก/หิมะตกในแต่ละปีเฉลี่ยเพียง 100 มิลลิเมตร
การตั้งถิ่นฐานของชาวบ้านส่วนมากจึงมักจะตั้งอยู่ใกล้กับลำธารน้ำ
ที่น้ำส่วนมากจะไหลลงไปสู่แม่น้ำสินธุ Indus และแม่น้ำสายอื่น ๆ
การเอาชีวิตอยู่รอดได้ในพื้นที่แห้งแล้งและหนาวเย็นแห่งนี้
คือ ศิลปะการเปลี่ยนลำธารผ่านทางลำรางที่สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน
เพื่อส่งน้ำไปจนถึงพื้นที่แห้งแล้งที่ใช้เพาะปลูก
ซึ่งมักจะปลูกพืชพวก ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี ผัก
และต้นไม้ เช่น แอปริคอต วิลโลว์ และต้นป็อป

ปัญหา


หมู่บ้านส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองเดือนที่สำคัญ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
จะมีน้ำน้อยมากในลำธาร ทำให้ชาวบ้านต้องแย่งชิงน้ำกัน เพื่อนำน้ำมารดให้กับพืชผลที่กำลังปลูกใหม่
แต่พอในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ก็จะมีน้ำมากเกินไป หรือบางครั้งน้ำก็ท่วมฉับพลัน
เพราะหิมะและธารน้ำแข็งที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัยละลายอย่างรวดเร็ว
ครั้นพอถึงช่วงกลางเดือนกันยายน การทำไร่ทำนาก็ต้องยุติลงทั้งหมด(ย่างเข้าฤดูหนาว)
แต่ก็ยังมีลำธารเล็ก ๆ ที่มีน้ำไหลตลอดฤดูหนาวอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็ไหลลงไปสู่แม่น้ำสินธุโดยชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด

ปัญหาที่กำลังเลวร้ายลงจากระยะเวลาที่ผ่านมาก
เพราะธารน้ำแข็งหิมาลัยกำลังล่มสลาย
จากภาวะโลกร้อนและมลพิษในพื้นที่


แนวทางแก้ไขปัญหา

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูหนาว
มีการทดลองที่ SECMOL Alternative Institute the Pheyang Monastery
ใกล้กับอารามสงฆ์ ศาสนาพุทธมหายาน นิกายตันตระแบบธิเบต จะเห็นการสร้างสถูปน้ำแข็งจากธารน้ำของเทือกเขาหิมาลัย
ด้วยการฉีดน้ำขึ้นไปให้สูงอาศัยหลักแรงโน้มถ่วง(แบบกาลักน้ำ)
แล้วน้ำจะจับตัวตามกิ่งไม้แห้งเกาะตัวกันเป็นก้อนน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว
(กิ่งไม้แห้งที่กองสุมกันเหมือนโครงเหล็กถักในงานก่อสร้างอาคาร)
พร้อมกับเป็นการชักนำให้ไอน้ำ/หิมะในฤดูหนาวมาเกาะติด ๆ
พอกจนหนามากขึ้น ๆ จนกลายเป็นสถูปน้ำแข็งยักษ์ใหญ่กว่าเดิมมาก
ซึ่งพอถึงฤดูร้อนสถูปน้ำแข็งจะค่อย ๆ ละลายน้ำออกมาจากความอบอุ่น/แสงแดดแผดเผา
แล้วไหลไปตามลำราง/ระบบน้ำหยดทำให้มีน้ำเพียงพอกับเกษตรกรการทำไร่ทำนาทำสวน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Drikung Skyabgon Chetsang Rinpochey
(Rinpochey ท้ายชื่อนี้ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธนิกายธิเบต/ตันตระ
คือ พระลามะชั้นครูที่น่าเคารพยกย่องอย่างยิ่งและถึงแก่กรรมไปแล้ว
แล้วกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งเพิ่อสืบทอดศาสนาพุทธมหายาน
แบบท่านองค์ดะไลลามะ ประมุขศาสนาพุทธธิเบต ที่มา https://bit.ly/2GJpb7D)
และท่านได้ทำงานร่วมกับ SECMOL เพื่อเป็นสถานที่สำหรับค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ร่วมกับ
Himalayan Institute of Alternatives Ladakh(HIAL) โดยได้วางแผนร่วมกัน





Sonam Wangchuk PHOTOGRAPH BY ©ROLEX/STEFAN WALTER


Sonam Wangchuk คือ วิศวกรที่คิดค้นวิธีทำสถูปน้ำแข็งแก้ไขภัยแล้งให้กับชาวบ้าน
ในปี 2015 ท่านได้ขอรับเงินบริจาคด้วยการขอระดมเงินทุนสนับสนุนโครงการนี้ด้วยคลิปวิดีโอ
ซึ่งมีผู้บริจาคเงินรวม 300 ท่าน คิดเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 125,000 เหรียญสหรัฐจาก Crowdfunding
หรือคิดเป็น 105% จากเป้าหมาย 119,500 เหรียญสหรัฐซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย
โดยท่านจะนำเงินไปซื้ออุปกรณ์ต่าง เพื่อสร้างสถูปน้ำแข็งสูง 64 ฟุต(19.5 เมตร)
ที่สร้างขึ้นด้วยการฉีดน้ำขึ้นไปในแนวดิ่งอาศัยหลักแรงโน้มถ่วงแบบกาลักน้ำ
ทำให้น้ำจับเกาะตัวกันบนกิ่งไม้/กองกิ่งไม้ที่กองสุมกันจนน้ำจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์
ที่มีรูปทรงคล้ายรูปสถูปเจดีย์ขนาดใหญ่(รูปทรงกรวย)มีพื้นที่ผิวน้อยกว่ารูปแบบอื่น
ซึ่งก้อนน้ำแข็งยักษ์นี้จะชักนำไอน้ำ/หิมะในช่วงฤดูหนาว
มาพอกติดกันมากขึ้น ๆ หนาขึ้น ๆ จนเป็นสถูปน้ำแข็งขนาดยักษ์ใหญ่กว่าเดิม

ในช่วงฤดูร้อนที่อากาศอบอบขึ้นกว่าเดิม/แสงแดดแผดเผา
ราวช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นหน้าร้อน (ช่วงที่เริ่มขาดแคลนน้ำในอดีต)
น้ำจะค่อย ๆ ละลายจากสถูปน้ำแข็งยักษ์เหล่านี้
สายน้ำจะส่งไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในหมู่บ้าน Pheyang ใน Ladakhi
ซึ่งจะมีน้ำเพียงพอสำหรับการรดน้ำให้กับต้น poplar และพืชไร่ชนิดต่าง ๆ
ส่วนในเดือนมิถุนายน น้ำจากลำธารเทือกเขาหิมาลัย ก็เริ่มไหลตามปกติแล้ว
ขณะที่สถูปน้ำแข็งส่วนใหญ่จะเริ่มละลายหมดแล้ว

" เราเริ่มให้น้ำเพื่อปลูกพืชตั้งแต่ธันวาคม
แต่ความชื้นก็แทบไม่พอเลยสำหรับพืช
และตอนนี้แทบจะไม่มีน้ำเลย " Tsering Angchuk ผู้นำชุมชน

" ปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นเรื่องใหญ่
ทำให้ในอนาคตลูกหลานเรา
คงไม่สามารถทำไร่ทำนาได้อีกต่อไป "
Tsering Spalzes ชาวนาท้องถิ่น
ทั้งคู่ต่างแสดงในการรณณรงค์ขอเงินสนับสนุน crowdfunding


ท่านรินโปเชลามะ ผู้นำศาสนาได้กล่าวสนับสนุนว่า
การสร้างเขื่อนในพื้นที่นี้เป็นเรื่องลำบาก
เพราะสภาพพื้นดินเป็นก้อนหินแข็งทำงานลำบากมาก
(รวมทั้งรถแมคโครรถบรรทุกจะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก
ในฤดูน้ำหลากกระแสน้ำจะเชี่ยวกรากและมักพัดพาหินลงมาด้วย)
แต่จากการทดลองทำแบบนี้ก่อนที่จะขอเงินทุนสนับสนุน crowdfunding
เป็นวิธีการที่ประหยัด เรียบง่าย ลงทุนต่ำมาก
ชาวบ้านสามารถบริหารจัดการและพึ่งพาตนเองได้






The Monk, The Engineer and The Artificial Glacier






ตอนนี้ Sonam Wangchuk กำลังจะวางท่อน้ำอีกหลายเส้น
เพื่อสร้างสถูปน้ำแข็งมากกว่า 50 แห่ง
ซึ่งสถูปน้ำแข็งแต่ละลูกจะสามารถเก็บน้ำได้ราว 10 ล้านลิตรต่อปี
มีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกพืชราว 25 เอเคอร์ (62,5 ไร่)/สถูป
(คาดว่าจะมีน้ำเพียงพอกับการเพาะปลูกราว 3,125 ไร่)

ผลงานจากโครงการสถูปน้ำแข็งของ Sonam Wangchuk
ทำให้เป็นที่กล่าวขาวกันและรู้จักกันไปทั่วโลก
ในปี 2016 ก็มีการสร้างสถูปน้ำแข็งในยุโรปเป็นครั้งแรก ที่ Swiss Alps
และยังมีโครงการที่จะสร้างสถูปน้ำแข็งอีกจำนวนมาก
เพื่อชะลอน้ำท่วมอย่างฉับพลันในอินเดียและอีกหลายประเทศด้วย

ท่านเป็นนักประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจาก Rolex Award for Enterprise ในปี 2016
ซึ่งมีนักประดิษฐ์ท่านอื่นที่ได้รับรางวัลด้วย คือ อาคารที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และเตาที่มีประสิทธิภาพ
ซึ่งท่านจะใช้เงินรางวัลดังกล่าวเพื่อจัดตั้ง มหาวิทยาลัยวิจัย Pan-Himalayan
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคแถบนี้
และท่านได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืนระดับโลก
Global Award for Sustainable Architecture ในปี 2017









“ ผมสังเกตเห็นว่า มีก้อนน้ำแข็งอยู่ใต้สะพานที่ระดับความสูง 3,000 เมตร
ในระดับความสูงที่จัดว่าต่ำที่สุดในเขตพื้นที่แห่งนี้
และนี่มันคือเดือนพฤษภาคม (ช่วงขาดแคลนน้ำ)
ทำให้ผมต้องคิดว่า ถ้าเราสามารถเก็บน้ำแข็งได้แบบนี้ใน Phey
ถ้าเราป้องกันมัน(ก้อนน้ำแข็ง)จากแสงแดด

แต่จะหาที่ร่ม(ป้องกันแสงแดด) ได้อย่างไร
ผมจึงเริ่มคิดเกี่ยวกับการสะท้อนแสงของวัตถุ
และแล้ว ผมคิดถึงการลดพื้นที่ผิวของก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่
ดวงอาทิตย์จะสาดส่องพื้นที่ผิวเพื่อให้ร้อนขึ้น
แต่รูปทรงกรวยจะมีพื้นผิวน้อยที่สุด

พื้นที่ผิวของก้อนน้ำแข็งจะค่อย ๆ ละลายอย่างช้า ๆ
แม้ว่ามันจะอยู่ท่ามกลางแสงแดด

พวกเราเป็นชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในเทือกเขานี้
ไม่เพียงแต่เรื่องเชื้อชาติที่มีคนน้อยแล้ว
แต่ยังมีเรื่องภูมิอากาศที่เราต้องเผชิญหน้า
บางอย่างที่ทำได้ผลใน New York หรือ New Delhi
แต่ก็ทำไม่ได้ในแถบภูเขาแห่งนี้

เราต้องหาวิธีของเราเองในการแก้ไขปัญหาของพวกเราเอง
ถ้าชาวบ้านในท้องถิ่นเราปรับตัวได้
ลูกหลานของพวกเราจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผู้อพยพ
เพราะปัญหาจากสภาพภูมิอากาศ(ที่ทำมาหากินไม่ได้) " Sonam Wangchuk




Can ice stupas solve the water crisis in the Himalayan Desert? - BBC News



เรียบเรียง/ที่มา


https://goo.gl/xMp7XA
https://goo.gl/8q2oEA
https://goo.gl/pPECHN






 

Create Date : 29 มีนาคม 2561
0 comments
Last Update : 31 มีนาคม 2561 12:20:11 น.
Counter : 522 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.