อายุเป็นเพียงตัวเลข(จริง) รึเปล่า?


BlogGang Popular Award#13


 
ซองขาวเบอร์ 9
Location :
นราธิวาส Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




เป็นคุณแม่ลูกสี่ ตอนนี้เป็นคุณยายหลานห้าแล้วค่ะ



สัมภาษณ์ซองขาวเบอร์ 9


New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ซองขาวเบอร์ 9's blog to your web]
Links
 

 
ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการ 11





^
^
^
สนใจสมัคร จิ้มเข้าไปดูเลยค่ะ







พูดถึงเรื่องอาหารการกิน

แต่ละพื้นที่มีวิถีการกินไปคนละแบบ

วันนี้ก็ขอพูดเรื่องการกินของคนปักษ์ใต้ตอนล่างสุด

จะว่าก็เป็นพื้นที่ในบ้านของเราเอง (นราธิวาส)

เราเกิดที่นั่นโตที่นั่น วัฒนธรรมการกินเราก็คุ้นกับมัน

แต่อาจจะแปลกกับคนต่างถิ่น ที่ไม่คุ้นเคยเลย

วันนี้จะเอาสูตรอาหารแปลกมานำเสนอ

ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่า "มันน่ากินตรงไหน (ว่ะ)"

แต่สำหรับเรา มันเป็นเมนูที่ถ้าห่างบ้านเมื่อไหร่

ก็คิดถึงมันแทบจะขาดใจ

ถ้าพูดถึงปักษ์ใต้ ก็ต้องนึกถึงน้ำบูดู

เดี๋ยวนี้น้ำบูดูก็ขึ้นเหลาแล้ว อย่าง "ข้าวยำ"

"ข้าวยำ" ถ้าขาดน้ำบูดู ก็ไม่มีทางเป็น"ข้าวยำ"

คนกรุง กิน "ข้าวยำ" ก็เหมือนกินอาหารพื้นๆทั่วไปแล้ว

จะแปลกมากไม๊ถ้าจะเสนอน้ำบูดูเหมือนกัน

แต่เป็นน้ำบูดูที่กินกับผักแนม

เช่น สะตอ ลูกเนียง ลูกเหลียงหรือแตงกวา

พวกเราก็คงนึกถึงน้ำบูดูทรงเครื่อง

แล้วพวกเราเคยเห็นหรือเคยกิน "บูดูทุเรียน" กันบ้างไหม

อ่ะ... อย่าเพิ่งตกใจ นี่เป็นเมนูคนใต้

ที่ติดอันดับเหมือนกันน่ะ จะบอกให้

ใครที่ไม่เคยกิน จะลองเอาสูตรไม่ทำกินดู

ไม่หวงค่ะ เอาไปเลย บอกเคล็ดลับนิดนึง

"บูดูทุเรียน" จะกินให้อร่อยต้องกินกับ "สะตอเผา " เข้ากั๊น เข้ากัน


สูตรง่ายนิดเดียว

เตรียมน้ำบูดู บีบมะนาว ซอยพริกขี้หนูใส่

(ใช้มะนาวเขียวๆ ให้บีบจนเปลือกออกน้ำมันแก้คาวได้ค่ะ)

หยอดน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปีปลงไปนิดนึง

แค่นี้ก็เสร็จแล้วสำหรับน้ำบูดู

ต่อไปก็บิเนื้อปลาย่าง ยีๆใส่ลงไป

สุดท้ายแกะเนื้อทุเรียนลงไปอีกอย่าง

จากนั้นก็กวนให้เข้ากัน อึม..อร่อยเหาะ

เอาสะเต๊กมาแลกก็ไม่ย๊อม ไม่ยอม.. เด็ดขาด

เป็นไงคะ บางคนคงจะพะอืดพะอม

ไม่ลองไม่รู้ ลองแล้วจะได้รู้ ว่าอร่อยนะคะ








รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com








รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com








รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com








รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com








รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com




มีอีกหนึ่งเมนูที่อยากจะนำเสนอ

เมนูนี้บางท่านอาจจะเคยเห็นและเคยกินกันบ้างแล้ว

แต่ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยเห็นในภัตตาคารหรือร้านอาหารใดเลย

เป็นสูตรของที่บ้านเราเอง กินมาตั้งแต่เด็ก

คุณตาของเราเป็น "จุมโผ่" และเป็นเจ้าของสูตร

นั่นก็คือ "แกงปูวุ้นเส้น"

ว่าแล้วก็มาลองทำกันดู


สูตรก็ง่ายอีกแหละ

เตรียมเครื่องแกงกระทิ หัวกระทิและหางกระทิ

(เพิ่มรสชาติเครื่องแกงด้วยเม็ดผักชีคั่วแล้วป่นละเอียดอีกเล็กน้อย)

ปูและวุ้นเส้น อัตราส่วน ตามสบายค่ะ

ล้างปูให้สะอาด สับให้เป็นชิ้น

เอาหัวกระทิผัดกับเครื่องแกงจนหอม ใส่ปูลงไปผัด

จากนั้นใส่หางกระทิ เมื่อปูสุกแล้วก็ปรุงรสเค็ม

ด้วยเกลือหรือน้ำปลา ได้ตามถนัด

จากนั้นบิน้ำตาลปีป หยอดลงไปนิดนึง

(หวานมากไปไม่อร่อยเพราะปูมีรสหวานในตัวแล้ว)

สุดท้ายตามด้วยวุ้นเส้นที่แช่น้ำจนนิ่มและตัดเป็นท่อนสั้นๆ

แค่นี้ก็ได้กินแกงปูวุ้นเส้นแล้ว

จะใช้ปูทะเลหรือปูม้าได้ทั้งนั้น

หรือจะเปลี่ยนจากปูเป็นกุ้งก้ามกรามตัวโตก็ยิ่งดี

กินง่ายกว่าปู อร่อยเหาะเหมือนกันค่ะ




































>




รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com
คุยกันท้ายเรื่อง



โจทย์โดย : คุณพู่ JewNid

ให้เขียนเรื่อง--- อาหารการกิน --- ไม่จำกัดรูปแบบ

คราวนี้ก็ต้องลงทุนลงมือทำเองเลย

เพราะจะหาภาพที่บ้านอากู๋ก็หาไม่ได้

ทำแล้วก็มานั่งกินเอง เสียดายเป็นอย่างมาก

เพราะไม่ได้ตักแบ่งให้เพื่อนๆชิมกันเลยค่ะ

แต่บอกสูตรกันแล้วก็ลองไปทำกันดูนะคะ

อร่อยเหาะรึเปล่า แจ้งข่าวกันบ้างเด้อ



รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com




ขอบคุณ BG และการ์ตูนสวยสวยจากเย็นตาโฟค่ะ




Create Date : 11 กรกฎาคม 2553
Last Update : 11 กรกฎาคม 2553 16:33:27 น. 44 comments
Counter : 701 Pageviews.

 

สะตอเผา กับจุ่มโผ
น่าทานจังเลยนะคะ
อาหารปักษ์ใต้รสจัด เผ็ดจังฮู้
แต่อร่อยค่ะ ชอบๆๆๆ



เอาหมึกนึ่งมะนาว..มา jamด้วยคนค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:07:27 น.  

 
สวัสดีขอรับ คุณแม่ซองขาวครับ

ผมขอเป็นเมนูหลังนะครับ

ไม่ค่อยถูกกับผักเท่าไหร่

พูดถึงอาหารปักษ์ใต้ ผมชอบข้าวหมกไก่ครับ

ออกลาดตระเวนที่ไร เป็นต้องแวะซื้อ

ขอบคุณที่เขียนร่วมกัน เหมือนเคยขอรับ



โดย: มนุษย์กินเห็ด... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:13:13 น.  

 
ชอบข้าวยำค่ะ คุณแม่เพื่อนทำให้ทานเป็นประจำ
คั่วกลิ้งใส่สะตอ แกงเหลือง อร่อยจัง

เมนูของคุณอาและคุณตา เห็นแล้วน้ำลายสอ
แต่จุมโผ่ไม่กินนะคะ ให้คุณอ้อกินไปคนเดียวเหอะ อิ อิ
สงสารคุณตา กินไม่ลงหรอก กร๊ากๆๆๆ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:37:13 น.  

 
เมนูที่สองนี่น่าหม่ามากๆค่ะคุณแม่
แต่เมนูแรกไม่เคยกินเลยซักกะที
คุณแม่สบายดีนะคะ


โดย: ich habe kein Geld วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:54:49 น.  

 
บังเอิญว่าเป็นคนที่ไม่รับประทานน้ำบูดู เลยค่ะ
ก็เลยพลาดโอกาสชิมเมนูอันแสนอร่อยของคุณซอง ซะได้
และยิ่ง สะตอ นี่ไม่แตะเหมือนกันค่ะ
แม้แต่แกงเหลืองที่เผ็ดสะเด็ดยาดนั่นก็ทานไม่ได้ เพราะไม่ทานของเผ็ด

ลงไปทางใต้ถ้ามีอาหารอย่างนี้ ต้องสั่งไข่เจียวลูกเดียวค่ะ

ถึงไปภาคอิสานก็ไม่ทานปลาร้าอีกนั่นแหละ..ว้า

เฮ้อ..ช่างเป็นชีวิตที่จืดชืดเสียนี่กระไร
แหะ แหะ




โดย: addsiripun วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:19:21 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

น่าทานจังเลยค่ะอยากทานจัง อิอิอิ


โดย: อุ้มสี วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:44:36 น.  

 
ขอบอก .. หรอยจังฮู้


โดย: ก้อยค่ะ (Gunpung ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:14:07 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณอา ^^

สูตรลับเฉพาะครอบครัวแบบนี้..
น่าลองเชียวค่ะ

เรื่องกินเนี่ย ..เพี้ยนสู้ตายค่ะ ๕๕๕


โดย: star_paradise วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:16:19 น.  

 
ไม่เคยหม่ำเรยค๊าาไม่รุ้รสชาติจะเป็นไง


โดย: แฟนหล่อ วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:20:17 น.  

 


พูชอบทานข้าวยำค่ะ คุณแม่
อาจจะเพราะมีผักเยอะมั้งคะ
น้ำบูดูก็ปรุงรสแล้ว ไม่เค็มมาก
แต่นานๆ จะได้ทานค่ะ

เมนูของคุณแม่น่าลองมากๆ



โดย: พธู วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:57:04 น.  

 
มีความสุขมาก ๆ นะคะ ...



แสงทองฉาบทุ่งเรื้อง........รวงไสว
ธาตุอุ่นวินิจฉัย....................ชีพเค้น
ผินจากรักรำไร....................รังราก
วารร่วมสุขทุกข์เฟ้น..............ฝ่าข้ามมรสุม


............................................................
............................................................


แสงทองทดรอบเปลื้อง.....ประหัตเหิม
ปลุกปลอบนิทราเสริม...........ส่งหล้า
เหมือนทุกสิ่งยังเติม.............เตือนอยู่ มิรู้เอย
เมืองลับแลชีพข้า................เชี่ยวค้นหนใด


............................................................
............................................................
.
.
.


โดย: ploythana วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:02:19 น.  

 


หวัดดีค่ะคุณแม่
อิอิ มินสบายใจ ตั้งนานแล้วค่ะ
หมายถึงว่า วันนั้นมันปรี๊ด ๆ ขึ้นมา แบบจุดไม้ขึดอ่ะค่ะ
คือ งง ๆ บวกกับโกรธ ๆ ด้วย ว่าใครฟระ
คือ ผู้หญิงคนนี้ เค้าทำเหมือนกับว่า มินไปเจาะแจ๊ะแฟนเค้าอาไรแบบนั้นอ่ะ
แต่ พูดก็พูดเถอะนะคะ มินว่า อาจเป็นพวกโรคจิตก็ได้
คือ ตัวเค้าอาจจะกำลังมีเรื่องอาไรที่ไม่สบายใจอยู่
มาเจอบล๊อคมินเกี่ยวกับเรื่อง ผู้ชายในฝันของมิน ก็เลยเอามินซะหน่อยนึงอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
ก็เอาเลยค่ะ ถ้าเผื่อมันจะทำให้เค้ารู้สึกดีและสบายใจขึ้นมาก็ไม่ว่ากันค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ตอนแรกมินนึกไปถึงไอ้หนุ่มรุ่นน้องคนนั้น ที่มาเจ๊าะแจ๊ะกับมินอ่ะ
เอ หรือว่า ใยคนนี้จะเป็นแฟนเค้าหรือเกี่ยวข้องอาไรกับหนุ่มคนนั้นหรือป่าว
แต่ มินก็ไม่ไปถามอาไรให้มันต่อความยาวสาวความยืดหรอกค่ะ ช่างมันเหอะ

พูดถึงเรื่องของชอบดีกว่า ของกินอ่ะค่ะ อิอิ
มินไม่เคยทานเลยค่ำ ทั้งข้าวยำและน้ำบูดูอ่ะค่ะคุณแม่
แล้วแกงวุ้นเส้นที่คุณแม่ทำให้ดูอ่ะ มินก็ไม่เคยเห็นมาก่อนค่ะ อิอิ
แต่ถ้าจะทาน มินขอเป็นเมนูแกงวุ้นเส้นนะคะ เพราะมีปูด้วย นู๋ชอบปูค่ะ อิอิ
อาหารใต้ ที่มินชอบที่สุดคือแกงเหลืองหรือแกงส้มอ่ะค่ะ
แกงไตปลาก็ไม่ไหวค่ะ มันเผ็ด มินทานไม่ได้
มินชอบอาหารที่ร้านกันเองหาดใหญ่มาก ๆ ไปทีไรต้องไม่พลาดค่ะ
ชอบแกงเหลืองยอดมะพร้าว ชอบยำมะม่วงเบาของเค้า ชอบทุกอย่างของที่นี่ค่ะ
ก็คุณแม่คิดดู ขนาดซื้อแกงเหลืองยอดมะพร้าวแพ็คขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพอ่ะค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล. คุณแม่สบายดีนะคะ มินเข้ามาบ้านนี้ทีไร มินดูรูป พิจารณาดู
คุณแม่ กับ คุณพ่อ เนี่ย หน้าตาคล้าย ๆ กัน นะคะมินว่า
มีความสุขมาก ๆ นะคะคุณแม่ ไม่รู้ทางโน๊น ฝนตกป่าว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:14:23 น.  

 
ดอ๊ยยยย
แย่แล้วค่ะ
ท้องร้องรุนแรงแทบลงแดงเพราะหิวแล้วค่ะ
ตั้งแต่เช้ากินกาแฟ+ขนมปังไปเท่านั้น
ตอนนี้อาการกำเริบเสิบสาน
หิวขนาดหนัก คงมิวายลงท้ายที่เค้กกับข้าวอะไรซักอย่างเป็นแน่


คิดถึงนะคะคุณแม่มาบ้านแม่ตอนนี้
เพิ่มความหิวให้เหลือเกินเชียว
บ้านพี่แอมอีกคน เหอๆๆ หิวววว


โดย: biotech_girl วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:17:02 น.  

 
งานนี้อ่านได้เข้าใจดี ไม่ง้งไม่งง ห้าห้า
ไปตามแม่มาอ่านแล้วครับ แม่ว่าสูตรแรก
ต้องลองว่าจะเข้ากั๊นเข้ากันฉันใดน้อ
ส่วนสูตรหลัง คงจะเปลี่ยนเป็นกุ้งแหง
เลยครับ กินปูแสลงใจพี่สาว กรั่กๆๆ

ขอบคุณคุณอาครับ ไปเยี่ยมทุกวันเลย
หายเร็วแน่ๆ


โดย: nulaw.m วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:22:36 น.  

 
แกงวุ้นเส้นปูน่าทานจังเลยครับคุณแม่
ส่วนใหญ่ถ้านึกถึงอาหารใต้
ผมจะนึกถึงแกงส้มที่มีพริกแกงเหลืองๆ
กับอาหารรสเผ็ดนำน่ะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:51:05 น.  

 
โจทย์วันนี้ง่าย ๆ

เพราะไม่มีข้อจำกัดอะไรมากนัก และให้เขียนถึงเรื่องการกิน ซึ่งจะอย่างไรเสีย ทุกคนก็ต้องมีประสบการณ์ในการกินอยู่แล้ว

ใครไม่กินบ้างล่ะ?

คุณซองฯก็เลยเขียนเรื่องการปรุงอาหารสูตรประจำภูมิภาคและประจำตระกูล

ดูแล้วก็สอดคล้องกับคนเขียนดี

เพราะทำอยู่กับมือ ชิมอยู่กับลิ้น อย่างไรเสียก็ต้องเขียนออกมาได้อยู่แล้ว

ปัญหาประการหนึ่งของการเขียนแนวนี้ก็คือ

จะบรรยายรสชาติของอาหาร ออกมาเป็นตัวหนังสือ ที่อ่านแล้วทำให้คนอ่านจินตนาการถึงรสชาติที่กล่าวถึงแบบได้อรรถรสเหมือนได้ชิมด้วยตนเองได้อย่างไร?

ก็คงเหมือน ๆ กับเขียนบรรยายถึงความเพราะพริ้งของบทเพลง ความสนุกสนานตื่นเต้นของภาพยนต์ ความละมุนละไมของสัมผัสทางกาย ฯลฯ

นี่ต่างหาก ที่จะชี้วัดกึ๋นของคนเขียนหนังสือ....

จากที่ได้อ่านตำรับอาหาร หรือวิธีปรุงอาหารของคุณซองฯ

ถ้าจะให้คะแนนแบบนักเรียน ก็คงได้เกรด ซี คือพอผ่าน

กล่าวคือได้เนื้อหาครอบคลุมตามที่ผู้เขียนตั้งใจ มีประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ของอาหาร วัตถุดิบ เครื่องปรุง เคล็ดลับ

เรียกว่าอ่านแล้ว เอาไปทำตามได้

แต่สังเกตไหมครับ

คนที่เขียนตำรากับข้าวได้น่าอ่าน น่าทำตาม น่าลองทำบ้าง เขามีวิธีเขียนอย่างไร?

แน่นอนว่า เขาจะบรรยายอะไรที่มากไปกว่าฟอร์แมตมาตรฐานของเรื่องแนวนี้

อย่างเช่นถ้าจะบอกว่าน้ำบูดูทะเรียนมันทำอย่างไร

ก็น่าจะบรรยายถึงรสชาติของน้ำบูดูแบบธรรมดาที่ผู้คนทั่วไปเคยกินมาแล้ว และเปรียบเทียบกับน้ำบูดูที่ใส่ทุเรียน อันเป็นสูตรท้องถิ่น เป็นของแปลก

ถ้าบรรยายตรงนี้ได้ดี ได้ถึงกลิ่นถึงรส อ่านแล้วคนอ่านอยากรีบลุกขึ้นไปลองทำดูบ้าง

นั่นแหละ ถึงจะเรียกได้ว่า เขียนไอ้ประสบความสำเร็จ

พูดให้ถึงที่สุดก็คือ ไม่ว่าจะเขียนหนังสือเรื่องอะไร

นอกจาก "เนื้อหา" ที่เราต้องการสื่อไปยังผู้เขียนแล้ว

ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ต้องใส่ "ใจ" อันหมายถึงความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ ลงไปในเนื้อเรื่องด้วย

"ใจ" ที่ใส่ลงไปนี้แหละ ที่จะเป็นเครื่องชูรสชั้นเลิศ ช่วยให้ตัวหนังสือที่เราปรุงมีรสชาติกลมกล่อม ใครได้ตักชิม ก็หลงใหล....

ลองดูนะครับ เขียนเรื่องครั้งต่อไป

คิด "เรื่อง" หรือ "เนื้อหา" ของเรื่องที่จะเขียนได้แล้ว

ก่อนจะจรดปากกาลงเขียน ให้ทบทวนดูว่า เราจะเอา "ใจ" ของเราใส่ลงไปตรงไหนของเรื่องได้บ้าง

พอเขียนเป็นฉบับร่างครั้งแรกเสร็จ อย่าเพิ่งดีอกดีใจจนรีบนำออกเผยแพร่

ให้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด อ่านแบบจับผิดผลงานของเราอีกสักหลาย ๆ รอบ

ตรงไหนยืดยาดไปก็ตัดออก ตรงไหนรวบรัดไปก็ขยายความ

ตรงไหนอ่านแล้วแห้งแล้ง เพราะอ่อนเครื่องปรุง คือ "ใจ" ก็พยายามหามาใส่เพิ่มเติม....

แก้ไขให้ดี ให้เนียน ตัวเองอ่านแล้วไม่รู้สึกติดขัดตรงไหนอีกแล้วนั่นแหละ

ถึงจะได้เวลานำเสนอผลงานสู่สาธารณชน

หลังจากนำเสนอออกไปแล้ว ก็อย่ามัวแต่คอยฟังเสียงชื่นชม

ให้เปิดหูเปิดตา ฟังเสียงทักท้วงติดติง

แล้วนำมาปรับปรุงในงานเขียนครั้งต่อ ๆ ไป

ด้วยวิธีนี้ และมีแต่วิธีนี้เท่านั้น

คนเขียนหนังสือ จึงจะสามารถพัฒนาปรับปรุงคุณภาพงานเขียนขอตนเองให้ก้าวรุดหน้าไปได้เรื่อย ๆ

เขียนหนังสือแล้วคนไม่อ่าน หรืออ่านแล้วไม่รู้สึกประทับใจ

มันก็คงเหมือนกับทำกับข้าวแล้ว คนกินกินอิ่มแล้วลุกจากโต๊ะไปอย่างเงียบ ๆ

ทำนองวันนี้ได้กินอาหารกันตายไปอีกมื้อแล้ว

คนทำกับข้าว จะยังยิ้มออกได้อยุ่หรือ?










โดย: ลุงแว่น วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:03:06 น.  

 
สวัสดีครับ

เรื่องหม้อข้าวหม้อแกงลิงนี่ ปุ๋ยสามารถใส่ได้ครับ ใช้ออสโมโค๊ท สูตรเสมอหรือเร่งดอกได้ ปุ๋ยเกร็ดพ่นได้ แต่ต้องเจือจางมากๆ หนักปุ๋ยจะบ้าใบหม้อไม่ออก หรือ หม้อจะเล็กครับ

ส่วนที่ว่าหม้อไม่ออกนั้น สำคัญคือแสงและความชื้น ครับ ต้องชื้นมากๆหน่อย แดดต้องได้ แต่อย่าแรงนัก ต้องดูให้พอดีกับสายพันธุ์ที่เลี้ยง รวมถึงเครื่องปลูกก็ต้องเหมาะสม รดน้ำอย่างน้อยวันละครั้ง อดน้ำอย่างมาก 2วัน อย่าให้แห้งครับ


โดย: Mr.Kim Henry วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:03:45 น.  

 
สวัสดีครับแม่ซองฯ .

น้ำวูดูกับน้ำปู นี่อันเดียวกันรึ

ปล่าวครับ สีน่าจะใช่นะ

ผมไม่เคยทานเลยครับ เห่ๆ ..

เคยแต่เห็นแล้วไม่แน่ใจด้วยว่าใช่มั้ย ..

อาหารทางใต้เนี่ย ..

ที่เคยลิ้มชิมรส ส่วนใหญ่เป็นพวกคั่วๆ

ต่างๆครับ แล้วก็เนื้อผัดกะเพรา นะ

อ้อ แกงเหลืองใส่ปลาชิ้นๆ อร่อยนะครับ

แต่ ข้าวยำ กับน้ำวูดูนี่ ไม่เคยลองสักที

ครับ อิอิ ..


โดย: นายปลาดาว .. (yjam ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:50:06 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงปักษ์ใต้ครับ..

หรอยจังฮู้..



โดย: ไกลเกินใจสายเกินแก้ วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:55:39 น.  

 
"บูดูทุเรียน" ไม่ลองก็ไม่รู้ใช่มั๊ยคะคุณแม่ อิอิ

ถึงแม้ว่าคืนนี้อาจจะปันใจไปคนละทีม แต่มิตรภาพระหว่างเราคงมีอยู่เสมอค่ะ

Photobucket


โดย: pinkyrose วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:19:46 น.  

 


สวัสดัค่ะแม่ซองฯ

วันนี้ที่บ้านทำโกโก้ร้อน แต่แอบใส่น้ำแข็งมาฝากค่ะ..

ทานคู่กับแกงปูวุ้นเส้นน่าจะเข้ากันนะค่ะ มาซองฯ



ปล. รีบดื่มนะค่ะ... เดียวน้ำแข็งละลาย....


โดย: arlendil วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:23:51 น.  

 
สวัสดีค๊าคุณแม่ซองขาวเจ้าขา

แพมอยากเขียนเป็นเมนูอาหาร
ตามตำรับการทำแบบนี้อ่าค่ะ...
แต่ทำไม่เป็นเรยยย...งานนี้เมนู
น่ารับประทานที่ซูดเรยยยอ่ะค่ะ
.
.
ง่า...โจทย์หน้าอาจจยากส์สุดสุด
แต่สัญญาจะไม่เล่นมุขแระค๊าคริ
แพมกำลังเชียร์สเปนเรยเย้สู้ๆ..ฝันดีนะค่ะ


โดย: mastana วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:2:51:03 น.  

 
หมึก Paul เอ้ย เป็นเทพพระเจ้าพยากรณ์ไปแล้วตอนนี้ 5555


โดย: cengorn วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:4:19:27 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะ..คุณแม่

เมื่อคืนติกเดินสายตามทานอาหารบนถนนตะพาบ ไปได้ไม่หมดวันนี้ว่าจะมาเดินต่อ ติกเคยทานข้าวยำครั้งเดียวเองค่ะ เลยจำรสไม่ค่อยได้ แต่น้ำบูดูของคุณแม่แปลกดีจริงๆ ค่ะ..ใสทุเรียนด้วย!


โดย: nootikky วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:5:19:08 น.  

 
สวัสดีครับคุณแม่..

แกงปูวุ้นเส้นน่าทานมากๆเลยครับ..
ขอใส่ปิ่นโต..ด้วยนะครับ 555+

อาหารดูน่าทานจริงๆครับ..




หลับตาพริ้ม..ยิ้มกินไก่ทอด..
สุดยอดอร่อย..ป๊าไม่ปล่อยให้หลุดเฟรม


โดย: Little Knight วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:29:43 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณแม่

เข้ามาอ่านบทวิจารณ์ของคุณลุงแว่น
แล้วก็ได้ความรู้กลับไปเพียบเลยครับ









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:46:12 น.  

 
บล็อกตะพาบโครงการนี้ต้องบอกเลยค่ะว่าอิ่มทั้งตัวหนังสือ
และก็อิ่มทั้งอาหารการกินจริงๆ นะค่ะ
เพราะว่ามีอาหารแปลกที่เราไม่รู้จัก เอ เรียกว่า
อาหารพื้นบ้านดีกว่า ... แปลกดีค่ะ น่าลองทำ

จริงๆ แถวบ้านหนูคนใต้ก็มาอยู่เยอะเหมือนกันนะค่ะ
แต่ว่าอาหารก็จะทั่วๆ ไป ไม่ได้ทำออกมาเป็นอาหาร
หลากแบบอย่างนี้ ...

เห็นบูดูทุเรียนแล้วอยากลองทานจัง แล้วยิ่งเห็น
สะตอเผาด้วยอ่ะค่ะ อยากลองมากๆ .. นี่ถ้าหากว่า
หาเครื่องครบก็อยากลองทำมั่งจังค่ะ จะได้ผลออกมายังไง
เดี๋ยวค่อยรายงานผลตอนต่อไปนะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:07:45 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

แวะมาอ่านงานตะพาบค่ะ
อาหารใต้ไม่เคยทานเลยค่ะ
เป็นคนไม่กินเผ็ดน่ะค่ะ เลยไม่กล้าลอง ^^


โดย: ท่านหญิงน่าเกลียด วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:17:53 น.  

 
โย สหสฺสํ สหสฺเสน สงฺคาเม มานุเส ชิเน เอกญฺจ เชยฺยมตฺนานํ ส เว สงฺคามชุตฺตโม
ถึงผู้ใดจะชนะเหล่าชนได้พันคนพันครั้งในสงคราม ก็หาชื่อว่าเป็นผู้ชนะยอดเยี่ยมไม่
ส่วนผู้ชนะตนคนเดียวได้ ผู้นั้นแล ชื่อว่าผู้ชนะยอดเยี่ยมในสงคราม

ขอให้มีความสุข ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
ด้วยความเป็นผู้ชนะตน ตลอดไป..นะคะ



แกงปูวุ้นเส้น...เพิ่งเคยเห็น ท่าทางน่าหม่ำดี...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:57:09 น.  

 
แวะมาทักทายตอนบ่าย ๆ ค่ะ^^
เห็นแต่รูปนึกว่าเอาทุเรียนจิ้มน้ำพริก
แต่บูดูทุเรียน ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละค่ะ^^


โดย: Pegasuszy วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:22:52 น.  

 
กลอนที่คุณลุงแว่นเขียนที่บล้อกผม
คุณลุงก็รวมเล่มมาสองเล่มแล้วนะครับคุณแม่
ลองติดต่อที่คุณลุงแว่นดูอีกทีได้ครับ
หนังสือกลอนของคุณลุงแว่นเขียนได้ดีมากครับ

ส่วนคำวิจารณ์นั้น
คุณลุงแว่นก็เขียนตรงไปตรงมา

ครูดี มักจะดุครับ
แต่ก็ตำหนิเพราะความหวังดีครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:58:11 น.  

 
ขอบคุณนะค่ะสำหรับคอมเม้นท์เพิ่มเติมเกี่ยวกับบูดูทุเรียน
อ่านแล้วก็ได้ความรู้ไปในตัวว่าเค้าทานกันยังไง
อ่านแล้วก็ยังอยากลองอยู่ดีค่ะ เพราะว่าอาหารเหล่านี้
เค้าทานกันเพราะมันทานรวมกันได้แบบว่าไม่แปลก
กับอาหารคนละประเภท คนละอย่าง ผสมกันจนลงตัวนะค่ะ

สำหรับคนโบราณทานข้าวกับผลไม้ ... อันนี้เห็นและเคยลองค่ะ
เพราะตอนแรกเห็นป้าลองทานข้าวกับแตงโม
ก็สงสัยว่าทำไม อร่อยตรงไหน พอได้ลอง ก็รู้สึกว่ามันก็แปลกดี
เย็นๆ อร่อยแบบเย็นๆ ค่ะ 555


โดย: JewNid วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:07:42 น.  

 
17-18 กค.2553 เชิญร่วมกิจกรรม
มูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดาร ฯ
อายุ ครบ 45 ปี





โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:00:01 น.  

 
ผมเคยชินกับอาหารพื้นถิ่นแถวพัทลุง
แต่น้ำบูดูยังไม่เคยลองครับ
เครื่องปรุงและวิธทำอาหารดูไม่ยุ่งยาก
แต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลยครับ
คุณซองฯเขียนไม่ยาวแต่ลงเคล็ดลับ
การปรุงอาหารได้อย่างครบถ้วนครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:09:06 น.  

 


คุณแม่ขา..เรียก หนูพู นู๋พู..ที่เคยเรียกดีกว่า
พูว่า น่ารักดี เหมือนพูเป็นเด็กตัวเล็กๆ อ่ะค่ะ



โดย: พธู วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:11:15 น.  

 
สวัสดีตอนดึกดื่นขอรับคุณแม่ซองขาวครับ

ผมล่ะสงสารฮอลแลนด์ครับ

กรรมการทำเสียงานทุกทีสิน่า

เฟลมากๆครับ



โดย: ชายผู้หล่อเหลา...กว่าแย้นิดนึง. (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:51:49 น.  

 
555 เซ็งห่านหรือครับ คุณอา
ถ้าจะเกรงใจคุณข้างบนนั่น อิอิ



ฟังเพลงตอนนี้สิครับ เน็ตอาจจะ
หายอืด จะได้ฟังไม่ขาดๆ

ส่งคุณอาเข้านอนนะครับ ฝเนดีด้วย



โดย: nulaw.m วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:27:36 น.  

 
ป๊าด..ด..คุณแม่ซองขาว
บ้านแม่ ทำไมมีแต่อาหารน่ากินทั้งนั้น
ถ้าสีกล้องแจ่มกว่านี้ เจิดเลยค่ะ..คุณแม่

ปล. เห็นเมนูแกงวุ้นเส้นแล้วน้ำลายไหล
อยากกินจัง..เดี๋ยวลองกินบ้างดีกว่า..ขอบคุณไอเดียค่ะ



โดย: nikanda วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:5:21:46 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณแม่..



โดย: Little Knight วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:05:26 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณแม่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:33:20 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณอา
เห็นคุณก๋าเม้นท์ข้างบน เลยถอยไปอ่านเม้นท์คุณลุงแว่น
ได้ความรู้กลับไปเต็มกระเป๋า
แอบ อยากให้วิจารณ์งานแอมบ้างจัง

จริงอย่างลุงแว่นว่า หวังคำชื่นชมแล้ว
ผลงานไม่พัฒนา อันนี้สำหรับคนที่จะต่อยอดนะคะ

แต่สำหรับ แค่จะร่วมสนุกเล็กๆน้อยๆ
ก็ได้ความรู้เพิ่มเติม มีครูมาคอยแนะนำก็กำไร


แอมอร


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:48:02 น.  

 
น ปเรสํ วิโลมานิ น ปเรสํ กตากตํ อตฺตโน ว อเวกฺขเยยฺ กตานิ อกตานิ จ
ไม่ควรใส่ใจคำแสลงหูของผู้อื่น ไม่ควรแส่มองธุระที่เขาทำและยังไม่ทำ
ควรตั้งใจตรวจตราหน้าที่ของตนนี่แหละ ทั้งที่ทำแล้ว และยังไม่ทำ

มีความสุขกับการเป็นไบ้ หูหนวก ตาบอด ในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:12:05 น.  

 
ชอบกินข้าวยำมากค่ะ

แต่อยู่กรุงเทพ ไม่รู้จะไปหากินที่ไหน

เขียนเรื่องอาหาร เขียนยาก

นักล่าฯก็ทำไม่ได้เท่านี้ค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:43:37 น.  

 
พูดถึงอาหารใต้แล้ว ส้มรู้จักอยู่ไม่กี่อย่งเองค่ะ แต่ชอบกินมากก็จะเป็น แกงเหลืองกับแกงไตปลา แต่แบบว่าไม่เผ็ดมาก พริกแกงแบบที่พี่บิ๋งเคยเอามาให้อะค่ะ แบบนั้นของใต้ออริจินัลเลยจริงๆ เพราะว่าเผ็ดจนลมออกหูเลย เมนูข้างบน หนูเพิ่งได้ยินหนแรกเนี่ยหล่ะค่ะ แต่ว่าแกงปูวุ้นเส้นอันนี้น่าสนใจนะแม่ซอง เห็นปูแล้วน่ากินดีค่ะ แต่ส้มคงไม่มีปัญญาทำเองเลย เพราะไม่เคยกิน ก็เลยไม่รู้รสชาติแล้วที่นี่ไม่มีปูสดๆเลยอะค่ะ ช่วงนี้ไม่มีเวลาทำอะไรอร่อยๆกินเลยค่ะ ต้องเลี้ยงอานนท์ เลยทำอะไรที่ง่ายๆเร็วๆ แทน หรือแบบว่าทำยากๆ แต่กินได้นานๆ ค่ะ ตอนนี้อานนท์จะ 8 เดือนแล้วค่ะ แต่ผมส้มก็ยังร่วงอีก แต่ก็มีผมขึ้นมามั่งแล้ว ค่อยยังชั่ว นึกว่าผมจะหมดหัวซะแล้ว
ตอนนี้เยอรมันอากาศร้อนมากค่ะ คิดว่าน่าจะพอๆกับี่เมืองไทย วันหลังแม่ซองมาเที่ยวอีกนะค่ะ


โดย: currywurst วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:1:22:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.