พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
5
7
8
9
11
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
ขอบคุณ..ที่โกหกกัน

  เชื่อว่าใครๆก็ไม่ชอบ คนโกหก..

ไม่มีใครอยากฟังเรื่องโกหก เรื่องที่ไม่จริง เรื่องหลอกลวง

เพราะรู้สึกว่าตนเองเหมือนถูกหลอก กลายเป็นคนสมองกลวง ยังไงก็ไม่รู้..

ยิ่งคนที่ถือ ศีลห้า เคร่งครัด ยิ่งไม่อยากพลาดพลั้งกลายเป็นคนพูดจาโกหกเสียเอง

การพูดโกหก พูดเหลวไหล เพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด ไร้สาระ นั้นเป็นข้อห้ามใน ศีลห้า

ของพวกเราชาวพุทธอยู่แล้ว และดูเหมือนจะเป็นศีลที่มีการละเมิดกันอยู่ไม่ใช่น้อย..

ในครอบครัว หากว่า พ่อโกหกแม่ แม่โกหกลูก พี่โกหกน้อง แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร

ในที่ทำงาน หาก เจ้านายโกหกลูกน้อง ลูกน้องโกหกเจ้านาย เพื่อนร่วมงานโกหกกัน

แล้วเราจะทำงานอยู่ร่วมกันได้อย่างไร..?

ในธุรกิจ คนขายของโกหกลูกค้า ลูกค้าโกหกแม่ค้า

ในโรงเรียน ครูอาจารย์โกหกลูกศิษย์ นักเรียนโกหกครู แล้วมันจะเป็นอย่างไร

โลกนี้คงวุ่นวายโกลาหล ปั่นป่วน ไม่น้อย นี่คือโทษภัยของคำโกหก

แต่ การโกหก นั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เราไม่ควรทำเป็นข้อห้ามทางวาจา

แม้เพียงเพื่อความสนุกคึกคะนอง ขอให้ดูที่ ผล ของการโกหกนั้น..

หากผลของมันทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ แก่ผู้รับผลแห่งคำโกหกนั้น ก็บาปเห็นๆ

เพราะไปทำให้เขา ทุกข์ทรมานกายใจ จากคำโกหกเป็นการเบียดเบียนกันแน่ๆ 

แต่หากผลของการโกหกครั้งนั้น มันสามารถยุติความหายนะทางใจ ของใครๆได้

หรือ สามารถทำให้ใครรอดพ้นจากคามตายได้ เราคิดว่าคุ้มใหม..?

จริงอยู่ การพูดโกหก เป็นสิ่งไม่ดีไม่ควรทำ เมื่อทำมากๆบ่อยๆครั้งมันจะกลายเป็นความเคยชิน

เป็นนิสัยที่ไม่ดี เป็นความมัวหมองของจิตใจผู้พูดเอง

แต่ขอให้ดูที่เจตนาของผู้พูดประกอบด้วย ว่ามีเจตนาดีร้าย อย่างไร

มีด้วยหรือการโกหกเพราะหวังดี หรือเจตนาดี..?

มี แต่บางครั้งเราอาจไม่สามารถทราบโดยทันที ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องเฉลย..

เช่น หมอ หรือ แพทย์ ที่จะไม่บอกอาการของโรคแก่คนไข้ที่มีความเสี่ยงโดยตรง

เพราะหากบอกไปตรงๆว่าคนไข้คนนั้นเป็นโรคร้ายแรง จะมีผลต่อกำลังใจในการรักษาตัว

ของคนไข้เอง เป็นการไม่ทำลายจิตใจของคนไข้ นี่เป็นการโกหกที่มีคุณค่า

ใครจะว่าบาปกรรม หมอหรือแพทย์ท่านไม่สนหรอก เพราะหน้าที่ของหมอคือ รักษาชีวิต

ไม่ใช่ทำลายชีวิต..การทำให้คนๆหนึ่งมีชีวิตยืนยาวเพิ่มขึ้นอีกแม้เพียงหนึ่งวัน

ย่อมดีกว่าทำลายชีวิตใครให้สั้นลงเร็วขึ้นเป็นแน่..

ลูกกตัญญูบางคน โกหกพ่อแม่ว่าทำงาน มีความเป็นอยู่ไม่ลำบาก ทั้งที่จริงต้องปากกัดตีนถีบ

แต่ต้องการให้บุพการี สบายใจไม่เป็นห่วงตนเองให้เป็นทุกข์ใจ นั้นก็ดูที่เจตนาล้วนๆ

แต่ไม่ใช่ไม่มีจะกินแล้วยังทำตนฟุ้งเฟ้อแสดงให้พ่อแม่ และ คนอื่นๆเห็นว่าตนเองมั่งมี

เป็นคนละเจตนากัน ผลมันจึงไม่เหมือนกันแน่นอน..

ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่จะ สงเสริมให้คนพูดโกหกกัน

แต่ให้รู้ว่าชีวิตมนุษย์นั้นแสนสั้นนัก เราจะต้องฉลาดใช้ชีวิตเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย

แม้การพูดโกหก เราจะถูกปลูกฝังว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ควรกระทำ

แต่มันก็มีมุมที่ดีที่เราสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ อยู่ที่เจตนาของเราเอง

เมื่อคุณค่าแห่งการโกหกพูดไม่จริงครั้งนั้นมันปรากฎผลเมื่อใหร่..

เราอาจจะได้ยินคนพูดว่า ถ้าครั้งนั้นเราไม่ทำอย่างนี้ เราอาจไม่มีโอกาสดีๆแบบนี้อีกเลย

ขอบคุณนะ..ที่โกหกกัน




Create Date : 31 พฤษภาคม 2557
Last Update : 11 กรกฎาคม 2557 20:59:29 น.
Counter : 1321 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]