ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
14
15
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
13 ธันวาคม 2559
All Blog
ฝันร้าย..!




  ตอนเด็กๆผู้เขียนเชื่อว่า เราทุกคนต้องเคยจินตนาการว่าเราอยากจะเป็นอะไรสักอย่าง..


จินตนาการของเด็กๆช่างสวยงาม และในบางครั้งก็เกินความจริงของใครๆไปแสนไกล

ฮีโร่จากการ์ตูนเรื่องโปรด ที่แสนเก่ง ฉลาด แถมตายยากซะด้วย

หรือเจ้าหญิงในนิทาน ที่แสนดีอ่อนหวาน ได้แต่งชุดสวยๆเฉิดฉายทุกวันเวลา

ตำรวจมือปราบเหล่าร้าย ยิงปืนได้ทั้งสองมือแถมกระสุนที่ไม่มีวันหมด

คุณหมอ ที่แสนใจดี รักษาโรคให้คนป่วยได้ทุกโรค ฉีดยาไม่เจ็บเลย



เด็กๆมีชีวิตอยู่ในโลกความจริงครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งพวกเขาอยู่ในโลกแห่งความฝัน 

โลกแห่งจินตนาการ ที่ไร้ขอบเขต ไร้พรมแดน ไร้ข้อผูกมัด เป็นอิสระทางความคิด



และเมื่อโตขึ้น โลกแห่งจินตนาการเหล่านี้ ก็จะค่อยๆถูกกลืนกินจากโลกความจริง

ไปที่ละนิด จนวันหนึ่งมันอาจจะจางหายไปโดยที่เขาเหล่านั้นไม่รู้ตัว


โลกแห่งความจริงที่ไ่ได้มีแค่เจ้าหญิงกับ เจ้าชาย 

โลกที่ไม่ได้มีแค่มือปราบสุดเท่ห์ กับโจรกระจอก

โลกทีไม่ได้มีแค่หมอใจดี กับเข็มฉีดยาวิเศษ

โลกที่ไม่ได้มีแค่ฝ่ายธรรมะ และฝ่ายอธรรมเท่านั้น

แต่มันเป็นโลกที่มีทั้งคนดี คนไม่ดี และคนที่เป็นกลางๆ สีเทาๆ

โลกที่มีความยุติธรรมและไม่ยุติธรรม แต่มันจะอยู่กับใครนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง



ความสับสนวุ่นวาย ที่ทับซ้อนกับ สงบเงียบ และลุ่มลึกของจิตใจคนเราต่างหาก

ที่ทำให้โลกแห่งความจริงให้เป็นอย่างนี้  เราสร้างจักรวาลของเราขึ้นมาเอง

โดยมีเราเป็นผู้เล่นจริง เจ็บจริง ร้องไห้จริง หัวเราะจริง และบ้าจริง




เมื่อวันเราที่ได้เจอเรื่องดีๆ เราก็อยากจะเก็บกอดเอาไว้ให้นานๆ

แต่เมื่อวันที่ชีวืตเจอเรื่องเลวร้าย ก็แทบสิ้นสติ อยากทุบทำลายชีวิตตนเองและผู้อื่น

โทษเวรกรรม โทษฟ้าดินที่ไม่เป็นใจ บ้างก็ว่ามันคือ ฝันร้ายของชีวิต

อยากจะตื่นจากฝันร้ายนี้เร็วๆ อยากจะออกจากฝันร้ายนี้เสียที..



ในทางพระพุทธศาสนา ท่านก็เปรียบเปรยเอาไว้ว่า

มนุษย์ทุกคนที่กำลังมีชีวิตอยู่ ณ เวลานี้

ทุกคนล้วนแต่กำลังอยู่ในความฝันทั้งนั้น..

ไม่ใช่ความฝันเมื่อเราหลับตาลงนอน แต่เป็นความฝันทั้งที่กำลังลืมตาโพลงอยู่นี่แหละ

เพราะเรากำลังถูก มายาแห่งโลกสมมุติ หลอกให้อยู่ หลอกให้ทำ หลอกให้เอา หลอกให้เป็น

อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  อยู่ทุกวินาที อยู่ทุกลมหายใจ



ไม่ว่าเรื่องดีหรือเรื่องร้ายในชีวิตจริงของเรา แท้จริงแล้วมันก็คือ ฝันร้าย ทั้งสิ้น

เพราะตราบใดที่เรายังไม่รู้เท่าทัน มายาของโลก เราก็ยังเป็น คนหลับที่ตาตื่น อยู่ดี



หลายคนที่ไม่เคยรู้ความจริงนี้ก็คงปฏิเสธกันชุลมุนแน่

ก็ฉันยังตื่นอยู่ ฉันยังกินนอน นั่งเดินอยู่ ยังเจ็บป่วย ยังแข็งแรงอยู่ ยังมีความรู้อยู่

จะถูกหลอกได้อย่างไร..?



ถูก เรายังใช้ชีวิต ยังมีกิจกรรมทางโลกอยู่ ยังเห็นแสงตะวัน ยังมองดวงจันทร์อยู่

แต่เราอยู่ด้วยความเป็น ทาสของกิเลส อยู่ทุกลมหายใจ

ทั้งรัก โลภ โกรธ หลง ดึงเข้า ผลักออก วนเวียนซ้ำซากอยู่อย่างนี้ไง



ตราบใดที่เรายังไม่ตื่นจาก ฝันร้ายในทางธรรม ตราบนั้นเราก็ยังเป็น คนหลับ อยู่ดี..



พระศาสดาของเราชาวพุทธและของชาวโลก 

ท่านก็บอกวิธีตื่นจากฝันร้ายนี้ไว้ตั้งแต่สองพันห้าร้อยกว่าปีที่แล้ว..

เป็นวิธีที่ตื่นจากฝันร้ายโดยที่จะไม่กลับไปฝันอีกเลย เป็นผู้ที่ตื่นจากฝันอย่างเด็ดขาด

ไม่ถูก มายาของโลก ฉุดยื้อลงไปในโลกแห่งความลวงได้อีก



เด็กน้อยมีสิทธ์ที่จะจินตนาการหลุดออกจากโลกแห่งความจริงฉันใด

ผู้ใหญ่ทุกคนก็มีสิทธ์จินตนาการถึงโลกแห่งความเป็นอิสระทางใจได้ฉันนั้น



ถึงวันนี้เราจะยังยอมรับไม่ได้ว่า  เรานั้นไม่ได้แตกต่างจากจากเด็กน้อย

ที่ถูกโลกแห่งจินตนาการช่วงชิงชีวิตจริงของเราไปครึ่งหนึ่ง

นั่นเป็นเพราะ ความไม่รู้ว่า อะไรคือความจริงและอะไรคือความฝันต่างหาก


แต่เชื่อว่าหากเราทุกคนเลือกได้ 

เราคงไม่อยากถูก โลกความฝันกักขังจิตวิญญาณ ของเราเอาไว้อย่างนี้ตลอดกาล

เหมือนอย่างที่ผ่านๆมาแล้วนับเอนกชาติแน่นอน..



ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ




Create Date : 13 ธันวาคม 2559
Last Update : 13 ธันวาคม 2559 20:26:20 น.
Counter : 569 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]