พฤษภาคม 2560

 
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
14
16
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
25 พฤษภาคม 2560
All Blog
ไม่อยากกินข้าว










ผู้เขียนเคยเห็น ลูกๆหลายคนที่ทำตัวน่ารัก

พาคุณพ่อคุณแม่ ไปทานข้าวนอกบ้านในวันสำคัญๆของครอบครัว


ภาพที่หนุ่มสาววัยรุ่น วัยทำงาน ค่อยๆเดิน จูงมือพ่อ จูงมือแม่ที่มีอายุ

ดูงกๆเงิ่นๆ เข้าร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง

มองแป๊บเดียวก็รู้ว่า พวกท่านไม่ถนัดจะมากินอาหารในสถานที่อย่างนี้สักเท่าไหร่..



เดาเอาเองว่า คงถูกลูกๆขอร้องกึ่งบังคับด้วยความหวังดี.. 

อยากให้พ่อแม่ได้มาทานอาหารอร่อยๆ  กับร้านที่ตนเคยลิ้มลองมาแล้ว



ผู้เขียนนั่งแอบมอง (อย่างมีมารยาท ) แบบไม่ให้คนกลุ่มนี้รู้เนื้อรู้ตัว เพราะที่นั่งไม่ไกลกันนัก

และกลัวว่าจะกลายเป็น พวกสอดรู้สอดเห็น เรื่องชาวบ้านไป

แต่มันอด อมยิ้มไม่ได้จริงๆ ที่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้



และก็เป็นไปอย่างที่คิด รายการอาหารที่ลูกๆพยายามแนะนำให้ชายหญิงสูงอายุดู

สุดท้ายมาลงที่เมนูที่ชื่อว่า ตามใจลูก

อะไรที่ลูกว่าอร่อยพ่อกับแม่ก็กินได้ทั้งนั้น..



บรรยากาศน่ารักอย่างนี้ น่าเสียดายผู้เขียนไม่ได้อยู่ดูจนจบ

แต่ก็คาดว่า พ่อแม่สองท่านนี้คงจะ อิ่มอกอิ่มใจ มากกว่า อิ่มท้อง แน่นอน

และลูกๆของท่าน ก็คงภูมิใจที่ได้มีโอกาสได้ทำความดี กับ พระในบ้าน

อย่างน้อยๆก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต..



พ่อให้ชีวิต แม่ให้ร่างกาย

ไม่มีพวกท่านทั้งสอง ก็คงไม่มีเราในวันนี้



อาหารกายอาหารใจ ที่พวกท่านอุตสาห์พยายามประคองป้อนให้เรา 

จะมีคุณค่า จะมีความหมายกับเรามากมายแค่ไหน

สุดท้ายก็เพียงแค่อยากเห็นเรา  เติบโตแข็งแรงและเป็นเด็กดี..



คนรู้จักของผู้เขียนท่านหนึ่ง ท่านเหลือคุณแม่อยู่เพียงคนเดียว

เมื่อ วันคล้ายวันเกิด ของท่านเวียนมาถึงคราวใด ปีใดก็ตาม

ด้วยความที่อยู่ห่างไกลกันกับแม่ หากไม่สามารถเดินทางไปพบกับแม่ได้



ในวันพิเศษของตนเองแบบนี้

ท่านก็จะใช้วิธีโทรศัพท์ไปหาแม่ตั้งแต่เช้า บอกว่าวันเกิดปีนี้ไม่ได้ไปหาแม่นะ

เพราะติดงานติดภาระกิจอะไรก็ตาม  

พร้อมกล่าวขอบคุณแม่ที่ทำให้ท่านได้เกิดมา สู้อดทนเลี้ยงดูท่านจนมีวันนี้ได้

แม่ของท่านก็จะอวยพรให้ลูกยืดยาวเป็นพิเศษ ตามประสาแม่ลูก



หากปีไหนมีโอกาสได้พบหน้ากัน ก็จะซื้อของกินของใช้ไปฝากแม่ 

ซึ่งแม่ก็มักจะบอกว่าไม่ต้องซื้อมาให้สิ้นเปลืองเงินทอง เอาไปใช้อย่างอื่นเถอะ..

น่ารักมั้ย..



ผู้เขียนถามว่า แล้วถ้าปีนั้นไม่ได้เจอกันจะแล้วทำอะไรให้แม่..?

คำตอบที่ได้ฟังทำให้ผู้เขียนอึ้งไปเลย  คือ..


"  วันนั้น ผมจะไม่กินข้าวทั้งวัน.."


ผู้เขียนถามต่อทันที " ทำไม..? "

ตอนแรกผู้เขียนนึกในใจว่าท่านคงเศร้าคิดถึงแม่จนกินข้าวไม่ลง   แต่ไม่ใช่เลย..



คำตอบคือ

" ในวันที่แม่คลอดผมออกมา วันนั้นแม่กินอะไรไม่ได้เลย 

เป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน..  แม่บอกว่า มันหิวมากแต่กินอะไรไม่ได้.."

และที่แย่กว่านั้น ในขณะที่ตนไม่ได้กินอะไร  แต่ก็ต้องป้อนน้ำนมให้ลูกกิน..



" ผมจึง รับรู้ถึงความทรมานของแม่   สำนึกบุญคุญของแม่

ขอร่วมรับรู้ความทุกข์ของแม่ด้วยการไม่กินอะไรในวันเกิดของผมเอง "

แต่จะทำเฉพาะในปีที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเท่านั้น..



และอีกประการหนึ่งคือ 

ท่านอยากยกย่องอาหารมื้อแรกของท่านที่เกิดมา คือ น้ำนมของแม่ 

ดังนั้นในวันนี้ อาหารอะไรๆก็ต้องหลีกทางให้ทั้งหมด ไม่ขอแตะต้อง..



ผู้เขียนชื่นชมในความกตัญญูของท่านผู้นี้ 

และได้กลายเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้เอาไว้เล่าให้คนอื่นๆฟัง 

หากมีโอกาสได้พูดถึงพระคุณของแม่..



หากใครจะทำตามก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด  แต่ต้องประเมินกำลังของตัวเองด้วยนะ..

หากพาลเป็นลมเป็นแล้งไป เดี๋ยวแม่ที่บ้านรู้จะตกอกตกใจ.. 

จะกลายเป็นทำบาปโดยไม่รู้ตัว..



หากใครยังไม่เคยพาพ่อแม่ไปทานข้าวนอกบ้าน 

จะด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ หรือติดขัดเรื่องเวลาใดๆก็ตาม

ก็อย่าได้น้อยอกน้อยใจ..



เพราะอย่างน้อย ทุกวันก่อนที่เราจะตักอาหารคำแรกเข้าปาก..

ลองคิดถึง อาหารมื้อแรก ของเรา ที่แม่ได้มอบให้ในวันแรกที่เราได้เกิดมา..



บางที เราอาจจะได้ความรู้สึกดีๆบางอย่างเข้ามาในเสี้ยววินาทีนั้น

จนทำให้เรา ไม่อยากกินข้าว คำนั้นไปเลย  ก็เป็นได้..




ขอขอบคุณเจ้าของรูปสวยๆทุกรูปครับ




Create Date : 25 พฤษภาคม 2560
Last Update : 25 พฤษภาคม 2560 17:40:32 น.
Counter : 534 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]