พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
5
7
8
9
11
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
12 พฤษภาคม 2557
All Blog
รักนะ..ตาแก่โง่


  แสงแดดยามบ่ายส่องลอดเงาร่มไม้ลงมา

ชายวัยหกสิบ กำลังขมักเขม่นจัดแจงตาข่ายที่จะนำไปใช้ดักปลา ในหนองน้ำใกล้บ้าน

ให้พร้อมใช้งานในช่วงเย็น หากพรุ่งนี้เช้าได้ปลามาพอเหลือขายบ้างก็จะได้เอาเงิน

ไปซื้อยาสูบ กับผ้าขาวม้าผืนใหม่ แทนผืนเก่าที่มันมอมแมมเหลือเกิน

" เสร็จหรือยังเล่า..ตา " เสียงหญิงชราร้องถามคู่ชีวิตที่อยู่กินกันมานาน..

" ใกล้แล้วหล่ะ แม่มึง " ตาเหมือน ร้องตอบ พร้อมเร่งมือคลายปมและเศษไม้ที่ติดตามตาข่าย..

ตาเหมือน กับ ยายสุข สองผัวเมียคู่ทุกข์คู่ยาก ที่ชาวบ้านแถวนั้นรู้จักกันดี

ว่าทั้งสองตายายไม่มีอาชีพที่แน่นอน แต่ก็มีบ้านหลังเล็กๆอยู่กันตามลำพัง..

ทั้งสองเคยมีลูกหนึ่งคนแต่ก็โชคร้ายลูกของทั้งสองต้องตายจากไป เพราะไข้มาลาเรีย

เมื่อหลายปีก่อน จากนั้นทั้งสองก็ยังไม่มีทายาทมาสืบสกุล จนเริ่มปลงชีวิต

และคิดว่าเป็นเวรเป็นกรรม ของตนเองจึงไม่มีลูกอีก และใช้ชีวิตแบบตากับยายเรื่อยมา

หลวงตาพร เป็นสมภารอยู่ที่วัดใกล้หมู่บ้าน ขณะเดินบิณทบาตรในตอนเช้า

ก็มักจะพบกับ ตาเหมือน เดินหอบตาข่ายดักปลาที่เพิ่งกู้ขึันมาเป็นประจำ

หลวงตาพร มักจะทักทาย ตาเหมือน อยู่เป็นประจำว่า " เป็นอย่างไรบ้าง โยมเหมือน

ได้ปลามาเยอะหรือเปล่า..? " ตาเเหมือนตอบกลับว่า " ก็พอได้กิน ครับหลวงพ่อ ช่วงนี้

ลำบากหน่อย ปลาหายากเหลือเกิน ไม่รู้ว่าพวกมันไปหลบอยู่ที่ไหนกัน..?"

" ปลามันก็คงกลัวตายเหมือนกัน มันจึงดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไม่ยอมให้ใครจับง่ายๆหรอก

โยมเหมือน เล่นจับมันทุกวัน มันก็คงเหลือไม่เยอะหล่ะมั้ง " หลวงตาพร ตอบกลับ

ตาเหมือนนิ่งไปสักครู่ หลวงตาพร จึงกล่าวต่อว่า " พรุ่งนี้วันพระนะโยมเหมือน เว้นเบียดเบียน

สัตว์บ้างก็ดีนะ.." หลวงตาพรกล่าวแล้วก็เดินจากไป แต่ตาเหมือนกลับรู้สึกขุ่นเคืองใจ

ที่โดน หลวงตาพร ทักเรื่องการเบียดเบียนสัตว์..

เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบเล่าให้ ยายสุข ฟังทันที " เป็นพระไม่อยู่ส่วนพระ มายุ่งกับคนทำมาหากิน

แถมยังมาหาว่าเราทำบาปฆ่าสัตว์เสียอีก.." ตาเหมือนกล่าวอย่างอารมณ์เสีย

ยายสุข ฟังแล้วกล่าวว่า " หลวงตา ท่านคงอยากให้ตาไปทำบุญที่วัดบ้างมั้ง.."

" โอ้ย อย่ามาชวนเสียให้ยาก ฉันไม่นับถือพระแบบนี้หรอก คอยขัดขาการทำมาหากินของชาวบ้าน

ทั้งที่ตัวเองก็อาศัยข้าวชาวบ้านกิน ไม่อยากไปสร้างบุญสร้างบาปกับใครทั้งนั้น.."

ตาเหมือนพูดพร้อมสูดควันยาเส้น เข้าไปแล้วปล่อยควันพวยพุ่งออกมา..

ยายสุข ยิ้มอย่างรู้ใจสามี แล้วพูดว่า " ตา เราสองคนก็แก่แล้ว หมั่นไปทำบุญบ้างก็ดีนะ "

แล้วพูดต่อว่า " ลูกเต้าเราก็ไม่มี แล้วถ้าตาหมดแรงหาปลา จะมีใครหาเลี้ยงเล่า.."

" ฉันอยู่ของฉันได้ ไม่เห็นต้องมีใครมาส่งเสียเลี้ยงดู " ตาเหมือนพูดตัดบท

ยายสุข ได้แต่สั่นหัวในความดื้อรั้นของสามี หากตาเหมือนเป็นคนไม่ดีแล้ว

ยายสุข คงไม่มาร่วมชีวิตด้วยแต่เรื่องดื้อรั้นนี้ไม่มีใครเกิน ความทรนงไม่เคยเอ่ยปากพึ่งพาใคร

เป็นนิสัยส่วนตัวของสามีหล่อนแท้ๆ ถ้าไม่ดื้อไม่เถียงไม่ใช่ตาเหมือนแน่ๆ..

ยายสุข สุขภาพไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร เจ็บออดๆแอดๆมาตลอด และก็ได้ตาเหมือนนี่แหละคอยดูแล

หว่งใยคู่ชีวิตไม่เคยห่าง ยามอดก็อดด้วยกันไม่เคยทอดทิ้งเลย นี่แหละ ยายสุขถึงรักตาเหมือนมาก

ช่วงหลังๆยายสุข มักเอาเงินที่ตาเหมือนได้จากการหาปลาเอาไปวัด หลวงตาพร เสมอ..

เมื่อ ตาเหมือน ถามก็ตอบว่าเอาเงินไปทำบุญที่วัดกับ หลวงตาพร ทำให้ ตาเหมือน ไม่ค่อยพอใจ

เมียตนสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร เพราะความรักเมียนั้นเอง.. 

ยายสุข มักพูดเล่นเสมอๆว่า หากชาติหน้ามีจริงขอให้มาเจอตาเหมือนอีก

เพราะไม่มีใคร โง่และซื่อบื้อเหมือนตาอีกแล้ว ว่าแล้วก็หัวเราะขบขัน ส่วนตาเหมือนก็ฟังแบบเฉยๆ

          ไม่นานเท่าไหร่ ยายสุข ป่วยหนัก ตาเหมือน พายายสุขไปรักษาทุกที่ที่คนบอกว่าดี

จนเงินทองที่มีอยู่น้อยนิดเริ่มขาดแคลน ยายสุข รู้ตัวเองดีว่าการเจ็บป่วยครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง

จึงบอก ตาเหมือน ว่าไม่ต้องพาตัวเองไปรักษาที่ไหนแล้ว หมดเปลืองเงินทองเปล่าๆ

ไม่อยากเป็นภาระให้ตาเหมือนอีกแล้ว ตาเหมือน น้ำตาซึมแล้วดุ ยายสุข เบาๆว่าอย่าพูดเป็นลาง

เดี๋ยวก็หายไม่ต้องหมดกำลังใจ ยายสุข สั่นหน้าแล้วบอกว่า " ฉันรู้ตัวฉันดี ตาโง่เอ้ย.."

หลังจาก ตาเหมือน ป้อนข้าวให้ ยายสุข เมื่อตอนหัวค่ำแล้ว ยายสุข ก็หลับไป ตาเหมือนคอยจับมือ

อยู่ไม่ห่าง แล้วยายสุข ก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย..

หลังงานศพ ยายสุข เสร็จแล้ว ตาเหมือน ก็เศร้าซึม ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร

ไม่ออกไปหาปลาเหมือนเช่นเคย เพราะยังอาลัยและคิดถึงคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมกันมานาน..

" ตาเหมือนๆ " เลียงคนเรียกตาเหมือนอยู่ที่หน้าบ้าน " เออๆ ใครว่ะนี่มาเรียกแต่เช้า "

" ตา หลวงตาพร ให้ฉันมาตามตาไปที่วัดหน่อย เห็นว่ามีเรื่องจะคุยด้วย "

ตาเหมือนคิด นี่จะเรียกเราไปอบรมเรื่องทำบาปอีกหละมั่งนี่ ดีเหมือนกันจะได้พูดกันให้

รู้ดำรู้แดงไปเลย อยากจะสะสางมานานแล้ว " เออๆ เดี๋ยวข้าตามไป "ตาเหมือนตอบกลับ

ตาเหมือนมาถึงวัดเข้าในกุฏิของหลวงตาพร เมื่อเห็นหลวงตานั่งอยู่ในกุฏิ จึงยกมือขึ้นไหว้

แบบเสียมิได้ หลวงตาพร กล่าวว่า " เจริญพร โยมเหมือน ที่ให้เด็กไปตามมานี่

เพราะมีเรื่องบางอย่างจะพูดด้วย " " หากเป็นเรื่องหาปลาของกระผม หลวงพ่อไม่ต้องพูดดอก

เพราะกระผมไม่เชื่อหลวงพ่ออยู่แล้ว มันเป็นอาชีพของกระผม.. " ตาเหมือนพูดสวนทันควัน

" ไม่ใช่หรอกโยมเหมือน.. แต่เป็นเรื่องของโยมสุข ต่างหากเล่า.."

" แม่สุข เมียของกระผมหรือครับ มีเรื่องอะไรหรือครับ "

" โยมสุข เขาเอาเงินมาฝากอาตมาไว้ นานแล้วก็หลายสตังอยู่ แล้วขอให้อาตมาช่วยเอาไปซื้อ

โคนม ที่เขาเลี้ยงกันที่สหกรณ์โคนมนี่แหละ.." หลวงตาพรกล่าว

" ทีนี้โคนม ของโยมสุข มันออกลูกออกหลานทางสหกรณ์เขาก็ให้โยมสุข เป็นสมาชิกเขา

แล้วมันมีเงินปันผลที่เขาให้เป็นรายปี เนี่ยปีนี้พึ่งได้รับเป็นปีแรก เป็นเงินหมื่นกว่าบาท

เมื่อโยมสุข ตายไปแล้ว ทางสหกรณืเขาจึงต้องให้ผลประโยชน์แก่ทายาท หรือคู่สมรส "

ตาเหมือน นิ่งอึ้งในหัวตอนนี้นึกถึงภาพ ยายสุข ที่ชอบเอาเงินที่ขายปลาได้มาทำบุญที่วัด

แล้วก็ร้อง อ๋อ โถแม่คุณ เอาเงินที่เหลือกินมาให้หลวงตาพร ช่วยซื้อโคนม หวังให้เป็นที่พึ่ง 

ของเราในยามแก่เฒ่า แม่ช่างมีใจเมตตาผัวโง่ๆคนนี้นัก รู้ว่าตัวเองอายุไม่ยืนแน่ แม่จึงทำไว้ให้..

ตาเหมือน น้ำตาซึมก้มหน้านิ่ง แล้วขอตัวกลับบ้านและก่อนจาก ตาเหมือนได้กล่าวขอขมา

ต่อ หลวงตาพร ที่ตนเคยคิดล่วงเกินไปต่างๆนาๆ หลวงตาพร ยิ้มอย่างเมตตาแล้วก็อวยพรให้

สว่นตาเหมือน เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ร้องไห้กอดรูปยายสุข แล้วพร่ำพรรนาถึงเมียรัก

แล้วโทษความดื้อรั้น และโง่ของตนเอง แล้วกล่าวต่อหน้ารูปเมียว่า ต่อไปนี้จะเลิกทำบาป

เพื่อไม่ให้ยายสุข ต้องเสียใจอีก ให้สมกับความรักที่ยายสุขมีให้ ตาแก่โง่ คนนี้ตลอดไป..




Create Date : 12 พฤษภาคม 2557
Last Update : 12 มีนาคม 2560 15:45:12 น.
Counter : 926 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]