สิงหาคม 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
 
14 สิงหาคม 2559
All Blog
กินอิ่ม..นอนอุ่น..





 ผู้เขียน เคยอ่านหนังสือประเภทปลุกปลอบ และให้กำลังใจต่อสู้ชีวิตมาหลายเล่ม

แต่มีอยู่บางประโยค ที่ยังคงจดจำได้ไม่ลืม คือ

" สิ่งที่ยังคงหล่อเลี้ยงชีวิตของเราให้คงอยู่ตอไปได้ นั่นคือ ความฝัน "



ที่คนเรายังมีชีวิตอยู่เพราะเรามี ความฝัน..



ความฝันเป็นเครื่องนำทางให้แก่ชีวิตเรา ในยามที่ทุกสิ่งทุกอย่างช่างมืดมิด ไร้จุดหมาย

 และความฝันที่พูดถึง ย่อมไม่ใช่ความฝันในยามที่เราหลับตา

แต่มันคือ สิ่งที่เราคิดถึงมัน มีความผูกพันกับมันไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่นลืมตา



ความฝัน ที่ดูเหมือนเป็นจุดมุ่งหมายในชีวิต ที่เรา อยาก จะไปให้ถึง..

ไปสัมผัสจับต้อง ลูบคลำ ตัวเป็นๆของมันสักครั้งในชั่วชีวิตที่แสนสั้นนี้



คนเราต่างมีความฝันไม่เหมือนกัน

อาจจะคล้ายกันจริง แต่รับรองว่าไม่มีทางเหมือนกันแน่นอน..

เพราะเรามี ความเข้มข้นของ กิเลส ไม่เท่ากัน..

ทั้งขนาดและปริมาณของมัน



บางคนฝันเล็กบางคนฝันใหญ่ 

แต่จะมีสักกี่คนที่มี วิธีการ ที่จะเดินไปหามันได้ก่อนกัน..

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตนเองมีความฝันอะไร และยังไม่รู้ว่าจะฝันไปทำไม

ก็น่าจะบอกอนาคตได้เลาๆว่า คนๆนั้นยังไม่มี จุดหมายในชีวิต

อาจจะไปหยุดที่จุดไหนก็ได้ และกว่าจะรู้ตัวว่า มาผิดทาง ก็อาจจะสายเกินไปเสียแล้ว



เราต้องกล้าที่จะฝัน

แม้มันอาจจะเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน สำหรับใครบางคน

แต่สำหรับ เจ้าของความฝันแล้ว มันอยู่ใกล้แค่เอื้อมเสมอ

มันอยู่ในจิตใจเสมอ ไม่เคยห่างหายไปไหนเลย..



แต่หากเราตั้งจุดมุ่งหมายในใจไว้ผิด

ความฝัน อาจจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้เหมือนกันนะ

เช่นหากเราฝันถึงความร่ำรวย 

แต่เรากลับทำสิ่งที่ผิดกฏหมายและศีลธรรม เพื่อให้ได้มันมา

ชีวิตเราก็ต้องพัง เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกตรงต่อความดี เราใช้ ทางลัด

เพื่อไขว่คว้ามันมา มันก็อยู่กับเราไม่ได้นาน เพราะมันไม่บริสุทธิ์พอ


หากเปรียบความฝันของเราเป็นเสมือน สถานที่ท่องเที่ยว ที่เราอยากจะไปให้ถึง

แม้ว่าในวันหนึ่งเราได้เดินทางไปเหยียบถึงดินแดนนั้นแล้ว

เราบรรลุจุดมุ่งหมายในชีวิตแล้ว 

แล้วหลังจากนั้นเราจะทำอะไรต่อล่ะ..?

ตั้งความฝันอันใหม่ เตรียมตัวเดินทางไกลต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ..?



หากเปรียบเทียบว่า ความฝัน ในทางโลก กับ ความอยาก หรือ ตัณหา ในทางธรรม

เราก็จะรู้ว่า เมื่อเราได้บรรลุจุดมุ่งหมายใดๆไปแล้ว เราก็จะสร้างเป้าหมายใหม่ๆขึ้นมาอีก

หากว่าตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ความฝัน ครั้งใหม่นี้จะต้องมี 

ขนาดและปริมาณ ที่เข้มข้นมากกว่าเดิม เพราะอัตตาเราใหญ่ขึ้น

อาจจะเรียกว่า ท้าทายมากขึ้น ทดสอบความสามารถของเรามากขึ้น ก็ตามแต่

เราก็ต้องเร่งเร้าจิตใจร่างกาย เพื่อตอบสนองความอยากของเราต่อไป ต่อๆไปไม่สิ้นสุด



จุดสุดท้ายของความฝัน มันจึงแทบไม่เคยเกิดขึ้นจริงกับคนทุกคน

คำว่า มาไกลเกินฝัน จึงใช้ได้สำหรับคนบางคนเท่านั้น



อย่าพึ่งท้อ ที่จะบอกว่า คนที่ยังมีความฝันอยู่ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหรอก

คนที่กำลังเดินตามหาความฝันตัวเองก็ไม่ผิดเช่นกัน..

แต่ถ้าจะผิด ก็ผิดตรงที่เราไม่เคยบอกตัวเองว่า

หากเราทำมันได้สำเร็จแล้ว เราจะ พอ หรือ ไปต่อดี ต่างหาก



การมีจุดเตือนใจ มีจุดฉุดคิด ย่อมเหมือนมีเพื่อนดีมาคอยตบบ่าเตือนสติ

ไม่มีใครห้ามไม่ให้เราหยุด หรือก้าวเดินต่อไป 

มีแต่เราเท่านั้นที่จะ วางลงปลงเป็น หรือเปล่า..



หากตัดสินใจที่จะไปต่อ เราก็เหมือนคนที่ยัง ขาด ความฝันอันเดิมมันยังไม่เต็ม

แต่หากเราคิดว่าพอแล้ว แค่นี้ก็กำไรหนักหนา หน้าที่ต่อไปของเราก็คือ 

การประคับประคองความฝัน ให้มันอยู่กับเรานานๆ 



แปลกใหม ที่เราต่างรู้สึกโหยหาบางอย่างที่เราคิดว่าเราขาด

แม้แต่คนที่เราเห็นว่าคนที่เพียบพร้อมกว่าเรามากมาย ก็ไม่แตกต่างกัน

เรารู้สึกได้เลยว่ามันยังไม่ใช่ทั้งหมด แม้ในวันที่เรามีครบทุกๆอย่าง

ทั้งความฝัน ความสำเร็จ ชื่อเสียง อำนาจ บริวาร ทรัพย์สินเงินตรา



แล้วรู้ใหมว่าจริงๆเรายังขาดอะไร..?

ที่เราตามหาไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ความสำเร็จใดๆ

แต่เราโหยหา ความรู้แจ้งในชีวิต ต่างหาก

ความรู้แจ้งในชีวิต จะเป็น กุญแจ ที่เฉลยปริศนาของจิตใจเราได้ทั้งหมด

เมื่อรู้แจ้งแทงตลอดในธรรมชาติ ก็หมดความสงสัยในโลก

หมดอาลัยในสิ่งที่คิดว่ายังขาด ยังไม่พอ ยังไม่เต็ม



รู้ซึ้งแล้วว่าระหว่าง การได้ทำความฝันให้สำเร็จ กับ การทำวันนี้เวลานี้ให้ดีที่สุด

ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่มันเป็นจิ๊กซอคนละชิ้น 

ที่สุดท้ายก็ต้องมาเติมเต็มเป็นภาพใหญ่ เป็นภาพของชีวิตทั้งหมด

หากวันนี้แม้เราจะยังทำความฝันไม่สำเร็จก็จริง

แต่ตราบใดที่เรายัง กินอิ่ม นอนอุ่น มีความสุขกับที่นี่เวลานี้ 

ก็นับว่าเราได้ ชิมลอง รสชาติความฝันของเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว จริงไหม..?






ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ




Create Date : 14 สิงหาคม 2559
Last Update : 14 สิงหาคม 2559 19:10:02 น.
Counter : 518 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]