กรกฏาคม 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
21
22
27
29
31
 
 
All Blog
งานที่ทำ..ไม่เคยเสร็จ
  คนทำงานอย่างเราๆท่าน คงมีเป้าหมายอะไรสักอย่าง..
เป้าหมายที่มีขนาดใหญ่ เช่น ซื้อรถ ซื้อบ้านในฝัน หรือ ตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น
เพื่อมาส่งเสริม รายได้ ให้มากขึ้น ทำงานหนักน้อยลง มีชีวิตที่สุขสบาย..ฯลฯ
ส่วนเป้าหมายขนาดเล็กๆ เช่น ทำงานส่งหัวหน้าได้ทันเวลา ไม่บิดพลิ้วเกี่ยงงอนเมื่อถึงเวลาต้องทำงาน
ทำตามที่ วางแผน เอาไว้ระหว่างวันได้สำเร็จ 



งาน หากเปรียบว่าเป็น กิจกรรมของชีวิต อย่างหนึ่งเหมือน กิจวัตร ที่ต้องทำประจำวันก็ไม่ผิดอะไร
เพราะว่า งาน ย่อมหมายถึง ภาระกิจที่เราได้รับมอบหมายจากตนเอง หรือ ผู้อื่น โดยมีความสำเร้จ
เป็นตัวชี้วัดว่า เราทำงานนี้ งานนั้นได้สำเร็จภายในกรอบของ เวลา หรือไม่



หลายท่านเป็นผู้ที่มี ความรับผิดชอบ ต่อหน้าที่ก็จะสามารถบริหารงานของตนได้ดี
สามารถทำงานได้เสร็จเรียบร้อย ภายในเงื่อนไขของ เวลา โดยมี ความสำเร็จ เป็นเครื่องยืนยัน
แต่หลายท่าน ก็ยังคง ทำหน้าที่ของตนแบบ ไม่ไล่ไม่ลุก สั่งก็ทำ ไม่สั่งฉันก็เฉย
ทำงานเหมือน โดนบังคับ ไม่มีใจให้งาน อาจเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับ หรือ ฝืดฝืนเต็มที

ปรกติคนที่มี งานทำ ด้องถือว่าโชคดีไม่น้อย เพราะแม้แต่ประเทศที่ เจริญก้าวหน้ากว่าเรามากมาย
ก็ยังมีจำนวน ผู้ว่างงาน เป็นจำนวนมาก จึงถือว่าเป็น เกียรติไม่น้อย ที่เรายังมีงานทำอยู่
การมีงานทำ แม้จะฝืดฝืนหัวใจ เพราะอาจไม่มีใจรักมาแต่แรก น่าจะเจ็บปวดหัวใจน้อยกว่า
คนที่มีงานทำและรักในงานของตนอย่างยิ่ง แต่กลับถูก เลิกจ้าง เสียกลางคัน
ทำให้ ชีวิตและเป้าหมายสำคัญๆ หลายๆเรื่องต้องสะดุดไม่ราบรื่นเหมือนที่ฝันไว้..

งานทางโลก คือการทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง โดยสุจริต มีเป้าหมายเพื่อ กอบโกยความสุขสบาย
งานทางธรรม หรือ งานทางใจ มีเป้าหมายในการ รู้ปล่อยรู้วาง พัฒนาจิตใจสู่ความสงบ
ไม่อยากได้อะไร หรือ ไขว่คว้าอะไร ที่มีแล้วแม้จะมีความสุขแต่ก็สร้าง ทุกข์ ในหัวใจได้
เช่น ทรัพย์สิน และ เงินทอง ที่เกินความจำเป็นในการดำรงค์ชีวิต 

งานทางโลก มีวันเสร็จสิ้นไปตามสภาพของมัน ไม่ว่าในเรื่องของเวลาที่กำหนดไว้ ตามจำนวน
ที่ลูกค้าสั่ง หรือ ที่เจ้านายมอบหมายให้ทำ..
แต่งานทางธรรม เป็นงานที่ ไม่เคยเสร็จ เลยเพราะต้องคอย รับแขก เป็นตัว กิเลส 
รัก โลภ โกรธ หลง ตลอดเวลาไม่ว่างเว้นแม้ใน ความฝัน
งานทางธรรม หรือ งานของใจ จึงเป็นงานที่ทำได้ยาก เพราะมองโจทย์ยาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
และไม่เห็นต้องไปแข่งขันกับใคร เพราะมี จิตใจ ของตนเองเป็น คู่แข่ง ที่สุดหิน
บางคนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานนี้ เพราะมองว่าเป็นงานของ นักบวซ พระ หรือ ผู้ทรงศีล
ไม่ใช่เรื่องของ ปุถุชน คนเดินดินธรรมดา..



งานทางโลก แม้ยากเย็นแค่แค่ไหน ก็สามารถทำได้สำเร็จ โยอาศัย เครื่องล่อ เป็นของตอบแทน
เช่น คำชมเชย จำนวนของค่าตอบแทน และ ความภาคภูมิใจ..
แต่ งานทางธรรม โดยแท้จริงต้องทำโดยการไม่มี ค่าตอบแทนเป็นสิ่งจูงใจ แม้ สวรรค์วิมาน
ภพชาติ ที่สวยหรูกว่าเดิม หรือ อำนาจจิตที่เหนือมนุษย์..
แต่ทำไปเพราะ เข้าใจเหตุแลผลของธรรมชาติ ว่าเป็นเช่นนั้น ไม่มีปรุงแต่งอะไร นอกจากใจของเราเอง เป็นความสุขแบบที่หาบน ความเล็งโลภ ไม่ได้เลย เป็นสุขที่เหนือสุข..

หากเราทำงานทางโลกได้ดี ได้สำเร็จแล้วได้ ผลตอบแทน ตามที่เราต้องการแล้ว..
ก็อย่าลืม สละเวลา มาทำงานทางใจ บ้างมารู้รสชาติ ของความสงบเย็นทางจิตวิญญาณบ้าง
แล้วจะรู้ว่า งานที่ไม่เคยเสร็จนี้ ให้ผลเป็นความ สุขแท้ ไม่เจือปนด้วย ความอยากใดๆ
เป็น ยิ่งกว่าผลตอบแทนทางโลกที่ว่าสุดคุ้ม ก็ยังไม่สามารถเทียบเทียมได้เลย....





Create Date : 16 กรกฎาคม 2557
Last Update : 16 กรกฎาคม 2557 9:21:25 น.
Counter : 782 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]