กันยายน 2558

 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
อยากได้..แต่ไม่ทำ..!
ในวันว่างๆวันหนึ่ง ขณะที่กำลังปล่อยจิตปล่อยใจให้ผ่อนคลายไหลเรื่อย

ไปกับกระแสยินดียินร้าย ปรุงแต่งละเมอเพ้อพก..

แต่ก็มีความรู้เท่าทันกระแสความคิดเป็นช่วงๆ เผลอใจนานหน่อยเดี๋ยวก็กลับมารู้จิตใจของตน

กลับไปกลับมา เกิดดับๆ ปรวนแปรไปเรื่อย 

จนมีความตื่นรู้ใน สภาวะธรรม ที่กำลังแสดงตัวตน เผยแผ่ตัวตนอย่างหมดใส้หมดพุง..


ในจังหวะนั้นในเบื้องแรกก็นึกยินดี ที่เราจับมันได้คาหนังคาเขา

จับความคิดที่ดิ้นไปดิ้นมา ไม่หลุดมือ แลเห็นความดับไปของมันอย่างสะใจ..

แต่ในเบื้องปลายกลับรู้สึกว่า..



โอ้เรานี่หนอ ช่างโง่เขลา เบาปัญญาเสียจริง..

มีชีวิตอยู่กับของปลอมที่มันหลอกลวงเราตั้งแต่ตื่นนอน จนกระทั้งหลับตา..

ความปรุงแต่งมายาแห่งโลกสมมุติ ก็ยังตามมาหลอกมาหลอนในความฝันอีก..

นี่มันจะต้องอยู่กับเราไปอีกนานเท่าไหร่กันนะ 

มันถึงจะยอมปล่อยเราให้เป็น อิสระ เสียที.. หรือต้องรอจนวันตาย..


ความไม่ปรกติของชีวิต ที่บางครั้งเรากลับอยากกอดเกี่ยวเอาไว้นานๆ

สภาวะที่หัวใจกระพือหวั่นไหว ลิงโลด เต็มไปด้วยความโลภท่วมตา

หรือในเวลาที่จิตใจ ห่อเหี่ยวท้อแท้ หมดแรงต่อต้านสิ่งกระทบน้อยใหญ่

ยอมพ่ายแพ้ความคิดจอมปลอม ที่กดดันหันเหชีวิตให้ไปในแนวทางของ กรรมเก่า

แม้กระทั่ง ความสงบสุข ที่เคยมาปราบพยศคลื่นลมความคิดเสียจนราบคาบ 

ก็ยังหาใช่ทางออกจาก กลกรรม นี้ได้..  ยังติดความสงบ ติดสุขจากความสงบอยู่ดี..


ในช่วงจังหวะนั้น ก็มีเสียงเล็กๆในหัวใจถามขึ้นมาว่า.. แล้วทางออกของจริงอยู่ที่ไหนเล่า..?

ทางไหนเล่าที่จะนำพาเราไปสู่ความเป็น อิสรภาพทางใจ อย่างแท้จริง..

ทางไหนกันเล่าที่จะไม่พาเรา วกวนเวียนว่ายอย่างไม่รู้ต้นรู้ปลายนี้ได้..



ในความเงียบนั้นก็มีคำตอบสั้นๆสว่างโพล่งขึ้นมาว่า..

" ทางออกมันก็อยู่ตรงทางเข้านั้นแหละ "

จะก้าวเท้าไปทางไหนก็ออกตรงนั้น  อยู่ที่เดียวกับทางเข้า

อยู่ตรงนั้นไม่เคยแปรเปลี่ยนไปไหน อยู่ที่เดิม เพียงแต่เราเดินผ่านไปผ่านมา

ไปหาความสว่างบ้าง มืดบ้าง เย็นบ้าง ร้อนบ้างไปเรื่อย..

ทางออกที่แท้จริงก็อยู่ตรงนี้ ที่นี่ เดี๋ยวนี้


ผัสสะมันเกิดที่ไหน ก็ดับมันที่นั้น

ทุกข์ไม่สามารถดับได้ด้วยความคิด หรือจินตนาการ

ทุกข์ไม่สามารถดับได้ด้วยตัวหนังสือในตำรา

ทุกข์ไม่สามารถดับได้ด้วยถ้อยคำที่น่าเชื่อถือ จากการบอกเล่าของใครๆ..

แต่ทุกข์จะดับได้ก็ต่อเมื่อ รู้จักและเข้าใจความเกิดและความดับของมัน



แต่ต้องเป็นการเห็นปรากฏของทุกข์อย่างต่อหน้าต่อตา

ไม่ใช่การระลึกย้อนหลัง ไม่ใช่การคาดการณ์ล่วงหน้า



ทางออกอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องไปหาไกลที่ไหน 

ไม่ต้องไปบนบานศาลกล่าวขอกำลังใจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใด..

ทำทันทีเห็นทันที ไม่ต้องรอชาติหน้าชาติไหนอีกแล้ว..



คนเราทั่วไปก็เหมือนๆกันอยู่อย่างหนึ่ง..

คือไม่อยากเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ทางใจ..

ทุกข์ทางกาย ขอผ่านไปเลยเพราะไม่สามารถทำอะไรได้ 

แม้บางครั้งจะแก้ไขได้บ้างชั่วครั้งชั่วคราว ผ่อนผันกันไป

แต่สุดท้ายก็ต้องแตกดับกลับไปเป็นเถ้าธุลีดินกันอยู่ดี..


แต่ทุกข์ทางใจ พระศาสดา ท่านชี้ทางไว้ให้แก่ทุกคนแล้ว

เป็นหนทางที่จะดับทุกข์ทางใจให้ได้อย่างสิ้นเชิง ไม่กลับมากำเริบอีก..

ได้แสดงพระธรรม คำสั่งสอนที่ละเอียดลึกซึ้งตั้งแต่ต้นจรดปลาย

เอาไว้ให้ พุทธบุตร ทั้งหลายเอาไว้เป็นหลักชัยของชีวิต


ผู้ที่เคยลิ้มรสชาติของพระธรรมมาบ้างแล้ว

หากมีความเพียรไม่ย่อท้อ พัฒนาจิตใจให้อยู่ในมาตรฐานของมนุษย์แล้ว

ก็คงเห็นทางออกอยู่รางๆว่า จะไปทางไหนจึงจะเดินถูกทางถูกธรรม ไม่หลงเข้ารกเข้าพง


แต่สำหรับคนที่ไม่เคยน้อมใจมาศึกษาหาความจริง  ก็น่าเสียดาย

แม้ใจลึกๆก็อยากจะออกจากความทุกข์ทางใจ เหมือนคนอื่นๆบ้าง

แต่ติดที่มีข้ออ้างสารพัน โง่เกินเรียนบ้าง แก่เกินบ้าง เด็กเกินไปบ้าง..ฯลฯ

แต่ถ้าหากอยากได้จริง ก็คงต้อง ลงมือลงทุน ทำเอาเอง..

เพราะมีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อ ทางพ้นทุกข์ ไม่ได้..

อยากจะเห็นธรรม แต่ไม่ลงมือทำก็ไร้ผล..

เพราะทางออกนี้มีไว้สำหรับ คนใจสู้ เท่านั้น ไม่ได้มีไว้ให้ คนใจเสาะ เดินแม้แต่น้อย..






ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ









Create Date : 16 กันยายน 2558
Last Update : 16 กันยายน 2558 14:46:46 น.
Counter : 678 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]