พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เจ้าชายหิ้งห้อยกับเจ้าหญิงแสงจันทร์ บทที่ 9


สาวแท้สาวเทียมได้ละความสนใจจากภาพถ่ายและความทรงจำเก่าๆทั้งหมดไว้แต่เพียงเบื้องหลัง มีเสียงแอบหัวเราะดังคิกๆของหญิงสาวต่อความทรนง ของสาวเหล็กอย่างโรสที่แอบมีเขินเพราะได้เผยเรื่องรักแรกออกมา

เดินมาถึงห้องที่จะให้เป็นห้องพักของริน

ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในห้อง เตียงนอนใหญ่โตดูหนานุ่มน่านอนปรากฏอยู่ตรงหน้า หญิงสาวตาพองโตรีบถามย้ำว่านี่คือห้องพักของเธอหรือ โรสยิ้มอย่างมีเลศนัยพยักหน้ารับบอกว่านี่คือห้องพักของเธอ

“ว้าว!..สวยจังห้องนอนดีกว่าที่หนูอยู่เป็นร้อยเท่าเลยนะคะ ได้กลิ่นความสะอาดเลย เจ๊ต้องทำความสะอาดอย่างดีทุกวันเลยใช่ไหมคะ”

เคยแต่มีเครื่องนอนปูกับพื้นแสนธรรมดามาเจอเตียงนอนสวยๆเลยหลุดพูดตามนิสัยเปิ่นๆออกมาอีก มีเสียงหัวเราะหุหุจากคนร่างใหญ่ต่อความเด๋อด๋าของเธอที่บางครั้งก็ดูฉลาดแต่บางทีก็ดูซื่อๆ“ใช่แล้วจ้ะและต่อไปนี้ห้องนี้จะเป็นห้องพักของหนูรินมีเซอร์ไพร์ให้ด้วยนะ ยกกระเป๋าเข้ามาได้เลย”

รินชี้ไปที่เตียง“รวมทั้งเตียงใหญ่น่านอนนั่นด้วยใช่ไหมคะ ว้าว! ดีใจจังเลย”

สาวภูธรรีบวางกล่องเบียร์ใส่สัมภาระแบบลูกทุ่งของเธอ หงายหลังทิ้งตัวลงร้องเฮ!บนเตียงใหญ่หนานุ่มระดับที่มีแต่ห้องของโรมแรมห้าดาว แล้วลุกไปเปิดดูโน่นดูนี้อย่างเด็กซนใคร่รู้เสียหมด ในตู้เสื้อผ้าเจอชุดทักซิโด้สวยๆของบุญส่งอยู่เต็ม กล่องสมบัติใบใหญ่อยู่เคียงกันมีเครื่องมือสารพัดของพ่อนักมายากล

“เอ๊ะ!นี่มันเสื้อผ้าของดวงหมายความว่ายังไง?”

โรสกอดอกยืนยิ้มมองเด็กสาวที่ตนเองหมายมั่นจะให้มาเป็นศรีสะใภ้อย่างเอ็นดูยิ่ง ต่อไปเธอจะมาเป็นลูกสาวของเธออีกคน หยิบกล่องใส่เสื้อผ้าของเธอขึ้นมาด้วยข้อมือที่แข็งแรง เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกขึ้นมาใส่ไม้แขวน แล้วก็ต้องบ่นอุบกับเสื้อผ้าแบบโหลๆมีแต่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ ไม่มีชุดไหนเข้าตาเลย

“ไม่ไหวๆ ต้องรีบปรับปรุงด่วนจี๋แล้ว รสนิยมแย่มาก”

คนรักสวยรักงามอย่างโรสถึงกับถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าจนหญิงสาวละสายตาจากตู้เสื้อผ้าหันมายิ้มแค่นๆ

“อะไรหรือคะเจ๊”

“ก็ชุดพวกนี้นะดิ ใส่เข้าไปได้ไงโหลยมาก”

เสื้อผ้าโหลๆที่สาวประเภทสองเห็นแล้วรับไม่ได้เลย สาวภูธรได้แต่ยิ้มเขินอายเอานิ้วมือแคะหัวคิ้วก็เสื้อผ้าทั้งหมดที่มีไว้เพื่อใส่ทำงาน มีชุดเก่งไว้ใส่เดินเที่ยวบ้างแต่ไม่มีชุดสวยเหมือนกับคนอื่นเลย

“ก้อ..มันไม่มีจะเงินจะซื้อนี่ค่ะ ยีนส์ตัวร้อยเก้าสิบเก้าบาท เสื้อยืดก็ตัวละร้อยกว่าบาทเอง”รินตอบตามประสาซื่อ คนฟังถึงกับเอามือกุมอกใหญ่ร้องอุทานออกมา

“โถๆลูกสาวของเจ๊”ฟังได้แค่นั้นสาวร่างบึกก็รีบเข้าไปกอดปลอบใจ“เดี๋ยวเจ๊จะพาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่ห้างนะ เอาแบบสวยๆแพงๆเลยนะ หลวงพ่อท่านโอนเงินมาให้แล้วเอาไว้รับขวัญลูกสะใภ้ เราจะช้อปกันให้หนำใจไปเลย ส่วนเสื้อผ้าสะเหร่อพวกนี้ฮึนะรึทิ้งมันไปได้เลย”

“ไม่ได้นะคะ!!”เธอตกใจจนรีบคว้าหมับเสื้อยืดจากมือใหญ่“ของมันยังดีๆอยู่เลยแล้วหนูก็ยังไม่ได้รับปากด้วยว่าจะเป็นลูกสะใภ้ซะหน่อย เจ๊เอาอะไรมาพูดก็ไม่รู้ หนูรับปากจะมาทำงานเป็นแม่บ้านให้เจ๊เท่านั้น”

“โถ..เด็กหนอเด็ก”

คนใส่ขนตาปลอมถอนใจเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้มได้อย่างตื้นตันเด็กคนนี้รู้จักหารู้จักใช้เงินไม่ผิดหวังที่ตนหมายมั่นจะให้เป็นสะใภ้ของท่าน“ก็เมื่อตอนกลางวัน หลวงพ่อท่านตรวจดวงเราแล้วนี่นาว่าเป็นเนื้อคู่ของบุญส่งแน่นอน ท่านพอใจหนูมากแต่จะออกปากขอหนูให้ลูกชายท่านเลย มันก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์ด้วย เรื่องการทาบทามสู่ขอ เจ๊ก็บอกแล้วไงว่าจะขึ้นไปหาพ่อกับแม่หนูรินทำเรื่องสู่ขออย่างเป็นเรื่องเป็นราวไง”

โรสยังคงยืนยันหนักแน่น

ดวงตากลมใสฉายแววน้อยใจออกมา ก้มหน้าหลบตา อาการลังเลไม่มั่นใจมันเกิดขึ้นจนญาติผู้ใหญ่ของบุญส่งต้องเร่งสอบถามมาอีกครั้งเพราะนึกว่าตนเองพูดเรื่องการแต่งงานจนเธอเข้าใจดีแล้ว

“มันไม่ใช่เรื่องนั้นนะคะ แต่ดวงเขายังไม่รู้เรื่องเลยตะหาก”

เธอกอดเสื้อยืดราคาถูกกับอกแน่น มีน้ำตาคลอออกมาเล็กน้อยเพราะรู้สึกกังวลว่าเขาจะรับได้ไหมจากเป็นเพื่อนกลายมาเป็นคู่ชีวิต โรสรู้สึกเหมือนตนเองจะรวบรัดกับรินมากเกินไป

“ขนาดหลวงพ่อท่านยังเห็นดีด้วย บุญส่งไม่กล้าขัดแน่เชื่อเจ๊นะ”

ดวงตาที่มีน้ำคลอหน่วยของหญิงสาว หันมาสบอีกครั้งยืนยันคำเดิม

“หนูขอเวลาให้เราทั้งสองคนค่อยปรับตัวเข้ากันสักพักได้ไหมคะ ถ้าหากให้แต่งงานไปแบบนี้ หนูกลัวว่าดวงเขาจะไม่..”เส้นบางๆระหว่างความเป็นเพื่อนและคนรักเธอเองก็ไม่อาจจะแยกแยะได้เช่นกัน ดวงหทัยของเธอจะไม่คิดเช่นนี้ด้วยหรือ

คนบ่าใหญ่สะบัดเส้นผมยาวหนานุ่มให้พ้นบ่า ขนตาปลอมงอนเชิดกระพริบปริบๆมีรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากเพราะรู้ทันความคิดของคนแอบมีรัก ค่อยวางมือลงบนบ่าบอบบาง เสียงทุ้มนุ่มคอยปลอบโยน

“ดวงหทัยจะไม่รักหนูรินใช่ไหม มันเหมือนว่าหนูรินเข้าหาทางผู้ใหญ่ แล้วบังคับให้เขามาแต่งงานด้วย หนูคิดแบบนี้มันก็ไม่ผิดหรอกนะเจ๊คงรวบรัดไปหน่อย”

ก็พอดีคนที่พูดถึง กำลังเข้ามาพอดี

“กลับมาแล้วครับเจ๊ ขอข้าวด้วยครับ..”

คนใบหน้าใหญ่ขนตาสวยเอียงหน้ามากระซิบ“แน่ะ บุญส่งกลับมาแล้วหิวซกมาเลยเป็นอย่างนี้ทุกที ต่อไปนี้หนูรินจะต้องเป็นคนหาข้าวหาน้ำให้พ่อตัวดีแล้วนะบอกจะมาเป็นแม่บ้านให้แล้วนี่”แอบกระเซ้า นิ้วดันหัวไหล่แต่กระนั้นร่างบางยังเซ หัวใจของเธอกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ ตุ่มต่อมชอบกลเพราะอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าดวงหทัยก็จะรู้ว่าเธอมาอยู่ที่นี่แล้ว

โรสเสียงดังเรียกให้บุญส่งเข้ามาข้างใน บุญส่ง เดินดูข้าวของแปลกตาหน้าห้องนอนของตนเองยิ่งแปลกใจ“กล่องใส่อะไรน่ะเยอะแยะ มีไหปลาร้ามาด้วย ยัยรินบ้านนอกเอาปลาร้ามาฝากให้ผมเหรอ ผมไม่เอานะเดี๋ยวมีกลิ่นปาก”

“ประเดี๋ยวเถอะ! นั่นเอามาให้เจ๊ตะหาก เราจะเอาไว้ใส่ส้มตำกินวันหลัง ส่วนนายเราไม่ให้กินด้วยหรอก”ผู้หญิงบ้านนอกที่ถูกว่าเมื่อกี้สวนขึ้นทันควัน คิ้วขมวดหน้านิ่ว โผล่ออกมาจากแผ่นหลังใหญ่ของโรส บุญส่งเห็นเป็นแปลกใจเพราะร้อยวันเพื่อนสาวคนนี้ไม่เคยขึ้นมาถึงห้องพักข้างบนนี้เลย

“ริน เธอมาได้ไง?”

คนถูกถามเอียงหน้าไปซุบซิบบอกให้คนต้นเรื่องสาวเทียมร่างใหญ่เป็นคนตอบคำถามของเขาส่วนตนเองแอบไปยืนบิดอายอยู่ข้างหลัง มีเสียง กระแอมไอจากลำคออวบใหญ่ขึ้นก่อนเริ่มพูด

“บุญส่ง ต่อไปนี้หนูรินจะมาทำงานเป็นแม่บ้านให้เรานะ ที่เอาข้าวของมาด้วยมากมายขนาดนี้ก็เพราะเธอจะมาพักกับเราด้วย..”

พูดยังไม่ทันจบประโยคบุญส่งก็รีบชิงพูดขัด“อะไรนะครับ ริน!จะมาพักกับเราด้วย ไหนเจ๊บอกเราถังแตกไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าเช่าร้านไงแล้วนี่ทำไมยังจะจ้างแม่บ้านมาด้วยอีก ห้องของเราก็ออกสะอาดดีอยู่แล้วนี่”

นักส่งดอกไม้ถึงกับเลิกคิ้วอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ โรสที่ผ่านทำงานบ้านเองคนเดียวทั้งหมดถึงกับแยกเขี้ยวหลุดเสียงห้าวใหญ่ออกมา“มะเงกดิสะอาด บุญส่งไม่ยอมทำงานบ้านเลยเอาแต่เล่นกับดินกับดอกไม้ เจ๊เลิกงานมาเหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้วยังต้องมาเหนื่อยทำงานบ้านอีก จะไม่ให้จ้างแม่บ้านมาช่วยอย่างที่เห็นได้ไง”เหตุผลของโรสทำเอาบุญส่งคอเเข็งเพราะเถียงไม่ออก

รินทำท่าจะขยับปากพูด โรสเอานิ้วแตะริมฝีปากของเธอไว้ บอกว่าจะจัดการบุญส่งเอง

”ส่วนเรื่องเงินเดือน หลวงพ่อท่านอนุมัติค่าจ้างให้หนูรินแล้วนะเงินเดือนของเธออยู่นอกบัญชี”

คำพูดโต้ตอบระหว่างบุญส่งกับโรส หลายคำของเขาทำเอาเธอก้มหน้าซึมไม่พูดอีกจนคนร่างใหญ่ดึงร่างมากอดปลอบเพราะจิตใจของหญิงสาวยังบอบบางแล้วจึงหันมาส่งสายตาตำหนิ ทำเสียงฮึ่มเพราะบุญส่งทำหน้าน่าเกลียดมาก พอนึกถึงเป้าหมายของตน จำใจต้องยิ้มกว้างอีกครั้งนิ้ว ชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อผ้าทั้งหมดของหญิงสาว

“ใช่ หนูรินจะมาเป็นแม่บ้านให้เราแล้วจะพักและอยู่กินด้วยเสร็จสรรพ”

รินจะมาเป็นแม่บ้านและพักกินอยู่ด้วยเสร็จสรรพมันคือคำตอบเด็ดขาดของโรส บุญส่งได้แต่เหนื่อยใจจนไม่อยากเถียงอีกแต่ห้องนอนมันมีแค่สองห้องเท่านั้นห้องเล็กของโรส ห้องใหญ่ของตนใหญ่พอถ้าจะกั้นห้องได้เห็นเมื่อวานโรสเอาฉากกั้นห้องกับเตียงนอนมาวางหรือว่ามันเป็นแผน

“แล้วจะให้รินพักห้องไหนละอย่าบอกนะว่าคือที่ห้องของผม”

คราวนี้บุญส่งหนักใจเอาจริงๆ ริน ถึงกับหันมาจ้องหน้าเจ๊โรส

“อะไรกันคะเจ๊ นี่ห้องของดวงหรือค่ะ”

นึกสงสัยมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเพราะเห็นเสื้อผ้าของเขาอยู่เต็ม

“ฮะ!ริน เธอจะแย่งห้องของฉันเรอะ”

“ใจเย็นๆก่อนนะสองหนุ่มสาว”โรสได้แต่ยิ้ม ยกมือโบกลงให้ทั้งสองเพลาๆอารมณ์ใส่กัน“ห้องของรินอยู่ถัดไปแต่ห้องน้ำต้องใช้ร่วมกันกับบุญส่งนะ”

ห้องถัดไปมันก็คือห้องเดียวกัน โรสเป็นคนจัดการเอาฉากมาแบ่งพื้นที่ห้องเมื่อวาน บุญส่งพึ่งมารู้จุดประสงค์ก็วันนี้เอง รินยังทำหน้าไม่ถูก ทั้งสองรู้สึกเหมือนตกลงไปในกับดักที่ถอนตัวไม่ออก โรสดีดลูกคิดรางแก้ววางแผนไว้ทั้งหมดแล้ว

“ไม่ยอมนะ! ถ้าคนที่บ้านรู้หนูจะเสียหายแค่ไหนเรื่องอะไรจะให้มานอนห้องผู้ชาย”รินเริ่มโวยวายขึ้นมา บุญส่งก็เสียงดังไม่แพ้กัน

“ชั้นต่างหากจะเสียหาย ไม่ใช่เธอยัยเบื้อก”

รินเกิดอาการฮึดถลกแขนเสื้อขึ้นสูงจะไม่ยอมโดนว่าฝ่ายเดียวอีกแล้ว“ไหน! ใครยัยเบื้อกพูดมาให้ดีๆนะ!”

“เอาละๆ”โรสต้องเป็นกรรมการห้ามศึก“เดี๋ยวเจ๊จะเป็นคนจัดการให้เองทั้งหมด หนูรินเข้าไปที่หลังฉากกั้นนั่นเลยนะ มีโต๊ะ ตู้เตียงเฟอร์นิเจอร์พร้อม ไม่ต้องเกรงใจเพราะห้องนี้ก็เป็นห้องของหนูรินเช่นกัน”

บุญส่งทำท่าไม่เห็นด้วยไม่ทันจะอ้าปาก โรสดึงแขนหลานชายในปกครอง เดินไปนั่งที่มุมดูหนังฟังเพลง มุมโปรดของบุญส่งแล้วเริ่มร่ายยาวถึงจุดประสงค์ของตนเอง

“ความจริงเจ๊ก็เปรยเรื่องของหนูรินมาตั้งนานแล้วนะว่าเจ๊พอใจอยากได้เป็นสะใภ้แต่เราทำหูทวนลม ไม่ยอมรับรู้เองตะหาก แล้ววันนี้เจ๊ยังพาหนูรินไปกราบหลวงพ่อท่านมาแล้วด้วย ท่านพอใจหนูรินมากนะเพราะรู้จักดีอยู่แล้วไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนเลย พอเจ๊ออกปากว่าอยากได้หนูเด็กคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้ ท่านก็เห็นดีด้วยทันที”

ดีดลูกคิดรางแก้วของโรสอ่านเหตุการณืตอนนี้ไว้หมดแล้ว รวมทั้งเรื่องบีบเขาเรื่องเงิน บุญส่งหมดทางจะต่อรองทำหน้าเศร้าเสียงพูดอ้อยสร้อย

“ทำไมทั้งหลวงพ่อทั้งเจ๊ต้องมาคอยควบคุมชีวิตของผมด้วย”

รู้สึกว่าชีวิตมันไม่เป็นของตนเองเลย ในความรู้สึกไม่ได้นึกรังเกียจรินหากแต่ในใจมีเธอเป็นเพื่อนเท่านั้น โรสเพียงนั่งกอดอกมองหลานชาย

“ถ้าไม่แต่งก็ไม่เป็นไรนะ หลวงพ่อท่านก็คงเสียใจไปบ้างแต่คงไม่นานแต่เรื่องเงินที่ท่านให้ใช้ทุกวันนี้โดยเฉพาะเรื่องเอามาซื้อทองเอามาทดลองปลูกกุหลาบของเรา หลวงพ่อท่านคงต้องงดนะเพราะว่ามันเปลื้องใช่เหตุ หลวงพ่อท่านบอกแล้วไงบุญส่งต้องอายุครบยี่สิบห้าปีก่อนจึงจะมีสิทธิ์ใช้จ่ายเงินของหลวงพ่อได้หรือถ้าแต่งงานบรรลุนิติภาวะโดยการแต่งงาน บุญส่งก็จะได้สิทธิ์นั้นทันที”

“ผมขอเวลาคิดได้ไหมครับ คือ..มันกะทันหันเกินไป ผมตั้งตัวไม่ทัน”

บุญส่งก็ให้คำตอบมาเช่นเดียวกับริน ต่างคนต่างไม่แน่ใจ

โรสไม่อยากคาดคั้นเอาคำตอบเอาในตอนนี้ปล่อยให้หลานชายนั่งคิดทบทวนข้อเสนอของตนเองไปเงียบๆ“ตามใจแล้วกันแต่ยังไงต่อไปนี้หนูรินจะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราในฐานะลูกสาวของเจ๊ ในระหว่างนี้บุญส่งห้ามมาทำรุ่มร่ามกับเธอเด็ดขาดเข้าใจไหม”





สวนกุหลาบลอยฟ้า เวลาที่แสงสีผ้าตากผ้าอ้อมกระจายไปทั่ว

“ดวง..ดวงหทัย..เธออยู่ตรงไหนน่ะ”

เสียงหวานใสมาจากปากประตู เธอมาพร้อมกับถาดใส่ลูกแอปเปิ้ลกับโยเกิร์ตคนในสวนดอกไม้ ขานรับมาจากมุมหนึ่ง

“ฉันอยู่นี่เธอจะตามมาทำไม”

ดวงอาทิตย์ใกล้ลับเหลี่ยมตึก แสงสีหมากสุกแรงกล้าแยงเข้าตาจนต้องเอามือป้องจึงเห็นหัวคนผลุบโผล่ เธอเดินซอกแซกผ่านแปลงกุหลาบสีแดง กลิ่นหอมละมุนของมันทำให้เธอสดชื่นขึ้นอย่างประหลาด สองพ่วงแก้มแดงระเรื่อ

“ก็ฉันเอาแอปเปิ้ลกับโยเกิร์ตมาให้นายไง นายกำลังหิวไม่ใช่เหรอ”ในมือถือถาดอาหารมาด้วย เดินผ่านแปลงกุหลาบสีแดงเมื่อกี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์รักมองไปทางไหนก็สวยงามไปหมด บุญส่งรู้ได้ทันทีว่า’เรดโรส’คงแผลงฤทธิ์ใส่เธอเข้าให้แล้ว หยุดมือที่กำลังจับพลั่วพรวนดินหันมามอง

“นี่ทีหลังเธออย่าขึ้นมาข้างบนนี้โดยพลการนะ มันอันตราย”

“รู้แล้วละน่า”

เผอิญหนามกุหลาบเกี่ยวแขนเสื้อของเธอ’เยลโล่โรส’ส่งกลิ่นหอมเย็นทำให้รู้สึกสงบตัดความร้อนรุ่มของเรดโรสเมื่อครู่ออกไปคล้ายตัดพิษ หญิงสาวรู้สึกในหัวจะมึนๆไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อมาถึงสวนกุหลาบแห่งนี้ พอดีตาไปเห็นรังผึ้งที่ซอกมุมหนึ่ง รังมันใหญ่มาก ตัวผึ้งกระพือปีกพร้อมกันทีส่งเสียงกระหึ่ม

“นายดันเอาผึ้งมาเลี้ยงด้วยทำไม สัตว์พวกนี้มันอันตรายมากรู้มั้ย”

รินเกิดอาการเสียวสันหลัง เวลานี้ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงมีแปลง’เพอเพิ้ลโรส’คั่น เจ้าของสวนใส่ชุดเอี้ยม สวมถุงมือและผ้าปิดปากยังคงก้มหน้าอยู่กับการพรวนดินดูแลสวนเท่านั้น พอเธอเดินจะชนกุหลาบสีม่วงมีฤทธิ์ทำให้ง่วง บุญส่งทั้งฉุนทั้งวุ่นวายใจ รีบดึงผ้าปิดปากออกรีบห้ามน้ำเสียงค่อนข้างดัง รินทำท่าซึมอีกเมื่อครู่เขาก็เสียงดังใส่เธอ

“เอาละๆ”

บุญส่งลดน้ำเสียงลง รินก็เป็นอีกคนหนึ่งนอกจากแนนนี่ที่ทำให้จิตใจของเขาวุ่นวาย

“มันคือผึ้งป่าแอฟริกันพวกมันอพยพมาอยู่กับฉันเองไม่ได้เอามาเลี้ยงสะหน่อยแล้วอีกอย่างพวกมันจ่ายค่าเช่าให้ฉันคือช่วยผสมเกสรดอกกุหลาบแล้วยังช่วยป้องกันพวกหัวขโมยที่จะมารบกวนแปลงกุหลาบของฉัน ทางที่ดีเธออย่าขึ้นมาบนนี้อีกดีกว่าผึ้งพวกนี้มันหวงรังมีสัญชาตญาณดุร้ายมาก”

เขาเตือน


เธอมองเห็นรังผึ้งมีลายเหมือนเสือยิ่งขนลุกขนพองแต่เห็นเขายังอยู่เลยทำใจดีสู้เสือ“นายอยู่กับของอันตรายขนาดนี้ได้ยังไง ระวังมันจะรุมต่อยนายเข้าสักวันมากขนาดนี้ถึงตายได้เลยนะ”

อ้าปากหาวง่วงนอนอย่างไม่ทราบสาเหตุ กลิ่นหอมอ่อนๆของกุหลาบสีม่วงทำให้เธอเป็นเช่นนั้น เปลี่ยนสายตาหันไปมองกุหลาบแต่ละแปลงต่างผลิดอกเบ่งบาน ที่นี่สวยอย่างที่คนร่ำลือกันจริงๆนึกถึงในอดีตเณรดวงหทัยก็ชอบหมกมุ่นอยู่กับดอกไม้พวกนี้

“นายชอบกุหลาบจังนะ สมัยเป็นเณรก็เห็นชอบเล่นแต่กับดอกไม้”

หญิงสาวยืนอวดหุ่นสวยท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ ดวงตากลมใสเป็นประกายมองดอกไม้หลากสีรอบตัว ผิวสีน้ำผึ้ง รูปร่างสูงเพรียวกระชับสมส่วน บุญส่งแอบลอบมอง ถึงแม้จะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาแต่รินก็เป็นคนสวยไม่แพ้แนนนี่เลย เธอสวยอย่างเป็นธรรมชาติปราศจากการปรุงแต่ง

เสียงพลั่วขุดพรวนดินดังสวบๆไม่หยุด บุญส่งยังคงก้มหน้ากับกระถ่างดอกไม้เขาทำได้เพียงเท่านี้ ไม่มีทองคำธาตุสำคัญในการเปลี่ยนสีของกุหลาบ สัญญาที่ให้ไว้กับพี่ญาดาว่าจะมอบกุหลาบดำภายในสามเดือนกำลังเลือนลางทุกที

กรี๊ด!!!.ดด.ด.ด.

ผึ้งตัวหนึ่งกลับบินมาเกาะบนต้นแขนทำเอาเธอกรี๊ดลั่นขอความช่วยเหลือ บุญส่งปักพลั่วกับดินรู้สึกรำคาญมากกว่า ดึงผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อมาโบกสะบัดสองสามทีผึ้งตัวนั้นก็บินมาหาเขาทันที เพียงโบกอีกครั้งมันก็บินหากินทางอื่นต่อ มีกลิ่นบาง อย่างอยู่ในเนื้อผ้าที่สามารถควบคุมมันได้

“มันได้กลิ่นเกลือแร่จากเหงื่อบนแขนของเธอเลยบินมาตอม ทางที่ดีเธอรีบกลับลงไปที่ห้องดีกว่า สวนกุหลาบของฉันแม้แต่เจ๊โรสยังไม่อยากมาเฉียด”

บุญส่งพูดเสียงเย็นชามาก จับพลั่วทำงานต่อ รินยังไม่หายตะลึง

“น.นาย..ทำได้ยังไงกันน่ะ”เธอไม่อยากจะเชื่อ

เห็นผึ้งตัวโตบินจากไปถึงกับหายใจคล่องขึ้นหวาดเสียวไม่หาย บุญส่งเป็นนักมายากลก็จริงแต่ไม่นึกว่าจะสามารถควบคุมแมลงมีเหล็กในได้

บุญส่งยังคงง่วนกับการพรวนดินต่อแล้วก็ต้องร้องเอ๊ะ!ลั่นเพราะรินยังคงเดินเพ่นพล่านกำลังจะมุ่งไปที่แปลงกุหลาบขาวใจกลางสวน

ถังขนาดใหญ่หลายใบวางซุกข้างแปลงไวด์โรส จุดอันตรายที่สุดของสวน ก่อน ที่เธอจะเฉียดเข้าไปใกล้ บุญส่งสั่งหยุดเดินทันที เดินไปลากแขนเธออกมาเพราะมันเป็นถังบรรจุปรอทหนึ่งในสารเคมีสำคัญที่เขาใช้ในการทดลองสร้างสีและปรุงแต่งกลิ่นของกุหลาบ

เปลือกนอกของสวนกุหลาบอันสวยงามกลับแฝงเร้นซุกซ่อนด้วยของอันตรายอย่างร้ายกาจ รินพอรู้เข้าได้แต่เดินตัวลีบ บุญส่งพาไปส่งถึงปากประตูเพื่อยุติความวุ่นวาย







Create Date : 21 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2553 19:47:07 น.
Counter : 996 Pageviews.

1 comments
  
อ่านแล้ว สนุก ชอบมากค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ ลงเร็วๆเลยค่ะ ^^
โดย: chakansi IP: 115.87.181.72 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:47:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments