พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
30 พฤษภาคม 2553
All Blog
แหวนแห่งบุญ


ในยุคนั้นแม้สมเด็จพระชินสีห์ จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว แต่พระพุทธศาสนายังคงรุ่งเรืองอยู่ ห่างออกไปไม่ไกลนัก จากเรือนของบิดามารดา มีอารามแห่งหนึ่งซึ่งมีพระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ประพฤติชอบ เป็นเนื้อนาบุญให้กับชาวเมือง จึงเป็นโอกาสให้หญิงชาวเมืองผู้หนึ่ง ได้เข้าร่วมทำบุญมิได้ขาด นางได้สั่งสมบุญยังอารามแห่งนั้นเป็นประจำ จวบจนกระทั้งสิ้นอายุขัย จึงได้มาบังเกิดเป็นเทพนารี สถิตในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองคำและนางอัปสรเป็นบริวารถึง ๕๐๐ องค์

เทพนารีผู้สถิตเหนือพระแท่นเป็นที่สง่า นางเอนกายน้อยๆกับพระขเนยอิง ในสถานทิพย์วิมานอันใหญ่โตโอฬารยิ่ง เหนือนางอัปสรเหล่าเทพบริวาร พระนางยังคงเพลิดเพลินจำเริญพระทัยอยู่กับพระธำมรงค์บนพระดัชนี จนบริวารนางหนึ่งเคลื่อนกายเข้ามาบังคมทูล

“แหวนเพชรน้ำงามมากเลยนะเเม่เจ้าเจ้าคะ ดุจดั่งมีน้ำมาหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา เหตุฉันใดถึงเป็นเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”

เเม่เจ้าของนางบริวารทุกองค์เป็นดรุณีร่างอรชร อยู่ในวัยแรกแย้มประมาณ ๑๖ ปี และจะยังคงวัยเช่นนี้ตลอดไปจนตราบสิ้นอายุไขบนสวรรค์

“ตอนเรายังมีชีวิต อยู่ในโลกมนุษย์ เราได้คอยถวายน้ำฉันน้ำใช้ แด่พระภิกษุสงฆ์อยู่เนืองนิตย์ ด้วยอานิสงส์นี้จึงกลายมาเป็นแหวนวชิรมณีวารีบุญ วงนี้”

พระนางละสายพระเนตรมาที่แหวนอีกวง อันนางบริวารได้น้อมถวาย หัวแหวนนั้นเป็นพลอยแดงน้ำงามส่งประกายแพรวพราวดั่งเปลวเพลิง เมื่อสวมแหวนเข้ากับพระอังคุฐ พลันพระนางได้เริ่มคำถามขึ้น

“เจ้าลองดูซิว่า แหวนวงนี้ มีลักษณะเหมือนกับอะไร”

เทพนารีมีพระปุจฉายังนางบริวารผู้ถือพานพระธำมรงค์ฝั่งซ้ายมือ ดรุณีน้อยในอาภรณ์สีทอง คาดสังวาลเพชร กระบังหน้า ดรุณีผู้เป็นนางเนรมิตจากผลบุญของผู้เป็นนายกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแช่มช้าและดังกังวานใส ตอบคำถามนั้นออกไป

“ข้าแด่แม่เจ้าผู้เป็นนายหญิงของข้า ดิฉันว่า มันเหมือนเปลวเพลิงนะเจ้าคะ แม่เจ้าคงจะทำบุญถวายเปลวเพลิงประทีปละกระมังเจ้าคะ”

พักตร์งามพริ้ม ริมฝีปากอันอิ่มเอิบของเทพนารี ทรงพระสรวญอย่างพอพระทัย กล่าวชื่นชมต่อความเจ้าปัญญาของบริวารทันใดนั้น

“ถูกแล้วจ้ะ เจ้านี่เก่งสมกับเป็นบริวาร ที่เกิดจากบุญแห่งข้าจริงเซียว ประทีปรัตนมณีสิริธำมรงค์ วงนี้ เกิดจากบุญที่เราได้ถวายโคมประทีป บูชาพระมหาเจดีย์ มุ่งตรงต่อพระพุทธองค์ ด้วยใจที่เลื่อมใสศรัทราซึ่งพระอารามแห่งนั้น จะจัดให้มีพิธีถวายประทีปเป็นพระพุทธบูชาอยู่เป็นประจำ ทุกครั้งที่มีงานถวายประทีป ผู้คนจะมาร่วมบุญกันมากมาย แม้แต่ชาวเมืองอื่นก็ยอมเดินทางไกลเพื่อมาร่วมงานบุญนี้”

นางเนรมิตในอาภรณ์สีเงิน เครื่องประดับกายเช่นนางบริวารองค์เเรก น้อมกายเข้ามาพร้อมพานพระธำมรงค์ แหวนสองวงเด่นงาม ที่นางนำเสนอให้ผู้เป็นนาย

“ข้าแต่นายหญิงผู้เป็นเจ้าชีวิตของบ่าวเจ้าคะ แล้วแหวนสองวงนี้ล่ะเจ้าคะ ผู้มีปัญญาน้อยอย่างบ่าว ดูรูปทรงไม่ออกเลยว่า เกิดจากผลบุญอะไร”

พระธำมรงค์หัวแหวนสีเขียวสดใส สองวง ลอยขึ้นมาจากพานรอง เข้าสวมยังพระมัฌชิมาและพระอนามิกาอย่างเหมาะพอดีต่อผู้เป็นเจ้าของมันเท่านั้น พระนางพินิจหัวแหวนบนนิ้วกลางและนิ้วนางอย่างชื่นชม

“แหวนวงเนี้ย มีชื่อว่า นีลมณีสิริธำมรงค์ เกิดจากผลบุญที่เราได้สร้างมหาวิหารไว้เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อของพระอริยสาวก ให้มหาชนได้กราบไหว้บูชา และยังใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาอีกด้วยนะจ้ะ ส่วนแหวนวงนี้ นิลวิเชียรชัยมงกฎธำมรงค์ ก็เกิดจากอานิสงส์แห่งการสร้างพระวิหารอีกเช่นกัน แต่เป็นพระวิหารสำหรับให้หมู่สงฆ์ใช้เป็นที่สาธยายมนต์หรือในบางครั้ง ก็ใช้เป็นที่เทศน์สอนธรรมะให้กับหมู่ชนที่มาฟังธรรม”

การชื่นชมในแหวนเรือนงาม ซึ่งแท้จริงก็คือชื่นชมในกุศลกรรมที่เทพนารีได้กระทำแต่ครั้งยังดำรงชีพเป็นมนุษย์ นางหลับพระเนตรนึกถึงกาลยังดำรงชีพนั้นอย่างสุขสันต์

“การสร้างถาวรวัตถุ ให้ภิกษุสงฆ์ได้ใช้บำเพ็ญสมณกิจ มีอานิสงส์มากมายนัก พวกเจ้าจงดูทิพยวิมานของเรา ว่ามีความวิจิตรตระการตา น่ารื่นรมย์เพียงใด นี่เป็นผลบุญใหญ่จากการสร้างพระวิหารถวายไว้ในพระพุทธศาสนา ส่วนแหวนสองวงนี้ เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งแห่งผลบุญจากการสร้างพระวิหารของเรา”

รับแหวนรูปดอกไม้ มาสวมเข้ากับพระกนิษฐา เป็นวงที่ห้า พระนางยังมีนิ้วที่ว่างของพระหัตถ์อีกข้าง หากแต่พระธำมรงค์อันเกิดจากผลบุญของพระนางมีมากมายเกินกว่าจะสวมใส่

“วนบุปผามหาธำมรงค์ แหวนดอกกล้วยไม้ เราเห็นแหวนวงนี้ทีไรก็จะปลื้มใจในบุญทุกครั้ง เพราะในสมัยที่เรายังเป็นมนุษย์เราชื่นชอบดอกกล้วยไม้มาก ทุกครั้งที่เราพร้อมด้วยบิดามารดา นำภัตตาหารไปถวายแด่ภิกษุสงฆ์ เราก็จะนำดอกกล้วยไม้ไปถวายเป็นบริวารด้วยทุกครั้ง ไม่เพียงแค่นั้นนะ เรายังนำพันธุ์ไม้ชนิดนี้ไปปลูกเพื่อสร้างความสวยงามเพื่อสร้างความเจริญตาเจริญใจให้แก่ผู้อื่นที่มาสั่งสมบุญด้วย”

พระนางบรรยายผลบุญอันก่อให้เกิดแหวนวงนี้

นางบริวารในอาภรณ์สีเหลืองทองได้น้อมกายเข้าหา พร้อมพานพระธำมรงค์นับสิบ ให้ผู้เป็นนายได้เลือกสรร มันมากมายจนพระนางไม่อาจจะเลือกใส่วงไหนได้ก่อน

“โอ้ ความงามของสิริทิพยสมบัติแห่งแม่เจ้า ไม่เพียงแต่เจริญตาเท่านั้น ยังเจริญใจอีกด้วยนะเจ้าคะ แหวนทุกวงช่างเหมาะสมกับนิ้วอันเรียวงามของแม่เจ้าผู้เป็นเทพนารี เปี่ยมด้วยบุญญามากเลยเจ้าค่ะ”

“แล้วเวลานี้ แม่เจ้าผู้เป็นทั้งหมดของชีวิตบ่าว จะเปลี่ยนใส่วงไหน ขอโปรดบัญชาเถิดเจ้าค่ะ แม่เจ้าลองลองสวมวงนี้ดูซิเจ้าคะ”

นางในอาภรณสีเงินเปลี่ยนเป็นพานของตนเข้ามาเเข่งถวายเช่นกัน

บรรจงเลือกแหวนวงต่อไป มาสวมยังพระหัตถ์เรียวงาม พระนางชื่นชมต่อสิ่งงดงามนี้อย่างไม่วางตา

“แหวนวงนี้ มีชื่อว่าบุษยรัตน์ธำมรงค์ เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เป็นประจักษ์พยาน ถึงผลบุญอันประณีตที่เราได้ทำไว้ เมล็ดข้าวทุกเม็ดที่เราบรรจงถวาย แด่พระภิกษุ-สามเณรเป็นเม็ดข้าวที่เลือกสรรจากพันธุ์ข้าวชั้นเลิศ น้อมถวายเป็นภัตตาหารแด่เนื้อนาบุญ ทั้งก่อนถวาย ขณะถวาย ใจของเราปลื้มปิติในบุญทุกขณะจิตและแม้บัดนี้นึกถึงครั้งใด เราก็ยิ่งเบิกบานใจ เพราะบุญนั้น ได้ส่งผลดลบันดาล เกิดเป็นทิพยสมบัติอันประณีต เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่เราแล้วทุกประการ”

แหวนรูปดอกไม้สีแดง วงต่อไปอันได้รับน้อมถวาย พระนางรับมาบรรจงสวมใส่เป็นนิ้วที่สาม เมื่อแลกลับไปยังแหวนแห่งบุญมากมายบนพานทั้งสาม บุญกุศลมากมายที่พระนางได้กระทำเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ได้บังเกิดเป็นอัญมณีน้ำงามประดับบนหัวแหวน ให้พระนางได้เลือกสวมใส่

“แล้วแหวนมาลีสีแดงวงนี้ล่ะเจ้าคะ แม่นายของบ่าวได้บำเพ็ญบุญ อันใดไว้หรือเจ้าคะ?”

นางบริวารผู้มีพักตร์อันแจ่มใสเอื้อนเอ่ยวาจาถามอย่างชื่นชม

“นี่คือ บุปผาฆฏธำมรงค์ หัวแหวนเป็นรูปดอกไม้สีแดงทั้งยังมีผีเสื้อที่เนรมิตด้วยบุญญรัตนชาติ เป็นเครื่องเตือนใจให้เรานึกถึงอานิสงส์ที่เราได้นำดอก ไม้กระถาง นานาพันธุ์ ไปร่วมถวายแด่พระอาราม ไว้ใช้ประดับตกแต่งเวลามีงานบุญต่างๆ

“พวกเจ้าจงดูแหวนวงนี้ซิ รัตนเกสรวชิรธำมรงค์ วงนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่า ความดีที่บุคคลได้กระทำไว้ ไม่เคยไร้ผล แหวนวงนี้เกิดจากผลบุญที่เราและสหายร่วมกันนำเกสรดอกไม้ จากพรรณไม้หอมชนิดต่างๆ มาคลุกเคล้ากับเครื่องหอมเพื่อทำเป็นดอกไม้หอมแล้วนำไปไว้ในอุโบสถ ถวายแด่หมู่สงฆ์ ในเวลาที่ท่านลงทบทวนปาฏิโมกข์ ทุก ๑๕ ค่ำและในวันธรรมสวนะ จะมีสาธุชนมาฟังธรรมกันเป็นจำนวนมาก เราก็จะทำดอกไม้หอมไปวางไว้ในพระวิหาร เพื่อเป็นการบูชาธรรมแด่พระอาจารย์ที่มาแสดงธรรม และให้กลิ่นหอมชื่นใจแก่สาธุชนที่มาฟังธรรมด้วยนะจ้ะ พวกเจ้าก็ประจักษ์แจ้งด้วยตนเองอยู่ด้วยใช่มั้ยจ้ะ ว่านอกจากแหวนวงนี้แล้ว ทิพยวิมานของเรา จะอบอวลไปด้วยสุคันธาทิพย์ อันเกิดจากไม้ดอกทั้งหลาย ตลอดเวลา”

นางผู้ถือพานพระธำมรงค์ทั้งสามต่างเบียดชิดกัน เพื่อเสนอพระธำมรงค์และคำสรรเสริญแด่พระเเม่เจ้า นางทั้งสามเป็นตัวเเทนบริวารทั้งห้าร้อยซึ่งต่างมีจิตปฏิพัทธ์เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวต่อพระเเม่เจ้าของตน

“เป็นเช่นนั้นจริงๆเจ้าคะ”

นางอาภรณ์สีทองเอ่ยขึ้นก่อนด้วยเสียงแว่วหวาน ตามมาด้วยเสียงช่างจำนรรจาของนางอาภรณ์สีเงิน

“แม้นรัศมีของนายแม่ ก็ยังมีสุคันธาทิพย์ ฟุ้งออกมารอบวรสิริทิพยกายด้วยนะเจ้าคะ”

“เอ…เหนือหัวของบ่าวเจ้าคะ”

นางในอาภรณ์สีเหลืองทอง ผายมือไปยัง สวนสวรรค์ด้านนอกวิมาน เรียกความสนใจจากแม่เจ้ามาได้



“แล้วน้ำพุน้ำตกที่รินไหล สายน้ำอันเย็นใสในสวนสวรรค์ นั้นล่ะเจ้าคะ เกิดจากผลบุญอะไร?”

พระนางเบิกพระพักตร์สดใสแล้วแย้มพระสรวญจนเห็นไรพระทนต์ดั่งมุก มองบริวารแต่ละองค์ผู้มีใบหน้าแฉลมแลน่าเอ็นดูยิ่งนัก แม้จะช่างซักถามมากเพียงใด พระนางก็พร้อมเสมอจะตอบคำถามนั้นด้วยพักตร์อันอิ่มเอิบด้วยบุญกุศล เสียงหัวเราะน้อยๆก่อนตอบคำถามอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

“เจ้านี่มันช่างซักถามเหมือนกันนะ น้ำพุ น้ำตก นั้นน่ะ เกิดจากบุญที่เราร่วมกับมหาชน สร้างน้ำพุไว้ในสระน้ำ และสร้างน้ำตกจำลอง ในที่ไม่ไกลจากหอฉันภัตตาหารเพื่อให้ความชุ่มเย็น และช่วยดับร้อนในฤดูคิมหันต์ แล้วแหวนวงนี้ อัมพุทิพย์ธำมรงค์ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เกิดจากผลบุญ ที่เราได้ร่วมสร้างน้ำพุไว้ในพระอาราม”

“เอ๊! ณ เพลานี้ ในโลกมมนุษย์ เป็นฤดูกาลอะไรกันนะ?”

พระนางพลันนึกถึงเรื่องราวในโลกมนุษย์ นางบริวารรีบตอบขึ้นอย่างรู้ใจ

“คิมหันตฤดูเจ้าค่ะ แม่เจ้าเจ้าขา”

พระนางต้องยกพระกรเเนบกับพระอุระอย่างดีพระทัย พระเนตรเบิกขึ้น

“ถ้าเช่นนั้น ลูกหลาน และหมู่ญาติของเรา ก็มีบุญลาภ ได้ถวายผ้าไตรจีวรอีกแล้วซิเนี่ย แหม! เรารู้สึกเสียดายโอกาส ที่มิได้อยู่ร่วมถวายผ้าไตรจีวรกับหมู่ญาติของเราจังเลยเพราะว่าเมื่อถึงกาลแห่งคิมหันต์ฤดูทีไร จะมีกุลบุตรเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุ ศึกษาพระธรรมวินัยเป็นจำนวนมาก เราก็ได้มีโอกาสร่วมถวายผ้าไตรจีวรอยู่หลายครา…แต่ ณ เพลานี้ เรามีเพียง วัตถาภรณ์ทิพย์ธำมรงค์ วงนี้ ไว้คอยระลึกถึงบุญแห่งการถวายผ้าไตรจีวร เท่านั้นเอง”

แหวนอันเป็นตัวแทนแห่งการถวายผ้าไตรจีวร ได้มาปรากฏบนนิ้วนางข้างซ้าย นางปลื้มปิติทุกครั้ง เมื่อนึกถึงครั้งยังร่วมบุญถวายผ้านุ่งห่มแด่ภิกษุสงฆ์

“นายหญิงเทวีเจ้าของบ่าวเจ้าขา ยังมีทิพย์ธำมรงค์ซึ่งเกิดจากผลบุญ ที่แม่เจ้าได้กระทำไว้ดีแล้ว ให้แม่เจ้าได้ปลื้มในบุญอีกมากมายทีเดียวนะเจ้าคะ แม่เจ้าผู้เป็นเจ้าชีวิตของบ่าว ปรารถนาจะใส่วงไหนอีกดีละเจ้าคะ ขอโปรดบัญชาเถิดเจ้าค่ะ”

“แม่เจ้าจะลองสวมวงนี้ดูไหมเจ้าคะ”

อีกนางรีบน้อมพานมาเช่นกัน

“โอ้ แม่นายผู้เป็นที่รักยิ่งของบ่าวเจ้าขา แม่นายของบ่าวเป็นผู้มีสิริทิพยสมบัติอันโอฬารยิ่ง ยากที่จะหาใครทัดเทียมได้นะเจ้าคะ”

นางในอาภรณ์สีทองกล่าวสรรเสริญ

“เจ้าอย่าเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาด ไปเทียบเท่ากับเขาพระสุเมรุเลย อย่าเอาหยดน้ำค้างไปเทียบกับสีทันดรมหาสมุทร สมบัติเราเป็นเพียงแค่ฝุ่นธุลี ในท้องจักรวาล เมื่อเปรียบกับทิพยสมบัติอันโอฬารยิ่งของเหล่าเทพเจ้าและเทพเทวีชั้นสูงอื่น ในดาวดึงส์เทวโลกนี้ เจ้าเกิดมาด้วยบุญของเรา เจ้าจึงคิดว่า สมบัติที่เจ้าเห็นในวิมานของเรานั้น เลิศโอฬารเห็นปานนี้ ข้าแม้นจะมีปิติในการชมสิริทิพยสมบัติ มากปานใด แต่มันก็เป็นแค่เพียงเหมือนทิพย์วารีในสุวรรณภาชนะเพียงกึ่งหนึ่ง เจ้าจงสำเหนียกว่าวิมานแห่งเราเป็นเพียงวิมานหลังน้อยๆ ในปัจจันตเขต ในดาวดึงส์ประเทศนี้”

“แม้นเทพเทวีเจ้าของบ่าว จะเปรียบตนเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ผักกาด หยดน้ำค้างหรือฝุ่นธุลี แต่บ่าวก็มีแม่เจ้าอยู่เหนือเศียรเกล้า อยู่เต็มดวงหทัยและเป็นทั้งหมดของชีวิตนะเจ้าคะ”

นางช่างจำนรรจาได้เร่งกล่าวออกไป พักตร์ของเเม่เจ้าได้ลดสายพระเนตรลง

“เจ้าจะกล่าวเช่นนั้นก็ได้เพราะทิพยสมบัติที่เจ้าเห็นนั้น เกิดจากบุญที่เราได้ร่วมทำกับสหายและหมู่ญาติ ที่เขามักจะมาชวนให้เราได้ร่วมทำและเราก็ได้ทำไปตามกำลังของเรา ทำไปเพียงสักแต่ว่าทำ ทำบ้างไม่ทำบ้าง ไม่มีความสม่ำเสมอ แม้ในบางครั้งสหายของเราจะมาแจ้งข่าวบุญ เล่าถึงอานิสงส์ต่างๆนานาและชักชวนให้ร่วมบุญ เราก็จะยังไม่ทำในทันที ยังมีความลังเล คอยดูเวลาและสภาวะอารมณ์ ว่าจะพร้อมทำหรือไม่

ทิพยสมบัติของเราจึงมีเพียงแค่นี้ นี่ถ้าเราได้ทำอย่างเต็มกำลัง เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและทำทุกครั้ง ที่สหายของเรามาชักชวน เจ้าก็จะมีสหาย บริวาร และได้ยลทิพย์สมบัติที่มาก กว่านี้หลายเท่านัก นี่เป็นเหตุผลเพียงข้อแรกที่เราจึงกล่าวว่า ปิติของเรา เป็นเพียงวารีที่มีอยู่กึ่งหนึ่งในภารชนะทองเท่านั้น”

“แล้วเหตุผลประการที่สอง ล่ะเจ้าคะ?”

พระนางได้ยันพระวรกายขึ้นนั่งอย่างเต็มสง่า กล่าวด้วยเสียงก้องกังวาน พระสุรเสียงดั่งระฆังแก้วได้ยินชัดไปทั่วทั้งวิมาน นางบริวารทั้งมวลต่างยกมือมาพนม ต่อคำอันเป็นมงคลของพระเเม่เจ้า

“ถ้าเราได้ชวนบุคคลอื่น บำเพ็ญบุญอย่างเต็มที่ โดยไม่เกรงใจ โดยไม่กลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจ เจ้าก็คงจะมีเพื่อนสหายบริวาร ผู้เป็นบริวารแห่งเรามากกว่านี้ บริวารผู้เป็นสหายแห่งเจ้าในวิมานนี้ มีเพียง ๕๐๐ มันน้อยเสียจนเราไม่พึงปรารถนาจะพาพวกเจ้า ออกไปนอกวิมานให้เทพเทวีหรือเทวบุตรเจ้าองค์ไหนๆ ได้ยลซักเท่าไร รู้เยี่ยงนี้ เราน่าจะชวนบุคคลอื่นบำเพ็ญบุญอย่างเต็มที่ ก็คงจะดี ความเก้อคงจะไม่ปรากฏแก่เราในเทวโลก ใจจริงถ้าเป็นไปได้

เราปรารถนาจะกลับไปบอกแก่หมู่ญาติ ในมนุษยโลกว่า จงบำเพ็ญบุญ ทำอย่างเต็มกำลัง อย่าทำเพียงตามกำลัง อย่าทำตามอารมณ์ และจงอย่าเพียงร่วมบุญแต่จงเป็นยอดผู้นำบุญ ชวนบุคคลอื่นมาร่วมบำเพ็ญบุญด้วยอย่างเต็มที่ ความเก้อใดๆจะไม่เกิดขึ้น ความอาจหาญและความร่าเริงในเทวโลก จะได้เหมือนน้ำที่เต็มเปี่ยมล้นในสุวรรณภาชนะ แล้วคำว่า ‘น่าจะ’ หรือคำว่า ‘รู้เยี่ยงนี้’ จะไม่บังเกิดมีขึ้น เมื่อมาอยู่ที่เทวโลกนี้เลย




Create Date : 30 พฤษภาคม 2553
Last Update : 30 พฤษภาคม 2553 11:31:52 น.
Counter : 888 Pageviews.

4 comments
  
ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งภาพ แจ่มค่ะ ^^
โดย: chakansi IP: 58.9.143.149 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:16:03 น.
  
ไม่ยักรู้ว่าธรรมะธรรโมเหมือนกันนะครับ แสดงว่าเลิกเข้าป่าแล้ว ^^

โดย: ธฤต IP: 124.122.92.70 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:49:41 น.
  
ดีครับเพื่อนหมอ สงสัยว่า เราจะหายไปนานมาก กลับมาอีกทีเพื่อนหมอมีงานเขียนเพิ่มขึ้น เข้าหน้านี้ให้ความรู้สึกดีมากครับ เป็นอารมณ์ของงานเขียนที่ดี แม้จะอ่านไม่กี่บรรทัดแต่ก็รู้สึกถึงความสงบนิ่งได้เลย มีให้ติอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องแบคกราวด์สีขาวนี่ล่ะที่ทำให้ผู้มีปัญหาแพ้แสงหน้าจออย่างเพื่อนอ่านลำบาก
ยินดีในความมุ่งมั่นของเพื่อนที่มีงานเขียนออกมาเรื่อย ๆ จะได้เข้ามาหาได้ง่าย ส่วนเพื่อนสบายดีและไม่มีท้องอยู่แล้วครับ แต่ก็เขียนไปเรื่อย ๆ ถ้ามีเวลาว่าง เพราะยังเขียนไม่ค่อยเก่งเท่าเพื่อนหมอจึงต้องรอให้อารมณ์คิดอยากจะเขียนก่อนถึงจะทำได้ ไม่ต้องเป็นห่วงครับเพื่อนสบายดี และขอให้เพื่อนหมอสบายดีเช่นกันครับ

มีสิ่งที่อยากจะบอกก็คือว่า เพื่อนนับถือพระศิวะเช่นกันครับ

โชคดีมีสุขนะเพื่อน
โดย: เขาพนมรุ้ง วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:23:49:51 น.
  
ทำให้เราได้ความรู้
โดย: เอิร์น IP: 124.120.119.168 วันที่: 13 กันยายน 2555 เวลา:17:31:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments