มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 31


จำเอาไว้ให้ดีเล่าอู หลังจากฉันได้จากไปแล้ว จงพานายหมอและคู่หมั้น รวมทั้งพวกเด็กๆของฉัน หลบหนีออกไปทางใต้หน้าผา เต๊อะกันเนลอญจะเป็นผู้ช่วยพาพวกเขาลงจากหน้าผาอย่างปลอดภัย หากกฤษณ์ถาม จงอย่าบอกความจริง ให้บอกเเต่เพียงว่าเป็นแผนของฉัน แล้วจงบ่ายหน้ากลับเข้าชายแดนไทยอย่าหันกลับมาอีก ฉันสั่งให้เฮลิคอปเตอร์จากศูนย์โรงพยาบาลกรุงเทพมารับกลางทางแล้ว ก่อนเที่ยงวันนี่ พวกเขาทั้งหมดจะต้องกลับเข้าแผ่นดินไทย คณะแพทย์อาสาจะไม่มีการเดินทางอีก ตราบจนกว่าสงครามชายแดนจะสงบ ทางฉันจะพยายามถ่วงเวลาพวกศัตรูทางนี้ไว้ให้นานที่สุด จงจำคำฉันเอาไว้ให้ดี ชีวิตของนายหมอมีค่าเกินกว่าจะมาเกิดอันตราย อนาคตลูกหลานชาวเขาของพวกนาย ตลอดจนชาวเผ่าทั้งชายแดน คนไร้สัญชาติ กำลังรอให้คนใจบุญอย่างเขามาสร้าง ความดีงามทั้งหลายที่ยังรอนายหมออยู่ แม้ว่าพวกฉันทั้งสิบเอ็ดคนจะต้องตาย แต่มันก็คุ้ม เพื่อรักษาชีวิตของเขาเอาไว้

คำสั่งซึ่งเป็นคำสั่งเสียไปพร้อมกันของนายสัณฑ์ ให้ไว้กับเล่าอูคนสนิทก่อนหน้านี้ ความผูกพันที่สัณฑ์มีให้กฤษณ์ มันคือความเถิดทูลบูชา และพร้อมจะสละชีวิตให้ ทั้งเขาและเล่าอูต่างยึดถือ หมอกฤษณ์ เป็นศาสดาในใจเสมอมา

สัณฑ์ตบไหล่คนสนิทเบาๆ พยักหน้าเขยิบตาให้ ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากอันแห้งแตกสะเก็ดขาว ก่อนสองพี่น้องจากเมืองยองเผ่าว้า จะมาขนาบข้างพาเดินจากไป ทางในถ้ำเปลี่ยวลึก วังเวงไม่สิ้นสุด อันทั้งสามคนกำลังเดินเข้าไป มันเป็นฉากๆเดียวกันกับพวกหาญศึกเมื่อคืนหากเเต่ผิดเวลาเท่านั้น

“นายครับ นายจะตายไม่ได้นะครับ นายจะทิ้งให้ผมอยู่ในโลกนี้คนเดียว ไหนนายบอกว่า จะช่วยนายหมอสร้างบุญกุศล ช่วยเหลือผู้คนให้มากๆ บาปกรรมที่เราสองคนก่อเอาไว้ จะได้บรรเทา ตายไปจะได้ไม่ต้องทรมานในนรกนายยังไม่ได้สร้างบุญกุศลพอก็จะรีบชิงตายไปก่อนได้ยังไง”คำพูดในใจของเล่าอู

คำสั่งเสียสุดท้ายยังดังก้องอยู่ในหัว ก่อนร่างทั้งสามจะเดินห่างออกไป เล่าอูได้แต่ยืนน้ำตาไหลพราก รู้สึกเหมือนตนเองถูกทิ้ง มองตามร่างนั่นอย่างสุดปัญญาจะทำอะไรได้ เด็กหนุ่มทั้งสามต่างยืนคอตกปราดน้ำตาสะอื้นไม่หยุด สององครักษ์ต่างเข้ามาปลอบใจ กฤษณ์เห็นแต่ละคนเศร้าโศกเข้ามาสอบถาม แต่ละคนกลับอ้ำอึ่งมองหน้ากันลอกแล่กพูดไม่ออก ในขณะที่เกตุรีบโผล่ออกมาในชุดใหม่แต่งตัวรัดกุม ก็ทันเห็นแค่แผ่นหลังของสัณฑ์หรือไพรวัลย์อดีตคูรฝึกจอมเขี้ยวของเธอ

“พวกนั่นจะไปไหนกัน?”

“เมื่อกี่คุณสัณฑ์มาบอกว่า เมื่อคืนเกิดพายุใหญ่ พัดต้นไม้ใหญ่ปากถ้ำทั้งสองฝังหักโค่นมาปิดทับปากทางออกเอาไว้ ทำให้พวกเราออกจากถ้ำไม่ได้ แต่โชคดีมีช่องทางออกอื่น เพียงแต่ต้องใช้วิธีโรยตัวลงหน้าผา เสี่ยงหน่อยเท่านั้น พวกคุณสัณฑ์กำลังจะไปตามคุณหาญศึก เลยขอให้เราลงไปก่อน”

คู่หมั้นสาวหัวคิ้วย่น จำได้ว่าปากถ้ำฝังนี้มีแต่กระถินต้นเท่าลำขา จะโค่นมาปิดปากถ้ำอันกว้างใหญ่ได้ยังไง แต่ก็พร้อมจะผจญภัยขอเพียงมีพี่หมอของเธอไปด้วย หันมายิ้มแก้มใส“เหรอคะเเล้วเราจะช่วยอะไรได้บ้าง”

กฤษณ์ทำหน้าแปลกใจ“เอะ เมื่อกี้น้องไม่ได้โกรธ คุณสัณฑ์เขาหรอกเหรอ”

หล่อนถอนฉิว ผ่อนลมทำหน้าอย่างปรงๆ“เปล่า น้องแค่แกล้งโกรธไปแค่นั่นเอง เพราะชินนิสัยของนายสัณฑ์แล้ว ว่าจะต้องมาลูกไม้นี่ คนนิสัยเสียที่ชอบมาแกล้งยวนยั่วโมโหน้องทุกทีเหมือนกับ เหมือนกับ...” พลันสะดุดคำ พลันเฉลี่ยวใจ นึกถึงพี่ไพรวัลย์ขึ้นมา วิธีการของครูของเธอคนนี่ ก็เป็นแบบนี้ คือชอบใช้วิธีเอาเกลือจิ้มเกลือ หนามหยอกเอาหนามบ่ง ถ้าหากเธอดื้อรั้น ผิดระเบียบ วินัยของแคมป์พาเอารุ่นน้องคนอื่นเสียการปกครอง เป็นต้องเจอกับการกลั้นแกล้งสารพัดวิธีของเขา เพื่อให้หลาบจำ เด็กทุกคนในโครงการโดนเหมือนกันหมด แต่ดูเหมือนจะมีเด็กดื้ออยู่คนเดียว ที่ครูไพรวัลย์ไม่เคยจะปราบได้ นั่นคือเธอ

มองตามแผ่นหลังของสัณฑ์ซึ่งกำลังจะลับหาย พลันน้ำตาของเธอกลับเออไหลลงสู่สองแก้ม ออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนคู่หมั้นหนุ่มเห็นผิดสังเกต

“เกตุ...น้องเป็นอะไรทำไมถึงร้องไห้ น้องเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

นิ้วเรียวรีบป้ายเช็ดน้ำตาไม่หยุด น้ำตามันคลอหน่วยออกมาไม่หยุด“น้องก็ไม่รู้เหมือนกัน ซิกๆๆ... ”ยิ่งกุมหน้าร้องสะอื้นไม่หยุด เพียงเพราะเห็นแผ่นหลังของนายสัณฑ์ เขาคนนั่นมองยังไงก็เหมือนพี่ไพรวัลย์มาก ร่างนั่นกำลังจากไป มันคล้ายกับอาการจากไปของหาญศึกเมื่อคืน เธอรู้สึกว่าตนเองกำลังสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไป แต่นึกหาสาเหตุไม่ออก

“นี่! มันเกิดอะไรขึ้นกับทุกคนกันแน่!”

คุณหมอมองไปยังทุกคน ที่อยู่ในอาการเดียวกัน“ทำไมแต่ละคนต้องทำหน้าเหมือนมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นด้วย มีเรื่องอะไรที่พี่หมอไม่รู้อยู่ด้วยใช่ไหม”หัวหน้าคณะเเพทย์อาสาถึงกับหัวเสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ละคนกำลังทำหน้าอมทุกข์จนผิดปรกติ เล่าอูหลบซ่อนปิดบังสีหน้าจากสายตาผู้เป็นนาย คง มองหน้าเขาเหมือนอยากจะบอกอะไรออกมา แต่โย่งมาดึงไว้ไม่ให้พูด กฤษณ์เริ่มฉุกคิด สิ่งผิดปรกติกับคนของเขา

“นี่มันต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่!”กฤษณ์ทะลายความอึดอัดทันที“น้าเล่าอู เต๊อะ เนลอญรีบออกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะ ว่า มันเกิดอะไรขึ้น อย่าปกปิด บอกความจริงมา!”เขาคาดคั้นเอากับคนใกล้ตัวสุด

“น้าเล่าอู!.”




สัณฑ์ ตะบันและจะงอย ได้พบกับพวกหาญศึกกลางทาง พวกเขาได้เจอกันก่อนแล้วตอนขามา ตอนนั้นหาญศึกแม้ตกใจที่เห็นสัณฑ์ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ใจเย็นพอ ที่จะเสนอแผนการอันจะใช้กับเล่าอูออกมา สัณฑ์รับปากอย่างง่ายๆก่อนรีบตรงไปหาหมอกฤษณ์ แล้วตอนนี้พวกเขาได้กลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ความมืดมิดในถ้ำถูกแสงแดดอ่อนยามเช้า จากช่องหินส่องตัดผ่าเข้ากลางวง แบ่งแยกพวกเขาไว้ ฝังหนึ่งมีหาญศึกมีจ่าแจ๋ว หมู่แม็กและทองปา ยืนประจันหน้าเหมือนจะขวางทางเอาไว้ สัณฑ์มีเพื่อนตายสองคนจากเผ่าว้า นายทหารมือปราบนักค้ายาเสพติดสำคัญสองคน กำลังเผชิญหน้ากับ อดีตนักค้ายาชนเผ่าว้า อาชญากรมีค่าหัว ตัวการสำคัญถึงสองคนและอีกหนึ่งตัวปริศนา เสือดำ อันเลืองชื่อ

สัณฑ์หัวเราะในลำคอ อาการเหมือนจะเยาะพวกคนตรงหน้า มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบเอาโป๊ะยาเส้นออกมา เอากระดาษเกลียน้ำลายแล้วเอายาเส้นลง ก้มหน้ากับสิ่งนั้น ความมืดทำให้ฝ่ายตรงข้ามมองหน้าของเขาไม่ชัดนัก “นายทหารคิดดีแล้วเหรอ ที่จะมาเสี่ยงตายกับพวกผม เรื่องนี้ไว้ปล่อยเป็นหน้าที่ของผมดีกว่า เดี๋ยวจะมาตายเสียเปล่าๆนะ คุณทหารรีบหนีไปก่อนจะไม่มีโอกาสจะไม่ดีกว่าเหรอ”

ถุย! หาญศึกขากเสลดลงพื้นทันที จ้องตาแดงฉาน หมดสิ้นท่าทีสำรวยแบบผู้ดีอีกต่อไป“ฉันไม่ขอรับบุญคุณจากแก! ไอ้อมนุษย์” กระชากเสียงห้วน แยกเขี้ยวขาวกับศัตรูตรงหน้าที่เขาไม่คิดจะขออยู่ร่วมโลก นายจะงอยกัดฟันกรอดโกรธจัด จะปรี่เข้าเล่นงานทันทีด้วยหัวใจเลือดร้อน สัณฑ์ปราดมือเข้าขวางไว้ หาญศึกก็สั่งให้ทองปากับหมู่แม็กที่ต่างชักมีดชักอาวุธเตรียมพร้อม หยุดอยู่แค่นั้น

“เอาไว้เสร็จเรื่องคราวนี้ก่อน แล้วเราค่อยมาสะสางกันให้จบๆไปความแค้นมันจะได้สิ้นสุดกันคราวนี้”คำเสนอของนายทหารไทย

สัณฑ์ยักไหล่ไม่มองตอบ คีบบุหรี่ใส่ฟันงับ เอามือล้วงค้นหาไฟแซ็ค ขณะที่อีกฝ่ายจ้องดวงตาลุกวาวเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

“จำไม่ได้ว่าผมไปมีความแค้นกับนายทหารตอนไหน”สัณฑ์ยังคงก้มหน้าง่วนกับยาสูบ ก่อนสะบัดซิปโป้ดังกริ๊ง! ขับไล่ความเงียบงันและอึดอัดของทั้งสองฝ่าย ไฟลนบุหรี่อัดควันไฟแดงวาบๆ ส่งควันคลุ้งไปเบื้องหน้า พรรค พวกเบื้องหลังหาญศึกต่างเอามือปัดไล่กลิ่นควันกันพัลวัน กลิ่นบุหรี่กลับหอมแรงประหลาดคล้ายดอกมะลิ หมู่แม็กต้องกุมขมับมีอาการปวดหัวทันทีกับกลิ่นนั่นทันที

“แกยังจำนายทหารยศพันตรีคนหนึ่งระดับรองผู้บังคับกองพัน ซึ่งเคยมาประจำอยู่ชาย แดนแห่งนี้เมื่อห้าปีก่อนได้หรือเปล่า คนที่ถูกขบวนการค้ายาอย่างพวกแกลวงไปฆ่าตาย แกยังจำได้เขาได้อยู่มั้ย!!...”เสียงของหาญศึกเหมือนกำลังบดเขี้ยวพูดอย่างถึงขีดสุด กำปั้นเกร็งแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน แต่ข้างฝังหนึ่งยังคงเฉื่อยชา

“นายทหารชายแดนตั้งเยอะตั้งแยะใครจะไปจำได้”

“รึว่าแกฆ่าคนไปมากจนจำใครไม่ได้!”

สัณฑ์ชะงักกับคำตวาด เงยหน้ามามอง“เออ...ใช่ๆมีคนหนึ่งจริงๆฉันจำได้แล้ว”ทำตาพองโต วาดมือ“ตัวโตๆสูงใหญ่มะลักกัก หน้าตาหล่อเหลาอย่างคุณทหารนี่แหละ เสียดายอายุสั้นไปหน่อย ชื่ออะไรๆน้า...ไหนลองคิดดูก่อน มันๆติดอยู่ที่ปากน่ะ เออใช่ชื่อว่าสง สงครา...สงครามอะไรเทือกนี่แหละ”สัณฑ์ผายมือยิ้มอย่างไม่ยี่หละตอบไปอย่างยี่ยวน เพียงเท่านั้นร่างสูงใหญ่ก็โถมเข้าไปชัดกำปั้นหนักๆเข้าสุดตัวอย่างเหลืออด

ผั๊วะ!!

กำปั้นยักษ์ใหญ่ของหาญศึกพลันสะดุด นายตะบันยืนขนาบข้าง คอยท่าอยู่แล้วใช้อุ้งมือรับหมัดไว้ได้ทันควัน สองยักษ์ใหญ่งัดกันด้วยแรงเรี่ยว ข้อลำใหญ่โตทันกัน กับอีกฝ่ายที่น่าจะสูงเกินสองเมตรเข้าไปแล้ว ดวงตาดุดันเหมือนเสือเรี่ยวแรงดั่งกระทิงป่านั่น ค่อยๆดันกำปั่น และร่างของนายทหารไทยถอยร่นไปทีละน้อยอย่างย่ามใจ อีกฝ่ายแก้โดยผ่อนแรง เบี่ยงซ้าย ตะบันเซเสียหลัก ก่อนจะใช้อีกมือกดหัวไหล่คู่ต่อสู้ และก่อนที่เขาจะหักข้อต่อข้อแขนคู่ต่อสู้ได้ มือแกร่งปานคีมเหล็กก็เข้ามาขยุ้มจับข้อมือของเขาแล้วบิดหักอย่างแรง สัณฑ์โผล่หน้าเข้ามาประชิดอย่างจัง นิ้วมือแกร่งพุ่งเข้าจิกล้อกลูกกระเดือก ปานจะบดให้แตก ตาซ้ายอาถรรย์แผดจ้าออกมาทันที

“มองตา!!...มองตา!ฉันนายทหาร!มองตาพี่ชายของนายสะ”สัณฑ์ตวาดเสียงก้อง

หาญศึกมองอย่างตะลึงลาน ดวงตาสีเขียวมรกตนั่น กลับสว่างเรืองและขยายขึ้น ใหญ่ขึ้นไปทุกที เห็นแต่ดวงตาสีมรกตลอยอยู่เต็มไปทั่วหนแห่ง ในสมองของเขากลับหนักอึ่งไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว แม้พรรคพวกด้านหลังจะพยายามตะโกนจนสุดเสียง ภาพใบหน้าของนายสัณฑ์กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของ พันตรีสงคราม พี่ชายของเขาแทน

“นี่พี่เองหาญศึก พี่สบายดี...”

“พี่สงครามจริงๆด้วย นี่ผมฝันไปหรือเปล่า”เขาเริ่มคล้อยไปตามภาพหลอน

“น้องไม่ได้ฝัน ตอนนี้พี่สบายดีและอยากให้น้องไปอยู่ด้วย หาก มีชีวิตแล้วต้องอยู่อย่างมีทุกข์ น้องอย่าทุกข์โศกอยู่ในโลกนี้อีกเลยนะ ไปอยู่กับพี่เถอะนะ”สัณฑ์ชี้ไปที่ซองปืนข้างเอวของหาญศึก

“ปืนกระบอกนั่น” แต่หาญศึกกลับเห็นร่างนั่นคือพี่ชายตนเอง

“ปืนกระบอกนั่น น้องจงยกขึ้นมา จ่อขมับตนเอง แล้วลั่นไกสะ เพียงนัดเดียวเองแล้วน้องจะมีความสุข แล้วน้องจะได้มาอยู่กับพี่นะ”

“ใช่ ผมอยากไปอยู่กับพี่ อยู่กับพี่...”หาญศึกตาเหม่อลอย หลุดสติ ฟังคำทุกอย่าง มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปจับด้ามปืน แล้วค่อยๆเลือนขึ้นมาจ่อขมับตนเอง

“ผู้กองอย่า!!...”หมู่แม็กร้องเสียงหลง

จ่าแจ๋วรีบเข้าไปกระชากไหล่ของนายทหารหมุนกลับมาจนตัวปลิว ร่างนั่นทิ้งตัวโครมลงกับพื้นเกือบหมดสิ้นสติ ปืนกระเด็นหลุดจากมือ เฉียดตายจากน้ำมือตนเองอย่างหวุดหวิว กลิ่นบุหรี่ยังคงหอมอย่างประหลาดติดจมูก คล้าย กลิ่นดอกมะลิ และยังฉุ่นแรงเข้าไปถึงสมอง เขาพยายามปลุกสติ สะบัดศีรษะขับไล่ความมึนงง พอเงยหน้ามาก็เห็นจ่าแจ๋วยืนประจันหน้ากับนายสัณฑ์ มือหนึ่งถือลูกประคำ ปากพ่ำคาถาถี่รัวฟังไม่ได้ศัพท์

“ไอ้ปีศาจ!...”หาญศึกจะกรากลุกเข้าไปช่วยอีกแรง

“อย่าเข้ามาผู้กอง! ถอยออกไป!...”จ่าตวาดสุดเสียง

เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าของจ่าที่พยายามจะสู้กับ ดวงตามาร ดวงนั่นอย่างสุดฤทธิ์ เนตรมรกตอันฟื้นชีพขึ้นมาจากแรงอาคม กำลังแผดแสงจ้าลุกวาวออกมา

“ฉันรู้ว่าแกเป็นอะไร! อย่าคิดว่าฉันจะกลัวแก่ไอ้เสือสมิง!ไอ้อมนุษย์!”

“พูดเพ้อเจ้ออะไร เสือสเมิงสมิงอะไร ลุงจ่า ซานตาครอส”คนหน้าหนวดเครายื่นหน้าเข้ามาใกล้ แสยะยิ้ม มือจับกดสายสร้อยลูกประคำในมืออีกฝ่าย ร่างใหญ่เป็นโอ่ง ข้อลำใหญ่โตเช่นนักเพาะกายนั่น ค่อยทรุดลงเข่ายันพื้นอย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้าน แต่ดวงตายังไม่ย่นย่อแม้เหงื่อผุดเต็มหน้า ปากสวดคาถาต่อต้านไม่หยุด จนถูกสับฝ่ามือเข้าหลังท้ายทอยดังพลั่ก!ร่างใหญ่เป็นตุ้มนั่นหงายหลังล้มตึงไปทันที

หมู่แม็กกับทองปาถูกยักษ์สองตนจับหิ้วคอจนตัวลอย ตาเหลือกโพลงค้าง ปากสั่น เหมือนถูกสะกดไม่ได้สติ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้าน ผลจากฤทธิ์ยาสะกด หาญศึกกระเสือกกระสนยันเข่าลุกขึ้น แต่แล้วก็ต้องทรุดโครมก้นจ้ำเบ้าลงไปอีก ภาพที่มองเห็นตรงหน้ากำลังพร่าเลือนราง เพราะน้ำตาไหลพราก ปวดหัวอย่างรุนแรง พวกเขาถูกยาสะกดอย่างไม่รู้ตัว

ฟู่...สัณฑ์ปล่อยควันออกจากปากอีกครั้ง ควันมากมายคละคลุ้ง ตลบอบอวลไปทั่วทั้งคูหา มากมายเกินกว่าจะเป็นควันจากบุหรี่เพียงมวนเดียวแล้ว สองพี่น้องหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างสะใจปล่อยมือจากสองคน ก้าวถอยหลังไปทีละก้าวนำเข้าไป ก่อนอันตธานไปในหมอกควัน

“เตือนแค่นี่ก่อน หากยังรักชีวิตก็จงกลับแผ่นดินไทยของนายทหารไปซะ จะให้ดีช่วยคุ้มกันหมอกฤษณ์กับเด็กสี่คนนั้นด้วยละกัน”สัณฑ์กล่าวทิ้งท้าย

ดึงแว่นดำกระชับเข้าดั้งจมูกตามเดิม หมุนตัวเดินผละเข้าไปในม่านหมอก แล้วพลันหยุดกับเสียงเรียก

“เดี๋ยวก่อน! แกจะบอกฉันได้มั้ย ว่าพี่สงครามเขาตายยังไง! ...ศพของเขาอยู่ที่ไหนขอให้ฉันได้เห็นแค่ที่ฝั่งศพเขาก็ยังดี”หาญศึก กัดฟัน ฝืนทนต่อความวิงเวียน ฝืนกายยันตัวลุกขึ้นมาอย่างโซซัดโซเซ ก่อนที่ร่างนั่นจะลับหายไปในหมอกควัน เสียงกังวานลึกก็ตอบมา

“เขาได้ตายอย่างสมเกียรติ์ชายชาติทหารแล้ว!...”

ร่างสูงชะลูด แกร่งเกร็งไปทั้งตัว ผมยาวหยักปรกแผ่นหลังกว้าง หายเข้าไปหมอกควันนั้นอย่างรวดเร็ว

ลมผาตีโกรกเข้ามาตามโพรงและทางเดินในถ้ำ พัดหมอกควันให้กระจัดกระจายหายไปในพริบตา หายไปพร้อมๆกับร่างคนสามคน หาญศึกหัวใจแทบหยุดนิ่ง มองอากาศว่างเปล่าตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา นายสัณฑ์กับพวกหายไปในอากาศธาตุ เหมือนเล่นมายากลกระนั้น

คนถูกวางยาแต่มีธาตุทรหดที่สุด ลากเข่าพยุงตัวไปตรวจอาการผู้ใต้บังคับบัญชา จ่าแจ๋วโงนเงนขึ้นมาเองได้ มือกุมท้ายทอยหน้านิ้ว สูดปากเล็กน้อย ก่อนทั้งสองยืนขึ้นได้อย่างเต็มสัดส่วน หมู่แม็กกับทองปาเริ่มหายมึน มือไต่ผนังลุกขึ้นได้ หาญศึกเร่งสอบถามอาการของทั้งสองคน พวกนั่นเพียงตอบว่ามึนหัวนิดหน่อย แต่เพราะได้กลิ่นเหม็นอะไรบางอย่างเข้าจมูกเลยฟื้นขึ้นได้ จ่าก้มเก็บยอดอ่อนใบไม้ชนิดหนึ่งจากบนพื้นเพราะผิดสังเกต ขนละเอียดสีขาวอมน้ำตาลปกคลุมเต็มไปหมด มองอย่างสนเท่ห์ พอเอาแตะจมูก ส่งเสียงฟุด ฟิด ก็ต้องครางฮือ จ่าหลุดสำเนียงสุพรรณบ้านแกออกมาทันที

“เหม็น ยังกะขี้หมา... นี่มันยอดใบตดหมานี่พวกผมเห็นพวกมันทิ้งไว้ก่อนไป”หมู่แม็กตาเหลือกร้องห้ามเสียงหลง“อย่าไปดมจ่า! เดี๋ยวมันวางยาเราอีกหรอก”“ฮึ้ย...”จ่าหน้าเบ้ “คงไม่ใช่หรอกว่ะไอ้หมู่ขี้หมา”

พ้นจากสภาพถูกวางยาอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครเป็นอันตรายมากนัก แต่ละคนต่างเร่งสำรวจสอบถามอาการของกันและกัน

“นายทหารครับ ดูนี้สิครับ”ทหารพรานทองปารวบรวมใบไม้ ยอดหญ้าหลายอย่างจากพื้น เข้ามากลางวง กลิ่นเหม็นบางอย่าง จนต้องเอามือปิดจมูก ทุกคนต่างเดินมารวมกันพิจารณา พืชบางอย่างรู้จักว่าเป็นว่านมีกลิ่นคาวแรง บางอย่างก็ไม่รู้จัก

หาญศึกหยิบไปดมอย่างไม่กลัว “ผมดมดูแล้ว กลิ่นของมัน ทำให้หายมึนไปได้จริงๆ พวกมันวางยาเราแล้วให้ยาแก้”นายทหารสรุป

สิบเอกแย่งใบไม้ในมือผุ้กองไปดม“พวกมันจะทำอย่างนั่นไปทำไมละผู้กอง!? เมื่อกี้พวกมันคิดจะฆ่าพวกเราอยู่เลยนะนะ!”

“หากมันจะฆ่า เมื่อกี้คงทำไปแล้วละหมู่ แต่พวกนายสัณฑ์คงแค่อยากจะสั่งสอนพวกเราเท่านั้น พืชพวกนี่ที่จงใจทิ้งไว้ให้ มันคงมีฤทธิ์แก้พิษควัน สารระเหยของมันคงหักล้างกันได้ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ทำให้พวกมันดีในสายตาเราไปได้หรอก”แต่หาญศึกยิ่งปักใจเชื่อว่า สัณฑ์พัวพันกับการตายของพี่ชายจริง ดวงตาของเขากำลังวาวโรจน์ด้วยความแค้นยิ่ง มองไปเบื้องหน้าทิศทาง ซึ่งพวกนั่นหายไป

“พวกมันผิดเองที่ไม่ฆ่าเราแต่แรก แต่อย่าคิดว่าผมจะปล่อยพวกอาชญากรค้ายาเสพติดอย่างพวกมันไป หมู่แม็ก!”

“ครับผม!”

“ข้อมูลของนายแน่ใจนะ เรื่องนายตะบัน กับนายจะงอย ว่าสองคน ใช่ คนในขบวนการค้ายาจริงๆ”

“ใช่แน่นอนครับ”สิบเอกไกรยืนยันหนักแน่น“ตามภาพที่ผมแอบตามถ่ายของแต่ละคนมา รวมทั้งลายมือของพวกเขาซึ่งผมรวบรวมมาได้ บวกกับข้อมูลที่ส่งออนไลน์กลับไปยังหน่วยข่าวกรองตำรวจแห่งชาติ เขาได้ยืนยันมาแล้วครับว่า นายตะบันกับนายจะงอยสองพี่น้อง เป็นคนเผ่าว้าจากเมืองยองและยังถึงระดับหัวหน้าคาราวานลำเลียงยาบ้า พี่น้องคู่นี้ประวัติโชกโชน ว่าเคยนำขบวนขนยาบ้าลำเลียงเข้าประเทศไทย เคยปะทะทหารตำรวจไทยตามชายแดนมาแล้วตั้งหลายครั้ง แล้วยังหลุดรอด ลอยนวลมาจนถึงทุกวันนี้

สองคนมีค่าหัวรวมกันเป็นล้าน แม้ทางการสหรัฐยังต้อง การตัวเลยเพราะเคยส่งเฮโลอีนเข้าประเทศของเขามาแล้ว โชคดีที่สายสืบตำรวจตามเก็บภาพใบหน้าอย่างชัดเจน และยังลายมือของสองอาชญากรนี่ได้ เลยเอามาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับข้อมูลของผม สองคนเงียบหายไปหลายปี ที่แท้ก็มาหลบซ่อนตัวอยู่กับคณะแพทย์อาสาอยู่นี่เอง ไม่แปลกหากยาบ้าหลายล้านเม็ดทะลักเข้าชายแดนไทย เพราะช่องโหว่จากคณะหมออาสาของหมอกฤษณ์นี่เอง”

“อย่าด่วนสรุปความ”
นายทหารยังไม่ปักใจเชื่อว่าหมอกฤษณ์เกี่ยวข้องกับขบวนการ
“กฤษณ์อาจไม่รู้เห็น หรือรู้เท่าไม่ถึงกาลเรื่องนี้ก็ได้ แล้วคนอื่น ฉันหมายถึงนาย สัณฑ์ เล่าอู”

สิบเอกนักสืบส่ายหน้า เอานิ้วกดขมับพูดเหมือนบ่นๆว่า“นายสัณฑ์ตัวปริศนาเลยครับ ใส่แต่แผ่นตาดำพรางตาตลอด ไม่เคยเลยจะยอมให้ผมเข้าใกล้ตัวเพื่อจับภาพได้เลย ไม่มีอะไรมายืนยัน ไม่มีข้อมูลอะไรเลยซักอย่าง มาเปรียบเทียบกับโจรเสือดำได้เลยครับ ฝ่ายการข่าวสำนักตำรวจแห่งชาติยังบอดข้อมูลสนิทเลยเกี่ยวกับคนๆนี่”

“แล้วเล่าอู?”

“เราเจอข้าราชการขี้ฉ้อเข้าแล้วครับผู้กอง เล่าอู หรือชื่อจริง นายสรรชัย แซ่เล่า อดีตปลัดอาวุโสประจำอยู่เขตอำเภอชายแดนแถบนี้มาก่อน ถูกจับข้อหาพัวพันขบวนการค้ายาเสพติด ถูกยึดทรัพย์และติดคุก ลูกเมียตายหมดช่วงสงครามปราบยาเสพติด พ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อหกปีก่อนเพราะความประพฤติดี ทั้งที่ถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต เจ้าคนนี้ก็พัวพันขบวนการค้ายามาก่อน น่าสงสัยไม่น้อยเลยครับ

ส่วนคนอื่นๆ ก็มีนายชาติกับนายตูยีมู เคยถูกจับข้อหาเป็นหมอเถื่อน หากินเป็นหมอยาฉีดอยู่ตามแนวชายแดนไทยพม่านี่เอง ส่วนนายจั๊วกับนายถู่เจ เคยถูกจับข้อหาขายยาปลอมให้แรงงานต่างด้าว ตอนเข้ามาขายแรงงานในไทย เป็นพวกหมอยาเถื่อนอีกเช่นกัน ประวัติมีแค่นี้ครับ”

“แล้วผู้กองเราจะทำยังไงต่อไป?”จ่าฟังแล้วหันมาถาม“ทุกอย่างยังคงแผนเดิม จ่ากับทองปาไปคุ้มกันคนของเรา หากพวกนายเล่าอูจะพาหมอกฤษณ์กับคนของเราลงหนีลงทางหน้าผา แล้วมุ่งหน้ากลับเข้าชายแดนก็จงตามไปคุ้มกันด้วย สิบเอกไกรนายติดต่อตำรวจชายแดนแล้วใช้ไหม ว่าให้คอยตะครุบตัวเล่าอูเมื่อไปถึง แต่ถ้าหากไม่เป็นดั่งที่ผมคาดคิด พวกมันบ่ายหน้าพาคนของเราไปทางอื่น จ่ากับทองปาเข้าใจใช้ไหมว่าต้องจัดการยังไง”

“ครับผม!”ทั้งสองตอบเสียงดัง ทองปาดึงมีดสั้นกากเพชรออกมาลูบคม แสยะยิ้มอย่างกระหายใช่หลังโดนลูบคมเสียก่อน

“จ่าแจ๋ว หมู่แม็ก ทองปา”เขาประกาศก้อง“รู้ใช่มั้ยว่านิสัยของผมเป็นยังไง ผมไม่เคยยอมให้พวกค้ายานรกหลุดลอด หรือเฉยเมยปล่อยให้ผ่านสายตาไปได้ ผมไม่เคยจะยอมปล่อยพวกมัน และครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมขอเวลาสะสางเรื่องนอกภารกิจครั้งนี้ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนเริ่มภารกิจหลัก หน่วยเหนือจะต้องเข้าใจว่าเราก็ทำเพื่อชาติ หากสามารถกำจัดศัตรูของแผ่นดิน ที่มันกัดกินเยาวชนในชาติของเราด้วยยาบ้าก็ถือว่ามันคุ้ม หลังจากนั้นเราจะมุ่งหน้าสู่ภารกิจหลักของพวกเราเสียที” จ่าเหมือนแคลงใจในคำสั่งบางอย่าง แต่หาญศึกก็ตัดบท

“ไม่มีเวลาแล้ว เราต้องแยกกันไปทำตามแผนตอนนี้เลย สิบเอกไกรนายมากับฉัน”

สองกลุ่มต่างแยกจากกัน จ่าเดินไปแต่ยังมองเหลี่ยวตามหลัง นายทหารอย่างแคลงใจในคำสั่ง ทหารแก่เกิดสังหรณ์ใจบางอย่างในตัว ลูกชายของนายเก่าคนนี้เหลือเกิน แต่ก็หาเหตุมาขัดคำสั่งไม่ได้



“หมู่แม็ก”

“ครับผู้กอง”

“นายเป็นคนเหนือใช่ไหม”

“ใช่ครับ ผมเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด บางครั้งเวลาผมพูดอาจหลุด คำเมืองสำเนียงบ้านผมออกมาบ้างผู้กองอย่าถือสาเลยนะครับ”

นายทหารร่างใหญ่หัวเราะเบาๆ ดึงคอลูกน้องมาเดินเคียง

“ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้น”เขาย้ำคำแล้วมีเสียงหัวเราะ“เพียงแต่เราไม่เคยพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเลยต่างหากว่ามั้ย ว่าแต่ นายมีลูกมีเมียหรือยัง แล้วพ่อแม่ละยังอยู่ดีหรือเปล่า ไหนลองเล่าชีวิตที่บ้านนายซิ”

สองคนเดินไป ไม่เปิดไฟฉาย แต่อาศัยแสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่อันส่องลอดผนังถ้ำเข้ามา ฝ่ายหนึ่งนายทหารร่างสูงใหญ่ฉกรรจ์ กับอีกหนึ่ง สิบเอกทหารร่างสันทัศอันกำลังมุ่งหน้าออกสู่ปากถ้ำ หาญศึกผู้มักเงียบขรึมกลับเป็นฝ่ายชวนพูดคุยอย่างเป็นกันเอง จนลูกน้องอดแปลกใจไม่ได้

“ผู้กองมีเรื่องอะไรอยู่ในใจหรือเปล่าครับ ดูสีหน้าผู้กอง เออ...ไม่ค่อยจะดีเลย”

เค้าหน้าหล่อคมของนายทหาร กลับเรียบนิ่งและสงบมาก จนอีกฝ่ายอดมองอย่างพินิจแต่หาญศึกอดยิ้มอย่างไม่ถือสา กอดคอเขย่าอย่างกันเอง เขาเห็นสิบเอกคนนี่เช่นน้องชายมาตลอด

“ไม่ต้องทำหน้าแปลกใจขนาดนั้นหรอกฉันสบายดี แล้วที่ฉันถามละ”

ทหารหนุ่มก้มหน้าดูสับสนในใจเล็กน้อยก่อนตอบ“ เออ ลูกเมียผมยังไม่มีครับ ยังไม่เคยคบหาใครเลย ชีวิตของผมมีแต่พ่อแม่ กับน้องอีกสองคน ผมเป็นคนโตสุดครับ พ่อผมเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า แม่ทำงานบ้าน อย่างเดียว น้องสาวสองคนกำลังเรียนอยู่ระดับมหาลัย มีดื้อบ้าง แต่เราไม่เคยทะเลาะกันแรงๆ ผมส่งเสียค่าเล่าเรียนให้น้องทั้งหมดเลยครับ ครอบครัวเราฐานะกลางๆ ไม่รวยไม่จน พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวผมมากที่สอบได้โรงเรียนนายสิบ”สิบเอกทหารหลับตานึกภาพอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเรื่องครอบครัว แต่ร่างใหญ่ข้างกายกับอกสะท้านหายใจแรงเฮือกใหญ่“เหรอท่าทางครอบครัวของนายมีความสุขมากนะ มีน้องสาวด้วยตั้งสองคน”

“ถ้าผู้กองสนใจผมจะแนะนำน้องสาวให้ได้ครับ รูปหล่อสมาร์ทเหลือหลายอย่างนี้น้อง สาวผมเห็นเข้าคงกรี๊ดสลบแน่ ผู้กองจะรับพิจารณาน้องสาวผมไหมละครับ”ท้ายเสียงมีแอบหัวเราะนิดๆ ทั้งสองคนดูผ่อนคลายไปมาก จากสิ่งที่จะต้องเจอต้องเผชิญต่อไปอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

“เออ แล้วผู้กองแน่ใจว่าจะเสี่ยงออกไป ประจันหน้ากับพวกทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ข้างนอกนั้น ให้ผมออกไปมีส่วนไปช่วยด้วยเถอะครับ”

“ไม่ได้!”จู่ๆนายทหารก็เสียงแข็ง“นายต้องหลบซ้อนตัวอยู่บนถ้ำข้างบนนี้ นายมีหน้าที่อย่างเดียวคือ เล็งกล่องนำวิถีให้จรวด ส่วนฉันจะเป็นคนเดียวที่ออกไปล่อพวกมันทั้งหมด พวกนายสัณฑ์มาหมดทั้งสิบเอ็ดคนก็ดีแล้ว ฉันจะได้ใช้พวกมันเป็นตัวล่อทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ศัตรูทั้งหมดจะต้องมารวมกันในลานหน้าถ้ำ ขอเพียงนายเล็งกล่องให้ดี เล็งเป้าหมายมาที่ตัวฉันเป็นศูนย์กลางเลยนะ lส่วนฉันจะหาทางเข้าไปอยู่ในใจกลางของพวกมันเอง นายเล็งจับภาพฉันเอาไว้ให้ดีละกัน ส่วนคำสั่งสุดท้ายฉันจะเป็นคนกดปุ่ม สั่งให้นักบินยิงจรวดเอง เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะวิ่งหลบให้พ้นรัศมีระเบิดเองไม่ต้องห่วง”

“มันเสี่ยงมากเลยนะครับ!! ผู้กองจะวิ่งหนีออกมาทันเหรอ อานุภาพหัวรบของ Maverick ไม่ใช่น้อยๆ แรงระเบิดจะกวาดทั้งลานข้างนอกให้ราบเป็นจุณเลยนะครับ”หมู่แม็กร้องเสียงหลง กับแผนการเสี่ยงตายเกินกว่าเหตุของผู้กอง

“ฮึ๊ย!! เชื่อมือกันบ้างสิไอ้น้อง เรื่องง่ายๆสำหรับพี่อยู่แล้ว” เขายังย้ำแน่นชัด

“ครับๆผู้กอง”สิบเอกได้แต่พยักพเยิดตอบ ได้แต่ฟังคำสั่งเท่านั้น

“นายคงไม่ได้นึกว่าอะไรฉันนะ เรานอกภารกิจมาสะไกลเลย แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ของเรามันคุ้มค่านะ ได้จัดการกับศัตรูของแผ่นดินไปพร้อมกันด้วย”เข้าเกาะคอลูกน้อง จับบ่าเขย่าและยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง สีหน้าของหาญศึกดูสงบนิ่งมาก มากจนหมู่แม็กแปลกใจ รู้สึกสังหรณ์ในใจยังไงชอบกล งุนงงในการอ่านความคิดของนายทหารของตนยิ่งนัก มีบางอย่างมันผิดปกติในแผนการครั้งนี้

“พื้นดินจะต้องสูงขึ้นเพราะเราได้กำจัดคนชั่วออกไป แม้อีกเพียงหนึ่งก็ยังดี”

น้ำเสียงอันเหือดแห้งลง เพราะหนึ่งในคนชั่วที่เขาหมายจะกำจัด มีตัวเขารวมอยู่ด้วย คนที่ทำร้ายพ่อทำร้ายพี่ชายเพียงเพราะจะแย่งกานดา แย่งผู้หญิงคนนั้น จนเป็นเหตุให้พ่อต้องกลายเป็นคนพิการ พี่ชายต้องกระเซอะกระเซิงมาตายอยู่ที่ชายแดน คือเขาเอง คนที่คิดฆ่าพ่อ ทำร้ายพี่ชายเพียงเพื่อขจัดอุปสรรค์ความรัก ควรตายไปพร้อมกับศัตรู มันคือความในใจอันปวดร้าวของหาญศึก

พี่สงครามวางใจเถอะคนที่ฆ่าพี่ รออยู่ข้างนอกแล้ว มันจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตของมันเอง หึๆ รวมทั้งผมด้วย





Create Date : 06 มีนาคม 2553
Last Update : 20 มีนาคม 2553 10:00:10 น.
Counter : 875 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments