ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 6

หัวไหล่ข้อแขนทั้งสองข้างถูกจับตรึงแน่น มีวิธีเอาตัวรอดจากสภาพนี้ นักสู้สาวกำลังอารมณ์เดือดพล่าน เตะสูงกลับหลังเข้าเต็มเบ้าตาคนข้างหลังดังผัวะ! มีรึจะหยุดนางแมวป่าที่มีดีกรีติดทีมชาติ ช่วงขาอ้ากว้างได้กว่า 180 องศาเพราะตัวอ่อนจากฝึกยิมนาสติกมาตั้งแต่เด็ก อีกคนเงื้อพานท้ายปืนเอชเค หมายจะฟาดเธอให้สลบให้สิ้นเรื่องไปเลย กลับถูกมือจากข้างหลังอีกทีคว้าลูกกระเดือกแล้วกระชากให้หงายหลัง ฟาดด้วยสันมือเข้ายอดอก คนที่มาช่วยก็คือโย่งเด็กหนุ่มร่างผอมสูงแต่แกร่งไปทั่งร่าง อีกสองคนเห็นเพื่อนร่วงไม่เป็นท่ารีบพุ่งเข้ามา แต่ก็ถูกเตะตัดขาล้มลงด้วยฝีมือคงกะพันกับเดชที่แอบอ้อมมาดักหลัง ผู้คนต่างเข้ามามุงดูแน่นถนัด เหตุมันกลับตาลปัตร ทหารป่าหนีทัพกลับโดนสอยร่วงเสียเอง คงกะพันหัวเราะพองคอก้าวเข้ามากระทืบท้ายทอยคนล้ม ผัวะ! เดียวแน่นิ่ง เดชตัวใหญ่กว่าเพื่อนโดดทิ้งศอกลงมาเข้าก้านคออีกคนหนึ่งหน้าจมดินไปเลย เด็กหนุ่มทั้งสามคนรู้แล้วว่ามีคนร้ายหมายเล่นงานลูกพี่สาว เลยแกล้งไปทางอื่นแล้ววกกลับมาเล่นงาน

ข้างนอกผู้กองกับจ่าแจ๋วยืนคุยกันอยู่ จ่าร่างยักษ์กำลังจะปลีกตัวออกมาหาคนรู้จักในตลาดก็เกิดชะงักกึกกับเสียงดังโครม! แรกเป็นพวกโต๊ะและข้าวของล้มกระจายดังโครมคราม แล้วตามมาด้วยเสียงแหลมดัง มันคุ้นหูเหลือเกินว่าเป็นเสียงคนของตน ทั้งสองชะงักงัน เงี่ยหู โสดประสาททั้งหมดไปในทิศทางของเสียงนั้นทันที ผู้คนในตลาดแตกตื่นส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย เหมือนมีเหตุวิวาทกันเกิดขึ้น หนึ่งล่ะเสียงของหญิงสาวแน่ จะเป็นใครไปไม่ได้เพราะมันคุ้นหูเหลือเกิน

“นั่นเสียงของเกตุนี่! ต้องเกิดเรื่องแน่” หาญศึกพูดอย่างร้อนรน

“ท่าจะมีเรื่องฟาดปากกันอีกแน่ น้องสาวของผู้กองนิสัยห้าวชะมัด”

“อย่ามัวพูดอยู่เลย เรารีบเข้าไปช่วยเธอก่อนเถอะ!”หาญศึกรีบวิ่งนำเข้าไปทันที จ่าหุ่นน้องช้างได้เเต่ทำลมฉุนออกจมูก จำต้องวิ่งฝ่าผู้คนตามติดไปด้วย แกก็พอรู้จักนิสัยของดาวพระเกตุกับก๊วนรุ่นน้องอยู่บ้างว่าห้าวจัดขนาดไหน ใครสบตาด้วยเป็นต้องหาเรื่อง

ใต้เพิงไม้มุงหญ้าคา บางหลังถึงกับล้มครืน เพราะมีอะไรบางอย่างปะทะเข้าอย่างจัง มีชายฉกรรจ์ในชุดทหารป่านอนคว่ำหน้าคลุกดิน สลบเหมือดอยู่สามคน ข้าวของกระจัดกระจายเละเทะ ผู้คนในตลาดที่แปรสภาพไปเป็นผู้ชมล้อมวงเหมือนบ่อนไก่ แน่นทึบจนหาทางเข้าไม่ได้

นักเทควันโด้สาวกำลังยืนประจันหน้ากับชายร่างใหญ่โตเป็นยักษ์ปักหลันอยู่กลางวง เธอขยับเท้าข้างหนึ่งไปเบื้องหลัง ย่อตัวเล็กน้อยเตรียมพร้อม ด้วยลีลาศิลปะการต่อสู้ประจำตัว เจ้ายักษ์มีเลือดกบปาก สบถพ้นเลือดกระจายหลังจากถูกผู้หญิงคนนี้เตะเข้าให้อย่างจัง โกธรจนหน้าแดงหน้าดำเพราะตนเองไม่ได้เปรียบผู้หญิงร่างบางสักนิด มองไปทางพรรคพวกก็ถูกอัดหมอบกระเเตหน้าคว่ำดินไปหมดแล้วก่อนหน้าไม่กี่วินาที

มันโถมเข้ามาทั้งตัวเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ผู้หญิงร่างบาง หมายจะทุบกระดูกให้แตกละเอียดในหมัดเดียว เห็นรูปร่างคราวแรกน่าถนอมอยู่หรอกแต่พึ่งรู้ฤทธิ์ จอมเตะสาวระดับทีมชาติหมายตาจังหวะนี้ไว้แล้วอย่างใจเย็น ย่อตัวลงค่อมหมัดได้ก็ถีบสวนยันสุดตัวเข้าท้องน้อยของมันที่ไม่ได้ระวังเข้าอย่างจัง เจ้ายักษ์ร้องอ๊อกได้แค่คำเดียวเอามือกุมท้องก็ทรุดโครม! ลงไปงอเป็นกุ้ง ท่ามกลางเสียงเฮลั่นของฝ่ายที่ถือหางเล่นพนันข้างหญิงสาวไว้

นึกว่าจะได้ชัยชนะเเล้ว เจ้ายักษ์ทนทรหดกว่าคนปกติ มือแกะซองปืนได้ผุดลุกขึ้นยืนก็สบถดังลั่น เล็งปืนมาที่เธอหมายจะฆ่าให้ตาย ไม่ต้องวัดกันด้วยฝีมืออีกแล้ว ผู้คนด้านหลังพากันหลบฉากหนีวิถีกระสุนเหมือนผึ้งเเตกรังเอาชีวิตรอด หญิงสาวกลับเงอะงะในวินาทีเป็นตายนั้น ไม่คิดว่าคู่ต่อสู้จะใช้อาวุธแบบไม่แฟร์อย่างนี้

“เกตุ!! ระวัง!!..”

หาญศึกพุ่งแหวกวงล้อมเข้ามาถึง ร้องเสียงหลง ใช้มือผลักหัวไหล่เธอและเอาร่างของตนเข้าบังทางกระสุนชนิดยอมตายแทน เสียงกระสุนลั่นเปรี้ยง! เกตุรู้สึกร้อนวาบที่ขมับเหนือใบหู รู้สึกในหูมันอื้อไปหมด ตอนที่ร่างล้มกระแทกพื้นดิน เห็นชายในชุดสีขาวคนหนึ่งเดินผ่านแนวหลังของคนมุง กำลังทอดสายตามองลงมา ดวงตาซ้ายสีมรกตเห็นได้ชัดเจน ชุดสีขาวมีความสว่างเรืองรองราวกับว่าเป็นเทพยาดา หรือว่าเธอได้ตายไปแล้ว เขาคนนั้นคือครูไพรวัลย์ที่เป็นผู้ครูฝึกสอนศิลปะการป้องกันให้เธอ เขาตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน เป็นวินาทีดับจิตก่อนที่ทหารร่างยักษ์จะเหนี่ยวไกปืนปลิดชีพ เป็นนัดที่สอง เงาดำวูบหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามากลางวง เท้าไวมากเตะตวัดราวกับแซ้เข้าที่ข้อมือของมือปืนอย่างจัง ปืนหลุดกระเด็นลอย เท้าตวัดเข้าพับในคนร่างยักษ์อีกที ล้มครืนหัวทิ่มอย่างไม่เป็นท่า ไม่ทันที่ใครจะขากรรไกรค้าง ปืนกระบอกนั้นได้หล่นลงบนมือของชายนิรนามอย่างเหมาะเจาะง่ายดาย

“อ้าว..เฮ้ย!!..”

เสียงโว๊กว๊าก!ราวกับเห็นผีโผล่มากลางวง ชายนิรนามในชุดสีดำปรากฏตัวเข้ามาเร็วเหมือนเงา รูปร่างรึก็ผอมสูง ไหล่กว้าง ผิวแดงคล้ำจัด ผมยาวหยักศกปกท้ายทอย หนวดเครายาวเป็นมันเงาสวมแว่นดำแบบนี้มีอยู่คนเดียวในตลาด คนที่ลึกลับและอันตรายที่สุด กำลังยืนยิ้มแยกเขี้ยวหันซ้ายทีขวาทีไปทางคู่กรณี หัวเราะผ่านไรฟันอย่างน่าเกลียดราวกับได้แย่งของเล่นมาจากมือเด็กน้อย โดยเฉพาะเจ้าทหารร่างใหญ่ผู้ลงไปนอนกอง มันตาเหลือกค้างเรียกปีศาจอย่างไม่รู้ตัว

“แก..แกนี่เอง!”

หาญศึกกัดฟันกรอด กวาดคนที่ขวางหน้าล้มระเนระนาดพุ่งตรงเข้ามา ชายนิรนามคือใครคนหนึ่งที่ตนรู้จัก ยังคงนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน อาการหนึ่งก็ดูคล้ายจะได้ยินสิ่งที่หาญศึกพูดแต่ไม่เข้าใจ กำลังจะเข้าถึงตัวอยู่แล้ว คนกลุ่มใหญ่ที่น่าจะเป็นคนคุมตลาดแห่งนี้แหวกวงผู้ชมเข้ามาพร้อมชูปืนขึ้นสูงลั่นกระสุนออกหลายนัด เสียงดังเสียดแทงแก้วหู “เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้! แยกย้ายกันไปให้หมด!ไม่งั้นยิงไส้แตก” ทุกคนจนวงแตกทันที ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นทั้งไล่เตะตะเพิดทั้งเอาพานท้ายปืนกระทุ้งตี หาญศึกหยุดยืนอยู่เพียงเท่านั้นเพราะมีคนวิ่งกรูตัดหน้าระหว่างเขากับเจ้าคนนิรนามเจ้าของแว่นดำทะมึน แค่ไม่กี่กระพริบตามองอีกทีก็ไม่เห็นเสียแล้

ผู้คนต่างแยกย้าย กลับไปค้าขายกันต่อ หาญศึกคล้ายจะเห็นพวกคงกะพันประคองเกตุเดินหายไปอีกทางหนึ่งแล้ว เสียงใครที่ต่อรองราคาสินค้ากันค้างไว้ก็ไปต่อรองกันอีก เสียงดังโวยวายด่าทอมีเนืองๆ ความรุนแรงของที่นี่มีเป็นปกติอาจิณ เจ้าเครายาวพลันหายไปเช่นเดียวกับตอนมา หาญศึกรู้สึกเหมือนจะตาฝาดว่าเป้าหมายหายตัวได้ เกิดชะงักแต่ความปลอดภัยของสาวจอมห้าวสำคัญกว่า ไม่รู้ตอนนี้ถูกกลืนหายไปกลับผู้คนไปไหนแล้ว เป็นห่วงจนสับสน ไม่รู้ว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บยังไงบ้าง

“เกิดอะไรขึ้น?! ผู้กอง” จ่าแจ๋วเพิ่งมาถึง หายใจแรงหอบแฮ่ก เข้ามาคว้าหัวไหล่เขาไว้

“จ่าเมื่อกี้ผมเห็นมัน ต้องใช่มันแน่”มือยังกำหมัดไม่คลาย เนื้อตัวสั่นเทิ้มไปหมด แววตาของนายทหารราวกับมีไฟลุกท่วม มันคือไฟแห่งความแค้นอย่างแท้จริง จ่าพึ่งสังเกตความผิดปกติอันเกิดขึ้นกับนายทหารของตนหากแต่เวลาไม่มีแล้วเพราะพึ่งไปเจอข่าวสำคัญมาต้องรีบรายงาน

“อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้เลยครับ เรารีบออกไปข้างนอกก่อนเหอะ” หากมาพูดอะไรที่เป็นพิรุธท่ามกลางคนมากมายขนาดนี้คงไม่ดีแน่ จ่าแจ๋วสติดีพอ ลากแขนผู้กองเลือดร้อนออกมาถึงลานจอดรถให้ไกลผู้คนไว้ก่อน หาญศึกเปิดปากว่าแน่ใจว่าได้พบอาชญากรตัวฉกาจโดยบังเอิญ ตั้งใจจะจู่โจมคร่ากุมตัวเอาไว้ให้ได้ เสียดายลอดสายตาไปเสียก่อน ตอนนี้ก็ยังตามทันถ้าจ่าจะไม่ห้ามไว้

“ต้องใช่มันแน่ ‘เสือดำ’ ต้องไม่ผิดตัวอย่างแน่นอน เจ้าคนไว้หนวดเครายาว สวมแว่นดำนั้น”หาญศึกพูดออกมาราวกับจะมีเรื่องราวโกรธแค้นกันมาก่อน จ่าแจ๋วกลืนน้ำลายฝืดคอ ‘เสือดำ’ที่ว่าเป็นนักค้ายาเสพติดที่ทางการไทยต้องการตัวเป็นอย่างมาก เพราะมีประวัติการก่อคดีโชกโชนและที่ยิ่งร้ายกว่านั้นก็คือเป็นคนฆ่าพี่ชายแท้ๆ ของผู้กองหาญศึก ต้นเหตุแห่งความแค้นของเขา

หากยังดึงดันจะแก้แค้น ตามล่าตัวเสือดำให้ได้จะต้องเสียภารกิจหลักแน่ ภารกิจของพวกเขาที่ได้รับมา ไม่ใช่การตามล่าตัวอาชญากรค้ายาเสพติด จ่าใจเย็นและมากประสบการณ์รู้ว่าตนจะต้องทำอย่างไรไม่ให้งานเสียหาย อาสาเป็นคนประสานงาน ติดต่อกลับไปยังค่ายของตำรวจชายแดนเรื่องของเสือดำทันที ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นก็กลับมาส่งรหัสลับที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม ตำรวจชายแดนมีสายสืบแฝงตัวอยู่ในตลาดแห่งนี้และในรัศมีไม่เกินห้ากิโลเมตรก็พร้อมจะระดมกำลังในสิบนาที สามารถตามตัวชายผู้ต้องสงสัยได้ทันที

“ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้กองแต่ยังไงก็ต้องระงับไว้ก่อน งานสำคัญของเรามันจะเสียหาย”

จ่าแก่ล้วงเอาบุหรี่มวนจิ๋วมาจุดสูบอย่างใจเย็น ผู้กองหันขวับอย่างขุ่นเคือง

“จ่าจะปล่อยอาชญากรระดับนี้รอดไปได้ไง เสือดำเป็นศัตรูของแผ่นดินนะ”

“เราเดินหน้าในงานของเราดีกว่าครับ ปล่อยให้เจ้าของพื้นที่เขาจัดการดีกว่า”

เอ่ยเสียงแผ้วอย่างเหนื่อยใจ ปล่อยควันคลอออกปาก ร่วมงานกับผู้กองมาหลายงาน งานนี้เขาเสียความเป็นตัวตนไปมาก ใจร้อนและหุนหันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นับตั้งแต่รับดาวพระเกตุร่วมทางมาด้วย หากไม่มีแกอยู่ผู้กองคงตามไปล่าตัวเสือดำที่ว่าแล้ว ถึงตอนนั้นผู้คนในละแวกนี้จะต้องสงสัย แล้วรู้ความจริงว่าพวกตนเป็นคนของทางการแฝงตัวเข้ามาทำงานในภารกิจลับบางอย่าง งานจะต้องยุ่งยากมากขึ้นอีก

ทั้งหมดกลับมารวมตัวกันอีกครั้งทีลานจอดรถ พูดคุยถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ หาญศึกรู้สึกโล่งอกเมื่อทั้งสี่คนยังปลอดภัยกันดี สังเกตสีหน้าดูจะไม่ตกอกตกใจกับเรื่องร้ายสักนิด มีแต่จะด่าไล่ทุบถองกัน จ่าขอปลีกตัวออกไปพบกับคนรู้จักในตลาด เกตุเป็นฝ่ายไล่เตะรุ่นน้องทั้งสามอย่างพัลวันรอบตัวพี่ชายร่างใหญ่

“มันยังน้อยไป ไอ้ก๊วกสามตัวนี้! แทนที่จะมาช่วยน้องจัดการพวกทหาร กลับไปยืนเชียร์เห็นเป็นเรื่องสนุกซะอีก มันน่านัก”กัดฟันพูดด้วยความเจ็บใจ สามตัวดีปล่อยให้เธอประจันหน้ากับเจ้ายักษ์ตัวต่อตัว แล้วพวกมันเอาแต่ยืนส่งเสียงอย่างเดียว คงกะพันจอมแก่นเซี้ยวสุดในกลุ่มก็เถียงมาอีกว่าพวกมันวางแผนดักหลังพวกโจรแล้วไง ถ้าไม่ช่วยก็คงโดนฉุดไปแล้ว หาญศึกโบกมือไล่เด็กหนุ่มเลือดร้อนทั้งสามคนนั้นออกไป แล้วตรงเข้ามาเอามือปัดเศษฝุ่นเศษดินตามแขนเสื้อขากางเกงของเกตุ มองสำรวจดูร่างบอบบางไม่ได้รับบาดเจ็บตรงส่วนไหน นายทหารร่างใหญ่ต้องเป่าปากอย่างโล่งอก เธอมีความหมายกับเขามากเพราะเป็นตัวแทนของกานดาที่ตายไปแล้ว เหตุการณ์เป็นตายเมื่อครู่ เขาพิสูจน์แล้วว่ายอมตายแทนเธอได้

“น้องไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พี่เป็นห่วงแทบแย่ ยังไงๆ ทั้งสามคนก็ยังช่วยจัดการพวกของมันได้หลายคนนี้ น้องเก่งมากที่ล้มเจ้ายักษ์นั้นได้แต่.ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”นักเทควันโดสาวระดับทีมชาติอย่างเธอ หรือโย่ง คง เดช ทุกคนฝีมือล้วนใกล้เคียงกัน การจะล้มคนตัวใหญ่กว่าสักคนไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ต้องการให้มีเรื่องต้องเสี่ยงชีวิตขนาดนี้เกิดขึ้นอีก

เกตุหน้าจ๋อยลงทันที เพราะเมื่อครูพี่หาญเกือบตายเพราะบังกระสุนให้

“ได้เรื่องแล้วครับ!ผู้กอง!ได้เรื่องแล้ว!” ทหารแก่ ตัวใหญ่เท่าโอ่งวิ่งกระหืดกระหอบ รายงานมาแต่ไกล “เมื่อกี้ผมเพิ่งจะทราบจากเพื่อนคนหนึ่งว่าเจ้าเคราหนาคนเมื่อกี้ คือพวกเดียวกันกับหมอที่เรากำลังตามหาตัวอยู่ มันตั้งแค้มป์รักษาคนที่หมู่บ้านใกล้ๆ นี้เอง เจ้าเคราหนาเพิ่งขับรถออกไป เรารีบตามมันไปยังทัน”

“ห๊า?..เจ้าเครานั้นนะเรอะ!”เกตุพูดแทรกขึ้น“หมอคนที่พี่หาญศึกตามหา มัน~หมอเถื่อนชัดๆ”

พอนึกถึงภาพเจ้าเคราดำดกหนาเมื่อกี้แล้ว หญิงจอมห้าวยังพรั่นพรึงสยองใจไม่หาย หน้าโหดกว่าเจ้าหนวดที่เธอสอยร่วงไปเมื่อกี้อีก หาญศึกแอบยิ้มอย่างสะใจ ที่จะได้ล่าผู้ต้องสงสัยอีกครั้ง จะไม่ยอมให้คลาดสายตาเลย ทั้งหมดรีบเข้าประจำที่นั่งของตนบนรถทันที ลืมเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ไปจนสิ้น

บรึม!!บรึม!!บรึม!!

เครื่องยนต์ถูกสตาร์ท เหยียบคันเร่งน้ำมัน ส่งเสียงดังกระฮึ่ม เบาะแสแรกได้มาง่ายกว่าที่คิด เป้าหมายคือหมู่บ้านชาวเขาที่มองเห็นต่อหน้าขณะนี้ เห็นบ้านแต่ละหลังเล็กเท่ามด กระจายกันห่างบ้างถี่บ้างอยู่บนที่สูงทั่วเนินเขา ดูเหมือนใกล้ตาขณะนี้ แต่มันคงใช้เวลาในการเดินทางไม่น้อยแน่ กว่าจะไปถึงที่หมายสำหรับเส้นทางในป่า ร่างปราดเปรียวว่องไวราวกับนางเสือดาว กระโจนเข้ามานั่งเบาะข้างๆ ทันที คาดเข็มขัดนิภัยเรียบร้อย

“เรากำลังจะไปที่ไหนต่อพี่หาญ”

“เรากำลังจะไปหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงโปว์ หมู่บ้านที่มองเห็นตรงหน้านี้แหละ เอ้า! จะออกรถแล้วนะ บอกเพื่อนข้างหลังรัดเข็มขัดให้ดีด้วย”รถยนต์ทั้งสองเร่งเครื่องยนต์ดังกระฮึ่ม แข่งกับเสียงเฮฮาของเจ้าเด็กวัยรุ่นทั้งสามคนในที่นั่งเบาะหลัง นายทหารหนุ่มกระแทกเกียร์เข้าตำแหน่งแล้วส่งยิ้มมาให้ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเป็นกันเองอยู่เช่นเดิมปล่อยเบรก เหยียบคันเร่งน้ำมัน เข้าโค้งสาดโคลนกระจาย กลับเข้าเส้นทางมหาวิบากอีกครั้ง

…………………..


บนถนนกลางป่ารถจิ๊บสีเขียวเดินเครื่องยนต์ดังกระหึม สัณฑ์หรืออดีตชื่อไพรวัลย์ถือพวงมาลัยรถ มองลงไปตามถนนคดเคี้ยวเลาะผ่านลูกเขาป่าโปร่งเห็นสีเหลืองจัดของรถยนต์สองคันขับไล่ตามกันมาคนหน้าหนวดแยกเขี้ยวขาวอย่างไม่สบอารมณ์ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ พักหลังนี้เขามีเรื่องกับพวกทหารตำรวจชายแดนชายร่างยักษ์คนนั้นน่าจะเป็นทหารจะต้องตามมาจับตัวเขาแน่ แต่ที่จำได้แม่นยำ คือเด็กวัยรุ่นสี่คนที่มากับรถคันนี้ด้วยเขาเห็นตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่มาถึงแล้ว มีดาวพระเกตุ คงกะพัน เดช โย่ง ไม่รู้เด็กพวกนี้จะมาทำไมในที่ห่างไกลเช่นนี้

ห้าปีแล้วสินะเด็กพวกนี้โตขึ้นมาก เกตุยังทำตัวเป็นหัวหน้ากลุ่มเหมือนเดิม รอยยิ้มระบายขึ้นที่ผิวหน้าบุรุษหน้าเหี้ยมใส่แว่นดำทะมึนความหลังที่เขาเคยเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อสอนศิลปะการต่อสู้ให้ส่งเสริมให้เป็นนักกีฬา จนเด็กพวกนี้ได้ติดทีมชาติ เขาติดตามข่าวมาตลอด น่าเสียดายที่เขาไม่อาจจะเปิดเผยตัวตนไปแสดงความยินดีได้ไพรวัลย์ได้ตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน

เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าส่อเค้าเมฆดำเคลื่อนตัวมาบดบังลมพัดยอดไม้ดังอู้ คงได้เจอฝนตกดักกลางทางเป็นแน่ ดีเหมือนกัน เขาชำนาญทางมากกว่าคนพวกนี้ไม่มีทางขับตามเขาทันแน่

ฟ้าแจ้งวาบด้วยสายฟ้าเหนือผืนป่าหุบห้วยละหานน้อยใหญ่สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วตั้งแต่ตอนบ่ายเป็นอุปสรรคสำคัญของคณะเดินทางชาวกรุงซึ่งกำลังมุ่งหน้าสู่ที่หมาย หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงโปว์โดยเฉพาะตอนรถทั้งสองคันต้องแล่นข้ามลำธาร ราวกับจะจมหายไปในน้ำทั้งคัน

น้ำป่าไหลเชี่ยวกรากตัดทางขวางหน้ารถยนต์ทั้งสองคันโคลงเคลงไปมาน่ากลัวจะถูกพัดพาให้จมหายไปในกระแสน้ำกว่าจะข้ามไปอีกฝั่งได้ทำเอาคนข้างในรถถึงเป่าปาก ‘ฟู!’อย่างโล่งอกเพราะรู้สึกเหมือนตนเองอยู่ในเรือดำน้ำ ที่จะไม่ลอยขึ้นมาอีกแล้ว ทุกคนต้องฝากชีวิตไว้กับคนขับซึ่งดูเหมือนจะพยายามขับรถไล่ตามรถจิ๊บสีเขียวขี้ม้าแบบไม่มีหลังคายิ่งไล่ตามก็ยิ่งถูกทิ้งห่าง ความชำนาญเส้นทางต่างกันมากเพียงแค่สิบนาทีทุกคนก็ไม่เห็นท้ายรถคันนั้นอีกเลย ทางแยกในป่ามีมากซ้ำร้ายฝนยังซะรอยล้อรถให้หายไป หาญศึกต้องผ่อนคันเร่งมาขับแบบประคองใบปัดน้ำฝนต้องทำงานหนักตลอดเวลา ทัศนวิสัยแย่มากมีทั้งลมทั้งฝนบางช่วงเจอต้นไม้ล้มขวางหน้า พวกผู้ชายต้องลงไปช่วยกันลากมันออกไป กว่าจะถึงที่หมายได้ก็มืดค่ำทั้งที่ตอนแรกดูระยะทางไปถึงเป้าหมายดูจะใกล้ตามากความวกวนคดเคี้ยวของเส้นทางวิบากในป่าทำให้การเดินทางที่ดูเหมือนง่ายกลับยากขึ้นเท่าทวี

แลลิบๆพระอาทิตย์สีหมากสุกอยู่หลังม่านเมฆ เวลาหกโมงเย็นเหมือนจะค่ำมืดดึกดื่น รถยนต์เปิดไฟสว่างจ้าสาดนำเข้าไปในลานกลางหมู่บ้านท่ามกลางความเงียบสงัด ละอองฝนที่โปรยลงมาเป็นเส้นสายทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในภวังค์ของความเงียบมีเพียงเสียงเครื่องยนต์รถเท่านั้นที่ดังไปทั่วผู้กองและจ่ารีบลงจากรถวิ่งอ้าวออกไปเพื่อไปติดต่อชาวบ้านสั่งเฉียบขาดให้ทุกคนรออยู่ในรถจนกว่าเขากับจ่าจะกลับมาเรียก

ภาพที่คนบนรถเกาะกระจกมองออกไปเวลานี้ก็คือกระท่อมเพียงไม่กี่หลังตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในแนวป่าแลดูวังเวงมากคล้ายจะร้างแสงฟ้าแลบแปลบปลาบสว่างโพลนที จึงมองเห็นอีกหลายหลังซุกตัวอยู่ในแนวต้นกระทินยักษ์ที่กำลังโยกไหวตามแรงลมมีแต่ความอึดอัด ลุ้นระทึก ได้ยินแม้เสียงกลืนน้ำลายแบบฝืดคอของใครบางคนได้ยินมาก่อนว่าชาวบ้านป่าแถบนี้เป็นคนดุ อาจต้อนรับคนแปลกหน้าด้วยลูกปืนสักพักก็ปรากฏดวงไฟตะเกียงลอดออกมาจากกระท่อมฝาฟากขัดหลังหนึ่ง มีเสียงคนพูดดังลงมาและเสียงพูดโต้ตอบของผู้กองหาญศึกด้วยภาษาที่คนคอยอยู่ในรถฟังไม่เข้าใจ

“นั่น?..พี่ผู้กองเขากำลังพูดอะไรกับตาแก่ ที่กำลังเดินลงมาน่ะ ฟังไม่ออกว่าพูดภาษาอะไรกัน”คงกะพันทลายความอึดอัดออกมาก่อนเพื่อน ขยับปากพูดเป็นคนแรก เกตุเม้มปากนึกฉุน เอามือผลักหัวเหม่งของลูกน้องให้ไปไกล ๆอย่างหัวเสียเพราะตนเองก็คอยลุ้นระทึกอยู่เหมือนกัน

“เอ๊ะ!เงียบนะแล้วหุบปากแล้วดูไปเฉย ๆ พี่หาญเค้ากำลังพูดภาษากะเหรี่ยงอยู่ย่ะ” ตัดรำคาญเสียงซุบซิบข้างหูเสียได้กลับมาจ้องกันใหม่ ไม่รู้พวกหาญศึกจะติดต่อคืบหน้าได้แค่ไหน อีกไม่กี่อึดใจก็มีแสงไฟฉายสาดเข้ามาในลานโล่งกลางบ้านและเสียงฝีเท้าผู้คนฟังดูสับสน เห็นแต่เงาคนในความมืดกับแสงไฟสับสน ค่อย ๆโผล่มาจากหลายทิศทาง บ้างถือคบไต้ บ้างก็ถือตะเกียงมาด้วย ทำให้ภาพหมู่บ้านที่ดูวังเวงไร้ผู้คนในทีแรก แปรเปลี่ยนเป็นสว่างไสวดูน่าอบอุ่นขึ้นในบัดดลการเดินทางแสนลำบากในวันนี้ ทุกคนเหนื่อยแทบขาดใจต่างต้องการที่พักเป็นอย่างมาก

คนในหมู่บ้านทยอยออกมายืนกันสลอนแสงไฟฉายและคบไต้สว่างพราวไปหมด คนในรถเริ่มมองเห็นตัวได้ถนัดมีเสียงพูดจาทักทายนายทหารทั้งสองบ้างก็หัวเราะเฮฮาราวกับรู้จักกันมานาน คนที่รออยู่ต่างโล่งอกไปตามกัน ที่แท้ก็รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อนก็ไม่บอก มิน่าถึงเลือกเป้าหมายมาที่นี่เกตุเข่นเขี้ยวจับจ้องอยู่ตลอดถึงกับซัดกำปั้นกับประตูรถดังตึง! ปล่อยให้ลุ้นอยู่ได้!ไม่บอกแต่แรกว่ารู้จักคนแถวนี้ หล่อนบ่นใหญ่

ภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อคมคายท่วงท่าดูสง่าอย่างชายชาติทหาร ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางชาวบ้านเห็นได้ชัดมากชาวบ้านแต่ละคนรูปร่างผอมเกร็ง กลายเป็นคนแคระไปเลยเมื่อเทียบกับเขา คงกะพันชูนิ้วโป้งให้เพื่อนอีกสองคน บอกว่าเยี่ยมเลยพึ่งพาพี่ผู้กองได้จริง ๆคืนนี้มีที่ซุกหัวนอนแล้วแต่ตัวลูกพี่สาวดูจะหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ ชูกำปั้นออกนอกรถเหมือนจะอาฆาตซะงั้น

เรื่องขอที่พักแรมกำลังเจรจาความกันอยู่กับนายบ้าน จ่าแจ๋วมีสีผิวกลืนกินไปกับความมืดยืนเคียงผู้กองคอยพูดคุยด้วยอีกคน ครู่ใหญ่ต่อมาหาญศึกหันมากวักมือ ส่งสัญญาณเรียกให้ทุกคนลงจากรถได้




Create Date : 21 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 9:40:52 น.
Counter : 446 Pageviews.

3 comments
  
อย่างงี้ดีครับ ติดตามอ่านง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
นี่ผมเม้นท์เป็นรอบที่ 3 แล้วนะครับ ทำไมไม่ติด
โดย: เพื่อนโนบิตะ (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:15:11:28 น.
  
โอ้ว เพื่อน โนบิตะมาเร็วอะไรปานนี้

เวลานี้มันว่างเด็กปิดเทอมก็เลยมีเวลามาจัดการเว็บบล็อกนะครับ
โดย: doctorwar (doctorwar ) วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:15:21:07 น.
  
ครับ เวลานี้ผมกำลังว่างเลยครับ
โดย: เพื่อนโนบิตะ (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:15:55:17 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments