พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
9
10
11
12
13
15
17
18
19
20
22
24
25
27
28
29
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 23


“เวลานี้เขาเป็นคนเดียวที่จะปกป้องน้องได้ จำไว้ว่า เขาเป็นผู้ชายที่มีรอยยิ้มที่สวยที่สุดในโลก ขอเพียงน้องตื่นน้องก็จะพบเพื่อนของพี่คนนี่เอง ตัวพี่จะอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว เวลาของพี่มันกำลังจะหมดลงทุกที ขอเพียงน้องรักเขา น้องก็จะได้ความรักตอบแทนมามากมาย เพื่อชดเชยความรักของพี่” เสียงแห่งในความฝันของหล่อนยังก้องอยู่ชัดเจน

เกตุอันกำลังหลับใหลในอ้อมกอดของบุรุษเหล็กผู้กำลังเดินอย่างเดียวดายในความมืด มุ่งหน้ากลับสู่ที่พักของทุกคน เพื่อไปหาเขาคนนั่น

มุ่งไปหาหมอกฤษณ์

โถงใหญ่แห่งถ้ำยังบริเวณที่พักของทุกคน

หนุ่มร่างอรชรในเดรสแขนยาวสีดำผ้าเเคชเมียร์ เนื้อผ้าเลิศหรูเป็นมันระยับ ยามเมื่อต้องแสงจากกองไฟ สีผ้าขับกับผิวขาวผุดผ่องของหนุ่มโฉมงาม ช่างต่างกับสิ่งแวดล้อมอันกันดารขณะนี้ หมอกฤษณ์ผู้กระวนกระวายใจ เอามือคลึงแก้วน้ำขิงอุ่นๆ นั่งจับเจ่าบนเก้าอี้สนามอยู่หน้ากองไฟ เฝ้ารอทุกคนอย่างเป็นห่วง โดยมีอภิรักษ์ หนุ่มใหญ่คอยเป็นเพื่อนไม่ห่างกาย

ล่วงเลยเวลาสองทุ่มมาแล้ว อันเป็นเวลาเข้านอนปกติของเขา คุณหมอหน้าสวยยังคงบ่นพร่ำ เป็นห่วงน้องเกตุซึ่งหล่อนวิ่งหายลึกเข้าไปในถ้ำตั้งนานแล้ว

อภิรักษ์ขยับมานั่งใกล้ๆเอื้อมมือมาจับแขน มองอย่างอ่อนโยนมาที่คุณหนูของเขา“นอนก่อนเถอะครับ คุณหนูไม่เคยนอนผิดเวลาเลยนะครับ การอดนอนมันจะไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”หนุ่มใหญ่พูดเสียงนุ่มก่อนกระเทิบเข้ามาชิด

ขนตางอนยาวนั่น มือหนึ่งเท้าคาง แลเหม่อมองอยู่เพียงตรงหน้า แต่ในใจกลับคิดถึงอยู่กับแม่ยอดนักกีฬาสาวเท่านั้น

“อึ ไม่ล่ะ”ส่ายหน้าน้อยๆปฏิเสธ เหลือบดวงตาสีฟ้างามมาเพียงนิด“ขอบคุณพี่อภิรักษ์มาก แต่น้องยังไม่ง่วงจริงๆ พี่ง่วงไปนอนก่อนเถอะนะ น้องจะรอพวกคุณหาญศึกเขากลับมาก่อน”วางแก้วน้ำขิงอันส่งไอกรุ่นลงข้างตัว ยกฝ่ามือทั้งสองที่ได้ไอความร้อนจากแก้ว มาอังสองแก้มขาวเนียนอันเย็นชืด เพราะอากาศกลางคืนมันเย็นมาก แม้จะนั่งอยู่ข้างกองไฟในถ้ำก็ตาม

ริมฝีปากอันเจือด้วยลิปสติกแบบมันกันแตกแห้งจนเป็นสีชมพูระเรื่อ จนเป็นประกายจากแสง ขยับปากพูดขึ้นอย่างเนิบช้า“พี่อภิรักษ์เข้านอนก่อนเถอะ นะจ๊ะ น้องยังนอนไม่ได้จริงๆ จนป่านนี้แล้วน้องเกตุเธอยังหายไป ยังไม่กลับมาเลย น้องเป็นห่วงเธอจริงๆ เมื่อกี้เพื่อนรุ่นน้องสามคนของเธอ ก็ออกมาแล้วก็เลยรีบพากัน ออกไปหน้าถ้ำไปหาเล่าอูเลย ถามพวกเขาอะไรก็ไม่ได้ใจความเลย เหมือนจะมีอะไรร้ายๆเกิดขึ้น แล้วทุกคนช่วยกันปิดบังน้องงั้นแหละ เออ...แล้วนี่พี่เห็นคุณสัณฑ์เธอหรือเปล่า ไม่ได้เห็นหน้ามาตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว น้องรู้สึกใจคอไม่ดีเลยห่วงเธอเหลือเกิน”น้ำเสียงอันอ่อนหวาน ใสกังวาน แฝงความเอื้ออารีย์อยู่เป็นนิจของกฤษณ์

อภิรักษ์เห็นในที่นี้ มีเพียงเนลอญกับเต๊อะซึ่งหลับนอนหมดแล้ว ขยับมาจนชิดกายแล้วโอบกอดร่างนั่นให้ความอบอุ่น กระซิบที่ข้างหู “คุณสัณฑ์เขาไปสำรวจถ้ำทางออกฝังโน่น...ก่อน ดึกๆคงเข้ามานอนเองไม่ต้องห่วงนะครับ คุณหนูเองก็รีบเข้านอนเถอะวันนี้เดินกันหนักพอดู ต้องดูแลสุขภาพนะครับ คุณหมอน้อยๆของผมตากแดดจนผิวจะเสียแล้วนะ”

ค่อยไล้ดึงมืออันใหญ่หยาบหนาเยี่ยงผู้ชายทั่วไป ออกจากรอบเอวของตน อาการปฏิเสธอย่างนิ่มนวลของหนุ่มหน้าสวย กระเทิบกายออก เบือนหน้าจนขนตางอนสั่นระริก“พี่อภิรักษ์กลับเข้าไปนอนก่อนเถอะนะ”

เอามือเท้าคาง หลับตา ส่ายหน้าน้อยๆกลับการบอกอีกฝ่ายให้ถอยห่างออกไป ฝ่ายหนุ่มใหญ่ต้องมองอย่างผิดหวังระคนโหยหา ทั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันเช่นนี้ กฤษณ์ยังคงเฝ้าเพ้อถึงแต่เกตุ สาวจอมห้าวคนนั่นอยู่ตลอด จนถึงขนาดรำพึงเผยความในใจออกมา

“ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกับน้องเกตุ ไม่รู้มีอะไรมาดลใจ น้องรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนั่นเป็นอย่างมาก อยากเข้าไปหา อยากเห็นใบหน้าอันเจ้าอารมณ์ของเกตุอยู่ตลอด พอไม่ได้เห็นหน้าเธอตอนนี้แล้วน้องรู้สึกใจหาย อยากเจอเหลือเกิน”

“หรือ หรือว่าคุณหนูเกิดนึกชอบเด็กคนนั่น คุณหนูเริ่ม เริ่มชอบผู้หญิงเข้าแล้วเหรอครับ ไม่จริงใช่ไหมครับ”อภิรักษ์มองอย่างใจหาย แต่คุณหนูของเขากับสะดุ้งโยงต่อคำๆนี้

“ปะเปล่านะ น้องไม่ได้แอบรักเด็กคนนั่นนะ มันไม่ใช่นะ เธอมีคนรักแล้ว น้องไม่ควรไปคิดอย่างนั้นกับ...กับ”ถึงจะปัดมือเป็นพัลวัน เเต่ก็หลุดปาก ออกมาเสียมากมาย

“นี่น้องเป็นอะไรไปนี้!?...”

หมอสำอางถึงกับเอามือปิดหน้าสะอื้นจะร้องไห้ ด้วยความห่วงกังวลต่อ ผู้หญิงคนนั่น จนเนลอญกับนายเต๊อะสององครักษ์ ซึ่งปูผ้านอนอย่างง่ายๆเฝ้าอยู่ใกล้เคียง ได้ยินเลยลุกขึ้น เห็นอาการพลอยลุกขึ้นมา มองอย่างเป็นห่วง รีบกระแอมไอดังเตือนอาการล่วงล้ำก้ำเกินของนายอภิรักษ์ที่มีต่อนายหมอผู้สะคราญผิดเพศ

“นายหมอให้พวกเรานั่งด้วยนะครับ”

องครักษ์ทั้งสองสลัดความงัวเงีย ลุกมานั่งเบียดอภิรักษ์ให้ห่างออกไป ยื่นส่งผ้าเช็ดหน้าให้แล้วพูดว่า“แปลกเหลือเกิน”สองหนุ่มบ้านป่า จ้องพินิจ“นายของผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน นี่นายหมอคิดถึงน้องเกตุจนร้องไห้เลยเหรอ? แต่ก่อนผู้หญิงคนไหนๆนายไม่เคยสนใจจะเหลี่ยวมองเลยนี้”

“ฉันแค่มีผงเข้าตา แล้วไม่ต้องมาแซวพี่เลยนะทั้งสองคน”กฤษณ์รับผ้ามาซับน้ำตา และตอบขอบใจแต่ไม่วายเชิดหน้าใส่สององครักษ์ผู้รู้ใจ

เต๊อะกะเหรี่ยงมาดเซอ ดูจะอารมณ์ดีเมื่อพูดถึงเธอคนนั่น“คุณเกตุเก่งจริงๆ ทั้งสวยทั้งน่ารัก หมัดเท้าเทควันโดของเธอทำให้นาย เปลี่ยนไปในทางทีดีได้มากขนาดนี้ หากเธอเข้ามาเป็นคู่รัก คงเปลี่ยนแปลงชีวิตอันว้าเหว่ของนายหมอได้เสียที”ทั้งสองพร้อมกันสยายยิ้มกว้าง มองกันแล้วหันมาสบตาอย่างสื่อความหมายกับนายหมอคนสวยของเขา“นายครับ เปลี่ยน มารักผู้หญิงเถอะนะครับ ขอคุณเกตุเธอแต่งงานไปเลยก็ได้ ไม่ต้องดูใจกันให้นานหรอก ดูเธอก็แอบปลื้มนายหมออยู่เช่นกัน คุณเกตุน่ารักมาก เหมาะจะมาเป็นคู่ชีวิตของนายเลย พวกเรารอเวลานี้ที่จะมีผู้หญิงสักคนมาช่วยปลอดปล่อยนายเสียที”

หนุ่มหน้าสวยเชิดใส่ทันที อาการฉิวปนงอนแบบหญิงสาว นี่แหละที่สองหนุ่มเป็นห่วง“ปลอดปล่อยอะไร?กัน ทุกวันนี้ฉันเคยทำตัวเป็น กระเทย เป็นสาวประเภทสองเหรอ?ฉันเป็นผู้ชายนะดูให้ดี”

“เหรอ...นายเป็นผู้ชายจริงๆงะ? อะหุหุ...”เต๊อะมีท่าทีขี้เล่นกว่าเนลอญอมยิ้มแอบขำ“แน๊ะ ยังมาแอบขำอีก นิสัยไม่ดีจังเลยนะนายเต๊อะ”

คนพูดยังนั่งไขว้ห้างบนเก้าอี้สนาม หน้าแดงเรื่อ เบียนหลบสายตาล้อๆ พูดจีบปากจีบคอน้ำเสียงก็ยังเป็นผู้หญิงอีก อาการปั้นปึ่งของหมอโฉมงาม ทั้งสองพากันลงนั่งคุกเข่าเงยหน้า มองและยิ้มดูนายหมอแสนสวยของตนอย่างพินอบพิเทา

ผมแดงเงางามเป็นคลืนตามธรรมชาติ สั้นเกือบประบ่า ขับกับผิวขาวไร้ริ้วรอยมลทินอันงามหมดจดทั้งใบหน้า ดวงตาสีฟ้ากลมใสอันเปล่งประกาย คิ้วเรียว ริมฝีปากอิ่มละมุน สรีระเรือนกายนี้ ทุกท่วงท่ากิริยาและทุกกระเบียดนิ้วของ กฤษณ์ เธอคือสตรีหาได้ใช่บุรุษเพศในสายตาของพวกเขาไม่

ทั้งสองแอบเหลือบตาไม่พอใจหันไปยังนายอภิรักษ์ผู้คอยแต่แทะโลมนายหมอของตนจนหลุดวิถีแห่งเพศแท้จริงไปนาน

“ฮึ!”

เสียงฟึดฟัดด้วยอารมณ์ของอภิรักษ์ได้แต่ขยับเมินหน้าไปทางอื่นเสียอย่างไม่สบอารมณ์

เต๊อะมองคนนั่นไปแล้วพูด ก่อนหันกลับมา“ได้ยินว่าถ้ำแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์และทรงอาถรรพ์ยิ่งนัก ถ้ำเจ้าขุนทหารแห่งนี้ ชาวป่า เขาล่ำลือกันว่า เจ้าพ่อถ้ำท่านศักดิ์สิทธิ์มาก หากขอพรบนบานอะไรไปแล้วล้วนได้สมหวัง เราทั้งสองเลยขอให้ท่านช่วยดลบันดาล ดลจิตดลใจให้นายของเรามีเมียจะได้เป็นชายแท้กับเขาเสียที เจ้าประคูณ...เราสองคนจะแก้บนด้วยการแก้ผ้าเดินลุยป่าให้ผีสางเทวดามองเล่นๆไปหนึ่งวันเลยเอ้า...ฮาๆๆ”

กฤษณ์อายจนหน้าแดงเชิดหน้าไปทางอื่นอีก เพราะถูกเย้าแหย่“พี่รักและเป็นห่วงน้องเกตุเหมือนน้องสาวนะ ไม่ได้คิดเป็นอื่น”

เต๊อะกับเนลอญขยับมาจนชิดเอาศีรษะหนุนท่อนขานายหมอผู้เป็นเหมือนพี่สาวดูแลพวกเขามาตลอดคนนี้พลางพูดจาหยอกเย้าไปด้วย

“หมอกฤษณ์!! หมอกฤษณ์!!อยู่ไหน!...”

พอดีมีเสียงของหาญศึกร้องเรียกหมอ ออกมาจากในข้างในถ้ำลึก อย่างเร่งร้อน หางเสียงบอกว่ามีคนป่วยให้ช่วย หมอกับทีมผู้ช่วยต่างรีบออกไปรับแล้วก็พบว่า นายทหารได้อุ้มแม่ยอดนักกีฬาสาว ซึ่งกำลังหลับอย่างอ่อนเพลียด้วยอาการพิษไข้เข้ามา หาญศึกขอนำเอาของเกตุไปนอนในเต็นท์ของหมอกฤษณ์ด้วย เพราะมันเป็นเต็นท์หลังเดียวขณะนี้ซึ่งกางอยู่ ข้างในอบอุ่นพอสำหรับคนไข้

“ใจเย็นๆนะครับคุณหาญศึก ไม่ต้องวิตกกังวลอะไร คุณน้องเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก ปล่อยเป็นหน้าที่ของหมอเอง พี่อภิรักษ์ครับ ผมขอเเอสไพริน ผ้ากับขันน้ำด่วน เราจำเป็นต้องเช็ดตัวเธอ”

หมอกฤษณ์รีบสั่งอภิรักษ์ให้รีบเตรียมยาลดไข้มาทันที ตัวเขาเองรีบจับอังหน้าผากของหญิงสาวอย่างเร่งรีบ“ตัวร้อนมากนะครับ หมอคงต้องให้ยาฉีดลดไข้เธอแล้วครับ”รีบเอาเครื่องวัดอุณหภูมิจากมือผู้ช่วยส่งให้ วัดไข้อีกที ทั้งที่ร่างนั่นยังอยู่บนท่อนแขนหาญศึก

“ยาฉีดเหรอครับหมอ ยะอย่านะครับน้องเค้ากลัวเข็มที่สุด ขอหมอช่วยเช็ดตัวอย่างเดียวก็พอครับ ผมขอใช้เต็นท์ของหมอเลยละกันจะได้มิดชิดแล้วอยากจะขอให้เกตุนอนในนั้นด้วยสักคืนก่อนอากาศตอนนี้เย็นมากนะครับ”หาญศึกพูดก้มมอง กฤษณ์เงยหน้าพูดกับคนตัวสูงใหญ่มากๆ

อภิรักษ์เอายามาแล้วรีบแย้งขึ้น“ไม่ได้นะครับ! คุณควรจัดหาที่นอนให้เธอเองจะดีกว่า คุณหมอเองก็ต้องการพักผ่อนนะครับ”

คุณหมอรีบโบกมือบอกห้ามอภิรักษ์ทันที“ไม่ได้ๆ นี่เป็นหน้าของเราต้องดูแลช่วยเหลือคนไข้ให้ดีที่สุด คุณหาญศึกครับ เชิญเอาน้องเกตุนอนข้างในเต็นท์ของผมเลยครับ”สบตาพยักหน้าตอบรับ งานในหน้าที่ หมอกฤษณ์จะทะมัดทะแมง กระฉับกระเฉง ใช้คำแทนตัวเองว่า ผม ตลอด

“ขอบใจหมอมาก ผมพึ่งพาคุณหมอได้จริงๆ”นายทหารยิ้มและจ้องมองยอดคุณหมอคนนี่อย่างลึกซึ้ง ฝ่ายคุณหมอเอาแต่จริงจังจนไม่ทันสังเกตสีหน้าอีกฝ่าย“ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”

เอาร่างอันอ่อนระทวยซมด้วยพิษไข้นอนราบลงกับผ้าปูที่นอนนุ่มๆ หมอจัดแจงรีบเอาเครื่องวัดอุณหภูมิตรวจวัดไข้อีกครั้ง“คุณหาญศึกจะเช็ดตัวให้น้องเค้าเอง หรือจะให้หมอช่วยครับ เราต้องรีบให้การรักษาโดยเร็วไม่งั้นไข้อาจขึ้นสูงอีก”กฤษณ์พูดอย่างธรรมดาที่สุด นายทหารหันมายิ้มตอบ

“ผม อยากให้คุณหมอนั่นแหละช่วยเช็ดตัวให้ น้องเค้าจะได้สบายตัว”

“งั้นหมอจะเตรียมผ้าสะอาดมา กับยากินลดไข้หลังจากน้องฟื้นแล้วนะครับ”รีบเร่งมือคลายเสื้ออันคับแน่นให้หญิงสาว

ร่างอันนิทราสนิทถูกนำมานอนในเต็นท์ส่วนตัวของหมอ หาญศึกพิจารณามองให้ทั่ว ข้างในสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นอับเลย เพราะหมอคนนี่เป็นคนรักสะอาดมาก รักษาความสะอาดอย่างดี เต็นท์นี้เหมาะสำหรับน้องสาวตัวยุ่งได้มาพักอาศัยหลับนอนทั้งคืนนี้และยังคืนต่อๆไป

หาญศึกคว้ามือของเกตุอันสนิทนิ่งมากุมและมองอย่างอาทรในใจพลันคิด

เกตุพี่ขอโทษ หากต่อไปนี้พี่จะทำอะไรลงไปกับน้อง นั่น ก็เพื่อความปลอดภัยขอตัวน้องเองทั้งหมดมันเป็นความผิดของพี่เองที่ยอมให้น้องมาที่นี้ น้องอยู่กับหมอกฤษณ์นะ เวลานี้พี่มองจะเห็นแต่เขาคนเดียวที่ปกป้องน้องได้ อยู่กับพี่หมอแล้วน้องจะปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง พี่รู้ว่าน้องก็แอบชอบหมอคนนี้อยู่เหมือนกัน หากพี่ยังไม่ตายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี่พี่จะขอกลับมาแก้ตัวใหม่

เขาหันมามองหมอพยักหน้า“คุณหมอครับผมขอให้คุณช่วยเช็ดตัวให้น้องสาวของผมคนนี้ด้วยเธอเปียกไปทั้งตัวแล้ว”

หมอสำอางโบกมือบอกไม่ต้องพูด”หมอจะรีบเช็ดตัวให้น้องเค้าเดี๋ยวนี้เองปล่อยไว้อย่างนี้ก็เป็นปอดบวมกันพอดี”

เห็นเสื้อผ้าเปียกโชกรัดรูปแสดงเนินอกอันตั้งชัน สะโพกส่วนเว้านูนชัดเจน หมอเลยดึงเอาผ้ามาคลุมให้ก่อน

“เอาล่ะ เพื่อความสบายใจของคุณ หมอจะเอาผ้ามาคลุมร่างน้องก่อน จะเช็ดตัวให้ภายใต้ผ้าอีกที”

ดึงถุงมือแพทย์จากกล่อง ออกมาบรรจงสวมใส่ นิ้วมือเรียวบอบบางนั้น หาญศึกแอบสังเกตเห็น แหวนเพชรเม็ดหนึ่งอยู่ที่นิ้วกลางมือซ้าย เขาจ้องแหวนนั้นคล้ายคิดอะไรอยู่แวบหนึ่ง“อะอืม หมอจะไม่แตะตัวน้องโดยตรงด้วยนะ”

กฤษณ์ผู้กำลังเอาผ้าเช็ดแขน ลำคอ ใบหน้าของเกตุ หาญศึกจ้องพิจารณาหมอคนนี้อย่างละเอียด ดวงตาดุจอัญมณีสีฟ้ามีชีวิต ราวกับมีอำนาจเร้นลับดึงดูดอยู่ในตัวเรียกร้องเอาความรักสิเน่หาจากทุกผู้คนไม่ว่าชายหญิงที่พบเห็น ริมฝีปากอิ่มละมุนแม้ยามแย้มเห็นไรฟันขาวสะอาดดุจไข่มุก แม้ยามมองและยิ้มมาทางเขาทุกสิ่งดูจะสว่างไสวในบัดดล

เขาจำได้แล้วว่ารูปถ่ายสาวสวยผมแดง ที่เกตุเอามาให้ดูอย่างล้อๆเมื่อตอนเช้าก่อนเดินทางนั้น เธอคือหมอกฤษณ์ คนนี่เอง ริมฝีปากเจือด้วยลิปมัน ทำให้เขาจำได้แล้ว

คำเรียกพวกเพศที่สาม ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกไปได้หลายอย่างนั่น ไม่อาจมาใช้เรียก เขาหรือเธอคนนี้ได้เลย เธอสูงส่งกว่าคำพวกนั้นมากนัก หมอ กฤษณ์เป็นผู้ชายที่สวยมาก ประกอบด้วยรอยยิ้มอันพิมใจปรากฏอยู่เสมอ และไม่แปลกเลย หากเขาหรือใครจะคิดเปรียบ ผู้ชายคนนี้ว่ามีรอยยิ้มอันสวยที่สุดในโลก

เห็นเกตุกำลังขยับเคลื่อนไหวแขนขา หล่อนกระพริบตาปริบๆส่งเสียง อืมๆ ในลำคอ ทำท่าจะรู้สึกตัวแล้ว พี่ชายต่างสายเลือดยิ้มมองอย่างเอ็นดู เอามือมาจับลูบหัว มองหมอกฤษณ์ผู้กำลังเอาผ้าช่วยเช็ดตามใบหน้าของเกตุให้

หมอกฤษณ์พูดสีหน้าจริงจัง“น้องเกตุอาจจะมีปัญหาเรื่องไข้ ที่มาพร้อมกับประจำเดือนบ้างหรือเปล่าครับ คุณพอรู้ประวัติเรื่องนี้ของเธอบ้างไหม?”

หาญศึกได้แต่ส่ายมือ บื้อใบ้ ไม่รู้เรื่อง

“ไข้ทับระดูผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดท้องน้อย ตกขาวออกเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น อาจมีอาการปวดหลัง คลื่นไส้ อาเจียนแต่อาการน้องไม่น่ามีแบบนี้นะ แต่ว่าน้องเกตุนุ่งกางเกงที่คับเกินไป และใส่ชุดชั้นในที่ทำจากใยสังเคราะห์อีก”

หมอเอามือไปดึงขอบชั้นใน และขอบกางเกงเดินป่าอัน คับฟิด ของเกตุ

“อากาศจะถ่ายเทไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหงื่อไคลตลอดจนมูกต่างๆ จะอบอยู่ ยิ่งมาตอนเป็นไข้ จะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายเพราะมันมีโอกาสติดเชื้อในมดลูกและปีกมดลูกได้ ต้องทำความสะอาดจุดซ้อนเร้นนั้นด้วยนะ” คนพูดเหมือนจะอายชะงักคำนิดหนึ่งเมื่อต้องพูดถึงจุดนั้น“ต้องเช็ดตัวอยู่ตลอดเวลา กินน้ำอุ่นมากๆ หมอเจอคนไข้หญิงแบบนี้มาก็บ่อย ต้องดูแลกันใกล้ชิดเลย หมอเองต้องทำงานอยู่ชายแดนอย่างนี้เลยต้องทำได้ทุกอย่างรวมทั้งเป็นสูติ-นรีแพทย์ด้วยนะครับ”

ดึงกระชับถุงมือพร้อม“เอาล่ะ หมอจะเริ่มถอดชุดข้างในก่อนนะแล้วจะเริ่มเช็ดตัวข้างใน...”หาญศึกเพียงยิ้มตอบให้ในความเข้าใจเพศหญิงของหมอคนนี้ยิ่งนัก ก่อนชยับเข่า ถอยหลังลุกจาก กฤษณ์พูดยังไม่ทันจบความ ญาติคนไข้สาวก็รีบออกไปนอกเต็นท์เสียแล้ว“คุณหมอ! ผมขอตัวออกไปรอข้างนอกก่อนให้คุณทำงานได้สะดวกนะครับ...”เสียงจากนอกเต็นท์ คุณหมอเลยกลับมาปลดเสื้อผ้าของเธอออกต่อ



ข้างนอกนั้นอันมีจ่ายืนทมึนกอดอกรออยู่ มองและกำลังอ่านผู้กองของตนอยู่ แล้วยังหมู่แม็ก ผู้กระวนกระวายใจพยายามเร่งซักถามอาการของเกตุจากเขา หาญศึกเดินมาที่เขา

“ไป หมู่ผมมีงานให้ทำ หมู่รีบไปเชื่อมสัญญาณภาพเว็ปแคมอะไรของนายนั้นด่วนเลย ติดต่อไปยังพวกนักข่าวในเมืองไทยเราได้นะ เอานักข่าวหลายๆสำนักเลย รวมทั้งผู้ใหญ่ในกองทัพเราด้วยเข้าใจนะ เดี๋ยวเราจะมีการถ่ายทอดสดกัน”

สิบเอกเกาหัวสายตามิวายคอยมองไปในเต็นท์“ผู้กองสั่งแปลกๆ ผมล่ะห่วงน้องเกตุจะตาย”หมู่แม็กทหารหนุ่มใจเปี่ยว บ่นกระปอดกระแปด จนผู้กองชะโงกลงมามองหน้า

“นายแอบรักน้องสาวฉันเรอะ!?”เขาตวาดเสียงดัง

สิบเอกทหารถูกดักคอ จนหน้าเหยเกร้อง“อึ๋ย! แย่แน่อยู่ในใจ”รีบส่ายมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ปะเปล่าครับ!!”

“เปล่าก็รีบไปทำตามที่สั่ง!”

ผู้กองตบป๊าบ!เข้าที่ก้านคอ! ผลักให้ผู้หมู่คนนี้เร่งไปทำตามที่สั่งให้เสร็จภายในหนึ่งนาที และสิ่งที่เขาต้องทำคือรอให้เวลานั่นมันเกิด

เต๊อะ กับ เนลอญ แอบซุบซิบกันว่ามันแปลกๆบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมา อภิรักษ์ก็เร่งรีบหายาจากในกล่องเวชภัณฑ์ไม่ได้หันมองมาเลย

เด็กสาวผู้สืบชะตากรรมจากแม่ เหมือนจะอยู่ระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่น รู้สึกปวดหัว มึนๆ เบรอๆ มันหนักๆ หัวบอกไม่ถูก เหมือนความร้อนมันระอุอยู่ในตัวตลอดเวลา แถมยังปวดเมื่อยตามตัวอีก สักพักเหมือนมีคนมาจับต้องร่างกายของเธอในหูยังคงแว่วได้ยินคำพูดชัดเจน

สัมผัสอันล่วงล้ำเข้ามาในกาย“อืม...ตรงนี้”หมอดึงผ้าชิ้นสุดท้ายออก

“เอะ นี่น้องเกตุมีระดูมาจริงๆหรือนี้ มิน่า เป็นไข้ทับระดูนี้เอง แพ็ดก็ไม่ได้เปลี่ยนมาทั้งวัน เปียกน้ำจนเขรอะ เลอะขอบกางเกงชั้นในหมดแล้ว เดี๋ยวพี่หมอจะรีบเช็ดทำความสะอาดตรงนี้ให้แล้วเปลี่ยนแพ็ดอันใหม่ให้เลยละกัน”

“กรี๊ด!!...”

“พี่หมอจะทำอะไรน้อง! อย่านะ!”เกตุร้องจนลั่นถ้ำ

ทุกคนในที่นี้ถึงกับผงะลุกยืนขึ้นหันมองไปตามเสียงนั้นไปตามๆกัน หาญศึกเร่งวิ่งเข้าไปทันที แล้วภาพที่ปรากฏ

หมอกฤษณ์กำลังถือชั้นในของเกตุข้างหนึ่ง อีกข้างก็กำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ด ให้กับ...

เกตุตื่นขึ้นมาตอนนั่นเห็นหน้าหมอคนแรก อย่างหวาดผวารวบเอาผ้ามาคลุมอกปิดลำตัว ขยับถอยกรูด เพราะเสื้อผ้าของเธอถูกถอดมาวางอยู่ปลายเท้าทั้งหมดแล้ว หมอหน้าซีดตกใจทันที รีบโบกมือที่มีชั้นในของเธอติดอยู่ด้วย

“อ เอ่อ มันไม่ใช่อย่างที่น้องเกตุคิดนะ”

“หมอจะทำอะไรน้องผม!”หาญศึกกรากเข้าไปในเต็นท์ กระชากคอเสื้อหมอร่างสำรวยออกมาตะคอกใส่เสียงดัง

“ก็หมอกำลังเช็ดเนื้อตัวให้น้องไง จะถอดเปลี่ยนผ้าซับให้ด้วย”หมอกฤษณ์พูด ออกมาติดขัด เพราะที่คอเสื้อถูกกระชาก คนตัวบอบบางจนจะเกือบเหมือนผู้หญิงของหมอมีรึจะสู้เรี่ยวแรงปานยักษ์ใหญ่ของนายทหารได้

เด็กสาวยังคงตัวสั่นเทา ห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม ร้องไห้ไม่หยุด ตั้งสติสตังอะไรไม่ได้เลยเหตุการณ์ข้างนอกมันชุลมุนไปหมด เสียงองครักษ์ทั้งสองคน เสียงอภิรักษ์ดังเอะอะประสานกัน รีบตรงรี่เข้ามา

อภิรักษ์ปรี่เข้ามากระซากไหล่หาญศึกออก เอาตัวเข้าบังร่างหมอกฤษณ์ไว้ เขาจ้องหาญศึกราวกับจะกินเลือดเนื้อ“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม!? คนพาลคนนี้จะทำอะไรคุณหนู”

“ผมต้องการให้หมอรับผิดชอบน้องของผม! เขาล่วงเกินน้องสาวผมเมื่อกี้”หาญศึกกระชากเสียง อย่างลุแก่โทสะ

ผู้พิทักษ์ข้างกายหมอหนุ่มถึงกับหลุดสีหน้าโกรธกริ้วออกมาครั้งแรก“บ้าที่สุด! คุณกล่าวหาฉุ่ยๆแบบนี่ได้ไง!? ไม่เห็นเรอะ!ว่าคุณหมอเธอเป็นอะไร ดูไม่ออกเรอะ!? หมอดู แลคนไข้หญิงมันก็ต้องเป็นแบบนี้ ไม่ได้คิดอะไรแอบแฝงล่วงเกินสะหน่อย”อภิรักษ์คว้าร่างอันบอบบางของคุณหนูกฤษณ์ ผู้อกสั่นขวัญแขวนมาหลบข้างป้องกันอันตราย

หาญศึกจะกรากเข้ามาเอาตัวไม่ลดละ“หมอจะต้องแต่งกับน้องของผม! รับผิดชอบเรื่องที่เขาได้ล่วงเกินไป”เขายืนกราน

“ฮือๆๆ...”เกตุร้องไห้สะอึกสะอื้น มองการโต้เถียงของทั้งสองคน“พอเถอะพี่หาญศึกน้องอายเขานะ...”

“น้องเกตุ พี่หมอขอโทษ”กฤษณ์เสียงร่ำ เห็นดังนั้นถึงเข่าอ่อน

หมู่แม็กกระโดดเหย่งๆจะเข้ามาในเต็นท์ พยายามมองหาตัวเกตุแต่ก็ติดสองคนบังไว้ หมู่พูดอย่างร้อนรนแทรกมาว่า“ไม่ได้นะครับผู้กอง คุณหมอเขาทำตามหน้าที่ไม่ได้ทำอะไรผิดสะหน่อย ผู้กองจะเอาน้องเกตุไปยัดให้หมอไม่ ได้นะความจริงหมอเป็นกระเท... อะโอ๊ย!!”

จ่าแจ๋วผู้ยืนคุมคอยท่าอยู่ข้างๆ รีบเอาฝ่ามือใหญ่ๆตบป๊าบเข้ากลางกบาลหยุดคำพูดคำนั้นได้ทัน ลากคอเสื้อออกมาแล้วทำเสียงฮึมม...ฮึมม...จากหน้ายักษ์ จ้องหน้าห้ามพูด

“ตกลงหมอจะแต่งงานกับน้องเค้าก็ได้ครับ แต่ หมอขอโทษ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะมาเป็นแบบนี้เลย”กฤษณ์หน้าเจื่อน คอตกเสียงอ่อยอย่างยอมแพ้ จนอภิรักษ์ต้องรีบคว้าเอาตัวหมอมารวบไว้ พูดเสียงสั่น

“ไม่ได้นะครับ! คุณหนูอย่าไปยอมพวกเขานะ พวกเขาวางแผนจะจับคุณหนูไม่รู้รึไง ตระกูลเสนานรงค์ไม่ได้รวยจริง คนพวกนี้หวังทรัพย์สินของคุณหนูในภายหน้านะ อย่าไปหลงกลพวกเขา!”

“นายว่าอะไร!? นะ!! เหอะ!”หาญศึกคิ้วขมวดย่นทันที มองหนุ่มใหญ่ตรงหน้าผู้เปิดเผยธาตุแท้ออกมา เขาสังเกตและแอบสงสัยมาแต่แรกแล้ว

การโต้เถียงดังขึ้นไม่ลดละทั้งอภิรักษ์ และหาญศึกเพื่อปกป้องคนของตน และหาญศึกกำลังจะโดนต้อนจากพิรุธหลายอย่าง จ่าแจ๋วผู้อ่านความคิดของผู้กองของเขาได้แล้ว เข้ามาเบรกอารมณ์ทั้งสองแล้วชี้ไปยังเจ้าตัวต้นเรื่องว่าจะเอายังไง

ลอบแอบเขยิบตาขอบคุณ จ่าผู้มาช่วยแก้สถานการณ์อันกำลังจะเฟื้องพล้ำ

“เอาล่ะหมอผมขอพูดเป็นการส่วนตัวหน่อย”หาญศึกคว้าแขนเอาตัวว่าที่น้อง เขยออกมาจากอกชายคนนั่นทันที

“พวกคุณจะทำอะไรคุณหนูของผมอีก! อย่านะ!”

จ่าแจ๋วรู้หน้าที่ รีบก้าวขาไปยืนเป็นยักษ์กุมกัณฑ์ บังขวางหน้าอภิรักษ์ไว้ เอาซิกการ์มาอม จุดไฟลนปลายเฉย แล้วแอบเขยิบตาส่งตาหวานให้เกย์หนุ่มใหญ่ หาญศึกพาหมอกฤษณ์ไปพูดกันซุบซิบอยู่ที่มุมถ้ำ ตาก็มองมาที่น้องเกตุตัวตนเรื่องพูดจาด้วยเสียงไม่ดังนัก หมอกฤษณ์นั่นหน้าซีดสลดทันที ได้แต่พยักหน้าตอบรับอย่างเดียว

แล้วทั้งสองก็กลับมาอย่างเงียบขรึม หมอกฤษณ์กล่าวขึ้นก่อนทันที “ตกลงครับ หมอจะขอหมั้นน้องเกตุไว้ก่อน เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ หลังทุกอย่างเสร็จสิ้น และเราได้ออกไปจากป่าแห่งนี้ หมอจะแต่งงานกับน้องเธอทันที”กฤษณ์ตอบอย่างชัดเจนฉะฉาน

อภิรักษ์ถึงกับหลบตัวจ่าหุ่นช้างน้ำ โผเข้ามาจับสองบ่าเขย่า”คุณหนูถูกมันบังคับข่มขู่อะไรไว้ครับ! อย่าไปกลัวพวกเขานะ”กฤษณ์หลบตาเบือนหน้าปฏิเสธ

“น้องเต็มใจจริงๆ”กฤษณ์เน้นย้ำหนักแน่น

“พี่ไม่ยอม!! ไม่ยอมให้ใครมาเอาตัวคุณหนูของพี่ไปแน่ ”อภิรักษ์เสียงหลงเกือบคลั่ง

“น้องตัดสินใจแล้ว พี่อภิรักษ์ปล่อยมือน้องเถอะ”คุณหนูบอบบางยืนยันอีกครั้งด้วยสีหน้าสงบ

“พี่ไม่ยอมจริงๆด้วย! ใครจะมาพรากคุณหนูของผมไปไม่ได้ ”แล้วชายรักชายอย่างอภิรักษ์ ต้องสะดุ้งโหยง เมื่อจ่าคนเดิมมาแอบสวมกอดเข้าข้างหลัง คาบบุหรี่ส่งสายตารัญจวนข้ามไหล่มา

หมอกฤษณ์หันหน้ามาทางเด็กสาว ผู้กำลังจะเป็นคู่หมั้นของเขา เธอใส่แต่เสื้อเชิ้ตปกป้องร่างเพียงอย่างเดียว เดินออกมาอย่างเเข็งแรงแล้ว หล่อนเอามือรั้งชายเสื้ออันหมิ่นเหม่ ตาแดงช้ำกระพริบตาปริบๆมองพี่หมออย่างน่าสงสาร

“น้องเกตุจ๊ะเราไปทำการหมั้นต่อหน้าสักขีพยานทุกคนและคนทางกรุงเทพฯกันเถอะ”กฤษณ์พยายามฝืนยิ้มให้

“หมั้น? เรา สองคน จะหมั้นกัน... พี่หมอเราสองคน นี่มันอะไรกันเนี่ย?”เด็กสาวนั่นสุดแสนจะงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก มองยิ้มสวยของพี่หมอตรงหน้า คำพูดในความฝันของพี่ไพรวัลย์ได้กลับกลายมาเป็นความจริงแล้วทันทีเมื่อตื่น พี่ไพรวัลย์ในฝัน และพี่หาญศึกในความจริงล้วนทำในสิ่งเดียวกัน คือมอบเธอให้กับหมอหนุ่มรูปสวยคนนี้

“ดี!...”หาญศึกกล่าวเสียงหนักๆ “คนตระกูลเสนานรงค์ไม่ใช่ใครจะมารังแกกันได้ง่ายๆ เมื่อหมอตกลงก็ต้องหมั้นกันในคืนนี้เลย เอาแหวนเพชรที่นิ้วหมอเรือนนั่นแหละเป็นแหวนหมั้น”

อภิรักษ์ต้องกัดฟันกรอดพูด“นี่มัน!เตรียมการไว้แล้วชัดๆคุณหนูอย่าไปยอมมัน!...”จะฝ่าเข้ามาก็ติดกำแพงเหล็กกั้น จากคนของอีกฝ่าย

หมู่แม็กผู้ทำหน้าเหมือนญาติเสียถูกจ่าไล่ดัน

“เอ็ง รีบเอาไปให้นายเร็วๆ นายเขาจะทำพิธีหมั้นให้น้องสาว เร็ว!” ตาละห้อยมองน้องเกตุคนสวย ที่แอบรักมาแต่วันแรก ในมืออุ้มโน้ตบุ๊กอันปรากฏภาพบุคคลจากหลายช่องสัญญาณ รอเป็นสักขีพยานการหมั้นพิศดาร

ร่างสูงใหญ่นั่นยืนระหว่างคู่หนุ่มสาว“หากผิดสัญญา หมอ ไม่ได้อยู่สุขแน่ น้องสาวผมพึ่งสิบแปดหยกๆ เอาคุกกี่ปีดี ตระกูลผมมีเส้นสายในทุกวงการนะ จะเอาให้เดือดร้อนเลยจำไว้”

อภิรักษ์กัดฟันกรอดตาแดงก่ำ จากนอกวงหมดหนทางจะช่วยคุณหนูของเขา“พวกมาเฟียมีสีชัดๆ พวกมันวางแผนไว้แตแรกอยู่แล้ว”เข้าไปห้ามไม่ได้เพราะมีจ่าหุ่นรัญจวนยืนหันหลังให้ คาบบุหรี่ยืนขวางหน้า

การหมั้นเป็นอย่างง่ายๆไม่ซับซ้อนอะไร กระทำกันต่อหน้าคนเพียงหกคนและต่อนักข่าว ซึ่งมีข้าราชการชั้นสูงผู้มักคุ้นกับครอบครัวหาญศึก ที่อยู่อีกปลายทางหนึ่งรอเป็นสักขีพยาน ความทันสมัยทางเทคโนโลยี

แหวนเพชรที่หมอใส่ประจำนิ้ว บัดนี้ได้กลายเป็นของหมั้นหมาย แหวนเพชรห้ากระรัตน้ำงามบริสุทธ์ไร้ สีไร้มลทินเจียระไนเป็นแบบเหลี่ยมเกสรตัวเรือนเป็นเงินแท้ชุบด้วยทองคำขาว อันเป็นของสื่อแทนใจแทนคำมั่นสัญญาจากฝ่ายชาย

กฤษณ์ ชวาลราชย์ ทายาทเจ้าของกิจการโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งของเมืองไทย ได้กล่าววาจาหมั้นหมายอย่างฉะฉานต่อ ดาวพระเกตุ จิตหาญ หลานสาวคนเดียวของตระกูลอํามาตย์ ตระกูลเก่าแก่นับตั้งแต่ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้สืบทอดสายเลือดรับราชการทหารเพื่อแผ่นดินมาถึงปัจจุบัน ต่อหน้าพยานและภาพที่ไปปรากฏอีกปลายทาง

แหวนวงนั่นถูกบรรจงสวมใส่ในนิ้วมือของเธอผู้จะเป็นเจ้าสาวในวันข้างหน้า ภาพๆนั้นจากถ้ำอันแสนกันดารจากป่าดิบเขา ถูกสื่อออกไปยังที่ๆอันไกลโพ้นในแดนดินถิ่นศิวิไลซ์แห่งป่าคอนกรีต สู่ประจักษ์พยานที่ได้รับเลือกอย่างถ้วนทั่วถึงกัน

“เอาล่ะผมพอใจแล้ว รู้ไหมคุณหมออีกปลายสาย ที่มองเป็นสักขีพยานอยู่ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงกลาโหม ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับครอบครัวผมที่สุด ภาพและเสียงนี้ จะเป็นหลักฐานการรับผิดชอบของคุณที่มีต่อน้องสาวผม คุณอย่าได้คิดเบี้ยว บิดพลิ้วเป็นอันขาด”หาญศึกกล่าวข่มสำทับมาอีกอย่างพึงพอใจ

“ผมยินดีแต่งกับน้องเกตุครับ ด้วยความเต็มใจยิ่ง”กฤษณ์มองตอบญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง แล้วหันมายิ้มเป็นการยืนยันให้เกตุด้วย เธอยิ้มอายม้วนหลบตาทันที

รอยยิ้มเหมือนยกภูเขาออกจากอก ของพี่ชายต่างสายเลือด สองมือจับบ่าหนุ่มสาวทั้งสองไว้ ทุกสิ่งอันเขาได้วาดวางแผนไว้ประสบผล“กฤษณ์ผมขอฝากน้องสาวคนนี้ไว้กับคุณด้วย”หันมาทางน้องสาวจอมแก่น“เกตุ... ต่อไปนี้เราจะต้องอยู่กับพี่หมอแล้วนะ รักเคารพเขาเช่นเดียวกับที่รักพี่เข้าใจไหม”

“คะ/ครับ”เป็นประโยคที่เกตุคุ้นหูจากในความฝัน

สองมือยังจับมั่น แววตาของพี่ชายคนนี้มันเปี่ยมล้นเมื่อกำจัดยัยตัวยุ่งคนนี่ให้ออกไปจากหัวใจได้แล้ว ในใจพลันนึกถึงแต่กานดา เขาได้ทำหน้าที่ของพี่และพ่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว แม้จะไม่สวยงามนักก็ตาม

“พี่อนุญาตให้น้องทั้งสอง นอนร่วมเต็นท์ร่วมหอเดียวกันได้ตั้งแต่บัดนี้เลย เรื่องพิธีการแต่งงานเอาไว้ที่หลังละกัน เอาไว้วันหน้าแต่งงาน ต้องจัดพิธีใหญ่โตชดเชยอีกที คืนนี้พวกพี่มีเรื่องต้องทำมากมาย ต้องขอตัวไปก่อน เราทั้งสองรีบเข้านอนเถอะ”

พี่ชายที่แสนดี อีกคนหนึ่งของเกตุขยับก้าวถอยหลัง ร่างใหญ่ทรงสมาร์ทนั่นก้าวถอยหลังช้าๆ แววตามีประกาย พยักหน้าให้ความเชื่อมั่นในทั้งสองคู่หนุ่มสาว ก่อนเขากวักมือเรียกลูกน้อง จ่าแจ๋วลากคอหมู่แม็กนำเข้าถ้ำไปก่อน หาญศึกยิ้ม และเดินตาม เขาค่อยๆเดินไม่วายหันหลังมามองกลับมา ก่อนจะค่อยๆเดินลึกเข้าไป กลืนหายเข้าไป ในความมืดมิดของถ้ำได้ยินแต่เสียงฝีเท้า และเสียงเอะอะ ของหมู่แม็กกับจ่าแจ๋ว ก่อนที่เสียงนั้นแว่วแผ่วลง เมื่อห่างลึกเข้าไปข้างในทุกที

เกตุรู้สึกใจหายทันทีคล้ายกำลังจะสูญเสียพี่ชายคนนี้ไปเช่นเดียวกับพี่ไพรวัลย์คนนั้น

“คุณหาญศึกมีธุระเรื่องสำคัญต้องรีบไปทำ น้องอย่าห่วงไปเลยนะ” คู่หมั้นหนุ่มเริ่มปลอบใจ เมื่อหญิงสาวเริ่มสั่นสะท้านเมื่อคนๆนั่นจากไป

ยอดนักกีฬาสาว ยิ้มอย่างเข้มเเข็ง นิ้วกรีดน้ำตาเช็ดอย่างรวดเร็ว“พี่หมอบอกหน่อยซิคะว่าน้องฝันไปกำลังฝันอยู่หรือเปล่า น้องยังงัวเงียอยู่เลย ตื่นมาเหตุการณ์ทุกอย่างมันก็มาเร็วมาก สะจนน้อง...”

เกตุหันมามอง กฤษณ์โอบเธอเข้ามาชิด ก้มจุมฟิตอย่างนิ่มนวล ที่หน้าผากผู้จะเป็นเจ้าสาวของเขาต่อไปในอนาคต“ใช่จ๊ะ กอดพี่ให้แน่นนะ แล้วน้องจะรู้ว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริง”

“เราจะแต่งงานกันเลย เมื่ออกจากป่าใช่ไหม? คะพี่หมอ”เกตุกอดเอวเขาแน่นตอบสีหน้าหม่นหมองจากเมื่อครู่ยังไม่หาย

“.........”


ญาติคนสุดท้ายของเกตุได้เดินจากไปแล้ว เหลือแต่เพียงคู่หมั้นคู่หมายผู้ยืนชิดกายเวลานี้ เขาสวมกอดเธอไว้ มองส่งสายตาสือความว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหน เกตุพลันรู้สึกถึงความสุขอันมากมายจากอ้อมกอดของเขา จริงตามที่พี่ไพรวัลย์พูดในความฝันเลย

อภิรักษ์รีบกรากมาดึงแขนกฤษณ์ออกไปจากที่ยังสวมกอดคู่หมั้นสาว

“คุณหนูผมขอตัวมาพูดกันตรงนี้ก่อน”อภิรักษ์ลากแขนมา ปล่อยคู่หมั้นใหม่ๆยืนกุมชายเสื้อมองตามตาละห้อย

“เมื่อกี้นายนั่นมันพูดอะไรกับคุณหนูถึงได้ยอม”

“คุณหาญศึกเธอน่าสงสารมากนะพี่อภิรักษ์”

“คุณหนู! ไปสงสารคนพรรค์นั่นทำไม!?เลิกสงสารคนเขาไปทั่วเถอะชีวิตคุณหนูจะยุ่งยากแล้วนะ”

คู่หมั้นของเกตุยิ้มน้อยๆมองตามหลังนายทหารมาดแมนคนนั่นอย่างปลาบปลื้ม

“ตอนนั้นคุณหาญศึกเธอยอมสารภาพความจริงออกมาแล้ว และยอมขอโทษน้อง ที่ใช้กำลังมาบังคับข่มขู่น้องในตอนแรก คุณหาญศึกเธอบอกว่าเรากำลังถูกทหารกะเหรี่ยงปิดล้อมเพราะเข้าใจผิดในตัวเธอกับลูกน้องทั้งสามว่าเป็นจารชนข้ามแดน จะมาจับตัว และเพื่อไม่ให้พวกเราต้องพลอยเดือดร้อนได้รับอันตรายไปด้วย คุณหาญศึกจะยอมออกไปมอบตัวกับทหารพวกนั้น ส่วนเกตุเธอจะฝากไว้ในความดูแลของน้องไปก่อน หากคุณหาญศึกรอดปลอดภัยกลับมาจะมารับน้องเกตุคืนนะ”

“ก็ไม่เห็นคุณหนูต้องเปลืองตัวไปรับหมั้นกับเด็กคนนี่ด้วยเลยนี้ รับดูแลไปอย่างเดียวก็ได้นี้”อภิรักษ์พูดอย่างเคืองไม่หาย

“น้องเกตุเป็นคนดื้อรั้นไม่ฟังคำ เธอจะต้องตามคุณหาญศึกไปด้วยแน่ๆ การหมั้นหมายจะทำให้เกตุยอมเชื่อฟังและอยู่กับน้องได้โดยไม่เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน แล้วยังมีเรื่องส่วนตัวอีกบ้างเรื่องที่น้องต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิดเพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวในคณะ คุณหาญศึกเค้าอธิบายอย่างนี่นะ”

“คุณหนูยอมเชื่อคนเจ้าเล่ห์นั้น เข้าไปได้ยังไง”หนุ่มใหญ่ยังหัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่หาย“หัดคิดสะบ้างสิครับคุณหนู พวกนี่มันมาเฟียมีสีนะ คุณสัณฑ์ เล่าอู คนของเราเกือบทั้งหมดไม่อยู่ อะไรมันจะบังเอิญและเข้าล๊อกมันไปได้ขนาดนั้น แล้วไอ้เว็ปแคมนั้นมันมาไวเหลือเกินนะ หากไม่ได้เตี้ยมกันไว้ก่อนแล้ว”

“น้องเชื่อว่าน้องตัดสินใจถูกต้องแล้ว”กฤษณ์ยืนยันความคิด

“หากเขาไม่กลับมา คุณหนูมิต้องแต่งงานกับเด็กนี่จริงๆรึ ป่านนี้ภาพข่าวการหมั้นหมายเมื่อกี่มันมิแพร่ไปทั่วโลกไซเบอร์แล้วเรอะ! คุณหนูกำลังถูกจับคลุมถุงชนอยู่นะ เข้าใจสะบ้างซี!”

กฤษณ์มิรู้ทุกข์ร้อนเพราะในใจสมยอมอยู่แล้ว

“ร้อยเอกนายทหารคนนี้ช่างเป็นพี่ชายที่เสียสละและทำเพื่อน้องสาวทุกอย่างได้จริงๆ องอาจสง่าฝ่าเผย แล้ว... ซ้ำ ยัง หล่อเหลามากด้วย น้องประทับใจในตัวเขาจริงๆ” มีแต่ประกายตาชื่นชมในความรู้สึก

คู่หมั้นสาวสวยเดินมาหา อภิรักษ์ผู้มีอารมณ์ฉุนเฉียวเดินเลี่ยงไปที่อื่นทันที

“พี่หมอคะ”

“จ้ะว่าไงคนสวยของพี่หมอ”

“เราเป็นคู่หมั้นกันแล้วใช่ไหมคะ แล้วคืนนี้น้องต้องนอนกับพี่หมอด้วย ไม่เข้าหอเร็วไปหน่อยหรือคะ?”

มีแต่ความรักความเอ็นดูปรากฏอยู่บนสีหน้า หมอกฤษณ์เอานิ้วจับคางเธอเล่น “เด็กโง่ เราจะเข้าหอกันจริงๆเมื่อเข้าพิธีแต่งงานกันก่อนนะจ๊ะ คืนนี้และต่อๆไปเราสองคนจะนอนในเต็นท์เดียวกันเท่านั้นนะ ห้ามคิดอะไรเลยเถิดอย่างอื่นเชียว”

เกตุเดินตามมายืนมิดเมี้ยน เนียมอายอยู่ตรงหน้า เชิ้ตซึ่งเธอสวมใส่มันเป็นของคู่หมั้นนั้นเอง ขยับมาเกาะแขนพี่หมอเช่นเคยแต่คราวนี้ในฐานะคู่หมั้นหมาย ลมเย็นสอดมาตีชายเสื้อจนเปิดพลิ้วไหว เธอร้องว้าย! กฤษณ์รีบใช้ตัวบังร่างให้ เอามือลูบปิดสะโพกอันงอนงามหมิ่นเหม่ต่อสายตานั้น ชะโงกหน้ามากระซิบข้างหูพูดอย่างเป็นห่วง

“เกตุจ๊ะน้องไม่ได้ใส่อะไร? ข้างในเลยเหรอ เป็นผู้หญิงจะต้องพึ่งรักษาสิ่งสงวนในร่างกายไว้ให้ดี อย่าให้ใครมาเห็นมาจับต้องได้รู้ไหม”เกตุหน้าแดงยืนเกร็งจนเนินอกอันไร้สิ่งห่อหุ้มข้างในดันนูน แสงจากกองไฟมันทำให้เห็นเค้าลางร่างอันอรชร สมส่วนวัยสาวเสื้อบางๆมิอาจปกป้องได้มากนัก แล้วเธอก็เหลือบขนตางอนยาว สองแก้มแดงสุกเหมือนลูกชมพู่มาที่คนพูดบ้าง

“ก็...ใครเมื่อตะกี้มาถอดเสื้อผ้าน้องจนเห็นอะไรๆไปหมดแล้ว แถมยัง...มา จับ สิ่งสงวนของน้องอีก”

คู่หมั้นหนุ่มสวยได้แต่ยืนอมยิ้มอยู่อย่างนั้น หญิงสาวเขินอายต่อสายตา เอามือดึงชายเสื้อปิดเป้า บิดไปบิดมา มือของหมอโอบสะโพกคู่หมั้นสาวเอาไว้แล้วเดินเคียงกันไป “เกตุจ๊ะเราเข้านอนกันเถอะอากาศข้างนอกมันเย็นรู้มั้ย”








Create Date : 30 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 13 มีนาคม 2553 11:44:43 น.
Counter : 1221 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีครับ พึ่งจะปรับปรุงบล็อกเสร็จเลยอยากคุยด้วย ถ้าใครเข้ามาแล้วได้บรรยากาศความรู้สึกแบบอินเดียๆคลาสสิกด้วยรูปเทพเจ้าของชาวฮินดู แล้วลก็ใช่เลย บล็อกผมเองเน้นนิยายเรื่องหมอเถื่อน ณ บ้านไพรเป็นหลักเพราะนิยายของผมจะมาในแนวๆนี่ละครับ เทพ มาร ผสมผสานไปกับโลกวิทยาศาสตร์
สุดท้ายเม้นต์มาพูดกันหน่อยนะเหงาเหลือเกินบล็อกของผมเนี๊ยะ
โดย: doctorwar วันที่: 7 ธันวาคม 2552 เวลา:12:54:17 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments