พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
9
10
11
12
13
15
17
18
19
20
22
24
25
27
28
29
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 16



“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

เสียงเอ็ดดังๆของชายในชุดขาว ที่อดรนทนไม่ได้กับการกระทำของนายสัณฑ์ โผ ลงไปเอาผ้าก็อซปิดปากแผลให้กับเชลยนายหนึ่ง ตาขุ่นเคืองของเขาที่หันมองสบมาถึงคนนั่น บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน เจ้าพวกทหารป่าเลยถือโอกาสขอความช่วยเหลือกันดังเอ็ดอึง ระส่ำกันไปหมด คนพื้นเมืองคนของนายสัณฑ์ถึงกับเข้าไปกระชากเสื้อลากคอออกมาเอาปืนจ่อหัวตะคอกให้หยุดดังๆ บ้างก็เตะถีบถ่องเจ้าพวกที่ดิ้นรนจนชุลมุน

“นายหมอ! อย่าเข้าไปใกล้พวกมัน!”

เล่าอูถึงกับตกใจร้องเสียงดัง ง้างพานท้ายปืนจะตีเจ้าคนที่หมอกำลังลงมือช่วย

“หยุดอยู่แค่นั่น! เล่าอูนี้เป็นคำสั่ง”กฤษณ์กระชากเสียง จ้องตาเขม็ง

เล่าอูถึงกับหน้าซีดชะงักปืนค้างเพราะนายหมอไม่เคยแสดงอาการดุเอ็ดเสียงดังเช่นนี้มาก่อน และถึงกับลงไปเอาตัวเข้าบังเข้าปกป้องคนพวกนั่นอีก

“แต่...พวกมันจะฆ่าพวกเรานะครับนาย”เสียงอ่อยลงทันที ลดด้ามปืนลง

“ไม่ต้อง ถึงแม้พวกเขาคิดจะกระทำจริงแต่เราก็ไม่ควรปฏิบัติอย่างไร้มนุษย์ธรรมเช่นนี้ ปล่อยมือจากพวกเขาซะ”คำสั่งชัดเจน พวกคนพื้นเมืองจึงปล่อยผละมือทันที

ลูกทีมพื้นเมืองทั้งหมดต่างเก็บปืนเข้าซองข้างลำตัวกันเสียงดังพรึบพับ ผู้ช่วยเต๊อะเก็บปืนเข้าซอง แล้วรีบรูดซิบกระเป๋าเสื้อกั๊กงัดเอาแอลกอฮอส์ล้างแผลออกมา คุณอภิรักษ์ส่งถุงมือแพทย์ให้อย่างรู้งาน กฤษณ์เอาผ้าสะอาดพยายามปิดกดบาดแผลเพื่อห้ามเลือด ที่หน้าผากทหารป่าร่างใหญ่นายหนึ่งโดยมิมีหวั่นเกรงอันตราย เจ้ายักษ์อาจจะจับหมอร่างบอบบางเป็นตัวประกันได้ทุกเมื่อ

ไม่มีใครคิดโต้แย้งเพราะคำสั่งของนายหมอคือประกาศิต แม้แต่นายสัณฑ์ที่นั่งหน้าบูดไม่พูดไม่จา การเคี้ยวบดกรามของเขาต้องหยุดชะงักค้างเพราะเหยื่อถูกชิงไปต่อหน้าต่อตาเลย

คุณหมอรีบเร่งมือและเรียกเครื่องมือทันที“บาดแผลลึกและกว้างกว่าสามนิ้วคนๆนี่มีอาการไข้ตัวร้อนด้วย เต๊อะเตรียมชุดเย็บแผลและ bupivacaineกับNsaid” พวกหมอที่พึ่งเกือบเป็นเกือบตายเมื่อครู่นี้รวมทั้งเนลอญและเต๊อะต่างเก็บอาวุธป้องกันตัวเข้าซองด้วยสีหน้านิ่งๆ แล้วรีบเปิดกระเป๋าล้วงหยิบเอายาและเครื่องมือตามสั่งมาวาง เป็นชุดเย็บแผลสด บนแผงผ้าพลาสติกครบครันสำหรับเย็บแผล คำสั่งเรียกเครื่องมือการประสานหยิบจับหมอ กฤษณ์ที่ยุ่งเป็นมือระวิง อยู่ท่ามกลางคนของเขา เพื่อห้ามเลือดช่วยเหลือให้กับคนที่คิดจะฆ่าพวกเขาเมื่อครู่

เกตุถึงกับมองหน้าพี่หมอสลับกับพี่หาญศึกอย่างต้องการคำตอบ“นี่มันอะไรกันค่ะ? พวกพี่ๆน้องงไปหมดแล้ว”เหตุการณ์มันพลิกเปลี่ยนแปรผันกันเร็วมาก เกตุถึงกับงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก พี่ชายร่างใหญ่ก็ให้คำตอบมากไม่ได้นอกจากดึงตัวออกมาจากวง

“เรานะอยู่เฉยๆก่อน ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พวกเราเป็นเพียงผู้ติดตามนะปล่อยให้พวกหมอๆเขาจัดการกันไปก่อน”

เกตุชี้นิ้วสั่นๆไปที่ทหารเชลยคนที่อยู่ใกล้สุด“แต่...พวกนี่มันจะฆ่าพวกเราเมื่อกี่นะ ทุกคนเกือบตาย แต่ทำไม?พี่หมอต้องไปช่วยพวกมันด้วย”เกตุยังขึงโกรธไม่หาย เอามือกอดอกบ่นหัวฟัดหัวเหวี่ยง

พี่ชายต้องดึงตัวยุ่งมายืนข้างตัวแล้วก้มบอกที่ข้างหูเบาๆ

“ทุกอย่างมันจบแล้วล่ะ พวกมันจะอยู่จะตายก็ขึ้นอยู่กับหมอกฤษณ์ ปล่อยให้พวกหมอเขาจัดการกันเองเถอะ”เอามือตบบ่าเธอเบาๆ และยิ้มอย่างโล่งอกก่อนดึงไหล่ออกมายืนดูอยู่วงนอกไม่ให้เกะกะการทำงานของหมอ กฤษณ์กับคนของเขา

หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มผู้มีผิวหน้าขาวสะอาด คุณหมอหนุ่มหล่อซึ่งเห็นโดดเด่นอยู่คนเดียวแล้วต้องยิ้ม จนหาญศึกยังรู้สึกผิดสังเกต“อ๋อ! น้องลืมไปเลยว่านี่เป็นคณะแพทย์อาสาอือม์ใช่ๆ”เธอเกลียริมฝีปากพยักหน้าหงึกกับคำตอบตรงหน้า พรางเอามือกุมหน้าอกหลับตาพริ้ม ก่อนสูดลมหายใจลึกๆเข้าทรวงอกก่อนปล่อยเฮ้อ! ออกมาอย่างโล่งใจซะทีหนึ่ง

“นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์ร้ายแรงเมื่อครู่ จะจบแบบเลือดนองซะอีก พี่หมอคนเดียวจัดการทุกอย่างได้เองทั้งหมด นายสัณฑ์ไม่ได้เป็นใหญ่ในคณะฯนี่ พี่หมอคนเดียวจัดการเจ้าคนนั่นได้ซะอยู่หมัดเลย”

พอหันขวับไปมองคนป่าเถื่อนที่ทำหน้าบึ้งๆ ในมือยังถือชิ้นเนื้อค้างไว้ ทำปากบู้ๆซึ่งเธอเพิ่งมาจับไต๋ได้เดี๋ยวนี้เองว่า มันคืออารมณ์บูดๆของคนหน้าตาย ต้องสยายยิ้มโชว์ฟันหัวเราะคิกๆจนอกกระเพื่อมเลียนแบบนายสัณฑ์อย่างสะใจเพราะนายนั่นถูกหักหน้า

“ไม่เอาน่าเกตุน้องอย่ายิ้มอย่างนั่นมันน่าเกลียด”

หาญศึกตบบ่าเข้าให้มือใหญ่ๆของเขาแม้เบาๆก็ทำเธอแทบไหล่ทรุด แล้วนายทหารก้เดินตรงไปที่กลุ่มของคุณหมอ

“ขออนุญาตครับคุณหมอ” หาญศึกลงไปเข่าจ้ำพื้นเคียงหมอกฤษณ์ที่กำลังสาละวนทำแผลให้ผู้บาดเจ็บอยู่

“ผมขอทำการตรวจค้นตัว คนพวกนี่ก่อนครับ เพราะอาจมีอาวุธซุกซ่อนไว้มันจะเป็นอันตรายกับพวกคุณได้”หาญศึกส่งแววตาและรอยยิ้มอย่างชื่นชมมา

หมอกฤษณ์หันมามองผู้กองค้างอยู่แวบหนึ่ง แล้วก็หน้าชื้นทันทียิ้มตอบรับกับคำขอของนายทหาร

“หมอไม่ได้นึกถึงข้อนี่จริงๆ เอาซิครับคุณหาญศึกรอบคอบจริงๆ”

“หลังหมอทำแผลให้พวกนี่เสร็จแล้ว ขอเป็นหน้าที่ของผม ทำการสอบสวนคนพวกนี่เอง ว่าทำไมพวกมันซึ่งเป็นทหารถึงลงมือโจมตีพวกเราด้วย มีสาเหตุอันใดกันแน่ถึงมาทำร้ายคณะแพทย์อาสาด้วย ต้องสอบกันให้ละเอียดเลยครับ ผมพอจะพูดภาษาพม่าได้บ้างแน่ใจว่าพูดกันได้รู้เรื่อง”

“เช่นนั่นก็ดีเลยซิครับผมเองก็ยังลำบากใจว่าจะทำยังไงต่อไปดี ทำตามที่เสนอนั้นเลยครับ คุณเป็นคนของคณะแพทย์อาสาแล้ว”หมอยิ้มพูดตอบ

นายทหารผู้มีบุคลิกองอาจเสมอในสายตาคุณหมอ รีบเรียกคนของตนมาช่วยค้นตัวทหารป่าผู้ต้องตกเป็นเชลยทันที

ความเครียดของหมอกฤษณ์ที่พลันหายไปในบัดดล นายทหารผู้ร่วมทางผู้เสนอหนทางแก้ปัญหาหนักๆได้ เพราะตัวหมอเองไม่สันทัศเรื่องพวกนี่นัก นายทหารสั่งให้พวกที่ถูกควบคุมตัวนอนคว่ำหน้า มือวางไขว้ประสานบนท้ายทอย หาญศึกพยักหน้าให้จ่าแจ๋ว และหมู่แม็กเริ่มตรวจค้นอาวุธ ยกเว้นคนเดียวที่หมอกฤษณ์กำลังเย็บแผลให้ซึ่งนอนหงายเอาผ้าปกหน้าโผล่มาเฉพาะที่ต้องเย็บ เสียงครางอ่อยๆของคนเจ็บที่สะดุ้งกับเข็มฉีดยา พวกลูกทีมพื้นเมืองต่างยืนทำหน้าเหี้ยม คุมเชิงอย่างกระวนกระวายอยู่ไม่ห่างและพร้อมจะชาร์จถึงตัวทันทีเพราะห่วงความปลอดภัยของนายหมอหากพวกนั่นคิดไม่ซื่อขึ้นมา

ชายบุคลิกนุ่มข้างตัวหมอกฤษณ์เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี“เจอหนักหน่อยนะครับคุณหาญศึก แค่วันแรกเท่านั่นเอง พวกคุณก็ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆติดๆกัน หวังว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ฝ่ายคุณคงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บนะครับ”

“ก็มีบ้างแต่เล้กน้อยไม่ต้องห่วงครับ”คนร่างใหญ่อย่างเขายังคงยิ้มได้เมื่อได้มาอยู่กลุ่มของหมอกฤษณ์ที่พูดจาภาษา คน ได้ดีกว่า

คุณอภิรักษ์สีหน้าของเขาไม่มีท่าทีตกใจอันใดกับเหตุการณ์หมอกฤษณ์ก็ไม่ได้แสดงความขลาดกลัวหรือระแวงอะไรออกมาเลยคนเจ็บก็คือคนเจ็บหมอหมอพร้อมจะทำหน้าที่อย่างไม่อิดเอื้อนแม้จะเป็นคนที่คิดจะฆ่าหมอเองก็ตาม

“กรี๊ด!! สุดยอดไปเลยพี่หมอรูปหล่อ เท่ห์สุดๆไปเลยย...”

เกตุแอบดอดโผเข้ามากอดแขนหมอกฤษณ์อีกข้างที่ว่างพลางกรี๊ดลั่นให้กับหมอโสมงามในวีรกรรมกล้าหาญ จนหมอทำสีหน้าเลิกลั่กทำอะไรไม่ถูก หล่อนเสียงดังจนทุกคนต้องสะดุ้ง หมอก็ยังลงเข็มเย็บแผลผิดอีก

หาญศึกรีบลุกไปคว้าเอวขอดของหล่อนเดินหิ้วลิ้วๆ จากทุกคนมานั่งบนขอนไม้ห่างออกไป จับตัวไว้ไม่ให้ไปยุ่งกับการทำหน้าที่ของพวกหมออีก

“แจ๋ว! เป็นจ่าแจ๋วจริงๆ เย้!”เกตุตบมือดังๆเพี๊ยะๆทั้งที่นั่งอยู่บนตักหาญศึกเสียงดังไม่เลิก

“เรามันตัวยุ่งจริงๆเขากำลังเครียดอยู่กันอยู่ไม่เห็นเรอะ เราไม่ใช่เด็กแล้วนะเลิกให้พี่มาคุมสะที”หาญศึกต้องกอดหล่อนไว้เอามืออุดปากตัวยุ่งแล้วหันมาพยักหน้าให้หมอกฤษณ์ทำหน้าที่ต่อ”

นายสัณฑ์ทำเสียงฮึ! เบียนหน้ากระเทิบตัวไปทางอื่นเสียอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นภาพๆนั้น รอบตัวลูกน้องก็ลุกหายย้ายไปยืนที่อื่นกันหมด เหลือแต่เล่าอูคนเดียวยืนทำหน้าเลิ่กลั่ก มีเสียงอึกๆอักๆในลำคอทำอะไรไม่ถูกเมื่อยืนอยู่กันฝ่ายนี่แค่สองคน เรื่องราวมันโอละพ่อและกลายเป็นว่านายทหารเป็นพระเอกของงานไป ทั้งทีเมื่อกี่ออกแรงรบแทบแย่

“อะอ้าว! นายจะไปไหนรอเล่าอูด้วย...”

อย่างไม่ทันมองนายสัณฑ์ก็จ้ำพรวดๆเดินหลิวๆออกไปแล้วเล่าอูรีบแล่นตาม

เกตุพอดิ้นลงจากตักหาญศึกเห็นเข้าก็ลุกลี้ลุกลนหันซ้ายหันขวาแล้วก็ก้มลงไปคว้ากิ่งไม้เล็กขึ้นมาได้อันหนึ่งก็ตวัดไม้ทำท่าไล่ทำเสียง

”ชิวๆๆ”

คนโดนไล่ที่เดินห่างไกลออกไปแล้วเอียงคอมาเห็นพอดีเธอก็ทำป้องปากพูดไม่มีเสียง ไม่มีใครเขาต้องการนายอีกแล้วคนโรคจิต ข้างฝ่ายหาญศึกถึงกับเอามือกุมขมับอับอายกับพฤติกรรมเด็กเถื่อนคนนี้ ก็ได้แต่ส่ายหัวละอากับเด็กนิสัยไม่ดีที่ชอบแต่จะหาเรื่องใส่ตัวไม่เว้นแต่ละวัน

“ฮึๆเมื่อกี่ฉันเห็นเป็นหมาดำตัวหนึ่งนั่งแทะเนื้ออยู่ตรงนี่ แต่ตอนนี้ฉันไล่มันเข้าป่าไปแล้วล่ะ”

กอดอกทำท่าเคร่งขรึม มือก็ยังกระดิกกิ่งไม้เล่นโอกาสแบบนี่เลยได้ทีขี่แพะไล่มันซะเลย

“พี่เกตุทำท่าอย่างนั่นมันไม่งามเลยนะครับ”โย่งติงมา

“เรื่องของฉัน”

“แล้วกันดิ โธ่!... ถ้าหากนายสัณฑ์เขาเกิดโกรธขึ้นมาเดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวกันอีกหรอก”

หล่อนเคืองทันที เหลือบตาคมปลาบเข้าใส่“หนวกหู! คนนิสัยไม่ดีแบบนั่นควรโดนซะบ้าง ชิชะๆ! พวกนายเองก็เหมือนกัน! จำตัวอย่างนายเคราดำคนนี้ให้ดีละกัน อย่าไปทำตามเลยละไม่งั้นโดน!” แววตาขุ่นแค้นของเธอที่กวาดมองทำเอานายโย่งสะดุ้งโหยงต้องแค่นเสียงหัวเราะแฮะๆ เอามือเกาหัวก่อนเบี่ยงถอยออกไป

“ฮะ! ลูกพี่ ต่อไปเราจะไม่ก่อกวนใคร ไม่โวยวายเอ็ดตะโล่ลั่นอีก จะอยู่ในโอวาสพี่ผู้กองแต่โดยดีครับ”อมยิ้มขำมองลูกพี่ นักเทควันโดสาวผู้มากอารมณ์ถึงกับสะบัดหน้างอน แล้วเหล่หางตามองพวกมัน เพราะเพิ่งรู้ตัวก็เสียทีไปแล้ว รีบแก้ลำให้ตัวเอง

“เซอะ! รู้ตัวก็ดีแล้ว พวกนายอย่าไปทำอย่างที่พูดล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันไม่สอนพวกนาย ฮึ!”

แม่ปูสอนลูกปูลูกน้องสามคนที่ถูกกิ่งไม้ชี้หน้ากราดจำใจรับอย่างหดหู่ก็ตัวอย่างที่ไม่ดีมันอยู่ไกลที่ไหนกันเล่า หล่อนสะบัดหน้าไปทางอื่นทำปากด่าหมุบหมิบอย่างไม่สบอารมณ์ ยังมีเรื่องอยากด่าอยากระบายอีกเยอะ ถ้า เจ้าพวกนี้รู้ว่าเธอโดนคนโรคจิตคนนี่มันกลั่นแกล้งมาขนาดไหนบ้างคงไม่พูดอย่างนี้หรอก ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นจนหายใจแรงอกกระเพื่อม



ผู้กองหันกลับเข้าไปช่วยลูกน้องของตนทำการตรวจค้นอาวุธในตัวเชลย และหันมาสนทนากับพวกคุณหมอที่ลงมือรักษาคนไป การเสนอตัวเข้าช่วยมันไม่มีอะไรมากไปกว่าการสร้างจิตวิทยาผูกมิตรสัมพันธ์ให้เกิดการยอมรับเป็นพวก จนหมอกฤษณ์หันมาเห็นแผงหลังของนายทหารเข้า

“อะไร?!กันคุณหาญศึกข้างหลังคุณมีบาดแผลนี้”

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณหมอ แผลแค่เฉี่ยวๆเอง”เขายิ้มให้ เอามือไขว้หลังลูบๆแล้วก้ต้องครางซีด...เป่าปาก

"ไม่ได้นะคุณนี้ก็”กฤษณ์มอบงานให้เต๊อะผู้ช่วย ลงมือเย็บแผลให้คนเจ็บต่อ

หมอกฤษณ์รีบขยับเข้าไปประชิดตัว ตรวจมองแผ่นหลังของหาญศึกที่มีรอยเสื้อฉีกขาดมีเลือดเปื้อนเป็นเส้นยาวกว่าฝ่ามือ

“เออ.แผลนี่...มัน”หาญศึกเพิ่งมารู้ตัวว่าหมอเข้ามาประชิดด้านหลังของเขาอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษคุณจริงๆครับ ไม่นึกว่าตัวคุณจะได้รับบาดเจ็บไปด้วย ผมไม่ทันได้สังเกตเลย คุณรู้สึกเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า”หมอพยายามดูแผลข้างในเสื้อคลุมหนาและสำรวจจับกดตามกล้ามเนื้อ กระดูก คนในคณะฯคนเดียวที่พบว่าได้รับบาดเจ็บ หาญศึกที่เพียงสั่นหน้าปฏิเสธว่าเขาไม่เป็นไร

“ไหนคุณถอดเสื้อออกก่อนนะครับผมจะดูแผลให้”

“แผลเจ็บแค่นิดหน่อยเอง ทีแรกก็กะจะให้ลูกน้องช่วยทายาแดงให้เท่านั้นก็พอครับ”

“ไม่ได้นะ คุณเสียเลือดด้วย ปล่อยไว้มันไม่ดีแผลมันจะอักเสบเอาได้นะ ให้หมอดูแผลให้เถอะ อย่าดื้อนะนี่คือคำสั่งของหมอ”

“เออ ฮะๆ ก็ได้ครับ”รู้สึกแปลกๆที่หมอหน้าเหมือนผู้หญิงคนนี้มาใกล้ๆเสียงตอบรับอย่างอัธยาศัยดีของนายทหารชายแดนผู้มีชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาตลอด

จู่ๆต้องมากลายเป็นคนเจ็บซะเองผู้กองมีท่าทีลังเลเหมือนจะเกรงใจอยู่นิดหนึ่ง แต่เมื่อหมอสั่งก็ยอมถอดเสื้อแต่โดยดี กับนายแพทย์ผู้มีดีกรีพื้นหลังเป็นถึงมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งของเมืองไทยผู้มาใช้ชีวิตอย่างง่ายๆสมรรถช่วยผู้คนตามแนวชายแดนนี้

หมอหนุ่มรูปสำอางเร่งมองสำรวจแผ่นหลังอันบึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้ามกฤษณ์ถึงกับจ้องตาลอย พุดออกมา

“รูปร่างดีจริงๆ”

เสียงเอ่ยลอยๆที่เหมือนจะหลุดปากของหมอกฤษณ์เมื่อเห็นร่างฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็นตันๆจนหาญศึกต้องหันมามองนายแพทย์หนุ่มคนนี่ด้วยแววตาฉงน

“อุ้ย!”

เสียงสะดุ้งตัวของหาญศึกเพราะนิ้วเย็นของหมอกฤษณ์มาสัมผัสโดนผิวหนังด้านหลังใกล้แผล

“ขอโทษนะครับทำให้คุณเจ็บหรือเปล่า”

“เออ...มะไม่เป็นไรครับคุณหมอ” เสียงพูดของผู้ชายนุ่มนิ่มที่เข้ามาชิดจนรู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอม หาญศึกมีสีหน้าฉงนมองค้างอยู่แวบหนึ่งกับท่าทีแปลกๆของคุณหมอคนนี่ ต้องหันมาหลับตาพยายามหายใจอย่างสงบปล่อยให้หมอดูแผลที่ข้างหลังไป

“อือ. อะไรกันนี่ แผลของคุณปิดจนชิดแล้ว และก็แห้งอย่างรวดเร็วแบบนี้ก็ไม่ต้องเย็บเพียงแค่ทายาฆ่าเชื่อก็พอ” รู้สึกถึงมือลูบไต่ไปตามแผงหลังอันกว้างใหญ่ของงตนกับกล้ามเนื้อเป็นตันๆ เพียงครู่ก็เอาสำลีชุบยา หาญศึกไม่มีท่าทีอะไรกับแอลกอฮอส์ที่แสบร้อนผิวหนัง ก่อนที่หมอจะเอาผ้าพันแผลพันรอบ แต่เพราะแผงอกล่ำสันจนต้องเอื้อมมือโอบส่งผ้าจากด้านหลัง ใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้แค่องคุลีพอหันคอไปเหลือบมองก็ต้องสะดุ้งกับหน้าขาวและดวงตากลมใส หน้าเกือบจะชนเข้าให้ หมอกฤษณ์มีท่าทีเขินอายเล็กน้อยขยับหน้าออกไป กิริยาละม้ายผู้หญิงของหมอกฤษณ์ทำเอาหาญศึกถึงกับเกิดสีหน้ากระอักกระอวลใจยังไงชอบกล

“เดี๋ยว หมอจะรีบพันแผลให้คุณหาญศึกต้องระวังไม่ให้แผลโดนน้ำนะครับ”

“เชิญ เชิญตามสบายครับคุณหมอ ทำให้เสร็จๆเลยครับ”

“งั้นหมอไม่เกรงใจละนะ อืม...ตรงนี้อีกนิด หนึ่ง ใช่”

หมอกฤษณ์มือเบามากและรีบพันผ้าให้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าขาวใส สะอาดสะอ้านไร้ริ้วรอย ผมยักโศกเป็นคลืนดำเงางาม ปากเล็กจมูกหน่อยและดวงตาโตมีประกายอยู่เป็นนิต เป็นดวงตาแบบเดียวกับน้องเกตุหากจะสวยกว่าด้วยซ้ำ เป็นผู้ชายที่มีใบหน้าสวยมาก ที่เขาลืมตัวมองอย่างเต็มตา หาญศึกต้องเขย่าหัวศีรษะแรงๆตำหนิตัวเองเพราะกำลังคิดอะไรฟุ้งซ่านไปเรื่อย หากจะคิดถึงวีรกรรมของหมอสำอางคนนี่แล้ว ความมีน้ำใจเอื้ออารีย์และความกรุณาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างมากมาย แม้แต่คนที่คิดจะฆ่าตัวหมอเอง น้ำใจอันงดงามนี่ที่สมควรได้รับการยกย่องสัญเสริญมากกว่าจะมาคิดอะไรอุตริว่าหมอเป็นอย่างอื่น

“นี่เนลอญเรารีบไปตรวจดูร่างกายของพวกเรานะหากใครบาดเจ็บให้รีบบอก”
กฤษณ์สั่งการ

“ครับนาย”

ผู้ช่วยเนลอญรับคำสั่ง กวักมือเรียกพลเป้สัมภาระมาสอบถามอาการ ทำให้
เกตุเร่งสำรวจตัวเองบ้าง แล้วเลยไปตรวจถามอาการของนายคง นายโย่งสองคนนี่ก็ส่ายหน้าฝายมือว่าไม่เป็นไร แล้วหล่อนก็ต้องตาโปนร้องด่าเอ็ดตะโลเพราะนายเดช คนตะกละซึ่งกำลังเขมือบอาหารของทุกคนอย่างตะกละตระกราม

เหลือเวลาอีกเพียงสิบนาที ก่อนการเดินทางแต่ละคนจึงรีบกินข้าวเติมพลังงานกันอย่างเร่งด่วน หมอกฤษณ์เพียงนั่งพักลงบนก้อนหินขนาดเก้าอี้โดยมีอภิรักษ์ช่วยเอาผ้าซับเหงื่อที่หน้าผากให้ ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนจากที่ต้องเดินหนัก หมดไปกับการรักษาคนเจ็บ

เกตุเดินตัวลีบเข้ามาหาหมอหนุ่ม “พี่หมอค่ะ เมื่อตะกี่...น้องต้องขอโทษด้วยคะน้องกวนพี่แท้ๆเลยพี่หาญศึกดุน้องใหญ่เลยตะกี้ ให้น้องมาขอโทษพี่หมอด้วยคะ”

พี่หมอ“อือหือ...อะไรหรือจ๊ะแค่นี่เองรึ พี่หมอไม่ได้สนใจหรอก มา มาใกล้ๆพี่มะ” กฤษณ์กวักมือให้นั่งลง เกตุลงไปนั่งคุกเข่าเกาะขาของเขา เงยหน้าส่งยิ้มหวานให้ เขาหยิบผ้ามาซับเหงื่อให้เธอบ้าง พูดชมอยู่ตลอดว่าเธอน่ารัก

“ไชโย!...พี่หมอไม่โกรธน้องแล้ว ดีใจจังเลย...”โผเข้ากอดเอวหมอสะเเน่น

หาญศึกรีบตามมาทันที“ไปกวนคุณหมออีกแล้วอยู่เฉยๆไม่เป็นเลยนะเด็กนี่”เขาส่ายหน้า แล้วก้มมองจับเวลาบนนาฬิกาข้อมือมันครบหนึ่งชั่วโมงถึงเวลาสิบสามนาฬิกา หันไปมองพวกคนพื้นเมืองที่ต่างลุกขึ้นจับเป้ขึ้นสะพายหลังอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่มีใครต้องบัญชา ตรงต่อเวลาและมีวินัยสูง ซึ่งคนเป็นทหารอาชีพอย่างหาญศึกถึงครุ่นคิดทันที คนพวกนี่เหมือนได้รับการฝึกมาอย่างดีผิดไปกับตอนแรกที่เห็นเป็นเพียงชาวบ้านป่าธรรมดา โดยเฉพาะกับการใช้อาวุธปืนสั้นอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้กลยุทธ์ซุ่มโจมตีศัตรูซึ่งมีกำลังอาวุธเหนือกว่า จนกำราบทหารที่ใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมได้ บ่งบอกว่าคนพวกนี่ล้วนเจนศึก แม้แต่นายเต๊อะกับเนลอญที่ดูจะสามัญที่สุด พอเวลาคับขันกลับเยือกเย็นและแกร่งพอตัว สภาพคนของหมอกฤษณ์โดยสรุปจึงเหมือนกองกำลังติดอาวุธหรือพวกการ์ดคุ้มกันให้กับพวกบุคคลสำคัญมากกว่า





หลังพยาบาลให้พวกทหารป่าสร็จนายทหารไทยรีบทำการสวบสวนทันทีกับเชลยที่บังอาจคิดปองร้าย แต่ผลนั่นไม่อาจจะได้อะไรจากปากคนที่คิดแต่จะเอาชีวิตรอดถ่ายเดียว มีแต่คำแก้ตัวเพ้อเจ้อ ซึ้งนายทหารอย่างหาญศึกและจ่าต่างก็เดาออก แล้วทางเลือกมันมีอยู่แค่สองทางเท่านั้น คือถ้าไม่ฆ่าให้ตายก็คงต้องปล่อยตัวไปซึ่งต่อหน้าหมอเลือกข้อแรกไม่ได้แน่

“เฮ้!ไอ้คงไอ้เดชดูเจ้าพวกนี่สิฉันจำได้แล้ว!”โย่งชี้หน้าเจ้าคนหนึ่งที่ทำท่าลุกลนหลบหน้า

“ไอ้นี่เอง... แล้วก็อีกหลายคนเลยฉันจำได้แล้ว มันคือพวกที่เราอัดสลบในตลาดชุมสิงเมื่อแรกวันมาถึงไง”

“หนอย!... คิดจะมาแก้แค้นเรอะไม่มีทางว่ะ”นายคงที่ยืนกอดอกยักท่ามองเยาะเย้ยอย่างผู้มีชัยโดยเฉพาะเจ้าคนที่มีแผลเย็บมันคือเจ้ายักษ์ที่โดนเกตุคว่ำหน้าแหกมาแล้วนั้นเอง

“ไอ้นี่ตามันอาฆาตวะเชือดมันเลยมัยว่ะไอ้โย่ง”คงทำนิ้วเชือดคอตนเองบุ้ยปากไปยังเจ้าตัวใหญ่สุดหัวหน้าของพวกมันที่จ้องตาอาฆาตออกมา

“ทิ้งพวกมันไว้ตรงนี่เถอะครับ ส่วนเรื่องอาวุธผมคงต้องขอยึดเอาไว้เพื่อประกันความปลอดภัยของพวกเราไว้ก่อน”

หาญศึกก้มตัวลงไปคว้าเป้สนามของตนขึ้นบ่าไม่สนใจเรื่องหยุ่มหยิมของพวกเด็กๆ

หมอกฤษณ์ที่ยังไม่วายห่วงเน้นย้ำให้ทหารป่าคนหนึ่งที่ให้กินยาตามที่สั่งไว้ก่อนจะมาสั่งความกับหาญศึก“ทิ้งสัมภาระที่จำเป็นให้พวกเขาด้วยนะครับ”

“ครับผม”นายทหารต้องตอบอย่างสำรวม



คณะแพทย์อาสาออกเดินทางในภาคบ่ายโดยปล่อยทิ้งเรื่องหนักๆไว้เบื้องหลังรวมทั้งเจ้าพวกทหารป่ากลุ่มนั้น ด้วยปณิธานความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของหมอ กฤษณ์พวกมันจึงเพียงถูกปลดอาวุธเท่านั้นกลุ่มของหาญศึกที่เดินล้าหลังสุดโดยไม่มีเล่าอูตามประกบหลัง เกตุรีบวิ่งฮ้อตามให้ทันหมอกฤษณ์ กับรุ่นน้องทั้งสามที่เดินทอดน่องเพราะกินไม่อิ่มพักไม่พอสำหรับพักเที่ยงนี้ เมี่ยงมองหาผลไม้ข้างทางไปเรื่อยแต่ก็ยังเดินนำกลุ่มของหาญศึกในระยะห่างพอสมควร

“นายครับ”

เสียงเรียกขรึมๆของทองปาทันทีที่โผล่พรวดออกจากพุ่มไม้ริมทางเข้ามาสมทบกับกลุ่ม เขาคนที่หายไปตั้งแต่การปะทะกันเกิดขึ้นและพึ่งจะโผล่เข้าร่วมขบวนก็ตอนนี่เอง

“เป็นยังไงได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง”

ผู้กองดูไม่ได้แสดงท่าทีตกใจอันใดกับการกลับเข้ามาในลักษณะนี้ของพวกเสือพราน ชายร่างเล็กแต่ใบหน้าหยาบกร้านเหลืองซีดดูเหี้ยมๆ คนๆเดียวที่อ่านรหัสของพวกนายสัณฑ์ออก และสามารถพรางตัวติดตามพวกลูกทีมพื้นเมืองดูเหตุการณ์ได้อย่างกระชันชิด

“ตายไปสี่ศพครับนาย”หาญศึกถึงกับสะดุดกับรายงานหันหน้ามามองทองปา

“ก็คิดแล้วเชียวว่ายิงกันขนาดนั้นไม่มีใครตายได้ไงเอ้า! รายงานต่อไปชิ”

“ผมเห็นพวกนายสัณฑ์มันได้ลากเอาศพไปซุกซ่อนไว้ในป่าห่างที่พักออกไปดูท่าพวกมันจะร้อนรนมากรีบอำพรางศพไว้แต่ก็มีพวกที่หลบหนีรอดไปได้ ไอ้พวกนั้นมันมีอาวุธหนักยังมีพิษสงอยู่นะครับ”นายทหารอย่างหาญศึกไม่ได้ใส่ใจกับพวกที่หนีไปมากนักแต่ที่หนักใจคือพฤติกรรมไม่เป็นมิตรของไอ้เคราดำที่กำลังคุกครามพวกเขาอยู่ลับๆ

“แล้วนายได้ตรวจดูศพรึเปล่าแล้วสภาพเป็นยังไงบ้างว่ามาให้ชัดเจนชิ”ผู้กองถาม

“ถูกกระสุนลูกโดดเข้ากลางอกสองศพและกระสุนปืนสั้นอีกสองศพเป็นกระสุนชนิดยิงสั่งตายนัดเดียวจอดเลยครับ”

“งั้นเรอะ อย่างนี้ก็แสดงว่ามันจะฆ่าให้หมดเสียแต่แรกก็ได้ แต่ แล้วทำไม?ไอ้เคราดำมันถึงจับเป็นออกมาตั้งหกคน ทั้งที่มันก็น่าจะรู้ว่าต่อหน้าหมอกฤษณ์ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ หมอคงไม่ยอมให้ฆ่าใครต่อหน้าได้ แล้วที่จับมาเพื่ออะไรแน่...”

คิ้วขมวดจนชนกันของนายทหารสิ่งที่เขาคิดวิเคราะห์ ลูกโดดต้องเป็นจากปืนของเล่าอูแน่เจ้าคนขี้เหล้านี่ซ่อนคมได้พอๆ กับนายของมันเลยแค่คิดหาญศึกก็แทบกัดฟันกรอด

“นายทหารครับพวกที่ถูกจับได้โดนกับดักบ่วงบาศ เชือกเถาวัลย์ถูกโยงกับกิ่งไม้ใหญ่พอมันรวบคนขึ้นไปห้อยต่องแต่งกิ่งไม้มันก็โยนตัวสั่นไหวเลยเป็นสัญญาณให้นายสัณฑ์กับคนของมันรู้ตัวและออกไปดักทางรับมือได้ก่อน รอบๆที่พักเมื่อครู่ผมตรวจจนทั่วแล้วมันเต็มไปด้วยกับดักทั้งนั้นเลยครับ”

“งั้นก็หมายความว่าเจ้าเคราดำนั้นจงใจเลือกเอาที่นี้มาแต่แรกซินะ มัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

หรือว่าไอ้เคราดำมันคิดจะเอาพวกที่จับได้มาข่มเรา”ประโยคความความเห็นสั้นๆของจ่าทำเอานายทหารเดือดดาลขึ้นมาทันที

“ไอ้บัดซบ! มันรู้แต่แรกแล้ว ยังแกล้งเอาเราเป็นเหยื่อล่อในกับดักของมันอีกเรอะ!”อารมณ์เกรี้ยวกราดยังไม่หายเป็นชายชาติทหารผ่านการรบหนักเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาก็หลายครั้งแต่ยังไม่เคยต้องเสียท่าขนาดนี้ พอรู้ตนเองต้องกลายเป็นหมากในกระดานให้คนอื่นเลือกควบคุม มันเหมือนหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ

“ใจเย็นๆก่อนเถอะครับผู้กอง เราจะขืนบุ่มบ่ามกับเจ้าคนนั่นยังไม่ได้หรอกครับต่อให้มันคิดร้ายกับเราจริง เวลานี้เราคงต้องทนมันไปก่อนหากเราสำเร็จเป้าหมายที่วางไว้ และสืบรู้ว่ามันคือเสือดำโจรขนยาเสพติดจริงถึงตอนนั่นผมจะไม่ห้ามผู้กองเลย”

จ่าตาลุกวาวหันไปยังเจ้าคนนั้น

น้อยครั้งนักที่จะเห็นจ่าแจ๋วมีอารมณ์โกรธ เพราะคนที่เกือบตกเป็นเหยือกระสุนไปด้วยมีผู้หญิงกับหมอที่ไม่น่าถูกดึงให้ต้องอันตรายเลย ทั้งหุ่นและใบหน้าเหี้ยมๆของจ่ายามนี้ หากแม้นสวมชุดโจงกระเบนผ้านุ่งสีแดงสวมเครื่องทองและมงกุฎมีเขา ก้าวเดินมาพร้อมด้วยไม้เท้าหัวกะโหลกแล้วนั่นจ่าก็คือท้าวพญายมดีๆนี้เอง



เสียงใบไม้ที่หล่นกริบเดียวหาญศึกเหลือบตาคมจ้อง ป่าข้างทางที่รกครึ้มมีเพียงแสงลอดลงมาจุดพราวบนพื้นดิน มีร่างดำๆที่เคลื่อนไหวผ่านแสงนั่นอย่างรวดเร็วและเบากว่าเสียงใบไม้หล่น แว่นดำอันสะท้อนแสงคมวาวเพียงแว๊บสองจุดยามที่มันหันมาทีการสะกดตามที่ส่อเจตนาร้าย เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวมันจึงแล่นขึ้นหน้าเปิดเผยตัว คนที่พวกเขากำลังพูดถึงนายสัณฑ์ที่โผล่พรวดจากพงรกข้างทางมาปรากฏเด่นชัดตรงหน้ายืนยิ้มแยกเขี้ยวหัวร่อคิกๆ ตามประสาน่าเกลียดของมัน แล้วทุกคนต้องแปลกใจคือผ้าผืนหนึ่งที่ถือไว้ในมือก่อนจะวางผ้านั้นบนยอดหญ้าอย่างเรียบร้อยและเดินจากไปทันที

“ทองปา!...รู้แล้วใช่ไหมว่านั้นหมวกของใคร”

“คะครับนาย” ทหารพรานอาชีพที่รีบคล่ำบนศีรษะที่ว่างเปล่า หมวกไหมพรมของเขาหายไปและต้องหน้าเสียทันทีเพราะหมวกถูกฉกฉวยไปจากศีรษะหากศัตรูจะเฉือดคอเขาคงตายไปแล้ว

“มันหยามเราเห็นๆไอ้เจ้านี้มัน...”

จ่ากำกำปั่นแน่น เส้นเอ็นปูดโปนแต่ก็ยังยืนขวางลำผู้กองกันการปะทะที่อีกฝ่ายยิ่งทียิ่งท้าทาย หมู่แม็กที่กลืนน้ำลายลงคออย่างเสียวๆกับเจ้าคนที่น่ากลัวเหมือนสัตว์ป่าคนนี้ ทหารพรานอย่างทองปายิ่งเสียหน้าเพราะถูกหยามอย่างแรง มือกุมด้ามมีดกรูข่าที่ข้างเอวแน่นมองอย่างอาฆาตกับคนที่ประกาศการตัวเป็นศัตรูอย่างชัดเจน



“พี่หมอคะ รอน้องด้วย! เกตุเธอรีบจ้ำอ้าววิ่งแซงคนอื่นๆทันทีตามเกตุที่เหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับพี่หมอตั้งเยอะแยะหากแต่ยังไม่มีโอกาส

หมอกฤษณ์เหลี่ยวหลังหันมามอง

“ทางมันชันนะครับระวังตัวด้วย” กฤษณ์รีบเตือนทันที ไม่ทันจะหลุดปากหญิงสาวก็ทำท่าจะเซหน้าเซหลังเกือบจะหกล้มต่อหน้าพี่หมอเข้าให้แล้ว

“ใจเย็นๆครับเดินเส้นทางนี้ต้องระวัง” พี่หมอรีบคว้าแขนและรวบตัวเธอเอาไว้ได้ทัน

“เกาะแขนพี่ไว้นะแล้วเราค่อยเดินไปด้วยกัน”

เธอมองมือที่เขาส่งให้ตาแป๋วพลันมีประกายสดใส รีบเกาะแขนเขาตอบรับโดยไวพลางกล่าวขอบคุณ ระดับนักเทควันโดทีมชาติเธอไม่ใช่หญิงอ่อนบางมือเท้าอ่อนแต่เพราะมาอยู่ใกล้พี่หมอเลยเกิดอาการประหม่าจนเกือบจะห้าแต้มเข้าให้แล้ว

“เมื่อกี้พี่หมอเท่ไปเลยนะสามารถหยุดคนใจร้ายนั้นได้”

“มันไม่มีอะไรหรอกจ๊ะคุณสัณฑ์เธอทำไปแค่ขู่เพื่อจะสอบสวนเท่านั้นแต่พี่หมอเห็นคนเจ็บแล้วทนไม่ได้เลยต้องไปขัดเธอเข้า”

“แหม! อีกแล้วนะปกป้องอีตาเคราดำนั้นอีกแล้วทุก ที...เลย”เกตุตัดพ้อกึ่งหยอกเล่น หมอกฤษณ์แค่เพียงยิ้มด้วยมุมปากอย่างอ่อนโยนเช่นเคยรับฟังหญิงสาวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“แล้วนี่...เราจะไปถึงเขาหงส์ที่หมายเมื่อไหร่ค่ะพี่หมอ”

“อีกไม่เกินวันที่สี่จ๊ะ พี่มั่นใจว่าเณรกานต์กับหลวงปู่รูปนั่นยังปักกลศอยู่ในละแวกเขาหงส์ที่นี้น้องก็จะได้พบกับน้องชายเสียที”

“ขอบคุณพี่หมอมากคะที่ให้กำลังใจ”

เกตุยิ้มละไมอย่างอบอุ่น กอดแขนหมอกฤษณ์ก้าวเดินไปด้วยกัน พอนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่รู้ว่าน้องที่บวชเป็นเณรได้ธุดงค์หายไป เธอต้องเสี่ยงตามหาชนิดยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างหลัง แต่เหตุที่เกิดขึ้นมันทำให้เธอได้เห็นถึงน้ำใจคน พี่หาญศึกที่ยอมแม้ชีวิตของตนปกป้องเธอเอาไว้ ลุงจ่าที่ยังใจดีเสมอมา แม้รุ่นน้องสามคนที่ฟูมฟักจากเด็กมีปัญหาจนได้กลายเป็นนักกีฬาทีมชาติก็พิสูจน์แล้วว่าจะไม่ยอมทิ้งกันยามเกิดปัญหา และที่สำคัญได้มาพบกับคนใจดีอย่างพี่หมอ เวลานี่กลางป่าใหญ่ที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งบนผืนโลก หญิงสาวไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลยเพราะอยู่ท่ามกลางมิตรแท้เท่าที่เธอมีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้

“เฮ้! พวกแกดูยัยม้าดีดนั้นซิ”

นายคงทำหน้ายี้ๆชี้นิ้วเหยง คือพวกสามเกลอที่เดินตามมาห่างๆคอยมองสอดคนคู่หน้า

“ไม่รู้ไปเกาะแกะอะไรหมอกฤษณ์อีก พี่แกนี้ทั้งปีไม่เห็นสนใจผู้ชายคนไหนแค่มาเจอหมอเข้าหน่อยทำเป็นระริก เฮ้อ! ไม่รู้ทำไมพวกสาวๆถึงชอบผู้ชายหน้าหวานด้วยก็ไม่รู้ในเมืองก็เจออยู่ถมเถ เบื่อจริงๆ พี่ผู้กองของพวกเราหล่อเท่มาดแมนกว่าตั้งเยอะไม่เห็นจะ...”

“ใช่ๆ” เดชที่รีบสนับสนุนเสียงนายคง กำหมัดสีหน้าระรื่นเพราะเขานึกชื่นชมในความเทห์และองอาจของนายทหารมากกว่า

“พี่หาญศึกเขาเองก็ไม่เห็นมีท่าทีอะไรออกมานี้ แกคงเห็นความเป็นสาวในตัวหมอ กฤษณ์เลยไม่ได้หึ่งหวงสะมากกว่าว่ะ ไม่ต้องห่วงไปหรอก” โย่งที่ปรี่เข้ามาตบก้นเพื่อนเดชดังป๊าป! อารมณ์คะนองปากของทั้งสามคนเริ่มกลับมาแล้ว

เสียงอันดังเจือยแจ้ว สดใสของหญิงสาวที่กำลังเกาะแจหมอหนุ่ม กระตุ้นอารมณ์หมั่นไส้ของใครบางคนเบื้องหลังและมันกำลังสาวเท้าอย่างรวดเร็วไล่ตามมาหมายทำอย่างหนึ่ง

“ตึกๆๆๆ”

“กรี๊ด!!”

เสียงฝีเท้าหนักๆอันเร่งตามไล่หลังมาและเพียงไม่กี่วูบ เป็นนายสัณฑ์ที่เดินเฉี่ยวจนเกตุไหล่กระตุก สะดุ้งร้องกรี๊ดลั่นแข้งขวาดีดผึงออกไปทันทีแต่ไม่ทันเพราะอีกคนก้าวขายาวๆซวบๆทิ้งห่างไปแล้ว

“นะนายนี้มัน!...”

คนโดนแกล้งต้องยืนคอแข็ง ตาจ้องตามเขม็ง กระทืบเท้าดิ้นเร้าๆ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะจับจุดผู้หญิงขวัญอ่อนได้เลยคอยตอดทุกจังหวะและโอกาสไป

“ฮึ่มๆ นาย...”

ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันปากบ่นด่าอยู่ฟอดแฟด ยกเว้นก็แต่เจ้าคู่ปรับตัวฉกาจคนนี่แหละ หนี้แค้นเก่ายังชำระไม่หมดเจ้าคนโรคจิตก็จ้องคอยแหย่โทสะมันได้ทุกที

“อย่าไปสนใจเขาเลยนะเขาคงไม่ได้ตั้งใจ” เสียงทุ่มนุ่มๆของคนที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ชายในฝันของผู้หญิงหลายคนซึ่งกระซิบแผ่วหวานที่ข้างหูกุมมือกระฉับให้เธอคลายอารมณ์ลง

“คะค่ะพี่หมอเออ.คือ...น้องก็ไม่ได้โกรธอะไรนี่คะ”เกตุพยายามปั่นหน้ายิ้ม

“ต้องอย่างนี้ซิถึงจะเป็นสาวน้อยที่น่ารักของพี่หมอ งั้นเรารีบเดินตามพวกเขาไปเถอะ คุณสัณฑ์เดินทันเล่าอูไปถึงโน่น...แล้วเค้าคงจะเร่งให้ทำเวลาน่ะ พวกเราก็ต้องลงจากเขาให้เร็วที่สุดให้ถึงจุดพักตั้งเต็นท์ก่อนเวลาสี่โมงเย็นเพราะบนเขานี้อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์”เกตุต้องยิ้มอายๆ พับตาลงเพราะหมอคงเตือนว่าเธอเดินถ่วงจนพรรคพวกต้องช้าไปด้วยเลย


ทางลาดชันลงบนขุนเขาใหญ่แห่งเทือกเขาถนนธงชัยด้านฝังพม่า คนยี่สิบสามคนที่ค่อยๆไต่เดินเรียงแถวผ่านช่วงยากลำบากอีกครั้ง ขบวนที่ไปอย่างสงบมีแต่เสียงสวบสาบของฝีเท้าอันรีบเร่ง เป็นระยะที่ได้ยินเสียงฟันไม้เปิดทางของคู่นายสัณฑ์กับเล่าอูนำหน้าไปเป็นระยะ ความเงียบเหงาอ้างว้างแห่งป่าใหญ่จะมีก็แต่เสียงอันดังกังวานใสของหญิงสาวและเสียงตอบอันนุ่มนวล หนุ่มหล่อสาวสวยคู่หนึ่งที่ประคองกันเดิน

สองมือประสาน ตัวต่อตัวแนบชิดและหันหน้าออกข้าง ประคับประคองกันและกันเพื่อผจญกับแรงดึงดูดของโลกเพราะหากพลาดก็มีสิทธิ์กลิ้งทีเดียวถึงตีนเขา“นี่ๆ พี่หมอน้องจะบอกอะไรให้นะ ว่าน้องชายของน้องนะหล่อมากเลยนะรูปร่างท่าทางคล้ายพี่หมอมักมาก...เลยล่ะ นี่!... เค้าหล่อมากเลยนา คิๆ”เด็กสาวที่พอนึกอะไรขึ้นได้หันมาสบตาคุยจ้อเสียงเจือยแจ้วทันที

“จะจ๊ะแต่น้องต้องหันมองข้างหน้าก่อนนะ”

*bupivacaine การฉีดยาชาเฉพาะที่*
*Nsaid ยาแก้การอักเสบ*




Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2553 22:12:29 น.
Counter : 482 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments