มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 33 จบภาค


ในเช้าของวันอากาศสดใส แผ่นฟ้าเปิดโล่ง หลังผ่านช่วงพายุร้ายแรงมาจากเมื่อคืน เมฆขาวแปรเป็นคลื่นด้านทิศตะวันออก รับสะท้อนกับแสงทองของพระอาทิตย์ แดดอ่อนส่องลงมายังลานหน้าถ้ำ ให้ทุกกิจกรรมของทุกผู้คนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

วันที่สองของการเดินทาง คณะแพทย์อาสา ได้ปักหลักให้ความช่วยเหลือ แก่เหล่าทหารหาญชาวกะเหรี่ยง อันได้รับบาดเจ็บจากสงครามการสู้รบ และยังมีบางคน ซึ่งมีอาการเจ็บป่วยไข้จากโรคติดต่อในป่าเขตร้อน อยู่ ณ ลานปากถ้ำจากเมื่อคืนวานนั้นเอง

คุณหมอผู้มีดีกรีจบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา ยังคงง่วนอยู่กับคนไข้ของเขา โดยมีเหล่าผู้ช่วยหรือบุรุษพยาบาลซึ่งส่วนใหญ่ ล้วนมีอดีตเป็นทหารเสนารักษ์ ผ่านสงครามมาก่อน มีประสบการณ์ช่วยเหลือคนเจ็บจากการสู้รบมาพอสมควร เป็นความฉลาดของหัวหน้าคณะฯที่เลือกพวกเขามา ต่างคนต่างกระจายกันไปดูแล เตียงสนามแบบพับได้ อันติดเป้หลังของพวกเขาถูกนำมาใช้ทันที คนเจ็บ คนป่วยนอนเรียงรายกันอยู่ทั่วลาน

หมอกฤษณ์ กำลังลงมือเย็บแผลให้กับบะลู หลังฝ่าเอาหัวกระสุนออก กล้ามเนื้อใหญ่หนา ราวกับกระทิงป่าของมัน ทำให้กระสุนเจาะได้ เเค่ชั้นกล้ามเนื้อไม่เป็นอันตรายมากนัก พันโทพสิม นั่งอยู่เคียง ดูอาการของน้องชายด้วยอาการสงบ สองพี่น้องดูจะสงบเสงี่ยมมาก เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณหมอร่างเล็ก จนคนอื่นแม้ลูกน้องเห็น ยังอดแปลกใจไม่ได้

“เอาละ เย็บเผลเสร็จแล้ว คุณบะลูเก่งมากเลยนะ ไม่ร้องสักแอะเลย ขอหมอฉีดยาแก้อักเสบอีกทีหนึ่งนะ เจ็บจี๊ดเดียวก็เป็นอันเสร็จ ช่วยถลกกางเกงให้ด้วยนะ”

พอได้ยินคำว่าให้ถอดกางเกง บะลูดูชะงักไปนิด อ้าปากค้างร้องเออ เออในช่องปาก จนพี่ชายต้องรีบเตือน หมอยิ้มอย่างเอ็นดู รีบบอกว่าถลกลงนิดเดียว ไม่ต้องเปิดก้น เจ้ายักษ์คิ้วตก ยิ้มส่งเสียงแหะๆ ก่อนรีบตอบ

“ครับๆ เชิญลงมือเลยครับ”
เจ้ากระทิงป่าลงไปนอนคว่ำกับเตียงสนาม ปลดกางเกงเลือนลง แอบจั๊กกะเดียมเล็กน้อย เมื่อมีมือเล็กมาแตะ ความเหี้ยมหาญของมันหมดไปนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อเห็น ดวงตาสีฟ้างามคู่นั้น
“คุณหมอ ผมไม่เจ็บเลยจริงๆครับ เชิญฉีดเลยครับ”
“งั้น หมอจิ้มเข็มละนะ”
ริมฝีปากเจือยิ้มเล็กน้อย ก่อนไสเข็มเข้าที่สะโพก

เสียงพูดโอ้โลมอ่อนหวาน ของหมอขนตางอน จนคนไข้เกิดอาการพิพักพิพ่วนใจชอบกล ยิ้มหัวร่อแฮ่ๆ แอบชำเลืองมองใบหน้าสวยนั่น ทั้งที่ยังเจ็บจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม อภิรักษ์นั่งจ้องมา มองเจ้าทหารร่างยักษ์ผู้มีอาการเขินอาย ดูหน้าตามันน่าเกลียดพิลึกเลยรีบส่งยากินประเภทแก้ไข้แก้อักเสบยัดใส่มือให้ไป เจ้ากระทิงป่ายังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม ไม่ต้องการให้หมอเติมน้ำเกลือเข้าเส้น เหมือนทหารกะเหรี่ยง เพราะยังห่วงเหลี่ยมเชิงอยู่มาก

พอเสร็จจากคนไข้ฉุกเฉิน หมอกฤษณ์จะไปดูคนไข้อื่นต่อ แต่ก็ถูกคู่หมั้นสาวโผเข้ามาเกาะกอดข้างหลังไว้ ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหาร ที่ฉงนสนเท่ห์ต่ออาการของสาวสวยคนนี้

“หือม์ เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะ มากอดพี่ทำไม”
หันมาแกะมือคู่หมั้นสาวจอมอ้อนออก มองใบหน้าอันเปื้อนน้ำตา
“เราเป็นคนขี้แยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ก็พี่หมอใจร้าย! ไม่ยอมสนใจน้องเลยนี่!”หล่อนกระเง้ากระงอดเสียงดังเอาเสียยกใหญ่

ดวงตาสีฟ้าเหมือนจะยิ้มได้อยู่ตลอดเวลา มองคนรักอย่างอ่อนโยนเช่นเคย
“เกิดอะไรขึ้นอีก พี่หมอไปทำอะไรให้น้องไม่พอใจอีกละหือ”
“ก็น้องกลัว...”
เสียงสั่นเครือ น้ำใสๆจากดวงตากลมโต จนคู่หมั้นหนุ่มต้องใช้นิ้วไล้เช็ดให้ ชายผู้มีดวงเนตรงามอันน่าหลงใหล เร่งสำรวจ

“กลัวอะไร”
“ก็กลัวพี่หมอจะตายนะสิ! ถามได้!”ร่างน้อยยิ่งเข้าสวมกอดกระชับ ตัวสั่นเทา“น้องกลัวมากรู้มั้ย เมื่อตะกี้ มองจากข้างหลัง นึกว่าพี่หมอจะถูกตาลุงหนวดปลาดุกคนนั่นยิงตายสะแล้ว แต่พอรอดมาได้ พี่หมอก็ใจร้ายไม่สนใจคนข้างหลังอีก มัวแต่ไปสนใจคนเจ็บอย่างเดียวเลย”

เขาสั่นหน้าน้อยๆยิ้มอยู่เช่นนั่น

“โถ... ที่แท้ลืมปลอบขวัญเด็กขี้เเยของพี่หมอนี่เอง”

“พี่หมออย่าทำอย่างนี่อีกนะ!! น้องโกรธจริงๆด้วย!!”

คลอเคลียคนรักไม่ยอมให้ห่างกาย หลังพยายามเข้าใกล้คนรักเสียนาน เส้นผมอันดำขลับของเธอเริ่มยาวก่อเป็นลอน เสริมเค้าหน้าสวยหวาน ร่างเพรียวบาง สมส่วนเหมือนดอกกุหลาบแรกแย้ม แต่เป็นดอกไม้อันมีหนามแหลม โดยเฉพาะดวงตาแข็งกร้าว เฉียบคมดูจะร้ายกาจเอาเรื่องทีเดียว หากใครคิดจะมารังแก สร้างความสนใจในสายตาหมู่ทหารเป็นอย่างยิ่ง ว่าเธอคนนี่เป็นใคร เล่าอูเห็นดังนั้นเริ่มป่าวประกาศด้วยความภูมิใจทันที

“พวกเอ็งทั้งหมด จงดูให้เต็มตา ผู้หญิงคนนี่แหละ คือภรรยาของนายหมอ เธอจะมาเป็นนายหญิงของพวกเราทุกคน นายหมอของพวกข้าไม่ใช่กะเทยนะโว้ย ตอนนี้มีเมียแล้วด้วย ถ้าพวกเอ็งเข้าใจอะไรผิดๆไปจากตะก่อนละก็ จงมองเสียใหม่ และจงบอกกล่าวต่อๆกันไปด้วย ว่านายหมอของพวกข้าเป็นชายแท้”จอมโวถือโอกาสคุยเขือง

มีเสียงฮือฮาอืออึงจากพวกทหาร แต่ละคนต่างชมมาเสียงเดียวกัน ว่าทั้งคู่หล่อสวยสมกัน ราวกับเทพบุตรเทพธิดา เล่าอูประกาศไปในภาษากะเหรี่ยงทำให้หญิงสาวฟังไม่เข้าใจ กฤษณ์เลยเฉลยให้เพียงแต่ว่าพูดเรื่องของเราสองคน

“เขาพูดอะไรกันคะพี่หมอ ฟังไม่เห็นเข้าใจเลย แต่ก็มีบางคำที่เอ่ยชื่อของน้องด้วยนะ”

นายหญิงคนใหม่ของชาวคณะเเพทย์อาสา พยายามกางหูเงี่ยโสด จับฟังภาษากะเหรี่ยงอันเริ่มคุ้นบางแล้ว แต่ก็มาเขย่าตัวคนรักของเธอถามให้เเน่ใจอีกครั้ง“แล้วเขา ประกาศว่ายังไงบ้างคะ บอกเป็นคู่หมั้นของพี่หมอใช้ไหมคะ”ถามอย่างลุ้นระทึก หัวใจเต้น ตุ๊มๆ ต่อมๆ ไม่หยุด ส่งสายตาปริบๆส่อแววน้อยใจออกมา แล้วขนตางอนนั่นก็พริ้มหลบเพื่อรอคำตอบจากคนรัก

เขาหัวเราะ เเล้วเอาปากจ่อกระซิบ
“เป็นภรรยาแล้วต่างหาก ไม่ใช่คู่หมั้นอีกแล้ว เมื่อคืนจำไม่ได้หรือไง”
“อุ้ย พี่หมอนี่ก็ น้องเขินนะ”

พวกลูกทีมพลเป้ ถูกเล่าอูไปไล่ต้อนให้มารวมกันต่อหน้านายหมอ และคนรัก เพื่อให้แนะนำตัวอีกครั้ง เล่าวู อ่าเซิง ถู่เจต่างยิ้มจนเหงือกแห้ง ตะบันยักษ์ใหญ่สองพี่น้อง เดินกุมเป้า กระมิดกระเมี้ยน ต่อหน้าหญิงสาวร่างบาง ส่งเสียงจากลำคออวบใหญ่เป็นภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆว่า

“นายหญิงครับ”
“อุ้ย นี่เรียกฉันเหรอเนี่ย แหม...เรียกชื่อฉันอย่างเดียวก็ได้นะ”
“นายหญิงครับ นายหญิง นายหญิง”

ต่างพูดเลียนๆกันไป หล่อนแอบหัวเราะดัง คริคริ ชอบใจ คนเหล่านี้หน้าตาโหดๆทั้งนั้น ดูไม่น่าไว้ใจมาเเต่แรก แต่ก็นิสัยดี วางตนได้ดีมาก ผิดกับคนหน้าโฉดอย่างนายเคราดำ คนนั้นลิบลับ ตาลีตาแก่พุงโต เดินอุ้ยอ้ายเข้ามาพร้อมทั้งขวัก หัวกะโหลกมนุษย์จากย่ามห้อยคอ พูดเสียงขรึมว่า

“นายหญิง ถ้าโดนผีเข้าเมื่อไหร่ ตาลีจะช่วยไล่ผีให้”
“กรี๊ด!!...เอาออกไปนะเอาออกไป”โดดเหยง เข้าไปหลบข้างหลังคนรัก
ตาหมอผีหัวกะโหลกมนุษย์ เอียงคองง กฤษณ์ยิ้มหันมาปลอบอย่างอ่อนโยน
“นี่ เกตุจ๊ะ ความหมายว่าผีเข้าของแก หมายถึงการเจ็บป่วยไข้ธรรมดา ไม่ใช่ถูกผีเข้าจริงหรอก แกเป็นหมอรักษาโรคด้วยสมุนไพรและการสวดมนต์ไหว้ผีนะ”

“อี้...น้องกลัว”



สองคู่รักยืนอยู่ท่ามกลาง หมู่ผู้คน ต่างชาติต่างภาษา ในแดนเถื่อนแดนกันดาร แม้ในหัวใจของทั้งสองจะเปี่ยมสุขด้วยความรัก แต่ มองไปยังทิศไหน ยังคงเห็นความเจ็บปวดป่วยไข้ ทุกข์เข็ญของผู้คน สองคนสนิทอย่างนายเต๊อะ กับคู่หูชาวมอญเนลอญ ยังคงง่วนอยู่กับการจ่ายยาเป็นมือระวิง กับแถวทหารยาวเหยียด

“เกตุจ๊ะพี่ เออ... ”
หล่อนคลายมือออก ไม่รั้งเขาไว้อีก
“น้องทราบคะ ว่าควรทำตัวอย่างไร ต่อไปนี้น้องจะเป็นภรรยาที่ดี ไม่ทำตัวเป็นเด็กเกเรอีกแล้ว ทำหน้าที่ของพี่หมอไปเถอะนะคะ ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่าเป็นไหนๆ เรายังมีเวลาให้กันอีกเยอะ น้องรักก็เพราะพี่หมอแสนดีอย่างนี่เอง”

เดินไปหยิบกล่องชุดล้างแผล แล้วมาชูให้คนรักดู

“น้องก็จะช่วยพี่หมอด้วยนะ เห็นทหารหลายคนมีแผลพันผ้าสกปรก น้องจะช่วยเปลี่ยนผ้าให้เขาเอง น้องก็อยากจะทำตัวเป็นประโยชน์บ้างเหมือนกัน”เธอพูดตามประสาซื่อออกมาเพราะอยากทำตัวเป็นภรรยาที่ดี จนเขารีบดึงตัวเข้ามากอดแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างรักใคร่เอ็นดูยิ่งทันที

“น้องอาย คนอื่นเค้านะ พี่หมอ ดูสิใครๆก็มองเราใหญ่แล้ว”
“อย่าเขินไปเลย”เขามองด้วยแววตาเป็นประกายด้วยความรัก“ก็ภรรยาของพี่หมอน่ารักออกสะขนาดนี้ พี่อยากหอมแก้มน้องให้ซ้ำเลย”หยิบถุงมือกับผ้าคาดปิดปากมาให้

“ได้สิจ๊ะ น้องจะช่วยก็ได้ แต่น้องต้องสวมถุงมือ กับใส่หน้ากากอนามัยนี่ด้วยนะ เพื่อป้องกันเชื้อโรคทั้งจากตัวน้องเองและจากคนเจ็บด้วยนะ”คุณหมอคู่รักชี้นิ้วไปยังลานกว้าง อันเห็นชายร่างสูง ในชุดดำยืนอยู่ไกลๆ “พี่ได้ยินน้าเล่าอูมาบอกว่า คุณสัณฑ์ก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แต่ไม่ยอมมาให้พี่ตรวจ น้องช่วยไปดูอาการของเขาแทนพี่ได้ไหมเอ่ย”

แววตาเป็นประกายอย่างเปี่ยมสุขของหญิงสาว ริมฝีปากอันมีแต่รอยยิ้มนั่นตอบมา“ได้แน่นอนคะพี่หมอ ความจริงนายคนนั่นก็เป็นคนดีเหมือนกัน ไม่งั้น พี่หมอคงไม่คบด้วยหรอก แล้วเขายังอุตสาห์เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องพี่หมอกับพวกเราอีก อย่างนี้น้องก็ต้องดีกับเขาให้มากๆด้วยถึงจะถูก ต่อไปน้องจะเลิกราวีกับเขาแล้วละคะ”

“น้องเป็นเด็กดีจริงๆ พี่โชคดีที่ได้น้องมาเป็นภรรยา”
“พี่หมอ! น้องต้องรีบไปก่อนนะ”

อยากจะโผเข้าไปกอดตอบ แต่ก็ไม่อยากให้คนรักเสียงาน เลยไปคว้ากล่องยาแล้วก็รีบวิ่งแจ้นออกไปทันที ชีวิตใหม่ ครอบครัวใหม่ของนักเทควันโดสาวได้เริ่มขึ้นแล้ว หล่อนนึกถึงชายสองคนผู้มีพระคุณ พี่หาญศึกกับพี่ไพรวัลย์ คือคนที่อวยทาง ชักนำให้เธอ ได้มาพบกับคนดีๆ เช่นพี่หมอ กับคนอันเพียบพร้อมที่สุดในโลก คุณหมอ ณ บ้านไพร คนนี้

“เหลือเพียงออกตามหา เณรกานต์ ให้พบเท่านั้นสินะ”
กฤษณ์มองตามภรรยาสาวของเขาไป
“ครับนายหมอ”เล่าอูตอบมา

“ชีวิตของน้องเกตุก็จะสุขสมบูรณ์เสียที หมอตั้งใจจะเปิดโรงเรียนประถมกินนอนอยู่เสร็จอยู่ที่ชายแดน สร้างโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ และสร้างบ้านสร้างครอบครัว ลงหลักปักฐานเสียที อยู่ที่ชายแดนนี่แหละ ถึงตอนนั้นเล่าอูต้องเป็นคุณครูใหญ่โรงเรียนของผมด้วยนะ น้าจบปริญญารัฐศาสตร์การปกครองมาใช่ไหม เคยเป็นปลัดอำเภอมาก่อน คงพอคุมเด็กได้”

“ครับๆนายหมอ”
คนขี้เหล้ายิ้มกริ่ม นายสรรชัย แซ่เล่า คนเดิมในอดีต ก็อยากกลับมาอีกครั้ง คงต้องหาทางเลิกเหล้าอย่างจริงเสียที
“ส่วนถ้าน้องเค้า อยากกลับไปรับใช้ทีมชาติ ไปแข่งโอลิมปิก ผมก็จะรอ อยากให้เธอทำความฝันของตนเองให้เป็นความจริงเสียก่อน แล้วเราค่อยมีลูกด้วยกัน”

ในสายตาของเล่าอู ต่อทั้งสองหนุ่มสาว มีแต่ความชื่นชมโสมนัสยินดียิ่งล้นในหัวอก นายหมอตาสีฟ้าของเขา ไม่ว่าใครที่ไหน จะนิสัยดุร้ายสักเพียงใด ต่อเมื่อมาเผชิญหน้า จะต้องหมดความก้าวร้าวรุนแรงในจิตใจ กลายมาเป็นคนดีเหมือนเช่นที่พวกเขาทุกคนมารวมกันเป็นคณะแพทย์อาสาได้ในปัจจุบัน ดวงตาสีฟ้างามคู่นั่นช่างมีอิทธิพลต่อผู้คนยิ่งนัก นักค้ายาเสพย์ติดอย่างตะบันสองพี่น้อง หมอเถื่อนขูดเลือดเนื้อ หากินกับคนป่วยอย่างพวกนายชาติ ตูยีมู นายจั๊ว หรือแม้แต่อดีตข้าราชการเลวๆอย่างตนเอง เพราะไปพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพย์ติดจนต้องสูญสิ้นอนาคต แต่ละคนล้วนมีประวัติร้ายๆมาก่อน แต่ก็ได้รับโอกาสมามีชีวิตใหม่จากนายหมอกันทุกคน แม้แต่เด็กสาวแสนห้าวยังกลายมาเป็นอ่อนนิ่ม เชื่อฟังคำทุกอย่างอยู่ในตอนนี้




ห่างออกมา ในมุมสงบ ใต้ต้นไม้ใหญ่ อันมีแนวหินงอกบดบัง ลับตาคน สองร่างยืนนิ่งอยู่อย่างสงบ แต่ในมุมนี้ยังคงเห็น สองคู่หนุ่มสาวในหมู่คนได้ดี สองนายทหารจากสองฝั่งชายแดนไทยพม่า กำลังเจรจาความกันอยู่ระหว่างร้อยเอกหาญศึก นายทหารกองทัพบกไทย กับพันตรีนะเคามวย นายทหารกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ

“หากคุณคิด ชำระความแค้นแทนพี่น้องชาติของคุณละก็ เชิญเลย”
ร้อยเอกหาญศึกหันไปตอบอย่างเยือกเย็น ตาจ้องอีกฝ่าย ไม่ลดละ พันตรีนะเคามวยเดินเอาอกมาชน เบียดดัน ตาจ้องตาไม่ลดละ

“เอาเลย มันทีคุณแล้วนี้”
“อย่าพึ่งใจร้อน เราต้องได้เจอกันแน่ ในที่ใดที่หนึ่ง แต่ต้องไม่ใช่เวลานี้”
ดวงตาอันเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น จ้องสำรวจลึกต่อศัตรูตรงหน้า
“สงครามเมื่อสี่ปีก่อน ที่ด่านบ้านแม่อูสุ ผมในตอนนั่นยังเป็นร้อยตรี คุณคงจำผมไม่ได้ แต่ผมยังจำคุณได้ดี จำได้แม่นเสียด้วยเพราะต้องหนีตายจากไฟนรก ที่คุณสั่งเผาทั้งเป็นพวกผมกับลูกน้อง คุณแน่มากเอาชนะพวกผมได้ แต่การฆ่าล้างของคุณมันทำให้ผมหรือพี่น้องร่วมชาติผมเจ็บแค้นยิ่งนัก ผมกลับถึงบ้านเมืองอย่างผู้แพ้ อัปยศอดสู และที่สำคัญเเทบไม่กล้ามองหน้าญาติพี่น้องลูกเมียของลูกน้องที่ตายไปด้วยซ้ำ คุณช่างโหดร้ายทมิฬมากนะ”

“ล้างอายตอนนี้ก็ยังไม่สาย”นายทหารไทยเยาะเย้ยอย่างไม่กลัวความตาย“ชีวิตผมกับลูกน้องอยู่ในมือผู้พันแล้ว คุณไม่ควรปล่อยศัตรูเอาไว้ กลับกันถ้าหากเป็นผม ก็ไม่ปล่อยคุณไปเช่นกัน”

นะเคามวยยิ้มอย่างสงบ หันไปมอง นายหมอของเขา ในหมู่ผู้คน

“ผลจากในสงคราม การเจ็บตายมันเป็นเรื่องธรรมดา ผมจะไม่เอามาเป็นความอาฆาตแค้นส่วนตัว เพราะรู้ว่าคุณเองก็ต้องทำตามหน้าที่เช่นเดียวกัน คุณต้องปกป้องแผ่นดินของคุณไป แต่ตอนนี้แผ่นดินที่คุณเหยียบมันคือแผ่นดินของชนชาติผม และผมก็พร้อมจะกำจัดศัตรูทุกคนที่มาเหยียบแผ่นดินนี้ เช่นกัน แต่ ณ เวลานี้ ไม่ต้องห่วง ต่อหน้านายหมอผมจะไม่ทำอันตรายคุณ หรือลูกน้องของคุณเด็ดขาด แต่จงจำเอาไว้ให้มั่นว่าถ้าเมื่อใดคุณหรือคนของคุณแยกออกมาจากคณะฯของนายหมอเมื่อไหร่ ผมจะตามล่าสังหารคุณทันทีเพราะที่นี่คือเผ่นดินของผม”

“หากคุณมีเรื่องจะพูดแค่นี้ ผมคงต้องขอตัว”เลือดในกายทหารไทยมันร้อนระอุทันที “ช่างเลือดร้อนเสียจริง ช้าก่อน ที่ผมเรียกคุณมาพูด เพราะมีเรื่องสำคัญจะมาเตือน”
“คุณคงไม่ได้บอกขับไล่ผม ให้ออกไปจากแผ่นดินของคุณนะ”
พันตรียิ้มเยาะอย่างมี อำนาจเหนือกว่า

“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยของคณะแพทย์อาสาของนายหมอ เพราะเส้นทางที่คณะฯจะมุ่งไป ถ้าไม่ผิด ผมแน่ใจว่า นายหมอจะมุ่งผ่าน เขาหงส์ เพื่อลัดผ่านไปขึ้นถนนสายเอเชีย แล้วไปต่อทางรถยนต์ไปยัง เมืองตานพยูซยัด ในรัฐมอญต่อไป แต่ก่อนจะเข้าเขาหงส์ต้องผ่าน หมู่บ้านทับกลาง ที่นายหมอไปตั้งไว้ ให้ชาวบ้าน เป็นที่ลี้ภัยจากสงคราม แต่ที่นั้นกำลังเป็นพื้นที่อันตราย เพราะกองร้อยพิเศษจากกองทัพ กำลังจะเดินทางไปกวาดล้างคนที่นั้น

นายหมอคงไม่รู้หรอกว่า พวกคนที่นายช่วยไว้เป็นใครบ้าง ที่นั้นได้กลายเป็นศูนย์รวมพวกต่อต้านรัฐบาลไปแล้ว คนพวกนั่นกำลังจะถูกกำจัดทั้งหมด และคราวนี้หากนายหมอหลงเข้าไปอีก จะไม่มีความปรานีเหมือนเช่นที่ผมกระทำ ผมไม่รู้ว่าคุณมาแผ่นดินผมเพราะจุดประสงค์อะไร แต่ต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่ และคุณต้องสามารถเรียกเครื่องบินหรือคอปเตอร์ทหาร ฝ่าข้ามชายแดนมาสนับสนุนได้ เหมือนเช่นที่เครื่องเอฟสิบหก มันบินถากหัวพวกผมเมื่อกี้ ผมจะยังไม่รายงานเรื่องนี้ไปยังกองทัพหรอกนะ เพราะถ้าหากพวกนายหมอจวนตัวจริง ผมจะยอมให้คุณเรียกเครื่องมาบินรับพวกท่านกลับออกมา แต่ถ้าคุณขืนเอาเครื่องเจต หรือฮอกันชิป ขนอาวุธหนักเข้ามาละก็ ผมจะเด็กสอยมันด้วยจรวดSam

เวลานี้ พม่าได้ติดตั้งระบบเรดาห์ ป้องกันการโจมตีทางอากาศตลอดชายแดนด้านไทย เพราะรัฐบาลกลางระแวงไทย และมองภัยคุกคามจากชายแดนใต้ พวกเขาคิดว่า สหรัฐจะใช้ไทยเป็นฐานในการโจมตีพม่าก็ได้ โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศ เรามีระบบป้องกันภัยทางอากาศพร้อม...”

หาญศึกเริ่มจะเดาออกแล้วว่า ที่แท้นายทหารกะเหรี่ยงคนนี่ ต้องการให้เขาติดตามคุ้มครอง คณะแพทย์อาสาของหมอกฤษณ์ไปจนกว่าจะตลอดรอดฝั่งให้ถึงเป้าหมาย น้ำใจสุภาพบุรุษทหารไม่ได้แสดงออกมาตรงๆ

“พอ คุณไม่ต้องพร่ำสะยาวหรอก ผมสัญญา จะปกป้อง นายหมอ ของพวกคุณด้วยชีวิต”เขายิ้มแสดงกำปั้นออกไป
“เออ หากนายหมอเป็นอะไรไป ผมจะตามล่าคุณแน่”
ปล่อยกำปั้นหนักๆกระแทกอก สวนกัน ทั้งสองกระเด้งออกจากกันทันที จนต้องเอามือลูบอกครางอู้...สัญญาลูกผู้ชายแบบเจ็บๆ นายทหารแห่งกองทัพกะเหรี่ยงพุทธก็ผละหันหลังเดินจากไป ป้องปากตะโกนโหวกเหวก ไล่ต้อนคนของตนเองทันที

“เอ้า!!โว้ย!... พวกแก ใครได้ยาแล้วก็รีบไปเข้าแถว!มัวทำสำออยอะไรกันอยู่”ทหารที่นั่งซบเข่าเซาซึม ต่างลุกกันพรึบพรับ แตกกระเจิงทันที ร้องเอะอะโวยวายลั่น วิ่งหลบร้องเท้าบูทไล่เตะกราดมา
“โอ้ย!...นายพวกเรายังไม่ได้ยาแก้ไข้เลยนะนาย!...”
“ช่ายๆๆพวกเรายังไม่หายดีเลย!”
ทหารหลายคนร้องมา ดังเซ็งแซ่ เสียงประสานกัน
“เอาส้นตีนกรูไปอมแทนยามะ ไอ้ ฉิบ หาย!!... ร้องหาเตี่ย มรึงดิ เดี๋ยวฟัดเตะกราดแน่ ไป๊ไป! เราจะออกเคลื่อนพลกันเดี๋ยวนี้ อย่าสำออยให้มากนัก เปลืองยาหมอเขาเปล่าๆ”

แถวทหารถูกจัดอย่างรวดเร็ว หลังคำบัญชาอันเด็ดขาดของนายทหาร พวกคนเจ็บหนักถูกหามขึ้นเปล พันโทพสิม ได้ออกคำสั่งให้พวกเขากลับฐานที่ตั้งทันที เพื่อผลัดเปลี่ยนกำลังพลชุดใหม่ ทหารทุกคนได้กลับบ้านกันเสียที หลังจากมานาน จากการช่วยพูดของหมอกฤษณ์

“เขาเป็นคนยอดเยี่ยมมากนะครับผู้กอง น้ำใจจากศัตรู หาค่าไม่ได้เมื่อเทียบกับน้ำมิตรปลอมๆจากคนในเมือง เราเจอคนยอดเยี่ยมถึงสองคนเลยนะ”ทหารรุ่นคราวพ่อเดินออกมาจากมุมซอกหิน

“ผมได้เรียนรู้แล้วครับจ่า”

เสียงของเขาแหบเย็น มองไปยังเจ้าคนผอมสูงอีกคน
“ไอ้เจ้านั้น มันจะยืนนิ่งเป็นตอไฟไหม้คนเดียวอยู่อีกอีกนานแค่ไหนกัน ท่ามันจะบ้า”
“เออ มันท่าจะจริง”จ่ามองจนคิ้วเหล่ตามอาการของผู้กอง

ร่างสูงใหญ่ของนักรบไทยหันมายิ้มชื่น
“สุภาพบุรุษนักรบเขาเป็นแบบนี่เอง ผมพึ่งเข้าใจ เรารบเพื่อคนข้างหลัง เพราะหน้าที่ แต่ต้องไม่ใช่เครื่องจักรแห่งการแก้แค้น ต่อไปผมจะไม่ทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมก่อนอีกแล้ว คนชั่วก็ยังต้องการโอกาสกลับตัว กลับใจ การทำลายล้าง การเข่นฆ่าซึ่งกันและกัน มันไม่ก่อให้เกิดอะไรดีขึ้นมาเลย โลกนี้จะน่าอยู่อีกมาก ถ้าเรามาใช้เหตุผลกันให้มากขึ้น”

ร่างใหญ่โตของนักรบทั้งคู่ มองกลับไปยัง ลานกลางดงไพร อันมีคุณหมอร่างบอบบางคนนั่น ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้ภักดีอันยอมตายแทนนายได้ ซึ่งพวกเขาล้วนเป็นอดีตนักรบ นักค้ายาและคนขี้คุก แต่ปัจจุบันแปรเปลี่ยนมาเป็นคนดีจนสิ้นลายเดิมไปหมดเเล้ว

“เราควรมี คนดีๆ อย่างหมอกฤษณ์ อีกนะ โลกมันถึงจะน่าอยู่ จริงไหมจ่า”

“หึๆฮ่าๆๆ.. อุ๊บ แค่กๆๆ”
จ่าหัวเราะจนสำลักควัน น้ำตาเล็ด จนทหารรุ่นหลังต้องทำหน้างงเต๊ก
“หัวเราะ อะไรกันนักนะจ่า?”
“ผู้กองคิดได้เสียที ท่านนายพลขุนธรรม พ่อของคุณคงต้องดีใจแน่ ลูกชายของท่านหูตาสว่างแล้ว พ้นจากคำสาปนางมารเสียที”

“ผมนะเหรอ ถูกคำสาป!?”

นิ้วชี้หน้าของตนเองอย่างไม่เชื่อคำพูด คนแก่อมซิกการ์คับปากแกมยิ้ม มองหน้าอย่างตลก ควันทะลักออกรูจมูกโขมง“หน้าตาของผู้กองแจ่มใสขึ้น เป็นผู้เป็นคนมากเลยรู้ไหม ไม่ดำหมอง หน้ายับยู้ยี้เป็นควายป่า เหมือนแต่ก่อนอีก มันถึงเวลาแล้วครับ ที่ผมจะเล่าความจริงในครอบครัวของผู้กองให้ฟัง ที่ท่านนายพลขุนธรรมท่านสั่งห้ามไว้ ผมจะเล่าให้ฟังทั้งหมดนะ”

“จริงนะจ่า!?”
เขาเน้นเสียง ขยับมาจ้องตาลึก อย่างกระหายฟัง
“เฮ้ย จริงสิวะไอ้หลานชาย ฮ่าๆเอิ๊ก... แต่ ไว้เราค่อยหาเวลา ดีๆ มาพูดกันอย่างหมดเปลือกดีกว่า”

จ่าอาวุโสหุ่นโอ่งเข้ามาโอบไหล่ ร้อยเอกหนุ่มโอบเอวตอบ เดินเคียงกันไป อันมองเห็นแถวทหารจัดรวมพลกันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมเดินทางกลับบ้าน คณะแพทย์อาสาก็กำลังเก็บข้าวของเข้าที่เช่นกัน เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจก่อนเที่ยงวันเล็กน้อย


“พี่สัณฑ์คะ!พี่สัณฑ์”

เสียงหวานใส วิ่งมาแต่ไกล เกตุถือกล่องยามาด้วยสีหน้าร่าเริง เมื่อใดเห็นแผ่นหลังของนายคนนี่ยามใด ก็พลันให้นึกถึงแต่พี่ไพรวัลย์ยามนั้น ในใจของเธอ บอกกับตนเอง ว่าอาจะยึดถือชายผู้นี้แทนตัวพี่ไพรวัลย์ไปเลยก็ได้

เจ้าเคราดำยังคงยืนนิ่ง สูบบุหรี่ควันโขมง พอยินเสียงใสแววมา ก็แอบชำเลืองตามานิดหนึ่ง หัวหูฟู ผมเผ้าเนื้อตัว มอมแมม ฝุ่นยังร่วงกราวจากเนื้อตัวไม่หมด อดีตลูกศิษย์สาวได้กลับมาหาเขาแล้ว สาวน้อยนักกีฬา ค่อยย่องมาทางด้านหลังอย่างกลัวท่าที ครึ่งขลาดครึ่งกล้า

“มาทำไม”เขาถามอย่างเย็นชา
“พี่สัณฑ์คะ คือ น้องจะมาทำแผลให้พี่นะ”
“ฉันไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน”
“คือต่อไปนี้ เรามาดีกันนะ”
เขาทำเสียงดุ เมื่อเด็กสาวเอานิ้วจิ้มๆที่สีข้างอันเปิดโลง
“ก็ตรงนี้ไง”

หล่อนใจดีสู้เสือมองยิ้ม ชี้ไปหลังเสื้ออันขาดกะรุ่งกะริ่งของเขา แล้วก็ต้องแปลกใจ ผิวเนื้อสีทองแดงนั้น ยังคงดูแข็งแกร่งไม่มีริ้วรอยขีดข่วนให้เห็นแม้แต่น้อย

“คิกๆๆมาก็ดีแล้ว มาก็ดีแล้ว”
ร่างสูงทะมึน เริ่มหัวเราะเสียงกวนประสาท ก่อนอัดบุหรี่ จนแก้มตอบ อัดควันเข้าเต็มปอด หันมาเผชิญหน้าเด็กสาว แล้วเป่าควันเข้าใส่เต็มหน้าทันที

ฟู่!...กรี๊ด!!...ฟู่ฟู่...หึฮ่าๆๆ...
“คิดจะมาลูกไม้ไหนกันนังหนู!ฮ่าๆๆ”
กรี๊ด!! แค่กๆๆ เจ้าคนบ้า... แค่กๆๆ โอ้ย...
ควันโขมง รมไปทั่วทั้งตัวเด็กสาวอดีตลูกศิษย์จอมเก เจ้าเคราดกเบี่ยงตัวไปด้านหลัง เอามือเข้าตบสะโพกแน่นอีกที จู่โจมแบบด้วยยุทธวิธีแบบไม่ให้ตั้งตัว

ป๊าบ! “นี่แนะนังหนู สะโพกเด้งดีจริงๆ”
เส้นผมดำเงาบนหัว มีควันลอยกรุ่น ควันบุหรี่ที่เธอแสนเกลียด จากใบหน้าอันเจือยิ้ม ก็กลับมาแดงก่ำ ยืนสั่น มือเท้าเกร็งดิก ตัวสั่นเกร็งพับๆด้วยความโกรธสุดขีด

“เด็ดขาดจริงๆลูกพี่สัณฑ์! ก๊ากๆๆ แก้แค้นให้พวกผมสำเร็จแล้ว”
เจ้าสามคนลูกน้องเก่า ไม่รู้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้ามาเสริม รุมหัวเราะเยาะด้วยแค้นเดิมจากเมื่อวาน ชี้หน้าคนถูกแกล้ง หัวเราะจนตัวงอตัวโก้ง ไปตามๆกัน

“อารายกาน แค่เนี้ยะทำโกรธเค้าด้วยเหรอ... ไม่เห็นต้องโกรธจนควันออกหัวเลยนี้”
“ก๊ากๆๆ ช่ายๆ ควันออกหัวเลย...”
“กรี๊ด!!กรี๊ด!!กรี๊ด!!เจ้าคนบ้า แค่กๆๆ
“ก๊าก ฮ่าๆๆ โอ้ย! ขำ!ขำจริงๆ”
นักเทควันโดสาวพอตั้งหลักได้ ก็ดีดเเข้งออกไปทันที เจ้าเคราเบี่ยงตัวหลบลูกเตะอย่างง่ายดาย สามคนโดดหลบแข้งลูกพี่สาวได้อย่างรวดเร็วทันกัน เกิดการชุลมุนกันขึ้น เจ้าเดชตัวใหญ่สุด วิ่งไปเอาตัวนายสัณฑ์หรือไพรวัลย์ของพวกเขาขึ้นขี่หลัง แล้ววิ่งอ้าวหนีตรงเข้าไปทางชายป่า

“ฮี่!...กับ กับ ฮี่!...กับ กับ รีบหนีผู้หญิงบ้าเร็วพวกเรา! ฮี่!...กับ กับ ฮี่!...กับ กับ”

“อย่าหนีนะเจ้าพวกบ้า! มาให้แม่เตะสะดีๆ วันนี้แม่ไม่เอาเลือดหัวออก อย่ามาเรียกนังเกตุว่าเป็นทีมชาติเลย”

อีกสองคนพอแกล้งอดีตลูกพี่สาวได้สำเร็จ ก็พากันวิ่งโกยแน่บ ตามหลัง หลบพายุก้อนหินอันขว้างปาไล่หลังมา จากผู้หญิงโมโหร้าย

“พี่สัณฑ์!เราไปด้วย ฮูเล่ย์! ฮูเล่ย์!ฮูเล่ย์! ฮี่!...กับ กับ ฮี่!...กับ กับ”

“กรี๊ด!กรี๊ด!ไอ้พวกบ้า!!”เสียงวีนแหลม แก้วหูของคนใกล้ๆแทบแตก เด็กโมโหร้ายยังคงเต้นเร่าๆ วนไล่หาก้อนหิน ขว้างปาไปเท่าไรก็ไม่ถูก พวกลิงไวเป็นปรอท

พี่ชายร่างยักษ์รีบวิ่งมาถึงจนแผ่นดินสะเทือน ร้องเอ็ดดังมาแต่ไกล
“เกิดอะไรขึ้น! พวกมันทำอะไรน้อง”
“พี่หาญศึกช่วยน้องด้วย พวกมันรุมแกล้งน้อง กระซิกๆฮือๆๆๆ”
“ไหน! ไหนๆ พวกมันไปทางไหนแล้ว!!”

เกาะแขนพี่ชายฟัดเหวี่ยง ร้องกระจองอแงทันที หาญศึกรีบวิ่งมาถึง แต่ทันแค่ฝุ่นตลบ ไม่ทันเห็นหลังพวกมนุษย์กวนประสาท วิ่งหายเข้าป่าไปเร็วรี่
“อะไรกันพวกมันหนีเข้าป่าไปหมดแล้วเรอะ”
“พี่ต้องจัดการพวกมันให้น้องด้วย น้องไม่ยอมจริงๆ ฮือๆๆ”
“โอ๋ๆหยุดร้องเสียนะ นิ่งเสียนะ แล้วพี่จะตามไปเล่นงานพวกมันคืนให้เอง ขอก้อนหินให้พี่เถอะนะ”

รวบตัวน้องสาวมากอด ปลอบขวัญ ร่างน้อยยังคงโกรธจนตัวสั่น ในอ้อมแขนของพี่ชาย ก้อนหินขนาดเขื่องเลย ผล็อยหลุดมือดังตุ๊บ!

“เดี๋ยวพี่จะชำระแค้นพวกมันให้นะ ไม่ต้องโกรธนะ”ย้ำจนเสียงดัง หน้าตึง

พวกคนที่อยู่กลางลาน เริ่มได้ยินได้เห็นแล้ว หมอกฤษณ์ รีบตรงมาทางนี้ทันที

“ฮึ่ม! เจ็บใจนัก นายสัณฑ์ เสียแรงนึกว่าเป็นคนดี ที่แท้ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม พวกมันสามตัวก็เหมือนกันเข้าขากันดีนัก กลับมาน้องจะเอามาเป็นเป้าซ้อมมือซะให้เข็ดจะปาให้หัวแตกเลย จะให้อดข้าวเย็นด้วย ซิกๆๆ” ทั้งโกรธทั้งพาล ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด จนคู่หมั้นหนุ่มมาถึงเหตุการณ์อย่างละเหี่ยใจ ต่อพฤติกรรมของทั้งสองคน อีกคนก็คนรักอีกคนก็เพื่อนรัก ไม่เคยลงรอยกันเสียที

“หมอมาก็ดีแล้วผมจะส่งคืนเด็กเกเรคนนี้ให้ละกัน”
ต้องหายใจอย่างโล่งอก เพราะเขาคนเดียวคงเอาไม่อยู่แน่
“ขอบคุณครับคุณหาญศึก”
“เฮ้ เรียกพี่หาญศึกสิ ทำเป็นอื่นไปได้”

จากพี่ชายตัวโต ก็มาเกาะแขนฟ้องคนรักต่อ
“พี่หมอต้องเลิกคบกับนายนั้นเลยนะ!”หล่อนตาขวาง“นายโจรป่าห้าร้อย คนเลวห้าร้อยชาติกับลูกสมุน ซิกๆๆ”
“พี่หมอมีของจะให้ รับขวัญให้น้องนะ”
“ไม่เอ๊า! ไม่อยากได้ น้องอยากแหกอกคน!”
“นี่ ชุดเจ้าสาวกะเหรี่ยงนะ ส้วย...สวย คุณนะเคามวย เขามีติดมา เลยขอมอบเป็นของขวัญให้น้อง มาดูกันไหมจ๊ะ พี่ชักจะอยากเห็นน้องใส่ ว่ามันจะสวยแค่ไหนกัน”
นิ่งไป เงยหน้ามองคู่หมั้นหนุ่ม
“เอะ จริงหรือคะ! แล้วไหน”
“ตามพี่มานะ ”

รีบปราดน้ำตาทิ้งลืมเรื่องโกรธไปทันที รีบวิ่งตามการจูงแขนของชายคนรักไป หาญศึกต้องทึ่ง มองตามว่าที่น้องเขย เขาปราบเด็กอันธพาลได้อย่างง่ายดายกว่าที่คิด และเป็นครั้งแรกที่น้องสาวจอมดื้อของเขาว่านอนสอนง่าย

“ทำไมเราเมื่อก่อน ไม่หัดเอาของมาล่อแบบนี้บ้างนะ พวกเด็กสาวชอบของสวยๆงามๆอยู่แล้วนี้ เฮ้อ...พึ่งจะมาคิดออกเอาตอนนี้เอง”เดินส่ายหัว บ่นพร่ำ ตามหลังคู่หนุ่มสาวไป

แผ่นผาสูงล้ำเฉียดฟ้า อันมีป่าผืนน้อย เป็นระเบียงลอยฟ้าอันเขียวขจีซุกซ้อนอยู่เบื้องล่าง แดดอ่อนยามเช้าพราวมา ลานหินงอกอันแสมขึ้นอยู่ทั่วไป แลดูขาวสะอาดงามตาขึ้นทันที กับภาพสองหนุ่มสาววิ่งตามกันไป เหมือนอยู่ในสวนสวรรค์ เขาละเธอ หล่อสวยสมกันเหมือนเทพบุตรเทพธิดาบนพื้นโลก ทั้งสองคนจะเป็นหลักพึ่งพาให้กันและกัน สืบไปในภายภาคหน้า

กานดาผมทำตามสัญญาแล้วนะ ผมทำหน้าที่ของพ่อ และพี่ชาย ให้ลูกสาวของคุณอย่างสมบูรณ์แล้ว คนรักของเธอพร้อมด้วยฐานะ ชาติตระกูล เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างแม้กระทั้งความกล้าหาญ จนทหารอย่างผมยังแอบอิจฉาเลยละ หมดสิ้นภาระแล้ว สักวันหนึ่งหากผมสิ้นอายุขัย ผมหวังว่าจะได้พบคุณวันนั้น รอผมนะยอดกานดา




Create Date : 20 มีนาคม 2553
Last Update : 23 มีนาคม 2553 19:36:03 น.
Counter : 1049 Pageviews.

1 comments
  
ติดตามมาจากเว็บเด็กดี เวอร์ชั่นนี้ก็สนุกมากกกน้าาา ไม่มีใครมาเเย่งพี่หมอของดาวพระเกตุ หุ หุ เป็นกำลังใจให้คร้าา จะรอติดตามต่อไป เเต่ว่าเมื่อไหร่จะอัพภาคสมิงไวรัสต่อคะ ยังไงก็จะรอ สู้ๆๆๆๆ นะคะ
โดย: ไม่บอกเขิล IP: 118.174.92.157 วันที่: 22 มิถุนายน 2558 เวลา:21:26:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments