พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
9
10
11
12
13
15
17
18
19
20
22
24
25
27
28
29
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 13

“นายสัณฑ์ครับ นายสัณฑ์เป็นเจ้าของรถคันนี้”

 

เล่าอูโซเซมาเกาะตัวถังรถ รีบรายงานก่อนจะโก่งคอทำท่าจะคลายของเก่าอยู่ตรงนั้น หาญศึกไม่ได้มีสีหน้ายินดีสักนิด เกตุตาพองโตเท่าไข่หานทันทีเมื่อได้ยินชื่อของเจ้าเคราหนา รถอยู่เจ้าของก็ต้องอยู่แถวนี้ด้วยแน่ ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าผู้ชายที่ทำตัวเลียนแบบ’เช เกวาร่า’อดีตนักปฏิวัติชื่อดังของละตินอเมริกา แต่เธอก็เลือกเป้าหมายของตนเองมาก่อน ถูกแล้วนายสัณฑ์คนนี้คือคนเดียวที่รู้เบาะแสน้องชายที่หายไปของเธอ ยังไงก็คงต้องเอาความรู้สึกส่วนตัวเก็บไว้ก่อน นายสัณฑ์คือความจำเป็นที่เลือกไม่ได้กับการเดินทาง

 

รีบปรี่เข้าไปเกาะท้ายกระบะ ยื่นหน้าชะโงกทำจมูกฟุดฟิด มือลงไปคว้านหาของบางอย่างจากในรถจิ๊บคันนั้น ไม่กี่อึดใจเธอก็หันมาทำหน้ายิ้มบานพูดเร็วปรื๋อว่าใช่แล้วๆ หาญศึกยืนกอดอกเลิกคิ้วสูง ไม่เข้าใจว่าเกตุกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่ หาญศึกคงไม่รู้ว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ใกล้ชิดกับเจ้าของรถคนนี้ที่สุด

 

“ใช่แล้วค่ะน้องจำได้! นี่มันกลิ่นแปลกๆแบบที่ติดตัวนายเคราดำ กลิ่นมันเป็นแบบนี้แหละไม่ผิดเพี้ยน น้องยังจำกลิ่นตอนที่เจ้านั่นเข้ามาทักน้องได้แม่นยำเลย นายสัณฑ์มาที่นี่จริงๆด้วย”นำชิ้นอบเชยมาใกล้จมูกดมจนแน่ใจอีกครั้ง ว่าจำกลิ่นได้ไม่ผิดเพี้ยน เธอยืนยันหนักแน่น

 

“กลิ่นอบเชย”หาญศึกขอมาดมบ้าง ตอบได้ทันที“กลิ่นของเจ้าเคราดำคือกลิ่นแบบนี้เหรอเขาทำหน้าสงสัยจนหัวคิ้วย่น ยื่นมือไปในกระบะรถหยิบเอาอบเชยที่ตกอยู่ชิ้นหนึ่งขึ้นมาดมให้แน่ใจอีกครั้ง

 

เกตุมีท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่อง มองอบเชยในมือของหาญศึก ในเมื่อนายสัณฑ์มาถึงแค้มป์ของพี่หมอก็คงเพราะยอมตกลงยอมมาช่วยเธอตามหาน้องชาย สัญญาณการเดินทางก็น่าจะเริ่มขึ้น“นึกว่าเจ้านั่นจะเบี้ยวไม่มาซะอีก ที่แท้ก็แอบมาถึงแล้วนี่เอง แบบนี้เราก็เริ่มเดินทางได้แล้วสินะ” คำพูดแผ่วต่ำแถมกระหยิ่มยิ้มย่องของเธอ โดยเฉพาะประกายตาอย่างมีความหวัง หาญศึกสะดุดกับคำนั่นหันมามอง ด้วยแววตาสีขุ่น

 

“อะไรนะเกตุ!? เรา? น้องหมายความว่ายังไง”

 

คนถูกถามลอยหน้าไปทางอื่น อย่างไม่รู้ไม่ชี้ หาญศึกเสียงดังใส่อีก เกตุเบี่ยงข้างเอามืออุดหูทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เกตุเป็นคนดื้อรั้นแบบที่รับมือยากที่สุด เมื่อครู่ที่แกล้งเงียบเพราะไม่อยากจะโต้เเย้งแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมตาม

 

“นี่! ที่พี่พูดเมื่อกี้!น้องไม่ได้ฟังเลยเรอะ พี่บอกว่าจะเป็นคนตามหาเณรกานต์เอง ยังไงพี่ก็ให้น้องไปด้วยไม่ได้แน่ แน่ะ! ไม่ต้องๆทำเป็นหูทวนลมเลยหันมาฟังพี่เดี๋ยวนี้”

 

คนหัวรั้นเอามืออุดหู หลับตาปี๋ พอเขาเสียงดังหนักเข้าก็คู้ตัวลงไปนั่งเพราะเสียงของหาญศึกมันดังจริงๆ พอได้จังหวะก็รีบชิ่งหนีก่อนที่จะได้ยินเสียงบ่นไปมากกว่านี้

 

ในเต็นท์ใหญ่ หมอกฤษณ์กับผู้ช่วยอภิรักษ์กำลังตรวจนับเวชภัณฑ์กันอยู่ เกตุวิ่งพรวดพราดเข้ามา รีบสอบถามเรื่องนายเคราดำเป็นการใหญ่ หมอเจ้าสำอางโดนเธอเขย่าตัวจนผมเสียทรง จะอ้าปากก็อ้าไม่ทัน พอได้รู้คำถามเป็นรถไฟด่วนของเธอกฤษณ์ก็รีบตอบให้ไม่ชักช้า

 

“คุณสัณฑ์เขากลับไปแล้วละ ได้ยินว่ามีธุระด่วนเลยรีบไป”คำตอบสั้นๆจากปากที่ยิ้มแย้มของหมอกฤษณ์ ทำเอาบางคนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ประกอบกับที่เสียมารยาทพรวดพราดเข้ามา ทำเอาเกตุอายยืนบิดอายม้วน หาญศึกที่ไล่ตามหลังเข้ามาเห็นหน้าเกตุตอนนี้ถึงกับแอบขำเพราะยังแอบหมันไส้เรื่องตะกี้อยู่

 

สองทุ่มเวลาที่ทุกคนต้องเข้านอนตามกฎของแค้มป์ พวกผู้ชายไปนอนรวมกันอีกฝั่ง เกตุยึดเอาเตียงคนไข้ตัวหนึ่งเป็นเตียงนอน มีหมอนข้างใบใหญ่ที่หมอกฤษณ์มอบให้ไว้นอนกอด สองทุ่มมันไม่ใช่เวลานอนปกติของคนในเมือง เธอจึงหันมาเขียนบันทึกการเดินทาง

คืนแรกพักที่โรงแรมในตัวเมืองจังหวัดตาก คืนที่สองที่บ้านพ่อเฒ่าบ้านสเนพ่อง จนมาถึงแค้มป์พักของคนใจดีอย่างพีหมอ นึกไม่ถึงว่าการเดินทางเพียงสามวันทำให้ๆได้เปิดโลกที่ไม่รู้จักได้มากขนาดนี้ มีแต่คนใจดีอย่างพี่หาญศึกพี่หมอและชาวบ้านทุกคนการตามหาน้องกานต์จะต้องมีหวังได้พบเจอในเร็ววันแน่

เขียนไปเขียนมาก็กลายมาเป็นภาพการ์ตูนล้อเลียนนายสัณฑ์ คนหนวดเครารุงรัง หน้ายื่น ฟันแหลม เขียนเองยังแอบหัวเราะเองคิกคัก

 

“หวังว่าคืนนี้คงจะไม่ฝันร้ายถึงนายอีกนะนายเคราดำหน้าโหด นึกว่าเท่นักหรือไงที่ไปทำตัวเลียนแบบ’เช เกวาร่า’มีใครเคยบอกบ้างไหมว่าสารรูปนายเหมือนโจรป่าห้าร้อยมากกว่าจะเป็นคนดี คนอื่นเขาต้องการพบตัวดันทำเล่นองค์ดีนักนะ ฮึ่ม! พรุ่งนี้จะดักเจอตัวให้ได้เลย”

~~%%%%%~~

 

เช้ามืดของวันใหม่ รุ่นพี่สาวซึ่งต้องตื่นนอนก่อนคนอื่นเสมอ หลังจากที่ไล่ปลุกรุ่นน้องทั้งสามคนให้เตรียมฝึกซ้อมภาคเช้าตามปกติ อากาศภายนอกเต็นท์เย็นจัด เธอต้องเดินห่อตัวสั่นสะท้านมุ่งไปที่ห้องน้ำ มารู้ตัวอีกทีคนขี้กลัวผีอย่างเธอต้องมาเดินเพียงลำพังในที่ไม่คุ้นเคย มองรอบอย่างหวาดระแวงมีเพียงเงียบสงัด

เงาตะคุ่มของต้นไม้หรือวัตถุแปลกๆสารพัดในหมอกขาวโพลน รีบกลั้นใจก้าวขาให้เร็วที่สุดไปที่ห้องน้ำพลันเส้นขนทุกเส้นบนแขนกลับลุกเกรียวอย่างประหลาด มีเสียงหัวเราะเล็กๆราวกับเสียงของภูตผีดังขึ้น แรกคิดว่าหูฝาดไปเอง เสียงนั้นดังมาจากข้างหลัง ทำให้ต้องหยุดชะงักกึกหันซ้ายหันขวา เงี่ยโสดฟังอย่างหวาดระแวง

ความเงียบวังเวงในเช้ามืดยามนี้ที่แม้ใบไม้ซักใบหล่นยังได้ยิน เสียงประหลาดนั้นยังดังคิกๆชัดขึ้นๆมันราวกับเสียงหัวเราะของภูตผี เสียงนั้นยังคงตามหลังเธอมา ใกล้เข้ามาใกล้เข้ามา และหยุดนิ่งอยู่ข้างหลัง หญิงสาวมารู้ว่าตนเองยืนอย่างโดดเดี่ยวตอนนี้ ใจสั่นพรั่นพรึงกายแข็งค้างเหมือนถูกผีอ่ำ พยายามรวบรวมสติสะกดกั้นความรู้สึกกลัว ท่องนะโมในใจหลายคาบแล้วค่อยๆฝืนเอี้ยวคอมองกลับไปแล้วสิ่งที่เห็นบัดนั้น

ร่างดำทะมึน!สูงชะลูดยืนเอามือข้างหนึ่งพิงต้นไม้ตายซากนั้น ใบหน้าของมันช่างมืดมิดเห็นเพียงดวงตาและฟันที่ขาวโพลนในความมืดราวกับจะยิ้มส่งให้ เห็นแค่นั้นกี่เสียงเท่าที่มีก็สุดจะระงับไว้ได้อีกแล้ว

“กรี๊ด!!..ผีหลอก!...”

ผู้คนในแค้มป์ต่างเพ่นพรวดขึ้นจากที่นอน ถีบส่งผ้าห่มได้ก็คว้ากระบอกไฟฉาย บ้างก็โงนเงน ยังต้องรีบคลานอย่างฉุกละหุกเพื่อออกไปให้ทันคนอื่น

กรี๊ด!กรี๊ด!กรี๊ด!

เสียงดังตกใจของหญิงสาว ยังดังกรี๊ดลั่นไปหมดทั้งแค้มป์ ผู้กองหาญศึกคง โย่งและเดช ต่างวิ่งยกโขย่งออกมาจากเต็นท์อย่างรวดเร็ว ในไม่กี่อึดใจที่วิ่งมาถึงก็เห็นต้นเสียง เห็นเกตุที่ยืนถือไม้ท่อนใหญ่มือสั่นเทาสีหน้าซีดตกใจ หายใจแรงเข้าออกจนอกกระเพื่อม

“เกิดอะไรขึ้นน้องเกตุ!หาญศึกเข้าถึงเธอก่อน

มันค่ะไอ้เจ้านั่นมัน..”สีหน้าตกใจของเธอที่พูดติดขัดไปหมด

“นายสัณฑ์ นายสัณฑ์ เขาทำอะไร”

เสียงฮือฮาอึ่งหมีของแต่ละคนต่างรุมล้อมหญิงสาวชนวนเกิดเหตุ ต่างแสดงสีหน้าแตกตื่นจนจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!เกตุน้องไปเจออะไรเข้า"หาญศึกเร่งสอบถามมาทันที อีกสามข้างหลัง ที่มองหน้ากันอย่างตื่นงง?สงสัยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!หญิงสาวพอหายตกใจเริ่มอธิบายเรื่องราว

“มันค่ะ! ไอ้เจ้าเคราดำนั้น.มันแกล้งหลอกผีน้อง”เกตุโยนท่อนไม้ทิ้ง สองตาแดงเหมือนจะร้องไห้ตกใจขวัญเสียไปหมด

“แล้วมันอยู่ไหนแล้วไอ้เจ้าเคราดำนั้น พวกเราจะตามไปจัดการมันเอง”สามเกลอพอเข้าใจเหตุการณ์ทำท่าฮึดฮัดจะตามไปเอาเรื่องให้ได้

เธอหันหน้ามาทำเสียง "ฮึ!" ด้วยดวงตาแดงขุ่น มีคราบน้ำตามองมายังทุกคน

“หนีเข้าป่าไปแล้ว! คนอะไรก็ไม่รู้ ฉันเกือบจะเอาไม้ฟาดหัวมันได้แล้วเจ็บใจนัก!โดนมันหลอกอำได้”

พี่ชายประคองเกตุกลับเข้าเต็นท์ให้พักสงบสติอารมณ์ ก่อนคนที่เหลือที่รีบเข้ามาต่างสอบถามเรื่องราวกันให้แซด หมอกฤษณ์กับผู้ช่วยพึ่งมาสมทบหลังสุด สอบถามเรื่องที่เกิดขี้นอยู่เพียงครู่แล้วความจริงก็ถูกเปิดเผย

“อ๋อ..คุณสัณฑ์น่ะเขามาพักค้างคืนที่นี่ในเต็นท์ของผมเอง เขาย้อนกลับเข้ามาเมื่อตอนเที่ยงคืนต้องขอโทษทุกคนด้วยครับที่ไม่ได้บอกเพราะตอนนั้นมันดึกมากแล้ว พอเขาออกจากเต็นท์ไปไม่เท่าไรก็ได้ยินเสียงน้องเกตุดังขึ้น คงจะเป็นเรื่องบังเอิญกันแน่ๆ”หมอกฤษณ์กับผู้ช่วยพอจะจับเรื่องราวได้แล้ว ดูเหมือนจะขำมากกว่าจริงจัง

“ไม่ใช่ค่ะพี่หมอ นายนั่นจงใจแกล้งน้องจริงๆ มันคงจะสนุกมากที่แกล้งน้องได้คนอะไร!?อย่างงี้”พูดไปกระฟัดกระเฟียด นั่งกระแทกก้นกับเก้าอี้สนาม จะเรียกร้องความเห็นใจให้ได้

 

หลายคนได้ยินถึงกับอึ่งไม่รู้จะพูดยังไงต่อดี มองหน้ากัน คุณหมอกฤษณ์ผู้มีสีหน้าขบขันกับเรื่องนี้ยิ่งนัก พยายามพูดปลอบใจและแก้ต่างให้เพื่อนรัก“คุณสัณฑ์เขาแค่เป็นคนขี้เล่นเท่านั้นเอง น้องอย่าไปถือสาแกเลยนะ”คล้ายจะมาขอโทษแทนเพื่อน หญิงสาวสะบัดหน้า ทำเสียงหึ! ในลำคอ ดูท่าจะกู้อารมณ์กลับมาดียาก

 

นายทหารร่างใหญ่ถึงกับกัดฟันบดกรามแน่น

 

“แล้วนี้เรื่องอะไรเดินทางมาถึงแล้ว ทำไม!? นายสัณฑ์ถึงยังไม่ยอมมาพบกับพวกเราก่อน รึว่าเขาไม่เต็มใจจะช่วยพวกเราจริงๆ”ดูจะคลาดกับนายสัณฑ์คนนี้มาสองครั้งแล้ว ให้มันได้อย่างนี้สิ หาญศึกบ่น อารมณ์คล้อยตามน้องสาว

 

บรรยากาศในห้องซักไม่เข้าท่า หมอหน้าเปลี่ยนสี เพื่อนสัณฑ์คนดีเหมือนไปแหย่รังผึ้ง นี้แม่จะอาละวาดให้ถึงที่สุดเลย พี่ชายก็ดูตามใจน้องสาวมาก ไม่ช่วยห้ามปรามเลย

 

“ใจเย็นๆก่อนครับ ผมได้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณสัณฑ์ทราบ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับคุณสัณฑ์เขาขอเวลาไปเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในการเดินทางก่อนเย็นนี้คงจะได้พบกันแน่ครับ”หมอตอบน้ำเสียงออกกริ้งเกรง หญิงสาวหันขวับมา

 

“ไม่ต้องแล้ว!น้องไม่ต้องการพบอีตาคนนี้อีก! คอยดูนะ! ถ้าเจอตัวจะเล่นให้หงายเงิบเลย หน็อยแน่! กล้ามาทำหลอกผี เจ็บใจนัก!"ยอดนักกีฬาสาวเริ่มจะพาลเข้าให้ กล่าวอาฆาตไม่หยุด

 

“เอามันคืนให้หนักเลยลูกพี่!!”

 

เสียงดังขึ้นพร้อมเพรียงกันของสามโล้น เริ่มมีอารมณ์เดือดดาลตามลูกพี่สาวไปด้วย แต่ละคนต่างกระเหี้ยนกระหือรือ คันไม้คันมืออยากเอาของแข็งกระแทกปากเจ้าเคราดำแก้แค้นให้ลูกพี่สาวเต็มที

 

 




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 27 เมษายน 2556 14:32:38 น.
Counter : 471 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments