ธันวาคม 2552

 
 
1
2
3
4
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 24



“ไม่น่าเชื่อเลยนะเพื่อน... เพิ่งจะบนไปเมื่อกี่อยู่หยกๆได้ตามคำขอทันทีเจ้าพ่อถ้ำขุนทหารศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เจ้าประคุ้น...”เต๊อะพูดปนยิ้ม ยกมือพนมท่วมหัว

“ใช่ซะที่ไหนกัน”เนลอญสวนขึ้นทันควัน“ถ้าไม่ใช่เพราะผู้กองหาญศึกต่างหากละ ที่ทำให้มันเกิดขึ้น!”สีหน้าเครียดของฝ่ายนี้ต่างกับเพื่อนคู่หูชัดเจน

“อ๋อ...นี่แกคิดจะเบี้ยวจะไม่ยอมทำตามที่บนท่านไว้เรอะไอ้ทิดลอญ”

ปัดนิ้วเพื่อนที่ชี้อย่างล้อๆ คิ้วขมวดย่น ท่าทางเก็บงำความในใจของเจ้าหนุ่มชาวมอญ คงไม่ได้เเล้ว“เออ...แก้ก็แก้ ยังไงก็มีเอ็งเป็นเพื่อนแก้ผ้าอยู่แล้ว ทีนี้ล่ะ ได้อวดสัดส่วนความเป็นชายให้นายอภิรักษ์ได้เห็น ให้ตาลุกวาวแน่ ดีไม่ดีเราอาจจะต้องเสียตัวกันก็คราวนี้”

เต๊อะเกาหัวเราะเเฮะมองมา พอจะจับความคิดของเพื่อนบางอย่างได้“ง้าน...ถ้างั้นเราปิดเงียบซะ เราสองคนไม่พูดแล้วใครจารู้จริงมั้ย...ฮุฮุ เรื่องนี้เราลืมไปเลยนะ แต่แหม...พูดก็พูดเถอะ หุ่นน้องเกตุนี้ ดีจริงๆเมื่อตะกี้เห็นตรงนี้ยังอดหวาบหวิวแทนไม่ได้เลยว่ะ ดูสิสองคนประคองกันเข้าหอแล้ว ฉันไม่เคยเห็นนายของเราจะเป็นผู้ชายเลยจนถึงวันนี้ คุณเกตุเปลี่ยนเธอไปได้มากจริงๆ รึแกจะว่าไงเนลอญ"ป้องปากกระเเซะกระซิบข้างหู เเต่เพื่อส่ายหัว

“ฮึ้ย!ถ้ามันเป็นยังงั้นจริงก็ดีไป กลัวแต่ไม่ใช่”

ต่างมองไปที่คู่รักคู่หมั้นมาดๆ อันกำลังประคองกันลับหายเข้าไปในเต็นท์ หรือเรือนหอหลังน้อย เต๊อะมีท่าทีร่าเริง เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่เนลอญกลับเงียบขรึมจ้องมองไปที่หญิงสาวคนนั่นคล้ายจะจ้องให้ทะลุความคิด เหมือนว่าเจอความผิดปกติบางอย่างจากตัวหญิงสาว

“ดีจริง นายหมอของเราจะมีเมียแล้วจะได้เป็นผู้ชายเต็มๆกับเขาเสียที พี่เมียอย่างผู้กอง เขาก็อนุญาตแล้วด้วย ให้ร่วมหอกันได้โชคดีเหลือเกิน...” หันมาสบตาเพื่อน“เนลอญแกไหวพริบดีจริงๆ ถ้าตอนนั้น แกไม่ดึงแขนกันไว้เสียก่อน ไม่ให้ไปช่วยนายอภิรักษ์ขัดขวางนายหาญศึกด้วยละก็ ป่านนี้...นายของเราอาจจะไม่ได้เมียก็ได้”

“เอ็งคิดเห็นอยู่แค่นี่หรือไง...เจ้าเต๊อะ!?”

“แล้วจะให้คิดแค่ไหน?”

“เรื่องมันผิดปกติ มันมีบางอย่างกันไม่เข้าใจ มันผิดปกติจริงๆ”

“เฮ้อ แล้วมันเรื่องอารายอีกหะ ไอ้มอญอพยพ บรรยากาศเค้ากำลังดี มาทำให้เสีย”

อีกฝ่ายต้องร้องเอ้...ลากเสียงยาว ต่อท่าทีอึดอัดใจ หมกความคิดไว้ภายในใจไม่เอาออกมา กับความเจ้าความคิดของเนลอญ

“แล้วแกกำลังคิดอะไรอยู่... ทำตัวเป็นคนคิดมากอีกแล้ว... บอกกันหน่อยได้มั้ยเหอะ ว่า ทำไม? แกไม่ยินดีร่วมไปกับนายของเรา มัวมาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ได้”เต๊อะเริ่มบ่นฟอดแฟด

แต่เนลอญยังคงทำเสียงขรึมพูดมาอีก“ว่าแต่ มันจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ?... เรื่องทั้งหมด มันเหมือนถูกจัดฉากขึ้นยังไงก็ไม่รู้ มันเร็วจน...ฉันตั้งตัวไม่ทันเลย ทุกอย่างมันไปเข้าทางฝ่ายโน่นหมด เร็วจนกันยังอดที่จะคิดไปไม่ได้ว่า...”

“ว่าอะไร...นี่!ไอ้ทิดเน แกกำลังคิดอะไร?อยู่กันแน่...เหอะ บอกกันมาสิ”

เจ้าหนุ่มองครักษ์มือขวาของนายหมอ ยืนกอดอกอย่างครุ่นคิด มองไปยังเรือนหอ(เต็นท์)“เรื่องทั้งหมด มันเหมือนถูกกำหนดมาแต่แรกแล้ว โดยนาย ทหารคนนั่น นับแต่วันแรกแล้ว เขาปล่อยปละน้องสาวของเขามาพัวพันกับนายหมอโดยไม่คิดหวงห้าม ผิดวิสัยญาติผู้พี่เลย จนทำให้ทั้งสองคนถึงเนื้อถึงตัวกันตลอด เราทั้งหมดก็เห็น จนครั้งนี้ เขายังเรียกร้องนายหมอของเราเข้าไปหาไปใกล้ชิดกับน้องสาวของเขา โดยอ้างเหตุว่าต้องการความช่วยเหลือ แล้วก็ปล่อยให้ชายหญิงสองคนนั่นอยู่กันในที่ลับตา สุดท้าย..."

ส่ายหัว บ่นพร่ำว่าแย่ๆ อีกคนต้องร้องเฮ้ย เบาๆบอกว่าไม่น่าไม่นา

“และ...บัดนี้นายหมอของเราก็ได้ถล่ำเข้าไปจนสุดตัวแล้วเหมือนเข้าไปในกับดักเลย”

สายตาคมกล้าอันอ่านความคิดกันทัน เพ่งมาทันที“เนลอญนายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?...อย่าบอกนะว่า นายคิดว่า พวกเขาคิดวางแผนจับนายหมอ กฤษณ์เหรอ?ฉันว่าไม่ใช่นะ”

“ฉันไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ ฉันกลัวว่านายหมอของเราจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเองฉันคิดอย่างนี้จริงๆนะเต๊อะ”

“เสียเปรียบอาราย?...กัน นายของเราเป็นผู้ชายนะก่อนนี้ไม่เป็นแต่ตอนนี่กำลังจะเป็น ไม่เสียเปรียบแน่นอนจริงๆพับผ่าซิเอ้า...”

“เอาล่ะ ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะพูดให้นาย หรือใครเข้าใจที่ฉันคิด บอกแต่ว่าในคณะแพทย์อาสาฉันเป็นคนเดียวที่ได้รับความไว้ใจจากนายหมอให้เป็นคนดูแลผู้หญิงที่ตั้งท้อง ทุกครั้งหน้าที่ผดุงครรภ์ตั้งแต่เธอเหล่านั่นท้องอ่อนๆไปจนถึงคลอดออกมา ฉันเป็นผู้ช่วยนายหมอ เราทำคลอดมาก็หลายคนแล้วด้วย"

“เออใช่ เวลามีรายคนไข้หญิงท้องอ่อนท้องแก่มา จะเป็นหน้าที่หลักๆของนายเลยนี นายเคยไปอบรมหลักสูตรทำคลอดฉุกเฉินที่โรงบาลของนายหมอมาแล้วนี่นา”

เนลอญพยักหน้าให้แต่สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี"ถูกต้อง...ฉันเป็นคนผูกพันใกล้ชิดกับคนท้องคนไส้มากที่สุดเรื่องนี้มันทำให้ฉันอดคิดไปถึงคุณเกตุทุกที"

“เกี่ยวอะไร?ด้วย”

“ฉันหมายถึงอาการของคุณเกตุ อาการมันเหมือน...กับ คนกำลังตั้งท้องนะสิ!...”คิ้วเข้ม สายตาเเข็ง เป็นจริงเป็นจังขององครักษ์ บอกว่าเขาพูดจริง

“เฮ้ย!...พูดบ้าๆ”

เหลือบตาเข้มมองเพื่อน“เต๊อะนายคงไม่ได้สังเกตเหมือนฉัน รู้รึเปล่าว่าฉันแอบสังเกตเธอคนนี่มาตั้งนานแล้ว ถึงอาการผิดแปลกหลายอย่าง เบื่ออา หารเอย หงุดหงิดง่ายเอย เศร้าง่ายเอยเหล่านี่ มันเป็นตัวบ่งชี้เริ่มแรกของผู้หญิงท้องสะด้วยซิ โดยเฉพาะ...นายทหารคนนั่น ก็ถึงกับคอยดูแลประคบประหงมอยู่ตลอด เหมือนจะรู้ว่าสุขภาพของเธอว่าเป็นยังไง”

เต๊อะเพียงพยักหน้าพูดเออๆตอบรับ ทำตาโต แต่ก็เริ่มเห็นคล้อยตามเพราะเคยเห็นอาการคอยหวงแหนของนายทหารที่มีต่อผู้หญิงคนนั่น มันมากเกินคำว่าพี่น้องแล้ว

“เมื่อตอนเช้าก่อนเดินทาง ฉันแอบเห็นนะ ทั้งนายหมอ นายอภิรักษ์ต่างก็เห็นเข้าพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ หนุ่มสาวคู่นั่น คุณเกตุกับนายทหาร พวกเขากำลังแอบพลอดรักกันในที่ลับตา ขนาดนายหมอยังมองอย่างตะลึงตกใจเลย ตัวฉันเองแทบไม่เชื่อสายตา คนคู่นี่ดูยังไงๆสองคนก็เป็นคู่รัก หรือคู่สามีภรรยากันมากกว่าจะเป็นพี่น้อง ฉันเห็นมากับตามาอย่างนั่นนะ สมมุตินะถ้าเกิดผู้หญิงคนนั่นมีท้อง แล้วพวกเขาสองคนรวมหัวกันวางแผนการจับนายของเราให้เป็นพ่อเด็ก เพื่อหวังทรัพย์สินความร่ำรวยในภายภาคหน้าจากนายหมอของเราแล้วล่ะก็...”

“เออใช่ ทฤษฎีแกฟังดูน่าเชื่อถือ”เต๊อะผงกหัวรับ

ตระกูลของนายหมอกฤษณ์แม้ไม่เก่าแก่ในฟ้าเมืองไทย แต่สืบเชื้อสายจากคนวรรณะกษัตริย์จากแคว้นราชสถานในประเทศอินเดีย ย้ายรกรากมาเป็นคหบดีผู้มั่งคั่งในเมืองไทย บิดาสมรสกับราชนิกูล มีบุตรคนเดียวผู้ดีเลิศประเสริฐ์ศรีแต่เก็บเนื้อเก็บตัว จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่า'เขา'มาเป็นหมออาสาอยู่ในแดนกันดาร ไพรเถื่อนเยี่ยงนี้

“อยู่ในเมืองไทยนายหมอของเรา ก็เเทบหลบผู้หญิงให้วุ่น เพราะฐานะอันมั่งคั่ง ชาติตระกูลอันเพรียบพร้อม มันเป็นตัวเรียกร้องให้ผู้หญิงต่างเข้ามาหมายปองนายของเรา เพราะผู้หญิงที่จะมาแต่งงานด้วยจะกลายเป็นเจ้าหญิงทันที แต่นายก็ไม่เคยมองใครเลย สุดท้าย...นายก็มาโดนผู้หญิงจับในป่านี่เอง อุตสาห์รอดจากสาวในเมืองแล้วแท้ๆ พวกเขาคงรู้ประวัติของนายเรามาก่อนหน้านี้แล้ว”

เพื่อนซี้จับบ่าเขย่าหนึ่งที ร้องเฮ้ๆเพราะเพื่อนทิดดูจะคิดมาก เนลอญปลายตามามองเต๊อะพูดอีก“เรื่องนายหมอได้เมียฉันยินดี จะผู้หญิงคนไหนก็พร้อมรับแต่...ถ้าหากว่า...”

เต๊อะถึงกับส่ายหัวเบือนหน้า กับความคิดในแง่ร้ายของเพื่อน สำหรับเขามักมองคนในแง่ดีเอาไว้ก่อนเสมอ “สวมรอยให้เด็กในท้องเป็นลูกของนายหมอเนี่ยนะ ไอ้ทิดเน นายมองโลกแง่ร้ายเกินไปแล้ว...คุณเกตุออกจะใสซื่ออย่างนั่นยังไงฉันก็ไม่เชื่อ... หร้อก...”เบ้ปาก เอามือโบกปัดเป็นระวิง

เนลอญยังคงจ้องตาโพลน“คิดกันไว้ก่อนน่ะเพื่อน ฉันจะ!... ภาวนาให้มันเป็นแค่ความคิดมากของฉันเองละกัน”





ลึกเข้าไปในถ้ำอีกครั้งหลังส่งตัวผู้หญิงคนนั่นให้กับคู่หมั้น

จ่าเดินเข้ามาขนาบข้าง“ผู้กองเมื่อกี่ตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วครับสมแล้วที่เป็นลูกของยอดคนอย่างท่านนายพล”เสียงทุ่มหนักอย่างยินดี เขายิ้มจนเห็นฟันซี่โต และยกนิ้วโป้งให้ปะหลกๆ แต่หาญศึกไม่ขำ ไม่ยินดียินร้ายด้วย

หาญศึกหันข้างมามอง ใบหน้านั่นอย่างเฉยชา ก่อนดวงตาจะอ่อนแววลง ก้มหน้า คอตกและหันกลับเดินต่อไป จ่าผู้เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่รู้ได้ทันทีถึงจิตใจอันเศร้าหมองของนายทหารดี เขาได้ผ่านการตัดสินใจครั้งสำคัญในการสละของรักให้คนอื่นไปแล้ว

ทางในถ้ำลึกก็จริง แต่มันขนานไปกับผาด้านนอก มีช่องหินรอยปรุให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาเป็นระยะ สามารถมองเห็นโลกภายนอกได้

พวกเขาได้หยุด ณ ตำแหน่งหนึ่งของถ้ำ อันห่างเข้ามาลึกแล้ว นายทหารร่างสูงใหญ่พลันพูดเสียงเฉียบกร้าว“สิบเอกไกร หาก...เราจะใช้ลูกกระสุน เอ็ม๗๙ พิเศษAnthraxของนาย...เปิดทางไอ้พวกศัตรูเฉพาะหน้าตอนนี้นายคิดว่าไง?”

“ผมขอค้านเรื่องนี่ครับผู้กอง ผมมีกระสุนAnthrax ที่ว่านี่แค่ไม่กี่ลูกเอง และผมเตรียมมา เพื่อจะเอามาใช้ในภารกิจ ทำลายศูนย์วิจัยอาวุธลับกลางป่า เป้าหมายอันแท้จริงของเราเท่านั้น ในฐานะนายทหารผู้ควบคุมอาวุธ ผมจะไม่ยอมใช้อาวุธชีวภาพนี่ ก่อนเป้าหมายก่อนเวลาอันเเท้จริง เพื่อฆ่าคนเบิกทางแน่...”

หาญศึกเสียงห้าว“แล้วอำนาจมันแค่ไหนล่ะสิบเอก? นายถึงไม่กล้าใช้มัน”

“ผู้กองก็รู้อยู่แล้วว่ากระสุนเอ็ม ๗๙ บรรจุเชื้อโรคตัวนี้ แค่นัดเดียว นัดเดียวเท่านั้น ทหารข้างนอกแค่สองร้อยคนคงน้อยไปที่จะตายเพราะเชื้อโรคมันสามารถไปในอากาศ มันอาจเลยไปถึงหมู่บ้านบ้านสเนพ่องที่เราจากมาหรือหมู่บ้านอื่นๆสุดแต่ลมจะหอบเอามันไปได้ไกลแค่ไหน เพียงสิ่งมีชีวิตที่ใช้ปอดหายใจเอามันเข้าไปจะติดเชื้อทันที ความเสียหายมันกินวงกว้างมากเกินไปครับ ผมว่าผู้กองหาทางอื่นจะดีกว่าเรายังไม่จนแต้มนักนี้”

“เอาล่ะๆ”

ผู้กองยกมือโบกให้สิบเอกหยุดก่อนหันมาทาง“จ่าผมตัดสินใจแล้ว ผมอยากได้รหัสสีดำ ไปเรียกทองปามารวมพลทันที ผมจะแก้ไขสถานการณ์ของเราด้วยรหัสนี้”คำสั่งสั้นๆของนายทหาร

“ไม่ต้องครับนาย”เสียงทองปา ผู้ออกมาจากมุมมืดโผล่มาเหมือนภูตผีมาเงียบๆเช่นเคย มารวมกับทุกคนทันที

แทนคำพูดใดๆ จ่าแจ๋วกับทหารพรานทองปาต่างยกแขนดูนาฬิกาแล้วกดปุ่มบางอย่างดัง ปี๊บ!...แหลมดัง ตัวเรือนธรรมดาๆแต่กลับส่งสัญญาณไฟกระพริบๆแรงกล้า ผู้กองเองก็กดไฟสัญญาณที่นาฬิกาของตนไปด้วย เกิดไฟประสานกันจนในท้องถ้ำอันมืดมิดที่ยืนอยู่ขณะนี้เกิดแสงไฟรัวสะท้อนแผ่นหินไปมาสับสนวุ่นวายเหมือนแสงสีในผับในบาร์

หมู่แม็กก้มมองนาฬิกาของตนนิ่งค้างอยู่”ผู้กองน่าจะคิดให้ดีก่อนนะ เรื่องนี่อะโอ๊ย!!...”

“เฮ้ย!เอ็งอย่าพูดมากนายเขาสั่งอะไรก็ให้ทำ เดี๊ยะโดน”จ่าครางฮึ่ม!เข้าใส่ “ไม่ต้องคงต้องคิด มันอีกแล้วพ่อหนุ่มคะนองรักเดี้ยะฟัดโดนอีก...”ตีหน้ายักษ์เข้าใส่ จนลูกน้องสะดุ้งหงอ

อูย...ซีด...

เอามือคลำปอยกลางกะบาลครางซีด...เพราะถูกจ่าสับมะเหงกให้ แต่หมู่แม็กยังหน้าเครียด

“รหัสสีดำคือคำสั่งให้เตรียมพร้อมด้วยกำลังสนับสนุนทางอากาศ และปืนใหญ่ช่วยยิงสนับสนุนขั้นมโหฬารที่เดียว ผู้กองจะใช้มันเปิดทางให้กับทุกคนแบบนี่มัน...ไม่เป็นการยอมเปิดเผยตัวหรือครับ เออ.เรื่องนี่ผมอยากให้ผู้กองทบทวนให้ดีๆ นี่มันกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างประเทศเลยนะครับ เราใช้แค่รหัสน้ำเงินขอกำลังสนับสนุนทางอากาศพร้อมหน่วยคอมมานโดน่าจะดีกว่า การถอนตัวจะได้นำพวกคุณเกตุกลับไปด้วย”

ผู้กองกระชากเสียงห้วน คำหนักๆจากในแสงและเงา“เราต้องใช้มัน! จ่า หมู่ อส.ทองปา จะไม่มีการถอนตัวมอบตัวหรือยอมจำนนใดๆทั้งสิ้น!!... ภารกิจของเราเป็นความลับสุดยอดเราต้องผ่านด่านนี่ไปให้ได้หากจำเป็นจะแหกเปิดทางด้วยลูกปืนใหญ่ใครขวางหน้ามันต้องตาย...”

“ผู้กองคิดจะเปิดลานประหารขึ้นที่นี้หรือครับ?”จ่าถาม

“ผม! จำเป็นต้องใช้แผนนี่อีกครั้ง”

“ทำตามที่ท่านสั่งสิบเอก”จ่าเอื้อมคว้าบ่าหมู่เบาๆ

ปิ๊บ!ปิ๊บ!ปิ๊บ!

หมู่แม็กหน้ามุ่ย แต่ก็เริ่มเอานิ้วกดปุ่มกดรหัสบนนาฬิกาของตนไป รหัสซึ่งพวกเขาแต่ละคนจะรู้เฉพาะตัวเท่านั้น นาฬิกาสี่เรือน และสี่คนกดพร้อมกันด้วยรหัสของอีกสามคนจึงจะป้อนคำสั่งกลับไปยังหน่วยเหนือได้

“พร้อมครับ!...” สิบเอกทหารตอบเสียงดัง

ร้อยเอกนายทหารผู้ผ่านสงครามครั้งใหญ่มาเมื่อสี่ปีก่อน ยังคงยืนหันหลังนิ่ง ลำตัวตรงมือไขว้หลัง นัยน์ตาสีเหล็ก หนักแน่น เหี้ยมโหดมันคือบุคลิกที่แท้จริงของเขา

จ่าแจ๋วคนแรก“รหัสของผม! จ๑๒๗๘”

ทหารพรานทองปา“ของผม! ท๗๑๗๘”

สิบเอกไกร“ของผมเออ... ก๒๕๒๑ครับ

ร่างสูงใหญ่หันกลับมามองทุกคนด้วยสายตาอันเฉียบขาด เยี่องผู้กำลังเข้าสู่สนามรบ“ดี!!...ของฉันหมายเลขนรก ศพ๙๙๙๑” อันเครื่องส่งสัญญาณของแต่ละคนได้กระพริบขึ้นพร้อมกันแล้ว สัญญาณคำสั่งอำนาจเฉพาะที่หน่วยเหนือมอบไว้ให้เพื่อสนับสนุนภารกิจ หมู่แม็กลอบมองนายทหารของตน อย่างวาดๆเพราะรู้ซึ้งถึงประวัติของนายทหารคนนี่ดี จ่าคนสนิทก็ได้เห็นใบหน้าของปีศาจสงครามเมื่อสี่ปีก่อน ได้กลับมาอีกครั้ง

“เอาล่ะ เรียบร้อยแล้วครับ”นายทหารการสือสารสรุป“อีกสิบนาทีพวกเขาจะ พร้อมรับคำสั่งสุดท้าย กองบินที่ ๔๑ ฐานบินเชียงใหม่สามารถส่งเครื่องเจ็ตโจมตีมาถึงภายในห้านาที หากได้รับคำสั่ง รวมทั้งบังเอิญที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๒ จังหวัดตาก ก็ซ่อมรบอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ห่างแค่ยีสิบกิโลเมตรเอง”

ร่างสูงใหญ่เยี่ยงนักรบโบราณยังคงยืนอย่างแน่นิ่ง แต่จ่าทหารคนสนิทรู้ดีว่าไฟในอารมณ์เขากำลังปะทุ จึ่งเลี่ยงมาหาลูกน้องแทน

“สิบเอกไกรจ๋า จ่ามีเรื่องอยากจะพูดด้วย”

“อึ๋ย...จ่าทำเสียงหวานน่ากลัวกว่าเสียงปกติอีก”

“เดี๋ยดฟัดมะหงกเลย”

จ่าหุ่นเมือนโอ่งเดินมาหาหมู่พูดเสียงหวาน อมยิ้มอย่างซานตาครอสหน้าห่วย“เอาล่ะเสร็จแล้ว เมื่อกี่จ่าต้องขอโทษด้วยหลายอย่างเลย...เอาเป็นว่า ผู้กองเขาจำเป็นต้องจัดการเรื่องน้องสาวก่อน เพราะเราจะต้องปลีกตัวออกไปจากคณะแพทย์อาสาได้ทุกเมื่อ นายเราจำเป็นต้องวางความปลอดภัยให้น้องสาวของเขานะ นายก็เห็นแล้วนี่ว่าหากเกิดอันตรายขึ้น กับคนพวกนี่คนในคณะน่ะจะเล็งปกป้องเฉพาะหมอกฤษณ์กับคนสนิทของเขาเท่านั้น หากเราไปแล้วใครมันจะดูแลปกป้องหนูเกตุล่ะหึ คิดดุดีๆสิ ที่ๆปลอดภัยที่สุดก็คือข้างตัวหมอกฤษณ์นั่นไงล่ะ เข้าใจไม๊ความคิดผู้กอง”

สิบเอกหนุ่มรู้สึกสยองมากกว่า ที่จ่าเอาหน้าโหดๆมาใกล้ แต่ก็แอบยิ้มกริ่มใจชื้นขึ้น“เรื่องการหมั้นนั่นนายก็ไม่ต้องห่วงดอก...หมอกะเทยนั้น คงไม่ทำให้หนูเกตุสึกหลอแน่...เชื่อจ่าสิ”ก่อนจ่าจะชี้นิ้วบอกให้ทั้งเขา และทองปาออกไปรอที่ปากถ้ำ บอกมีเรื่องบาง อย่างต้องคุยกับผู้กองเป็นการส่วนตัวหน่อย แล้วใช้เท้าคอมแบต ใหญ่ๆถีบส่งที่ก้นเป็นการส่งท้าย



ร้อยเอกหาญศึกดูเหมือนมีเรื่องคับใจบางอย่างต้องการจะพูด

จ่าแจ๋ว “อ่อ...เรื่องที่ท่านนายพลจะหาผู้หญิงซักคนมาอุ้มบุญมีลูกสืบสกุลคนใหม่โดยใช้วิธีการIUIหรือครับ เรื่องนี้ผมรู้แล้วแต่ผมไม่รู้ว่าใครคือผู้หญิงคนนั่นเท่านั้น"

หาญศึก “เกตุ เธอคือผู้หญิงคนนั่น”

จ่าแจ๋ว “หะหา!... ผู้กองว่าอะไรนะนั้นมันไม่จริงนะครับ!”

“จริง!”เขาตอบเสียงแข็งหันหน้ามา“แสดงว่าจ่าก็รู้เรื่องนี้ดีแต่ก็ยังปิดบังผมอีก จ่าเข้าข้างปกป้องคุณพ่ออยู่ตลอด ให้เขารังแกกานดา และลูกของเธอ ต่อไปนี้ผมจะไม่เชื่อจ่าอีก...”แต่บนสันกำปั้นที่คนหนุ่มชูขึ้นมันกำลังปูดโปน ตาลุกวาวด้วยอารมณ์โกรธ

“โธ่!... โปรดฟังผมพูดก่อนเถอะเรื่องจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น ผู้กองไปได้ยินได้ฟังมาจากไหนกัน นี่มันบิดเบือนนะ”จ่าค้านจนเสียงอ่อน

“ฟังที่ผมจะพูดให้ดี เกตุเธอกำลังจะตั้งท้องลูกของคุณพ่อ น้องเกตุเป็นเด็กกตัญญูรู้คุณคน ต้องการทดแทนบุญคุณที่ครอบครัวของเราอุปถัมภ์ครอบครัวของเธอมา เกตุเป็นคนไปเสนอตัวยอมรับน้ำเชื้ออสุจิจากคุณพ่อมาผสมกับไข่ในมดลูกของเธอเอง เธอเป็นคนใจเด็ดเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรมาแล้วและเพื่อไม่ให้ตระกูลเสนานรงค์ของเราต้องสิ้นลูกหลานสืบต่อ เธอจึงยอมอุ้มท้องเป็นแม่ของลูกจากสายเลือดคุณพ่อ ยอมรับ มัน มาใส่ในร่างกายเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ลูกของคุณพ่อน้องของผมแต่...ประวัติศาสตร์อันนี่ทำไม? มันต้องเกิดขึ้นอีกครั้งด้วย ทำไม!!...”

เขาเหมือนจะเพ้อคลั่งขึ้นอีก เดินอย่างงุ่นง่านด้วยประวัติศาสตร์มันซ้ำแผลเก่าในใจอีกครั้ง และยังเหลือบตาร้ายๆมองมายังลูกน้องคนสนิทของพ่อพูดขึ้นอีกว่า“แพทย์ได้มาทำการเก็บเชื้ออสุจิจากคุณพ่อไปคัดกรองแล้วรีบเอาไปฉีดเข้าโพรงมดลูกของเธอภายในหนึ่งชั่วโมง พวกเขาทำIUIหรือการฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูกของเธอ ในเวลาต่อมาอีกเธอก็ไปรับการตรวจการตั้งครรภ์ภายหลังการฉีดอสุจิในอีก ๑๔ วันถัดไป น้องเกตุเธอบอกผมไว้อย่างนั้น”

“อือม์แล้ว...ใคร? บอกเรื่องนี่กับผู้กอง”ทหารอาวุโสพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ร้อนตามทหารหนุ่ม

“น้องเกตุเธอสารภาพกับผมมาเอง ในวันแรกที่เราพบเธอโดยบังเอิญกลางทางจะมาที่นี้”พยักหน้าให้แววตาเชื่อสนิทยิ่ง จ่าได้แต่ดึงผ้าโผกออกเกาหัว โยนตัว ตุ๊บๆกับพื้นดังลั่นอย่างสุดแสนอัดอั้น

“สัญญาณบอกเหตุกินอาหารไม่ได้ กินน้อยทั้งที่เป็นคนกินง่ายมาตลอด อารมณ์อ่อนไหวแปรปรวนง่าย เป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง บางที่หิวแต่กินได้ไม่มากจนเกิดอาการวิงเวียนจะเป็นลมอีก โฮโมนของคนที่กำลังตั้งท้องนอกจากจะทำให้โกรธง่ายและก้าวร้าวแล้วยังทำให้เธอมีอาการซึมเศร้า อ่อนไหว เสียใจและเสียน้ำตาได้ง่ายๆกับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่มากระทบจิตใจนี่เป็นสัญญาณว่าเกตุกำลังตั้งครรภ์ลูกของคุณพ่อ”

“เธอหลอก!...ผู้กองเล่น ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นนะ”

“น้องเกตุไม่เคยพูดโกหกกับผม”

“เด็กคนนี่ก็โกหกเก่งเหมือนแม่เธอนั้นแหละหยุดหูเบาได้แล้วผู้กอง!”

“ก็จ่า! ฟังที่ผมจะพูดให้จบก่อนสิ!...”

จ่าเอาตีบถีบผนังดังโครม!ระบายความเดือดดาล

“การที่ผมคอยเฝ้าคอยติดตามปกป้องเธอมาตลอด จนมาออกนอกภารกิจก็เพราะเหตุนี่แหละ ในท้องของเธอกำลังจะมีน้องของผมอีกคน ถึงผมจะรักเกตุแค่ไหน ก็ไม่อยากจะซ้ำเติมสองแม่ลูกที่น่าสงสารคู่นี้อีก นี่คือเหตุผลอันแท้จริงที่ผมต้องยัดเหยียดเกตุให้หมอกฤษณ์ไป เพื่อชดเชยสิ่งที่ครอบครัวเราที่ทำไว้กับเธอทั้งหมด ผมพร้อม...จะทำทุกอย่างแม้จะต้อง บังคับคนเป็นเกย์อย่างหมอกฤษณ์ให้เป็นสามีของเธอผมก็ยอม”

แววตาที่มีแต่เส้นเลือดแดงขุ่นของเขา เกร็งหมัดแน่น“ตาแก่นั่งรถเข็นนั้นทั้งยังพิการไปแล้วแต่ยังจะก่อกรรมกับเด็กสาวอยู่อีก การทำอย่างนี่มันเท่ากับทำลายเธอทั้งชีวิตให้ต้องกลายเป็นแม่คนโดยไม่มีสามีเป็นตัวเป็นตนเหมือนแม่ของเธออีก ไอ้เรื่องบัดสบแบบนี้ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก”

การที่ผมเล็งหมอกฤษณ์มาแต่แรกแล้ว เพื่อให้เขาเป็นพ่อของเด็กในท้อง ไม่มีใครเหมาะสมมากไปกว่าเขาอีกแล้ว คนที่เข้าใจผู้หญิงได้อย่างนั้น และเมื่อน้องเกตุรักหมอกฤษณ์ มันก็เพียงพอแล้ว ที่จะให้เธอแต่งงานไปมีชีวิตใหม่ และไปให้พ้นๆจากตาแก่นั้น ตอนนี้อายุครรภ์ของน้องคงจะประมาณเดือนกว่าแล้วแต่ อีกเจ็ดหรือแปดเดือนข้างหน้าก็จะครบกำหนดคลอด ตอนนั้นลูกที่ออกมาจะเป็นลูกของหมอกฤษณ์ไม่ใช่ลูกของคุณพ่ออีกต่อไป”

ได้ยินคำแล้วลูกน้องคนสนิทของพ่อเริ่มเดือดเสียเอง“ปุ๊ดโธ่เว้ย!!...ลูกนังผู้หญิงคนนั่นทำให้สองพ่อเขาลูกบาดหมางกันอีกแล้ว!...อะไรมันจะซ้ำรอยกันขนาดนี้...”จ่าตาแดงก่ำส่งลมหายใจออกอย่างพรึดพัด เบ่งกล้ามหน้าอกจนพองสุดที่จะระงับอารมณ์กับคนหนุ่มผู้ให้ร้ายพ่อตนเองคนนี้

“เรื่องนี่ผมได้ผมได้ความรู้มาจากพวกหมอตอนที่ผมไปบริจาคน้ำเชื้อมา พวกหมอๆที่ต้องการน้ำเชื้อจากผมมากถึงขนาดไปเชื้อเชิญผมถึงชายแดนเลย ผมก็เห็นดีด้วยเพราะถ้าหากผมตายไปจะได้มีสายเลือดของผมฝากอยู่ในโลกต่อไป”

จ่าแจ๋วนึกทีย้อนขึ้นได้ ส่งสายตากร้าวมาให้ ด้วยเขาก็กุมความลับไว้แน่นอก “แล้วทำไม!!?... กันละหึผู้กอง!...ไม่นึกเอะใจคิดบางว่าคนพิการท่อนล่างอย่างท่านจะรีดเอาน้ำเชื้อจากตนเองมาให้ได้ยังไง... พิการออกอย่างนั่นหึ ถ้าไม่ใช่เอาน้ำเชื้อจากคนที่ มัน บริจาคทิ้งไว้แล้วหนีกลับเข้าชายแดนไปไม่ยอมกลับบ้านน่ะ ท่านเป็นคนบอกกับผมเองว่าถ้าทั้งชีวิตมันจะไม่ยอมโผล่หัวกลับมาบ้านทั้งชาตินี้ก็ให้หมอไปเอาน้ำเชื้อของมันมาแทนก็แล้วกัน”

“จ่า?...ที่จ่าพูด หมาย ถึง ลูกในท้องเกตุเป็นลูกของ...”หาญศึกถึงกับพุดคำตะกุกตะกัก หน้าตื่น ผิวหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที

“ยังจะคิดไม่ออกอีกเรอะ! ผู้กอง!!...”



ในรังรัก

“อ้ำๆ อาม...”

“ยาอะไรตั้งเยอะแยะน้องไม่อยากกินงะ”คนไข้สาวเเกล้งเบือนหน้าหลบแต่ซ้อนยิ้มหวาน

“ไม่กินใช่ไม๊”กฤษณ์แกล้งไปควานหากล่องยาฉีด “ถ้าไม่กินยางั้น เอายาฉีดนะเอามั้ย?”

“กรี๊ด...พี่หมอน้องไม่ฉีดๆนะ อย่าๆเอาเข็มมาจิ้มตัวน้องนะ...”

“หุ หุ อย่าเอาแต่งอนเลยพี่หมอล้อเล่นน่ะ”

“พี่หมอแกล้งน้องงะใจร้าย...”

“พี่หมอก็แค่อยากแกล้งนักกีฬาทีมชาติดูก็เห็นว่า...”

หมอกฤษณ์ก็ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษกับเธอคู่หมั้นหมายคนนี้ เกตุกำลังออดอ้อนว่าที่สามีของเธอเช่นกัน

ลูบเนื้อจับตัวอย่างถือสนิทยิ่ง เพราะเธออยู่ในฐานะคู่หมั้นแล้ว“แต่ก็น่าแปลก...อาการของน้องทุเลาขึ้นมากเยอะเลย พวกนักกีฬานี่สุขภาพดีและฟื้นตัวได้เร็วจริงๆเลยนะ”พลันสายตาของคุณหมอก็เห็น

“เอะ มีอะไรจ๊ะพี่หมอทำไม?... ต้องทำเสียงสั่นอย่างนั้นด้วยล่ะ”

ชายเสื้ออันลอยอยู่แค่ต้นขามาตลอด บัดนี้มันลอยรั้งสูงถึงหน้าท้องแล้วจากการขยับตัวของหล่อนจนมิอาจเป็นปิดบังสิ่งอันพึ่งสงวนได้อีกแล้ว

“กรี๊ด!...พี่หมอคนลามก” หล่อนหยิกข่วนเอาไม่หยั่ง

“พี่หมอเปล่านะ...พี่หมอยังไม่ได้เห็นเลยอูย...เจ็บๆๆ...”

“มามองตัวน้องอีกแล้วเมื่อกี่ก็ด้วย.จะเปลี่ยนแพ็ดให้น้องอีก ต้องแอบคิดอะไรอยู่แน่ๆหมอชีกอ”รีบเอามือปิดท่อนล่าง



หล่อนเอากำปั้นทุบอกเขาเบาๆอย่างแง่งอน ก่อนจะชะงักนิ่งสนิทก้มมองเรือนร่างตนเองอันเกือบจะเปลือยเปล่า อันมีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวบางๆปิดอยู่อย่างหลวมๆจนต้องยกแขนขึ้นบังหน้าอก ตาแดงเรี่ยที่ถูกมองเนื้อในจนหมด มองตอบพี่หมอเหมือนจะโกรธๆ

เสื้อที่หล่อนสวมอยู่ก็รุ่ยร่าย กลัดดุมเพียงไม่กี่เม็ด แบะอกหรา ก่อนเธอจะรีบเอามือปิดป้อง ห่อกายกอดอกไว้ป้องกันจากสายตาของเขา

“มองสำรวจพอหรือยัง?”

“อะเออ...พี่...”เอามือลูบท้ายทอยอย่างประหม่าผิดบุคลิกไปมาก เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามองไปจริง

“เกตุจ๊ะ เออ คือ...พี่หมอไม่ได้คิดอะไรอย่างนั่นนะ พี่แปลกใจตะหากที่น้องฟื้นไข้เร็วมาก นี่...พี่มองอย่างสายตาหมอจริงๆนะ”ก้มหน้านิ่ง อะไรบางอย่างทำให้เขาลืมตัวไปชั่วขณะจิต แม้จะเป็นคู่หมั้นกันแล้ว แต่ความจริงกฤษณ์รู้ดีเพราะทุกสิ่งในแค้มป์เหตุการณ์ทุกอย่าง ล้วนตกอยู่ในสายตาของเขาหมด ภาพที่เขาแอบเห็นโดยมิได้ตั้งใจ เห็นพร้อมกันกับอภิรักษ์กับเนลอญก่อนการเดินทางจะเริ่ม คู่รักอันเปี่ยมล้น หน้าหุบเหวหลังแค้มป์นั้น ภาพๆนั่นมันย้ำเตือนชัดอยู่เสมอว่า...

เกตุและหาญศึกพวกเขาคือ...คู่รักกัน

เขาดึงผ้าห่มจะคลุมให้ด้วยแววตาเปลี่ยนไป เธอปฏิเสธ มือยังกอดอกแน่นสบัดหน้าอย่างแง่งอนอยู่เช่นนั้นจนกฤษณ์ไม่รู้จะรับมือยังไงอีกเพราะทั้งชีวิตของเขามิเคยต้องรับมือกับผู้หญิงเช่นเธอมาก่อน

“กินยาไปแล้วควรนอนเสียนะ”เขาพูดเสียงเรียบ หันไปเตรียมที่นอนของตนเองด้วยท่าทีเรียบร้อยอยู่เช่นเดิม

“ไม่จ๊ะ น้องยังไม่ง่วง บางที...อาจจะเป็นเพราะน้องตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้เป็นคู่หมั้นของพี่หมอแล้วยัง...ได้มานอนไกล้ชิดกันอย่างงี้อีก...”

กฤษณ์มีสีหน้านิ่งงัน หันมา ได้แต่พยักหน้ายิ้มให้“เอาล่ะถ้างั้น...พี่หมอขอนอนก่อนละกันพรุ่งนี้จะต้องตื่นกันแต่เช้าด้วย”หมอรีบล้มตัวลงนอนไปสะงั้น ดึงผ้าผวยมาคลุมตัวแล้วหันข้างให้และก็ไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขยื้อนลุกขึ้นอีก ทำท่าว่าจะหลับไปจริงๆ

หล่อนมองร่างนั่นอย่างใจหาย อาการแง่งอนของเธอทำให้เขาเปลี่ยนไปเกือบจะในทันทีไม่อาจสืออารมณ์เหมือนเมื่อครู่ได้อีก ทำตาปริบๆพยายามฝืนความรู้สึกในใจ ก่อนจะค่อยๆโน้มกายลงนอนตะแคงซ้อนเบื้องหลังเขาเอาไว้ เอามือข้างหนึ่งรองศีรษะมองดูแผ่นหลังเขาอยู่เช่นนั่นแล้วเอื้อมมือมาลูบที่ไหล่เบาๆ

“พี่หมอคะ...น้องหนาวนะขอผ้าห่มให้น้องบ้างได้ไหม?เมื่อคืนนี้เรา...เออ”

หล่อนกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูของคู่หมั้น ด้วยท่าทีครึ่งขลาดครึ่งกล้า กฤษณ์พลิกตัวมามองจ้องลึก หล่อนหลบตาลงต่ำ หน้าเป็นสีชมพูเมื่อเขายื่นนิ้วมาแตะลูบไล้ที่แก้มสีสุกปลั่ง ก็ยื่นหน้าจูบเบาๆที่ริมฝีปากของเขา

“ถ้าน้องต้องการ?”

เกตุสั่นศีรษะ พริ้มตาลง“บ้า...น้องยังไม่ง่วงต่างหาก...พี่หมออย่าพึ่งหลับทิ้งน้องไปก่อนสิคะ นึกเสียว่าอยู่เป็นเพื่อนคุยกับน้องก่อนละกันน้า...”

เขาหันกลับไปตอบมาทั้งที่ยังหลับตานอนนิ่งอยู่เช่นนั้น“เกตุจ๊ะ ที่พี่หมอได้ล่วงเกินร่างกายน้องไปพี่ขอโทษ...แต่นั่นมันเกิดการที่พี่เคยชินกับการทำหน้าที่สูติ-นารีแพทย์มากเกินไป พี่หมอรู้เรื่องร่างกายของผู้หญิงดีและมองร่างกายของน้องเช่นเดียวกันกับคนไข้หญิงของพี่ทุกคนหาใช่...มองด้วยความอนาจารไม่ ร่างกายของผู้หญิงหรือ...ของผู้ชายก็ดีสำหรับพี่แล้วความสวยงามมันคือ...โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อสุขภาพที่แข็งแรงจากภายในออกมา เช่นนี้แล้วพี่จะคิดมีกามรมณ์กับสิ่งที่พี่ทำงานด้วยได้อย่างไร...เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้พี่หมอเสียใจ ไม่คิดว่า การกะทำของพี่นั้น จะเป็นล่วงเกิน แต่...เมื่อเรื่องทุกอย่างมันบีบคั้นพี่ ญาติฝ่ายน้องต้องการความรับผิดชอบพี่ก็ยินยอมให้แล้ว”

“พี่หมอคะ! มัน... ไม่ใช่อย่างนั่นนะน้องไม่ได้โกรธพี่หมอเลยจริงๆ”

ดวงตาส่อแววเศร้าทันที นี่เธอทำให้พี่หมอโกรธไปแล้วรึ เกตุคิด

“เกตุคนดี...หลับเสียเถอะ...ร่างกายของน้องยังต้องการการพักผ่อนอีกมากพรุ่งนี้พวกเรายังต้องตื่นขึ้นมาเผชิญกับการตรากตร่ำร่างกายกันอีก...เวลานี้น้องอาจจะยังไม่เคยชินกับการมีคนแปลกหน้าคนนี้มานอนด้วยแต่...ให้รู้ไว้ว่าคนอย่างพี่หาได้มีพิษภัยกับใคร?ไม่”

“ไม่นะ!...ฮือๆ.พี่หมออย่าทำเมินชากับน้องเลย น้องไม่ได้คิดอย่างที่พี่หมอเข้าใจนะ ได้โปรดอย่าทิ้งน้องไปเหมือนที่พี่หาญศึกเขาทำนะ!...ไหน!?พี่หมอยอมแต่งกับน้องเเล้วไง...จะเบี้ยวหลอกน้องเหรอ?ไม่นะ!ชีวิตน้องไม่เหลือใครอีกแล้ว...ฮือๆ”

“พูดอะไรอย่างนั่นเกตุมันเร็วไปที่เราจะแต่งงานกัน เวลาแค่เพียงไม่กี่วันที่เรารู้จักกันมามันสั้นเหลือเกิน...เวลานี้เรายังเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอยู่...วันนี่น้องไม่คิดวันหน้าน้องจะต้องคิดและเสียใจภายหลังที่มาแต่งกับพี่ การที่พี่ยอมรับปากรับหมั้นกับน้องไปแต่แรกก็เพียงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีให้น้องแม้ว่า...มันจะ.ทำร้ายตัวพี่เองก็ตาม”

“พี่หมอ...อย่าโกรธน้องเลยนะคะเมื่อกี้น้องลืมไปว่าเราเป็นคู่หมั้นกันแล้ว ญาติฝ่ายน้องเขาก็อนุญาตให้เราร่วมนอนด้วยกันได้น้องไม่ควรแสดงอาการเคืองพี่เลย”

เขาแกะมือเธอออกจากเอวอย่างนิ่มนวลแล้วขยับลุกมาดึงผ้าห่มอีกผืนมาคลีคลุมร่างอันล่อแหลมต่อสายตานั้นแล้วประคองให้นอนลงเช่นที่หมอเคยดูแลคนไข้มาตลอด สัมผัสคราวนี้ผ่านผ้าอีกชั้นมิให้ต้องเนื้อตัวเธออีก แววตาของเขามีแต่ความอ่อนโยนและเป็นผู้ใหญ่มาก

“นี่พี่...ไม่ได้จะเรียกร้องอะไร?อย่างว่าจากน้องหรอกนะอย่าเข้าใจพี่ผิดเช่นนั้น พี่หมอรู้จักควบคุมความต้องการทางร่างกายของตนเองได้ และ จะ ไม่ล่วงเกินร่างกายน้องอีกเป็นอันขาด น้องจงหลับให้สบายเถอะจะไม่มีอันตรายต่อน้องอีกต่อไปในคืนนี้”

“ฮือๆพี่หมอไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจผู้หญิงแม้สักนิดเดียว...ฮือ...กระซิกๆ”

"เกตุจ๊ะ ทางที่ดีเราสองคนควรให้เวลาต่อกันและรู้จักกันให้มากกว่านี้เสียก่อนอย่าปล่อยให้เรื่องบางเรื่องมันอยู่เหนือกว่าเหตุผล...เอาล่ะพี่ต้องขอตัวนอนก่อนนะ”

หล่อนผวาเข้ากอดที่แผ่นหลังของเขาไว้แน่น น้ำตาเออล้น ส่งเสียงกระซิกๆร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด




“เพี๊ยะ!!...”

เสียงฝ่ามือตบฉาดใหญ่แล้วร่างของผู้กองก็โค่นลงไปกองไม่เป็นท่าด้วยน้ำมือของจ่าทหารคนสนิทนั้นเอง

“นี่!...สำหรับลูกทรพี! ที่เอาพ่อของตนเองมาประจาน หาญศึกนายเป็นคนเลอะเลือนเต็มไปด้วยโมหะจนถูกสองแม่ลูกนั้นปั่นหัวเล่นมาตลอด ความจริงก็คือ...คนที่ทำร้ายครอบครัวทำร้ายพ่อและพี่ชายมาตลอดก็คือนาย!...เอง สมควรแล้ว...ที่เด็กนั่นจะไปเป็นของคนอื่นมันก็ควรแล้วนี้เพราะความงี่เง่าของนายเองจำไว้!...”

คนถูกตบถึงกับนั่งตะลึง ขากรรไกรค้างอยู่เช่นนั้นแม้เลือดจะไหลเออจากริมฝีปากก่อนส่ายหน้าเร่าๆขับไล่ความมึนงงเพราะจ่ามือหนักเหลือเกิน

“เกตุ เธอกำลังตั้งท้องลูกของผมเหรอ!?มันๆไม่จริงใช้มั้ยทำไม!?เธอถึงไม่ยอมบอกความจริงกับผมก่อนหน้า นี่ผมทำอะไรลงไป...”เขาแทบความจริง

“ก็ไอ้เรื่องนี่แหละที่ทำให้ท่านนายพลถึงกับใจอ่อนยวบยอมตบปากรับให้หนูเกตุเป็นลูกสะไภ้ทันทีและยอมให้ผู้กองแต่งกับหนูเกตุได้เพื่อจะให้สามคนพ่อแม่ลูกได้อยู่กันพร้อมหน้า ไอ้การที่เธอเดินทางมาครั้งนี้ นอกจากมา ตามหาน้องแล้ว ยังมาเพื่อส่งตัวเป็นเจ้าสาวให้ผู้กับเจ้าโง่อย่างนายอีกด้วย”

หาญศึกได้แต่คอแข็งสีหน้าเหลือกลาน กับความจริงที่จ่ายอมเปิดปากพูดออกมาแล้ว

“นั่นผู้กองจะไปไหน!อีก...”

เขาขยับลุกขึ้นเร็วมาก ตอบเสียงเน้น“ผมจะกลับไปเอาเมียเอาลูกผมคืน...”ยกมือห้ามไม่หันมามอง ไม่อยากฟังคำจ่า เรื่องนี่เขาไม่ต้องคิดอะไรเลย

“ไม่ทันแล้ว!...มันกำลังจะมาแล้ว!...“ ไม่อยู่ๆจ่าก็โวยวายขึ้นอีก ตาเหลือกขาวโพลน ชี้นิ้วไปยังช่องลมผนังหินข้างหลัง หาญศึกหันไปมองตาม แล้วทั้งสองคนถึงกับเกิดอาการซวนเซเหมือนแผ่นดินมันโคลงเคลงได้ ก้อนหินแต่ละก้อนลั่นคึกเช่นอาการเกิดแผ่นดินไหว

“มันเกิดอะไรขึ้นนี่มันจันทฆาตรึไง!?”

ปรากฏการณ์ประหลาดบนฟากฟ้าเมื่อพวกเขามองขึ้นไปจากช่อง

“แย่แน่...นี่ไม่ใช่จันทฆาตแต่เป็น มัน! ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสิบแปดปีก่อน ไอ้เหตุการณ์ประหลาดนี่แหละที่พวกจ่าเคยเจอมาแล้ว!...”

“เจออะไร!?จ่าเจออะไร”หมู่แม็กโผล่พรวดมาถึงเร็วมาก พร้อมๆกับทองปา จ่าถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันร้องหนอยๆ...ที่สองคนนี้คงแอบฟังเรื่องของพวกเขาไปจนหมดแล้ว

“โอ้!!...นั่น!!คุณพระช่วย...”หมู่แม็กร้องเสียงหลง“นั่นมันปรากฏการณ์ แบล็คโฮลที่มีเกิดแต่ในจักรวาลเท่านั่นนี้ ทำไม?มันมาเกิดในโลกได้...โลกเราจะถึงกาลอวสานแล้วเหรอ!?...”

จ่าเอ่ยเสียงลอดจากปากอย่างยากเย็น"หลุมดำมหึมาบนฟ้าแบบนี้แหละสมัยที่ท่านนายพลยังดีอยู่กับพวกผมมาปฏิบัติภารกิจลับเหมือนเช่นคราวนี้ เมื่อสิบแปดปีก่อนเราก็เจอมันเกิดขึ้นแบบนี้ก่อนที่เราจะเจอกับ 'มัน' เจ้าสามีชาวป่าของกานดา




“เอาล่ะๆพี่หมอรับปากแล้ว”ในที่สุดหมอกฤษณ์ก็ทนการรบเร้าไม่ไหว หล่อนยังกอดเกาะอยู่แน่น จนเขาต้องดึงตัวมาเผชิญหน้า

“แต่...เราจะเข้าหอกันก็ต่อเมื่อผ่านพิธีแต่งงานกันก่อนนะจ๊ะ พี่ไม่ทิ้งน้องแน่...”หมอหนุ่มต้องทอดถอนใจอีกครั้งชีวิตอันเงียบสงบของเขาเกิดความวุ่นวายขึ้นมาแล้ว

เกตุพลิกตัวมานั่งตัวตรงต่อหน้าเขา เอานิ้วปาดเช็ดน้ำตา ขณะปลดกระดุมเสื้อที่เหลือของตนที่เหลือติดอยู่อย่างหมิ่นเหม่อย่างช้าๆ รูดแขนเสื้อจากหัวไหล่ลงที่ละข้าง จนเนื้อผ้าคัตตอนเนื้อบางเบามากองสุมรวมอยู่ตรงที่ขาอ่อน เธอเอนตัวลงเอาร่างพิงอกของเขาจนสองเนินเนื้อในผ้าเบียดดันเสียดสี

“เกตุ น้องจะทำอะไรอีก...พี่บอกแล้วใช่ไหม?ว่าไม่...”

เธอเอาคางหนุนอกเขาพูด“น้องอยากจะมีลูกไวๆคะพี่หมอ อยากมีครอบครัวอบอุ่นด้วย มีพ่อแม่ลูกอยู่กันครบพร้อมหน้าพี่หมอมาเป็นพ่อของลูกในท้องน้องนะๆ”

“เราจะต้องศึกษาดูใจกันก่อนสักระยะก่อนไหม? เรื่องการหมั้นยังพอยุติกันได้ พี่ไม่อยากให้ เรื่องคราวนี้เป็นการทำร้ายอนาคตของน้องในวันหน้ารู้ไหม?”

“แต่น้องรอไม่ได้แล้ว ถ้า...พี่หมอรักน้องจริง...” สบตาอันมีน้ำชุ่มพราว

“เกตุจ๊ะพี่...เออ.คือ...”เขาอยากจะหลบดวงตาอันมีแรงเสน่หานั่น

“จะเป็นอะไรไปละคะพี่หมอก็ในเมื่อพี่หาญศึกเขาอนุญาตแล้ว เขาโยนน้องมาให้เป็นของพี่หมอแล้วนี้...“

"พี่หาญศึกเขารักและปรารถนาดดีต่อน้องมาตลอดนะ อย่าเข้าใจคุณหาญศึกไปอย่างนั่นสิ“

เธอส่ายหน้าเร่าๆไม่ยอมฟังทั้งนั้น

“เกตุน้องอย่าโกรธคุณหาญศึกเขาเลยนะ คะเค้ามีเรื่องจำเป็นจริงๆ” กฤษณ์พูดเสียงติดขัดเพราะฝืนแรงที่เกตุเข้ามากอดรัดเอวไม่ไหว

“น้องไม่อภัยให้พี่หาญศึกแน่...คอยดูเถอะฮึม!...”

ดึงแขนคู่หมั้นขึ้นมานั่งเพื่อให้มองร่างกายของเธอเต็มตา มือหนึ่งกุมเนินสาวไว้และอีกข้างเกาะอกปิดบังก่อนจะค่อยๆคลายทั้งสองมือออก เรือนกายที่ได้รับมรดกสืบทอดมาจากมารดาผู้มิอาจมีชายใดปฏิเสธ

หมอกฤษณ์ก็พลันตะลึงแลลานไปกับภาพตรงหน้า ร่างอันเปลือยเปล่าของคู่หมั้นสาว ทรวงอกของหล่อนงามสะพรั่งปราศจากสิ่งอันปกปิด บัวนางอันเต่งตั้งชูชันเบียดชิดกันอยู่ทั้งคู่ ต่ำลงไปเป็นแนวลาดกิ้วของท้องรับกับสะโพกกลมกลึง ลำขาเปล่าเปลือยทั้งคู่ราวกับปรีหยวก หล่อนเคลื่อนไหวอย่างแช่มช้าจนสองเนินเนื้อกระเพื่อมไหวน้อยๆ เข้ามาแกะกระดุมเสื้อของคนที่กำลังจะเป็นสามีด้วยนิ้วมืออันสั่นเทา ขนตางอนยาวอันเปียกชุมด้วยน้ำตามองอย่างเรียกร้องจับนิ่งมาที่ตาของเขา ก่อนจะเบือนหลบอย่างเหนี่ยมอาย ส่งเสียงกระซิกๆ อาการอันกึ่งขลาดกึ่งกล้าของหล่อนโดยใช้มือข้างหนึ่งค่อยๆลูบไล้ทรวงอกของคนรักให้เกิดความกระสัน กฤษณ์แทบไม่เชื่อสายตาเลยว่าดวงหน้าหวานแฉล้มนั่นคือดาวพระเกตุเด็กสาวผู้ซุกซนและห้าวหาญเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งบัดนี้ได้กลายมาเป็นคู่หมั้นและกำลังจะกลายเป็นภรรยาของเขา ณ บัดนี้




ตึกๆ...ตึกๆ...

ไปแล้วสินะ...ลูกศิษย์ของฉัน

ตึกๆ...ตึกๆ...

ได้ยินแต่เสียงหัวใจมันดังลั่นถ้ำไปหมด ในนรกมันคงจะทรมานเหมือนนี่ล่ะ
กะมัง จะตายก็ตายไม่ได้ จะทรมาทรกรรมกันไปถึงไหน...พระกาฬเอ๋ยขอจงทรงได้โปรดมารับดวงวิญญาณข้าทีเถอะ...

ตึกๆ...ตึกๆ...


สองทุ่ม ณ เวลาเดียวกัน ปลายทางของถ้ำ บุรุษผู้นั่นกำลังเฝ้ารอเวลาสุดท้ายของชีวิตอย่างเดียวดาย

เฮ้อ...ยัง... ยังหรอก ฉัน ยังจะล่ะสังขารนี่ตอนนี้ไปไม่ได้ เพราะ "มัน" กำลังจะมา เกตุลูกศิษย์ที่รักของฉัน ตราบใดครูยังมีชีวิต หรือแม้จะต้องเป็นวิญ ญาณสัมภเวสีเร่รอนไม่รู้ผุดไม่รู้เกิด ครูจะไม่ยอมให้มันผู้นั่นมากร่ำกรายเธอได้เป็นอันขาดครูจะปักหลักมั่นอยู่ที่นี้จนถึงที่สุด

เสียงผ่อนลมหายใจเป็นช่วงๆ มันเชื้องช้าเสียจนเหมือนจะหยุดไปเป็นพักๆ ด้วยปอดที่เหนื่อยล้า อ้าปากครางจนน้ำลายไหลออกมา สมองเริ่มหมุน ลมหายใจขาดช่วง ทั่วทั้งร่างค่อยๆไร้เรี่ยวแรง เสื้อผ้าที่สวมใส่บัดนี้มันชุมโชกไปด้วยเหงื่อรู้สึกร่างกายหนักมันอึ่งไปหมด จนสติสุดท้ายที่เหลือก่อนจิตจะดับวูบ รีบรวบรวมสติให้รวมตัวกันอีกครั้ง สร้างกระแสจิตเพ่งนิ่งอยู่ภายในขอให้เกิดปฏิหาริย์...

ช่างไร้สาระที่สุด...คนที่ควรจะตายไปได้ตั้งนานแล้วอย่างฉัน ทำไม?ทำไม...ต้องมานั่งทนทุกข์ทรมานขนาดนี้ด้วย หรือ?... ฉันตายไปแล้วและนี่มันคือนรก

หายใจอย่างยืดยาว สั่นทุกช่วงเข้าออก เพราะร่างกายมันกำลังกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมานจนถึงขีดสุดแล้ว

ไม่ว่าจะลืมตาหรือปิดตาทุกอย่างมันก็มืดดั่งเหวนรก พยายามรวบรวมสมาธิควบคุมสติ เพ่งกสิณ เพ่งอารมณ์ทั้งมวลไปที่ร่างกายทั้งซีกเบื้องซ้ายทั้งหมดอย่างช้าๆ ปลายนิ้วมือข้างนั่นยังพอกระดิกได้ ขยับเกร็งกล้ามเนื้อตั้งแต่หน่อง ต้นขา เลยสูงไปจนถึงหัวไหล่ แม้จะรู้สึกชาแต่ยังพอฝืนกระดิก กระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อร่างกายฝังนี้ยังพอขยับได้ แต่...ร่างในเบื้องขวารู้สึกมันได้หลุดพ้นจากความรู้สึกไปแล้ว ความทรมานในบัดนี้คือ...อวัยวะภายในเหมือนมีไฟมาเผา มีเพียงสมาธิจิตมั่นเท่านั่น แทนยาขนานใดทั้งปวง เยียวยาความทรมาน

...เนินนาน...พลัน เกิดภาพนิมิตกสิณภายในสมาธิ

ภาพที่เขาเห็นในมโนทวารนั้น

รูปสังขารของตนลึกลงไปใต้เสื้อผ้า ผิวหนังมันกำลังแตกแยกออกจนเหลือแต่กล้ามเนื้อ ฉีกขาดออกไปอีกจนถึงกระดูก แตกหักผุผัง ตับ ม้าม มันกำลังสิ้นอายุขัยไปตามกาลเวลา ภาพสังขารของเขาทั้งหมดก็นอนเหยียดยาวกับพื้นเน่าเปลือย บวมพอง หนอนไต่ตอมจนเป็นที่น่ารังเกียจยิ่ง นานไปมันก็ยุบโทรมลง สุดท้ายมันก็เหลือแต่เศษเนื้อเศษกระดูกแล้วแปรสภาพไปเป็นดินสิ้นเท่านั้น ก่อนแปรกระบวนการนั่นย้อนกลับคืนมาใหม่ร่างกายกลับมาที่รูปขันธ์เดิมอีกครั้ง เพ่งกสิณวนเวียนไปเช่นเดิมอีกจนครบสามรอบ ความเจ็บปวดทรมานพลันลดลงไป

พลังจิตจากการเพ่งกสิณเท่านั้นที่ทำให้เขาลดความทรมานลงได้

ป่านนี้ สองคนนั่นคงเข้าหอเป็นผัวเมียกันแล้วสินะภาพนิมิตในหัวของฉันมันบอก ว่าเธอทั้งสองกำลังมีความสุข กฤษณ์เพื่อนรัก และความหวังของฉัน เกตุ พวกเธอสองคน คงไม่รู้หรอกว่า อะไรมันกำลังหมายจ้องเธอทั้งสองคนอยู่

เบื้องหลังของเขาพลันรู้สึกถึงนิมิตร้ายแม้ไม่ได้มองด้วยตาก็รู้สึกถึง เงื้อมเงาอันไม่แน่ชัดอันพร่ามัว เริ่มก่อกายขึ้นเหมือนอสสารก่อรูปเป็นบุรุษผู้หนึ่ง ร่างเงาอันใหญ่โตผิดมนุษย์คล้ายพญามัจจุราช กำลังเคลื่อนทอดเงานั่นเข้ามาจนใกล้ เขาเริ่มรู้สึกถึงการมาของผู้ที่เขาหวาดหวั่นยิ่งนักผู้นี้




ปรากฏการณ์ประหลาดบนฟากฟ้าเหนือขุนเขาสูงล่ำขึ้นไปจนอยู่เคียงดวงจันทร์ ด้วยสัณฐานทรงกลมเทียบเท่ากัน กำลังสูบกลืนลำแสงจากดวงนั่นเข้าไปในตัวมันเหมือนหลุมดำอันลึกล่ำสุดหยั่ง พระจันทร์ฉายแสงถูกดูดกลืนจนหม่นหมอง ทั่วพื้นพิภพเบื้องล่างต่างก็ถูกความดำมืดเข้าคลอบคลุม

โลกทั้งโลกดูจะเงียบไปหมดครั้นแล้วต่อมา เขาก็แว่วเสียงโห่ร้องอันอื้ออึงสนั่นหวั่นไหวของพวกคนข้างนอก เสียงฝีเท้าคนเหล่านั่นวิ่งกันอย่างสับสนอลหม่าน

ปัง!!...ปัง!!...ปัง!!...

เสียงยิงปืนขึ้นฟ้าและเสียงวิ่งแตกฮือกันอย่างไม่คิดชีวิตของพวกที่เฝ้าล้อมดักรอคนอยู่หน้าถ้ำ

ทหารกะเหรี่ยงอันปักหลักล้อมอยู่ ต่างตกใจเอะอะตะโกนเสียงดังลั่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเกิดความระส่ำ บ้างขวัญกระเจิง บ้างวิ่งหนี หรือยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างไร้ความหมาย กองไฟทุกกองที่พวกนั่นก่อไว้ต่างถูกดูดเปลวขึ้นเป็นลำเป็นสายขึ้นฟ้าแม้แสงแลบไฟจากกระบอกยังถูกดูดไปสิ้น เบื้องบนท้องฟ้าหมู่เมฆต่างหมุนวนเข้าสู่จุดศูนย์กลางถูกดูดเข้าไปในเจ้าสิ่งนั่น ความใหญ่โตและมหึมาของมันอันเป็นภาพที่ใครก็มิอาจจทนตั้งสติไว้ได้อีกแล้ว

บิดาที่แท้จริงของดาวพระเกตุ สามีชาวป่าของกานดาได้มาปรากฏตัวข้างหลังของสัณฑ์แล้ว 'มัน' หรือเขาผู้มาทวงทุกสิ่งทุกอย่างในคืนแห่งจันทฆาตและกาลนี้จะเป็นความสิ้นสุดห้วงแห่งความทรมานเสียที

ความตายที่สัณฑ์กำลังถวิลหา

************************************************

*เน คือคำนำหน้าคนที่เคยบวชพระมอญมาก่อนหรือคำว่า ทิด ในภาคกลาง เนลอญ หรือทิดลอญ*

*IUI(intha Uterine Insemi)การฉีดอสุจิของผู้บริจาคเข้าโพรงมดลูกกรณีมีบุตรยาก หรือมาจากหลายสาเหตุเช่นในเนื้อเรื่องเก็บน้ำเชื้อเอาไว้เพื่อสืบทายาทในอนาคตหากเจ้าของน้ำเชื้อเสียชีวิตไปก่อนเป็นต้น*

* เชื้อโรคแอนแทรกซ์ (anthrax) นับว่าเป็นเชื้อที่เหมาะแก่การนำมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพมากที่สุด เพราะจะทำให้เกิดโรคระบาดรุนแรง และมีศักยภาพสูงในการสังหารมนุษย์ยิ่งนัก*

*“Black Hole” หรือ “หลุมดำ”* สัตว์ร้ายแห่งดวงดาว เป็นกับดักขนาดมหึมาแห่งห้วงอวกาศ คอยดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปในตัวมันอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เรื่องของแบล็คโฮลมีให้เรามักพบเห็นกันประจำในนวนิยายวิทยาศาสตร์ หลายคนก็คงสงสัยว่า แบล็คโฮลจะก่อตัวขึ้นจากดาวขนาดยักษ์ เมื่อดาวฤกษ์ยักษ์ใหญ่เริ่มตายลง มวลสารของดาวทั้งดวงจะถูกบีบอัดมารวมตัวกัน ณ จุดเดียว (ด้วยอำนาจของแรงดึงดูด ) ณ จุดที่เวลาและอวกาศหยุดนิ่ง สถานที่ซึ่งมวลสารไร้ปริมาตรและเวลาไม่ยอมเดินลักษณะทำนองนี้ที่เกิดขึ้นกับแกนกลางของแบล็คโฮล จุดที่เป็นศูนย์กลางของแบล็คโฮลนักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า singularity เป็นจุดที่มีแรงดึงดูดมหาศาลมาก….มากเสียจนไม่มีอะไรหนีพ้นไปได้ แม้กระทั่งแสง ระยะรัศมีของแรงดึงดูดนี้เรียกว่า event horizon นักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่าthe-point-of-no-returnเพราะไม่มีอะไรจะหลุดรอดไปได้




ปัจจุบันเซิร์นองค์กรความร่วมมือเพื่อวิจัยพลังงานนิวเคลียร์แห่งสหภาพยุโรปกำลังติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (Large Hadron Collider - LHC) ภายในอุโมงค์ใต้ดินรูปวงแหวนขนาดเส้นรอบวง27กิโลเมตร มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ใต้ดินของประเทศฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกการติดตั้งจะแล้วเสร็จ นักวิทยาศาสตร์กำลังจะสร้างหลุมดำขึ้นเป็นครั้งแรกในเร็วๆนี้ มันมีขนาดเล็กมากๆๆ แบบว่า มันจะสลายตัวภายในเสี้ยววินาที จึงไม่ต้องกลัวว่ามันจะทำลายโลกของเรา ประโยชน์ที่ได้จากมันจะมหาศาลมาก ทั้งพลังงานควอนตัมปฏิสสารเพราะหลุมดำเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลนี้แม้ขนาดแสงยังหนี้จากมันไม่ได้เลย




Create Date : 07 ธันวาคม 2552
Last Update : 15 มีนาคม 2553 0:47:03 น.
Counter : 1120 Pageviews.

4 comments
  
บล็อกนี้เปลี่ยวเหงาเศร้าหนักหนาใครช่วยมาพูดจากัน ให้ที
โดย: คุณหมอเถื่อน (doctorwar ) วันที่: 12 ธันวาคม 2552 เวลา:11:38:41 น.
  
ชอบผลงานของคุณหมอเถื่อนค่ะ เป็นกำลังใจให้ รอลุ้นอยู่ค่ะ
โดย: ซอยเจริญใจ วันที่: 13 ธันวาคม 2552 เวลา:18:32:18 น.
  
ฝากข้อความหลังไมค์ไว้ค่ะ
โดย: ซอยเจริญใจ วันที่: 13 ธันวาคม 2552 เวลา:19:09:44 น.
  
หน้าเวปถูกใจมาก ผมนับถือครับ
หน้าบล๊อคก็น่าอ่านอีกล่ะเพื่อน
แต่วันนี้แวะเข้ามาสวัสดีปีใหม่นายก่อนล่ะ ไว้จะแวะมาอ่านอีกทีนะเพื่อน

มีความสุข สมหวังทุกประการเพื่อน เคาท์ดาวน์แล้วชมจันทรุปราคา ให้เพลินเลยนะเพื่อน มาๆ มานับกัน 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1....เที่ยงคืนเป๊งก็เย้ๆๆเลยนะเพื่อน
โดย: เพื่อนมาแล้วววว (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 31 ธันวาคม 2552 เวลา:18:27:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments