มีนาคม 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เจ้าชายหิ่งห้อยกับเจ้าหญิงแสงจันทร์ บทที่ 11


แสงสีเหลืองอมส้มอยู่เหนือหมู่ยอดตึกสูงที่เห็นอยู่ไกลลิบลับ ดวงตะวันของวันใหม่สาดแสงแรงกล้าขึ้นทุกที เจษฎานั่งมองภาพเหล่านั้นคล้ายจะครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตของตนอยู่คนเดียว ชีวิตพลิกผันจากลูกทหารยศต่ำ ได้ทุนการศึกษาจากเจ้านายของพ่อไปเรียนต่างประเทศ เรียนจบกลับมาดูแลกิจการของเจ้านายองค์นั้น ตัวเขาเจริญเติบโตในหน้าที่การงานเรื่อยมา จนปัจจุบันได้มานั่งอยู่ในฐานะผู้บริหารสูงสุด ตำแหน่งที่ใครๆ ต่างก็นับหน้าถือตาไม่อาจดูเเคลนได้เหมือนเมื่อครั้งในอดีต

ภาพถ่ายของหญิงสาวสีซีดจางแนบกับอกของเขาตลอดเวลา ท่านหญิงดวงฤทัย เธอคือตำนานดอกฟ้า และอดีตเขาคือบ่าวไพร่ผู้ต่ำต้อยผู้หลงรักบุตรสาวของเจ้านายผู้สูงศักดิ์แม้ปัจจุบันเขาจะมั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน มีทุกสิ่งตามที่อำนาจเงินจะสรรหามาได้ตามใจปรารถนาหากแต่นั้นเป็นแต่วัตถุภายนอกร่างกาย เพราะสิ่งสูงค่าในจิตใจของเขากลับไม่อาจจะไขว้คว้ามาชื่นชม จะไม่มีวันได้สมใจปองตลอดกาลเพราะเธอได้ตายจากเขาไปแล้วเหลือเพียงรูปถ่ายใบเดียวเป็นของดูต่างหน้าเท่านั้น

เลขาธิการเปิดประตูเข้ามาในห้อง หอบเอาแฟ้มเอกสารสำคัญมาด้วย เจษฎารีบเก็บภาพถ่ายใว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างสุดจะหวงแหน มารศรี สาวใหญ่ผู้มีรอยลิปสติกสีเข้มจัดที่ริมฝีปาก เธอแอบมีรอยยิ้มเล็กๆ จะนานแค่ไหนนายของตนก็ยังเป็นชายที่มีรักมั่นคงต่อผู้หญิงในรูปถ่ายใบนี้ยิ่งนัก จะดีแค่ไหนหากว่าเธอได้เป็นหญิงคนนั้นที่เขารักแต่มันก็เป็นเพียงแค่ฝันที่ไม่อาจจะเป็นจริง ตลอดเวลาสิบกว่าปีที่เธอร่วมงานกับเขา นายเจษฎามองเธอเป็นแค่เพียงผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น

“ท่านคะเอกสารที่จะใช้ในการเซ็นสัญญากับนักธุรกิจเวียดนามเสร็จแล้วค่ะ”

บุรุษใบหน้าคมสันต์ ในชุดสูทกระดุมสองเม็ดตัดเย็บประณีตใช้นิ้วลูบคางที่ถูกโกนจนเกลี้ยงเกลา หมุนเก้าอี้กลับมา ชี้นิ้วให้เลขาฯวางเอกสารลง หยิบแว่นตามาสวมเพื่ออ่านรายละเอียดในเอกสาร แม้วัยของเขาจะเฉียดเลขห้าสิบแล้วบุคลิกก็ยังเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉง เลขาฯแอบมองเจ้านายของตนอย่างชื่นชมแม้วัยของเขาจะเข้ากลางคนแต่เจ้านายคนนี้ไม่เคยเลยจะปล่อยตัวให้มีพุง ร่างกายเฟิร์มกระชับทุกสัดส่วน สมัยหนุ่มแน่นเจษฎาได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มป๊อบปูล่าที่สุดคนหนึ่งในแวดวงสังคมชั้นสูงแม้ปัจจุบันทั้งวัยและเวลาล่วงเลยมามาก สิ่งที่คงเหลือคือความภูมิฐาน เสน่ห์ของเขาอยู่ที่ความสุขุม เยือกเย็นแต่เธอกลับมองว่านี่แหละคือสิ่งที่คนหนุ่มยากนักที่จะมีได้เช่นเขา

“ทำได้รัดกุมเช่นเคยนะคุณมารศรีไม่มีจุดไหนในเอกสารที่ต้องแก้ไขเลย”

สายตาคมและรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของหนุ่มใหญ่ยามเมื่อส่งมาให้เลขาฯเพราะรู้ว่าเธอแอบมอง มารศรีรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อถูกจับได้เธอเลยหันมาพลิกแฟ้มและพูดถึงเรื่องงานมากกว่า

“เรากำลังจะบุกเบิกธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเวียดนาม เศรษฐกิจของประเทศนี้กำลังเติบโตจนกลายเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย ความต้องการลงทุนด้านสาธารณูปโภคยังมีอีกมาก อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะต้องเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ธุรกิจประเภทนี้จะโตวันโตคืนเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองใหญ่”

เจษฎาเลิกคิ้วเล็กน้อยมีรอยยิ้มอย่างพอใจในการวิเคราะห์ของเลขาฯ คนสนิท สิบกว่าปีมาแล้วที่มารศรีอยู่ร่วมงานกับเขาทั้งรู้ใจและเข้าขากันดีในเรื่องงาน

“ไหนพูดต่อซิคุณมารศรี”

เขาพยักหน้าเห็นด้วย เลขาฯ ยิ่งรู้สึกมั่นใจในการวิเคราะห์ของตนเอง

“การที่ท่านตัดสินใจร่วมทุนกับนักธุรกิจเวียดนามตั้งสาขาของเอสกรุ๊ปขึ้นอีกแห่งเพื่อรอโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่นท่าอากาศยาน เส้นทางรถไฟเชื่อมต่อทั่วประเทศหรือสร้างสะพานขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงหรือในภาคเอกชนก็มีจำพวกอาคารพาณิชย์ที่มีความสูงมากๆ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ถึงในเวียดนามจะมีบริษัทที่เป็นคู่แข่งกับเราหากแต่เทคโนโลยีของพวกเขายังตามหลังเราอยู่เพียงแต่ยังไงกลสายภายในประเทศก็เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ลึก การที่เราดึงเอาคู่แข่งเจ้าถิ่นมาผนึกเป็นหุ้นส่วน เท่ากับตัดศัตรูออกไปแล้วยังเพิ่มมิตรที่แข็งแกร่งมาอีกหนึ่ง ปิดทางแพ้ของเอสกรุ๊ปให้เป็นศูนย์ ตอนนี้บริษัทคู่แข่งทางอเมริกาก็สนใจจะขอร่วมหุ้นด้วยเพราะเล็งเห็นแววแล้วว่าจะสู้ไม่ได้เลยขอเป็นพันธมิตรกับเรา”

ความรู้สึกมั่นใจในการเป็นผู้นำของเขา เลขาฯ อย่างเธอมีอย่างเต็มเปี่ยม ธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนาม ‘เอสกรุ๊ป’ ได้สยายปีกแห่งธุรกิจให้ก้าวไกลไปในต่างแดน ทุกที่ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจนายเจษฎาไม่เคยพลาดที่จะลงทุน ทุกแห่งล้วนสร้างกำไรจากผลประกอบการอย่างงดงาม รางวัลนักธุรกิจดีเด่นระดับประเทศหลายต่อหลายครั้งยังไม่เพียงพอยืนยันความสามารถของนายเจษฎาของเธอ

แววตาของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่หรี่ลง วางเอกสารสำคัญอย่างเสียมิได้

“เอกสารฉบับนี้อาจจะไม่ใช่ผมก็ได้นะที่จะเป็นคนเซ็นมัน”

“ทำไมหรือคะท่าน”

มารศรีถามด้วยความแปลกใจ บรรยากาศที่ดีกลับเปลี่ยนไปในทันที

จากที่ดูมีรอยยิ้มใบหน้าของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่กลับเฉยชา

สิ่งที่เลขาฯอย่างเธอรู้สึกเมื่อครั้งแวบแรกที่เห็นแววตาของเจ้านายเมื่อครู่ว่าเขากำลังมีความเครียดเป็นเรื่องจริง มือของเจษฎากุมขมับแน่นก่อนเลื่อนไปเสยเส้นผมซึ่งเริ่มมีเส้นหงอกขาวแซมเล็กน้อย ใบหน้าซีดเซียวคล้ายคนไม่ได้หลับนอนอย่างเพียงพอ

“ท่านดูเหนื่อยไปนะคะ พักนี้ท่านโหมทำงานมากไม่ได้พักผ่อนเลยถ้าไงการนัดหมายกับท่านรัฐมนตรีดิฉันจะขอเลือนนัดหมายออกไปก่อนเพื่อให้ท่านได้พักผ่อนนะคะ”

เลขาฯ สาวใหญ่รู้สึกเป็นห่วงจากใจจริง

“ไม่ต้อง”

แววตาดุจเหยี่ยวของยอดนักธุรกิจส่งประกายมา บ่งบอกว่าเขาจะไม่ยอมอ่อนแอแม้เพียงชั่ววินาทีเดียว อาณาจักรธุรกิจแห่งนี้เขาคือผู้นำสูงสุด พนักงานนับหมื่นชีวิตรอคอยให้เขานำพา“ผมเพียงมีเรื่องให้คิดมากนิดหน่อย กลางคืนก็เลยหลับไม่เพียงพอ ยังไงคุณมารศรีช่วยเอากาแฟให้ผมสักแก้วก็พอ”

“ค่ะท่าน”

ความรู้สึกเป็นห่วงในจิตใจของมารศรีนั้นมีมากเกินคำว่านายกับเลขาฯ ปกตินายของเธอไม่ดื่มกาแฟและของมึนเมาเพราะเป็นคนรักษาสุขภาพมากเธอจำได้ว่าเมื่อครู่มีโทรศัพท์จากภายนอกเข้ามา หลังจากนั้นนายของตนเองก็เกิดอาการเครียดขึ้นมาทันที แม้ผิวหน้าของเขาจะเรียบเฉยดุจน้ำในทะเลสาบหากในแววตานั้นมีระลอกคลื่นแห่งความกังวลแผ่ซ่านออกมา มีเพียงคนสนิทอย่างเธอเท่านั้นที่มองออกถึงความกังวลนั้น

“เรื่องของมาดามโรสใช่ไหมคะที่ทำให้ท่านต้องคิดหนัก พักหลังมานี่เธอมีคำสั่งแปลกๆ เข้ามาหลายครั้ง ดิฉันขออนุญาตถามท่าน มาดามโรสมีบัญชาอะไรมาอีกหรือคะถึงกับทำให้ท่านเป็นกังวลได้ถึงขนาดนี้”

เอสกรุ๊ปยังมีนายใหญ่อีกคนคอยกำกับงานอยู่เบื้องหลัง นายเจษฎาหาใช่ประมุขสูงสุดของอาณาจักรธุรกิจแห่งนี้ไม่ หากแต่เป็นผู้ดูแลกิจการแทนเท่านั้น เจ้าของกิจการตัวจริงเป็นบุคคลในเงามืดที่มารศรีเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน

ดวงตาของยอดนักธุรกิจเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดของคนสนิท หยิบกระจกเงาในลิ้นชักมาส่องดูใบหน้าของตนก็รู้ว่าเป็นจริงอย่างที่ลูกน้องพูด ทั้งที่เขาเป็นคนรักษาสุขภาพอย่างดีมาตลอดแต่หลายสัปดาห์มานี่ เขาโหมทำงานหนักจนลืมการดูแลสุขภาพอย่างที่เคยเป็น ริ้วรอยเส้นสายความเครียดเริ่มปรากฏบนใบหน้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เจษฎาเอนแผ่นหลังเข้ากับพนักพิง รู้สึกว่าร่างกายของตนเองหนักอึ้ง ความคิดความอ่านไม่ค่อยแล่นเหมือนเคยหรือว่าร่างกายต้องการพักผ่อนจริงๆ เรื่องของมาดามโรส ทำให้เขาคิดมากยิ่งนานวันความคิดยิ่งเจอทางตัน แววตาสงบนิ่งดุจน้ำในทะเลสาบได้เกิดระลอกคลื่นของความขุ่นข้องหมองใจที่เขาจะปลดปล่อยมันออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่สนิทมากอย่างมารศรีเท่านั้น

“เมื่อครู่มาดามโทรศัพท์มาบอกว่าจะเข้ามาดูบัญชีผลประกอบการประจำปีและรายงานการใช้จ่ายเงินทั้งหมดแบบละเอียดยิบไม่เว้นแม้แต่การเบิกเงินใช้จ่ายกับอุปกรณ์สำนักงานภายในสองวันนี้ขอให้ทางเราจัดเตรียมเอกสารไว้ให้เธอด้วย”

เขารู้ดีว่ามันเป็นคำสั่งที่แฝงความไม่ไว้วางของของผู้ออกคำสั่ง

เส้นวาดคิ้วคมเฉียบของเลขาธิการคดเข้าหากันจนผิดรูป สองวันมันเร็วเกินไปที่จะเตรียมเอกสารให้พร้อม สาขาของเอสกรุ๊ปมีมากมายทั้งในและต่างประเทศ มาดามมักจะจู่โจมมาในลักษณะนี้และแต่ละครั้งก็ทำให้ริ้วรอยบนใบหน้าของนายเจษฎาเพิ่มขึ้น

“ดิฉันจะรีบเร่งดำเนินการให้ค่ะ”

เธอรับปากทั้งที่ตนเองหนักใจ ไม่ใช่แค่งานนี่แต่ไม่รู้ต่อไปจะต้องเจอการจู่โจมจากมาดามโรสมาอีกแค่ไหน ความรู้สึกของเธอบอกว่ามาดามต้องการบีบให้นายเจษฎาของเธอให้คืนกิจการของเอสกรุ๊ปมันกำลังเป็นจริงขึ้นมาทุกที

เขาพยักหน้ารับฟังทุกคำพูดของเลขาฯอย่างเหนื่อยอ่อน

“ผมต้องรบกวนคุณมารศรีช่วยเร่งเป็นการด่วนเลย สั่งให้ฝ่ายการเงินและฝ่ายบัญชีของทุกสาขาหยุดงานอื่นทั้งหมด ถ้าจำเป็นก็ต้องขอให้ทุกคนทำงานจนถึงรุ่งเช้าด้วยเพื่อให้ทันก่อนพรุ่งนี้คุณมารศรีไปทำเรื่องเบิกเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้กับพนักงานด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาไม่พอใจ ผมรู้จักคนอย่างมาดามดี ภายในสองวันของเธอมันคือวันพรุ่งนี้ไม่ใช่มะรืน เราจะต้องเตรียมบัญชีผลประกอบการให้พร้อม”

“รับทราบคะท่าน”

ยังมีเรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่เขาคิดอยู่ในใจตลอดเวลา

“เรื่องนักสืบที่ผมให้ตามหาตัวคุณชายล่ะว่ายังไง”

“ดิฉันยังคงให้คนไปติดตามอยู่ค่ะแต่ช่วงนี้คงยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้”

“ไม่เป็นไรค่อยติดตามสืบไปเรื่อยๆ ละกัน”

คำพูดเรียบๆ ของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ สายตาที่เคยเป็นเหมือนน้ำนิ่งใน
ทะเลสาบบัดนี้กำลังเกิดระลอกคลื่นแห่งความกังวนจนคนใกล้ชิดอย่างเธอยังรับรู้ได้ ตั้งแต่มาร่วมงานกับนายเจษฎา เลขาฯ อย่างเธอไม่เคยพบเจอคุณชายผู้เป็นเจ้าของเอสกรุ๊ปตัวจริงแม้แต่ครั้งเดียว นายของตนมีฐานะเป็นเพียงผู้ดูแลกิจการแทนเท่านั้น มาดามโรสมีฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของตระกูลชนะรัชและเป็นผู้จัดการมรดกของคุณชายจึงมีอำนาจจัดการแทนเจ้าของกิจการได้ทั้งหมด

ตลอดสิบกว่าปีที่เธอให้นักสืบตามหาตัวคุณชายกลับไร้ผล แม้แต่การสืบเสาะที่พำนักที่แท้จริงของมาดามเพื่อตามหาตัวคุณชายก็ไม่เคยพบเจอ มาดามโรสเป็นบุคคลลึกลับมากมายและคอยแต่สร้างแรงกดดันให้กับนายเจษฎาของเธอเสมอมา

“หม่อมราชวงศ์ดวงหทัย ชนะรัช ผมเองเคยพบเจอตอนเขาอายุแค่ห้าขวบก่อนหน้าที่จะหายออกจากวังไปพร้อมกับพ่อสามัญชนของเขา หากตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่คงโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว”เขาจดจำได้ขึ้นใจ คุณชายคือลูกของดวงฤทัยกับผู้ชายมากเสเพลคนนั้น ความเจ็บซ้ำที่คนรักถูกคนเป็นพ่อบังคับผืนใจให้แต่งงานกับชายอื่นเพียงเพราะเห็นว่าฝ่ายชายร่ำรวยมหาศาลโดยไม่คำนึงถึงความประพฤติอันแหลกเหลวของฝ่ายชายที่ทำตัวเป็นจิ้งจอกสังคม หญิงสาวมีสุขภาพที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งถูกทำร้ายจิตใจจากสามีผู้นี้

เวลานั้นเขาทำได้แค่แอบไปพบเจอเพื่อปลอบใจอดีตคนรัก ความรักความปรารถนาดียังมีให้ให้เธอไม่เสื่อมคลายตราบจนกระทั้งเขาถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อรู้ว่าเธอต้องมาเสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคประจำตัว หลังจากงานศพ คุณชายตัวน้อยได้หายตัวออกจากวังไปพร้อมกับพ่อ ไม่มีใครพบเจอพ่อลูกคู่นี้อีกเลยเสมือนหนึ่งพวกเขาจะสาบสูญไปจากโลกนี้ไปแล้ว

มารศรีหันมานั่งเก้าอี้ข้างเจ้านาย เอามือเท้าคางอย่างคนกำลังใช้ความคิด

“หากเราสืบรู้จนแน่ชัดว่าคุณชายเป็นบุคคลสูญหาย มาดามโรสก็จะอ้างสิทธิ์แทนบุคคลที่ไม่มีตัวตนไม่ได้อีกซิคะ ดิฉันไม่เชื่อว่ามาดามจะตามหาคุณชายได้พบจริง ไม่เช่นนั้นเธอจะต้องยอมพาตัวเขามาปรากฏให้พวกเราได้เห็นตั้งนานแล้ว”

มารศรีกล่าวอย่างมั่นใจเธอคิดว่ามาดามต้องคิดไม่ซื่อกับเจ้านายของเธอแน่
นายเจษฎาก็เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนได้เสียในพินัยกรรมของเจ้านายพระองค์นั้น ในพินัยกรรมระบุไว้ให้นายเจษฎาเป็นผู้ดูแลกิจการของเอสกรุ๊ปจนกว่าทายาทของท่านจะ อายุครบ 25 ปี หากในกรณีพระนัดดาของท่านเป็นบุคคลสูญหาย กิจการของท่านก็จะเป็นของนายเจษฎาตามคำสั่งในพินัยกรรม กำหนดไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า ที่จะเปิดพินัยกรรมอีกครั้ง นายของเธอก็จะได้ครอบครองกิจการอย่างถูกต้องซึ่งเธอคิดว่ามันคงไม่ง่ายแน่ที่คนอย่างมาดามโรสจะปล่อยให้ไปถึงวันนั้น

เจษฎาปฎิเสธคำพูดของมารศรีทันที

“ผมไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งมรดกจากทายาทของผู้มีพระคุณ เราควรทำสิ่งให้ถูกต้องหากคุณชายปรากฏตัวจริง ผมก็จะคืนกิจการในความดูแลเหล่านี้คืนให้ทั้งหมด”

“นี่เป็นสิทธิ์ที่ท่านควรได้นี่คะ”มารศรียิ่งรู้สึกว่านายของตนกำลังไม่ได้รับความยุติธรรม กิจการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเอสกรุ๊ปจะไม่มีวันเจริญเติบโตมาได้ขนาดนี้ถ้าไม่มีนายเจษฎาเป็นผู้ มุมานะสร้างมันขึ้นมา เสด็จพระองค์นั้นทรงเล็งเห็นไกลการณ์อยู่แล้วว่านายเจษฎาจะสืบทอดกิจการของพระองค์ได้เพียงแต่เวลาที่เขียนพินัยกรรมทรงยังไม่แน่พระทัยว่าทายาทของพระองค์จะหวลคืนกลับมาอีกเลยเขียนคำสั่งไว้แบบนี้

“ตลอดสิบกว่าปีมานี้เรารู้แต่เพียงว่ามาดามอ้างสิทธิ์การเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของคุณชายมาโดยตลอดแต่เรากลับไม่เคยพบเห็นแม้สักครั้งว่าคุณชายมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ มาดามโรสเอ่ยอ้างมาตลอดเวลาว่าคุณชายพำนักอยู่ที่ต่างประเทศ เมื่อถึงเวลาคุณชาย อายุครบ 25 ปีตามคำสั่งของเจ้าพินัยกรรมเธอถึงจะนำคุณชายมาแสดงตัว”

สองปีใช่ว่าจะนาน หากถึงวันเวลานั้นจริง เธอคิดว่าคนอย่างมาดามคงจะไม่จนแต้มเรื่องจะพาตัวคุณชายมาได้หรือไม่ พฤติกรรมของมาดามเวลานี้เหมือนร้อนรนที่จะพยายามบีบนายเจษฎาของเธอให้คืนกิจการเพราะไม่อยากต่อสู้กันอีกครั้ง หลังจากเปิดพินัยกรรมไปแล้ว

“ท่านค่ะดิฉันอาจจะมองโลกในแง่ร้ายไปก็ได้แต่ถ้าหากถึงเวลานั้นจริงแล้วมาดามเธอพาใครมาสวมรอยเป็นคุณชายในวันเปิดพินัยกรรมเช่นนั้นก็แย่นะซิคะ คุณชายเป็นคนเดียวในตระกูลชนะรัชที่หลงเหลืออยู่ เราไม่สามารถจะพาไปตรวจดีเอ็นเอกับญาติใกล้ชิดคนไหนได้อีก ท่านมิต้องสูญเสียกิจการที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกว่าสิบปีหรือคะ”

เปลือกนอกของเจษฎาอาจจะดูนิ่งๆเป็นคนไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าออกมาง่ายๆ แต่คนสนิทและรู้ใจกันมานานอย่างมารศรีก็พอเดาออกว่านายของตนเองกำลังร้อนใจเพียงใด อีกไม่เกิน 2 ปีหรืออาจจะเร็วกว่านั้นเมื่อคุณชายบรรลุนิติภาวะกิจการทั้งหมดของเอสกรุ๊ปจะต้องกลับคืนสู่เจ้าของกิจการตัวจริง ซึ่งเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่คงประสาเรื่องธุรกิจมาก่อน เด็กหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นเพียงหุ่นเชิดของมาดามโรส คนที่เธอกลัวเกรงที่สุด

เจษฎาฟังคำพูดของเลขาฯ ไปด้วยหากสายตาของเขามองภาพถ่ายของชายชราในเครื่องแต่งกายสูงศักดิ์ผู้ล่วงลับมานาน ความคลางแคลงในบางสิ่งเกิดขึ้นในใจที่เขายังไม่ได้เอ่ยปากให้ใครได้ยินแม้แต่มารศรีเอง พระองศ์ทรงสร้างเงื่อนไขของพินัยกรรมให้เขามีส่วนได้เสีย ทั้งที่รู้ว่าเขาแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุตรีของพระองค์อย่างผิดประเพณี ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานเขายิ่งรู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้ให้ต้องทำงานหนักจนชั่วชีวิตเพื่อให้ทายาทของพระองค์ได้อยู่อย่างสุขสบายบนกองทรัพย์สมบัติที่เขาหามาให้ มาดามโรสอาจจะรู้เรื่องนี้ดีแต่แรกเลยนำคุณชายไปซ่อนเร้นจากสายตาของเขาเพื่อความปลอดภัย

ตระกูลชนะรัช ณ เวลานั้นแทบจะล้มละลายเพราะมีหนี้สินมหาศาล เจ้าตระกูลก็ใกล้จะสิ้นลมหายใจเหลือไว้แต่หลานตัวน้อยกับบุตรเขยไม่เอาไหน ฝากฝังวงศ์ตระกูลให้ดูแลไม่ได้ บ่าวที่ถูกเกลียดชังเช่นเขากลับถูกเรียกมารับมรดกที่มีแต่หนี้สิน เพราะมีเขาคอยค่ำจุนทำงานหนักจนปลดหนี้สินให้ตระกูลชนะรัช ทรัพย์สินพอกพูนมากมายมาถึงปัจจุบัน

มาดามโรสอาจจะเขี่ยเขาออกไปให้พ้นเส้นทางตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านายที่วางแผนข้ามทศวรรษเพื่อให้ลูกหลานของชนะรัชได้อยู่อย่างมั่งคั่งต่อไปก็เป็นได้
ความน้อยเนื้อต่ำใจมันกลับมาทุกครั้งเมื่อเขาแลไปยัง ตัวอักษร’เอส’มีมงกุฎครอบ เอส หมายถึงชนะรัช พระองค์ทรงห้ามเปลี่ยนนามของบริษัทเหมือนจะตอกย้ำว่านี่คือสิ่งของๆ ท่านและมันจำดำรงต่อไปจนถึงลูกหลานของพระองค์เท่านั้น

เขาควรจะเลือกให้ทุกสิ่งเป็นไปตามนั้น ยอมตนเป็นบ่าวไพร ยอมถูกกดขี่ไปจนชั่วชีวิตเพียงเพื่อความภักดี หรือเขาควรจะลบคุณชายให้เป็นบุคคลสาบสูญจากโลกนี้ไปจนตลอดกาล ทางสามแพร่งข้างหน้าที่ต้องวัดใจของตนเองอย่างหนัก มาดามโรสก็คงจะระเเวงทางนี้ไม่น้อยเช่นกันจึงคอยสั่งการเหมือนหยั่งท่าทีในความภักดีของเขา หนทางนี้เขาควรจะชิ่งลงมือก่อนหรือเป็นฝ่ายคอยตั้งรับดี

<><><><><><><><><><><><>


ห้องอาหารในโรงแรม แนนนี่เพิ่งจะเสร็จงานถ่ายแบบนอกสถานที่ เลือกมานั่งดื่มไวน์เพื่อระบายความน้อยใจเรื่องของพ่อกับผู้จัดการส่วนตัว เสื้อกั๊กลายนางเสือทำให้เธอดูดุดันจนคนใกล้ตัวยังอดหวาดหวั่นไม่ได้

“ใจเย็นๆ นะแนนนี่ท่านอาจจะมีเหตุผลอื่นก็เป็นได้เลยยังไม่กลับบ้าน ได้ยินว่าเจ๊เอ๊ยพ่อโรสเขาเป็นถึงทนายความของตระกูลใหญ่ ดูเป็นคนฉลาดและมีเหตุผลดีออกท่านคงไม่ติดอยู่ที่นั้นเพียงเพราะเหตุผลว่าติดผู้ชายหรอก”

นางแบบสาวเหล่หางตาคมเฉียบมาที่กระเทยข้างตัว เจ๊นายเองก็ได้ยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนสีหน้า ตนเองก็เลี้ยงผู้ชายเอาไว้เหมือนกันไม่ต่างจากเจ๊โรสพ่อของแนนนี่เลย

เธอกระเเทกแก้วไวน์กับโต๊ะ นัยน์ตาขวาง

“ใช่ที่ไหนกัน! คุณพ่อกำลังติดเจ้าเด็กหน้าตี๋นั่นอยู่เลยไม่ยอมกลับบ้านตะหาก เมื่อคืนแม่ยังร้องไห้ใหญ่เลยที่รู้ว่าพ่อยังอยู่ดีมีสุขแต่ไม่ยอมกลับบ้านเพราะติดผู้ชาย”

นางแบบสาวยิ่งกระดกไวน์ลงคอแก้วแล้วแก้วเล่า จนหน้าแดงก่ำเพราะความร้อนรุ่มจากฤทธิ์แอลกอฮอส์ เริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวายจนเจ๊นายต้องต้องดึงเธอลุกจากเก้าอี้เพราะกลัวสายตาผู้คนจะจำได้ว่าเธอเป็นใคร

นางแบบสาวขี้เมาทำท่าจะยอมตามขึ้นรถกลับบ้านแต่เผอิญสายตาเหลือบเห็นชายหนุ่มร่างเล็กในชุดทักซิโด้กำลังเดินควงแขนมากับหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้หญิงน่าจะวัยสี่สิบต้นๆ ร่างอวบอัด เดินเกาะเเขนคลอเคลียกับเด็กหนุ่มจนเกินงาม เธอจำได้ทันทีว่าผู้ชายคือนายบุญส่งเด็กของพ่อโรสของเธอ ความระแวงสงสัยยิ่งว่าชายคนนี้เป็นผู้ชายขายตัวคอยหากินกับผู้หญิงหรือกะเทยแบบพ่อของเธอมันมันยิ่งเป็นจริงจังขึ้นมาทุกที

“ใช่จริงๆ ด้วยเจ้าหน้าตี๋กำลังนอกใจพ่ออยู่ ฉันจะจับให้ได้คาหนังคาเขาเลย”

เธอสลัดแขนของเจ๊นายออกรีบวิ่งตามแต่ไม่ทันที่สองคนนั้นขึ้นลิฟไปเสียก่อน พอไม่ทันก็โวยวายลั่น มือทุบประตูลิฟจนคนหันมาดู รปภ รีบเดินมาเตือนให้เธอสงบ คนส่วนใหญ่เริ่มจำนางแบบสาวได้ บางคนเริ่มดึงกล้องดึงโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายคลิปวีดีโอได้ออกมาจะถ่ายนางแบบสาวขี้เมา เจ๊นายเห็นท่าไม่ดีรีบเอาตัวเข้าบังแนนนี่ ถ้าภาพข่าวนี่ถูกเผยแพร่ออกไปมันจะต้องกระทบกับชื่อเสียงของเธอแน่

แนนนี่เหวี่ยงเจ๊นายที่พัวพันตัวเอาไว้ เข้าไปแย่งกระบองจาก รปภ.มาถือแล้ววิ่งขึ้นไปทางบันไดเพราะเห็นตัวเลขของลิฟไปหยุดที่ชั้น 10 ชายโฉดหญิงชั่วจะต้องอยู่ที่ชั้นนี้เป็นแน่ ในใจกำลังเดือดดาลพลุ้งพล่าน อยากชำระแค้นกับผู้ชายที่ยึดหน่วงพ่อของเธอเอาไว้คนนี้เสียที

“ชั้น 10 เหรอเดี๋ยวก่อนเถอะเจ้าเปี๊ยกคุงนายเจอดีแน่!”



Create Date : 14 มีนาคม 2554
Last Update : 14 มีนาคม 2554 18:10:18 น.
Counter : 380 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments