มกราคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 27


“ไหน...น้อง พูดมาให้ชัดๆซิ พี่หมองง? ไปหมดแล้ว”กฤษณ์ค่อยลำดับคำพูดและหัวใจอันเต้นกระเส่า จากท่านั่งพับเพียบ กระเทิบตัวเข้ามานั่งใกล้ วางมือแตะบนหัวไหล่ของแสนงอนเบาๆด้วยอาการเกือบจะเร่งรี่ ผิดไปจากเดิม สีหน้ายังไม่หายตะลึงต่อคำของเด็กสาวจอมโยเย

หล่อนเบี่ยงไหล่ในผ้าห่มหลบมือ

“ไหนว่าไม่แตะต้องตัวน้องไง!...”

“อย่าตะบึงตะบอนกับพี่ได้ไหม”

เพี๊ยะ! อูย...

ชะงักมือกลับ หลังโดนตบหลังมือ ขยับปากกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ สีหน้าของหมอเจ้าสำรวยยามนี่ได้แต่อึ่ง กระพริบตาปริบๆมองร่างน้อยในผ้าห่มแพรขาวนวล บนพื้นเบาะนวมอันอบอุ่น ถ้าเกตุหันมาเห็นตอนนี้ ว่ามันเจื่อนพิกล หล่อนกำลังขึงโกรธกระเง้ากระงอด ทั้งที่อยู่ในผ้าห่มและที่นอนของเขา กฤษณ์ได้แต่นั่งห่อตัวเกือบจะคอตก ต้องกลับมารักษาระยะห่างอีกครั้ง แม่สาวจอมห้าวคนนั่นได้กลับมาแล้ว ห่อตัวในผ้ามิดชิด ดิ้นขลุกขลักอยู่ในผ้าผืนคล้ายทำอะไรก็ไม่ได้ดังใจ

“โกรธอะไรอยู่กันนักนะ”

ฮึ่ม!ฮึ่ม!

แล้วก็หันคอโผล่หน้าและส่งหางตาคมๆแบบนักเลงเมืองกรุงมาที่คู่หมั้นหนุ่มอยู่แวบหนึ่ง แล้วทำตาหางตาเมินหน้าใส่ ทำเสียงหึในลำคอจนหนุ่มสะองสะดุ้งโหยง

“เมื่อไม่คิดจะแต่งกับน้องจริงแล้วมาเสนอตัวทำไม!?... พี่หมอทำแบบนี่มันไม่ยิ่งทำร้ายน้องเหรอ?”หล่อนตอกย้ำด้วยน้ำโห

กฤษณ์ไม่ตอบ นิ้วมือเรียวดันแก้มอย่างลืมตัว เขาไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังยิ้มอยู่ แก้มร้อนผ่าวเมื่อได้ยินคำเมื่อกี้ของเธอ หาญศึกเป็นพ่อเลี้ยงของเกตุนี่มันไม่รู้จะเชื่อใครดีแล้ว

“เชอะ...”
ดึงผ้ามาคลุมโปงอีกครั้ง
“อย่ามาเห็นน้องเป็นตัวตลกนะ น้องเป็นนักเทควันโดนะ”
ทำขู่ไปงั้นทั้งที่ตัวกำลังง่วนหาผ้ามาปิดผิวกายเนื้อในยังไม่มิด

ชายหนุ่มมองร่างที่ม้วนตัวกลม ดุกดิกหยุกหยิกอยู่ในผ้าห่มและทำโยเยเอากับเขา เกตุหันมาเห็นใบหน้าของเขาเข้าเมื่อกี้ คงคิดว่ากฤษณ์ยิ้มล้อเล่นใส่หล่อนแน่ ก็แล้วทำไมหมอไฮโซซึ่งไม่เคยเหลี่ยวมองผู้หญิงคนไหนมาก่อนทั้งที่เมื่อด้วยฐานะความร่ำรวย และชาติตระกูลของเขา มีผู้หญิงเพียบพร้อมมาให้เลือกมากมายมากหน้าหลายตาจนบางครั้งต้องวิ่งหนี จนอายุตั้งยี่สิบเจ็ดแล้วยังไม่สนใครสักคน ทำไมต้องมาเกิดตกหลุมรักผู้หญิงเจ้าอารมณ์แถมห้าวสะเหลือเกินคนนี่ด้วยก็ไม่รู้ แอบชอบแอบมองตั้งแต่วันแรกที่บ้านผาแดงแล้วด้วย เพราะความหวังบางอย่างมันเกิดขึ้นในดวงจิตสเน่หา หญิงสาวผู้มาก่อกวนในหัวใจของเขาคนนี่ไม่ได้มีพันธะทางใจกับเขาคนนั่นอย่างที่เขาเข้าใจในตัวเธอผิดมาแต่แรกเลย

“เกตุจ๊ะพี่ขอโทษนะ”

เอื้อมมือเรียวแบบค่อยๆแตะไล้ที่หัวไหล่เปลือยที่โผล่ผิวเนียนออกมา จนหล่อนต้องร้องเอะ!คราง ฮึ่มๆ เเสดงอาการขู่ เหมือนแมวกำลังโกรธ เอาเล็บตวัดขวนเข้าให้ ก่อนฟุบเข้าในผ้าต่อ

“อูย...พี่หมอเจ็บนะ”

นิ้วลูบหลังมือเสียวแปลบจากรอยข่วนแต่เสียงกระเส่ายังใกล้เข้ามาอีก

“อย่าทำสำออยเจ็บเสียบ้างก็ดีทำคนอื่นเค้าเจ็บก่อน!...”เกตุฤทธิ์มากเสียจริงคราวนี่กำลังออกลูกพาลเกเรด้วยนิสัยเดิมๆอีกแล้ว

“เฮ้อ...ทำไงดีน้า...ถึงจะหายโกรธ”กฤษณ์เอ่ยเสียงใสนอนลงบ้าง“สมัยก่อน พี่เคยได้ลูกแมวเปอร์เซียสีขาว ขนฟูฟู น่ารักๆได้มาเลี้ยงเป็นของขวัญวันเกิด เป็นน้องแมวเปอร์เซียแสนสวย แต่มันเปรี้ยวมากไม่ยอมให้แตะตัวเลย”

“แล้วไง!...ว่าน้องดุร้ายชอบใช้แต่กำลังใช่มั้ย..ล้า...”

“อย่าดุกับพี่มากได้ไหม”

พูดไปแต่ใช้นิ้วคอยแตะคอยหลบ มือข่วนของเกตุ

“แมวตัวนั่นนะ นิสัยไม่ค่อยน่ารักมาตั้งแต่เด็กๆเลย จะจับตัวจับขนไม่ค่อยได้ เลี้ยงเค้าตัวเดียวด้วย ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเค้าจะออกไปสมาคมกับแมวข้างบ้าน เป็นพี่ใหญ่คอยปราบหนู ที่มาอาละวาดในห้องครัว แต่ที่สงเกตดูตั้งแต่เด็กเค้าจะไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายนิสัยไม่น่ารักเหมือนกับแมวข้างบ้านที่เค้าเลี้ยงไว้เลยนะ แต่ข้างบ้านเค้าเป็นตัวผู้ไม่เคยตบใครเลยใครจับก็ได้ไม่ขู่ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแมวของพี่หมอเป็นกำพร้าพ่อมาก่อนหรือเปล่านะ ถึงได้มีปมด้อยหรือเป็นเพราะส่วนใหญ่แมวตัวเมียจะดุกว่าตัวผู้หรือเปล่าน้า... แม้ ว่าน้องแมวจะดุร้ายแต่พี่หมอก็รักและเอ็นดูนะ ต่อมาพี่ตั้งชื่อให้มันว่า ฟูฟู”

นอนคว่ำทาบลงบนเบาะนวมขยับข้อศอกสองข้างตั้งอุ้งมือห่อยันคางไว้พูดต่อ

กฤษณ์หลับตาอย่างเป็นสุข พูดถึงความหลังตอนยังเป็นเด็ก“ทุกเช้าเย็นก่อนและหลังไปเรียน พี่หมอจะต้องหาขนมของกินอร่อยๆมาล่อให้ ฟูฟู ออกมาหา จนในที่สุดวันหนึ่ง ฟูฟู ก็ยอมรับยอมเชื่อใจมาให้พี่กอดแล้วต่อๆมาทุกเช้าและเย็น ฟูฟูต้องมาต้อนรับมาคลอเคลียพัวพันแข้งขาตัวพี่ไม่ห่างแล้วอ้อนให้อุ้ม แมวตัวนั่นติดพี่แจเลยนะ ถึงแม้น้องแมวจะดุร้ายกับคนอื่นจนถูกเอ็ดถูกตีว่าในข้อหาเป็นแมวอันธพาล แต่กับพี่หมอไม่เคยอีกเลยที่จะเกเร”

ไม่รู้ว่าเขาแกล้งแต่งนิทานมาเปรียบเปรยกับนิสัยของหล่อนหรือเปล่า แต่เกตุรู้สึกดีจริงๆกับคำพูดอันอ่อนหวานของกฤษณ์

พอนังแมวสาวสงบแล้ว กฤษณ์รีบรุกเข้าประชิด เอามือป้องปากทำเสียง กระซิบกระซาบเหมือนเร่งเร้าต้องการคำตอบ“พี่หมอจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว เรื่องเมื่อกี้ที่ว่าคุณหาญศึกเป็นพ่อเลี้ยงน่ะมันยังไม่ชัดเจนไหนน้องพูดอีกทีซิ”

เธอย้ำเสียงเข้มชัดไปทีละคำ

“น้องบอกว่า...พี่หาญศึกที่จริงเป็นพ่อเลี่ยงของน้องแถมยังเป็นพ่อของน้องกานต์อีก เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันต่างหาก พี่เขาเป็นคนเลี่ยงน้องมาตั้งแต่สองขวบแล้วนะ ไม่ใช่พ่อก็เหมือนพ่อจริงๆไม่งั้นจะมีสิทธิ์ยกน้องให้แต่งกับพี่หมอได้ยังไง”

ริมฝีปากหล่อนกำลังห่อสั่นระริก ด้วยอารมณ์ตัดพ้ออยู่ในผ้าคลุมโปง หมอหน้าซื่อ ได้แต่อึ้งกิมกี่จนพูดไม่ออก มองดูผู้หญิงที่มายึดที่นอนแล้วยังมาป่วนหัวใจของเขาอีก บัดนี้เงื่อนในใจของเขาถูกปลดออกไปแล้ว ต้องเอามือกุมหน้าอกเช็คดูหัวใจของตนเอง ที่กำลังเต้นรัวเป็นส่ำตีสับสนกันอยู่ในหัวใจกันไปหมด ค่อยๆกระเทิบประชิดไปนอนตะแคงซ้อน กระซิบที่ข้างหูถามย่ำๆเรื่องที่เธอพูด

เกตุดึงผ้าปกศีรษะออก เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวด เอ่ยเสียงเบาลงไม่แหลมเฉียดอีก “เรื่องนี่มันเป็นเรื่องลับๆภายในครอบครัวน้องเอง ที่พวกผู้ใหญ่เขาแอบปิดบังกันไว้นานแล้ว แต่...น้องรู้ตั้งนานแล้วนะว่าพี่หาญศึกแท้จริงเป็นคู่รักของแม่และเป็นพ่อของน้องชายด้วย แล้ว อีแบบนี่จะให้น้องไปเป็นคนรักคนเดียวกับแม่ของตัวเองได้เหรอพี่หมอคิดดูบ้างสิ”

แล้วหล่อนก็ทำเสียงกระซิกๆกระเทิบตัวออกห่างจากเขาไปเอาผ้าซับหน้าก่อนพูดประโยคต่อไป

“ใครๆก็เหมือนพี่หมอกันทั้งนั้นแหละ คิดว่าน้องเป็นคู่รักของพี่หาญศึก ตัดสินกันไปเองทั้งนั้น เพราะไม่รู้ความจริง จนไม่มีผู้ชายหน้าไหนเข้ามาในชีวิตของน้องเลย เพียงเพราะที่เห็นน้องใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวกับพี่เขา แต่นั่นก็เพราะน้องชอบเล่นกับเขาตั้งแต่เด็กแล้วต่างหากไม่ได้คิดอะไรด้วยซะหน่อย เพื่อนชายของน้องมีแต่เจ้าลิงสามตัวรุ่นน้องนั่นเท่านั้นที่คอยล้อมหน้าล้อมหลัง คอยเตะผู้ชายทุกคนที่เข้ามาใกล้”

“เกตุจ๊ะ”เขาเอ่ยเสียงหวานข้างๆหู “พี่อยากจะพูด”

“ไม่อยากฟัง”หล่อนเอามืออุดหูบิดไปบิดมา

“หันมามองพี่หน่อย”

“ไม่ฟังไม่ฟัง...”

“ถ้าไม่ฟังอีกพี่จะเข้าไปละนะ”

รู้สึกถึงผ้าที่ห่มคลุมตัวของเธอถูกเปิดออก แล้วเขาก็สอดตัวเข้าไปซ้อนด้านหลังของหล่อน จนร่างกายส่วนหน้าทั้งหมดของเขาแนบชิดกับร่างอันเปลือยเปล่า คนในโปงผ้าถึงกับสะดุ้งร้องอุ๊ย!ตกใจเพราะหมอคู่หมั้นลูบคล่ำที่สะโพกเธออย่างจงใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผู้ชายหน้าไหนมาทำแบบนี่คงโดนลูกเตะดีดฝางเข้าให้แล้ว เพราะเป็นการแนบชิดชนิดจู่โจมจับต้องของสงวนกัน จนรู้สึกถึงไออุ่นจากปลายนิ้วมือของคู่หมั้นหนุ่ม

“โปรดอย่าจับตรงนั่น น้องจะเก็บไว้ให้พี่หาญศึกคนเดียว”

คู่หมั้นหนุ่มได้แต่ทำหน้าป๋อหลอ ต่ออาการประชดประชันไม่เลิก ของคู่หมั้นสาว พยายามสะกิดสะเกาให้หันมามอง“นี่ๆพี่หมอเชื่อแล้วจ๊ะน้องไม่ใช่คู่รักของคุณหาญศึกเค้าจริงๆ”

“ไม่ต้องมาแกล้งเอาใจจับตัวน้องเลยนะพี่หมอกระเทยเก๊กแมน”

แสนงอนยังไม่หายเคืองปัดมือเขาออก กระเทิบห่างไปอีก กฤษณ์รั้งเอวเอาไว้ จนเกตุต้องร้องเอ้...ลากเสียงจนยอมหันมาไม่ทันจะเปิดปากพูด ริมฝีปากของเขาก็ประกบทาบเข้าที่ริมฝีปากของเธอทันที

“อุ้ย...พี่หมอ”เกตุตกใจเอามืออังริมฝีปากเมื่อถูกจูบจู่โจมน้ำในตาสั่นระริกแต่คราวนี่เป็นเพราะความแปลกฉงนในท่าทีของคนตรงหน้า

“หลับตาสิ”เอ่ยเสียงแผ่วเบาเพราะกฤษณ์เข้าประชิดจู่โจม ดวงตาสีน้ำทะเลเหมือนจะดึงดูดสะกดสายตาของเจ้าหล่อนไว้

ทันทีที่หลับตารสจูบคราวนี้กลับแนบแน่นและเต็มไปด้วยความรัก เนื้อริมฝีปากทาบทับบดคลึงครั้งแล้วครั้งเล่าจนรู้สึกถึงรสชิวหาของกันและกัน สองมือของเขาดึงรั้งเอาแผ่นหลังงามผ่องอร่ามของเธอมาแนบชิดกอดรัดไม่ให้ผ่อนคลาย นานพอจะรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกันจนต้องถอนปากออกมาผ่อนลม แล้วประโลมจูบต่อไปอย่างกระหายเต็มแรงรัก


ความไม่เข้าอกเข้าใจของทั้งสองถูกแก้ไปเปลาะหนึ่งแล้ว กฤษณ์จะเชื่อน้ำคำของเกตุหรือไม่ การกระทำของเขาคือคำตอบนั่น ความใกล้ชิดและเวลาให้กันยามนี่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองขยับเข้ามาใกล้

เกตุถอนปากจากเขาได้สำเร็จรู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้องแล้ว ดวงตาสีฟ้างามยังคงส่งประกายมา“ที่นี่เชื่อหรือยังล่ะ ถ้ายังไม่เชื่อพี่หมอจะจูบน้องอีกจูบไปเรื่อยๆจนกว่าน้องจะยอมเชื่อ”

เเววตาวาวหวามของคู่หมั้นสาวยังคงเป็นประกาย นิ้วแตะริมฝีปากนั่นรั้งไว้ เมื่อเขาจะประกบปากต่ออีก ก่อนเบียนหน้าหลบตาอย่างเนียมอาย สองพวงแก้มแดงปลั่ง ยิ้มอย่างทึ่งในตัวผู้ชายคนหนึ่งตรงหน้า

“จะยอมเชื่อหรือยัง?”กฤษณ์ทำท่าจะจูบต่อ

“ม.ไม่แล้ว...”

นิ้วเรียวยังคงแตะรั้งริมฝีปากเขาเอาไว้ ส่ายหน้าน้อยๆดวงหน้างามนั่นสงบลงและบอกว่าเชื่อแล้ว น้ำเสียงออดอ้อนเอื้อนเอ่ยอันแผ่วหวานและแฝงด้วยความรักของหมอจอมสำอาง จับปลายคางหล่อนเชิดขึ้นให้หันมามองตอบ
เกตุสั่นหน้าจนผมกระจาย สองแก้มเป็นสีลูกชมพู่สุกไปหมดแล้ว ริมฝีปากสั่นระริก ฟุบหน้าซบไหล่หลบจูบนั่นอย่างโอนอ่อนกับอกของเขา

“พี่หมอไม่ต้องทำถึงขนาดนั่นก็ได้คะ แค่จูบอย่างเดียวน้องเชื่อแล้ว” ดึงปกเสื้อของเขามาอั้งหน้า ดวงตาหลุกหลิกเป็นประกายอย่างเขินอาย เอานิ้ววาดไปบนแผ่นอกนั่นอย่างไม่มีความหมาย

“หือ...มีอะไรเหรอ?”เขาพาซื่อ

หล่อนเงยหน้ามองเขา ทำเสียงอ๋อย“ก็...พี่ หมอ น้อย กำลังทำอะไรอยู่ข้างล่างนั่นน่ะ”หลับตาปี๋อย่างหวาดเสียว แล้วชี้โบ้ ชี้เบ้ไปที่ท่อนล่างอันเปลื่อยเปล่าของตน รู้สึกสิ่งหนึ่งจากร่างกายคู่หมั้นหนุ่มกำลังทิ่มดันอยู่ที่ต้นขา จนทำเอาใบหน้าเธอร้อนผ่าวในตอนนี้

รีบฟุบมือลงปิดกุมเป้าของตนเอง “อุ้ย...พี่หมอขอโทษ... พี่ พี่หมอไม่ได้ตั้งใจนะมันมันไปของมันเอง”

ทำหน้าเด๋อด๋า สั่นหน้าปากขยับระริกหากแต่เสียงท้ายเป็นตะกุกตะกักจนต้องลุกขึ้นนั่งหลบตาบ้าง จนเธอเห็นแล้วอดหัวเราะจนหายฉิวไปได้

เกตุลุกนั่งตาม เอามืออังปากหัวเราะ คริคริ พูดว่า “พี่หมอก็อายจนหน้าแดงเป็นเหมือนกันแต่น้องก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ค่ะ”ขยับกระแซะมานั่งชิด เกตุแยกเขี้ยว หรี่ตาข้าง ก้มมองตรงนั่นและเงยดูหน้าของคู่รักด้วยแววตาสุดฉงน เด็กสาวผู้แก่นกล้าไปเสียทุกเรื่องแต่เรื่องชายหญิงเธอยังเป็นเด็กอยู่มาก

“พี่หมอคะ นั่นนะ?” ชี้นิ้วเข้าไปในผ้าห่ม

กฤษณ์กิ๊กตาให้“คราวนี่เชื่อหรือยังว่าพี่หมอเป็นผู้ชายแล้วก็ต้องการน้องด้วย พี่หมอเป็นผู้ชายนะไม่ใช่กระเทยนะขอเตือนน้องไว้ก่อนนะมาแก้ผ้าล่อกันอย่างงี้ประเดี๋ยวก็หม่ำสะหรอก”

แสนงอนเมื่อตะกี้ยิ้มบานจนเกือบหุบไม่ได้

คู่หมั้นหนุ่มค่อยเอนตัวลงอย่างประหม่าหัวใจเต้นแรงไปหมดใช้จมูกแตะไล้แก้มนวลของคู่หมั้นสาวเป็นครั้งแรก แต่เกตุเหมือนกำลังอึ่งมัวสนใจอยู่กับสิ่งนั่นจนเผลอกัดเล็บ มืออีกข้างก็ลงงมไปควานหาซอกแซกซอกซอนอยู่ในผ้าห่ม เหมือนเด็กเจอของเล่นประหลาด กฤษณ์ก็ไม่หวงปล่อยให้ร่างกายเป็นไปอย่างนั้นและมองเธอค้นหาไป กางเกงผ้านอนเบาสบายของเขาก็มีปกป้องอยู่ชั้นเดียวเท่านั่นมิอาจปกปิดความต้อง การที่สื่อออกมา

“นี่แนะ...”

“เอะ!...พี่หมองะ”เสียงดังจากจมูกอู้อี้

กฤษณ์จับจมูกเล่นตอนเผลอส่ายเล่นอย่างเอ็นดู

เด็กมือซนถึงกับสะดุ้งรีบดึงมือออกจากผ้าทันที เบียนหลบตา ร้องอย่างตกอกตกใจกลบสีหน้า“พี่หมอแกล้งน้องงะ น้องเปล่าๆทำอะไรนะ”ได้แต่ทำหน้างอปั้นปึงอีกแต่สีผิวหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงเพราะความอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาวผู้ไม่เคยโลกของกามชายหญิง และแววตาอันซื่อตรงที่กฤษณ์ชอบนักชอบหนาเวลานี้ต่างคนต่างใกล้ชิดกันมาถึงอีกระดับแล้ว ไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันอีกต่อไป กฤษณ์เองก็พยายามผ่อนคลายอารมณ์ หายใจให้ราบเรียบ วิสัยของอาชีพหมอทำให้เขาควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี

ดึงมืออันมีแหวนหมั้นของเขาสวมติดอยู่เป็นเครื่องหมายผูกมัด สบตานิ่ง

“เด็กโง่คิดอะไรอยู่กันจ๊ะ รู้ไหมว่าช่วงนี้ร่างกายของน้องยังไม่พร้อม การมีเพศสัมพันธ์ตอนฝ่ายหญิงมีประจำเดือนมันมีโอกาสเสี่ยงที่มดลูกจะติดเชื้อนะแล้วยิ่งตอนนี้น้องยังเป็นไข้ไม่หายดีด้วย พี่เป็นหมอเองแท้ๆจะทำผิดเองได้ไงละจ๊ะ”

เกตุยิ้มนัยน์ตาไหววาวหวามยิ้มจนแก้มนูน“งั้น พรุ่งนี้หรืออย่างช้ามะรืน มันคงหมดแล้วละคะ น้องผ่านช่วงมามากแล้ว”ตอบเสียงแผ่วต่ำ ผิวหน้าสีชมพูระเรี่ยเพราะความเขินของเธอ พูดจบก็เข้าพิงไหล่ซบแผ่นอกของเขาแล้วจูบที่ใต้คาง กฤษณ์ก้มจุมพิตตอบที่แก้มนวล จนเธอดิ้นเร่าหัวเราะคิๆเพราะเขาจูบค้างอย่างจั๊กจี้มากจนผ้าที่ห่อตัวของหญิงสาวหลุดลุ่ย และคราวนี้ เขาก็ไม่คิดจะดึงผ้าชิ้นไหนมาปิดให้อีก

กฤษณ์ได้แต่อมยิ้มมองเด็กสาวคู่หมั้นไม่รู้ว่าเธอรักษาพรหมจันทร์มาถึงตอนนี่ได้อย่างไงไม่รู้เพราะดูแก่นกล้าไปเสียหมดทุกเรื่อง โน้มตัวลง เอียงหน้าจ่อริมฝีปากมาชิดจอนหูครึ่งแก้มของคู่รัก ทำเสียงซุบซิบๆต่อจนหล่อนเอนหน้าอมยิ้มเพราะทนกระดี้กระเดียมไม่ได้

“งั้นหรือคะ พี่หมอขอเวลาน้อง พรุ่งนี้....หรือมะรืน...น้องจะเป็นเจ้าสาวของพี่หมอเหรอคะ”ว่าที่เจ้าสาวเรือนหอน้อยย้ำคำจากเขาจนดวงตาเป็นประกาย

ว่าที่เจ้าบ่าวเรือนหอน้อยได้เขยิบตาสีน้ำทะเลให้อย่างหยอกเหย่าพูดเสียงเย็นนุ่ม เอาฝ่ามือไล้แก้มนวลและตอบ“ใช่จ๊ะ แต่ตอนนี่ พี่หมอจะช่วยเช็ดตัวให้ด้วยน้ำอุ่นก่อน น้องจะได้สบายตัวแล้วหลับพักผ่อนได้มากๆก่อนนะคนดี”

หล่อนเอนตัวลงนอนหนุนตักของเขาอย่างว่าง่าย ดวงตาเหม่อมองเพดานเต็นท์ไปและหันคอลงมามองชุดเครื่องนอน หมอน สัมภาระเสื้อผ้าทุกอย่างสะอาดเอี่ยม สัมผัสได้ถึงกลิ่นความสะอาดจากคู่หมั้นคู่รักคนนี่ ขณะที่กฤษณ์เอื้อมไปดึงอ่างอลูมีเนียมมากดน้ำอุ่นจากกระติกใบจิ๋ว ไอน้ำลอยกรุ่น ซับๆแล้วบิดมาวางที่เนินอกอันตั้งชันเต่งตึงจนหล่อนต้องร้องเอะ...

“ในที่สุดพี่หมอก็ปราบนังเหมียวร้ายตัวนี่ได้แล้ว…หุหุ”

“พี่หมอคนชีกอ คนเจ้าเล่ห์”

บัดนี่คู่หมั้นสาวได้เผยเรือนร่างโนมพรรณทั้งหมดอีกครั้ง ลงไปนอนหนุนตักคนรัก และคู่หมั้นอย่างเขาก็มองได้อย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก แสงจากกองไฟเบื้องนอกมันสะท้อนเข้ามาจนเป็นแสงอำพัน ฉาบบนผิวเนื้อผุดผ่องเสมอกัน เรือนร่างอันนวลลออบนตักของเขา ขนตางอนยาวของหล่อนเริ่มปกลง จมูกสวยได้รูป ขยับเม้มริมฝีปากเล็กน้อยหรี่ตาข้างหนึ่งมองตอบขึ้นมา เห็นดวงตาสีฟ้าของเขาที่กำลังมองร่างเปลือยของตนจ้องนิ่งจนหล่อนทำแก้มป้องกระเง้ากระงอดมาบ้าง

“บ้าจัง...มานั่งพิจารณาตัวน้องอยู่ได้เห็นน้องเป็นคนไข้หญิงของพี่หมออีกแล้วเหรอ?”

ชันเข่าข้างหนึ่งอย่างมิดเมี้ยนสองมือกุมควบยอดเนินอกขาวปลั่ง ความอายเริ่มเกาะกุมในสีหน้าเป็นครั้งแรกของแม่นักสู้สาว

กฤษณ์สั่นหน้าริมฝีปากเจือยิ้มละไม“เปล่าจ๊ะ คราวนี้พี่หมอมองอย่างผู้ชายมองผู้หญิงจริงๆนะเออ คราวนี่พี่หมอจะมอง และสัมผัสน้องในฐานะคนรักไม่ใช่ในฐานะหมออีกแล้วนะ ระวังตัวให้ดีด้วย”

วางมือบนเนินอกอันชูชันเต่งตึง แล้วใช้ผ้าอุ่นเช็ดให้อย่างทนุถนอม ปลายปทุมถันชันขึ้นสู่มือทันที เกตุหลับตาพริ้มสูดลมหายใจเป็นห้วงเปี่ยมจะขาดจากสัมผัสนั่น ก่อนมือชายไล้ผ้าเช็ดอย่างนิ่มนวล ทั่วสรีระอันน่ารัญจวนใจนั่น จากเนินอกสู่หน้าท้องแบนราบ จนถึงเนินหนันน่าพิสมัย เส้นไหมบางตาแลนุ่มมือ แนวบรรจบของร่องนั่นแนบชิด อันเป็นลักษณะของสาวพรหมจรรย์มิได้บุบสลายก่อนถึงมือคู่หมั้นอย่างเขาเลย

แต่น่าแปลกในความรู้สึกของเด็กสาว สัมผัสอันนิ่มนวลนี่ช่างเหมือนกับใครคนหนึ่งของเธอเหลือเกิน

“เกตุ...น้องสวยมากรู้ไหมกระชับสวยได้รูปทุกสัดส่วนเลย”

“กระดูกน้องสวยหรือกล้ามเนื้อน้องสวยจ๊ะคุณหมอ”

“สวยทั้งหมดแหละจ๊ะ”

“น้องง่วงจังเลย...”อ้าปากห้าว ตาของเกตุเริ่มปรื๋อ

“พี่ให้ยากินที่มีHypnoticน้องจะได้พักผ่อนไงจ๊ะ”

“พี่หมอขี้โกง...”

เอื้อมเอาผ้าใส่อ่าง กดน้ำอุ่นใส่ ก่อนบิดให้มาดมาเช็ดตัวให้ใหม่

“พี่จะคุยเป็นเพื่อนน้องจนกว่าจะหลับนะเอาเรื่องไหนก่อนดีเอ่ย...”

“ง้าน... เรื่องที่น้องเกือบจะไม่ได้มาเป็นเจ้าสาวของพี่หมอก่อนนะ เรื่องที่น้องเคยคิดอาสาจะอุ้มบุญลูกของพี่หาญศึกด้วยเอาเรื่องนี่ก่อนมะ”

ดวงตาของเขาเหมือนเบิกขึ้น คิ้วเหล่ ฉงนปนๆกับประหลาดใจเพราะรูปประโยคคำนั่น หยุดนิดหนึ่งก่อนใช้ผ้าเช็ดที่แผ่นหลังถึงต้นคอของคู่หมั้นสาวต่อ

“อุ้มบุญ.เทคนิคiuiนั่นนะเหรอ”เขาเปลี่ยนมามีแววตาทึ่งและอึ่ง ก่อนใช้ผ้าเช็ดเรือนผมดำขลับของหล่อนบนตักของเขา

“ค่ะเพราะสงสารคุณท่านทั้งสองที่เหลือลูกชายอยู่คนเดียวไว้สืบตระกูล แต่ไม่ยอมแต่งงานมีหลานให้ท่านเสียที ก็พี่หาญศึกไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนเลยนี่คะ นอกจากแม่กานดาคนเดียว ครอบครัวของน้องเองได้รับการเลี่ยงดูอุปการะจากพวกท่านคะ อาศัยอยู่ในบ้านของท่านตั้งแต่น้องพึ่งจะสองขวบ ก็เลยตั้งใจตอบแทนบุญคุณให้ได้สักวัน”

“แล้วไงต่อล่ะเด็กกตัญญู”

“เพราะพี่หาญศึกเคยบริจาคน้ำเชื้อเอาไว้ ท่านก็เลยประกาศหาผู้หญิงมาอุ้มบุญให้ ตัวน้องเองกับแม่และน้องต่างก็ได้รับบุญคุณจากคุณท่าน จากพี่หาญศึกมามาก น้องก็เลยจะเอาตัวตอบแทนบุญคุณมีหลานให้ท่าน”

เกตุเหมือนนิ่งคิดทบทวนความจำ สีหน้าบอกแววกังวลจนแอบถอนลมออกมา

“คุณท่านทั้งสองซาบซึ้งใจมาก ถึงกับเอ่ยปากรับน้องเป็นลูกสะใภ้ทันทีเลยคะ เพราะว่าน้องก็เหมือนลูกหลานของท่านอยู่แล้ว ทั้งน้องยังมีรูปร่างหน้าตาเหมือนแม่กานดามากด้วย ยิ่งโตยิ่งเหมือนจนพี่หาญศึกยังหลงผิดอยู่บ่อยเลย ส่วนเรื่องอุ้มท้องท่านก็สั่งยกเลิกทันที เพราะน้องไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนแล้วมันเหมือนแช่งเพราะเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ให้น้องไปเอาน้ำเชื้อจากเจ้าตัวโดยตรงเลยคะ หรือก็คือให้น้องไปเป็นเมียพี่เขาเลยคะ น้องเองก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่เหมือนกัน เพราะพี่เขาเคยเป็นสามีของแม่ตนเองมาก่อนแต่ก็ขัดท่านทั้งสองไม่ได้”

“แล้วน้องแก้ไขมาได้ยังไงล่ะ”

“แต่พี่หาญศึกไม่ยอมกลับบ้านเสียที นี่คะเลยไม่ได้แต่งโชคดีไป บังเอิญมาเกิดเรื่องน้องชายมาหายตัว น้องต้องมาตามถึงที่นี่ คุณท่านผู้ชายเลยสั่งให้น้องมาเป็นเมียพี่หาญศึกที่นี่เลยไม่ต้องมีพิธีอะไรทั้งนั้น ขากลับให้มีหลานติดท้องน้องกลับไปด้วยเลย จ่าแจ๋วรู้เรื่องดีทั้งหมดเลยพาน้องมาดักรอ ความจริงน้องพยายามจะเลี่ยงจะหลบแล้วแต่ก็เจอจนได้ แล้วก็เลยตามเลยต้องมาเจอพี่หมออย่างที่เห็นวันแรกไงค่ะ”

อ้าปากห้าวอีกรอบง่วงเต็มทนเพราะความรู้สึกสบายจากการที่เขาช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้และทั้งฤทธิ์ยาแต่พี่หมอดูตั้งใจฟังมากเหมือนคอยลุ้นเลยฝืนเล่าต่อ

พูดทั้งที่ตาปรื๋อ กลืนน้ำลายแห้งฝืดก่อนเล่าต่อ“น้องมาที่นี่เพื่อมาตามหาน้องกานต์นะคะไม่ได้มาเป็นเมียใคร”อ้าปากห้าวไปก็พูดไป เป็นเด็กสาวที่ซื่อในกิริยาและความคิดจนเขาอดเอ็นดูไม่ได้จริงๆ

กฤษณ์อมยิ้ม กลั้นหัวเราะจนได้ยินเสียงพรึดๆ แล้วเอานิ้วชี้จิ้มๆที่อกตนขยับปากไม่มีเสียงถาม

“เออ...ไม่ใช่ มาเป็น...เป็น เออ”

“เป็นอะไรจ๊ะ”อีกฝ่ายแกล้งกระเซ้าเมื่อเธอเสียงสั่น

“เป้นเมีย...พี่ หมอ คะ ไม่ใช่พี่ทหารสะหน่อย”

พูดจบก็รีบซุกหน้ากับอกของคู่สเน่หาอย่างเนียมอาย แล้วเงยหน้าทำตาปริบๆจะร้องไห้ ทำตาบ้องแบ๊ววอนให้คู่หมั้นเห็นใจ

กฤษณ์ก้มลงหอมแก้มให้ฟอดใหญ่เป็นการตอบแล้วบี้จมูกเธอเล่นแล้วพูดโอ้โลมกับเธอเหมือนเด็ก แม้เธอจะอยู่ในร่างเปลือยอันชวนสเน่หาแต่เขาก็สลัดความต้องการนั่นทิ้งด้วยวิสัยของหมอ เกตุรู้สึกคุ้นๆกับกิริยาความนุ่มนวลเช่นนี่ของเขาว่าเหมือนใครคนหนึ่งมากจริงๆ

“น้องก็รู้สึกผิดต่อท่านทั้งสองเหมือนกัน แต่ตอนนั่นน้องไม่กล้าปฎิเสธออกไปตรงๆกลัวท่านจะเสียใจนี่คะ ก็น้องไม่อยากเป็นเมียผู้ชายคนเดียวกับแม่ตัวนี่คะ แม่กานดาก็เคยสั่งเด็ดขาดไว้แล้ว ว่าห้ามน้องยุ่งเกี่ยวฉันชู้สาวกับคนรักของแม่ น้องจึงจำเป็นต้องสร้างเรื่องน้องอุ้มบุญลูกของคุณท่านไว้ป้องกันตัวจากพี่หาญศึกสิคะ พี่เขาคงไม่กล้าเกินเลยกับน้องแน่ถ้าน้องบอกเรื่องนี้ไป”

กฤษณ์ชักหน้าเสีย คิ้วเหล่ตาหรี่ข้าง หยุดมือกับการเช็ดตัวให้กับเรื่องที่เกตุยอมสารภาพออกมา

“แบบนั่นถ้าพี่เขารู้ความจริงเข้า จะไม่โกรธน้องตายเลยเหรอ เอาคุณพ่อเขามาล่อเล่นน่ะ”

“กับคุณท่านที่เลี้ยงดูน้องมาน้องผิดไปแล้ว... ก็ตอนนั่นมันนึกหาทางอื่นไม่ออกด้วยนี่นา ฐานะของพี่หาญศึกกับแม่กานดาเป็นสามีภรรยากันอย่างลับๆมีรู้กันอยู่แต่ในบ้านกับจ่าคนสนิทเท่านั้น คงไม่ต้องแคร์สายตาคนนอก หากยกน้องซึ่งอยู่ในฐานะหลานนอกไส้ให้ลูกชายคนเดียว เพราะคงไม่มีใครรู้หรอกว่าพี่หาญศึกเคยอยู่ในฐานะอะไรกับแม่ของน้อง คุณท่านทั้งสองรู้เรื่องนี่ดีแต่ก็ยังจะยกน้องให้อีก การที่ทีแรกน้องจะอุ้มบุญให้นั้นเพื่อจะทดแทนบุญคุณไม่ได้หมายความว่าน้องจะแถมตัวเป็นเมียด้วยซะหน่อยนี่คะ ผู้ชายคนเดียวจะได้ทั้งลูกทั้งแม่มันถูกต้องที่ไหนกันล่ะคิดดูสิ”

“แล้วรู้ไหมคะพี่หมอ หลังแม่ตาย พี่หาญศึกยิ่งออกอาการหลงผิดเอากับน้องหลายครั้ง น้องไม่ใช่แม่กานดาสะหน่อย มาจูบมาหอม มาล่วงเกินร่างกายน้องจนเกินขอบเขตความเป็นญาติแล้ว แต่น้องก็ไม่เคยถือสาได้แต่ปรามๆไปเพราะเขายังรักแม่กานดาอยู่มาก”

เพราะพี่หาญศึกไม่เคยมองผู้หญิงอื่นเลยในใจมีแต่แม่กานดาเท่านั้น และคงไม่ยอมแต่งงานมีลูกมีหลานให้ท่านสืบสกุลเป็นแน่ คนแก่หมดหวังมากๆเข้าพอน้องเสนอตัวจะอุ้มบุญให้คุณท่านทั้งสองคงคิดเลยเถิดว่าน้องไม่ถือจะเป็นเมียผู้ชายคนเดียวกับแม่ตัว เลยกะจะยกยัยเกตุคนนี้ให้ลูกชายคนเดียวไปทำเมียเลย ยังไงก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันอยู่แล้วนี้ เพราะน้องมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันกับแม่ไม่ผิดเพี้ยน ถ้าเป็นน้องพี่หาญศึกเขาคงรีบรับทันทีเพราะส่ออาการมาแต่แรกแล้ว คงไม่ปฎิเสธแน่ ถึงตอนนั่นน้องไม่ถูกหม่ำหมดตัวทันทีเหรอคะ”

คำว่าหม่ำของเกตุทำเอาพี่หมออดยิ้มหัว

พูดไปหนังตาชักหย่อน เสียงเธอเริ่มแผ่วลง

เอียงหน้าหลบตานอนหันข้าง หันสะโพกกลมกลึงขาวนวลออกมาอย่างไม่กะสาจะปิดบัง กฤษณ์เห็นดังนั้นนึกขึ้นมาได้ ลุกขึ้นมาจัดแจงเรื่องอนามัยให้เธออีกครั้ง หยิบของใช้สำหรับผู้หญิงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแพทย์ที่อยู่ห่างมือ มาชูให้ดูสองชิ้น

“นี่อันเดอร์แวร์แบบพกพาใส่นุ่มนิ่มมากเลยนะ แล้วนี่ก็... ผ้าสำหรับเจ้าหญิงน้อยไว้เดินทางตลอดคืนนะ หนูเกตุพอลุกจัดการเองไหวไหม?เอ่ย”

เกตุไม่ตอบเพราะแต่พยักให้หนังตากำลังหนักอึ่งหรี่ปิด เอาคางหนุนแขนตนเองหน้านิ่วเพราะเขาลุกไปไม่มีตักให้หนุนอีก

“เอาล่ะงั้นพี่หมอจะจัดการให้นะ”เขาอยู่ที่สะโพกพลิกตัวคู่หมั้นให้นอนหงาย

เกตุยิ้มเจื่อนเพราะลืมจัดการเรื่องของตนเองไปซะสนิทเลย

ตอนนี่เธอรู้แล้วว่าผู้ชายหน้าสวย ปากสีชมพูคนนี่เป็นผู้ชายจริง เพราะเอาตัวเข้าทดลองจนแน่ใจแล้ว พอๆกับที่รู้ว่าเขาสามารถควบคุมความต้องการของตนเองได้ จนเธอรู้สึกอายใจตนเองที่ทำตัวรุ่มร่ามกับพี่หมอเมื่อกี่

ดวงหน้าสะอาด นัยน์ตาสีฟ้าสดใสเมื่อสบตาเธอ ยิ้มและพยักหน้าให้ กำลังง่วนอยู่กับท่อนล่างอันเปลือยเปล่าของเธอ ภาพที่เธอจินตนาการเรื่องเพศกับผู้ชายตามประสาแก่นเซี้ยวมันไม่ใช่แบบนี่ หากเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็เปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ทางเพศ ให้กลับมาเป็นคุณหมอคนเดิมอีกครั้ง

เกตุนอนนิ่งอย่างสลึมสลือกลายเป็นคนไข้ มองคุณหมอทำหน้าที่ไปอย่างไม่รังเกียจต่อส่วนนั่น ทำให้พลันน้ำตาเอ่อไหลเมื่อนึกเห็นภาพแม่กานดาในครั้งแรกที่เธอมีวันนั่น แม่กานดาก็ทำให้เช่นนี้ ตอนนี่เธอแน่ใจแล้วว่าสัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักเหมือนแม่กานดาของเธอไปเสียทุกอย่าง

“แม่คะ.”เสียงหวานอ้อนเหมือนเด็ก

หมอยกนิ้วชี้แกว่งไปมาที่ปลายจมูกของเขา ตาเป็นประกายอย่างเอ็นดูเธอบอกว่าไม่ใช่ ดวงหน้าสวยเหมือนผู้หญิง นัยน์ตาอันอ่อนโยนเปล่งประกายที่มองมา เธอกระพริบตาถี่ๆหลายครั้งสาบานได้ว่ามันคือดวงตาของแม่กานดาชัดๆแม่มาหาเธอแล้วงั้นเหรอ?

“เอาละ...เสร็จแล้วจ้า...เท่านี้เจ้าหญิงน้อยก็สบายตัวแล้วนะ”

เสร็จแล้วยกขาเธอนอนราบ จัดแจงท่านอนให้ มืออีกข้างยกมาอังซอกคอวัดไข้ ทุกสิ่งมันคือสิ่งที่แม่เคยทำ ความเป็นห่วงเป็นใยที่เขาทำเหมือนแม่กานดาจริงเธอคิด

เรียบร้อยแล้วคลีผ้าแพรผืนงามมาคลุมทับจนถึงคอ ความรู้สึกถึงความอบอุ่นจากผ้าห่มและความสบายตัวจากความหมักหมมมาตลอดวัน ขดลวดไฟฟ้าใต้เบาะนวมได้สร้างความอบอุ่นไปทั่วสรรพางค์ เด็กสาวเหมือนย้อนเวลากลับไปหาแม่อีกครั้งจนน้ำตามันเอ่อไหลไปเอง

“แม่ค่ะกอดน้องหน่อยนะคะน้องกลัว”

เด็กหญิงในอดีตกับแม่ของเธอถึงกับหลงไปในภาพนั่น

“ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะแม่อยู่นี้”เธอได้ยินเสียงแม่กานดาจริงๆ

แม่ก้มลงมากอดเธอไว้แล้วปลุกปลอบใจว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้หญิงทุกคน น้ำเสียงอันอ่อนโยนและสัมผัสอันอบอุ่นนั่น หากแต่คราวนี่เมื่อเธอ พยายามสะบัดหน้าขับไล่ความงุนงง ก็เห็นแต่ดวงตาสีฟ้างามสดใส มีอำนาจเหมือนดลใจให้ยลภาพยินเสียงได้ของคู่หมั้นของเธอ

เด็กขาดความอบอุ่นดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่พักหนึ่ง จึงค่อยๆผล๊อยเผลอหลับไปด้วยฤทธิ์ยา คางเกยหนุนไหล่เขาเอาไว้ นานพอเมื่อสนิทนิ่งแล้วจึงค่อยประคองศีรษะให้หนุนหมอน จัดผ้ามาห่มในผืนเดียวกันและเอาตัวเป็นหมอนข้างให้กอด

“เกตุจ๊ะตอนเด็กน้องคงขาดความอบอุ่นมามากสินะ คูณหาญศึกเขาบอกพี่หมดแล้วว่าน้องขาดพ่อมาตั้งแต่เกิด แม่ก็พึ่งมาตายจาก น้องชายก็หายสาบสูญไปอีกน่าสงสารจริงๆ”

เสียงนี้ อดีตเด็กมีปัญหาเพราะขาดความอบอุ่นคงไม่ได้ยินแล้ว เพราะกำลังหลับฝันหวานอย่างสุขใจกับชีวิตครอบครัวใหม่ ที่เกตุฝันอยากมีพ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้ามาตั้งแต่เด็กแล้ว

สัมผัสนุ่มนิ่มจากคู่หมั้นสาวในชุดวันเกิดของเธอ ที่เบียดกอดซุกไซ้ใบหน้าอยู่ที่ซอกคอของเขา แม้หลับเธอก็ยังซุกซนทำเสียงหัวเราะคิๆหลับตาฝันดีไปแล้ว แนบชิดแทนหมอนข้างหาความอบอุ่น ทำให้เขาเป็นสุขอย่างมาก ตั้งแต่ได้ตัดสินใจอุทิศชีวิตให้กับคนยากจน โดยการมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่ ณ แดนแห่งนี่ ชีวิตของหมอเช่นเขาก็มีแต่ความเงียบเหงาไร้ซึ่งสีสันทั้งปวง พอใจอยู่กับการทำงาน กินอิ่ม นอนหลับเพียงเท่านั้นไม่เคยคิดถึงเรื่องมีครอบครัวมาก่อน

จุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งก่อนที่ตนเองจะยกมือปิดปากห้าว ตาปรื๋อไปหมด วันนี้คุณหมอเองก็เหนื่อยล้าจากการเดินทางมามากเช่นกัน จนอยากล้มตัวหลับไปเร็วๆ ก่อนเอื้อมมือไปปิดสวิสไฟ มองแสงอำพันภายในเต็นท์ยามนี้ช่างสว่างพราวนวลตา คงจะเป็นแสงจากกองไฟเบื้องนอกกระมั่ง มันช่างเต็มไปด้วยความงดงามเช่นในหัวใจของเขายามนี้

“ราตรีสวัสดิ์จ๊ะเจ้าหญิงของพี่หมอ”

ขยับตัวในผ้าผืนเดียว ตะกองกอดกันและกันแล้วค่อยปิดตาหลับไปอย่างง่ายๆ

ภายในโถงถ้ำของคู่รักบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดสนิทเป็นหนึ่งเดียวจนสิ้นแล้ว เต๊อะกับเนลอญ สององครักษ์และยังอภิรักษ์หนุ่มใหญ่ ได้สาบ สูญลับหายไปในความลึกลับมืดดำแห่งจักรวาล ไม่มีบุคคลที่สามที่สี่มารับรู้ตัวตนของหนุ่มสาวคู่นี้อีกต่อไป จะมีก็เพียงเขาและเธอในนิทราสุขาวดีเท่านั้น แสงอันอบอุ่นสีอำพันพร่างพรายแต่ภายในวิมานน้อย หาไม่เกิดจากกองไฟพลิ้วไหวแลลมดึกไม่พัดโบรก หากแต่แสงเกิดจากองค์ผู้มาสถิตนิ่งจ้องพระเนตรมองวิมานน้อยบนอุ้งหัตถ์ เต็นท์หลังน้อยบนอุ้งมือมาร เเสงนั่นแค่เปรียบประดุจแสงหิงห้อยด้อยแรงสำหรับ วสวัตตี พญามารแห่งโลกสวรรค์

*Hypnotic หมายถึงสารที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม ช่วยให้หลับง่ายขึ้น และหลับได้ตลอดคืนโดยไม่ตื่นบ่อยๆ และการหลับเป็นแบบเดียว หรือใกล้เคียงธรรมชาติ สภาพเช่นนี้เรียกว่า hypnosis






Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 21 มีนาคม 2553 18:32:42 น.
Counter : 517 Pageviews.

2 comments
  
แมวบ้านเพื่อนน่ารักจังครับ
โดย: เขาพนมรุ้ง วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:0:11:19 น.
  
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!
โดย: da IP: 203.144.144.165 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:16:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments