มีนาคม 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เจ้าชายหิ่งห้อยกับเจ้าหญิงแสงจันทร์ บทที่ 14
สิ่งที่คลางแคลงใจเกี่ยวกับฐานะของบุญส่ง แนนนี่พึ่งจะได้มารับรู้คำตอบในใจในวันนี้เอง ภิกษุรูปหนึ่งกำลังกวาดลานวัดพลันหยุดมือเมื่อรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามา บุญส่งก้าวขาลงจากรถพร้อมกับหญิงสาวร่างระหง บุญส่งกราบหลวงพ่อแล้วก็กอดกันกลมอย่างรักใคร่ฉันพ่อลูก

พระรูปนี้ก็คือนายพรชัยในอดีตเธอยังจำเค้าหน้าได้เพราะเป็นสามีของท่านหญิงดวงฤทัยผู้เป็นเจ้านายของพ่อ บุญส่งก็คือคุณชายดวงหทัยที่หายตัวไปจากวัง เธอรู้คำตอบในวินาทีนี้เอง

พ่ออภิรักษ์ยังคงทำหน้าที่บ่าวของตระกูลชนะรัชไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ความโกรธเกลียดชิงชังมันปรากฏขึ้นในจิตใจ พ่อลูกผู้ดีตกยากคู่นี้เองที่แย่งเอาพ่ออภิรักษ์ของเธอจากมา ทำให้เธอต้องเป็นกำพร้าพ่อมานาน

“พาผู้หญิงที่ไหนมาอีกละบุญส่ง”

“แนนนี่ก็ลูกสาวของอาอภิรักษ์ไงละครับ ตอนเด็กเราก็เป็นเพื่อนเล่นกัน ก่อนที่หลวงพ่อจะพาผมออกจากบ้านคุณตามาผจญภัยในโลกภายนอกไงครับ”

ความโกรธในใจของหญิงสาวแทบระงับไว้ไม่อยู่ ชายคนนี้รู้ฐานะของเธอมาตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเป็นใคร ทั้งที่เธอรู้สึกแค่คลับคล้ายในวันแรกที่เจอเขา ไม่คิดว่าโลกมันจะบังเอิญพามาพบกับคนที่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันอีก

“สวัสดีค่ะท่าน”

หญิงสาวยังทำใจเย็น พนมมือไหว้เป็นปรกติ

“หนูแนนนี่เองรึนี่ ใช่จริงๆ ด้วย หลวงพ่อเกือบจำไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่เจอหนูคงอายุประมาณห้าขวบเองสินะ โตขึ้นแล้วสวยมากเลย”เธอหน้าเหมือนพ่ออภิรักษ์มากโดยเฉพาะชอบกรีดขอบตาคมเหมือนกันแต่ก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากทีเดียว

“หลวงพ่อมาอยู่ที่นี่เองหรือคะ ดิฉันจำท่านเกือบท่านไม่ได้”

สายตาคมมองสำรวจจีวรพระไปด้วย หลวงพ่อไม่ได้คิดถือสาในสายตาของหญิงสาว

“ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิต อาตมากับลูกในตอนนั้นก็เร่ร่อนอยู่พักใหญ่จนมาบวชอยู่ที่นี่”

ท่านตอบอย่างอารมณ์ดีแล้วย้อนถามเธอว่าพบกับบุญส่งได้อย่างไร สายตาของหญิงสาวมองสำรวจพระสูงวัยตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเสียมารยาท เธอรับฟังเรื่องราวจากคนรุ่นก่อนมามาก รู้ว่าในอดีตชายที่ซ่อนอยู่หลังผ้าเหลืองคนนี้เป็นคนเจ้าชู้มักมากในกาม เป็นจิ้งจอกสังคม เที่ยวสร้างเรื่องราวอื้อฉาวเปื้อนราคีไปทั่วจนทำให้ท่านหญิงดวงฤทัยผู้เป็นภรรยาต้องตรอมใจตาย

“ก็เขาทำงานอยู่ในร้านดอกไม้ของพ่ออภิรักษ์ไงคะ เราก็เลยได้มาเจอกันอีก”

น้ำเสียงนั้นเย็นชา เธอเลี่ยงที่จะพูดชื่อจริงของอดีตเพื่อนเล่นในสมัยเด็ก หลวงพ่ออดแปลกใจในความใจเย็นของเธอไม่ได้เลยเฉลยให้ฟังว่าตนเป็นคนเปลี่ยนชื่อคุณชายดวงหทัยในอดีตให้เป็นบุญส่งเอง

“ขอให้เรียกชื่อของเขาว่าบุญส่งต่อไปเถอะนะ”

“ก็เหมาะกับฐานะของเขาดีนี่คะ เป็นเด็กส่งดอกไม้เองแต่ก็ยังดีกว่ามาเป็นเด็กวัดเสียอีก”

ในแววตาและคำพูดของหญิงสาวมิได้มีความรู้สึกผูกพันหรือความยำเกรงแม้แต่นิด

สองพ่อลูกไม่ได้สนใจต่อคำพูดเชิงดูถูกเย้ยหยันนั้น พวกเขาผ่านช่วงเวลาที่หนักหนามากกว่านี้ในอดีตหลายเท่านัก บุญส่งเดินกอดเอวหลวงพ่อพากันเดินเข้าไปในวัดโดยมีหญิงสาวเดินตามมาห่างๆ ในใจของเธออยากพูดให้สองพ่อลูกเจ็บปวดมากกว่านี้หากแต่ยังเกรงผ้าเหลืองอยู่บ้าง

ยังมีโรงเรียนภายในวัดเด็กนักเรียนกับครูในสนามหญ้าพากันมาพนมมือไหว้หลวงพ่อ ผู้มีฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน บุญส่งเฮฮามากเมื่อพวกเด็กกับครูต่างชี้นิ้วไปที่หญิงสาวแสนสวยผู้ยืนทำหน้านิ่งเฉยราวกับหุ่น ถามกันยกใหญ่ว่าเธอคือแฟนของเขาหรือเปล่า บุญส่งเอาแต่ยิ้มหันไปมองเธอแต่ไม่กล้าให้คำตอบ

“อย่าให้เด็กเข้าใจผิดว่าฉันเป็นแฟนนายเซียวล่ะ”

เธอเดินทิ้งห่างออกไปด้วยใบหน้าเฉยชาสมกับความเป็นนางแบบ
กุฏิของพระพรชัยใหญ่โตโอ่อ่ามาก สร้างอย่างวิจิตรงดงาม คอมเพรสเซอร์แอร์วางเรียงเป็นตับทำงานเต็มที่ให้คนข้างในอยู่อย่างสุขสบาย ในโรงรถมีรถเบนซ์ไว้ใช้งานพร้อมคนขับรถ นี่ไม่ใช่วัดจนๆ เลย แนนนี่มองรอบตัวอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“ท่านคงจะทำเครื่องรางของขลังไว้ให้เช่าบูชาด้วยซินะคะ วัดนี้ถึงได้ดูร่ำรวยขนาดนี้”

เธอปรายตามาถาม ท่านหันมาเพียงนิดแล้วตอบอย่างใจเย็น

“อาตมาเป็นแต่สวดมนต์ไหว้พระธรรมดา ทำของแบบนั่นไม่เป็นหรอก วันพระก็เทศนาธรรมให้ญาติโยมฟังเท่านั้นแต่ที่วัดใหญ่โตถึงเพียงนี้ก็เพราะมีคนใจบุญมาช่วยสร้างให้”

“งั้นหรือคะ”

ลิ้นของเธอแตะกระพุ้งแก้ม กอดอกมองรถยนต์หรูอีกหลายคันในโรงจอดรถ ถึงขนาดนี้แล้วพ่อลูกคู่นี้ไม่เคยจะได้รับความทุกข์ร้อนในการใช้ชีวิตเลย หลังจากตระกูลชนะรัชหมดสิ้นทรัพย์สินก็มาบวชหากินอยู่ในผ้าเหลืองอยู่ที่นี่เอง มิน่าถึงไม่มีใครได้พบเจออีก ลูกชายก็เป็นได้แค่เด็กส่งดอกไม้ สำหรับหญิงสาวมีแต่ความรู้สึกสมน้ำหน้ามากกว่าเขาได้เป็นแค่นี้
แต่ที่เธอต้องมองอย่างเงียบงันก็คือสถูปขนาดใหญ่บรรจุพระอังคารของเจ้านายพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นผู้สร้างวัดและโรงเรียนวัดแห่งนี้ แนนนี่ต้องตกตะลึงว่าพระองค์ก็คือเจ้านายของพ่อ

หน้าแท่นมีพวงมาลัยพวงสวยวางไว้บูชา เธอจำได้ทันทีว่ามันเป็นฝีมือของพ่อแน่ พ่ออภิรักษ์ยังคงทำหน้าที่บ่าวประจำตระกูลชนะรัชมาจนถึงบัดนี้ แล้วก็จริงเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสีชมพูเดินถือธูปเทียนเทียนออกมาจากข้างสถูป นัยน์ตามองเธออย่างตำหนิ

“เมื่อกี้ฉันได้ยินที่พูดนะ แกไม่สมควรพูดจายังงั้นกับหลวงพ่อ เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะหาว่าฉันไม่รู้จักสั่งสอน”

“ก็แล้วทีพ่อทำไมถึงไม่ยอมพูดความจริงออกมาก่อนละคะว่ามาอยู่ที่นี่ทำไม! ตอนนี้ลูกรู้แล้วเพราะแบบนี้เอง คนพรรค์นี้มีดีอะไรให้พ่อต้องไปภักดีด้วย”

“เอะ! นังเด็กนี่เถียงคำไม่ตกฟาก”

โรสเงื้อมือจะตบ ลูกสาวจ้องตอบนัยน์ตาแข็งกร้าว

“ก็เอาซิคะ! ตบหน้าลูกเลย”น้ำตาของหญิงสาวมันไหลลงสองแก้ม“ถึงขนาดนี้แล้วพ่อยังคงเห็นคนอื่นสำคัญกว่าลูกเสมอ! ถึงขนาดทิ้งลูกทิ้งเมียมาปรนนิบัติพ่อลูกอัปยศอยู่ที่นี่เอง”

“......”

มือที่ง้างค้างอยู่แค่นั้น โรสได้แต่กัดฟันกรอด ใบหน้าแดงก่ำ แนนนี่ก็ไม่เคยลดราวาศอกให้คนเป็นพ่อเลยทั้งที่น้ำตาไหลพราก ตั้งหน้าขึ้นเสียงใส่พ่ออย่างรุนแรงอีก หลวงพ่อพรชัยเองก็พูดไม่ออก ไม่คิดว่าเรื่องมันจะลงเอยแบบนี้ บุญส่งเห็นท่าไม่ดีคว้าข้อมือของเธอวิ่งออกมาทันที

“อย่าทะเลาะกับผู้ใหญ่เลยนะครับมันไม่ดี”

ทั้งสองมานั่งอยู่ในรถ บุญส่งคว้าข้อมือสวยมาจูบอย่างถือสนิท เธอสะบัดมือออกมา

“ไปให้พ้นจากหน้าฉันเดี๋ยวนี้!”

ดวงตาคู่สวยบัดนี้แข็งกร้าวมาก บุญส่งเองรู้สึกว่าตนอยู่ผิดที่ผิดเวลาเสียแล้ว

“ผมรักคุณแนนนี่นะครับแต่..ได้โปรดอย่าได้พูดจาอย่างเมื่อกี้อีกเลย”

“รักเรอะ! นายรักเงินของฉันมากกว่า!”

เธอสตาร์ทเครื่องยนต์ เหยียบคันเร่งดังกระหึ่ม มือตบเกียร์อย่างแรง

“แต่เราเคยมีอะไรกันแล้วนะครับ”

“น้อยหน่อยเถอะเจ้าเด็กส่งดอกไม้ อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉัน เรื่องในวันนั้นที่โรงแรมมันก็แค่อุบัติเหตุแล้วฉันก็ให้เงินนายไปแล้วด้วย นายไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรอีก”

กุมารแดงยอดเสน่หาทำให้เขาได้ลิ้มลองหญิงสาวเป็นครั้งแรก แรกคิดว่าแนนนี่รักเขาจากใจจริงแต่แท้จริงเขาคงถูกกุมารแดงเล่นกลใส่เข้าให้แล้ว

“คุณแนนนี่ไม่ได้มีอะไรกับผมเพราะความรักหรอกเหรอครับ”

“เด็กเอ๊ย นายมันเด็กจริงๆ” เธอส่ายหัว ยิ้มดุ“คิดว่าเซ็กซ์มันจะต้องมาจาก
ความรักเท่านั้นรึไง สำหรับฉันมันก็แค่ใช้เงินหาความสุขใส่ตัวเป็นครั้งคราว คนรักตัวจริงของฉันเขาเป็นชนชั้นสูงมีหน้ามีตาในสังคม ทำไมฉันจะต้องทิ้งเขามาหานายด้วยเจ้าเด็กส่งดอกไม้”

ในที่สุดก็ถูกไล่ลงจากรถ บุญส่งได้แต่ยืนมองรถเบนซ์สปอร์ตควบตะบึงจากไป

“ลูกเจ้านายงั้นเหรอ ลูกบ่าวอย่างฉันจะทำให้ดูว่านายด้อยศักดิ์ศรีแค่ไหน”
มันคือคำพูดด้วยความคับแค้นใจของหญิงสาว แผนการแก้แค้นกำลังจะเริ่มขึ้น





“กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง ดอกไม้มาส่งครับ!”

บุญส่งกับดอกไม้ของเขาพึ่งจะมาถึง มองซ้ายมองขวาหาเธอคนนั้น ภายในคฤหาสน์อันแสนวิจิตร ฉากหนึ่งในกองถ่ายทำละครมีแต่ทีมงานวิ่งกันวุ่น นางเอกกำลังนั่งให้ช่างระบายสีแต่งหน้า เธอเพียงชายตามองมาตามเสียงกระดิ่งทองอย่างเย็นชา ก่อนจะหันกลับไปที่เดิมราวกับไม่เห็นเขาเลย

บุญส่งไม่อยากจะคิดมากอีก เธอเหมาดอกไม้จากเขา เป็นหน้าที่จะต้องเอาดอกไม้ไปส่งให้ถึงมือเธอทุกวัน ก่อนจะไปถึงบุญส่งต้องยืนอ้าปากค้าง

ชายร่างสูงสมาร์ทใส่ต่างหูเพชรเข้ามายืนกอดอกขวางหน้า จำได้ทันที่ว่าคือพระเอกละครชื่อไมค์ บุญส่งรู้สึกว่าแววตาของชายคนนี้ที่มองตนไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย มันเต็มไปด้วยความอิจฉาและไม่อยากให้ใครได้ดีเกินตัว เป็นคนที่พร้อมจะเรื่องวิวาทกับใครก็ได้ เมื่อนึกถึงภาณุคนรักของพี่ญาดา ชายคนนี้ช่างเทียบกับภาณุไม่ติดเลย

“น้องชายดอกไม้นี่ให้ฉันเถอะ”

“ไม่ได้นะครับนี่เป็นดอกไม้ของคุณแนนนี่”

“ต้องได้สิน้อง”

ไมค์ควักเงินแบ้งส์พันยัดใส่ในกระเป๋าเสื้อทักซิโดของเขาหน้าตาเฉย บอกว่าเขาจะเอาดอกไม้ไปมอบให้แนนนี่กับมือเอง บุญส่งไม่ยอมท่าเดียวเกิดการยื้อยึด หญิงสาวเพียงชายตามองแวบเดียว ปล่อยให้สองชายยื้อยุดกันโดยที่ไม่คิดจะห้าม

“ไอ้น้องพี่ได้ยินว่าพักนี้มีหนุ่มหน้าสวยใส่ชุดทักซิโดเอาดอกไม้มามอบให้แฟนของฉันทุกวันคงจะเป็นน้องเองสินะ ที่แท้เป็นเด็กส่งดอกไม้นี่เองคงจะเป็นความเข้าใจผิดมากกว่า”

แววตาไม่เป็นมิตรของไมค์ขณะมองและหัวเราะในความตัวเล็กของบุญส่ง พร้อมกับจับคอเสื้อของบุญส่งเขย่าไปด้วย

“ปล่อยผม ผมเพียงเอาดอกไม้มาส่งให้คุณแนนนี่ตามที่เธอสั่งเท่านั้น”

หนุ่มร่างเล็กปัดมือนั้นออกจากคอเสื้อของตน ฝ่ามือใหญ่หนา
สัมผัสกับแก้มของหนุ่มนักส่งดอกไม้แม้ไม่แรงแต่บุญส่งก็รู้สึกชาไปทีเดียว ชายคนนี้ไม่เป็นมิตร รู้สึกว่าเขาจะหึ่งหวงแนนนี่และพร้อมจะมีเรื่องวิวาทกับผู้ชายทุกคนที่มาใกล้ชิดกับเธอ

แนนนี่กลับขำมากกว่า หันมาส่งเสียงเอะอะขึ้นอีกครั้งเพื่อให้ทั้งสองชายหยุด บุญส่งตัวเล็กแต่สู้คนมากเพื่อจะปกป้องดอกไม้ ไมค์ไม่คู่ควรกับดอกไม้ของเขา

“นี่! นายคนนั้นน่ะเมื่อไหร่จะเอาดอกไม้มาให้ฉันซะที”

เธอไม่แม้แต่จะเรียกชื่อของบุญส่งด้วยซ้ำ

พระเอกละครตรงหน้าก็เหมือนผู้ร้ายในสายตาของบุญส่งมากกว่า รึว่าแนนนี่จะจงใจให้เขามาส่งดอกไม้ที่สตูริโอแห่งนี้พื่อให้มาถูกหยามกันแน่

ดอกไม้ถูกชิงไปอีกแล้ว ไมค์เอาให้ถึงมือแนนนี่แต่กลับถูกตำหนิมากกว่า

“ธุระไม่ใช่ฉันสั่งซื้อดอกไม้ของฉันทุกวันอยู่แล้ว นายมายุ่งอะไรด้วย”

“ก็ผมเจอเจ้าหนุ่มใส่ชุดทักซิโด้ที่เป็นข่าวกับคุณไง บอกมาซิที่เป็นข่าวมันยังไงกันแน่”

เธอโยนดอกไม้ลงถังขยะเสมือนหนึ่งสิ่งไร้ค่าอีกครั้ง

“นายเปี๊ยกนี่เป็นเพียงเด็กส่งดอกไม้ที่ร้านของพ่อ บางครั้งที่ฉันต้องช่วยขับรถไปส่งให้เพราะอยากช่วยงานที่ร้าน พวกนิตยสารปาปารัสซี่มันถ่ายภาพได้ก็เลยเขียนข่าวมั่วไปเอง ฉันไม่ตาต่ำไปยุ่งกับคนพรรค์นี้หรอก”


ตอนเย็น ในภัตตาคารแห่งหนึ่ง

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่บุคลิกดี เหมาภัตตาคารให้เป็นเวลาส่วนตัวกับหญิงสาวเท่านั้น แนนนี่แช่มชื่นขึ้นมาก นายไมค์เป็นเพียงรักโปรโมตในวงการเท่านั้น รักที่แท้จริงก็คือเสี่ยเจษฎาผู้นี้ แม้วัยของเธอกับเขาจะต่างกันมากแต่เธอชอบในบุคลิกที่สุขุมนุ่มนวลของเขามากกว่า

นักพยากรณ์ชื่อดังต่างทำนายทายทักไว้ว่าเธอจะต้องเป็นเมียน้อย ต้องเป็นรองของผู้หญิงคนอื่น มันเป็นสิ่งที่คอยทิ่มแทงจิตใจของนางแบบสาวอย่างเธอยิ่งนัก เจษฎารู้ดีว่าการแอบคบหากับเธอเป็นสิ่งที่สังคมครหาได้เพราะเขายังได้ชื่อว่าเป็นชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว การพบปะกันจึงทำได้อย่างไม่เปิดเผยแต่นับวันข่าวคาวเสียหายของหญิงสาวยิ่งมากขึ้นจนมันเริ่มจะกระทบกับงานของเธอ

“ไม่ต้องกังวลนะแนนนี่ อาจะรีบจัดการทุกอย่างให้มันเรียบร้อย อาแยกกันอยู่กับผู้หญิงคนนั้นมาสองปีแล้ว หากเธอไม่ยอมรับเงินแล้วเซ็นใบหย่าซะ อาจะฟ้องหย่าเอง ต่อไปเราจะได้มานั่งในภัตตารที่มีผู้คนนั่งไม่ต้องมาหลบหน้าขนาดนี้”

“หนูรู้สึกผิดจังเลยค่ะที่เรามาคบหากันอย่างนี้”

“มันไม่ใช่ความผิดของแนนนี่เลย ยังไงอาก็ต้องแยกทางกับผู้หญิงที่เห็นแก่เงินพรรค์นั้นอยู่ดี เขาแต่งงานกับอาก็เพราะหวังในทรัพย์สินเท่านั้น มีแต่เวลาที่อยู่กับแนนนี่ที่ทำให้อามีความสุขจนอยากมาใช้ชีวิตร่วมด้วยมากกว่า”

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วางมือลงบนมือเรียวของเธอส่งผ่านความรู้สึกอบอุ่น เธอยิ้มอย่างเป็นสุขถ้าพ่อโรสของเธอดีได้อย่างอาเจษฎาซักนิดก็คงดี ตั้งแต่ได้พบกัน ชายคนนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่เธอใฝ่หามาตลอด รูปร่างหน้าตาก็สมาร์ทคล้ายพ่อโรสตอนแต่งหนุ่มมาก

กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง ดอกไม้มาส่งครับ”

บุญส่งกับเสียงกระดิ่งทองดังอยู่ที่หลังประตู แนนนี่ยิ้มได้ทันทีรีบสั่งให้บริกรไปเปิดรับ เธอเป็นคนสั่งดอกไม้มามอบให้ถึงที่นี่เอง

ดอกไม้ถูกนำมามอบให้ถึงมือของหญิงสาวอีกครั้ง หากแต่ในแววตาของบุญส่งกำลังสั่นไหว เป็นอีกครั้งที่เธออยู่กับผู้ชาย มีอาการสนิทสนมราวกับคนรักกัน เขารู้สึกผิดหวังในตัวผู้หญิงคนนี้เป็นอย่างมาก เธอคบหากับชายหนุ่มในตอนกลางวันแต่มาคบกับหนุ่มใหญ่ในตอนเย็น ตนเองคงเป็นได้แค่ของเล่นนอกเวลาของเธออย่างที่พูดไว้จริง

เธอคบหาเป็นคนรักกับใครกันแน่ บุญส่งอยากจะถามให้มันรู้แน่เสียตอนนี้
เจษฎากลับมองบุญส่งอย่างไม่กระพริบตา ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างมันประดาประดังเข้ามาทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มคนนี้เข้ามาใกล้ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นช่างเหมือนดวงตาของคนสำคัญที่สุดในชีวิตของตน

“น้องชายเราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า”

เจษฎาถาม บุญส่งฝืนใจตอบทั้งที่ยืนคอตก

“ไม่นี่ครับ”

“เอาล่ะเสร็จหน้าที่แล้วนายแล้วกลับไปได้”

มือเรียวของนางแบบสาวสวยเท้าคางหันมองไปทางอื่น ไม่มองมาเลย ยังไงก็ไม่ถึงเอาดอกไม้ของเขาทิ้งลงถังขยะเหมือนทุกที บุญส่งแอบใจหาย ความรู้สึกมันบอกให้ต้องเจียมตัวและหันหลังเดินจากไปเสียที

“ครับ”

ได้แต่ยืนคอตก ต้องเดินกลับไปอย่างเศร้าสร้อย ความรู้สึกอกหักคงเป็นเช่นนี้แน่

“ยังก่อนอย่าพึ่งไป”

เจษฎาถึงกับลุกจากโต๊ะเดินมาจับต้นแขนของเด็กหนุ่มรั้งไว้ รู้สึกถูกชะตาด้วยอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะดวงตาเศร้าสร้อยคู่นั้นช่างเหมือนท่านหญิงดวงฤทัยมากเหลือเกิน เขาปฏิเสธตนเองไม่ได้ว่าที่คบหากับกันแนนนี่เพราะเธอมีส่วนละม้ายท่านหญิงอยู่เกือบครึ่งหนึ่งแต่กลับเด็กหนุ่มคนนี้เขาเหมือนเห็นเงาของท่านหญิงมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเลย

“น้องชายโลกนี้น้อยครั้งนักที่พี่จะรู้สึกถูกชะตาคนมากขนาดน้องเลย ถ้ายังไงมีปัญหาเรื่องการงานการเงินอะไรก็มาหาอาได้นะ เงินนี่อาให้เอาไปกินขนมนะ”

ธนบัตรปึ๊กใหญ่พร้อมกับนามบัตรถูกยัดใส่กระเป๋าเสื้อทักซิโด้ บุญส่งมองหนุ่มใหญ่ตรงหน้าจนตัวสั่นเทา เขาคนนี้ช่างดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี บุคลิกน่านับถือ ต้องใช่คนรักของแนนนี่แน่ตนเองควรตัดใจจากเธอได้แล้ว





Create Date : 14 มีนาคม 2554
Last Update : 14 มีนาคม 2554 18:21:50 น.
Counter : 292 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments