มีนาคม 2553

 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
เจ้าชายหิ่งห้อยกับเจ้าหญิงแสงจันทร์ บทที่ 1


“บุญส่ง บุญส่งอยู่ไหน รีบมาเอาดอกไม้ไปส่งลูกค้าเร้ว...”
“ครับๆมาเเล้วครับเจ๊”
“ครับๆแล้วก็รีบมาเอาไปซี...มีฉุนแล้วนะ”

เสียงตอบรับอย่างเร็วรี่ ของชายหนุ่มร่างเล็ก ในชุดทักซิโด้สีขาวล้วน ผูกหูกระต่ายสีแดง กับสองมืออันง่วนอยู่กับการตัดก้านดอกกุหลาบของคนเรียก ดังกิ๊บๆๆๆอยู่ตลอดเวลา เพื่อเข้าช่อเข้าพวงดอกไม้ ให้ทันออร์เดอร์ลูกค้า บนโต๊ะทำงานอันมีกองดอกไม้เป็นพะเนิน กรรไกร หลอดริบบิ้น โอเอซีส อุปกรณ์ต่างๆวางสุมปนอยู่ในนั้น กับสาวร่างใหญ่หรือสาวประเภทสองวัยประมาณสี่สิบ ซึ่งกำลังนั่งทำงานอยู่เป็นมือระวิง ใบหน้าที่คร่ำเคร่งนั่น กรามใหญ่เค้าโครงแบบชาย ต่อขนตาสะงอนยาว ทุกครั้งที่หลับตาพริ้มเห็นตาคม ผมยาวเป็นลอนคลุมสองบ่าใหญ่หนา ในเสื้อผ้าชุดสีแดงลายกุหลาบสวยหวาน

เพียงสองคนในร้าน กับเด็กส่งดอกไม้ ในห้องแถวเล็กๆ จัดแต่งด้วยกระจกใส มองทะลุได้ทั่ว เห็นหมู่ดอกกุหลาบหลากสี ถูกจัดเเต่งและวางเป็นช่ออย่างมีศิลปะ เพื่อรอลูกค้ามารับ ป้ายหน้าร้านมีข้อความว่าร้านดอกไม้เจ๊โรส ร้านอันตั้งอยู่ในซอยแคบจำกัด ห่างจากถนนใหญ่เพียงตึกพาณิชย์คั่น เสียงแตรรถดังระงมจากรถติดหนาเเน่นอยู่หลังอาคาร เเบ่งแยกชาวซอยทั้งหมดจากโลกภายนอก หนึ่งชมรมเล็กๆในของเมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพเมืองฟ้าอมร

“ม มาแล้วครับเจ๊โรส แฮะๆ”

ร่างเล็กคล่องแคล้วโผล่วูบ กลับเข้ามา จากร้านขนมเค้กข้างๆ กลิ่นหอมฟุ้งของขนมอบ ลอยกรุ่นตามมา เป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบ ร่างเล็กแต่หุ่นดีสมส่วน สูงเพียง ๑๕๘ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๕๐ กิโลกรัม ใบหน้าอ่อนสดใส ขนตางอนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาเป็นประกายดูเบิกบานเป็นนิจ บนริมฝีปากยังคงมีคราบครีมมันติดอยู่ จนเจ้าของร้านร่างใหญ่ต้องบ่นอุบอิบ ส่ายหน้า ลุกขึ้นไปหยิบทิชชูมาชับให้

“ไปกินหนมเค้กมาอีกละสิ”
“เออ แฮะๆ”
เจ๊ร่างใหญ่ ทำหางตาคมบาด งอนเชิดใส่นิดหนึ่ง แล้วเอนตัวเอนหลังเข้าพนักพิง หายใจแรงแล้วร้อง เฮ้อ!อย่างเหนื่อยอ่อน เพราะเร่งมืออยู่คนเดียวมาเป็นชั่วโมง หลังได้รับออเดอร์จากลูกค้า เเต่สายตายังไม่วายเคืองมา

“ไม่ต้องมาหัวเราะทำกลบเกลือนเลยนะ เรามัวแต่ไปกินขนมของป้าเพียรเค้า ไม่มาช่วยเจ๊จัดดอกไม้เลย แบบนี้ต้องตัดเงินเดือนกันบ้างแล้วนะ”
หนุ่มน้อยเกาหัวยิ้มเจือ นิ้วสางเส้นผมดำขลับเป็นเงา

“เจ๊โรสปากร้ายแต่ใจดี ผมไม่กลัวหรอก”
“เเน่ะๆปากหวานอีกนะ”
กรากเข้ามาสวมกอด ประจบเอาใจ ลำตัวเจ๊ของเขา ค่อนข้างอวบใหญ่พอสมควร เด็กหนุ่มยิ้มละไมดูจะสุขใจจนหลับตาพริ้ม ที่ได้กอดอยู่เช่นนั้น แม้คนข้างนอกจะสัญจรผ่านไปมามองเห็นเข้า

“ไม่ต้องมาประจบเอาใจเลยนะเราน่ะ”
“อือม์ ตัวเจ๊เหมือนตุ๊กตาหมีพูลเลยนะกอดอุ้นอุ่น”
“เดี๋ยว เถอะ ช่างเปรียบเทียบ”

มือลูบเส้นผมดำเงาอย่างอ่อนโยน เธอรักเด็กหนุ่มคนนี้เช่นลูกชาย หาได้คิดเป็นอื่นไม่ แม้ว่าใครต่อใครจะนินทาว่าร้าย ว่าหญิงเทียมเช่นเธอ เอาเด็กหนุ่มมาเลี้ยงบำเรอความใคร่ กับเด็กหนุ่มคนอื่นอาจใช่ เพราะคนอย่างเจ๊โรสผู้ผ่านโลกมามาก ใช้เงินทุ่มซื้อเด็กหนุ่มประมาณนี้มานักต่อนักแล้ว แต่ต้องไม่ใช่ บุญส่ง เด็กหนุ่มคนซื่อคนนี้

“ก็ผมไปช่วยป้าเขา ชิมขนมเค้กสูตรใหม่นี่ครับ”เงยหน้ามายิ้มหวาน“ป้าเพียรใจดีออก เป็นคนแก่อารมณ์ดีมีอะไรก็ให้ ร้านก็อยู่ติดกันกับเรานี่เองนะ บ้านใกล้กันต้องช่วยเหลือกันไว้นะ”

“กินขนมเค้กของเขามากๆ ประเดี๋ยวก็อ้วนหมดหล่อหรอก ชุดที่ตัดให้ราคาตั้งหลายพันนะ เดี๋ยวก็ใส่กันไม่ได้ หมดหล่อกันพอดี”

ส่งช่อกระหลาบแดงล้วนพึ่งจัดเสร็จ ยืนส่งให้ ปากบ่นปริบๆ แต่หางตาและมุมปากเริ่มมีรอยยิ้ม หนุ่มน้อยปากสีชมพูยิ้มสดใส รับหอบมาไว้ในอก กับดอกกุหลาบช่อใหญ่ จมูกไล้ดมอย่างละเมียดด้วยนิสัยรักดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ

“อือม์ สวยจังหอมด้วย”
“ก็แน่สิยะ เจ๊สุดฝีมือทุกครั้งเลยนะ งานจัดดอกไม้เป็นงานศิลปะ เป็นงานขายฝีมือไม่ใช่สักแต่ทำขายแบบลวกๆนะนายบุญส่ง”

“แต่อุอุ”ยิ้มแก้มป้องชี้นิ้วไปที่ช่อดอก“แล้วไหงมี ผึ้งอยู่ด้วยละครับ ดูสิข้างใน มีผึ่งตัวหนึ่งหลบอยู่ในกลีบดอกด้วยนะ เมื่อกี้มันไม่ต่อยเจ๊เอาเหรอครับ”

“ตายแล้วถ้าเกิดไปต่อยลูกค้าเข้า เจ๊เสียชื่อเเน่ ดีที่เราเห็นก่อนนะเนี่ย”

มีผึ่งอยู่จริงๆตัวหนึ่ง กำลังไต่วน ผลุบๆโผล่ๆอยู่ในกลีบดอก เจ๊โรสต้องรีบดึงแว่นสายตามาใส่ ร้องเอ็ดเสียงดังลั่น ให้บุญส่งรีบกำจัดมันไปให้พ้นๆ แต่หนุ่มน้อยชื่อบ้านนอก ป่าดงดอน เพียงใช้ปลายนิ้วยื่น ให้ภมรแตะเกาะไต่ตามข้อนิ้วออกมา แล้วให้มันบินจากไป

“ผึ้งกับผมก็เป็นพวกชอบหากินกับดอกไม้ครับ เราชอบดอกไม้เหมือนกัน น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ เพื่อนต้องไม่ทำร้ายเพื่อนอยู่แล้ว”ยิ้มแล้วมองตามผึ้งตัวนั้นบินจากไป

“เรานี่พิลึกคน”ต้องวางมือเท้าคางมองหนุ่มน้อย“ตอนเราบวชเณรอยู่ ได้ยินหลวงพ่อบอกว่านอกจากสวดมนต์ไหว้พระเเล้ว วันๆชอบเล่นกับดอกไม้กะแมลง ถ้าเป็นพวกจัดแต่งดอกไม้ใครมานิมนต์ให้ไปช่วยงาน เป็นอันรีบไป ขึ้นบ้านใหม่เเต่งงาน เณรน้อยรูปนี่ต้องไปหมด ตอนจะสึกหลวงพ่อท่านก็เลยแนะนำมาทางนี้ เจ๊ต้องไปรับถึงวัดเลยนะ ตอนสองสามเดือนก่อน เรายังหัวโป้งเหน่งจอมเปิ่นอยู่เลย ไม่หล่อแบบนี่หรอก”

เณรเมื่อหลายเดือนก่อนยิ้มมากกว่า เมื่อนึกถึงวันหวลคืนเก่าๆ

“ที่วัดตอนผมบวชเณร มีหลวงพี่ร่วมวัดอยู่รูปหนึ่ง ท่านเก่งมากเรื่องจัดแต่งดอกไม้ครับ เห็นผมว่างๆอยู่ท่านก็เลยชักชวนมาหัดมาจัดแต่งดอกไม้กัน ทำดอกไม้บนศาลา บางทีมีศพ เราก็ทำดอกไม้ให้ญาติคนตายก็มี ผมได้ความรู้มาเยอะเลยตอนนั้น มันมีความสุขดีนะครับเจ๊ ทำดอกไม้ให้คนอื่นได้สดชื่น แม้ว่าจะเป็นงานศพก็ตาม”นิ่งคิดเรื่องเดิมอยู่เพียงนิด ก่อนร้องเออ แหะๆ หันมายิ้มเพราะลืมว่ายังโดนเขม่นอยู่

“ว่าแต่...ทำไม เจ๊ไม่จ้างเด็กมาช่วยงานบ้างละ”เปลี่ยนเรื่องคุยกะทันหัน“จะได้รับงานทัน วันๆหนึ่งเจ๊จัดดอกไม้อย่างพิถีพิถันได้แค่ไม่กี่ช่อเอง แบบนี้จะพอกับเงินเดือนผมหรือครับ”

“ฮุ๊ย! เราไม่ต้องมาวิจารณ์มากเลยนะ”ตีหลังมือให้หนึ่งเพี๊ยะ“ชวนคุยจนเสียเวลาไปเยอะเลย เจ๊มีเงินจ่ายให้เราอยู่แล้วไม่ต้องห่วง เอ๊านี่ แผนที่ ไปตามนี่นะ เราเอาไปส่งเเค่ช่อเดียวพอ อีกสามเจ๊จะให้วินมอเตอร์ไซด์รับไปส่งให้เพราะไกลกว่า เจ๊อนุญาติให้เราส่งดอกไม้เเค่ใกล้ๆ ขี่สกู้ดเตอร์ไปตามซอกซอยพอ ห้ามขี่ขึ้นถนนหลวงนะ เดี๋ยวรถทับตายเอา เรายิ่งจอมหลงทางอยู่

ต้องส่งให้ถึงภายในหนึ่งชั่วโมงนะ คราวนี้เราต้องไปส่งดอกไม้ที่ห้างสรรพสินค้า ลูกค้าเรารออยู่ที่นั้น เจ๊จดชื่อเขาไว้ในกระดาษแล้ว ได้ยินมาว่าเขากำลังจะจัดงานแสดงโชว์ งานเดินแบบเสื้อผ้าการกุศลของพวกคุณหญิงคุณนายอะไรเทือกนี่แหละ มีนายแบบนางแบบดังๆในเมืองไทย มาโชว์ตัวกัน เขาอุตสาห์สั่งดอกไม้จากร้านเล็กๆของเรา งานนี่เจ๊เลยต้องขอสุดฝีมือ เผือจะได้เป็นที่รู้จักในหมู่ไฮซ้อไฮโซกะเขามั่ง”




สกู้ดเตอร์คันสีแดง ติดสติกเกอร์ลายกุหลาบ คันเล็กสมตัวคนขับ กุหลาบช่อใหญ่สดสวย ถูกวางอย่างบรรจง ลงบนตะกร้าท้ายรถ หน้ารถมีกระดิ่งทองเหลืองใบสวยห้อยอยู่ เอาไว้เเทนเเตรรถ กับคนขับหนุ่มน้อยหน้าใส ในชุดทักสิโด้ขาวสะอาด ดูเป็นภาพดึงดูดสายตาคนผ่านไปมายิ่งนัก

แบ่น!แบ่น!แบ่น!...“เดี๋ยวก่อน!เดี๋ยวก่อน!บุญส่ง”


พอสตาร์ทเครื่อง บิดคันเร่งน้ำมัน สาวนางหนึ่งวัยประมาณสามสิบกว่าสี่สิบต้น ในชุดเอื้อม เธอคือลูกสาวป้าเพียรเอง ชื่อภา หล่อนแต่งหน้าโบ๊ะรองพื้นหนา เห็นชัดในตอนกลางวัน เดินกรีดกรายออกมาจากร้านขนมเข้ามา ในมือถือเค้กออกมาด้วย

“จะไปไหนกันอีกจ๊ะ น้องบุญส่งดอกไม้”
“น้าภา”
“อุ้ย ไม่สุภาพ”เอามือกุมอกร้องตกใจอย่างจริตจะก้าน“เรียกพี่ภาสิจ๊ะ”
ใบหน้าอันเติมแต่งจนเข้มจัด บลัชออน อายชาโดว์ บนแก้มและเส้นขนตา แต่ดูต้องตาหนุ่มทางอื่นมากกว่า บุญส่งท่าจะรีบไปมากกว่าอยากจะคุย

“ครับพี่ภา คือ ผมขอตัวก่อนนะ”
“ยังไปไม่ได้”
หล่อนทำเสียงเข้มเข้าประชิดตัว หย่อนก้นซ้อนเบาะ เอานิ้วไล้ไต่ไปบนไหล่ จนเด็กหนุ่มเอี้ยวคอมองตามอย่างแปลกใจ ผู้หญิงเหมือนกระดีงงาลนไฟคนนี้ ทำอะไรอย่างเปิดเผยแม้อยู่ในสายตาใครต่อใคร ทำให้ทิดสึกใหม่ลนในหัวใจยิ่งนัก

“บุญส่งชื่อเช้ย...เชย แต่ตัวหน้าอินเทรนด์ หน้าส้วยสวยเหมือนนักร้องเกาหลีบวกญี่ปุ่น ผิวเนียนเป็นไข่ปลอกเลยนะ ถามจริงเราเป็นลูกโกโบริกับอังสุมารินหรือเปล่า ถึงได้หล่อขนาดนี้ สาวแถวนี้เขาหลงเรากันไปหมดแล้วนะ”

“ผมไม่หล่อหรอกครับ”เห็นความสลดหดหู่ จนคอตก“หล่อมันต้องตัวสูง ๑๗๐ กว่าขึ้นไป มีกล้ามนิดๆ ผมตัวเล็กและเตี้ยไม่เข้าเกณฑ์หล่อกับใครหรอกครับ”

“อุ้ยตาย ใครเค้าไปว่าเธอมากัน ใจร้ายจังเลย”ยิ่งกระเเซะอกดันเข้ามา
“เออ พี่ภาครับ ผมขอตัวต้องรีบไป” ต้องร้องอึ๋ย แย่แน่ในใจ ตัวสั่นหวิวๆชอบกล

ความกระอักกระอวลของหนุ่มน้อย ต่อแม่สาวใหญ่ผู้มีเค้าลางว่า สมัยเป็นสาวสด คงสวยน่าดู แต่เวลามันไม่อำนวยให้หล่อน มาปิ๊งเด็กรุ่นหลัง มีเสียงกระแอมไอจากในร้านดอกไม้ แต่หล่อนก็ยังชวนเขาคุยไม่เลิก

“เรานี่เป็นไงนะ ที่กับแม่พี่คลุกคลีใกล้ชิดตลอด ชอบคนแก่หรือไง แล้วทำไมทีกับพี่ถึงไม่ยอมอยู่ใกล้กันบ้างเลย คอยเเต่จะหลบอยู่เรื่อย น้อยใจแล้วนะ เอ๊า นี่เค้ก เราเป็นคนออกไอเดีย แต่งหน้าแบบนี้ใช่ไหม ทำเองแล้วไม่มากินได้ไง”

เค้กเเต่งหน้าเป็นรูปรถสกู้ดเตอร์การ์ตูน มีดอกกุหลาบวางท้ายและคนขับใบหน้าของเขาเอง กะว่าจะโฆษณาร้านไปด้วย“เสร็จงานส่งดอกไม้แล้วผมจะมากินครับ”หนุ่มซื่อมิเคยรู้ความนัย จนหล่อนต้องกระแซะเบียด กระซิบแผ่วเบา“ไปกินที่คอนโดพี่ก็ได้นะ”มองใบหน้าอ่อนอย่างหลงใหล

“แต่ก่อนอื่น มามะพี่จะช่วยซับเหงื่อให้ เราเหงื่อออกทำไมนะ”สาวไฟแรงเข้ามาใกล้จนเห็นเนินอกใหญ่แน่น ขาวผ่อง


“ไปนะจ๊ะ”หล่อนรุกเร้า

“อ เออ คือ...”เขาเริ่มปฏิเสธไม่ออกเพราะคิดไม่ทัน
“รีบไปส่งดอกไม้ได้แล้ว!! บุญส่ง”
“คร้าบๆๆ ไปแล้วครับ”

เสียงดังห้าวใหญ่แบบผู้ชาย ระฆังตัวช่วยดังออกมา ภาผงะทันที เพราะกิติศักดิ์การวีนแตก ของกระเทยร่างยักษ์ หล่อนแอบกัดฟันกรอด กระทืบเท้าเพราะไม่ค่อยถูกกัน

“เชอะ! คงอยากเก็บไว้กินคนเดียวละสิท่า”สบถในคอเบาๆอย่าง กลัวคนนั่นได้ยิน แล้วเดินหน้ามุ้ย กลับเข้าร้านไป ร้านเค้กและเบอร์เกอรี่ของหล่อน เป็นร้านใหญ่และหรูหราที่สุดในย่านนี้ แต่ทางเข้าออกร้านไม่ค่อยสะดวกเลยขายไม่ค่อยดี แต่ร้านก็อยู่ได้มานาน ด้วยหล่อนเป็นภรรยาน้อยของเศรษฐีคนหนึ่ง รู้กันไปทั่ว สามีนานทีมา อยู่กันกับลูกในวัยเรียนสองคน



แบ้นๆๆ...เเอ้...บิดคันเร่งออกตัวทันที

“กุ๊งกิ๊ง! กุ๊งกิ๊ง!ขอทางหน่อยครับ! ขอทางหน่อยครับ!”

เด็กๆวิ่งเล่น บ้างขี่จักรยาน พอได้ยินเสียงใส ก็รีบเฮโลมาทันที“เย้ๆๆพี่บุญส่งดอกไม้ พี่บุญส่งดอกไม้”เด็กๆขี่จักรยานตามมาเป็นพรวน ล้อมหน้าล้อมหลังไว้กับขวัญใจคนเดิมของพวกเขา

“เด็กๆอย่าขี่จักรยานออกไปถนนใหญ่นะ มันอันตราย”

ต้องหยุดรถอีกครั้งคราวนี่เพราะเด็กมารุมล้อม

“เราจะทำภารกิจส่งดอกไม้กับพี่บุญส่งอีกนะ คราวที่แล้วสนุกออก”เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโดดเหย่งๆเข้ากอดเอวไว้ เด็กคนอื่นเกาะหน้าเกาะหลังเป็นพรวนไม่ให้ไป

“ไม่อาวไม่อาวพี่บูส่งตาตี่ต้องอุ้มนู๋ก่อน”นางฟ้าตัวน้อยในชุดเปื้อนขนมโยเยจะให้อุ้มท่าเดียว

“ไม่ได้นะคราวนี้พี่ไปไกล เห็นไหมพี่ต้องใส่หมวกกันน๊อกด้วยนะ”

“อย่าให้พวกเด็กตามไปออกถนนใหญ่นะบุญส่ง” คุณลุงช่างตัดเสื้อ ร้านตรงข้ามตะโกนมา มองลูกหลานของตน ป้าขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้กับลูกสาววัยรุ่นก็เเซวมา “เเหม แฟนคลับเยอะจังนะพ่อบุญส่ง เรามีนามสกุลว่าดอกไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ หุหุ”

“พี่บุญส่งกินน้ำเต้าหู้ก่อนไหมจ๊ะ”เด็กสาวยิ้มละไมให้หนุ่มหน้าตี๋
“ไม่หรอกจ๊ะ พี่ต้องรีบไปก่อนนะ ต้องเร่งไปจริงๆ”



“เฮ้อ ฉันไม่รู้จะช่วยเธอได้นานแค่ไหนนะบุญส่ง”เสียงพร่ำจากเจ๊ใหญ่ ผู้คอยเฝ้ามองตลอด มองตามหลังสกู้ดเตอร์ไป“โลกภายนอก ไม่เหมือนในวัดที่เธอเคยอาศัย สาวแก่แม่ม่าย เด็กสาวใจแตกในซอยนี่มีเยอะแยะ ฉันไม่อยากให้เธอคบหากับคนเหล่านั้น หลวงพ่อดันฝากฝังฉันไว้สะด้วย เอาไว้เธอชินกับโลกภายนอกสักพักแล้วฉันจะหาผู้หญิงดีๆมาให้เธอคบนะ”

สภาพซอยค่อนข้างแคบ ผู้คนมากหลายมานั่งดื่มกาแฟดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์ พูดคุยเรื่องการเมือง โต๊ะเก้าอี้กินล่ำพื้นที่ทางไปเยอะ ร้านขายกล้วยทอด รถเข็นข้าวแกง สาวๆในร้านคาราโอเกะออกมาโบกมือเรียก ภาพสองข้างทางอันเคยชิน จนคล้ายสลัมไปทุกที

ขับรถลัดเลาะไปตามทางลัด ในตรอกซอกซอยด้วยความชำนาญ ผ่านคลองน้ำเน่า สลัม บ้านจัดสรรแสนหรู ขอผ่านบ้านจัดสรรเพราะพี่ยามใจดีให้ผ่านบ่อย ย่นระยะทางได้อีก ทุกระยะผู้คนต่างเห็นกุหลาบแสนสวยและหนุ่มส่งดอกไม้จนชินตาไปแล้ว ต่างมีรอยยิ้มเมื่อเขาสั่นกระดิ่งดังกุ๊งกิ๊งขอทางมาเเต่ไกล





เดินทางมาถึงห้างดังในเขตสวนหลวง ตัวตึกสูงหลายชั้น ขนาดใหญ่โตมหึมา จนต้องกลางแผนที่ตามหาจุดนัดพบ กว่าจะมาถึงเป้าหมาย

“นี่มันแคทวอล์กของพวกนายแบบนางแบบนี้”มองอย่างตื่นตาตื่นใจเมื่อมาถึงในงาน บุญส่งรู้สึกเหมือนตนเองเป็นพวกบ้านนอกทันที เพราะพึ่งเห็นของจริงกับตา“คนมาเตรียมงานเยอะจัง แสงสีเพียบ เราต้องได้เจอ ญาดา ขวัญใจของเราแน่ งานนี่มีญาดามาด้วยโชคดีจริงๆ”

ทางเดินให้พวกนายแบบนางแบบ เป็นรูปตัวที ปูพื้นด้วยพรมสีแดง ยกพื้นเล็กน้อยให้ใกล้ชิดผู้ชม ไฟสปอร์ตไลท์หลากสี เครื่องพ้นหมอกควัน กล่องถ่ายวีดีโอ ที่นั่งเริ่มมีคน มาจับจ้องโดยเว้นเฉพาะที่ริงไซด์หน้าสุดเอาไว้ และที่สำคัญสตาร์ฟเดินกันให้พล่าน เพราะงานใกล้จะเริ่มเต็มทีแล้ว


หนุ่มร่างเล็กในชุดทักซิโด้ เหมือนเดินหลงเข้ามากลางผู้คน ในอ้อมเเขนมีช่อดอกไม้สวยสด บนข้อมือยังมีกระดิ่งห้อยติดมา เดินหมุนวนดูทุกสิ่ง อย่างตื่นตาตื่นใจทันที เห็นชายหญิงตัวสูง หน้าตาเย็นชา แต่หล่อสวยมากเดินผ่านตัวไปมา“โอ้โห้สูงจัง พวกเขากินอะไรเข้าไปนะถึงได้สูงขนาดนี้ คนหล่อคนสวยมันก็ต้องตัวสูงๆแบบพวกนายแบบนางแบบพวกนี้สินะ”

มองอย่างตาลอยเคลิบเคลิ้ม ก็พอดีมีคนมาสะกิด จนบุญส่งต้อง เอะ แปลกใจ เมื่อถูกปลุกจากฝัน แล้วก็เห็นรอยยิ้มจากใบหน้าอวบขาว ของชายคนหนึ่งที่มาสะกิดหลัง เขามีร่างท่วม หน้าขาว ปากจุ่มจิ๋ม ใส่เสื้อลายสกอต สวมหมวกเบร์เร่สีชมพูหวานดูไม่เข้าตาเอาเสียเลย

“น้องหน้าตาดีนี่ สนใจมาถ่ายแบบกับพี่มะ”
“ไม่สนครับ”ตอบไปตรงๆ เดินหนีไปดื้อๆ เจ๊โรส สอนอยู่บ่อยๆไม่ให้เชื่อคนง่ายๆโดยเฉพาะคนที่เราไม่รู้จักมาก่อน

“เอ๊ะน้องรอพี่ก่อน!อย่าพึ่งไป!”ชายร่างท่วมยิ่งตามมา บุญส่งยิ่งวิ่งหนี“พี่เป็นโมเดลลิ่งดารานะ ปั้นดาราดังมาหลายคนแล้ว พี่สนใจตัวน้องจริงๆ และมีข้อเสนอดีๆจะให้”ชายคนนั่นยิ่งไล่ตามมาไม่หยุด
“ไม่สน! อย่ามาใกล้ผมนะ”


เอาชื่อคนสั่งดอกไม้ไปให้สตาฟฟ์คนหนึ่งดู เขาชี้ให้ไปห้องแต่งตัว เพราะคนสั่งเป็นนายแบบ

“โอ้โห้ นี่ลูกค้าของ เจ็โรส เป็นนายแบบหนุ่มหล่อนี่เอง”
“เอะ น้องไม่ใช่ดารานักร้องรับเชิญ มาเดินแบบหรอกเหรอ”ชายใส่เสื้อยืดสีดำ มีอักษรเพ้นท์โลโก้ของงาน สตาฟฟ์คนหนึ่งถามอย่างแปลกใจ
“ผมเป็นคนส่งดอกไม้ครับ“ยิ้มอย่างภูมิใจนิดหนึ่ง”ไม่ทราบว่าคุณภาณุ อยู่ตรงไหนครับห้องไหนครับ”

หลายคนเริ่มยิ้มตอบ ชี้นิ้วบอกที่ไปให้ หนุ่มร่างเล็กในชุดทักซิโด้ เขาดูหลุดมาจากการ์ตูนผู้หญิงของญี่ปุ่นเลย


กุ๊งกิ๊ง!กุ๊งกิ๊ง!กุ๊งกิ๊ง!
“ดอกไม้มาส่งครับ... คุณภาณุไช่ไหมครับที่สั่ง”

ลั่นกระดิ่งตามทำเนียมเมื่อมาถึงห้องหนึ่ง ประตูเปิดกว้าง ชายหนุ่มร่างสูงโปรง ในชุดสูทเกาหลีสีเทาเป็นมันระยับ ยืนกอดอกพิงปากประตู อยู่เพียงใกล้กันเท่านั้นเอง รี่เข้ามาเหมือนหมายมองมาที่หนุ่มน้อยชุดทักซิโด้อยู่แล้วมาแต่แรก

“ฉันเอง เอามาให้ฉัน”

นายแบบคนนี่ ใบหน้านิ่งเรียบ เดินมาหาอย่างรอท่าก่อนแล้ว พูดจบ เขาก็ยื่นธนบัตรจำนวนสองพันบาทให้แบบไม่ต้องทอน แล้วกวักมือเรียก ช่อดอกไม้ถูกหอบตาม เขาไม่ได้หันมาหน้าไม่มองมาบุญส่งสักนิด ในใจของคนซื่อยังบอกเลยว่า นายแบบคนนี้ดูเย็นชามาก แม้จะหล่อเหลา หุ่นดีขนาดไหน เเต่ก็เหมือนหุ่นนายแบบเสื้อผ้าในตลาดนัดข้างวัด ยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ไม่มีชีวิตจิตใจเอาเสียเลย

“ตามมา”นายแบบสั่งอย่างเฉยชา
“ครับๆ”
หอบดอกไม้ช่อใหญ่ เดินตามต่อยๆตามองตามปริบๆ ผู้ชายตัวสูงคนนี่ ขายาวเหมือนหุ่นใส่เสื้อผ้าหน้าตา ดูเย็นชาเหลือเกิน



ในส่วนจัดแบ่งให้เป็นห้องแต่งตัวดูพลุ่กพล่านไปหมด เจ๊ตัวโตๆอย่างเจ๊โรส บ้างเดินบ้างวิ่ง หิ้วเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางสวนกันให้วุ่น ทางเดินแคบไปเลย คนตัวเล็กโดนบีดโดนดันจนทิ้งระยะห่างจากเขาคนนั้นทุกที
“คุณภาณุครับ!รอผมด้วย...”

เดินหาคนในหมู่คนมันหายากเสียแล้ว พอจะเดินผ่านนางแบบสองคน

“นี่เธอ ญาดา อู้งานอีกแล้วนะ”นางแบบสองคนพูดต่อกระซิก ขณะเดินสวนทาง “คราวนี้แอบไปหลบอยู่คนเดียวห้องมุมในสุดโน่นละเธอ ห้ามใครเข้าไปกวนใจด้วยนะ ขนาดพี่มลผู้จัดการส่วนตัวยังโดนเอ็ดไล่ออกมาเลย อ้างอย่างเดียวว่าป่วย ไม่ยอมขึ้นแคทวอล์กท่าเดียวเลย เอาแต่ใจตัวเองน่าดู เบรกงานเขาหน้าตาเฉยเลย”

นางแบบสาวในชุดเกาะอกเกาหลีสีน้ำเงิน กระโปรงสั้นโชว์เรียวขาชะเวิบชะวาบ กับอีกคนชุดเกาะอกเหมือนกันเเต่สีชมพูมีโบว์ผูกดูเก๋ไก๋

“ต๊าย...แล้วอีแบบนี้ผู้จัดงานเขาไม่วิ่งวุ่นเหรอ งานนี้คุณหญิงรัฐมนตรีมาคุมงานเองเลยนะ ไม่ให้หน้าตาท่านสักนิด ครานี้จะได้เป็นแกะดำสมใจซีแน่”
“ดีที่มีแนนนี่ นางแบบดาวรุ่งหน้าใหม่ ตามมาในงานด้วยนะเธอ พวกออแกไนเซอร์เลยขอทูลหัวทูลเกล้าซีให้ขึ้นแคทวอล์กแทน เลยรอดตัวไป ขนาดคุณหญิงยังโอเคให้แทนญาดาได้เลยนะ ซีมาแรงจริงๆปีนี้ กำลังไล่กลบรัศมีของใครบางคนอยู่นะคริคริ”

“แล้วเธอรู้มั้ยว่าซีมาทำไมที่นี่”
“ก็มาตามจีบ ตามแย่งภาณุไปจากหัวอกญาดานะซิ ใจคอจะแย่งเขาไปทุกอย่างเลยคริคริ”

“คุณทั้งสองคนครับ!”เด็กหนุ่มหน้าตึงเสียงดัง ส่งสายตาตำหนิมา “การนินทาลับหลังคนอื่นมันไม่ดีนะครับ คำพระท่านสอนไว้ พวกคุณหน้าตาก็ดีอยู่หรอก

“ต้าย เราเป็นแฟนคลับญาดาเหรอเนี่ย ตามมาถึงนี่เลย”นางแบบสาวเดรสสีน้ำเงิน เดินนวยนาดเข้ามา “นี่แน่ะ” เดินมาหยิกแก้มเฉยเลยอย่างหมั่นเขี้ยว

พวกหล่อนสูงร้อยเจ็ดสิบกว่า คนหนึ่งย่อตัวลงมาจ้องตา

“ขอดอกไม้ให้พี่ได้ไหมจ๊ะ น้องเปี๊ยก”
“อย่ามาเรียกผมแบบนี่นะ! ผมอายุยี่สิบสามแล้วไม่ใช่เด็กแล้ว พวกคุณเองก็คงอายุไม่เกินผมหรอก”
“เอาะเหรอ แต่หน้าเธอบอกว่ายังไม่ถึงยี่สิบเลยนี่”

สองสาวย่อตัวมองหนุ่มร่างเล็ก เอามืออังปากหัวเราะ“คริคริ เลิกกับยัยนั่นแล้วมาหาพี่นะ พี่จะรอ”เธอในชุดกระโปรงสีน้ำเงินรีบส่งกระดาษน้อยอันมีเบอร์โทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อให้ แล้วก้มลงจูบแก้มของบุญส่ง

“ไปเร้วเธอ”รีบดึงแขน ลากไป“มัวอ่อยเด็กอยู่ได้ ทุกคนรออยู่หลังเวทีหมดแล้วนะ”

โดนจูบจู่โจมไม่ทันตั้งตัว ทิดใหม่ยังหน้าชา มองตาค้างตามพวกหล่อนไป ผู้หญิงสมัยนี้ใจกล้ากันเหลือเกิน ดีที่สึกจากพระแล้วไม่งั้นคงได้อาบัติแน่ บุญส่งคิด
“ผมไม่ใช่เด็กนะ ผมอายุยี่สิบสามแล้ว กำลังทำงานหาเลี้ยงตนเองแบบผู้ใหญ่อยู่นะ แต่ทำไมทุกคนถึงชอบมองว่าผมเป็นเด็กอยู่เรื่อย ไม่เข้าใจจริงๆ”เหมือนพูดพ่ำกับตนเองเพราะพวกนางแบบสาวไปไกลแล้ว

“อะอ้าว ไปไหนเสียแล้ว”

หมุนวนซ้ายขวามองไม่เห็นใคร มัวแต่ฟังสองคนพูด จนเขาคนนั่นหายไปไหนเสียแล้ว“เอ อยู่ไหนกันนะไม่รอบ้างเลย คนตั้งเยอะแยะตังค์เขาก็ให้มาแล้วด้วย จะทิ้งไปแบบนี้มันก็โกงเขานะสิ” เดินหลงออกไปจนถึงหลังเวที เห็นบรรดานายแบบนางแบบยืนออ รอการขึ้นเวที ชายคนนั่นคงอยูที่นี่แน่ บุญส่งคิด

บรรยากาศข้างนอก หน้าเวทีเดินแบบ กำลังครึ่กคักยิ่ง ไฟสปอร์ตยิงแสงสีวูบวาบไปมาอย่างมีลูกเล่น เสียงดนตรีดังกระหึ่มเร่งเร้าอารมณ์ แล้วตามด้วยเสียงขับร้องเพลงสากลของนักร้องหน้าตี๋แต่ดันร้องเพลงฝรั่ง งานดูหรูหราเพิ่มบรรยากาศของงานให้ดูอบอุ่น ด้วยระบบแสงเสียง และเอฟเฟ็คต่าง ๆ เช่นฟองสบู่หรือควันจาง ๆ ย้อมบรรยากาศด้วยไฟเป็นสีต่าง ๆ ตามคอนเซ็บงาน

ที่หลังเวทีซึ่งเหล่าสตาฟฟ์และเหล่านักเดินเวทีรอเวลาอยู่

“นายเปี๊ยก! มานี่ๆ”
“ผมไม่ใช่ชื่อเปี๊ยกนะ!”หันหลังตะโกนสวนออกไปแรงๆ

คราวนี้เป็นนางแบบสาวในชุดเดรส ลายขวาง กับเสื้อมินิสูทสั้นสีดำ กระดุมสีแดงน่ารักๆ บุญส่งยอมรับกับตนเองว่า นอกจากญาดาแล้ว เธอคนนี่สวย สง่า และน่ารักมากทีเดียว

“มัวยืนทื่ออ้าปากอยู่ได้ เอาดอกไม้มาให้ฉันเร็ว ฉันจะขึ้นเวทีแล้วนะ”หล่อนหัวเราะชอบใจกวักมือเรียกใหญ่ ใบหน้าสวยหวานของเธอโดดเด่นมากในหมู่นางแบบทุกคน ดวงตาบ่งบอกความเชื่อมั่นในตนเองเต็มเปี่ยม และยิ้มได้หัวเราะได้เหมือนคนปกติ ไม่เป็นหุ่นเเขวนเสื้อผ้าอย่างนางแบบคนอื่น

“ขอโทษครับ นี่เป็นดอกไม้ของคุณภาณุนะครับ แต่ผมยังหาเขาไม่เจอ”บุญส่งรีบตอบกลับไป ใจเต้นไม่เป็นส่ำ
ดวงตางามนั่นเริ่มรี่ลงข้าง ปากเผยอแบบมีเจ้าอารมณ์นิดๆ“เออ...นั่นแหละ เขาซื้อมาให้ฉันเอง”หล่อนกวักมือเรียกเอาดอกไม้อย่างลำคาญ พออีกฝ่ายไม่มา หล่อนก็ตรงรี่มาหาเอง “ไม่ได้จริงๆครับคุณภาณุเขาจ่ายตังค์ให้ผมก่อนแล้ว ผมเอาให้ใครไม่ได้หรอก”เสียงแข็งเบี่ยงข้างให้ หญิงสาวทรงสูงร้องเอ๊ะดัง สองมือเท้าสะเอว

“หวงดอกไม้จังนะนายเปี๊ยก! ฉันต้องมีมัน เอาไปให้ดีไซเนอร์ข้างบนเวทีนะนายไม่เข้าใจหรือไง”นางแบบสาวชักหงุดหงิดใหญ่ เหลี่ยวขึ้นไปบนหน้าเวที สตาฟฟ์ก็กำลังเรียกหล่อนขึ้นไป

“เอานี่!”ขวักแบงก์พันมาสองใบ“เงินของนายเอาไป”ยัดใส่กระเป๋าเสื้อให้ แล้วคว้าหมับเอาดอกไม้ไปจากมือ บุญส่งต้องหน้าเหวอทันที แทบไม่เชื่อสายตา

“ไม่ได้นะครับ! ผมไม่ให้”
“แล้วไงนายเปี๊ยก”
หล่อนยกช่อดอกไม้ขึ้นสูง สุดแขนเหยียด คิ้วเรียวสวยโค้งมนได้รูป เลิกขึ้น ทะลึ่งตาใส่อย่างล้อเลียน เรือนร่างสวย เพรียวระหงเป็นต่อผู้ชายตัวเล็กหน้าตาอ่อนใสเหมือนเด็กอยู่มาก คงไม่มีทางยืดแขนไปเอาช่อดอกกุหลาบคืนจากหล่อนแน่

“เอาดอกไม้ของคุณภาณุมานะ!”
นางแบบสาวเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล้ว ไม่ยอมให้เเย่งคืน
“แน่จริงก็มาเอาคืนสิยะ นายเปี๊ยกคุง โฮะๆๆ เมื่อกี้เป็นนายใช่มั้ย ที่วิ่งหนีเจ๊นายของฉัน เขาเป็นถึงโมเดลลิ่งใหญ่ปั้นดารานางแบบให้วงการมาเยอะเเยะ ยังไม่เคยเจอใครมาทำวิ่งหนีอย่างนายเลยนะ ทำยังกับว่าแกจะไปพรากผู้เยาว์นายซะงั้นแหละ ใครเห็นก็ขำกันหมด นายทำเจ๊ของฉันเสียรังวัดไปเยอะ ฉันจะสั่งสอนมารยาทให้นายเอง นายเปี๊ยก!”

“อย่าเรียกผมแบบนี่นะ!”บุญส่งโกรธกระโดดเหย่งๆ จะเอาดอกไม้คืน แต่ผู้หญิงสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าได้เปรียบกว่าเยอะ “แล้วไงนายเปี๊ยกคุง!เปี๊ยกคุง!เปี๊ยกคุง!”นางแบบชอบอกชอบใจยิ่งนัก หัวเราะคริคริ คอยหลบ คอยเย้าแหย่อย่างคล่องแคล้ว เพราะหล่อนเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลมาก่อน แม้จะใกล้ชิดแต่บุญส่งยังรักษาระยะห่าง เกรงจะถูกเนื้อต้องตัวหญิงสาว ด้วยความเคยบวชเรียนมานาน

“คุณแกล้งผม! เอาช่อดอกไม้ผมคืนมานะ”
“โฮะๆแล้วจะทำมายนายเตี้ย”

บุญส่งเดินวนกลับมาอย่างละเหี่ยใจ เส้นผมบนหัวยังถูกย่ำยี ฟูกระเซิงจากมือผู้หญิงคนนั่น ดอกไม้ก็ถูกชิงไปด้วย จะตามก็ไม่ได้เพราะหล่อนขึ้นไปเดินเชิดฉายบนแคทวอล์กแล้ว ได้แต่โทษตนเองที่เกิดมาเตี้ย โดนคนตัวสูงรังแกตลอด

“ไม่เข้าใจความคิดของผู้หญิงเล้ย... ไม่มีเหตุผลสิ้นดี”เดินบ่นอยู่คนเดียว“จะเอาก็จะเอาให้ได้ แล้วเราจะไปบอกกับคุณภาณุเขาได้ยังไงดีละเนี๊ยะ ว่าดอกไม้เขาถูกชิงไปแล้ว เจ๊โรสต้องโกรธด้วยแน่เลย”นึกถึงคำของเจ๊โรสว่าผู้หญิงเป็นเพศที่แปรปรวนเข้าใจยาก จึงเตือนบุญล่งมาตลอดว่าไม่ให้คบกับผู้หญิงคนไหน ถ้าเจ๊ไม่ได้เลือกให้ เพราะกลัวจะโดนหลอกเอา
เดินวนมาที่ห้องแห่งหนึ่งเพราะหาทางออกไม่เจอ

“ออกไป!!ฉันไม่ต้องดอกไม้ของคุณ!”
“อึ๋ย!เอาแล้วไง”

ทักซิโด้น้อย แอบวูบหลบเข้าไปใกล้ประตูต้นเสียง จากรอยแง้มของประตู หนุ่มส่งดอกไม้ต้องใจเต้นระทึก เพราะนั้นเหมือนเสียงของ ญาดา ไอด้อลสาว ขวัญใจตั้งแต่สมัยบวชเณร เสียงเหมือนหล่อนเล่นละครโทรทัศน์หลังข่าว ฉากทะเลาะกับพระเอก

“ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว! เชิญคุณออกไปได้แล้ว!”
เสียงของชายหนุ่มอีกคนพอคุ่นหู“มันไม่ใช่อย่างนั่นนะดา! คุณเข้าใจอะไรๆผิดแล้ว ผมไม่ได้คิดจะมอบดอกไม้ให้แนนนี่นะฟังผมก่อน”นายแบบหนุ่มพยายามทำความเข้าใจให้แฟนสาว ดอกไม้ที่ควรมามอบให้เธอกลับไปอยู่กับอีกคน และนั่นคือแนนนี่ นางแบบสาวและดาราละครหน้าใหม่ผู้ซึ่งมีข่าวหนาหูว่าเป็นมือที่สามมาเกี่ยวกับพวกเขา

“ฉันทนพฤติกรรมคุณมามากพอแล้ว! จบกันที เราเลิกคบกัน!”
ร่างอรชรนั่นผลักอกชายหนุ่มออกไป เขายังไม่ยอมแพ้ เค้าหน้าอันเย็นชากลับมามีเลือดแดง รักเป็นโกรธเป็นขึ้นมาแล้ว โผเข้าไปจับสองบ่าของแฟนสาว ทำท่าจะกอดแต่หล่อนไม่

“อย่าไปเชื่อข่าวลือนะดา ผมไม่ได้คิดอะไรกับแนนนี่เลย มันเป็นแค่โปรโมตให้เขาดังเท่านั้น คนในวงการก็รู้ดี ทำไมดาต้องหวั่นไหวกับข่าวลือที่มันไม่จริงด้วย ไอ้ช่อดอกกุหลาบนั่นผมก็ตั้งใจเอามาให้ดานะ แต่ไม่รู้ว่ามันไปอยู่ในมือของแนนนี่ได้ยังไง ผมไม่รู้จริงๆเชื่อผมเถอะ”เขาอ้อนวอน

“เรียกชื่อเล่นหล่อนสะเต็มปากเลยนะ”ดวงตางามด้วยบิ๊กอายสีน้ำเงิน มองจ้องมาอย่างเคืองแค้น

เสียงดังออกมาอีก เริ่มจับความได้ชัด ว่าพวกเขาทะเลาะกันจริง สตาฟฟ์ทั้งหมดเหมือนจะออกไปข้างนอกกันหมด เหลือเพียงเขา ยืนแอบอยู่นอกประตู สาวงามร่างสูงระหง ใบหน้าสะสวยอย่างดารานางเอกนางละครนั่นคือ ญาดา อย่างแน่นอน

“ไปให้พ้นหน้าฉันสะที!”

“อย่าพาลได้มั้ยญาดา!”

หญิงสาวตวาดลั่น เอามือตบข้าวของบนโต๊ะ หล่นโครมคราม! ขนาดคนข้างนอกยังตกใจแทน

“ทำไงดี เราทำให้คู่รักเขาเข้าใจกันผิดสะแล้ว”
“นั่นใคร!?อยู่ตรงนั้น ออกมาเดี๋ยวนี่นะ!!”
ทั้งสองคนหันมาพร้อมกัน



Create Date : 25 มีนาคม 2553
Last Update : 30 มีนาคม 2553 22:56:24 น.
Counter : 571 Pageviews.

2 comments
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ บ้านสีหวานจังนะคะ
โดย: มนต้นไม้ IP: 183.89.246.114 วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:10:30:34 น.
  
สวัสดีครับคุณมนต้นไม้^ ^
โดย: doctorwar วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:16:47:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments