ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สมิงไวรัส บทที่ 10


Escap escap ...ผู้กองกลับขึ้นมา

           Escap escap…ผู้กองระวังอันตราย


           Escap escap …ผู้กองกลับขึ้นมา




            “มัน..เกิดอะไรขึ้นกันแน่วะไอ้ข้อความบ้านี่มันอะไรกัน!?”


            หาญศึกได้แต่แค่นเสียงออกมาอย่างไม่อยากเชื่อทุกสิ่งตรงหน้า ข้อความปริศนาถูกส่งเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสงสว่างวูบวาบจากหน้าปัดนาฬิกาสื่อสารมันเป็นรับกันกับจังหวะดวงตาที่กระพริบแสงได้ของอสูรเสือราวกับว่าข้อความทั้งหมดถูกส่งมาจากมัน


            รูปการมันไม่เข้าท่าเสียแล้ว นายทหารต้องละสายตาจากเครื่องมือสื่อสารเพื่อเตรียมพร้อมกับศัตรูตรงหน้า คอมแบตโบวี่ใบมีดคมกริบยาวกว่า ๖ นิ้วในมือของเขาถูกกระชับจนแน่น สืบเท้าเข้าไปหาอย่างเยือกเย็น อากาศในเวลานี้ถึงจะลดต่ำเพียงใดแต่ในหัวใจของนายทหารกลับร้อนระอุเสียแล้ว


            “จะนรกไหนส่งแกมาฉันไม่สนเข้ามาเลย!”เขาร้องท้าทาย


            “โฮก.ก.ก”มันเพียงคำรามตอบกลับมาไม่ดังนัก


            อีกเพียงสามก้าวจะเข้าสู่ระยะโรมรัน ดวงตาคมกริบของหาญศึกจ้องสู้ไม่ลดละ มาเห็นใกล้แค่นี้ร่างสีดำกลับสูงใหญ่เกินคาด เขาสูง ๑๙๕ เซนติเมตร ตลอดชีวิตเคยแต่มองคนอื่นอยู่ต่ำกว่าแต่บัดนี้กลับต้องเงยหน้ามองมันที่คงจะสูงเกินสองเมตร เขี้ยวแหลมคมบนใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวกำลังแสยะออก ดวงตามรกตเปล่งอานุภาพยิ่งแรงกล้า ต่างฝ่ายต่างจ้องกันไม่ลดละและอีกเพียงไม่กี่อึดใจที่จะเข้าสู่ระยะประจันหน้า


           โครม!..ครืน..ครืน..


           “นี่แน่ะพี่หมอ !”


           “อย่าน๊า..เกตุพี่ไม่เล่น..”  


           พลันเกิดเสียงดังโครมของคลื่นน้ำกระทบฝั่งแล้วตามมาด้วยเสียงวี้ดว้ายของผู้หญิงคั้นจังหวะการต่อสู้ขึ้นเสียก่อน เจ้าอสูรเสือเกิดอาการสะดุ้งหันคอกลับหลังทำท่าลุกลี้ลุกลนผิดกับอาการเหี้ยมหาญที่มันแสดงออกมาเมื่อครู่ หาญศึกพลันชะงักงันตามไปด้วย อย่างไม่คาดคิดร่างของเสือดำกลับกระโจนขึ้นสูงไต่ไปบนกำแพงหินอย่างรวดเร็ว หางตั้งชี้ หูลู่ ไม่กี่วินาทีมันก็วิ่งหนีไปไกลลิบเหมือนแมวหนีฝูงหมา เสียงผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังโขดหินยังคงส่งเสียงวี้ดว้ายเพราะกำลังวิดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน พวกเธอได้หยุดการเผชิญหน้ากันของมนุษย์กับเสืออย่างไม่ได้ตั้งใจ


          “ไอ้เสือบ้า..นี่แกกลัวฉันมากขนาดวิ่งหนีหางชี้ไปเลยเรอะ”


          คืนมีดเข้าฝัก เขาส่ายหน้าอย่างละอาแล้วค่อยปล่อยลมออกจากอกใหญ่ดังเฮือก มีบางอย่างผิดปกติเจ้าเสือนั้นอาจจะตกใจกับเสียงผู้หญิงที่ไม่รู้มาอยู่ใกล้ขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเลยหนีไปเช่นนั้นนะรึเขาไม่อยากจะเชื่อเลย เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้นายทหารจึงเปลี่ยนสมาธิมาทางต้นเสียง เขาเองก็อดแปลกใจอยู่เช่นกันว่าคนข้างหลังโขดหินมาใกล้ได้ขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่


          “ว้าย.ว..พี่หมองะไม่เล่นแล้วนะ..”


          น้ำเสียงหนึ่งสดใสแกมซุกซนอีกเสียงหวานใสดั่งระฆังแก้ว


          “ก็เกตุมาขยำหน้าอกของพี่ก่อนทำไมล่ะ ไม่เอาแล้วพี่ไม่เล่นแล้วนะ”


          “ก็หน้าอกพี่หมอใหญ่ออกนี่นา..ใหญ่กว่าของน้องอีกอยากจะขอจับหน่อยไม่ได้หรือไง”เป็นน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่กันของผู้หญิงสองคน หาญศึกเปล่งเสียงตามว่า“พี่หมอ..” แทบจะหยุดหายใจ


 
          “อะไรกัน นี่มัน..เสียงของเกตุกับอีกคนที่คุ้นหูเหลือเกินหรือว่า..”


           ดวงตาของหาญศึกเบิกโพลง ยืนนิ่งตัวแข็งเป็นหิน เหตุการณ์ข้างหลังกำแพงยังคงมีการหยอกล้อกันเล่น คลื่นน้ำลั่นโครมครามเจ้าของน้ำเสียงหนึ่งคือดาวพระเกตุยังไงเขาก็จำได้อย่างแน่นอนแต่อีกคนที่เขาไม่แน่ใจและพยายามจะไม่คิดว่าใช่เขาคนนั้น


            หมอกฤษณ์คือเจ้าของน้ำเสียงของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง


            หาญศึกแทบจะเข่าทรุดไปตรงนั้นไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง มีแต่จะต้องออกไปเห็นให้เต็มสองตาว่าทำไมเจ้าน้องเขยของเขาจึงมีน้ำเสียงเป็นผู้หญิงขนาดนี้ แล้วเหตุไฉนเขาถึงได้ยินชื่อ‘กุสุมา’กับ‘กานดา’มาในทีแรกแล้วผู้หญิงผมแดงผู้สวมมงกุฎดอกไม้ที่ตนเห็นมาแต่ทีแรกเธอคือใคร


            ไม่จำเป็นต้องรั้งรอคำตอบ ร่างใหญ่ฉกรรจ์ของนายทหารได้ก้าวเท้าแรกเข้ามาในเขตสระทันที มองทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนระมัดระวัง ห้วงน้ำสีมรกตอันงดงามดูกว้างกว่าที่คิด เงาจันทร์เด่นชัดสุกสกาวบนผืนน้ำแม้จะแปรพลิ้วไหวตามจังหวะระลอกคลื่น  เสาหินลานตาบางตั้งบางจมอยู่ในน้ำเป็นภาพงดงามแปลกตายิ่งแต่ในจิตใจของชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงความหดหู่เคว้งคว้างอย่างไม่มีขีดจำกัดราวกับเขากำลังยืนอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์เสียเอง บนผิวน้ำมีกลีบดอกกล้วยไม้หลากสีกำลังกระเพื่อมไหวไปตามรอยคลื่นที่กำลังจางหายคงเป็นฝีมือของสองคนนั้นเด็ดเล่นเป็นแน่


           คนที่คิดจะเจอกลับพากันเดินแหวกสายน้ำเข้าไปหลังเสาหินแท่งนึงกลางสระ ชายหนุ่มเหมือนต้องมนต์สะกดแทบจะหยุดหายใจเสียตรงนั้นเพราะแผ่นน้ำใสราวกับแผ่นกระจกและลึกเพียงเอวจึงเห็นผิวขาวโพลนของสองร่างอรชรได้แทบจะทุกสัดส่วนโค้งเว้า คนหนึ่งสวมมงกุฎกล้วยไม้หลากสี มือหนึ่งหอบเอาช่อดอกหงส์ทองกับเอื้องสายครั่งสีม่วงสดสวยอีกมือกำลังจูงนางผู้สวมมาลัยทำจากกล้วยไม้ถักสวมทั้งคอและข้อมือ นางกินรีจากป่าหิมพานต์มาถอดปีกถอดหางเล่นน้ำอยู่หรือไร หรือว่านี่คือสระอโนดาต


          มีกลีบดอกไม้ที่ลอยฟ่องอยู่เต็มสระคงเป็นฝีมือของเธอสองคนเด็ดเล่นเป็นแน่ ทั้งสองเร้นหายไปหลังก้อนหินใหญ่ทิ้งไว้เพียงรอยคลื่นน้ำก่อนจางหายแต่ในใจของชายหนุ่มกลับก่อเกิดคลื่นถาโถมจนเต้นผิดจังหวะ นั่นจะเป็นหมอกฤษณ์กับเกตุหรือเปล่าอีกเดี๋ยวก็คงรู้  แต่ความคลางแคลงใจในตัวผู้ชายหน้าสวยหุ่นสำอางว่าจะเป็นชายจริงหรือเปล่ามันยิ่งมีมากอยู่แล้วและบัดนี้ความจริงมันจะต้องถูกเปิดเผย


          “มันเกิดบ้าอะไรกันขึ้นนี้รึว่าชื่อ‘กุสุมา’ที่เราได้ยินเมื่อกี้ก็คือกฤษณ์เองหรือ นี่เรามีน้องเขยเป็นกระเทยหรือยังไง คนที่ใส่มงกุฎดอกไม้เมื่อตะกี้ก็คือกฤษณ์ไม่อยาก จะเชื่อเลย”ชายหนุ่มเอามือบีบขมับของตนเองจนแน่น เพียงไม่กี่อึดใจใบหน้าหล่อเหลาคมสันจึงค่อยกระพริบตาปริบๆขึ้นมาได้อีกครั้ง“ไม่สิต้องไม่ใช่แน่ เมื่อกี้เราคงตาฝาดไปเองถึงได้มองผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงไปได้”


          มีแต่ความคิดสับสนอยู่ในใจของหาญศึกเท่านั้น


         หญิงสาวที่ถูกเรียกว่ากุสุมาก็คือกฤษณ์ส่วนกานดาก็คือเกตุ  มันเป็นเรื่องที่เขาสับสนงุนงงไปหมดแล้ว จึงตัดสินใจแล้วว่าจะลุยลงน้ำไปตามสองคนนั้น


         “ผู้กองระวัง!!!.วว!!..เปรี้ยง!!..ปปป..”


          เหตุการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ไม่ทันที่เขาจะหันคอกลับเพราะมีเสียงคนมาเรียกจากทางข้างหลัง เปลวไฟก็พุ่งวาบผ่านลำคอของเขาไปทันที มันเฉียดใกล้ผิว หนังลำคอไปเพียงไม่กี่นิ้วจนรู้สึกถึงไอความร้อน นายทหารแทบไม่รู้ตัวเลยว่าอะไรมันกำลังเกิดขึ้นกับตนเอง เห็นแต่เพียงคดเชือกหรือไม่ก็เถาวัลย์ขนาดใหญ่สีดำร่วงหล่นมายังพื้นตรงหน้าดังพลั่กแล้วบิดม้วนตัวอย่างรุนแรง มันดิ้นพล่าน ฟาดหางกับพื้นดังสนั่น ของเหลวกลิ่นคาวคลุ้งสาดกระเซ็นไปทั่วรวมทั้งมาโดนขากางเกงของเขาด้วย


 


          “เลือด..นี่มันงูนี่ งูเหา..”


 


          หาญศึกแทบไม่เชื่อสิ่งที่เห็นบนพื้นตรงหน้างูเห่าตัวหนึ่งใหญ่ขนาดท่อนแขนของเขา กำลังดิ้นสะบัดอย่างรุนแรงส่วนหัวของมันโดนยิงเกือบแหลกเหลือส่วนหนังติดห้อยร่องแร่ง แต่กระนั้นยังเหลือเขี้ยวมฤตยูของมันยังเหวี่ยงไปมาได้ราวกับจะลงเขี้ยวครั้งสุดท้ายเพื่อเอาเขาให้ตายตกไปตามกัน


 


          “หลีกไปผู้กอง!!.”


 


          มือใหญ่แข็งแรงกระชากไหล่ของเขาปลิวหวือไปอย่างง่ายดายเขาเกือบล้มแต่ยังมีอีกคนเข้ามาประกบหลัง หมู่แม็กนั่นเอง ร่างใหญ่หนาของจ่าทหารก้าวตรงไปยังเจ้ามฤตยูลายลูกหวายนั้น กระชากมีดทหารกระหน่ำฟันลงไปทั้งที่พื้นเป็นหินแกร่งจนเกิดประกายไฟ คอมแบตใหญ่เหยียบส่วนคอของงูร้ายตรึงไว้กับพื้นจนแน่นก่อนใช้มีดเฉือนหนังคอให้ขาดออกจากกัน


 


          “ผู้กองโดนเขี้ยวของมันหรือเปล่าครับ!?”


 


           สิบเอกถามอย่างกระหืดกระหอบทั้งเขาและจ่าต่างเร่งฝ่าสายหมอกมาถึงทันเวลาพอดี หาญศึกยังคงตั้งสติไม่ติด“จ.จ่า.หมู่แม็ก น.นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”


 


          หาญศึกยังไม่หายตะลึง


           


          จ่าแจ๋วเตะส่วนคอของงูเห่ากระเด็นเข้าไปซอกหินหนึ่ง ทำเสียงหึในลำคอก่อนหันลำคออวบใหญ่มา ส่งแววตาตำหนิมายังผู้ตั้งคำถาม


 


          “ผมต่างหากจะถามผู้กองว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผู้กองถึงได้เดินดุ่มๆเข้าไปหาไอ้เห่าดงตัวนี้ โชคยังเข้าข้างที่ผมกับไอ้แม็กตามมาทันเห็นมันแผ่แม่เบี้ย ชูตัวสูงกะจะฉกหัวผู้กองอยู่แล้ว เดชะผมพลุ๊กยิงแม่นไปโดนมันแทนที่จะโดนผู้กองตายโหงตายห่าไปเสียก่อน”


 


           หมู่แม็กช่วยยึดแขนของหาญศึกไว้ก่อนจะคลายออกมายืนเคียง ถอดแว่นตาอินฟาเรดออกจนเผยแววตาหนักใจเช่นเดียวกับจ่าทั้งสองคนมาได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด“ผู้กองมันเกิดอะไรขึ้นหรือครับเมื่อกี้ผมยังทันเห็นงูเห่าตัวนั้นมันว่ายขึ้นมาจากสระตรงมาหาผู้กองเลย ผู้กองก็น่าจะเห็นแต่ยังนิ่งเฉยจนมันขึ้นฝั่งมาชูแม่เบี้ยกะจะฉกผู้กองได้อยู่แล้วเดชะบุญผู้กองยังมีจ่าถึงยิงมันโดน”


 


          แม็กเองก็ตกอยู่ในอาการตกใจไม่น้อยเหมือนกัน


 


          “ม.หมายความว่า..เมื่อกี้ฉันเห็นงูเห่า”


 


          นายทหารแทบจะตั้งสติสตังของตนเองไม่ได้ ขยับปากเสียงสั่นไม่รู้จะพูดจะตอบคำถามของลูกน้องยังไง มองซากงูที่ถูกสับจนขาดเป็นท่อนๆ ปากก็พยายามพูดอธิบายภาพที่เขาเห็นอยู่เมื่อครู่นี้ จ่ากับสิบเอกกลับมองเขาเหมือนคนพูดเพ้อเจ้อ อาการของเขาเป็นเหมือนตอนเจอกับเสือดำเมื่อตอนกลางวันทุกอย่าง


           


          “จริงๆนะทั้งสองคนเมื่อกี้ผมเจอน้องเกตุกับหมอกฤษณ์อยู่เลย สองคนอยู่หลังก้อนหินลูกนั้น”เขาชี้ไปยังแท่งหินใหญ่กลางสระแต่ก็มีเพียงความว่างเปล่า ผืนน้ำนิ่งสนิท ไม่มีกลีบดอกไม้ลอยฟ่องอย่างที่เขาเห็นเมื่อครู่เลยสักนิด ณ เวลานี้มีเพียงความเงียบกริบใต้แสงจันทร์ก่อนจะถูกทำลายด้วยเสียงพูดดังของมนุษย์ทั้งสามคน


           


          “เป็นไปไม่ได้..แล้วเมื่อกี้ผมเห็นอะไรอยู่กันแน่”


           


           กุสุมา-กฤษณ์ กานดา-เกตุ ชื่อพวกนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาขนยากจะถอน


           


          “ผู้กองคงจะถูกอำนาจของเจ้าสระแห่งนี้สะกดเอาแน่ๆ”


           


           เสียงเอ่ยออกมาเบาๆของจ่าแจ๋ว มองสีหน้าซีดขาวของนายทหารอย่างถ้วนถี่เมื่อไม่กี่อึดใจก่อนแกเหมือนจะเห็นดวงตาของผู้กองเลื่อนลอยไร้สติ จ่าพอจะเดารูปการออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายทหารของตน อาถรรพ์ของเจ้าที่คงเล่นงานเขาเข้าให้แล้ว


 


          “ผู้กองครับ”แกเพียงดึงคอเสื้อของเขาเขย่าเพื่อเรียกสติ“ผู้กองตั้งสติให้ดีเถอะครับ ข้างล่างนี้ไม่มีใครอื่นอีกนอกจากพวกเราสามคนเท่านั้น ไม่มีหมอกฤษณ์หรือหนูเกตุอยู่ข้างล่างนี้หรอก สองคนนั้นนอนอยู่ข้างบนผมยืนยันได้ ที่เป็นแบบนี้เพราะไอ้แม็กมันตาแหกมองผิดไปเองเลยพลอยทำให้ผู้กองเข้าใจผิดตามลงมาถึงนี้”


           


          “อ้าว..จ่ามาโทษกันเสียงั้น”หมู่แม็กบ่นอุบ


           


          หาญศึกส่งสายตาอันเหนื่อยอ่อนกลับคืนมายังจ่า“แต่..ผมเห็นกฤษณ์สวมมงกุฎดอกไม้ด้วย แต่..”เขายิ่งเอามือกุมขมับ“แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรกับผมกันแน่”


 


          เขาพูดเสียงในลำคอก่อนเงียบไปเพราะจนคำพูด เมื่อครู่เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เห็นเพียงภาพหญิงงามเท่านั้น บัดนี้คิ้วรูปปีกเหยียวของชายหนุ่มได้ตกลงเหมือนนกปีกหักดูสิ้นแววเหี้ยมหาญไปอย่างสิ้นเชิง


 


         “ไม่ต้องไปคิดมากเรื่องอาถรรพ์กับป่าลึกมันเป็นของคู่กัน”


 


          จ่าโบกมือหันข้างให้อย่างไม่อยากอินังขังขอบอะไรอีก ทรุดลงไปนั่งยองๆคว้าเอาซากงูตัวนั้นมาใช้มีดเล่มเดิมผ่าท้องงู ใช้มือล้วงเข้าไปเอาสิ่งหนึ่งเป็นถุงสีดำขนาดหัวนิ้วโป้งของแกแล้วทั้งหาญศึกกับหมู่แม๊กก็ต้องเบ้ปากนิ่วหน้าอย่างพะอืด พะอมเพราะจ่าค่อยหย่อน‘ดีงู’ลงคอไปหน้าตาเฉย ยืนอยู่ห่างยังได้กลิ่นคาวอยู่เลย นักบริโภคพิสดารต้องรีบเปิดกระติกเหล้าป่าของตนที่มีพร้อมอยู่เสมอมากระดกตามสองสามอึกพอให้ถุงดีงูลงคอไปได้ก่อนจะเป่าลมออกจากปากดังฟู่..


           


          “บ๊ะเฮ้ยค่อยยังชั่วหน่อยคืนนี้หายหนาวแน่ ตามืดตามัวจะกลายเป็นตาสว่างเดินกลางคืนได้คล่องปรื๋อไม่ต้องอาศัยแว่นเส็งเคร็งของไอ้แม็กมันกลับทางเก่าอีก”


 


          ได้เหล้าเข้าปากชักได้อารมณ์ครึ้มอกครึ้มใจ จ่าดีดแว่นตาอินฟาเรดกลับคืน ลูกน้องสิบเอกรีบคว้าไว้ก่อนตกลงพื้น ได้แต่เบ้ปากใส่อย่างเคืองๆว่าจ่าไม่รักษาของ


 


         “ฮึม..ขากลับอย่ามาขอพึ่งแว่นมองกลางคืนของผมอีกละกัน”แม็กบ่นอุบ


 


          จ่าหัวเราะหึๆในลำคอ ดีงูมีฤทธิ์ร้อนแก้หนาวได้มันเป็นความเชื่อของแก เก็บซากงูมารวบรวมเด็ดเอาใบบอนแถวนั้นมาห่อเตรียมหิ้วกลับ ปากก็บอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะเอามาทำซุปงูเห่ากินกับตาลี เนื้องูเห่าอร่อยกว่าเนื้องูสิงเสียอีกแกยกหัวนิ้วโป้งประหลกๆการันตี หาญศึกส่ายหน้าไม่พูดจา พอจ่าหันไปถามหมู่แม็กว่าจะเอาด้วยอีกไหมแม๊กได้แต่หน้าเจื่อนโบกมือให้วุ่นบอกว่าไม่เอาๆท่าเดียว


 


           กรี๊ด!.ด.ด.ด.


 


           เสียงหวีดแหลมของผู้หญิงดังเสียดเข้าขั้วหัวใจ ก่อนที่หาญศึกจะขยับหาทางทำอะไรสักอย่าง จ่ากางแขนกั้นทันทีในมือยังคงถือมีดเปื้อนเลือด ทั้งสามมองไปยังกลางสระน้ำ งูเห่าตัวหนึ่งโผล่มาจากหลังแท่งหินตัวมันขนาดเดียวกันกับตัวที่ถูกยิง กำลังเลื่อยปาดแหวกสายน้ำตรงมา จากตัวเดียวเริ่มโผล่ตามมาอีกหลายตัวกลายเป็นสิบจนเริ่มนับไม่ถ้วนแล้ว จ่าบ้วนน้ำลายลงพื้นรสขมของดีงูยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น


 


           “ชิบหาย นี่มันดงงูเห่าชัดๆ ข้างบนก็เจอมาหลายตัวมันเลื่อยปาดหน้ามาหลายทีแล้วดันมาเจอรังของมันเข้าให้ ตามซอกหลืบใกล้ตาฝั่งแถวนี้คงจะมีมันอยู่เต็มไปหมด คราวนี้มันกะจะหม่ำเราเอาบ้างสินะ”จ่าพูดอย่างไม่สู้จะร้อนใจอะไรเลย


 


           “เอาไงดีจ่าเอาไงดีผู้กอง”


 


           หมู่แม็กกล่าวอย่างร้อนรน จ่าแจ๋วเอาห่อของขึ้นห้อยคอเตรียมพร้อม


 


           “ก็เผ่นสิวะ จะรอให้เตี่ยเอ็งมาแดกตับเรอะ”


 


           “ฮีโธ่..”ลูกน้องเบ้ปากใส่อย่างไม่ศรัทรา“พวกมันคงเอาจ่าไปทำซุปจ่าแจ๋วอร่อยเห่า”หมู่แม็กกลับเห็นเรื่องคับขันเป็นเรื่องตลก จ่าครางฮึม! ง้างเท้าเข้าใส่หมู่จอมกวนแต่ไวเป็นลิงหลบฉากอย่างง่ายดายแถมยังหัวเราะเอิ๊กๆท้าทายมาอีก บนฝั่งหญ้าถูกแหวกลู่เหมือนลมพัดเสียงอืออึง เหล่ามฤตยูลายลูกหวายโผล่ออกมาในทุกทิศ ในน้ำอีกนับไม่ถ้วน ฝูงงูใกล้เข้ามาทุกทีหาญศึกเห็นท่าไม่ดีจะชักปืนมาเล็งยิง จ่าหันมาดึงแขนเอาไว้บอกว่าไม่ต้องแล้วจึงควักเอาตะกรุดอันหนึ่งใส่กระเป๋าเสื้อให้เขา


 


           “นี่ตะกรุดกันงูของหลวงพ่ออั๊บวัดท้องไทรผู้กองใส่เอาไว้ป้องกันตัว เดี๋ยวเราจะฝ่ามันออกไป ลูกปืนเรามีแต่คงไม่พอยิงแน่ มันงูเห่าเจ้าที่ทั้งนั้น”


 


           แม็กทำเสียงจิ๊กจั๊กส่ายหน้ารีบแย่งเข้ามาบ้าง“เหลวไหลทั้งเพอย่าไปเชื้อขี้ฟันจ่านะผู้กอง”แม็กควักเอาขวดพลาสติกคล้ายขวดน้ำหอมฉีดเข้าใส่ตามเนื้อตัวผู้กองทันที หาญศึกถึงกับบีบจมูกกับกลิ่นฉุนแรง แม็กรีบเฉลยให้ฟัง


 


          “นี่คือนิโคตินเข้มข้นที่งูและแมลงเกลียดนัก มีนี่รับรองงูไม่กล้าเข้าใกล้ผู้กองแน่เชื่อผม แน่กว่าตะกุดขี้ฮกของจ่าอีก”


 


           ทหารหนุ่มผู้ถือวิทยาศาสตร์เป็นใหญ่ส่งสายตาท้าทายไปยังทหารแก่


 


          “ไอ้ขี้หมามาหักเหลี่ยมกูอีกแล้ว”


 


           จ่าง้างเท้าถีบมา แม็กเอี้ยวตัวหลบได้ทั้งที่ไม่มอง หลบเข้าเกาะหลังผู้กองแล้วรีบเก็บขวดยาเข้ากระเป๋า


 


           “ผมไม่ฉีดให้จ่าหรอกนะ เหม็นกลิ่นซิกการ์ติดตัวอยู่แล้วงูที่ไหนมันจะกล้าเข้าใกล้ มีของดีก็เอาตัวรอดไปเองเถอะ”


 


           “ดีว่ะงั้นก็ตัวใครตัวมันจะได้ไม่ต้องเสียตะกุดหลวงพ่อให้เอ็งอีกอัน”


 


           “สเปรย์วิทยาศาสตร์ของผมแน่กว่าไหนๆ”


 


            สองคนยังคิดจะลองดีกันท่ามกลางหน้าสิ่วหน้าขวาน


 


            หาญศึกเห็นฝูงงูแล่นขึ้นตาฝั่งมา กระชั้นชิดเข้าไปทุกที“เลิกทะเลาะกันสะทีเรารีบกลับขึ้นข้างบนกันเถอะ ผมยังไม่อยากใช้ปืนดีไม่ดีพวกข้างบนจะพากันแห่ลงมาตามหาพวกเราให้เป็นเรื่องอีกประเดี๋ยวได้มีคนโดนงูกัดกันบ้างหรอก”


 


           หาญศึกพูดขึ้นเกือบกระหืดกระหอบ           


 


           ทหารอาวุโสคืนมีดเปื้อนเลือดเข้าฝักอย่างมีเชิงของเซียนพระ หยิบเอาซิกการ์ตัวใหญ่ยัดปากหน้าตาเฉย จุดไฟอัดควันโขมง สองคนเห็นตีนกาของคนหน้ายักษ์กระตุกถี่ๆ ก่อนที่แกจะชิงวิ่งเปิดแน่บก่อนใครเพื่อนเป็นสัญญาณการหนี หาญศึกวิ่งตาม หมู่แม็กคุมหลังฉีดน้ำยาลงพื้น ได้ผลงูไล่ตามมาทับรอยเท้าเกิดอาการชะงักงันทันทีแต่ก็ไม่กี่อึดใจที่ตัวตามหลังมาโถมทับกันจนข้ามเขตน้ำยาเคมีมาได้


           


           คนพุ่งใหญ่กลับวิ่งเร็วกว่าที่คาด นำหน้าเกินใครตะโกนมา


 


           “พรุ่งนี้เช้าเรามากินซุปงูกันให้หนำใจเลยนะผู้กอง!”


 


           “ผีปอบมันคงลงสิงสู่ในกระเพาะจ่าแน่!ถึงได้กินไม่เลือก”แม็กด่าไล่หลัง


 


           หาญศึกไม่ค่อยจะสบอารมณ์คะนองของพวกลูกน้องจริงๆ


 


           “เลิกทะเลาะกันแล้วรีบวิ่งไป!”


 


<><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><> 


           


           รุ่งอรุณมาเยือน นกไพรร้องก้องพนาก่อนจะโผบินขึ้นสู่ฟากฟ้าเพื่อออกหากิน แสงสีทองจากหลังภูเขาค่อยขับไล่ฟ้าหม่น ทุกสรรพสิ่งในป่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งไม่อึมครึมเหมือนเมื่อตอนกลางคืน


 


           เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นจนเต็มดวง พวกชาวคณะฯทั้งหมดพลันตื่นขึ้นมาพร้อมหน้า เต๊อะกับเนลอญสององครักษ์กำลังเตรียมน้ำร้อนสำหรับล้างหน้าให้นายหมออภิรักษ์นั่งหน้ามุ่ยอยู่หน้ากระทะไฟฟ้ากำลังทอดไข่และทำเบคอนสำหรับคุณหนูของเขาเพียงแต่วันนี้ต้องทำเพิ่มมาอีกชุดกับผู้หญิงของคุณหนู


           


          “เกตุ..ตื่นได้แล้ว”เสียงหล่อนุ่มปลุกมาพร้อมกับสัมผัสที่อ่อนโยน


           


          “ไม่.ม..เอา.. จะนอนต่อ..”เธอดึงผ้าห่มมาคลุมตัวอีก


           


           เจ้าของดวงตาสีฟ้าสดใสเอาริมฝีปากมากระซิบข้างหู“อย่าขี้เซานักสิ”


           


           “พี่หมอคนลามก”เธอดึงผ้ามาคลุมท่อนล่างที่ถูกเขาเล้าโลม“เรายังเดินทางกันหนักอีกนะวันนี้แล้วเรื่องที่สำคัญเกตุลืมไปแล้วเหรอเรื่องของคุณหาญศึกน่ะ”กฤษณ์ย่ำเตือนถึงสิ่งสำคัญ  เกตุถึงได้ยอมเลิกผ้าส่งสายตากลมแป๋วออกมา ร่างเปลือยค่อยยันตัวลุกขึ้นอย่างว่าง่าย กฤษณ์ต้องหลับตาเอามืออังหน้าอย่างเหนี่ยมอายแทน


           


           จริงด้วยสินะวันนี้กฤษณ์ออกปากจะรับหน้าพาเธอไปขอขมาพี่หาญศึกถึงเรื่องที่ไปหลอกลวงว่ากำลังต้องลูกทำให้พ่อของเขาเสียหาย เกตุได้แต่นั่งซึมใจหนึ่งก็กล้าๆกลัวๆกฤษณ์เห็นดังนั้นได้แต่กอดปลอบประโลม


           


           “ไม่ต้องกลัวนะพี่หมออยู่ที่นี่ทั้งคนจะขอเป็นทูตเจรจาไกล่เกลี่ยให้รับรององค์หญิงเกตุได้คืนดีกับเสด็จพี่หาญศึกแน่ไม่ต้องห่วง”


 


           กฤษณ์พูดพร้อมขยิบตาให้


           


           เกตุยิ้มหน้าบานหากมีพี่หมอเธอคงไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เธอเพียงยิ้มอย่างสงบจะอย่างไรเสียวันนี้เป็นไงก็เป็นกันเธอเรียนผูกก็ต้องรู้จักเรียนแก้เองให้ได้


           


           “ไม่ต้องเป็นห่วงคะพี่หมอ”เธอเชิดหน้าขึ้น


           


           “คนอย่างยัยเกตุกล้าทำกล้ารับ วันนี้ต่อให้ต้องกราบเท้าพี่เขาก็ต้องยอม”เธอเชิดอกขึ้นยอดนักกีฬาสาวกลับมามีความกล้าหาญอีกครั้ง กฤษณ์หัวเราะชอบใจหยิบเอาบราเซียร์มาคาดสวมให้


 


          “ให้พี่หมอสวมบราเซียร์ใหม่ให้นะ”


           


          “เอะ พี่หมอเอาบรากับแพนตี้ที่ไหนมาคะ”ดึงบราฯมามองดู“สวยจังสวยกว่ากว่าที่น้องใช้อยู่อีกทำไมพี่หมอมีของอย่างนี้อยู่ด้วยหรือว่า..”


           


           เกตุมองหน้าชายสำอางคู่รักอย่างไม่ไว้ใจ


           


           “พี่เปล่าเอามาใช้เองหรอกนะ”กฤษณ์หันไปหยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กน่ารักสีชมพูออกมาให้ดู เกตุหน้าบานทันทีเพราะมีลายแมวการ์ตูนที่ปกหลังเป้“กระเป๋าคิตตี้ นี่เป็นของที่พี่จะเอาไปเป็นของขวัญให้คนรู้จักคนหนึ่งน่ะแต่ตอนนี้พี่จะมอบเป็นของหมั้นหมายอีกชิ้นนึงให้กับคนดีของพี่หมอ ข้างในมีของใช้สำหรับผู้หญิงหลายอย่างที่เกตุจำเป็นต้องใช้ในระหว่างการเดินทางด้วยนะ หนึ่งละคือชุดชั้นในของผู้หญิง”


           


           “โอ้โห้..มีกุญแจแบบใช้รหัสไขออกด้วย”เธอชี้ให้ดูส่วนที่แทนตะขอเกี่ยว


           


           “ใช่จ๊ะ”


 


             เขาบรรจงสวมสิ่งนั้นเข้ากับเนินอกอันเต่งตึงราวกับดอกบัวของหญิงสาว


 


            “ชุดชั้นในนี้ทำจากเส้นใยพิเศษที่เหนี่ยวแน่นมาก ต่อให้มีดคมมากอย่างมีดผ่าตัดยังตัดมันไม่เข้าเลย การจะถอดเอามันออกมีเพียงใช้รหัสกุญแจที่เจ้าตัวเท่านั้นถึงจะถอดออกได้”


 


           “พี่หมอมีแรงบันดาลใจอะไรหรือคะ ถึงจะเอาของพวกนี้มาแจก ท่าทางมันจะแพงมากด้วย”


 


           “พี่ตั้งใจไว้ว่าจะนำเอาชุดชั้นในพิเศษนี้ไปมอบให้กับผู้หญิงชาวเขาเผ่าต่างๆตามรายทางที่เราจะไป พี่ทำหน้าที่อยู่ที่ชายแดนมาหลายปีมีเรื่องหนึ่งที่หนักใจคือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะที่กระทำต่อเด็กและผู้หญิง พี่พบเจอปัญหาการข่มขื่นกระทำชำเราผู้หญิงเยอะมาก ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานข่าวมาว่าผู้หญิงในรัฐฉานเคยถูกข่มขืน ถูกทรมานและฆาตกรรม มีการข่มขืนกันอย่างเป็นขบวนการเพื่อข่มขวัญและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี พวกที่มีอำนาจเหนือกว่าใช้การข่มขืนอย่างสุดแสนโหดร้าย ตลอดจนบังคับให้ใช้แรงงานเป็นเครื่องมือกดขี่ชนกลุ่มน้อยให้อยู่ใต้อำนาจไม่ให้กล้าโงหัวแข็งข้ออันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกวาดล้างชนกลุ่มน้อย พี่ไม่สบายใจเลยเมื่อได้ยินเรื่องพวกนี้จึงได้คิดหาทางช่วยเหลือพวกผู้หญิงที่น่าสงสารเหล่านั้น ชุดพวกนี้คงจะปกป้องชีวิตไม่ได้แต่อย่างน้อยมันก็ปกป้องศักดิ์ศรีของพวกเธอเอาไว้ได้นะ”


 


           เธอพยักหน้าตาม สีหน้าหม่นหมองลงเพราะเคยได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับผู้หญิงชาวเผ่าในประเทศเพื่อนบ้านประเทศนี้จนเป็นข่าวออกไปทั่วโลกแม้เธอจะเข้มแข็งแต่ก็อดห่วงกังวลสวัสดิภาพของตนเองเรื่องนี้ไปไม่ได้


 


           “ถ้าหากผู้หญิงไม่ยินยอมเสียอย่างไม่ยอมปลดรหัสชุดชั้นในให้เสียอย่างเดียว ผู้ชายก็ทำอะไรเธอไม่ได้”เกตุหันมายิ้มพรายทั้งน้ำตา ผู้ชายคนนี้ช่างรู้ใจผู้หญิงเสียเหลือเกิน หากไม่ใช่กับผู้ชายที่รัก เธอเองก็คงยอมตายเสียดีกว่าจะให้ชายอื่นมาย่ำยีร่างกาย


           


           เกตุอ่านรหัสจนขึ้นใจแล้วก็ฉีกทิ้งทันที เธอรู้สึกเหมือนมีเกราะป้องกันภัยให้ตนเองอีกขั้นแล้วนัยน์ตาซุกซนก็พลันสุกใสขึ้นเพราะนึกเรื่องสนุกๆขึ้นมาได้


 


          “แล้วถ้าหากคืนไหนเกตุไม่ยอมพี่หมอก็อด”


 


           กฤษณ์เข้ามาคลอเคลียจูบพรมทั่วหัวไหล่เนียนพร้อมทั้งกระซิบแผ่ว


 


           “เกตุไหนบอกรหัสไขชุดชั้นในให้พี่มาสิ”


           


           “ไม่ให้”เธอทำสะบัดสะบิ้งนึกสนุกขึ้นมา


 


“จา..เอาไว้ต่อรองกับหมอชีกอถ้าหากมาทำขัดใจละก้อ หึ! อย่าหวังจะได้แอ้มเลย”


           


            “อะอ้าว..โธ่..” 


 






Create Date : 01 ตุลาคม 2553
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 17:46:22 น.
Counter : 395 Pageviews.

1 comments
  
o_o 555
โดย: ไม่บอกเขิล IP: 118.174.92.110 วันที่: 5 มีนาคม 2558 เวลา:15:32:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments