ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร ตอนที่ 8

เช้ามืดวันใหม่ณ หมู่บ้านกะเหรี่ยงสเน่พ่อง หญิงสาวถูกปลุกขึ้นมาจากกลิ่นควันไฟ พอโงศีรษะขึ้นจากผ้าห่มก็เห็นเงาตะคุ่มของแม่บ้านผู้ลุกขึ้นมาก่อนใครในบ้านเพื่อหุงหาอาหาร ความมืดมิดรอบด้าน อากาศหนาวเหน็บ รอยแยกของฟากผนังไม้ไผ่ยังเห็นแสงไฟเล็ดลอดจากบ้านใกล้เคียงชาวบ้านตื่นกันแต่เช้ามากเพื่อให้ทันไปทำงานในไร่เสียงไก่ขันดังถี่ขึ้นบอกเวลาใกล้เช้าทุกทีเธอไม่อาจจะหลบอยู่ในผ้าห่มอันแสนอบอุ่นได้อีกแล้ว

แม่บ้านได้ต้มน้ำหม้อใหญ่เตรียมไว้ให้หญิงสาวใช้ผ้าชุบน้ำนำมาเช็ดหน้าเช็ดตัวเพราะหมักหมมตั้งแต่เมื่อวานเพียงเท่านั้นเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสร็จจึงรีบลงไปสมทบพรรคพวกที่มองเห็นยืนเป็นกลุ่มอยู่ลางๆในหมอกยามเช้า

ผู้กองหาญศึกจ่าแจ๋วกับลูกน้องอีกสองคนยืนชิดไหล่กันผิงไฟไล่ความหนาวคอยท่าอยู่แล้ว เดช คงโย่ง สามรุ่นน้องนักเทควันโด้ทีมชาติของเธอ นั่งห่อตัวข้างกองไฟเกตุต้องรีบขอโทษขอโพยทุกคนเพราะเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงทั้งที่ตื่นนอนมาเตรียมตัวตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นเมื่อหันไปมองรอบตัวอากาศเย็นและชื้นมากดินยังระเหยไอน้ำออกมาลอยกรุ่นกลิ่นหอมดินอบอวล อากาศอันแสนบริสุทธิ์ทำให้ทุกคนดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่า พร้อมเต็มที่แล้วสำหรับภารกิจ

หาญศึกเมื่อเห็นทุกคนมาพร้อมแล้วกวักมือเรียกเข้าให้เข้ามาล้อมวงรอบกองไฟ

“เอาละเมื่อมากันพร้อมกันแล้ว เราจะเริ่มกันละนะ ก่อนอื่นพี่จะแนะนำน้องๆทุกคนได้รู้จักคนของพี่อีกสองคนให้รู้จักเขาจะมาช่วยพวกเราติดตามหาคนหาย” เขาชี้ไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนแรกที่ชื่อสิบเอกไกรรณยุทธ์ ผู้ใส่เสื้อกั๊กมีของอยู่เต็มทุกกระเป๋าผิวขาวเหลืองใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลาคล้ายคนทางภาคเหนือของไทย แต่หาญศึกกับจ่าชอบเรียกเขาว่าหมู่แม็กหรือแม๊กไกเวอร์ตามชื่อตัวละครซีรี่ย์ของอเมริกันผู้มีนิสัยชอบประดิษฐ์คิดค้นอาวุธ มีเครื่องมือช่างติดตัวอยู่ตลอดเวลาคนที่สองเป็นอาสาทหารพรานชื่อทองปา บ้านโคก เป็นชายร่างเล็กสูงเพียงแค่คอของหมู่แม็กสรีระคล้ายพวกจ๊อกกี้ม้าแข่ง พกมีดสั้นสองเล่มไว้ที่ข้างเอวยืนก้มหน้าไม่ค่อยสบตากับใคร หาญศึกบอกว่าทั้งจ่าแจ๋ว หมู่แม็ก อ.ส.ทองปาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน อาสาจะมาช่วยตามหาเณรกานต์ด้วยความสมัครใจเกตุยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนด้วยความซาบซึ้ง น้ำตาคลอเล็กน้อย นอกจากรุ่นน้องทีมชาติทั้งสามคนที่ยอมสละหน้าที่การงานมาช่วยเธอพิสูจน์น้ำใจให้แก่กันในยามยากแล้ว ยังมีคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนยอมมาช่วยเธอตามหาน้องชาย

นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่เอามืออังเปลวไฟเพื่อไล่ความหนาวไปด้วยเอาฝ่ามือมาประกบใบหู เกตุรอฟังคำพูดของเขาอย่างใจจดจ่อ “ผมได้ทราบข่าวจากปากชาวบ้านเมื่อคืน ว่าหมอคนที่รู้เบาะสุดท้ายของเณรตั้งแค้มป์รักษาคนอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านนี้เอง แต่ช่วงนี้หมอไม่ค่อยอยู่เพราะต้องออกไปรักษาคนไข้ต่างหมู่บ้าน

วันนี้เขาอาจจะกลับมาที่แค้มป์ หรืออาจเลยไปรักษาคนที่หมู่บ้านอื่นเพราะใช้แค้มป์พักเป็นจุดศูนย์กลางในการรักษาคน หากไม่มีคนไข้มา หมอก็จะออกไปหาคนไข้เองตามวิสัยของหมอคนนี้แต่เราจะมารอให้กลับมาเองแบบนี้ไม่ได้ความปลอดภัยของเณรกานต์ขึ้นอยู่กับเวลาที่พวกเราจะต้องไปนำเณรออกจากป่าให้เร็วที่สุด ดังนั้นเราจำเป็นต้องแยกย้ายกันตามหาหมอให้ได้โดยเร็วที่สุดแผนการของเราคือ.จะต้องแบ่งกันออกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มไหนเจอหมอก่อนก็เรียกกลุ่มที่เหลือทันที ถ้าไม่พบตอนเย็นเราค่อยกลับมาหารือกันอีกครั้ง”

ช่างเป็นแผนงานที่ฟังง่ายแต่ทำยากพวกเด็กหนุ่มมีแต่แววใช้ความคิดปรากฏบนสีหน้า คิดในใจว่าจะตามหายังไง พวกตนคุ้นถิ่นที่ไหนกัน มันมืดไปหมดทั้งสี่ทิศนั้นแหละ หาญศึกแอบสมเพชในใจพวกนี้ไม่รู้ไม่ปะสาอะไรสักอย่างแล้วจะดันทุรังมาตามหาคนอีกชี้แจงว่าทุกกลุ่มจะให้คนของตนซึ่งคุ้นเคยกับผู้คนและถิ่นฐานละแวกนี้นำทางให้คนของเขารู้หน้าที่ว่าจะต้องทำอะไรบ้างอยู่แล้วการออกตามจะใช้เวลาเพียงชั่ววันเดียวไปกลับ ก่อนค่ำทุกคนต้องกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้งไม่พบยังไงหาหนทางกันอีกที จ่าแจ๋วหรี่ตานิ่งเงียบผู้กองจะให้ตนกลับไปที่ตลาดชุมสิงอีกครั้งเพื่อพบสาย ลับมีข้อมูลของภารกิจต้องแลกเปลี่ยนกันอยู่ที่นั้นยังคงมีคำถามปรากฏอยู่บนสีหน้าของพวกเด็กหนุ่มแม้แต่ตัวลูกพี่สาวยังไม่วายเผลอเอามือจับคาง คิ้วขมุ่นอย่างใช้ความคิด

“มีคำถามครับ”คงกะพันมีไหวพริบดีที่สุดในกลุ่มยกมือถามขึ้น“แล้วเราจะติดต่อหากันได้ยังไง หากพบหมอคนที่ว่าแล้วไม่ต้องรอกลับมารวมกันที่นี่ก่อนหรอในเมื่อโทรศัพท์ของเราก็เจ๊งเพราะไม่มีสัญญาณตั้งแต่เริ่มเข้าป่ามาแล้วภูเขาก็เยอะบังหมด หรือพี่ผู้กองจะมีวิทยุสื่อสารให้เราไว้ติดต่อ” แบบนี้พอเป็นไปได้ พี่ทหารร่างใหญ่คงมีของจำพวกวิทยุสื่อสารไว้ใช้งานเยอะ

นายทหารร่างใหญ่พยักหน้ายอมรับคำถามนั้น ดวงตาโตใต้คิ้วคมเข้มส่อแววมั่นใจ ประกาศเสียงห้าว“เป็นคำถามที่ดี พี่เองก็รอจะให้ถึงช่วงนี้อยู่แล้ว หมู่แม็กของเราได้เตรียมเครื่องมือสื่อสารสำหรับงานนี้ไว้พร้อมแล้วทุกคนมีโทรศัพท์ มือถือมาด้วยทุกคนใช่มั้ย ถ้าใช่หลังเลิกประชุมให้บอกเบอร์มือถือกับหมู่ รับรองว่าไม่ว่าแห่งหนตำบลใดในป่าเขาหรือเข้าไปในเขตพม่า รับรองว่ามีสัญญาณเต็มและไม่ต้องห่วงเรื่องเงินในเครื่องโทรได้ไม่จำกัด”

มีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากรุ่นน้องของเกตุ เหมือนอยากจะถามรายละเอียดเรื่องโทรศัพท์ต่อแต่ผู้กองส่ายหน้าเชิงปฏิเสธแล้วเริ่มพูดเรื่องสำคัญ“พี่จะขอแบ่งพวกเราออกเป็นสี่กลุ่ม เพื่อออกแยกย้ายกันตามหาเกตุน้องไปกับพี่เราจะไปกันที่หมู่บ้านผาแดง กลุ่มสองโย่งกับหมู่แม็กไปที่แค้มป์พักของหมอกลุ่มสามจ่าแจ๋ว คงและเดชกลับไปที่ตลาดชุมสิงอีกครั้งเผื่อหมอจะเดินทางไปที่นั้นวันนี้ฟ้าเปิดไปกลับคงไม่ยากเหมือนเมื่อวานส่วนทองปาพี่จะให้อยู่เฝ้าที่นี่เพื่อเฝ้ารถกับทรัพย์สิน รวมทั้งหมดสี่กลุ่มหลังจากทานข้าวเสร็จแล้วเราจะแยกย้ายกันทันทีถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ให้โทรถามมาภายหลัง”ไม่ต้องห่วงจำนวนเงินในเครื่องให้โทรคุยรายงานทั้งวันก็ยังได้ พวกเด็กหนุ่มวัยกำลังห้าวฮือฮากันใหญ่

เกตุรีบคว้าแขนของพี่ชายตัวใหญ่มาโน้มลงแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่เป็นการขอบคุณทุกคนแอบยิ้มต่อท่าทีของคู่หนุ่มสาว ร้อยเอกหาญศึกอายุห่างจากเด็กสาว 15 ปี ยังเป็นคนตัวเปล่าไม่มีคู่สมรสอาจจะเหมาะกับผู้หญิงที่สมบุกสมบั่นใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างเธอ จะมีก็แต่จ่าแจ๋วที่รู้ความสัมพันธ์ในครอบครัวของนายทหารเพราะเป็นข้าช่วงใช้ตั้งแต่รุ่นพ่อ เกตุคลุมเครือจะเป็นลูกเมียน้อย อาจเกิดสัมพันธ์ต้องห้ามทหารอาวุโสนึกวุ่นวายอยู่ในใจคนเดียว

ต่างแยกย้ายกันไปทานข้าวและเตรียมตัวเดินทางไปตามแผนที่วางไว้ โต๊ะอาหารคือแคร่หน้าบ้าน หญิงสาวยังคงคุยจ้อไปในวงอาหารพูดขอบคุณเขาไม่หยุด ถึงเธอกับน้องชายจะเป็นแค่คนอาศัยในบ้านของเขาแต่ก็รับดูแลไม่ต่างกับญาติแสนดีกับเธอและครอบครัวเสมอ

แสงตะวันแรกโผล่พ้นภูเขาทั้งหมดได้แยกกันไปตามที่หาญศึกได้มอบหมาย เหลือแต่เพียงอาสาทหารพรานทองปาที่นั่งลับมีดอยู่บนแคร่หน้าบ้านคนเดียวดูแกเป็นคนเงียบๆ ไม่พูดจาแม้แต่พวกเดียวกันถึงจะร่างเล็กประมาณจ๊อกกี้ม้าแข่งแต่พวกเด็กหนุ่มรู้สึกถึงกลิ่นอายอันตรายจากคนเป็นทหารรับจ้าง ไม่กล้าไปทำตัวสุงสิงด้วยเหมือนจ่าและหมู่

เกตุเดินเท้าไปกับหาญศึกแยกกับคู่ของหมู่แม็กและโย่งที่กลางหมู่บ้านมีเพียงทีมของจ่าซึ่งใช้รถยนต์เดินทางเพราะต้องไปไกลสุดระหว่างทางหญิงสาวเพิ่งจะสังเกตบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตอนเช้านี้เองว่าบ้านแต่ละหลังปลูกอยู่สูงจากพื้นประมาณสองเมตรพื้นและฝาบ้านทำจากไม้ไผ่สับฟากหลังคามุงด้วยหญ้าคาหรือบ้างหลังมุงด้วยตองตึงไม่มีแนวรั้วกั้น สองข้างทางเวลานี้มีชาวบ้านเดินสวนไปมาหลายคนมันเป็นเวลาที่คนในหมู่บ้านต้องออกไร่กัน เด็กสาวในชุดสีขาวหลายคนมีตะกร้าติดหลังมองตามชายหนุ่มด้วยอาการตะลึงปนประหม่า บ้างเกาะรั้วหน้าบ้านมองตามชายหนุ่มคนเมืองจนแทบเหลียวหลังเขาทักทายทุกคนที่เจออย่างอารมณ์ดีแสดงว่าคุ้นเคยกับที่นี่จริงๆ เดินเหมือนอยู่ในบ้านของตนเองเลย เดินผ่านมาแล้วพวกเด็กสาวยังส่งเสียงซุบซิบและแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนอยากจะเข้ามาทักชายหนุ่มรูปงามแต่ก็เกรงสาวสวยที่เดินข้างๆที่ทำตาดุเข้าใส่มีอาการหวงอย่างเห็นได้ชัด ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้นัยน์ตาดุชะมัด

ผ่านที่นาแบบขั้นบันไดแดดยามสายจ้าเหลือเกิน มุมมองจากตรงนี้กว้างมาก เห็นคนไร่ตะกร้าติดหลังอยู่ไกล ๆแยกย้ายเข้าที่นาของตน ที่สุดปลายนาก็เข้าดงทึบแล้ว ชายหนุ่มหญิงสาวเดินผ่านในชั่วไม่นาน มีหยุดยืนพักกำลังขาเป็นพักเพราะความสูงชันต้องสาวเท้าขึ้นที่สูงไปเรื่อย ๆตลอดรายทาง มือสัมผัสใบข้าวเรียวยอดรวงข้าวไร่ออกรวงเหลืองอร่ามในฤดูเก็บเกี่ยว ไม่นานสำหรับคนแข็งแรงอยู่แล้วก็เข้าสู่ป่าที่อุดมไปด้วยต้นเต็ง รังเสียงร้องของแมลงดังระงม แมลงทับสีเขียวสวยบินหวือผ่านหน้าถูกนกจาบคาเคราแดงโฉบมางับไปเกาะคาคบต้นมะขามป้อมที่เห็นยืนต้นอยู่ดาดาษ พวกนกส่งเสียงแจ้วบนยอดไม้ทำให้เพลิดเพลินพอคลายเหนื่อยระหว่างการเดินไปได้บ้าง เกตุยืนย่อตัวเอามือกุมเข่า เหนื่อยกว่าที่คิดกว่าจะถึงยอดเขารู้สึกแปลกใจที่พวกชาวไร่ชาวเขาทำงานบนพื้นที่ได้อย่างไรหาญศึกบอกว่ากล้ามเนื้อตอนเดินพื้นราบกับตอนเดินบนเขามันใช้คนละมัดกัน ถึงเธอเป็นนักกีฬาก็ไม่แปลกที่จะเหนื่อยหนักเพราะไม่คุ้นชิน

สองหนุ่มสาวชาวกรุงต่างเร่งบากบั่นเดินขึ้นที่สูงไปเรื่อยๆไม่หยุดคนหนึ่งเป็นนายทหารชายแดนอีกคนเป็นนักกีฬาต่อสู้ระดับทีมชาติจึงไม่มีปัญหาเรื่องพละกำลังหาญศึกแอบชมในใจว่าเกตุแข็งแรงและมีธาตุทรหดสมเป็นลูกทหารเธอไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่เรื่องการกินอยู่ ลุยได้ทุกสถานการณ์เช่นลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเขา

มาถึงโขดหินสภาพหยักลดเป็นชั้นๆคล้ายบันได เลือกนั่งตรงนี้เพราะลมโกรกดี พอมองกลับลงไปยังเห็นไร่นา อยู่เบื้องล่างรู้สึกเหมือนเดินมาไม่ไกลเลยภูเขาลูกนี้สูงและชันมากชาวไร่ทำงานกันที่ตีนเขาเท่านั้น เหนือหัวตรงนี้เป็นต้นตะเคียนแผ่กิ่งก้านครึ้ม แสงแดดแยงพุ่มใบลงพื้นเป็นดวงพราว หญิงสาวควักผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อก็คราวนี้ ใบหน้าเหมือนหล่อมาจากแม่พิมพ์เดียวกับชายหนุ่มมีเหงื่อผุดเล็กน้อยตามใบหน้าและแขน พูดขึ้นก่อนคำแรก

“อีกไม่เกินชั่วโมง เราก็จะถึงหมู่บ้านที่หมาย จากตรงนี้เราจะเดินอ้อมยอดเขาไปอีกฝั่งเกตุน้องพักสักหน่อยก็ได้นะไม่ต้องรีบร้อน”เขาหายใจติดขัดเล็กน้อยอากาศบนที่สูงเบาบางทำให้เหนื่อยง่าย ขนาดทหารอาชีพอย่างเขายังเต็มกลืน หันไปดูหญิงสาวเธอกลับยิ้มทั้งที่หน้าซีดขาวใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อที่ชุ่มพราวแม้กระทั้งขนตา

“ไหวซิคะ พี่อย่าลืมว่าน้องเป็นนักกีฬานะเดินขึ้นเขาแค่นี้เอง” พูดทั้งที่น้ำเสียงติดขัด เขานึกขำมากกว่ากับศักดิ์ศรียอดนักกีฬา ยิ่งเดินทางมันยิ่งลาดชันเกิน45 องศาเข้าไปแล้ว เกือบจะต้องใช้มือยันตัวกับพื้นหาญศึกใช้มีดเดินป่าของตนให้เป็นประโยชน์มีดปักกับรากไม้ที่โผล่ขวางทางแล้วดันตัวให้ขึ้นไปอย่างรวดเร็วด้วยพละกำลังเกตุยิ่งฮึดปฏิเสธมือที่เขาส่งมาให้จะดึงตัวขึ้นไปร่างเพรียวแกร่งของยอดนักกีฬาสาว ใช้มีดประจำตัวบ้างเกาะไต่ตามรอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“เอาละ”ในที่สุดก็พ้นมาถึงที่ราบเรียบตอนหนึ่ง “เรามานั่งที่ตะพักหินตรงนี้ก่อนนะ หายใจให้สะดวกก่อนเดินหนักมาตั้งชั่วโมงแล้วนะ ที่ตรงนี้มันสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 2000 เมตรการจะเหนื่อยง่ายมันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกไม่ต้องฝืนมากหรอกพี่เองก็เต็มกลืนเหมือนกัน ยังไงเป้าหมายหมู่บ้านผาแดงคงอยู่ไม่ไกลแล้ว เรามาพักกันก่อน”

ต้องยอมแพ้ใจเลยเกตุดื้อมากจะเดินหน้าตามเขาไม่หยุดทั้งที่โผเผเต็มทีไม่ยอมปริปากโอดครวญให้หยุดเลย ทหารชายแดนอย่างเขายังหายใจแรงแผ่นอกกว้างใหญ่หอบขึ้นลง ที่เลือกมาทางนี้เพราะใกล้สุดกว่าจะเดินอ้อมเขาต้องเสียเวลาเป็นวันคะเนว่ากว่าจะถึงหมู่บ้านผาแดงคงถึงบ่าย แต่นี่ยังไม่เที่ยงวันเลยทำเวลาเดินได้เร็วกว่าที่คิด

นักกีฬาสาวได้แต่ยิ้มอย่างเขินอายเอามือกุมเข่าเพราะขาสั่นไม่น้อยเลยพลังสำรองในตัวถูกใช้ไปจนเกือบหมด เมื่อกี้เธอแอบแข่งกับทหารชายแดนอย่างพี่หาญศึกว่าใครมีน้ำอดน้ำทนกว่ากันศักดิ์ศรีของยอดนักกีฬาทำให้เธอคิดและทำอะไรโง่ ๆแล้วผลออกมาคือแพ้หมดรูป หาญศึกทั้งยิ้มทั้งส่ายหัว เพราะรู้จักนิสัยของน้องสาวต่างสายเลือดคนนี้ดี เธอมีนิสัยดื้อดึงและอวดดีอยู่ในตัวเช่นนี้เสมอ

พักเพียงครู่เดียวทั้งสองก็พร้อม ผ่านเนินที่มีต้นสนยืนต้นโดดเดี่ยวตรงนี้น่าจะเป็นยอดเขาสูงสุดในละแวกนี้แล้ว แดดจ้าเหลือเกิน ตาพร้าไปหมดหันหลังกลับเห็นแผ่นดินกว้างใหญ่สุดสายตา หมู่บ้านสเนพ่องแลเห็นหลังคาบ้านลิบ ๆ ขาลงมาผ่านป่าเต็งรังที่ธรรมชาติได้ก่อไว้ด้วยกอเพ็กหรือไผ่เพ็กปกคลุมแผ่นดินสลับด้วยก้อนหินสวย ๆแถมด้วยต้นเต็ง รัง รูปร่างต่าง ๆประดับไว้ด้วยหาญศึกชูมือขึ้นสูงพยายามใช้มือแตะปลายเรือนยอดของต้นเต็งอย่างอารมณ์ดี ต้นไม้บนนี้ไม่สูงชะลูดเหมือนที่อื่น หาญศึกบอกว่าเพราะการปรับสมดุลของมันเองเนื่องจากไม่สามารถหยั่งรากแก้วลงลึกได้เลยทำให้ป่าเต็งรังที่นี่เหมือนป่าบอนไซ





Create Date : 23 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 สิงหาคม 2557 9:45:48 น.
Counter : 532 Pageviews.

1 comments
  
โถ่เพื่อน ซาบซึ้งจริงๆในน้ำจิตน้ำใจ สงสัยคงต้องเข้าไปเขียนใหม่แล้วล่ะ เราไม่ได้ท้อและน้อยใจอะไรจริงๆ เพื่อน ดีซะอีกที่มีคอมเม้นท์ แม้เพียงคอมเม้นท์ด่า มันเริดหรูกว่า ไม่มีใครแล ขอบคุณเพื่อนมากครับ

เปลี่ยนจากหมอเถื่อนมาเป็น หมอน้ำใจงาม ณ บ้านไพร เถอะเพื่อน55

เพื่อนโนบิตะ
(วิวสายมาก ถ่ายเก่งนะครับ) ผมตามมาหน้านี้เลย
โดย: เพื่อนโนบิตะ (เขาพนมรุ้ง ) วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:17:44:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments