พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
9
10
11
12
13
15
17
18
19
20
22
24
25
27
28
29
 
 
All Blog
เรื่องสั้น ปลูกฝักในป่าช้า วิญญาณอันพอเพียง
กำเนิดกุมารทอง

กุมารทองนั้นเป็นของขลังที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล เป็นที่นับถือคุ้นเคยของคนรุ่นปู่ย่า แม้กระทั่งในทุกวันนี้ความเชื่อในเรื่องกุมารทองนั้นก็ยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่ โดยจะเห็นได้จากการที่ร้านค้าหรือผู้ประกอบกิจการต่างๆมักจะมีหุ่นกุมารทอง ตั้งไว้บูชาไว้ด้วยความเชื่อที่ว่ากุมารทองนั้นจะสามารถเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน หรือให้โชคลาภแก่ผู้เลี้ยงอีกด้วย ตำนานกุมารทองจากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผนนั้นได้กล่าวถึงกำเนิดของกุมารทองไว้ตอนหนึ่งว่า ขุนแผนจับได้ว่านางบัวคลี่เมียของตนคิดวางยาพิษเพื่อจะฆ่าตน จึงได้ลงมือฆ่านางบัวคลี่ แล้วจึงผ่าท้องของนางเพื่อเอาบุตรชายภายในท้องนั้นมาทำเป็นกุมารทอง โดยทำพิธีในย่างศพเด็กและปิดทองคำเปลวจนกระทั่งกลายเป็นผีกุมารทอง แล้วใส่ห่อผ้าไว้ กุมารทองจัดได้ว่าสำคัญกับขุนแผนมาก เพราะกุมารทองนั้นก็เป็นบุตรคนหนึ่งของขุนแผนเช่นเดียวกัน

เหตุที่กุมารทองนั้นถูกจัดให้เป็นของวิเศษอย่างหนึ่งนั้น สันนิษฐานได้ว่าได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยขุนแผนซึ่งอยู่ในยุคกรุงศรีอยุธยา และได้รับสืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ แต่การสร้างกุมารทองนั้นไม่สามารถทำแบบขุนแผนได้เนื่องจากผิดทั้งกฎหมายและศีลธรรม

ตำนานกุมารทองเพชฌฆาต

กุมารทองนั้นมี 2 ประเภทคือ กุมารทองที่มีฤทธิ์ทางด้านทำร้ายศัตรู และอีกประเภทคือด้านเมตตามหานิยม กุมารทองประเภทแรกนั้นจะมีความดุร้ายอยู่มาก แบ่งได้เป็น 4 ชนิดด้วยกัน คือ

1.เพชรมั่น
2.เพชรดับ
3.เพชรคง
4.เพชรสูญ

กุมารทั้ง 4 ชนิดนี้ เรียกโดยรวมว่า "เพชรภูติงาน" หรือ "เพชรปราบ" มีไว้สังหารหรือทำร้ายศัตรูโดยเฉพาะ ตามตำรากล่าวไว้ว่าการสร้างกุมารทองชนิดนี้จะใช้การอัญเชิญของพวกผีตายโหง หรือปีศาจให้มาสถิตอยู่ในหุ่นกุมารทอง ซึ่งแต่ละชนิดนั้นจะมีวิธีการทำร้ายศัตรูที่ต่างกันไป กุมารทองเพชรสูญจะมีฤทธิ์ในการทำให้คนกลายเป็นบ้า กุมารทองเพชรคงและเพชรมั่นนั้นจะดีในทางด้านเฝ้าบ้านเรือนด้วยการฆ่าคนแปลกหน้าที่มาบุกรุกบ้าน สิ่งที่ปราบกุมารทองเพชรมั่นได้นั้น ได้แก่วัวธนูที่ทำจากไม้ไผ่หามผี แต่กุมารทองเพชรคงจะมีฤทธิ์สูงกว่ากุมารทองเพชรมั่น เพราะสามารถเอาชนะได้ หรือแม้กระทั่งที่ทำจากครั่ง สิ่งที่เดียวที่จะหยุดได้คือวัวธนูทองแดง ยิ่งไปกว่านั้นกุมารทองเพชรคง ยังมีอำนาจในการไล่ตามศัตรูได้ในขณะที่กุมารทองเพชรมั่น จะอยู่แต่ภายในอาณาเขตบ้านเท่านั้น กุมารทองเพชรดับเป็นเพชฌฆาตเลือดเย็นที่สามารถหักคอศัตรูอย่างรวดเร็วฉับ พลัน เหมือนนักฆ่ามืออาชีพมีไว้สำหรับปลิดชีวิตศัตรูโดยเฉพาะกุมารทองจำพวกนี้ยังคงนิยมอยู่ในเฉพาะนักไสยเวทย์มนต์ดำที่เก่งกล้าหรือแถบเขมรและอิสลามไม่ได้นิยมในหมู่นักสะสมเครื่องรางทั่วไป

กุมารทองโชคลาภเมตตามหานิยม

กุมารทองอีกประเภทหนึ่งนั้นมีไว้เฝ้าบ้าน เรียกลูกค้า เป็นเมตตามหานิยม ไม่มีชื่อเรียกโดยเฉพาะ โดยทั่วไปนั้นผู้บูชาจะตั้งชื่อเอง โดยจะตั้งชื่อที่เป็นมงคล เรียกทรัพย์ต่างๆ กุมารทองชนิดนี้จะไม่มีความดุร้ายสามารถเลี้ยงกันได้ทุกคนไม่มีอันตรายเหมือนอย่างกุมารทองทองชนิดข้างต้น


“อืม คงใช่ได้พิมพ์แค่นี้ก่อน เดี๋ยวปรับแก้อีกนิด ก่อนส่งทางอีเมล์ไปให้บอกอเลย โซเฟอร์เอ้ย พี่คนขับครับ... จอดที่หมู่บ้านตรงหน้าเลยครับ...”

รัวพิมพ์งานเตรียมส่งสำนักพิมพ์อย่างเป็บบ้าเป็นหลังบนที่นั่งผู้โดยสาร เซฟข้อมูลและปิดเครื่องโน้ตบุ๊กเรียบร้อย

รถสองแถวตัวถังปะผุอันฝ่าการจราจรอันติดขัดบนท้องถนนได้เลี่ยงไหล่ทางและจอดสนิทให้ผู้โดยสารลง ชายหนุ่มผู้มีบุคลิกชาวกรุงเต็มตัวผู้ก้าวขาลงจากรถ เครื่องหมายสำนักพิมพ์ชื่อดังของไทยบนเสื้อกั๊กพร้อมลุย กล้องถ่ายรูป Canon EOS500D 2 LENS ราคาสองหมื่นกว่าอาวุธหากินคู่ใจ

หยุดยืนอยู่บนท้องถนนมองวนรอบตัว บนสองฟากเป็นท้องทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา เห็นฝูงวัวนับร้อยตัวเคลื่อนขบวนไปตามถนนต้นเหตุทำให้การจราจรติดขัด พอจะสูดลมหายใจให้เข้าปอด ก็ต้องสำลักกลิ่นขี้วัวสาบหญ้าลอยคลุ้งและที่แย่ตอนนี้คือรองเท้าของเขาได้เหยียบ ขี้ เข้าให้แล้ว

“อ้าว ปุด นั้นปุดไจ่ก่อ บ่อหันหน้าหันต๋ามาตะเมิน มาหาป้ากำเลาะ”

ป้าแก่ในชุดดำไว้ทุกข์คนหนึ่งกำลังเดินอยู่ต้นทางเข้าหมู่บ้าน กวักมือเรียกเมื่อเห็นผมทันที ผมชื่อพุทธครับ สำเนียงคนเมืองที่นี้เรียก ปุด เพราะเป็นคนเกิดวันพุทธ นี่เป็นบ้านเกิดของผมเองแต่การกลับบ้านคราวนี้ไม่ใช่กลับมาเยี่ยมบ้าน แต่มาเพื่อทำงานในภารกิจของนักข่าว ผมรีบทักป้าบุญคนนั้นพอเป็นพิธีเพราะต้องรีบเข้าไปหาข่าวยังป่าช้าหลังหมู่บ้าน เรื่องราวกล่าวขานอันลือลั่นถึงพิธีกรรมการทำกุมารทองเหตุเพราะการขุดค้นซากเด็กไม่เน่าที่ป่าช้านี้จนพวกเดรัจฉานวิชาได้ร่างไปปลุกเสกจนได้กุมารทองสุดขลัง สร้างอิทธิฤทธิ์มากมายและยังออกมาหลอกหลอนคนในหมู่บ้านของผมจนข่าวแพร่สะพัดไปถึงเมืองกรุง คำสั่งด่วนจากกองบรรณาธิการให้หาข่าวกลับไปให้ได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง

สองข้างที่ผมกำลังรีบสาวเท้าเดิน เจอพวกคนแก่กับเด็กหลายคนในชุดไว้ทุกข์ ชนบทก็งี้คนหนุ่มคนสาวไม่ค่อยจะอยู่บ้าน ออกไปหางานต่างถิ่นกันมาก พวกคนแก่นั้นรีบทักทันทีและดีใจที่ได้เห็นผม แต่พวกเด็กๆนั้นจำผมไม่ได้แล้วเพราะนานๆทีผมจะกลับบ้านสักครั้ง งานการมันมีมากจริงๆ ผมต้องขอโทษขอโพยคุณป้าคุณลุงเหล่านั้นเพราะต้องรีบเข้าบ้าน เอาสัมภาระไปเก็บเพื่อจะเริ่มงานทันที

มีงานศพเกิดขึ้นในหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านทุกคนเมื่อว้างเว้นจากการงานจะแวะเวียนมาดูใจญาติๆของผู้ตายอันเป็นน้ำจิตน้ำใจอันดีงามของชาวชนบททางภาคเหนือ ธรรมเนียมประเพณีที่นี้เขาเก็บศพไว้ที่บ้าน บำเพ็ญกุศลไม่เกินสามถึงห้าวันจึงเผา บ้านศพอยู่ไม่ห่างจากบ้านของผมไม่ถึงห้าร้อยเมตรเลยครับกะว่าพอหาข่าวจากชาวบ้านและในป่าช้าที่เกิดเหตุเสร็จจะไปเยี่ยมตอนค่ำๆโน่นละครับ

เดินๆไปอีกนิดก็เจอ

ลุงพ่ออุ้ยแก่ๆคนหนึ่งในชุดสีขาวทั้งตัวผ้าขาวม้าคาดเฉียง เดินลงจากกะไดบ้านงาน อุ้มสลุงขันเงินใบใหญ่มีดอกไม้ ธูปเทียน แกยิ้มให้ผมด้วยขณะเดินสวนกับชาวบ้านในชุดไว้ทุกข์สีดำที่มาในงานศพ คนแก่ชอบทำบุญสุนทานก็แบบนี้แหละ อิ่มบุญจนหน้าตาอิ่มเอิบผ่องใส ได้กลิ่นน้ำอบจากแกเลย ผมคลับคล้ายคลับคลาว่าจะจำแกได้แต่นึกชื่อไม่ออก


มีคนตัวใหญ่โดดมาขวางหน้าผม


“อ้าว! เฮ้ย เพื่อน ปุดซีแลน มาได้จะได บ่อหันหน้าหันต๋ามาจ๊าดเมิน คิงไปตายตี่ไหนมา!?

“โห ไอ้หมีควาย! คิงมันกะอ้วนดำบ่อเปลี่ยนเลย...”

นี่เพื่อนเก่าแก่ของผมเองครับ ชื่อไอ้หมี ฉายาหมีควาย เพราะมันตัวดำใหญ่หนาสมฉายา เราไม่ได้เห็นหน้ากันมานาน มันเข้ากดล้อกคอผมไว้ ผมก็เอากำปันชัดตุ้ยๆที่พุงใหญ่ๆของมันไปหลายที ชื่อปุดซีแลนทีมันตั้งให้ผม ปุดคือพุทธ ซีแลนชื่อสัตว์เลื่อยคลานตระกูลตัวเงินตัวทองครับ ความหมายเต็มอย่ารู้เลย

ผมเริ่มงานทันที

“หมีควายเพื่อนรู้มั้ย เรื่องกุมารทอง คิงพอจะบอกฮาได้ก่อ?”หมีควายเพื่อนผมเราไม่เคยมีความลับต่อกัน มันจะรู้เรื่องกุมารทอง มั้ยหนอ? ผมใช่คำ คิงกับฮา อันเป็นสรรพนามหยาบๆภาษาถิ่นแทนตัว มันกับผม หมีควายมีท่าทีฉงนกับที่เห็นผมนำเครื่องบันทึกวีดีโอมาเปิด ท่าทางเปิดการเป็นงานของผม มันคงไม่ชอบ

หมีควายมันยืนนิ่งมองผมเหมือนแปลกหน้าอยู่อึดใจหนึ่งก่อนเปิดปากพูด

“ปุด คิงลืมไปแล้วละกา? เรื่องนี้ สมัยหมู่เฮายังละอ่อนเด็กน้อย เฮาเคยเล่นเป็น...กุมารทอง”

ถูกต้องพวกเราสมัยเด็กเคยเล่นเป็นกุมารทอง ไปเล่นซ่อนแอบอยู่ในป่าช้าหลังหมู่บ้าน เคยทำเป็นหลอกพวกผู้ใหญ่ที่มาแอบตัดไม้ในป่าช้าจนหนีกระเจิงมาแล้ว พ่ออุ้ยคนข้างบ้านของหมีควายมาเจอเข้าเลยชอบอกชอบใจใหญ่ควักตังค์น้อย คือเหรียญห้าบาทให้มาแล้ว เพราะชอบใจในวีรกรรมซุกซนของพวกเรา แต่วันนี้มันคนละเรื่อง หมีควายมันคงคิดว่าผมจะระลึกความหลังละมั่ง

“เพื่อนเฮามีธุระต้องไปต่อ ขอตัวก่อน”

ผมรีบผละจากมันเพราะไม่ได้ข่าวตามที่ต้องการ หมีควายมันก็หันหลังเดินทันทีไปที่บ้านศพ ไม่รู้มันน้อยใจผมหรือเปล่า คิดๆดูไม่รู้ผมจะแล้งน้ำใจไปหน่อย ชีวิตเพื่อนผมคนนี้มันน่าสงสาร หมีควายมันอยู่กับแม่สองคน บ้านตั้งอยู่ถัดจากบ้านศพนี้เองเจ้าของบ้านเป็นพ่ออุ้ยแก่ๆคนหนึ่งซึ่งคอยช่วยเหลือจุนเจือกันมานาน มันรับจ้างทำนาใช้แรงงานแลกเงินไปวันๆ เพราะไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเอง ตัวมันดำเป็นเมี่ยงเพราะถูกแดดเผา ผมเผ้าฟูกระเซิงไม่ค่อยดูแลตนเอง เสื้อขาดเป็นรูเล็กๆเหมือนถูกลูกปรายยิงมา มีรอยปะชุนทั่ว นี้แหละคือเพื่อนของผมครับ

เสียงบรรเลงดนตรีเพลงพญาโศกจากลำโพงขยายเสียงดังจากบ้านศพกังวาลไปทั่วเรียกชาวบ้านทุกคนหลังเสร็จจากการงานกลางทุ่งนาให้มาเป็นร่วมงาน ผมเพียงเดินเลยผ่านมาไม่ได้เข้าไปเยี่ยม บ้านของผมอยู่เกือบท้ายหมู่บ้านอันเห็นป่าสุสานใหญ่ มาถึงบ้านอันใหญ่โตมั่นคง ที่ผมสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงให้กับพ่อแม่ได้อยู่อาศัย พอถึงกระไดบ้านผมก็เรียกแม่ๆให้เปิดประตู แม่เปิดประตูออกมาในชุดดำเหมือนคนอื่นกำลังจะไปงานอยู่พอดี พอแม่เห็นหน้าแกก็ต่อว่าต่อขานผมทันที คร่าที่ปีหนึ่งจะกลับบ้านสักครั้งส่งแต่เงินกลับมาตลอด ก็งานการผมมันมีมากจริงๆนี้

“มีไผตายนะแม่ หันแต่คนแต่งตั๋วจะไปงานศพ”

“กะพ่ออุ้ยนั้นนะ ลูกบ่อฮู้...หมีเพื่อนลูกมันบ่อได้บอกกา? ว่าอุ้ยข้างบ้านมันเสียแล้ว”

“ผมจำไม่ได้จริงๆครับอุ้ยคนไหน? พ่ออุ้ยคุณตาคนใดผมลืมหน้าไปแล้วครับ”หลุดพูดภาษากลางกับแม่

“ก็อุ้ยหนาน...”

“เดี๋ยวๆก่อนครับแม่เรื่องนี้ ผมอยากฮู้เรื่อง ผีเด็กกุมารทอง ว่ามันเป็นมาจะยังไง? ผมได้ยินข่าวลือนี้ไปจนถึงกรุงเทพฯ ว่ามีคนขุดเจอศพเด็กไม่เน่าในป่าสุสานบ้านเฮา พวกมีวิชาอาคมเลยเอาไปทำพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทอง สำนักพิมพ์ก็เลยส่งผมมาหาข่าวเรื่องนี้อย่างด่วน แม่เล่าให้ผมให้ละเอียดเลยนะ”หลุดคำเมืองคำภาษากลางคำ หาข่าวจากแม่นี้แหละดี

“ไปหาข่าว! กับไอ้หมี เพื่อนลูกปู้น...กลับมาบ้านกะเอาแต่งาน บ่อสนใจ๋พ่อแม่ ปี๋ๆหนึ่งก่อย กลับบ้าน...”แม่ชักใจน้อยที่ปีๆผมจะกลับมาบ้านซักครั้ง ไล่ให้ผมไปถามข่าวเพื่อนหมีควายของผมแทนเลย

ยืนมองจากชานบ้านตรงนี้ผมยังเห็นหลังพ่ออุ้ยคนนั้นอยู่ไวๆแกกำลังเดินเข้าไปป่าช้า แม่บอกว่ามีพระธุดงค์รูปหนึ่งมาปักกลศภาวนาอยู่ในนั้น มีผู้เฒ่าผู้แก่ศรัทราตามไปใส่บาตรฟังเทศน์ฟังธรรมกับท่านอยู่เสมอ พ่ออุ้ยคนนั้นคงไปไหว้พระแน่ๆ

ลงจากบันไดไปเจอน้าทองที่ข้างรั้ว สัมภาษณ์สดเรื่อง ผีกุมาร น้าแกก็หัวร่อคิกคักชี้ให้ผมไปถามเพื่อนหมีควายของผมเอา แล้วน้าทองก็ยังบอกอีกด้วยว่าตอนนี้เพื่อนของผมมีที่นาทำกินเป็นของตนเองแล้วนะ ได้มรดกจากคุณตาข้างบ้าน ผมงี้ดีใจไปกับมันจริงๆ แล้วผมก็ถามถึงอาวแผนผัวแก น้าก็บอกว่าอยูในงานศพนั้นแหละ ลูกน้าทองชื่อ เพชร ก็ไปวิ่งเล่นในป่าสุสานกับพวกเพื่อนๆใกล้ค่ำคงจะกลับมา

ตลอดค้อนวันนี้ผมตะเวนถ่ายรูป และค้นหาเบาะแสเรื่องการปลุกเสกกุมารทองจากชาวบ้านโดยเฉพาะจากปากพวกผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผมรู้จัก พวกนี้พากันหัวร่อมากกว่าแล้วโบ้ยให้ไปถามพ่ออุ้ยหนานคนข้างบ้านหมีควายแทน ตอนนี้ผมชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า เรื่องปลุกเสกกุมาร มันเป็นเรื่องจริงรึแค่ข่าวยกเฆมกันแน่ แต่ยังดีที่ลุงๆป้าบอกว่าพระซึ่งมาปักกลศในป่าช้ารูปนั้นมีวิชาอาคมแก่กล้ามาก จมูกนักข่าวอย่างผมไม่เคยพาดอยู่แล้วเพราะพระมักจะเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์เวทมนต์ ไหนๆก็มา เป้าหมายสุดท้ายผมยังไม่สิ้นหวัง ที่ป่าสุสานนั้นไง

ป่าสุสานมีพื้นที่มากกว่าหนึ่งร้อยไร่เป็นป่าชุมชนดีเด่นของจังหวัดที่พวกชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้ เคยมีคนเข้ามาลักลอบตัดไม้มีค่าเช่นไม้กฤษณา ไม้สักต้นขนาดหลายคนโอบก็ยังมีอยู่จำนวนมาก สัตว์ป่าบางชนิดยังพอมีในนั้น ทันทีที่สองเท้าของผมก้าวเข้าป่าสุสานก็สัมผัสความเย็นยะเยือกจากพันธุ์ไม้อันแน่นขนัด เวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำเห็นเงาตะคุ้มของอาคารเมรุอยู่ลึกเข้าไปสักห้าร้อยเมตร ทางเข้านั้นซอกแซกผ่านป่าไม้ไล่ อันกำลังไหวลู่เอนตามแรงลม ดูโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน ตอนเด็กผมกับหมีควายชอบมาเล่นแถวนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้

ใบไม้หล่นแกรกเดียวผมถึงกับสะดุ้งเหลี่ยวซ้ายเหลี่ยวขวา ก็ตรงหน้าปากทางเข้านี้แหละสมัยก่อนคนเขาเอาศพเด็กมาฝังดิน ทั้งเด็กที่คลอดตาย เด็กที่ตายก่อนวัยอันควร ป่าสุสานเด็กที่ผมกำลังยืนอยู่นี้ไง จะด้วยอุปทานอันใดหรือเปล่าเหมือนมีเงาร่างเล็กๆวิ่งไล่กันไปตามพง เสียงหัวเราะเล็กๆและเสียงครางฮือๆเหมือนสัตว์ร้าย เหงื่อกาฬผมแตกพลักทันทีแต่สองมือกระฉับแน่นกล้อง Canon คู่ใจสัญชาติญาณนักข่าวเตรียมพร้อมหากเกิดอะไรขึ้น

คุณพระช่วย ผมเห็น

ร่างเล็กๆประมาณเด็กสิบขวบสามตนแต่มีส่วนศีรษะใหญ่เกินร่างกาย ใบหน้าขาวโพนผมเผ้ายาวกระเซิง ขากรรไกรอ้าค้าง มันถึงสามตนกำลังวิ่งตรงมาทางผม ด้วยสัญชาติญาณมือของผมคว้าอะไรได้บางอย่าง

ผีเด็กสามตนกำลังวิ่งเข้าล้อมผม เต้นหยอยๆบิดตัวไปมาอย่างคะนองส่งเสียงแฮ่ๆใส่ผม

“นี้แน่ะ! ไอ้เด็กผี!”หวดไม้ใส่ทันที

“โอย โอ๊ย!! ผมเจ็บ!!”

“ผีก็เจ็บได้เรอะ!เอาอีกไม่ เหอะ!”

ผมหวดไม้แส้ซึ่งรีบหักมาได้อย่างเร็วไวหวดใส่ก้นผีเด็ก ทำข่าวผีมาทั่วประเทศ เรื่องอะไรจะมากลัวแค่นี้ เจ้าเด็กผีถึงกับโอดโอยร้องไห้ฮือๆ รีบเอามือถอดหัวออก ปรากฏว่า

หัวผีมีขายตามงานวัดเนี่ยนะ!

“เอาะๆ แกล้งปลอมเป็นผีมาหลอกผู้ใหญ่เองเรอะ เจ้าเด็กเปรต! ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน!”

“ผมจะฟ้องแม่ทอง ฮือๆ”

“อะอ้าว...ลูกน้าทองเองเรอะ”

มันน่าโมโหจริงๆผมโดนเด็กหลอก แกล้งใส่หน้ากากผีมาหลอกกันผมน่าจะนึกเอะใจแต่แรกเรื่องที่น้าทองบอกว่า ไอ้เพชร ลูกของแกกับเพื่อนมาเล่นในป่าช้านี้ก่อนแล้ว

“อย่าไปทำมัน ลูกอีทองมันบ่อ่ได้ตั้งใจ๋”

เสียงชายแก่คนหนึ่งไม่รู้มายืนอยู่ข้างตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ พ่ออุ้ยเสื้อขาวคนนั้นเอง พวกเด็กผีปลอมเลยได้โอกาสรีบวิ่งหนีออกไปนอกป่าช้า จบกัน วันนี้กุมารทองกุมารเพชรที่ผมตามหาคือไอ้เด็กเปรตพวกนี้เอง ผมทำท่าจะกลับเพราะหมดหวังแต่พ่ออุ้ยทักไว้ เรายืนพูดกันอยู่ครู่จึงรู้ว่าแกมาสนทนาธรรมกับพระธุดงค์และชวนผมเข้าไปข้างใน

“ลูกหลานเอ้ย อย่าไปเคียดมัน ละอ้อนเด็กน้อยมันเล่นเอาม่วน บ่อได้ตั้งใจ๋...”

“ผมไม่โกธรแล้วครับอุ้ย เด็กมันเล่นเอาสนุก ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

ชายชราร่างเล็กผิวหน้าเหี่ยวย่นตามสังขารอายุน่าจะประมาณแปดสิบแต่ยังดูแข็งแรงอยู่มาก ในปากอม เมี่ยง ใบชาหมักพื้นเมืองเคียวจับๆอยู่ตลอดแถมยังสูบบุหรี่ขี้โย อุ้ยแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่อันสะอาดสะอ้าน ผ้าขาวม้าผืนใหม่ แกบอกว่าลูกหลานมันหาให้ทั้งเมี่ยงทั้งเสื้อผ้า หลังคุยเสร็จเราก็พากันเข้าไปใน ไปนมัสการหลวงพ่อที่แกมาสนทนาธรรมด้วย ระหว่างเดินคนแก่ชี้ให้ดูต้นมะละกอกำลังออกผลสุกอยู่หลายต้น อุ้ยชี้ให้ผมเอาไปกินด้วย ต้นดอกแคใส่แกงส้มได้ หรือเปลือกนำมาต้มแก้ท้องร่วง แก้บิดคนแก่บอกอย่างนั้น

“อย่าไปซื้อไปหามันเลยลูกหลานเอ้ย เฮาหากิ๋นเอาตามบ่าตามแฮง ฝักไม้ไซเครือมีฮื้อกิ๋น บ่อต้องไปง้อกาด มาเอาผักที่อุ้ยนี้”อุ้ยพูดไปก็ปล่อยควันบุหรี่ไล่ยุง ผ้าขาวม้าผืนงามโบกไล่ยุงพรึบพับ

“ครับๆพ่ออุ้ยไม่ต้องซื้อหา ออกแรงปลูกฝักกินเอง ไม่ต้องพึ่งตลาด”มองไปทางไหนในป่าช้าก็เห็นมีไม้ผลหลายอย่าง พวกฝักล้มลุกก็มีเยอะ อุ้ยบอกหมีควายมันช่วยมาปลูกไว้ด้วย เวลาชาวบ้านเอาศพมาสุสานขากลับจะได้แวะเก็บไปกินด้วย แกให้ทุกคนเลยเพราะนี้เป็นป่าชุมชนของทุกคน เดินมาถึงหน้าอาคารเมรุเวลาตอนนี้น่าจะเกือบทุ่มแล้วเห็นแสงเทียนดวงหนึ่งสว่างอยู่หน้าเตาเผา


พระชราร่างอ้วนหุ่นยังกะพระสังกัจจายน์นั่งขัดสมาสอยู่ที่นี้ เห็นอัฐบริขารวางไว้ข้างๆหลายอย่าง ผมทักท่าน ท่านก็ตอบมาอย่างเมตตา ดูตามเนื้อตามตัวของพระรูปนี้ไม่มีรอยสักตามแบบพวกพระซึ่งมีวิชาอาคมเล่นคุณไสย์ทั้งหลาย เนื้อตัวออกจะสะอาด ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง เป็นพระหน้ายิ้มที่น่าเข้าไปกราบมาก

“นมัสการหลวงพ่อครับ”

“เฮ้อๆๆ ตามสบายนะโยม คิดเสียว่า นี้ เป็นบ้านที่เราต้องมากันทุกคน เฮ้อๆ”

ทั้งหลวงพ่อและพ่ออุ้ยมามาดเดียวกันเลยหัวเราะร่วนตลอด

จากมุมสูงบนเมรุนี้ทำให้มองเห็นพื้นที่ในลานกลางป่าช้าทั้งหมด ต้นไม้ขึ้นแสมพอให้เป็นร่มเงาในตอนกลางวัน แสงจันทร์ส่องลงมาทำให้เห็นสีพื้นดินนวลผ่อง กรวดทรายถูกกวาดจนเหลือแต่ดินเรียบ ใบไม้ตกหล่นตามพื้นพองาม มีความสะอาดโปร่งโล่งเพราะได้รับการปัดกวาดอยู่เสมอ เหมาะสมหรับสมรณมาปฏิบัติธรรมมาก พ่ออุ้ยพาผมเดินชมป่าช้าต่อผมไม่รู้สึกกลัวสักนิด พอเหลี่ยวหลังหันไปก็เห็นหลวงพ่อนั่งยิ้มแฉ่งมองมาที่เราอยู่เสมอ รัศมีผ้ากาสาวพัสตร์ของท่านดูเรืองฉายทำให้ป่าทั้งป่าแลสว่างไสว ป่าช้าแห่งนี้ได้กลายเป็นแดนแห่งความสงบจริงๆ

ด้านหลังเมรุเป็นป่าไผ่พ่ออุ้ยบอกว่าสมัยก่อนเขาใช้ฝั่งผีตายทั้งกลม ตอนพ่ออุ้ยยังหนุ่มเคยไล่หมอผีจะมาเอาน้ำมันพลาย ดูเถอะตรงไหนมีกอไผ่ตรงนั้นมีผีฝั่งเพราะสมัยนั้นเขาเอาไม้ไผ่มาเป็นคานห่ามผี เสร็จกิจก็ปักลำไผ่นั้นลงดินจนแทงรากเกิดต้นไผ่ใหม่ต่อไป พ่อแกรู้ดีมากทำให้ผมชักสงสัยว่าอุ้ยเป็นใคร

“พ่ออุ้ยเป็นสัปเหรอ?”

“โอ้ย...บ่อแม่น อุ้ยบ่อแม่น เฮ้อๆๆ”

“อุ้ยพอจะฮู้?บ่อ เรื่องกุมารทองน่ะ”เริ่มเข้าประเด็นของผมซะที

แกหัวเราะแฮ่ๆอย่างมีเลศนัยสลับกับปากงับเมี่ยงเสียงดัง จับๆๆดูเคี้ยวมันเหลือเกินนะ

"เฮ้อๆอันนี่ อุ้ยจะเก็บไว้ทำ ทำหยังกอที่คนกรุงเรียกเซอๆเซอร์ไพรส์!ไว้กลับไปถาม หมี ที่บ้านอุ้ยเตอะ เฮ้อๆ"

"แหม...อุ้ยเล่นภาษาฝรั่งเลยนะ"

ชายชราผู้อารมณ์ดีอยู่เป็นนิต แกชี้ให้ผมดูกองฟอนอันเป็นที่ทับถมของกองกระดูกมาหลายทศวรรษ บอกว่าพ่อแม่ลูกเมียของอุ้ยมาอยู่นี้ทั้งหมดแล้ว ว่างๆแกก็มาปัดกวาดดูแลป่าช้านี้ร่วมกับสัปเหรอ ดินที่นี้ปลูกอะไรก็ขึ้นก็งามแกเลยปลูกฝักได้มาก็แบ่งๆให้ทุกคนเพราะเห็นเหมือนลูกเหมือนหลาน บางวันเพื่อนหมีควายของผมมันก็จะมาช่วยแกปลูกฝักตามนิสัยขยันเหมือนกัน เดินมานานทั้งวันทำให้ผมรู้สึกกระหายน้ำนึกได้ว่ามีน้ำอัดลมกระป๋องหนึ่งอยู่ในเสื้อกั๊กเลยรีบเอามาเปิด

“พ่ออุ้ยดื่มโค้กไหม? อร่อยนะ”

“โอ้ย...อันนี้บ่อดี บ่อดี กิ๋นแล้วมันจะทำหื้อฟันผุ อุ้ยบ่อกิ๋นน้ำอันนี้อุ้ยเลยฟันแข็งแรง”

แล้วแกก็ยิ้มหัวเราะแฮ่ๆเห็นฟันดำเหลืออยู่ไม่กี่ซี่

“อุ้ย รั้วหน้าบ้านอุ้ยจะบ่อเหลือแล้วนะ เลิกกินเมี่ยงได้แล้วผมห่วง”

“ฮั้ว หน้าบ้านอุ้ยยังอยู่ครบ บ่อเจือ กลับไปดูหน้าบ้านอุ้ยได้เลย”

เราพูดคุยกันสนุกมาก แกยังจำผมได้ตอนเด็กเรื่องวีรกรรมไปหลอกพวกคนลักตัดไม้ในป่าช้า แกยกให้ผมกับหมีควายเป็นกุมารทองเลย ผมถามต่อว่าป่าตั้งร้อยไร่ดูแลกันแค่สองคนไหวเหรอ คนแก่หัวเราะเฮอๆทุกทีก่อนตอบอย่างเคร่งขรึม

"ป่ามันมีเจ้าเส็งแซ่คอยดูแล บ่อมีไผมาทำบ่อดีได้แน่ ผีเจ้าเปิ้นฮักษาไว้"

"เจ้าเส็งแซ่?เทวดาอารักษ์เหรอครับ"

คนแก่พยักหน้าหงึก แล้วกราดมือชี้ไปตามต้นไม้ใหญ่หลายต้นบอกว่า เจ้าเส็งแซ่ คอยดูเฮาอยู่ แต่ในสายตาของผมพ่ออุ้ยนั้นแหละคือเจ้าเส็งแซ่

อุ้ยมาส่งผมปากทางเข้าสุสาน คนแก่คุยสนุกมากพูดถึงเรื่องราวในอดีตหลายเรื่อง ผมชวนอุ้ยไปงานศพต่อแต่แกบอกว่าไม่ไป ก่อนจากผมนึกขึ้นได้เลยขอถ่ายรูปแกหนึ่งช๊อต พูดกันมาตั้งนานแต่ผมก็ยังจำชื่อแกไม่ได้สักทีมันติดๆอยู่ที่ปาก อุ้ยก็ตอบให้ทันที

“เรียกพ่ออุ้ยหนานกะพอแล้วลูกหลานเอ้ย เฮ้อๆ”

ไปถึงบ้านศพ หลังเล็กไม่ใหญ่โตเท่าบ้านผมแต่สะอาดสะอ้านน่าอยู่ ผมจำได้แล้วว่านี้เป็นบ้านอุ้ยหนานคนนั้นเอง ไม่รู้เป็นลูกหลานแกหรือเปล่าที่ตาย บนเรือนมีสมาชิก อบต. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนมาร่วมงานกันพร้อมพรั้ง ชาวบ้านมีมากกว่าตอนกลางวันสะอีกกำลังนั่งสนทนาพูดคุยถึงคุณงามความดีของคนตาย ผมรีบขึ้นกระไดเรือนเห็นเพื่อนหมีควายนั่งคับอยู่หน้าโลงคอยส่งธูปให้กับผู้มาไหว้

แล้วผมก็ต้องจังงัง รูป รูปหน้าศพนั้น

“มัน บ่อมีหรอกเพื่อนผีกุมารทองที่ว่า”

หมีควายมันพูดก่อนผมจะหายจังงังซะอีก พ่ออุ้ยหนานเป็นคนจ้างเด็กละอ่อนไปหลอกผีพวกมาลักตัดไม้ตะหาก แต่ตัวผมตอนนี้กำลังตะลึงมองรูปถ่ายหน้าศพ พ่ออุ้ยหนานคนที่พูดด้วยตั้งชั่วโมงผมยังจำหน้าแกตอนออกจากป่าช้าได้ติดตา แกยิ้มอย่างเป็นสุขเช่นเดียวกันกับภาพๆนี้เป็นภาพหน้าศพของคนแก่ที่มีรอยยิ้ม ไม่อยากจะเชื่อว่าผมคุยกับวิญญาณมาได้เป็นชั่วโมง

เพื่อนผมมันยังบอกอีกว่าพวกชาวบ้านก็ช่วยกันสร้างข่าวลือ กันไม้ให้คนมาบุกรุกป่าอีกก็เท่านั้น แล้วหมีควายก็ย้อนถามว่าผมลืมแล้วเหรอสมัยก่อนพวกเราก็เคยรับจ้างเอาตังค์จากแกเลย ทำหลอกผีผู้ใหญ่นะ ผมงี้ต้องกุมขมับเลยหลงด่าเด็กนั้นไปเยอะ

อุ้ยหนานสั่งไว้ให้เก็บศพแกไว้คืนเดียวพรุ่งนี้ให้เผาเลย เพราะไม่อยากให้ลูกหลานสิ้นเปลือง ทรัพย์สินของอุ้ยมีอยู่ไม่มากเป็นที่นาหนึ่งแปลงยกให้หมีควายไว้ทำกิน หมีควายยิ้มทั้งน้ำตา เหม่อมองดูรูปหน้าศพของพ่ออุ้ย ผมมองตามรู้สึกใจหาย หวิวๆในใจชอบกล คนแก่ดีๆคนหนึ่งจากโลกนี้ไปแล้วเหรอ ทั้งๆที่พ่ออุ้ย


เป็นคนแก่ที่ใจดีเหลือเกิน

หมีควายมันพึมพัมออกมา พ่ออุ้ยเสียตอนเช้ามืดนี้เอง แกไปดีไปงามบ่อทุกข์โศกเลย หมายถึง แกตายอย่างสงบนั้นเอง

“เอาเถอะเพื่อนรัก”ผมกอดล้อกคอมันบ้าง

“ต่อไปนี้เฮาสัญญาจะกลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆ จะช่วยเพื่อนดูแลป่าชุมชนสุสานแห่งนี้แทนพ่ออุ้ย เฮาสองคน จะปลูกฝักให้คนกินเยอะๆเลยนะ เอาป่าสุสานเป็นสวนฝักไปเลยนะเพื่อน”

ผมมองรูปหน้าศพอธิษฐานบอกพ่ออุ้ยไปด้วย

“ห้ามขี้จุ๊นะเพื่อน ปุดซีแลน ฮือๆ”

ผมชัดฝ่ามือดังป๊าบ!เข้าที่แผ่นหลังใหญ่ๆของมัน

“ตัวก็โตเป็นควายมาร้องไห้อีก อายเขา”

เปิดดูหน้าจอกล้องถ่ายรูปหน้านั้น ไม่มีรูปพ่ออุ้ยติดเลย ผมโดน ผี หลอกจริงๆแต่หลอกแบบนี้ แหม เล่นเอาผมซะเซอร์ไพร์เลยนะครับคุณพ่ออุ้ย หลอกลูกหลานได้ลงคอไม่บอกความจริงเลยนะ

เดินเข่าเข้าไปหน้าศพ จุดธูปพนมกรด้วยอาการสงบ อธิษฐานจิตให้ผู้ล่วงลับ

มีความสุขในโลกหน้านะครับพ่ออุ้ยหนาน

จุติจุตัง อะระหัง จุติ
จุติจุตัง อะระหัง จุติ
จุติจุตัง อะระหัง จุติ









Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 13:21:47 น.
Counter : 468 Pageviews.

6 comments
  
ไม่เป็นไรครับเพื่อน แวะเข้ามาเยี่ยมก่อนไปนอนน่ะ

ฝันดีครับ คุณหมอใจงาม555
โดย: เขาพนมรุ้ง วันที่: 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:40:41 น.
  
แต่สื่อกับวิญญาณได้นี่ ผมว่าเป็นเรื่องดีนะครับ แปลว่าเราจูนคลื่นได้ตรงกันครับ55 เพื่อนเก่ง

เพื่อนมาเยี่ยมแล้วคิดถึงครับ
โดย: เขาพนมรุ้ง วันที่: 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:26:18 น.
  
ฉบับนี้แก้ไขล่าสุดครับ
โดย: คุณหมอเถื่อน (doctorwar ) วันที่: 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:24:34 น.
  
with love of GOD | u will be able to pass
every difficulity in this world
belive in him and wait for the miracal
โดย: da IP: 203.144.144.164 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:57:00 น.
  
โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:14:52:28 น.
  
โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:15:52:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments