Group Blog
มิถุนายน 2563

 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ทนายอ้วนชวนเที่ยว .... แอ่วเมืองแป้ ... แพร่ - วัดหลวง
สถานที่ท่องเที่ยว : วัดหลวง อ.เมือง จ.แพร่, แพร่ Thailand
พิกัด GPS : 18° 8' 42.84" N 100° 8' 12.74" E







สถานที่ท่องเที่ยวแห่งถัดไปเป็นจุดแวะพักท่องเที่ยวสุดท้ายในเมืองแพร่ของทริปนี้  เพราะตามแพลนการเดินทางของเราจะต้องเดินทางขากลับไปพักที่พิษณุโลก  1  คืนก่อนจะแวะเที่ยววัดเก่าในจังหวัดพิจิตรก่อนเดินทางกลับบ้านครับ
 
 


 

วัดหลวง  จ.แพร่
 



 

วัดหลวง  ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านวัดหลวง ถนนคำลือ ซอย 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.แพร่  เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองแพร่  บางสำนักก็ยกวัดหลวงให้เป็นวัดแรกที่สร้างขึ้นพร้อมๆกับการสถาปนาเมืองแพร่โบราณเลยทีเดียว
 
 


วัดหลวง ว่ากันว่ามีอายุการก่อสร้างนับพันๆปี  โดยในระยะเริ่มแรกของการสร้างเมืองในบริเวณที่ราบฝั่งแม่นำยมซึ่งมีชื่อว่า  เมืองพลนคร  โดย  พ่อขุนหลวงพล  มีการสร้างวัดขึ้นในบริเวณทิศตะวันตกของคุ้มเจ้าหลวงเมื่อปี พ . ศ . ๑๓๗๒  มีการสร้าง  วิหารหลวงพลนคร  (เรียกชื่อตามผู้ที่ก่อตั้ง  เมืองพล  ซึ่งต่อมากลายเป็นเมืองแพร่)  สำหรับประดิษฐานพระเจ้าแสนหลวงพระประธานของเมืองพลนคร  และเพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา  ในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนที่เพิ่งจะร่วมกันสร้างบ้านแปงเมืองกันมา
 


ต่อมาในปี พ . ศ . ๑๖๐๐ ชนชาติขอมได้ยกทัพเข้ารุกรานเมืองพลนคร แม้เจ้าเมืองจะเข้าต่อสู้อย่างเต็มกำลังแต่ก็ไม่สามารถด้านทานทัพใหญ่ของขอมได้ ในครั้งนั้นเข้าศึกได้เผาทำลายเมืองรวมทั้งวัดวาอารามต่างๆ ได้เผาลอกเอาทองหุ้มพระเจ้าแสนหลวงไปด้วย ผู้คนจึงอพยพออกนอกเมือง  จากนั้นขอมได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น
 เมืองโกศัย 
 

จนถึง พ . ศ . ๑๗๑๙ เมื่อพม่าขยายอิทธิพลมาสู่ดินแดนนล้านนาและขับไล่ขอมออกไปจากเมืองโกศัยแล้ว พม่าได้เรียกเมืองพลว่า  
เมืองแพล   ต่อมา พญาพีระไชยวงศ์ เจ้าเมืองแพลได้ทำไมตรีกับพม่าและได้ร่วมกับ  ส่างมังการะ   เจ้าเมืองพม่า ทำการบูรณะ วัดหลวง รวมทั้งการทำทุงกระด้าง ( อ่าน “ ตุงกะด้าง ”) และเสาหงส์ซึ่งทำด้วยไม้แกะสลักเพื่อถวายเป็นพุทธบูชานอกจากนั้น เจ้าเมืองแพลและชาวเมืองแพลยังได้ร่วมสร้างพระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ โดยการก่อเจดีย์ ด้วยอิฐปูนรูปทรง ๘ เหลี่ยม บนฐานสูง ๑ เมตร รูปสี่เหลียมจัตุรัส พร้อมกันนั้น ได้หุ้มทองพระเจ้าแสนหลวงและขนานนามวัดเสียใหม่ว่า วัดหลวงไชยวงศ์
 


ในปี พ.ศ. ๑๘๗๙ เมืองแพลตกเป็นประเทศราชของกรุงสุโขทัย สมเด็จพระมหาธรรมราชลิไทได้เสด็จขึ้นมาสร้างและบูรณะวัดหลายแห่งในอาณาจักรล้านนา สำหรับวัดหลวงโปรดฯ ให้บูรณ์ะพระธาตุหลวงไชยช้างค้ำด้วยการสร้างเจดีย์ใหม่ครอบองค์เดิมแล้วพระราชทานแก่วัดว่า   
วัดหลวงสมเด็จ  ในปี พ.ศ. ๒๐๕๙ พระสร้อยสุริยะ เจ้าเมืองแพร่ ได้บูรณะวัดหลวงโดยมีพระเมืองแก้ว กษัตริย์เมืองเชียงใหม่เป็นผู้อุปถัมภ์ ต่อมา มีการบูรณะศาสนสถานในวัดหลวงโดยเจ้าเมืองแพร่องค์ต่อๆ มา ด้วยการสร้างปูชนีวัตถุต่างๆ ได้แก่พระพุทธมิงเมืองและพระเจ้าแสนทอง ซึ่งสร้างโดยเจ้าเมืองแพร่จันทราเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๕ จากนั้น เจ้าหลวงพิมพิสาร ได้ทรงสร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเดิมที่ถูกไฟไหม้ อนึ่งในปี พ.ศ. ๒๔๔๕ พระธาตุหลวงงไชยช้างค้ำชำรุดพังลงด้านหนึ่งครูบาเจ้าธรรมชัยจึงทำการบูรณะขึ้นใหม่
 

จากนั้นเป็นต้นมา มีการบูรณะศาสนสถานต่างๆ ภายในวัดเพิ่มโดยลำดับ ได้แก่ พระวิหารหลวงพลนคร พระอุโบสถพระธาตุไชยช้างค้ำ ซุ้มประตูวัด หอพระธรรม รวมทั้งพระพุทธรูปอีกหลายองค์ จนวัดหลวงมีสภาพที่สมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
 
 


วิหารหลวงพลนคร   เป็นวิหารทรงโรง  ขนาด  6  ห้อง  ห้องด้านหน้าเดิมน่าจะเป็นมุขหน้า  2  ห้อง  (เดิมเข้าใจว่าคงจะเป็นโถงมุขหน้าโล่งๆ  ต่อมาภายหลังจีงก่อนผนังเพิ่มเติมให้เป็นวิหารแบบปิด  เจ้าของบล็อกเดาเอาจากหน้าต่างพระวิหาร  2  ห้องแรกที่ไม่มีการเจาะหน้าต่างแต่ทำเป็นช่องลูกกรงให้แสงแดดและลมผ่านเข้าไปภายใน  ต่างจาก  4  ห้องถัดไปจะมีการเจาะหน้าต่าง)  มีการทำซุ้มประตูทางเข้าตกแต่งอย่างสวยงาม 





 






ตัววิหารก่อด้วยอิฐถือปูน  ยกพื้นสูงจากพื้นดิน  มีบันไดนาคปูนปั้นทาสีสวยงาม









 


หลังคามี  2  ตับ  และซ้อนกัน  2  ชั้น  ใบระกาเป็นรูปพญานาคแบบล้านนา  ส่วนช่อฟ้าทำเป็นรูปหงส์






 



 
หน้าบัน  (หน้าแหนบ)  สร้างด้วยไม้สัก แกะสลักลวดลายหน้ากาลคายช่อดอกไม้แล้วมีเทพยืนพนมมือ  2  ข้างมีรูปสัตว์  (ลิง)  หรือเปล่าไม่แน่ใจกับลายก้านขด  ด้านล่างหน้าแหนบมีแถวเทพยืนพนมมือ  12  องค์

ส่วนของรวงผึ้งแกะเป็นรูปสิงห์  8  ตัว  เป็นคู่  3  คู่  อยู่ตรงกลาง  อีกข้างละตัวยืนเดี่ยวๆ  ส่วนรวงผึ้งตรงปีกนกก็ทำเป็นรูปสิงห์ยืนเรียงกันด้านละ  6  ตัว










 

เมื่อผ่านซุ้มประตูทางเข้าจะมี 
โขงประตู  ด้านในอีกหนึ่งชั้น  คาดว่าน่าจะเป็นประตูทางเข้าเดิมตรงโถงข้างหน้าซึ่งภายหลังมีการก่อปิดจนทึบ  โขงประตู  มีลักษณะเพรียวแต่ลายปูนปั้นออกจะลบเลือนไปตามกาลเวลา















 
 
ด้านใน 
โขงประตู  มีการวาดรูปพระพุทธเจ้าทั้ง  29  พระองค์และหม้อปูรณฆฎะ  (พระพุทธเจ้าในอดีต  28  พระองค์  กับ  พระศรีอาริยเมตไตรซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตอีก  1  พระองค์)









 
 
ภายในพระวิหารไม่มีการตกแต่งใดๆ  (หรืออาจจะมีแต่มีการบูรณะแบบลบไปแล้ว)  ท้ายพระวิหารประดิษฐานพระเจ้าแสนหลวง พระพุทธรูปขนาดใหญ่ประทับนั่งปางสมาธิ  ศิลปะล้านนาผสมกับสุโขทัย (น่าจะเป็นล้านนาอย่างเดียวเพราะมีพุทธลักษณะคล้ายๆกับพระพุทธรูปในเมืองน่าน – เจ้าของบล็อก) 

ภายในวิหารจึงเป็นที่เก็บแผ่นไม้สัก ขนาดความยาวประมาณ ๓ เมตร แกะสลักลวดลายที่ชัดเจนเป็นรูปพญานาค ๔ คู่ ซึ่งเรียกว่า
“ ตุงกระด้าง ” โดยตอกติดกับเสาไม้










 
พระวิหารไม่มีเพดาน  แต่ท้ายพระวิหารตรงกับที่ประดิษฐาน  พระเจ้าแสนหลวง  มีเพดานทำเป็นดอกไม้  9  ดอก  เป็นความเชื่อเช่นเดียวกับการทอผ้าโฮลปิดานของภาคอีสานที่นิยนทอผ้าไหมมัดหมี่เพื่อขึงเหนือพระพุทธรูป  เพื่อกำหนดบริเวณอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอาคาร  บางความเชื่อบอกว่าทำเลียนแบบคันธกุฎีที่ประทับของพระพุทธเจ้า








 


 
 
เสาที่เขียนลายทองในพระวิหาร  2  ต้น  ข้างพระเจ้าแสนหลวงเจ้าของบล็อกคาดว่าน่าจะเป็นเสาเดิมของพระวิหารซึ่งเดิมคงเป็นวิหารเครื่องไม้จำเป็นต้องมีเสาหลวงเป็นคู่ๆตามจำนวนห้อง  แต่เมือมีการบูรณะเป็นวิหารแบบก่ออิฐแล้วใช้การถ่ายน้ำหนักหลังคาลงบนผนังจึงสามารถตัดเสาพระวิหารออกไป  คงเหลือคู่สุดท้ายตรงพระประธานไว้ตามเดิม






 
 
 


ตรงข้ามกันกับพระวิหารห่างออกไปประมาณ  20  เมตร  มีประตูวัดที่เก่าแก่ เรียกว่า
"ประตูโขง" ซึ่งแต่เดิมใช้เป็นประตูของเจ้าเมืองผ่านเท่านั้น  มีลักษณะคล้ายเจดีย์ย่อมุม  ก่อด้วยอิฐโบราณถือปูนและอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม  ปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว  โดยภายในฉาบด้วยปูน  ด้านหน้าก่ออิฐถือปูนปิดทางเข้าออก นอกจากนี้มีการสร้างกำแพงวัดด้านหน้าเพิ่มเดิม รวมทั้งสร้างประตูวัดขึ้นใหม่






 



 
 
ติดกับพระวิหารเป็น  น่าจะเป็นพระอุโบสถของวัดหลวงมีชื่อว่า ”
โบสถ์เจ้าผู้ครองนคร ” สร้างด้วยอิฐถือปูน มีขนาดย่อมกว่าวิหารมาก  ที่หน้าแหนบของซุ้มประตูแกะสลักเป็นรูปช้าง  ที่เครื่องบนใบระกาเป็นแบบภาคเหนือแต่ช่อฟ้าเปลี่ยนไปเป็นแบบภาคกลาง
 
บันไดทางขึ้นด้านหน้าตรงประตู ๑ ช่อง ซึ่งตัวบันไดมีความกว้างประมาณ ๑ เมตร ภายในโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ๑ องค์  บางเวบบอกว่าคือ  พระเจ้าแสนทอง ซึ่งสร้างโดยเจ้าเมืองแพร่จันทราโดยมีจารึกอักษรฝักขามใต้ฐานด้านหน้าพระพุทธรูป










 
 






ด้านหลังพระอุโบสถคือ 
หอไตร 
 










ด้านหลังของพระวิหารเป็นที่ตั้งของ 
พระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ  ซึ่งสร้างด้วยอิฐถือปูนทาสีขาวและเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุที่นำมาจากเมืองหงสาวดี รูปแบบการก่อสร้าง เป็นศิลปะล้านนารูปทรง ๘ เหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐานรูปเหลี่ยมจัตุรัส มีความกว้างงด้านละประมาณ ๕ เมตร ฐานสูงจากพื้นดินประมาณ ๑ เมตร รอบๆ องค์พระธาตุ จะมีซุ้ม ๔ ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูปโดยช่องกลางระหว่างซุ้มทั้ง ๔ ทิศ จะมีรูปปั้นช้างสีขาวครึ่งตัวโผล่ออกมาจากตัวพระธาตุ ส่วนยอดของพระธาตุประดับด้วยช่อดอกไม้สีทอง

























 
139140139














 



Create Date : 15 มิถุนายน 2563
Last Update : 15 มิถุนายน 2563 20:41:31 น.
Counter : 359 Pageviews.

13 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณSleepless Sea, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณอุ้มสี, คุณkae+aoe, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณหอมกร, คุณtuk-tuk@korat, คุณKavanich96

  
เราชอบวัดทางเหนือตรงสีสันสดใสนี่ล่ะคะ..
แล้วถ่ายรูปในวันฟ้าเปิดๆนะ.. ดูสว่างตาไปหมดเลย
ปักหมุดไว้ก่อน.. ไว้ต้องมีโอกาสไปตามรอยแน่..
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 15 มิถุนายน 2563 เวลา:21:30:22 น.
  
สวัสดีครับ

ตามมาเที่ยววัดด้วยครับ
ชอบโครงหลังคาทาสีแดง สวยดีครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 15 มิถุนายน 2563 เวลา:21:36:56 น.
  

มาเที่ยวด้วยค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:2:06:01 น.
  
เมืองแป่....เป็นเมืองไม้สักก็ว่าได้นะครับคุณบอล

ผมอ่านข้างบนแล้วสังเกต ปนเดา 555 เมื่อมีไม้สักเยอะเลยทำ ตุงกระด้าง หรือธงแข็งถื่อ เพราะคงทนนาน...กว่าธงหรือตุงทีทำด้วยผ้า
ทอมือยาว ๆ ปลิวไสวยามลดพัดมา

...

อ่านข้างบนอีก เจอว่า ส่างมังการะ เจ้าเมือง... เดาอีกแหละ
คำว่า ส่าง หมายถึง "ช่างไม้ข่างก่อสร้าง" เป็นช่างฝีมือเอก
ทำงานให้ เจ้าเมืองพม่า ที่ไปยีดครองเมืองแป่

ค่าที่จาร หรือเขียนตำนาน คงจะเขียน ส่างมังการะ และเจ้าเมือง
พม่า หรือ ส่างมังการะ & เจ้าเมืองพม่า

...
คุณบอลคงจะ สันนิษฐานว่า ไวน์อ่านเชอร์ล๊อคโฮมมาก 555

ไปละแล้วจะมาแซวใหม่
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:5:01:43 น.
  
อ้อ ลืม..ไปว่า ฟัง ล่องแม่ปิง เวอร์ชั่น วงออเครสตร้า กระหื่มไพเราะ
อีกแบบ
ผมฟังที่คุณบอลเกาะเกี่ยวมา เสียงดังกว่า วงที่เล่นเป็นสีดำเข้มยูทูป
คุณบอลเพิ่มเสียงใช่เปล่าครีบ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:5:06:03 น.
  
เยี่ยมครับ
โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:6:23:15 น.
  
ยอดเยี่ยม
วัดสวยงามมากเลยจ๊ะน้องบอล
แวะมากราบไหว้
โดย: อุ้มสี วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:7:37:01 น.
  
วัดสวยมากค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:8:02:44 น.
  
ตามมาไหว้พระชมวัดค่ะ
คิดว่าเคยได้ไปเองแล้ว
แต่ชมไม่ได้รายละเอียดเท่าคุณบอลพาไป
เพลงเพราะมากนะคะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:8:49:52 น.
  
ทนายอ้วน Travel Blog ดู Blog
แวะมาตามเที่ยวด้วยคน สวยดูสงบใจมากจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:14:44:26 น.
  
ตามมาเที่ยวค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:17:10:16 น.
  
ชอบไปไหว้พระทำบุญ ชมวัดงามตา ถ้ามีวัตถุมงคลก็บูชามาด้วยครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:22:50:26 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 17 มิถุนายน 2563 เวลา:5:05:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 144 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร