พฤษภาคม 2563

 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน (ตอนที่ 10)
  ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน 
(ตอนที่  10)

บล็อกนี้  ก็มาถึง ตอนที่ 10 แล้ว นะคะ  บล็อกหน้า ก็จะเป็นบล็อกปิด
ทริป ของ การไปแสวงบุญครั้งแรกของฉัน ค่ะ  
เช้านี้ พวกเราก็ต้องเตรียมแพ็คของทุกอย่างทั้งเสื้อผ้า  ของที่พวกเรา
หาซื้อกันมาใส่กระเป๋าเดินทาง ตรวจสอบสิ่งของ
ภายในห้องอย่าให้หลงเหลือไว้  เพราะเราจะต้องเดินทางไปยังเมือง
พาราณสี  และพักที่วัดไทยสารนาถ วัดที่เรา
มาพักคืนแรกของทริปนี้ ค่ะ  พักที่นี่อีก 1 คืน  แล้วพวกเราก็จะจบทริป
แสวงบุญในครั้งนี้  เดินทางกลับเมืองไทยในวันที่ 2 มี.ค

1  มี.ค. วันนี้  หลังจากที่จัดการเรื่องกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว ฉัน
กับเอม ก็ออกมาจากห้องไปที่ห้องอาหารซึ่งยังจัด
ไม่เสร็จ แต่ทางเจ้าหน้าจัด ชา กาแฟ  ไว้ให้พวกเราได้ดื่มกันก่อนแล้ว
มีจัดใบกัญชาไว้ด้วยนะ  เจ้าหน้าที่บอกว่า นำใบกัญชา
ใส่ถ้วยสัก  4-5 ใบ แล้วชงน้ำร้อนใส่  ดื่มแล้วจะทำให้สุขภาพดี  ที่วัด
มีปลูกต้นกัญชาด้วย  มีทำพืชผักสวนครัวด้วย ค่ะ 
ประมาณ 6 โมงเศษ ๆ  อาหารก็เสร็จเรียบร้อย   พวกเราก็ทยอยกันเข้า
มาที่ห้องอาหาร  ตักข้าว  มีไข่เจียว และผัดผักเป็นอาหารหลัก
อาหารอร่อยทุกมื้อ  ทานเสร็จก็โด๊บยาแก้ไข้หวัดกันอีก 1 ชุด จอยไป
จัดหามาให้  เอม ก็ขอกินอีก 1 ชุด เหมือนกัน 

หลังจากที่ทานข้าวมื้อเช้าแล้ว ทุกคนต่างเข้าห้องน้ำกันอีกรอบ  เพราะ
วันนี้ต้องเดินทางไกลไปเมืองพาราณสี  ก่อนจากวัดนี้
พ่อค้าอินเดียก็มีโอกาสมาขายของพวกเราอีกครั้ง  มาด้วยรถจักรยาน
มีผ้าบรรทุกมาเต็มรถ  ทั้งผ้าพันคอ เสื้อสไตล์อินเดีย
ผ้าปูโต๊ะ  และมีหลาย ๆ อย่าง  พวกเราก็ยังทนตื้อไม่ไหว  ใจอ่อน ต่อ
ถูก ๆ เขาก็ขาย  เพราะบอกไม่ขายจะไปขึ้นรถแล้วนะ
ใช้ไม้นี้ก็ได้ผลนะ เขาก็ยอมขายเราก็รู้ราคาแล้วจากคนอื่นที่ซื้อไป เช่น
เสื้อ น้อง ๆ เขาซื้อมาแล้ว 120 บาท  เราก็ต่อไป 100 บาท
ถ้าขาย จะซื้อ 2  ตัว  ตอนต้นก็ไม่ยอม  พวกเราก็เดินไปจะขึ้นรถ เขาก็
ยอมขายให้  ห้าห้า กลเม็ดคนไทย ก็ไม่น้อยกว่าแขก นะ
กว่ารถจะเคลื่อนออกจากวัดก็น่าจะเจ็ดโมงเช้ามั้ง  ขึ้นรถมาสักพักแล้ว 
พระอาจารย์ ก็นำให้พวกเราทำวัตรเช้า  สวดมนต์ 
เหมือนทุกวันที่เราทำค่ะ  เปิดเจอหน้าที่สวดบ้าง  ไม่เจอบ้าง  เหะเหะ 
บางคนสวดได้สักพัก  ก็เงียบ ปิดหนังสือสวดมนต์  งีบ
หลับไปแล้ว ห้าห้า  วันท้าย ๆ  ทุกคนคงเริ่มเพลียกันแล้ว  พระอาจารย์
นั่งนำสวด ไม่รู้หรอกว่า หลายคนงีบไปแล้ว อิอิ
หลังจากทำวัตรเช้ากันเรียบร้อยแล้ว  ก็เริ่มกิจกิจกรรมใหม่  นั่นก็คือ
ให้สมาชิกแต่ละคนออกมาพูดที่หน้ารถ พูดถึง
ความประทับใจที่ได้มาร่วมแสวงบุญในครั้งนี้  และพูดความในใจที่
อยากจะพูด  เป็นการทำให้รู้จักสมาชิกด้วยกันมากยิ่งขึ้น
น่าเสียดาย  ที่มีคนถ่ายรูปคนที่พูดไว้ไม่กี่รูป  ฉันเองก็ถ่ายรูปน้องเบญจ์
ไว้รูปเดียว   อีก 4 รูป ได้จากกล้องของท่านมหาเหมือน
กล้องอื่น ๆ ฉันไม่เห็นมีเลย ค่ะ ก็ได้เพียงเท่าที่เห็นนี้ค่ะ 



คนแรกที่พูดความในใจ  คือ น้องโฆษิต  (ใหญ่)  น้องเล่าเรื่องยาว
มาก  มาครั้งแรก  ชวนภรรยามาด้วย แต่ภรรยาไม่ยอมมา
น้องคนนี้รับหน้าที่หิ้วเครื่องเสียงติดตามพระอาจารย์ตอนถือไมค์
บรรยายตามที่ต่าง ๆ ตลอดทริป ค่ะ เล่าว่ามาครั้งนี้
เพราะน้องต้อย  (จิรพันธ์)  เป็นผู้ชวนมาทริปแสวงบุญครั้งนี้ ค่ะ เขา
พูดเสียงดัง  แนวตลก  ฮา ฮา 
คนที่สอง  คือ น้องอินทร์แปลง  เล่าว่า  อาชีพ คือ ครูเกษียณแล้ว อยู่
จังหวัดเลย  น่าจะมาพร้อมน้องบัวลาและน้องบุญชู
คนที่ 3 น้องสุนทร  คนที่ 4  น้องบัวลา นักร้อง ค่ะ  ร้องเพลงปริญญาใจ
ร้องเพราะมาก เลย ค่ะ คนต่อไป ตามด้วย น้องบุญชู
ซึ่งเป็นพี่ของน้องบัวลา  ทั้งคู่เป็นครูเหมือนกัน ต่อด้วยเอมอร เอมอร
เป็นคนพูดตรงมาก  บอกว่า ตัวเองไม่เคยสนใจเรื่องศาสนา
สวดมนต์ก็ไม่เคยสวด  แต่มาครั้งนี้เขาประทับใจและเริ่มเห็นความ
สำคัญของการสวดมนต์และจะเริ่มสวดมนต์
ต่อจากนี้ก็ถึงคราวฉันพูดบ้าง  ฉันก็พูดไปตามความรู้สึกว่า มาครั้งนี้ ฉัน
ดีใจมาก เพราะตั้งใจจะมา นมัสการ สังเวชนียสถาน
ทั้ง 4 แห่งสักครั้งหนึ่งในชีวิต และก็ได้มาในครั้งนี้สมดังความตั้งใจ
จึงรู้สึกดีใจมาก และขอบใจคณะดำเนินงานได้ประทับใจ
อย่างยิ่ง  อาหารการกินนำมาให้กินในรถเต็มอัตราเลย  
ตามด้วย น้องแจ่มศรี   ผู้มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ คือเสียงห้าวเหมือน
ผู้ชาย  อิอิ แต่น่ารัก พูดจาตรงไปตรงมา  เล่าให้ฟังว่า
เคยมาอินเดียแล้ว แต่ก็หลายปีมากแล้ว  น้องต๋อย เมทินี  เป็นผู้
ออกมาพูดต่อ  น้องต๋อย  ตัวโต หน้าเหมือนแหม่มเลย
เล่าว่า ดีใจและประทับใจที่ได้มาแสวงบุญกับ  เพิ่มบุญพูนสุข ทัวร์ ค่ะ 
ตามด้วย พี่น้องสามคนที่พาคุณแม่มา  ก็พูดว่า  ดีใจ
ที่พาแม่มา แสวงบุญครั้งนี้ ประทับใจทุก ๆ เรื่อง  (วัยรุ่นพูดเก่ง)  แล้ว
ก็มาถึง น้องนก  ซึ่งมาจากภูเก็ต ไกลมากเหมือนกันนะเนี่ย
แสดงว่ามีความตั้งใจมาก ๆ ทีเดียว  ทุกคนที่ออกมาพูด สรุปได้ว่า
ประทับใจ ทุกคน ค่ะ  มาถึง คนสำคัญ  คือ น้องเล็ก 
ฉันว่า น่าจะเป็นหัวหน้าคณะในการดำเนินงานครั้งนี้ นะ เพราะเห็นวิ่ง
เหนื่อยหลายเรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องที่พัก  พักวัดไหน  เธอต้องวิ่ง
ไปประสานกับเจ้าหน้าที่ของวัด  นำกุญแจห้อง  จัดให้สมาชิกนอนตาม
ห้องต่าง ๆ เรื่องจัดที่นั่งบนรถ  เธอก็ต้องเขียนชื่อ
มาแปะไว้ที่เบาะให้นั่ง  ให้สมาชิกนั่งตามชื่อ  จะได้ไม่ต้องจองที่นั่งกัน
ให้วุ่นวาย  หลักการก็จัดดี  พระและสมาชิกผู้ชายให้นั่ง
ประกบพระไว้ เวลาเดินกันในรถ จะได้ไม่ถูกตัวพระหรือถูกจีวรพระท่าน
ส่วนผู้สูงอายุ ก็ให้นั่งแถวหน้าของรถต่อจากพระ 
น้อง ๆ ผู้ดำเนินงานอยู่หลังรถเป็นส่วนใหญ่ ค่ะ   น้องเล็กพูดได้มาก
กว่าเพื่อน ได้แจงงานที่ทำในครั้งนี้  และบอกว่า
ดีใจที่ได้มาร่วมแสวงบุญร่วมกับสมาชิกทุกคน  บอกอาชีพว่า ตัวเอง
เป็นเซลขายเครื่องสำอาง  เทลมี  อ้อ ! มิน่าเล่า
ถึงได้พูดเก่งมาก พูดเป็นน้ำไหลไฟดับเลย  ห้าห้า  เธอเก่งทั้งการค้า
การขาย  ร้องเพลงก็เก่ง  ร้องเพลง ทรายกับทะเล ด้วย
ตามด้วย เหน่ง  น้องสาวของเล็ก  หนึ่งในคณะทำงาน  ผู้มีเสียง
หัวเราะเป็นเอกลักษณ์  เธอนั่งอยู่หลังรถ 
เวลาใครพูดตลก เธอชอบใจ  เธอจะหัวเราะเสียงดังมาก  จนคนต้อง
หันไปมองหาว่า  เสียงหัวเราะของใคร หว่า  ห้าห้า 
ทุกคนสรุปจบด้วยการบอกว่า  มาทัวร์ครั้งนี้ประทับใจ  ทุกคนรักใคร่
กลมเกลียวกัน สามัคคี พร้อมเพรียงกัน  ไม่มี
เรื่องที่ต้องทำให้หนักใจ    โดยเฉพาะโชคดี  ที่มีพระอาจารย์ ดร.
มหากิติพันธ์  มาบรรยายให้ความรู้มากมาย
น้องหน่อย  หนึ่งในคณะกรรมการดำเนินงาน  ก็บอกว่า ทุกคนก็พูดไป
มากแล้ว  คล้าย ๆ กัน ทั้งนั้น เลยขอร้องเพลงให้ฟังดีกว่า 
เสียงน้องหน่อยไพเราะได้อารมณ์ดี ชื่อเพลงว่า "รางวัลชีวิต" เป็นเพลง
ที่ฉันชอบมากเพลงหนึ่งและเหมาะกับการมาแสวงบุญ
ที่อินเดียครั้งนี้ด้วย  เพราะเนื้อร้องเกี่ยวกับเรื่องของกรรมเวร ตรงกับ
หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ด้วยค่ะ  
ฉันจึงได้นำเนื้อเพลง "รางวัลชีวิต" มาให้ผู้อ่านได้อ่านเนื้อหาที่ร้องโดย
อุมาพร  บัวพึ่ง  ค่ะ  

เพลง รางวัลชีวิต

พระพุทธองค์ ท่านทรงสอนเรื่องเวรกรรม คนไหนใครทำ กรรมเคยก่อ
เอาไว้อย่างไร ก่อน นั้น เคยทำกรรมไว้ชาติใด
ชาตินี้ต้องได้ รับกรรมที่ทำก่อนนั้น ตัวฉันคงทำ แต่กรรมซ้ำอยู่เสมอ
ชาตินี้จึงเจอ เวรกรรมเก่าเข้าย้อนผูกพัน ปวด ร้าว
ตรอมตรมขื่นขมอนันต์ ทำดี สารพันรางวัลที่ได้ก็คือเคราะห์กรรม
โธ่ เอ๋ย พระเจ้าไม่เคยปรานีในชาตินี้ ทำดีไม่เคยก่อกรรม
หวัง ให้ ผลบุญได้น้อมนำ ล้างเวรที่เคยทำ แต่ชาติ ปาง ก่อน สิบนิ้ว
ประนม สวดมนต์พร่ำบ่นบูชา กุศลนำมา จงนำข้าสิ้นเวร
ดั่งวรณ์ หากแม้ ชีวีสิ้นลับดับมรณ์ เวรกรรม ทุกชาติก่อน บรรเทา
ผันผ่อน อย่าตามซ้ำเลย


เพลงจบได้รับการปรบมือเสียงดังเลย ค่ะ  เสียงเพราะ  จากนั้น น้องยุ้ย
ก็กล่าวความประทับใจ  ตามด้วยน้องวรรณ 
น้องวรรณพูดน้อย  บอกแต่ว่ามาครั้งนี้ ประทับใจมาก  ส่วนน้องจอยก็
ไม่ได้พูดอะไรมาก  แต่ทำบุญอีก 10000  บาท ถวาย
พระอาจารย์กิติพันธ์  ทุกคนปรบมือใหญ่  ขอให้เสี่ยจอย จงเจริญ อิอิ
ทำไมจึงเรียกเสี่ยจอยนะ  คงเป็นเพราะน้องเขาดูห้าว ๆ มั้ง 
ยุติ การกล่าวความในใจ ที่น้องจอย  เพราะถึงวัดไทยสะสาราม  วัดที่
พวกเราจะแวะทานข้าวมื้อกลางวันและทอดผ้าป่า ค่ะ 
วัดนี้ น่าจะเป็นวัดค่อนข้างใหม่  เพราะเห็นกำลังมีการก่อสร้างอยู่ วัด
นี้เขาเลี้ยงข้าวด้วยค่ะ  มีก๋วยเตี๋ยวด้วย รสชาติ
อร่อยดี ร้อน ๆ  มีกาแฟ มีชา  แล้วแต่ใครจะทำบุญหยอดใส่กล่อง ค่ะ  
หลังจากทานมื้อเที่ยงกันเรียบร้อยแล้ว
พวกเราก็ขึ้นบันไดไปที่ห้องที่เราจะทอดผ้าป่า  มีคณะอื่นมาก่อนเรา
ด้วยค่ะ  พวกเราก็จัดที่นั่งอีกกลุ่ม แล้วผู้มีหน้าที่
ในการบอกบุญก็ทำหน้าที่ ค่ะ วัดนี้ ฉันทำบุญไป 200  บาท หยอด
กล่องไปอีก  40 บาท  ค่ะ  มาชมรูปกันค่ะ 


ประตูทางเข้าวัดไทยสะสาราม  มีมัคคุเทศก์ จันดัล เป็นนายแบบ อิอิ


เตรียมพร้อมเพื่อการทอดผ้าป่าวัดรองสุดท้าย  ค่ะ 




พิธีทอดผ้าป่าที่วัดไทย สะสาราม  ค่ะ 

หลังจากที่ออกจากวัดแล้ว  พวกเราขึ้นรถ  กิจกรรม การพูดถึงความ
ประทับใจ ก็ดำเนินต่อไป ค่ะ  เริ่มด้วยน้องคนที่ 3
ในจำนวนพี่น้อง สามคนที่มาเป็นเพื่อนแม่  (คนที่อ้วนที่สุด) น้องยัง
เป็นวัยรุ่น  พูดตรงไปตรงมา เล่าว่า เรื่องสวดมนต์
น้องไม่รู้เรื่องหรอก  เพราะอยู่โรงเรียนคริสต์  มาทัวร์ทริปนี้ รู้สึกดีมาก
เพราะทำให้สวดมนต์พอจะเป็นบ้างแล้ว
จากน้องคนที่ 3  ก็มาเป็นคุณแม่ของพี่น้องสามคนนี้  น้องผู้เป็นแม่ก็
พูดเนิบ ๆ ชอบมาแสวงบุญ เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง
มาครั้งนี้ ก็ประทับใจคณะทำงานและเพื่อนร่วมทริปทุกคน  ค่ะ ต่อไป
ก็ถึงคิว น้องหยก  น้องเป็น ผอ. เกษียณ รักการท่องเที่ยว
เพราะบอกว่า เพิ่งกลับจากโคเอเซีย แล้วก็มาต่อทริปนี้เลยค่ะ 
จาก น้องหยกแล้ว  ก็มาเป็นหลานของน้องหยก  น้องคนนี้ดูเซอร์ ๆ ดี
แต่เก่งนะ เล่าว่า  เคยไปวาดรูปที่อเมริกามาด้วย
เธอเล่าว่า  ตอนต้น ไม่คิดที่จะมาอินเดียเลย  แต่เมื่อมาแล้ว ก็ชื่นชอบ
ประทับใจทุกคนในทริปนี้ ค่ะ  จากน้องคนนี้แล้ว  
เป็น พี่ทิพย์วารี  พี่ทิพย์วารี อายุมากที่สุดในทริปนี้  แต่ยังแข็งแรง
แกไม่ยอมนั่งเสลี่ยงเลยนะ เดินขึ้นทั้ง 3 เขา เยี่ยมจริง ๆ 
พี่เขาเล่าว่า  มาอินเดียครั้งที่ 2 และคิดว่า ถ้าไหวจะมาอีก  ค่ะ 
ต่อจากพี่ทิพย์  ก็เป็นน้องประเทือง  น้องเขาก็พูดน้อย
น้องเป็นพี่สาวของ พระมหา ดร.กิติพันธ์  มาอินเดียครั้งแรกเหมือนกัน
ก็บอกว่าได้มา และประทับใจกับทริปนี้เช่นกัน 
ตามด้วย น้องจุ๊  บอกว่า มาเป็นครั้งที่ 8 แล้ว  แต่ก็จำอะไรไม่ค่อยได้
เพราะพระอาจารย์บรรยาย  น้องนางเธอก็หลับค่ะ
รับสารภาพตรง ๆ ทำเอาสมาชิก ฮา กันสนุกสนาน  อิอิ  แล้วก็ตามด้วย
น้องต้อย  พี่สาวของ จุ๊  เป็นสตาฟ งานนี้ เช่นกัน 
เป็นมือกล้องของทริปนี้อีกคนค่ะ  อัธยาศัยดี  บางสถานที่ฉันจำไม่ได้
ต้องถามน้องต้อย  ก็ให้ได้ความกระจ่างได้ ค่ะ 
ฆราวาสหมดแล้ว  ก็มาถึงพระสงฆ์ค่ะ  แต่ละรูปก็บอกว่า ดีใจที่ได้มา
แสวงบุญครั้งนี้  พระเขียวและพระจ่อย  ได้ยินมาว่า
ผู้ที่นิมนต์ท่านมา  คือน้องเล็กกับใครบ้าง ไม่ทราบ   ช่วยกันเกี่ยวกับ
เรื่องปัจจัยในการเดินทาง  ส่วนท่านมหาเหมือน  มีน้องแจ่ม
กับน้องจอย และใครอีกบ้างก็ไม่ทราบ  เป็นผู้ช่วยเรื่องปัจจัย
ในการเดินทาง  ขออนุโมทนาบุญ ด้วยค่ะ  ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำครั้งนี้
ส่งผลให้มีแต่ความสุข  สุขภาพแข็งแรง ๆ ตลอดไป ค่ะ 

วันนี้ทั้งวัน  เป็นการเดินทางที่ยาวไกล  เรามาถึงเมืองพาราณสี ก็เป็น
เวลาน่าจะบ่ายสามบ่ายสี่แล้ว น่ะ ค่ะ จุดหมายปลายทาง คือ
มานมัสการ หมู่พุทธสถานในสารนาถ ค่ะ  ท่านผู้อ่านคงจำได้นะคะ
ว่า  มาวันแรก  เรามาแล้วครั้งหนึ่ง  มาเอาช่วงเย็น
มากพอควร  แต่เดินได้แป๊บเดียว  ฝนก็โปรยลงมา  เราเลยต้องรีบ
กลับไปที่วัดไทยสารนาถ ซึ่งเป็นที่พักคืนแรก และวันนี้
เราก็มาพักที่นี่อีกคืน เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะพักก่อนเดินทางกลับไป
ประเทศไทยของเรา ค่ะ  เรามาทราบความเป็นมา
ของเมืองสารนาถ ก่อนจะไปกราบนมัสการ พุทธสถาน  นะคะ 

เมือง สารนาถ  ในสมัยก่อน เรียกว่า  ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แปลว่า
เขตป่าอภัยทานแก่สัตว์  เป็นป่าบำเพ็ญเพียร
ของเหล่า ฤาษี  เมืองนี้  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองพาราณสี แคว้น
อุตรประเทศ   เมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้ว 
ได้เดินทางมาโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5ในฐานะที่ปัญจวัคคีย์เคยอยู่
ปรนนิบัติพระองค์ตอนที่พระองค์ทำทุกรกิริยา จึงใคร่จะโปรด
เป็นกลุ่มแรก  เป็นการแสดงปฐมเทศนาและพระธรรมอื่น ๆ แก่เหล่า
ปัญจวัคคีย์  และได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด
และยังได้สาวกเพิ่มมาอีก 45  รูป  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  คือ พระยสะ
พร้อมกับบริวารของพระยสะ  พร้อมกับมารดาและภรรยา
ของพระยสะ  เป็นอุบาสก อุบาสิกา คู่แรกของโลกด้วย  ทำให้การจำ
พรรษาแรกที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  มีพระอรหันต์
รวม 60 รูป  พระโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์องค์แรก 
เป็นวันครบไตรรัตน์  คือ พระพุทธ   พระธรรม  พระสงฆ์  คือ 
พระพุทธองค์ได้แสดง"
 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แปลว่า พระสูตร
แห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร 
ซึ่งพระโกญฑัญญะได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์รูปแรก จึงได้ชื่อว่า พระ
อัญญาโกณฑัญญะ ในวันขึ้น  15  ค่ำ เดือน 8 
เป็นวันที่มี  พระพุทธ  พระธรรม พระสงฆ์ ครบ วันนี้ ก็คือวัน
อาสาฬหบูชา  และพระพุทธองค์ ได้ส่งพระสาวก
ทั้ง 60 รูป ออกเผยแผ่พุทธศาสนา  เมืองสารนาถ จึงเป็นสถานที่
ที่พระพุทธองค์ทรงประกาศพุทธศาสนา
และเริ่มส่งสาวกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นกลุ่มแรก  และเชื่อกัน
ว่า จุดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา ก็คือ 
ธรรมเมกขสถูปซึ่งเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด เมืองสารนาถ 
จึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งศูนย์กลาง
พระพุทธศาสนาแห่งแรก หลังพุทธกาล ประมาณ 300 ปี พระเจ้า
อโศกมหาราชได้เสด็จมาที่สารนาถ ในปี พ.ศ. 295
ปรากฏว่า มีสังฆารามใหญ่โตที่เมืองสารนาถแล้ว พระองค์จึงทรงรับ
เป็นองค์อุปถัมภ์ในการบูรณะและก่อสร้างศาสนสถาน
เพิ่มเติม  โดยทรงสร้างสถูปและสิ่งต่าง ๆ มากมาย เช่น หมู่คันธ-
กุฎีของพระพุทธเจ้าในบริเวณสารนาถ เพื่อถวาย
เป็นอนุสรณ์สถานแด่พระพุทธเจ้า พุทธสถานเหล่านี้ เจริญถึงขีดสุด
ในสมับราชวงศ์คุปตะ สลับความเสื่อมเป็นระยะ ๆ 
จนกระทั่งได้ถูกกองทัพของพวกมุสลิมเติร์กบุกทำลายปีพ.ศ.1737
ทำให้สังฆารามและพุทธวิหารถูกทำลายล้าง
อย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงกองดินและมหาสถูปใหญ่ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่ง คือ ธรรมเมกขสถูปและเจาคันธีสถูปที่เป็นกองอิฐ
ใหญ่โตมาก  ชาวบ้านได้มารื้ออิฐจากเมืองสารนาถไปก่อสร้างอาคาร
ในเมืองพาราณสี  เหตุการณ์ที่สำคัญ คือ 
ในสมัยของ ราชาเชตสิงห์ ราชาแห่งเมือง พาราณสี ซึ่งไม่ใช่
ชาวพุทธ (ฮินดู) ได้สั่งให้รื้ออิฐที่นี่ไปสร้างตลาด
โดยให้รื้อ มหาธรรมราชิกสถูปและได้พบผอบศิลาสีเขียวสองชั้น
มีไข่มุก พลอย  แผ่นเงินทองและอัฐิ 3 ชิ้น
ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่พระเจ้าอโศกมหาราชได้บรรจุไว้ แต่ว่า
คชัตสิงห์ผู้พบ ไม่รู้จัก กลับนำไปลอยน้ำ
ตามความเชื่อของชาวฮินดู ต่อมา อินเดียตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
ได้มีการขุดค้นวัตถุโบราณที่เมืองสารนาถ ขุดตามหลัก
ของโบราณคดี  ได้มีการฟื้นฟูบูรณะ เมืองสารนาถให้เป็นศูนย์รวม
จิตใจของชาวพุทธ ผู้ที่ทำการฟื้นฟู ก็คือ  ท่านอนาคาริก
ธรรมปาละ  ซึ่งเป็นชาวศรีลังกา เป็นชาวพุทธที่มีความศรัทธาใน
ศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก ท่านได้จัดการซื้อที่  เพื่อสร้าง
วัดมูลคันธกุฎิวิหาร ใหม่ นับเป็นวัดพระพุทธศาสนาแห่งแรกในเมือง 
สารนาถ และรัฐบาลอินเดียก็ได้บูรณะสารนาถมาเรื่อย ๆ 
ทำให้ สารนาถกลายเป็นที่แสวงบุญที่สำคัญของชาวพุทธทั่วโลก
วัดมูลคันธกุฎีวิหาร  เปิดเป็นทางการเมื่อ 11 พ.ย. 2477
และท่านอนาคาริก  ธรรมปาละ ได้บวชเป็นพระภิกษุรูปแรกของ
วัดมูลคันธกุฎี  ถือว่า ท่านเป็นผู้มีบุญคุณอย่างใหญ่หลวง
แก่ชาวพุทธทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง ค่ะ  
มาชมภาพต่าง ๆ ภายใน สารนาถ  ค่ะ  


ธรรมราชิกสถูป 
พระสถูป เก่าแก่ในพระพุทธศาสนาที่ตั้งอยู่ ณ
ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (สารนาถ ในปัจจุบัน)  เป็นสถานที่ที่
พระพุทธเจ้าทรงแสดง อนันตลักขณะสูตร  ให้แก่ปัญจวัคคีย์และได้
บรรลุเป็นพระอรหันต์  และเป็นสถานที่ที่เคยประดิษฐาน
พระบรมสารีริกธาตุ  แต่ปัจจุบันเหลือแต๋ซากอย่างที่เห็นในภาพ ค่ะ 


พระมูลคันธกุฎี  เป็นที่ประทับจำพรรษาของพระพุทธเจ้าในพรรษาแรก


พระยสะสถูป   สถานที่ที่พระยสะได้พบพระพุทธเจ้า  พระยสสะ
เป็นบุตรชายของ นางสุชาดา ผู้ที่ถวายข้าวมธุปายาส แก่
พระพุทธองค์ก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
พระยสสะ มีความเป็นอยู่ในโลกียสุข อยู่มาคืนหนึ่ง  ตื่นขึ้นมากลาง
ดึก ได้เห็นสภาพของเหล่านางที่มาปรนนิบัติ  นอนอยู่ในสภาพ
ที่ไม่น่าดูเลย  จึงเกิดความปลง อุทานว่า" ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่
ขัดข้องหนอ" เดินออกจากบ้านไปถึงที่ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
พระพุทธเจ้า ได้ยินเสียงของพระยสสะ จึงได้ตรัสไปว่า
"ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เข้ามเถอะเราจะแสดงธรรมให้ท่านฟัง"
พระยสสะ เดินไปหาพระพุทธองค์  พระองค์ได้ทรงแสดงธรรม
ชื่อว่า อนุปุพพิกถา เพื่อให้จิตใจของพระยสสะห่างไกลจาก
ความยินดีในกาม ต่อมาได้แสดง ธรรม อริยสัจ4 พระยสสะก็สำเร็จ
เป็นพระอรหันต์ตั้งแต่ยังไม่ได้บวชเป็นพระภิกษุ
ส่วนบิดา  ผู้เป็นเศรษฐี ได้ออกติดตามลูกชาย พระยสสะ จนได้พบ
พระพุทธองค์และได้ฟัง คำเทศนา  อนุปุพพิกถา และอริยสัจ 4 
เศรษฐี ก็บรรลุธรรมและได้แสดงตน เป็นอุบาสก และขอนิมนต์ให้
พระพุทธองค์ไปบิณฑบาตที่บ้านทุกเช้า  ซึ่งพระองค์ก็ทรงรับ
เมื่อพระพุทธองค์และพระยสสะ ซึ่งตอนนี้ได้บวชเรียบร้อยแล้ว
ได้มารับบิณฑบาตที่บ้านเศรษฐีพระพุทธองค์ ได้เทศน์อนุปุพพิกถา
และอริยสัจ 4แก่ นางสุชาดาและภรรยาของพระยสสะ ทั้งสองนาง 
ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้อุทิศตนเป็นอุบาสิกา ด้วย 


การอุปสมบทของพระยสสะในครั้งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะว่า
เป็นสิ่งอำนวยประโยชน์สุขให้หมู่ชนเป็นอันมาก เพราะว่าท่านยัง
สามารถชักจูงผู้อื่นเข้ามาอุปสมบทด้วย เช่น สหายของท่านอีก ๕๔ คน
รวมปัจวัคคีย์ และพระพุทธองค์  ก็เป็น 60 องค์ ค่ะ  
และที่สารนาถ นี้ มีความสำคัญทางพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็น
สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงประกาศศาสนาพุทธ
และเริ่มต้นในการส่งพระสาวกกลุ่มแรกออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา



พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา  ค่ะ (รูปจากอินเทอร์เน็ต) 


วัดมูลคันธกุฎิ วิหาร ใหม่ ที่ท่านอนาคาริก  ธรรมปาละ เป็นผู้สร้าง ค่ะ
เป็นวัดแรกในสารนาถ (รูปจากอินเทอร์เน็ต)


เดินเข้ามาที่กลุ่มพุทธสถาน สารนาถ  ถ่ายรูปกันก่อนเลย ค่ะ อิอิ
















พระสถูปองค์นี้ จะเห็นว่า พวกเราทั้งพระภิกษุที่ไปด้วย จะมีรูปที่ถ่าย
กับ พระสถูปองค์นี้ ทุกคนเลยค่ะ  พระสถูปองค์นี้ มีชื่อว่า
ธรรมเมกขสถูป เจดีย์ เป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ ทรงแสดงปฐม-
เทศนา  
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช 
(พ.ศ.269-311) ธัมเมกขสถูปเป็นสถูปขนาดใหญ่มีความสูง 31.3 เมตร
และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 28.3 เมตร ด้านล่างก่อด้วยหิน
สูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง ทำเป็นช่องๆ แต่ละช่องประดิษฐานพระพุทธรูป
แบบต่างๆ ส่วนช่องใหญ่รอบองค์พระสถูปนั้นมี 8 ช่อง
ซึ่งมีความหมายถึง มรรคมีองค์ 8 ประการ ธัมเมกขสถูป มาจากคำว่า
‘ธัมเมกขะ’ หมายถึง เห็นธรรม ส่วน ‘สถูป’
หมายถึงสิ่งก่อสร้างที่บรรจุของควรบูชา เป็นอนุสรณ์เตือนใจให้เกิด
กุศลธรรม ดังนั้น ธัมเมกขสถูป สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์
แก่ผู้เห็นธรรมในพุทธศาสนา  







ซากปรักหักพังในพุทธสถาน  ค่ะ 


พุทธสถานส่วนหนึ่งใน สารนาถ  ค่ะ  




บางแห่ง ยังเหลือร่องรอยของลวดลายอันสวยงาม 


ฟังพระอาจารย์  ดร. มหากิติพันธ์  บรรยายให้ความรู้ ค่ะ 




พระอาจารย์นำสวดมนต์ ค่ะ จำไม่ได้ว่า ที่นี่ คืออะไร เหะเหะ 




ซากเสาที่พระเจ้าอโศกมหาราช  ซึ่งถูกทำลายหักเป็น 5 ท่อน


รูปหัวสิงห์ของเสาอโศก  ปัจจุบันใช้เป็นตราสัญลักษณ์ในราชการของประเทศอินเดีย  (รูปจากอินเทอร์เน็ต)

















พระอาจารย์นำพวกเราสวดมนต์หน้า ธรรมเมกขสถูป ค่ะ


เสร็จจากการสวดมนต์  พวกเราก็ถ่ายรูปหมู่ โดยจันดัล ช่วยถ่ายให้ ค่ะ 

จากนั้นพวกเราก็ไปเดินรอบ ธรรมเมกขสถูป และกราบองค์สถูป ค่ะ 




ทุกคนกราบองค์สถูป อธิษฐานขอพร ค่ะ 

เสร็จจากการกราบนมัสการ พุทธสถานต่าง ๆ  ในสารนาถแล้ว  ก็เลย
เวลาที่เจ้าหน้าที่จะให้เราอยู่แล้ว  เห็นเจ้าหน้าที่มา
เดินตามอยู่ตลอด  บางที่ก็ขอตังค์ด้วย เออ ! แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแล
สถานที่พุทธสถาน ก็ขอเหมือนกันนะเนี่ย น่าจะกลายเป็น
เอกลักษณ์ของอินเดียไปแล้วกระมัง อิอิ 

พวกเรากลับถึงวัดน่าจะทุ่มได้นะ  เพราะต้องเดินกลับวัดไทยสารนาถ
ค่ะ  ถึงจะไม่ไกลแต่ก็เล่นเอาเหนื่อยนะ  เพราะเราเดิน
ในพุทธสถาน สารนาถ ไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมงแล้ว  นั่นเอง  ห้าห้า 

ถึงวัด พวกเรา ก็ต้องเลือกกระเป๋าที่เขากองไว้ให้เพื่อเข้าห้องพัก โดย
มีน้องเล็ก เป็นผู้ไปนำกุญแจมาให้ทุกคน 
คืนนี้ต้องขึ้นชั้นสาม  ต้องอาศัยชาวอินเดียที่มาช่วยยกกระเป๋าให้
พวกเรา  เอม เป็นคนจ่ายเงินรูปให้คนยก ฉันไม่เหลือรูปีเลย
คืนนี้  ห้องคงว่าง  ฉันกับเอม เลยได้นอนห้องละ 2 คน  ค่ะ 
นำกระเป๋าเข้าห้องกันเรียบร้อยแล้ว  ท้องร้องแล้ว  อาหารทางวัดก็จัด
พร้อมให้พวกเราทานกันอยู่แล้ว ค่ะ  

ทุกคนต่างตักข้าว กับข้าวใส่ถาดหลุม กินกันอย่างเอร็ดอร่อย เป็น
อาหารไทย  ทำโดยคนไทย มีชาวอินเดียเป็นลูกมือ
จากนั้นต่างก็กลับเข้าห้องกัน  คืนนี้ต้องจัดกระเป๋า  แพ็คของที่จะ
โหลดใต้ท้องเครื่องบินให้เรียบร้อย อะไรที่จะหิ้ว
ขึ้นเครื่อง ก็จัดไว้ด้านนอก  ใครที่ซื้อของมากมาย  เริ่มกังวลเสียแล้ว
เพราะน้ำหนักเกินแน่นอน  ฮ้า ฮ้า ของฉัน ไม่น่าจะต้องกังวล
เพราะไม่ได้ซื้ออะไรมาก  ถ้าเกิน ก็คงนิดหน่อย เท่านั้น

ทริปแสวงบุญ บล็อกนี้  ตอนที่  10  ของวันที่  1 มีนาคม ก็จบไปอีก
ตอนหนึ่งแล้ว นะคะ  มารอพบตอนที่ 11  ไปล่องเรือ
แม่น้ำคงคา  ลอยกระทงกันที่แม่น้ำคงคา ค่ะ  โปรดติดตามตอนจบ
ทริปได้ในเร็ววันนี้  นะคะ  สวัสดี  ค่ะ 

 

 








 



Create Date : 14 พฤษภาคม 2563
Last Update : 17 พฤษภาคม 2563 14:47:40 น.
Counter : 854 Pageviews.

34 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณทนายอ้วน, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณThe Kop Civil, คุณชีริว, คุณสองแผ่นดิน, คุณเจ้าสำนักคันฉ่องวารี, คุณtoor36, คุณKavanich96, คุณSweet_pills, คุณTurtle Came to See Me, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณkae+aoe, คุณhaiku, คุณtuk-tuk@korat, คุณNior Heavens Five, คุณ**mp5**, คุณอุ้มสี, คุณเจ้าหญิงไอดิน

  
ธรรมเมกขสถูป มีขนาดใหญ่มากๆ น่าจะประมาณพระบรมธาตุที่ จ.นครศรีธรรมราช

เอ ... ไม่แน่ใจว่าเคยบอกไปหรือยังว่าส่วนที่เหลือของโบราณสถานมีลวดลายคล้ายๆโบราณสถานสมัยทวาราวดีใน จ.นครปฐม สุพรรณ กำแพงเพชร เลยครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:15:24:40 น.
  
โหวตครับอาจารย์

มีใบกัญชาให้ลองดื่มด้วยนะครับ
ผมยังไม่เคยลองเลยครับ

การซื้อของต่อรองราคา
ผมว่าคนไทยเราต่อเก่งติดอันดับโลกแน่นอนครับ 555

มีการให้พูโความในใจด้วย
ดีมากๆเลยครับอาจารย์

ผมชอบความรู้สึกของตัวเองตอนที่นั่งสมาธิที่ธรรมเมกขสถูปครับ
เข้าสมาธิได้เร็ว นิ่ง และจิตสงบดีมากๆ
แม้จะมีคนเยอะ
แต่ก็สงบเงียบจริงๆ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:16:16:22 น.
  
ตามมาเที่ยววัดไทยที่อินเดียด้วยครับอาจารย์
อนุโมทนาสาธุครับ
พอเห็นภาพแล้ว อยากไปอินเดียขึ้นมาเลยครับ ผมยังไม่เคยไปครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:21:17:07 น.
  
ใกล้ถึงจุดหมายเข้าไปทุกทีนะครับ สำหรับบล็อกสังเวชนียสถาน
ยิ่งวันท้ายๆ ของยิ่งมีราคาถูกไหมครับ ทุกทัวร์เมหือนพ่อค้าจะรู้ว่ากลุ่มไหนเพิ่งมากลุ่มไหนใกล้กลับ แล้วราคาจะไม่เท่ากันด้วยนะ
กิจกรรมแบบให้ลูกทัวร์มาพูดทีละคนนี่ไม่ค่อยชอบเลยอะ เหมือนหัวหน้าไกด์ผลักภาระให้ลูกทัวร์ทำหน้าที่แทน
แต่ถ้าเป็นทริปนี้ทุกคนมีเรื่องราว มีความประทับใจที่อยากจะเล่าอยู่แล้ว ก็เป็นโอกาสดีเลยนะครับ
อาจารย์จำของหลายคนได้แม่นเลยนะเนี่ย นึกว่าอัดเทปไว้ อิอิ
และแล้วก็มาถึงเมืองสารนาถ ที่ตั้งธรรมเมกขสถูป สถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา
พระยสะ ไม่ค่อยได้ยินชื่อ แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ศาสนานะครับ พวกเศรษฐีมีเครือข่ายมากก็ช่วยให้ศาสนาแพร่ไปได้เร็วขึ้นด้วย
ธรรมเมกขสถูปองค์จริงใหญ่โตกว่าที่คิดมากเลยครับ สูงถึง 31 เมตร
ยิ่งตอนที่เดินรอบยิ่งเห็นความใหญ่โตชัดเจนขึ้นไปอีก
ว่าแต่เจ้าหน้าที่ขอตังค์ซะเองเนี่ย มันควรม้าย...?
โดย: ชีริว วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:21:54:33 น.
  
ต่อราคาผมไม่ค่อยชอบเลย 555 ต่อไม่เก่ง ต่อราคาแบบนี้มาคุยกันกับเพื่อนที่ซื้อบางทีก็เจ็บใจนะ เพราะเพื่อนดันซื้อได้ถูกกว่าเรา

มฤคทายวัน ชื่อมาจากที่นี่นี่เอง จะว่าไปหลายๆ ที่ในไทยชื่อก็มาจากอินเดียนะ

ถึงจะเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว แต่ก็มีเรื่องราวต่างๆ มากมายให้ได้ศึกษา และจดจำนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:23:26:42 น.
  
สวัสดีครับ อาจารย์สุ
ตามมาเที่ยวแดนพุทธภูมิต่อครับ อนุโมทนาบุญด้วยครับ

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:23:31:06 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:7:39:07 น.
  
อ่านจบตาลายจนมึน
แปบๆ เข้าตอนที่ 10
ตอนหน้าอวสานเหรอคะ คริคริ
ครูใส่รายเอียดเพียบ
เริ่มจากมีการใส่ใบกัญชา
มาถึงแสดงความรู้สึก
อ่านไปก็คิดถึงเพลง
"รางวัลชีวิต"
อ้าวมีเนื้อเพลงมาให้
รายละเอียดเยอะมาก
จะว่าไปอุ้มสวดมนต์บทธรรมจักรทุกวัน
ขยันก็เช้าเย็น
ถ้าขี้เกียจไม่เช้าก็เย็น
คือยังไงก็สักบทล่ะค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:9:31:32 น.
  
มาชวนไปกินข้าวนอกบ้านที่เขาใหญ่กันครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:47:02 น.
  
ขอบคุณครับอาจารย์

ช่วงนี้ลงบล็อกเพลงไปสักระยะครับ
หมดโควิดค่อยกลับมาสู่บล้อกธรรมะต่อไปครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:20:46:49 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 19 พฤษภาคม 2563 เวลา:3:48:47 น.
  

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤษภาคม 2563 เวลา:6:23:48 น.
  
ที่ไปกินร้านครัวหญ้าคาก็เพราะเมนูหมูป่าผัดเผ็ดเลยครับ ฮ่าๆๆๆ เผ็ดร้อนมากครับ นานๆได้กินแบบรสจัดๆบ้านซะทีเพราะถ้าอยู่บ้านทำกับข้าวเผ็ดมากไม่ได้ครับ คุณนายแม่ทานเผ็ดมากไม่ได้ครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:38:24 น.
  
ขอบคุณครับอาจารย์

อุ้ยคำมีตัวตนจริงด้วยนะครับ
ผมเคยไปบริเวณที่อุ้ยคำเคยอยู่
เป็นหนองน้ำหลังวัด
ชะตากรรมของอุ้ยคำนั้นน่าเศร้าจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤษภาคม 2563 เวลา:16:08:51 น.
  
ขอบคุณอาจารย์ที่ตั้งใจอ่าน ทำความเข้าใจ และคิดตามครับ ^^
แม้จะเกษียณแล้วก็ยังไม่พ้นวัยที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆเนอะ
มีครูแบบนี้ลูกศิษย์รักมากเลย ♥

รอชมบล็อกปิดทริป แต่ไม่ต้องรีบมากนะครับ บล็อกอาจารย์บล็อกนึงเนื้อหาเยอะ อยากให้เพื่อนคนอื่นๆได้อ่านกันเยอะๆก่อน
โดย: ชีริว วันที่: 19 พฤษภาคม 2563 เวลา:22:55:02 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:6:45:37 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์

รู้สึกอิ่มใจอิ่มบุญไปกับอาจารย์และผู้ร่วมทริปที่ได้กราบสักการะและ
สวดมนต์ในสถานที่ที่มีความสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนาค่ะ

แปดช่องโดยรอบธรรมเมกขสถูปเจดีย์หมายถึงมรรค 8
เป็นการออกแบบอย่างแยบยลมีความหมาย
สื่อข้อธรรมะให้ผู้มาเยือนได้จากอดีตถึงปัจจุบันและต่อไปยังอนาคตนะคะ

บรรยากาศขณะฟังเพื่อนร่วมทริปกล่าวถึงความประทับใจบนรถ
และได้ฟังเพลงความหมายดีๆอย่างรางวัลชีวิตดีจังค่ะ

การปลูกต้นกัญชาและนำมาชงชาดื่มดูทำได้ง่ายราวปลูกผักสวนครัวธรรมดา กฏหมายคงรองรับนะคะ

ขอบคุณอาจารย์ที่พาชมพุทธสถานสำคัญและให้ความรู้
ขออนุโมทนาบุญกับอาจารย์ด้วยค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:8:13:42 น.
  
มาตามอ่านต่อค่ะ
ดีกว่าไปเองเยอะเลย
ส่วนไหนอยากอยู่นานก็เปิดค้างไว้
ถือโอกาสทำสมาะิบ้าง

พักนี้พี่เกินสายน้อย
ไม่ค่อยได้มารับอาจารย์
วันนี้รับไปเดินเล่นที่บ้านป่าค่ะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:9:57:02 น.
  
ตามมาด้วยคนค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:46:52 น.
  
มาชวนไปไหว้พระธาตุช่อแฮกันครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:47:32 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เพลงในบล็อกผมวันนี้
กลางเก่ากลางใหม่ครับ
ไม่ถึงกับใหม่มากเท่าไหร่ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:18:51:57 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 พฤษภาคม 2563 เวลา:7:14:14 น.
  
นี่ก็รอครับว่าจะสามารถเดินทางท่งเที่ยวอย่างปลอดภัยได้เมื่อไหร่จะพาแม่กับหลาน (เกิดปีเสือทั้งคู่) ไปไหวพระธาตุอีกครับ ตั้งใจไว้แล้วจะพาแม่ไปทุกปีๆครับ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 21 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:13:35 น.
  
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 พฤษภาคม 2563 เวลา:15:19:17 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมเขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้
จกาเค้าโครงเรื่องจริงในประวัติศาสตร์จีนครับอาจารย์
ขุนนางตงฉินท่านนี้ฆ่าตัวตายจริงๆ
และสุดท้ายอ๋ฮงเมืองนี้ก็ต้องฆ่าตัวตายจริงๆครับ

เพียงแต่ผมเอาเรื่องปัจจุบันผนวกเข้าไปด้วยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 พฤษภาคม 2563 เวลา:15:55:21 น.
  
ต๋าจะรอชมบรรยากาศการล่องแม่น้ำคงคาด้วยค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์สำหรับคอมเมนท์และกำลังใจนะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:0:17:14 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ
โหวตครับ
โดย: Nior Heavens Five วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:6:37:39 น.
  
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:6:39:33 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

โควิดทำให้ผมกลับมาร้องเพลงเก่าๆที่ตัวเองเคยชอบไว้เยอะเลยครับ 555
อัดเสียงด้วยกล้องถ่ายรูป
แล้วก็ทำเป็นคลิปเก็บไว้ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:04:46 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:25:40 น.
  
วันนี้ชวนไปชิมข้าวขาหมูสูตรทนายอ้วนกันคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:15:22:17 น.
  
สาธุ สาธุ สาธุ
โดย: อุ้มสี วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:23:17:25 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 พฤษภาคม 2563 เวลา:6:34:44 น.
  
เป็นความศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
เขียนมาถึง 10 ตอน
ยอดเยี่ยมค่ะ
โดย: เจ้าหญิงไอดิน วันที่: 23 พฤษภาคม 2563 เวลา:8:58:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments