พฤศจิกายน 2554

 
 
1
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
ประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของเทศกาลถือศีลกินผัก (ภูเก็ต 3) ตอนที่ 2
วันที่ 4 ตุลาคม 54
วันนี้ ภาและแค้ป พาฉันไปดูพิธีการแห่พระที่เรียกว่า พิธีอิ้วเก้ง หลังจากที่ทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว แค้ปก็ขับรถไปจอดที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ฉันกับภาเดินไปที่วงเวียนสุรินทร์ ซึ่งจะเป็นที่ที่ขบวนแห่พระของอ๊ามใหญ่อ๊ามเล็กจะต้องแห่พระผ่านมาทางวงเวียนนี้ ภา ส่งฉันที่วงเวียนนี้ แล้วบอกว่า "อาจารย์หาที่ชมขบวนแห่พระที่นี่นะ จบขบวนแห่พระแล้ว โทรหา ภาจะมารับ" ฉันบอกเขาว่า ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ไปหาที่นั่งกับแค้ป ฉันหาที่ชมขบวนแห่พระได้ ภา เดินจากไปแล้ว ฉันเดินไปที่ถนนของวงเวียน ซึ่งขณะนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มารอชมขบวนการแห่พระ มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่แต่งชุดขาวเกือบทั้งนั้น มีคนต่างถิ่นอย่างฉันและชาวต่างชาติที่มาชมขบวนแห่เท่านั้นที่ไม่ได้แต่งชุดขาว บริเวณวงเวียน มีโต๊ะของชาวบ้าน (น่าจะทำการค้านะ) มาตั้งโต๊ะบูชา มีผลไม้หลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่ เช่น มะพร้าว สับปะรด แอปเปิล ส้ม น้ำชา เต็มโต๊ะ เพื่อให้ม้าทรงที่ผ่านมาเข้ามาทำพิธีสวดมนต์ให้ ถือว่าเป็นสิริมงคลของชีวิต ถ้าทำการค้า การค้าจะได้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นความเชื่อและความศรัทธาของคนที่นี่และถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว นั่นเอง ฉันเก็บภาพขบวนแห่ของอ๊ามต่าง ๆ มาฝากท่านผู้อ่านมากพอสมควรค่ะ เชิญชมได้ค่ะ

ขบวนแห่พระของอ๊ามจุ้ยตุ่ย





ม้าทรงที่ร่วมขบวน มีการแสดงถึงความขลังด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น แทงด้วยของมีคมต่าง ๆ



ม้าทรงที่แสดงความขลังอีกคนหนึ่งค่ะ





ขณะที่ขบวนแห่พระมา ก็จะมีการจุดประทัดใส่ม้าทรง ใส่องค์พระที่อยู่บนเกี้ยวด้วย จนเกิดเป็นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว ฉันต้องคอยหลบประทัดที่กระเด็นมาใส่ และปิดจมูกด้วยผ้าพันคอ มิน่าน่ะซี ภา จึงบอกว่า ไม่รอที่นี่ เพราะกลัวแก้วหูร้าว มันดังจริง ๆ ฉันต้องเอามืออุดหูไว้เหมือนกัน ค่ะ



ขบวนแห่พระอีกขบวนหนึ่ง


ขบวนแห่พระของ อ๊ามหง่ออุ่ยเก้ง



รูปม้าทรงอีกคนหนึ่งแสดงความขลังแทงเข็มยาว ๆ ที่ลิ้น ดูแล้วก็หวาดเสียงจังเลย



รูปม้าทรงอีกหลายคนที่แสดงความขลังต่าง ๆ







ม้าทรงที่ได้รับนิมนต์มาทำพิธีมงคลที่โต๊ะตั้งบูชา



รูปโป๊ยเซียนที่อยู่รอบ ๆ วงเวียนสุรินทร์สถานที่ที่ขบวนแห่พระผ่านมาทางเส้นทางนี้ ฉันนำตัวอย่างมาฝากแค่สองรูปให้ชมเท่านั้นนะคะ





ท่านคงได้ชื่นชมกับภาพอันน่าตื่นเต้นของพิธีแห่พระของอ๊ามต่าง ๆ ของภูเก็ตอย่างจุใจแล้วนะคะ หลังจากการชมการแห่พระแล้ว ฉันก็ไปหาภาและแค้ปที่ร้านอาหาร "เก้าแสนหอม" ซึ่งทั้งสองคนมาทานข้าวที่นี่รอฉันอยู่ก่อนแล้ว ฉันก็หิวเลยสั่งข้าว ทานกับผัดคะน้าปลาเค็ม( ปลาเค็มเจ จ้ะ) อร่อยดี กลิ่นเหมือนปลาเค็มเลย คนเราก็แปลกจัง จะกินเจ แล้วก็ไม่วายมีกิเลศทำของเจให้เหมือนของคาวที่เคยกิน เฮ้อ ! แล้วมันจะได้บุญไหมเนี่ย อิอิ

หลังทานข้าวแล้ว ภาและแค้ป พาฉันไปเที่ยวอีกอ๊ามหนึ่ง คือ อ๊ามจุ๊ยตุ่ย ถนนหนทางที่ผ่านไปสองข้างทาง มีร้านค้าขายของ เจ มากมาย ฉันไปไหว้พระที่อ๊ามนี้ เรามาชมความงามของอ๊ามนี้บ้างนะคะ

รูปนี้ถ่ายที่หน้าอ๊าม จุ๊ยตุ่ย



เจ้าหน้าที่ของอ๊ามกำลังนำตะเกียงจากยอดเสาโก้เต้งลงมาเติมน้ำมัน



ความงามของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และป้ายเจ้าองค์ ต่าง ๆ ของอ๊ามนี้



สถานที่สำคัญอีกจุดหนึ่งที่คนมากราบไหว้



จุดที่มาไหว้ กิ้วอ๋องไต่เต่ ซึ่งมีทุกอ๊าม



หลังจากที่ไหว้พระที่อ๊ามนี้แล้วก็แวะไปทานอาหารกลางวันที่ใกล้ ๆ อ๊ามนี้ ซึ่งมีของขายมากมาย จากนั้นก็เดินซื้อของกินเพื่อเตรียมไปที่อ๊ามกะทู้ บ้านของอาหญิงของภาที่ฉันเคยไปเมื่อวันก่อนนั่นเอง แต่คราวที่แล้วไปถึงมืดแล้วเลยยังไม่ได้ไปไหว้พระที่อ๊ามนี้ วันนี้จะมาไหว้ให้ครบ 4 อ๊าม นั่นเอง ที่บ้านนี้ก็มีอาหารของที่นี่ ซึ่งทางกรุงเทพฯเราไม่ค่อยรู้จัก ฉันจึงนำภาพมาฝากด้วยค่ะ

ขนมของทางใต้ ทำจากแป้งเป็นแผ่นค่อนข้างหนา มีหอมเจียวราดอยู่หน้าแป้ง มีผักโรยด้วย มีน้ำจิ้มราดก่อนจะกิน ฉันจำไม่ได้ว่า ชื่อขนมอะไรเสียแล้ว ท่านผู้อ่านชมภาพดีกว่าค่ะ



น้ำจิ้มของขนมชนิดนี้ค่ะ เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ อร่อยดีค่ะ



ขนมแกงบวดของทางใต้ เรียกชื่อว่า ขนม ตูโบ้ เป็นขนมท้องถิ่นของที่นี่ คล้ายแกงบวดฟักทองของกรุงเทพฯแต่ว่าเขาใส่ถั่วแดง ฟักทอง แป้งที่ทำเป็นลูกเต๋าหนึบ ๆ มีถั่ว ย้อเย้ ใส่ด้วย



พ่อ พี่ชายคนที่ 2 ของ ภา ชื่อ โกแยะ



อาหญิงของภา พี่ชายสองคนและหลาน ๆ พาฉันมาไหว้พระที่ อ๊ามกะทู้ อันเป็นอ๊ามที่ 4 ที่ฉันมาไหว้ครบทั้ง 4 อ๊ามแล้ว

ไหว้พระที่อ๊ามกะทู้





จุดที่ฉันมาไหว้ กิ้วอ๋องไต่เต่ ซึ่งฉันรู้สึกว่า กิ้วอ๋องไต่เต่ที่อ๊ามกะทู้สวยกว่าเพื่อน



สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกจุดหนึ่งที่ฉันมาไหว้



ฉันถ่ายภาพวิถีชีวิตของชาวกะทู้มาฝากด้วยค่ะ ส่วนใหญ่ก็ตั้งร้านค้าเล็ก ๆ ขายของกิน ของใช้ บ้าง บ้างก็ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเฉย ๆ คิดว่าคงไปทำงานในเมืองเนอะ



เป็นอันว่า ฉันได้มาไหว้พระครบทั้ง 4 อ๊ามแล้ว รู้สึก สดชื่นและอิ่มบุญจังเลย อ๊ามกะทู้ถือเป็นอ๊ามที่เก่าแก่ที่สุดกว่าบรรดาอ๊ามต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต มีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มากมาย แล้วก็มีองค์พระใหญ่ที่ทุกอ๊ามต้องมี แต่จะไม่มีใครได้เห็นเห็นองค์พระใหญ่นี้นอกจากม้าทรงที่จะเป็นผู้อัญเชิญมาในพิธีแห่พระเท่านั้น ซึ่งก็มีม่านปิดมิดชิดในเวลาแห่ ก็เป็นเรื่อแปลกอีกเรื่องหนึ่ง ทำไมต้องเป็นเช่นนั้นหนอ ทำไมให้คนอื่นเห็นไม่ได้นะ ไม่รู้จะไปหาคำตอบได้จากที่ไหนน่ะซี่

แค้ปมาส่งฉันและภาที่บ้านพักแล้ว เขาก็ไปตีแบคกับเพื่อน ฉันกับภาทานข้าวต้มที่เหลือกับเต้าหู้ยี้ กินไปคุยไป ภา นำโน้ตบุ๊คลงมาให้ฉันได้เล่นเฟส คืนนี้เป็นคืนที่พวกโกนวณ โกแยะและพี่สะใภ้จะกลับกรุงเทพฯแล้ว โกนวณลงรูปที่อยู่ในกล้องเขาใส่ในเฟสให้ฉันด้วย น่ารักจัง ฉันเลยได้รูปสวย ๆ เพิ่มมากขึ้น กว่าจะเสร็จก็เที่ยงคืนแล้ว พวกเราไปส่งพวกเขาที่รถ (ขับรถมาเอง) แค้ป
กลับจากตีแบค ซื้อหมี่เหลืองผัดมาให้กินอีกคนละถุง อิ้มอร่อยไปเลย อิอิ

(โปรดติดตามอ่านในตอนที่ 3 ค่ะ)



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 8 ธันวาคม 2554 12:09:22 น.
Counter : 3700 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments