ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เที่ยว ภูเก็ต 2 ต่อ จากบล็อกเดิม
เนื้อหาสาระต่อจาก มีอะไร ดี ๆ ที่ ภูเก็ต อีก ต้องติดตามในภูเก็ต ครั้งที่ 2 ในบล็อก 9

ที่จริง ฉันพิมพ์เรื่องนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่การพิมพ์ครั้งสุดท้าย กลับไม่ยอมให้ฉัน Publich ขึ้นข้อความว่า ตัวอักษรเกิน เฮ้อ ! ข้อความตอนจบที่พิมพ์ไว้หายสาบสูญไปเลย ส่งข้อความไปที่พันธ์ทิพย์ ถามเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ไม่สามารถกู้คืนได้แล้ว แล้วก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ฉันเลยแก้ไขด้วยการเขียนบล็อกใหม่เอาเสียเลย ค่ะ

ความเดิมต่อจากการเล่าถึง แค้ปพาพวกเราไปทานอาหารที่ร้านอาหารที่ชื่อว่า กะชัง หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเราก็ออกมาบริเวณแพ เพื่อถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึก ขณะนั้น เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ดวงกลมโต สีส้ม แจ๊ดกำลังจะลาลับขอบฟ้าไป เป็นภาพที่ช่างงดงามและโรแมนติคเสียเหลือเกิน ฉันรู้สึกสุขใจที่ได้อยู่ในท่ามกลางธรรมชาตอันงดงามเช่นนี้ ชีวิตของฉันถึงจะอยู่คนเดียว บางครั้งรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว ว้าเหว่ในยามที่ต้องอยู่คนเดียว แต่จิตใจของฉันก็สงบและเป็นสุขเสมอเมื่อมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามเหล่านี้ ความงามของธรรมชาติดังกล่างคงจะเปรียบได้กับโอสถอันวิเศษเลิศเลอที่จะช่วยเยียวยาให้ทุกคนที่มีบาดแผลในชีวิต ทำให้ความหดหู่ในจิตใจของคนที่ยังไม่อาจจะลืมบาดแผลของชีวิตในอดีตได้ สามารถผ่อนคลายอารมณ์ที่เศร้าหมองนั้นบรรเทาเบาบางลงไปได้ เพราะความงามของธรรมชาติเหล่านี้ เราอยู่กับมันได้โดยไม่เกิดพิษภัยใด ๆ กับชีวิตของเรา มีแต่ให้ความสุขสดชื่นเท่านั้นแน่นอน

คืนนี้ แค้ปอุตส่าห์ออกไปซื้อส้มตำปูม้า น้ำตก ต้มแซ้บ
ตับหวาน ลาบหมู เจ้าอร่อยตามที่เขาเคยคุยให้ฟัง พวกเราทานอาหารรอบดึกมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย รสชาติเผ็ดน่าดูแต่ก็อร่อยมาก รสชาติกลมกล่อม ทุกคนทานกันไป ซู้ดปากกันไปด้วยความเผ็ด น้ำหูน้ำตาไหล แถมน้ำมูกก็ไหลไม่ยอมน้อยหน้ากัน แต่ทุกคน ก็ไม่มีใครยอมแพ้วางช้อน วางส้อมกันเลย ส่วนทิพย์ นั่งไรท์แผ่นซีดี รวมรูปจากทุกกล้องทุกสถานที่ที่พวกเราไปเที่ยว ไม่ค่อยได้ทานอะไรมากนัก แต่ไรท์จนดึกมากแล้ว ก็ยังไม่หมด เหลือที่ที่ไปเที่ยวทะเลวันสุดท้ายที่ยังไม่ได้ไรท์ จึงต้องหวังให้แค้ปไรท์ต่อให้ทุกคน

รุ่งขึ้น วันที่ 5 พ.ค. อันเป็นวันที่พวกเราต้องตื่นแต่เช้า เพราะจะต้องรีบเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ โบ้ ต้องกลับถึงกรุงเทพฯและถึงสถานีเอกมัยไม่เกินสามทุ่ม เพราะรถเที่ยวสุดท้ายที่จะไปจังหวัดระยอง หมด สามทุ่ม ส่วนฉันพรุ่งนี้เช้าก็ต้องรีบไปขึ้นรถที่โรงเรียนเพื่อไประเทศลาวแต่เช้าเหมือนกัน เสื้อผ้าก็ยังไม่ได้จัดเตรียมอะไรเลย

เวลา 6.30 น. เป็นเวลาที่เรากำหนดไว้ว่าจะเริ่มออกเดินทาง ฉันเขียนใส่สมุดเล่มที่ พ่อภาใช้อ่านเมื่อเราต้องการบอกอะไรแก (แกไม่สามาถได้ยิน เพราะอุบัติเหตุอะไร ฉันก็จำไม่ได้) เขียนบอกแกว่า พวกเราขอบคุณแกมากที่ให้ที่พัก ให้ความเป็นกันเองและต้อนรับพวกเราด้วยอัธยาศัยอันดี ขอให้แกมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป ภาและแค้ปก็ตื่นขึ้นมาส่งพกเราขึ้นรถตู้ พวกเราต่างก็ล่ำลากันไปตามความรู้สึกของความอาลัยบ้างตามประสาเพื่อนที่โอกาสจะรวมตัวเจอกันคงยาก เพราะต่างก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำและรับผิดชอบ แต่การอาลัยกันอย่างไร การจากก็ต้องมีเป็นไปตามความเป็นจริงของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

อาหารมื้อเช้าของพวกเรามาทานกันประมาณ 3 โมงเช้า มื้อนี้แวะทานกันที่ร้านที่ตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมัน ฉันกินโจ๊กหมูไป 1 ชามและซาลาเปาที่ทิพย์ซื้อมาอีก 1 ลูก อิ่มพอดี

พักใหญ่ ๆ แค้ป ก็โทรเข้ามือถือฉัน บอกให้รู้ว่า ไม่ต้องจ่ายค่าแรงคนขับรถนะ เขาจ่ายให้พร้อมทิปแก่คนขับรถไปเรียบร้อยแล้ว (ค่าจ้างขับ 9,000 บาท ค่าทิป อีก 1,000 บาท) เขาช่างเป็นคนใจป้ำจริง ๆ เขาจ่ายเงินเพื่อเพื่อนครั้งนี้มากจริง ๆ พวกเราตกลงกันว่า เงินจำนวนนี้เราจะรับไม่ได้ ฉันส่งโทรศัพท์ให้แอนจัดการคุยกันกับแค้ปเอง ฉันได้ยินแอนบอกแค้ปว่า ให้บอกเลขที่บัญชีธนาคารมา แอนจะโอนเงินจำนวนนี้คืนไปให้ แค้ป ฉันคิดในใจว่า แค้ป หรือจะยอมบอกเลขที่บัญชีให้ เราควรมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ การคาดคะเนในใจของฉันถูกต้อง แค้ป ไม่ยอมบอกเลขที่บัญชีให้ พวกเราเลยมาคุยกันใหม่เกี่ยวกับการจัดการเงินจำนวนนี้ ได้ข้อยุติว่า เราจะเอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อของประดับบ้านให้ ภาและแค้ป ซึ่งข้อเสนอนี้ของฉัน ทุกคนก็เห็นดีด้วย (แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เราตั้งไว้ เพราะต่อมาอีกไม่กี่วัน เกิดการเผาบ้านเผาเมืองของพวกเสื้อแดง ที่แถวราชประสงค์ ที่เวิร์ดเทรด ที่หญิงมีร้านขายของอยู่ ถูกเผาไปด้วย แอนโทรมาปรึกษาฉันว่า จะเอาเงินจำนวนนี้ช่วยหญิงไปดีไหม ฉันก็เห็นดีด้วยและโดยเฉพาะเจ้าของเงินคือ แค้ป เขาก็เห็นดีด้วย จึงได้ตกลงเปลี่ยนเจตนารมณ์เดิมไป บุญครั้งนี้ ภาและแค้ป จะต้องได้รับไปอย่างเต็ม ๆ ทีเดียวนะ)

รถตู้ของเราแล่นไปเรื่อย ๆ ฉันหลับ ๆ ตื่น ๆ ตรวจหนังสือเรื่อง พลิกวิกฤตของชีวิตสู่ความฝันที่เป็นจริง ซึ่งจะต้องตรวจทานให้เสร็จเพื่อส่งโรงพิมพ์แก้ไขให้ได้ไม่นานก็ง่วงหลับอีก เฮ้อ ! สงสัยพรุ่งนี้ต้องเอาติดตัวไปเพื่อไปตรวจทานในรถไปประเทศลาวอีก นั่นแหละ

อาหารมื้อเที่ยวของเรา กว่าจะได้ทานก็เข้าไปบ่ายสามโมงแล้ว หาร้านอาหารทานกันยากเสียเหลือเกิน ในที่สุดก็มาทานกันที่อ่าวมะนาว อาหารมื้อนี้อร่อยมากพอสมควร อาจจะเพราะความหิวด้วยกระมัง

ทานข้าวเสร็จแล้ว รถก็มุ่งหน้าต่อไป ได้แวะที่เพชรบุรี เพื่อซื้อของฝากกัน ฉันไม่ได้ซื้ออะไรมากนัก เพราะว่าพรุ่งนี้จะเดินทางอีกแล้ว ได้ขนมมาฝากเพื่อนบ้านและมะนาว 20 ผล 40 บาท เพราะเห็นว่าถูกกว่ากรุงเทพฯ มากพอควร กลับถึงกรุงเทพฯ ประมาณ ทุ่มครึ่ง แวะส่งตุ๊กเพื่อนของเพ็ญที่พระโขนงก่อน แล้วก็ไปส่งโบ้ที่สถานีเอกมัย แล้วรถจึงมาส่งฉันที่บ้าน ถึงบ้านฉันยังไม่ถึงสองทุ่มดี

ฉันหุงข้าวต้มทานเป็นอาหารมื้อเย็น ทานกับกับข้าวเก่าที่เหลืออยู่ไม่ได้ทำใหม่หรอก เพราะพรุ่งนี้ก็ไม่อยู่บ้านอีกแล้ว ทานข้าวเสร็จ ก็เอาขนมหม้อแกงที่ซื้อมาไปฝากแม่น้องออมและเหมียว

การเดินทางท่องเที่ยว ภูเก็ตครั้งที่สองก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ด้วยความสุขใจอีกครั้งหนึ่ง ฉันรู้สึกว่า ชีวิตโสดของฉันก็ไม่ได้อ้างว้าง เดียวดายอะไรมากมายนัก เพราะฉันโชคดีที่มีลูกศิษย์ดี รุ่นแล้วรุ่นเล่า ส่วนใหญ่ฉันก็มีโอกาสได้พึ่งพาอาศัยเขา มีโอกาสได้ไปเที่ยวสนุกสนานกับพวกเขาเสมอ ความทุกข์ใจจากบาดแผลในชีวิตที่ผ่านมาจึงไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บปวดอะไรรุนแรงนัก ถ้าเรารู้จักความพอเพียงในความสุขที่เราได้รับ พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่และตั้งสติให้ดี ย่อมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ความอ้างว้าง เงียบเหงาและเป็นทุกข์ในชีวิตก็จะลดน้อยลงไปตามลำดับ ฉันบอกเสมอว่า ทุกอย่างของชีวิต จะทุกข์จะสุขอย่างไร มันขึ้นอยู่กับการทำใจของเราเองทั้งสิ้น ไม่มีใครจะทำให้เราทุกข์ได้เท่ากับตัวของเราเองจริง ๆ ทฤษฎีนี้เป็นสัจธรรม แต่สัจธรรมข้อนี้ ก็ช่างปฏิบัติได้ยากจริง ๆ เพราะคนเรามักจะจมอยู่กับอดีต มักจะโทษคนอื่น ชอบให้คนอื่นมีอิทธิพลเหนือจิตใจเรานั่นเอง ความทุกข์จึงเกิดขึ้นได้ไม่มีที่สิ้นสุดเสมอ ท่านผู้อ่านว่า จริงหรือไม่ล่ะคะ

การเล่าเรื่องท่องเที่ยวครั้งนี้ ฉันคิดว่า ท่านที่ได้เข้ามาอ่านคงได้รับความเพลิดเพลิน ได้สาระอะไร ๆ ไป บ้างพอสมควรนะคะ แล้วฉันคงได้มีโอกาสมาเล่าเรื่อง ภูเก็ต 3 ต่อไปค่ะ

สวัสดีค่ะ













Create Date : 20 ตุลาคม 2554
Last Update : 21 ตุลาคม 2554 18:03:19 น.
Counter : 960 Pageviews.

2 comments
  
รู้สึกว่าจะมีคำที่พิมพ์ผิดอยู่นิดหน่อย ตรง วางช้อน วางส่อม กับ อาหารมื้อเที่ยว

ถึงอย่างไรก็ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ท่องเที่ยวดีๆ ที่นำมาแบ่งปันนะคะ จะคอยติดตามเรื่อยๆค่ะ ชอบคำพูดที่ว่า ชีวิตโสดของฉันก็ไม่ได้อ้างว้าง เดียวดายอะไรมากนัก+ถ้าเรารู้จักความพอเพียงในความสุขที่เราได้รับ พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่และตั้งสติให้ดี อ่านแล้วสะกิดใจถึงความคิดของตัวเองที่แอบมีภาวะเดียวดายในบางครั้ง
โดย: มิซัน IP: 58.9.111.99 วันที่: 20 ตุลาคม 2554 เวลา:15:56:06 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
พอดีช่วงนี้ หนูงานยุ่งมากเลยค่ะ เลยไม่ค่อยได้เขียนบล็อกค่ะ :)
อาจารย์สบายดีนะค่ะ?
แล้วหนูจะแวะมาใหม่นะค่ะ
โดย: Nepster วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:15:46:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments