เมษายน 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ขึ้นรถไฟหัวจรวด เที่ยว ตลาดมุสลิม และ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (ตอนที่ 7)



ขึ้นรถไฟหัวจรวด เที่ยว ตลาดมุสลิม และ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (ตอนที่ 7)

ทริปซินเกียง ก็ดำเนินมาถึง ตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนปิดทริปซินเกียงแล้วค่ะ รวมเวลา 17วัน 
ความเดิมตอนที่ 6 เราจ้างรถจากโรงแรม โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่น่ารักไปช่วยต่อรองรถรับจ้างให้เรา
 รถใช้เวลา เพียง 40 นาที ก็ถึงสถานีรถไฟหัวจรวด หลงเหมิน เวลาประมาณ 12.10 น.
เราต้องเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่สถานีอีกประมาณชั่วโมงกว่า เพราะรถไฟที่จะไปซีอาน ออก 13.15 น.
พวกเราถือโอกาสสำรวจและถ่ายรูปสถานีรถไฟหัวจรวดมาให้ชม ค่ะ 









เตรียมพร้อมกันรอรถไฟหัวจรวด ค่ะ 


มุมชั้นสองของสถานีรถไฟหัวจรวดที่เรารอรถไฟหัวจรวด


พวกเราต้องลงจากชั้นสองไปขึ้นขบวนรถไฟ 


ไปหามุมถ่ายรูปกับวัชรี อิอิ



ที่นี่ ถ้าตัววิ่งไม่บอกเวลา เขาก็ไม่ให้เราออกจากชั้นนี้ไป น้องหมัยอยากไปก่อน แต่เจ้าหน้าที่
ก็ไม่ให้ออก เลยแห้ว ต้องกลับมานั่งต่อไป 



ประมาณ 13.07 น.เจ้าหน้าที่ก็ให้เราเข้าไปได้โดยสอดบัตรเข้าเครื่อง พวกเราต้องเดินลงบันไดไป
ลงไปถึงข้างล่าง ฉันต้องการความแน่ใจ จึงเอาบัตรให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ชานชลารถไฟดูและถามเขาว่า
เราต้องไปรอที่ชานชลาที่ 5 ใช่ไหม เขาดูบัตรแล้วบอกว่า "ใช่" ฉันก็บอกพรรคพวกเดินไป
ที่ชานชลาที่ 5 เพื่อเข้าแถวกันไว้ รอรถไฟหัวจรวดมาเทียบชานชลา  

รถไฟหัวจรวด มาตรงเวลาเป๊ะ 13.15 น.พวกเราช่วยกันยกกระเป๋าขึ้นรถไฟ พวกเราอยู่ที่นั่ง
สุดท้าย มีช่องให้วางกระเป๋าของพวกเรา ขบวนรถคนไปซีอาน ขบวนนี้ ที่นั่งยังไม่เต็ม 
ที่นั่งฉันว่าง 1 ที่นั่ง และไปอีกไม่กี่สถานี คนที่นั่งกับฉัน ก็ลงจากสถานีไปแล้ว เลยนั่งสบาย
มาดูภายในของรถไฟ หัวจรวด ค่ะ 











หน้าตาของรถไฟหัวจรวด 
ขบวนรถไฟหัวจรวดวิ่งเร็วมาก ใช้เวลาจากเมืองลั่วหยาง มา ถึง เมืองซีอาน ใช้เวลา หนึ่งชั่วโมงครึ่ง
พวกเราขนกระเป๋าลงจากรถไฟ เดินมาตามทาง ระหว่างทาง มีภาพสวย ๆ พวกเราก็แวะ
ถ่ายรูปกัน หลายแช้ะ ได้มา 2-3 รูป มาชมค่ะ 







เป็นทางเดินออกจากสถานีรถไฟหัวจรวด

หลังจากออกจากสถานีรถไฟแล้ว ก็มีคนขับรถมาถามเราว่า จะไปไหน จะจ้างรถไหม 
ฉันก็เจรจากับเขา เอาที่อยู่ของโรงแรมเบล ทาวเวอร์ โฮลเทลให้เขาดู  เขาบอกว่า เขารู้จักและบอกราคา
เหมาไป6 คน เอา 150 หยวน ฉันต่อเหลือ 120 หยวน เขาบอกไม่ได้ราคานี้  ฉันบอกพรรคพวกว่า 
เราเดินไปหารถข้างหน้า  มันต้องมีรถรับจ้างหลายคันแน่ คนขับรถเห็นว่าเราไม่เอารถเขาแน่
จึงเดินตามพวกเรามา และยอมตกลงราคาที่ฉันต่อรอง คือ 120 หยวน พวกเราลากกระเป๋า
เดินตามเขาไปที่รถที่เขาจอดอยู่ ไกลพอสมควร เขาจัดกระเป๋าพวกเราขึ้นรถของเขาเรียบร้อย
อยากให้เราจ้างรถเขาไปเที่ยวที่ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ฉันลองถามราคาเขาดู เอาแพงเหมือนกัน
เลยบอกเขาว่า เดี๋ยวต้องปรึกษาเพื่อน ๆกันก่อน เขาเลยให้นามบัตรของเขา บอกว่า ถ้าต้องการ
เช่ารถเขาไปเที่ยว  ให้โทรศัพท์ถึงเขาได้  

พวกเรามาถึงโรงแรมที่เราพักครั้งแรก เช็คอินเข้าที่พัก ซึ่งนุ่นโทรศัพท์มาจองไว้ก่อน 2 คืน
ที่นี่ ห้องละ 160 หยวน อยู่ในตัวเมือง ก็นับว่าไม่แพงนัก แต่ที่เป็นข้อเสียอย่างยิ่ง 
คือ ไม่มีลีฟท์ แถม ห้องที่อยู่ชั้น 3 เป็นชั้นที่ต่ำ
ที่สุดแล้ว เฮ้อ! จุกก็ต้องช่วยฉันหิ้ว
ขึ้นบันไดไป ส่วนของ วัชรี นุ่น ก็ช่วยยกขึ้นห้องไป ส่วนฉันก็ยกเป้ของจุกแทน

ประมาณ 17.00 น. พวกเราก็ออกไปเที่ยวที่ตลาดมุสลิม ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยว
แห่งหนึ่งของเมืองซีอาน และไม่ไกลจากที่พักเรา  สามารถเดินไปได้ ใกล้กับหอกลอง 
หอระฆัง ซึ่งเราไปเที่ยวมาตั้งแต่มาถึงซีอานวันแรกแล้ว 

ตลาดมุสลิม มีชื่อภาษาจีนว่า ไป่หยวนเหมือน (Bei Yuan Men  Jslamic) 
จากที่พักของเรา ต้องเดินลอดอุโมงค์  ลอดใต้ถนนไปโผล่ที่หน้าหอกลอง ที่เราไปเที่ยวตั้งแต่วันแรก
ตลาดมุสลิม เป็นชุมชนโบราณ  มีของกินขายมากมายเหลือเกิน ที่นักชิมทั้งหลาย ไม่ควรพลาด
ที่แห่งนี้ เป็นถนนเส้นเล็ก ๆ พื้นถนน ปูด้วยแผ่นหินสีเทาเข้ม  ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ปูเรียงกันไปตลอดถนน  ซึ่งมีความยาวกว่าร้อยเมตร  สองฟากฝั่งของถนนสายนี้ มีร้านค้า
อยู่มากมาย ติดกันเป็นพรืด นอกจากร้านที่เป็นตึกแถวแล้ว ยังมีร้านที่เป็นรถเข็น ร้านที่ตั้งโต๊ะขาย
อีกมากมาย  ที่นี่ถือว่า เป็นชุมชนโบราณของมุสลิมชาวจีน ของเมืองซีอาน แต่เป็นชาวมุสลิม
ที่เป็นชาว ฮั่นที่มีจำนวนมาก  ร้านขายของที่นี่ ที่นิยมมาก คือ พวกร้านที่ขายพวกปิ้งย่าง
เดินเข้าไป จะเห็นควันโขมงเลย มีพวกเนื้อวัว เนื้อแกะ ไก้ ปลา มีบ้าง มีประชาชน
ชาวจีนมุสลิม มาซื้ออาหารทานกันมากมายในช่วงเย็น พวกนักท่องเที่ยวก็มาชิมอาหารกันที่นี่
ช่วงที่เรามา ฝนยังตกปรอย ๆอยู่ ถนนเฉอะแฉะ มากพอสมควร แต่ผู้คนไม่ได้ย่อท้อ
มาเดินกันเยอะแยะ มากมายเลย มาชมรูปที่ฉันกับเพื่อนถ่ายมาฝากค่ะ




ระหว่างทางที่จะไปถนน ตลาดมุสลิม มีร้านค้ามากมาย 


ก่อนที่จะเดินเข้าไปที่ตลาดมุสลาม แช้ะรูปสักหน่อย




เข้ามาถึงถนน มุสลิม จะเห็นว่าที่พื้น ปูด้วยกแผ่นหินสีเทาเข้ม เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า



เป็นช่วงที่ฝนตก พนักงานเขาจะทำความสะอาดให้พื้นแห้งไม่ลื่น

สองฟากฝั่งของถนน มีร้านค้ามากมาย ทั้งขนม ของหวาน ของคาว







ส่วนใหญ่จะขายอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง 





ปิ้งย่าง ร้านนี้คิดว่าน่าจะอร่อย คนเข้าคิวซื้อ ยาวมากเลย ป้ายบอกว่า ขายพวกเต้าหู้ทอด





ร้านนี้ ขายของติดป้ายว่า 10 หยวน แต่จริง ๆแล้ว 10หยวน มีไม่เท่าไหร่หรอก มีสินค้าที่มีราคา
มากกว่า 10 หยวนเยอะแยะ เป็นกุศโลบายให้คนเข้าร้านไปซื้อสินค้าเขา วิธีหนึ่งเท่านั้น 
ร้านนี้ได้เงินจากพวกเราเยอะเหมือนกัน ฉันซื้อแป้งพับ ราคา 39หยวนไป 1 ตลับ 
ส่วนคนอื่น ๆ ได้กระติกน้ำที่เป็นทรงกระบอก ไปคนละกระบอกสองกระบอก แล้วยังมีสินค้า
อื่น ๆ ที่ล่อใจคนซื้อ นุ่น ก็ซื้อร้านนี้ไปหลายเหมือนกัน 
 จากร้านนี้ ฉันกับวัชรี สองคน ขอแยกกลับที่พักก่อน เพราะไม่รู้จะเดินชมอะไรอีกแล้ว
แต่ละร้าน ก็ขายคล้าย ๆ กัน เราซื้อของกินผัด ๆ เรียกว่าอะไรไม่รู้ เห็นแปลก ๆ และร้อน ๆ ดี
 ซื้อมาคนละอย่างกัน มาทานเป็นอาหารมื้อเย็น น่าจะประมาณ อย่างละ 10 หยวน แต่ไม่อร่อย
ระหว่างทางเดินกลับ ก็แวะถ่ายรูปบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองซีอานมาให้ชม สักหน่อย 

1





วันที่ 25 ตุลาคม 59

 วันนี้พวกเราตกลงใจจะไปเที่ยวที่ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้  โดยไม่ซื้อทัวร์ น้อง ๆ ศึกษาจากอากู๋
โดยพวกเราต้องออกจากโรงแรมเช้าหน่อย ไปขึ้นรถไฟที่สถานีจงโหลว สาย 2 ไปลงสถานี ไป่ต้าเจีย
แล้วซื้อตั๋วรถไฟใหม่ไปลงที่ป้าย ทงหัวเหมิน (ไปอีก 4 ป้าย) เรียกว่า ยุ่งยากพอควร
ออกจากสถานีรถไฟที่ ทงหัวเหมิน แล้ว ก็ต้องไปต่อรถโดยสารประจำทาง เพื่อเดินทางไป
เที่ยวที่ สุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้  (ปิงหม่าหย่ง) ค่าตั๋วโดยสารรถประจำทางคนละ 6 หยวน

เรามาทราบประวัติความเป็นมาของสุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้ (ฉินซื่อหวง) สักหน่อย นะคะ 

สุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ในภาษาจีน ใช้ว่า ปิงหม่าหย่ง แปลว่า หุ่นทหารและม้าของฉินซื่อหวง
สุสานแห่งนี้  ก็คือ เป็น ฮวงซุ้ย ของจักรพรรดิ จีน ที่มีพระนามว่า  ฉินซื่อหวง แห่งราชวงศ์ ฉิน
(สำเนียงแตกต่างกันบ้าง ฉิน หรือ จิ๋น  เหมือนกัน) จักรพรรดิพระองค์นี้ เป็นผู้รวบรวม
แผ่นดินจีนที่แตกแยกกัน ให้เป็นปึกแผ่น และให้ใช้ภาษาจีนกลางในราชการ ทำให้
การสื่อสารของคนจีนในแต่ละถิ่น เกิดความเข้าใจภาษาเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะทุกคนต้องเรียน
ภาษาจีนกลาง ในการใช้สื่อสาร

ตามที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่า จักรพรรดิ จีนทุกพระองค์ ในประวัติศาสตร์ จีน มีความใฝ่ฝัน
อยู่ 2 ประการ ประการแรก ก็คือ ต้องการ ยาอายุวัฒนะ เพื่อเป็นอมตะ ไม่ตาย
ประการที่สอง ต้องการสร้างมหาสุสานเป็นที่ประทับชั่วกาลนาน 
จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ก็เช่นกัน
พระองค์ได้ส่งคนไปเสาะหา ยาอายุวัฒนะ รอเป็นสิบปี คนที่ส่งไปหานั้น ก็ไม่ได้กลับมาสักคน 

ดังนั้น จึงต้องทำความใฝ่ฝันในประการที่ 1 ต่อไป นี่คือ จุดมุ่งหมายของการสร้าง สุสาน จิ๋นซีฮ่องเต้
พระองค์เริ่มสร้างสุสานนี้  ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 247-210 ก่อนคริสต์ศักราช 
สุสานนี้ ใช้เวลาสร้าง 38ปี และมาเสร็จหลังจากที่พระองค์สวรรคตไปแล้ว สองปี จึงเสร็จสมบูรณ์
ในสมัยของพระราชโอรส คือ ฉินเอ้อซื่อ 

สุสานแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลและอำเภอ  หลินถง ห่างจากเมืองซีอาน  มณฑลฉ่านซี ไม่มากนัก 
สุสานแห่งนี้ ถูกค้นพบโดยความบังเอิญ  เมื่อ วันที่ 29 มีนาคม 2517 โดยชาวนา
หมู่บ้าน ซีหยาง ชื่อ หยางซื่อฟา ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ ที่บริเวณเชิงเขา หลีซาน
ห่างจากตัวเมืองซีอานไปทางตะวันออกประมาณประมาณ 35 กิโลเมตร  โดยระหว่างที่ขุดนั้น
พบซากของทหารดินเผา  อาวุธ  ม้าศึก  จำนวนทั้งสิ้น 7,400 ชิ้น  ภายในบริเวณพื้นที่
หลุมสุสานกว่า 25,000ตารางเมตร  แต่ส่วนที่เป็นสุสาน 2,180 ตารางกิโลเมตร
สุสานนี้ ได้รับการคัดเลือก เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.2530  ส่วนที่เป็นสุสาน 2,180
ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพระราชฐานชั้นในและนอก  ภายในสุสาน ใช้บรรจุพระบรมศพ
ของจิ๋นซี ฮ่องเต้ ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ตลอดจนกองกำลังทหาร  นางสนม นางกำนัล
รถม้า และขุนพล  ทหารจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทาง
ไปยังปรโลกของฉินซื่อหวง 

ภายในสุสานประกอบด้วย หลุมทหารรูปปั้นดินเผาจำนวนมาก ประกอบด้วยหลุมทั้งหมด 
8 หลุม ปัจจุบันขุดพบแล้ว 3 หลุม เปิดให้ชมเมื่อ เดือน ธันวาคม 2530

แต่เดิม ทหารดินเผาเหล่านี้  มีแก้มเป็นสีชมพู เสื้อ กางเกงมีสีสันสดใส ทาไว้อย่างสวยงาม
ส่วนใหญ่จะใส่เสื้อสีชมพู กางเกงสีเขียวและฟ้า แต่ว่า รูปปั้นหุ่นเหล่านี้ เมื่อถูกค้นพบ ถูกแสงแดด
และอากาศ  เกิดปฏิกิริยาทางเคมี  ทำให้สีของหุ่นลอกหายไปเป็นสีดำอย่างน่าเสียดาย
ตุ๊กตาทหารดินเผาเหล่านี้ ทุกตัวจะมีตราประทับบนตัวมากกว่า 80 ชื่อ  ทำให้นักโบราณคดีจีน
มั่นใจว่า ผู้ที่สร้างหุ่นทหารดินเผาทั้งหมด เป็นบรรดาช่างปั้นหม้อในสมัยฉิน มีเอกลักษณ์
การปั้นเฉพาะตัว  ได้รับคำสั่งเกณฑ์พลจากทุกแห่ง เพื่อสร้างกองทัพทหารดินเผาเหล่านี้
มีความสูง  1.8 เมตร กิริยา ท่าทาง เครื่องแต่งกายจะไม่เหมือนกันเลยแท้แต่ตัวเดียว

ใน 3 หลุม ที่เปิดให้เข้าชมนั้น  มีลักษณะ ดังนี้ 

หลุมที่ 1มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา 3 หลุม เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเนื้อที่ 14,260 ตารางเมตร
หลุมที่ 2 เป็นรูปตัว l ขุดพบปี พ.ศ.2519  อยู่ห่างจากหลุมที่ 1 ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ประมาณ 20 เมตร พื้นที่ประมาณ 6,000 ตารางเมตร
 หลุมที่ 3 เป็นรูป ตัว U ห่างจากหลุมที่ 1 ไปทางทิตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 25 เมตร
พบเมื่อปี พ.ศ. 2519 มีพื้นที่ 520 ตารางเมตร เป็นหลุมที่เล็กที่สุด แต่มีความสำคัญที่สุด
เพราะเป็นกองบัญชาการสูงสุด  กองทหารดินเผาทุกตัว  มีอาวุธครบมือ

เราก็ได้ทราบประวัติความเป็นมาของ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้แล้ว ต่อจากนี้ มาชมรูปที่ฉันและเพื่อนถ่ายมาค่ะ 











นั่งรถโดยสารประจำทาง คนละ 6 หยวน ประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางน่าจะประมาณ
เกือบสองชั่วโมง มีการจดรถรับผู้โดยสารตลอดระยะทางไปด้วย ฝนก็ยังตกปรอย ๆ อยู่
รถโดยสารพาพวกเราไปลงที่ท่ารถ พวกเราต้องเดินเข้าไปอีก โดยถามชาวบ้านที่ค้าขายอยู่แถวนั้น
ที่นี่ สิ่งที่ขายมากที่สุด คือ ลูกทับทิม เขาจะใส่กระเช้าเล็ก ๆ น่าจะประมาณ 4-5 ผล 
ขาย 10 หยวน แต่พวกเรายังไม่มีใครซื้อหรอก จะซื้อหิ้วหนักไปทำไม ยังไม่ได้เที่ยวเลย
ทางที่เดินเข้าไป จะเห็นรูปปั้นของ จิ๋นซีฮ่องเต้ องค์ใหญ่มาก  พวกเราก็เริ่มถ่ายรูปกัน










ระหว่างทางเดินไปชมสุสาน  




ประตูทางเข้าไปชม สุสาน หลุมที่ 1 










รูปปั้นดินเผาในหลุมที่ 1 










จากหลุมที่ 1 แล้ว เราก็ไปดูที่หลุมที่ 2 ซึ่งก็มีลักษณะเหมือนหลุมที่ 1 แต่มีรูปปั้นต่าง ๆ แสดงด้วย










หลุมที่ 3 ของสุสาน เราแทบจะไม่ได้ถ่ายอะไรเลย  เพราะดูมืด ๆ เป็นที่โชว์รถม้า 
เหมือนจัดเป็นนิทรรศการด้วย เราไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน เพราะมืดและทุกคนเริ่มเหน็ดเหนื่อย
เมื่อยขาไปหมด หิวอีกต่างหาก ฝนก็ตกหนักและเบาเป็นพัก ๆ เลยได้รูปมานิดหน่อย 





เมื่อพวกเรารอจนฝนซามากแล้ว ก็เริ่มเดินออกไปจากสุสาน ระหว่างทาง มีร้านค้าขายอาหาร
ขายผลไม้ ของที่ระลึกมากมาย  โดยเฉพาะทับทิม มีคนหิ้วมาขายเยอะมาก น้องหมัยอยากทาน
แต่ไม่อยากซื้อหลายลูก อยากซื้อแค่ 2 ลูก หรือครึ่งเดียว คือ 5 หยวน ก็ต่อให้หมัย
ดูเหมือนได้ 3ผล 5หยวน ฉันก็ต่อของฉัน ได้มา 6-7 ผล 10 หยวน จะแบกมาแจก
เพื่อนบ้านที่เมืองไทย อิอิ จากนั้น เราก็เดินมาถึงข้างนอก เจอร้าน  เคเอฟซี  หมัยกับเอกแยก
ไปซื้อกินกันเอง 2 คน ส่วนเรา 4 คน สั่งไก่ทอดมา 1 กระป๋อง มากินกัน ฉันเป็นคนไม่ชอบกิน
พวกนี้อยู่แล้ว กินไปเพียงชิ้นเดียว ก็จอด ส่วนจุก นุ่น วัชรี เขาชอบกินมาก พักใหญ่ก็หมด 
พวกเราหาร 4 จ่ายค่าไก่ไป แล้วก็เดินออกมาที่ลานสถานีจอดรถ หลงทางอีก อิอิ
กว่าจะถามทางและหาลานจอดรถที่มาจอดตอนขามา ก็เล่นเอาเหนื่อยและเพลียเลยแหละนะ 
รอน่าจะประมาณเกือบเครื่องชั่วโมง รถโดยสารประจำทางสายที่เราต้องการไปนั้น 
ก็มาจอด พวกเราดีใจ จะได้กลับโรงแรมสักที  เพราะทุกคนเหนื่อยมาก ๆ เลย 
บอกคนขับรถว่า เมื่อถึงป้ายที่เราจะไปขึ้นรถไฟ คือสถานี ทงหัวเหมิน  รถโดยสารมาถึงสถานีรถไฟแล้ว 
คนขับรถก็บอกพวกเราให้ลงป้ายนี้ พวกเราก็ต้องเดินรอดอุโมงค์เพื่อข้ามไปอีกฝั่งคือสถานีรถไฟ
พวกเราต่อ รถไฟ สองต่อเหมือนตอนขาไป มาถึงแล้ว เห็นสถานีมีรูปสวย ๆ ให้คนถ่ายรูปด้วย
พวกเราก็ไม่ได้รอช้า โพสต์ท่าถ่ายกับตุ๊กตาภาพเหล่านั้น คนละท่า สองท่า  อิอิ มาดูกันค่ะ 









วันที่ 26  ต.ค. 60   
 ช่วงเช้าวันนี้  ต่างคนต่างแยกย้ายไปเดินเที่ยวกันเป็นคู่  หมัยกับเอก สามีภรรยา ก็ไปเดินช้อป
ส่วนจุกกับนุ่น ไปกันอีกคู่หนึ่ง  ฉันกับวัชรี ไปเดินเล่นบริเวณ ตลาดมุสลิม หาซื้อของที่ระลึก
พวกแม่เหล็กติดตู้เย็น เดินไปตามถนน  ชมห้างร้าน ขายของ มีทั้งของกิน เสื้อผ้า 
ของทุกอย่าง 10 หยวน ได้ตลับกรรไกรตัดเล็บ 1 ตลับ มีทั้งหมด 4 ชิ้น ฉันได้เสื้ออีก 1 ตัว

เครื่องบินเราออกประมาณ 2 ทุ่ม  พวกเราให้ทางโรงแรม เรียกรถแท็กซี่ให้พวกเรา 2 คัน 
คันละน่าจะ 150 หยวน ถ้าจำไม่ผิด นะ สองคันก็ 300 หยวน แพงกว่าตอนขามา เหมามา
1 คันรถ ได้ราคา 280 หยวน  เรามาถึงสนามบินแต่หัววันเลย น่าจะประมาณเที่ยงเศษ ๆ 
รอถึงสองทุ่ม เป็นสิ่งที่น่าเบื่อไม่ใช่น้อยเหมือนกัน  เดินกันอยู่ในสนามบิน  เที่ยวอยู่ในสนามบิน

ที่สนามบิน กว่าจะเปิดให้เรายื่นพาสปอร์ตเพื่อรับตั๋วเครื่องบิน ก็เปิดช้ามาก แถมตรวจเข้มงวดมาก
โดยเปิดตรวจกระเป๋าหลายคน ของฉันก็โดน เพราะซื้อแม่เหล็กติดตู้เย็นรวมของวัชรีที่ฝากไว้
ก็หลายอัน มันคงเอกซเรย์เห็นแม่เหล็กเยอะ พอเปิดกระเป๋าให้ดู  เห็นเป็นของฝาก ก็ให้ผ่าน

แล้วปัญหาใหญ่ ก็เกิดขึ้นอีกจนได้  ตั๋วเครื่องบินของนุ่น  ไม่ผ่าน กลายเป็นตั๋วกลับพรุ่งนี้เย็น 
นุ่น มาซื้อตั๋วทีหลัง ไปแทน จุ๊บ (แม่) จุกจองให้ทีหลัง  เจ้าจุกคงสับสน  ขากลับกลายเป็นกลับคืนวันที่ 27 
แทนที่จะเป็น 26 เหมือนพวกเรา  เจ้านุ่นเอง ก็ตรวจใบจองตั๋วไม่ละเอียด จึงเกิดปัญหานี้ขึ้น
 มีวิธีแก้ปัญหาอย่างเดียว คือ ต้องซื้อตั๋วใหม่  นุ่นเสียดายเงิน ไม่ยอมซื้อตั๋วใหม่ แต่จะนอนที่สนามบิน
รอถึงเย็นวันที่ 27  คือ 1 คืน กับ 1 วัน  จุกบอกเขาจะอยู่เป็นเพื่อนนุ่นค้างที่นี่  เออ! ดูเขาแก้ปัญหากันซิ
พูดตลก  ถึงจะอยู่เป็นเพื่อน จุกก็ต้องซื้อตั๋วใหม่อยู่ดี  แล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ฉันตัดสินใจ
ให้นุ่น นำพาสปอร์ตมาให้ฉันเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปซื้อตั๋วให้ใหม่  โดยสมสมัยซึ่งเหลือเงินหยวนมากที่สุด
ไปจ่าย แต่นุ่นไม่ยอมให้พาสปอร์ต เวลาก็เหลือน้อย  เครื่องบินก็ใกล้ถึงเวลาบินแล้ว  ฉันจึงต้อง
ส่งเสียงดุ และบังคับเสียงดัง เพื่อแก้ปัญหาความดื้อของเด็ก ต้องใช้การบังคับ จะมาอ้างว่า 
เขาโตแล้ว สามารถรักษาตัวเอง ดูแลตัวเองได้  นั่นไม่ใช่เหตุผล มาประเทศที่ตัวเอง
ก็พูดภาษาของเขาไม่ได้  ถึงจะเป็นสนามบิน  ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัย ฉันรับปากจุ๊บจะดูแล
ลูกสาวเขา แล้วจะปล่อยให้ลูกสาวเขาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวได้อย่างไร  ถ้าลูกสาวเขา
เป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะเอาอะไรไปแก้ตัวกับแม่ของเขา ใช่ไหมล่ะ  เด็กมันก็ยังคงเป็นเด็กวันยังค่ำ
เฮ้อ! ทริปนี้ มีปัญหาตั้งแต่ตอนขึ้นเครื่องที่เมืองไทย  ยันมาถึงตอนกลับเมืองไทยเลยทีเดียว นะเนี่ย

ในที่สุดพวกเราก็ได้ขึ้นเครื่องกลับมาเมืองไทย ตลอดทาง  ยายนุ่นเงียบ ไม่พูด ไม่คุยกับใคร
หน้าบอกบุญไม่รับ  ห้าห้า  เด็กหนอเด็ก อย่างนี้ จะเรียกว่า โตแล้ว ได้อย่างไร หนอ 
ฉันได้ทำหน้าที่นำลูกทีมกลับมาถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพทุกคน ต่างคนต่างก็แยกย้าย
ร่ำลากันกลับบ้านของตัวเอง ลูกชายของวัชรีมารับ  ฉันได้อาศัยใบบุญของเขามาส่งฉันที่บ้านด้วย 

ทริปนี้ ก็จบลงไป อย่างสมบูรณ์  มีทั้งสุขและทุกข์  ความชอบใจ ไม่ชอบใจกันบ้าง
อันเป็นธรรมดาของการอยู่กันเป็นกลุ่ม  แต่พวกเราก็สามัคคีกัน ประคับประคองกันจนผ่านไปอย่างเรียบร้อย
นับเป็นทริปที่มีอะไรตื่นเต้น ตั้งแต่ต้นจนจบทริป  หวังว่า ท่านผู้อ่าน คงได้รับความเพลิดเพลิน
กับทริปของพวกเรา  ตลอดทั้ง 7 ตอน นะคะ 






Create Date : 07 เมษายน 2560
Last Update : 17 เมษายน 2560 21:44:04 น.
Counter : 1398 Pageviews.

26 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณClose To Heaven, คุณกะว่าก๋า, คุณtoor36, คุณชีริว, คุณnewyorknurse, คุณmambymam, คุณlovereason, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณThe Kop Civil, คุณสองแผ่นดิน, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณภาวิดา คนบ้านป่า

  
อาจารย์สุวิมล Diarist ดู Blog

โห เห็นรถไฟแล้วอยากไปเลยค่ะครู 55555
หัวรถไฟสวยมาก ๆ ค่ะ
อาหารในตลาดน่ากินหลายอย่างเลยค่ะ แถมมีคนต่อคิวด้วย
แสดงว่าต้องอร่อยจริงแน่นอน
โดย: Close To Heaven วันที่: 18 เมษายน 2560 เวลา:10:46:57 น.
  
โหวตครับอาจารย์

ดูจากในภาพ
เหมือนสุสานฯจะขายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ
ตอนนั้นผมไปไม่ใหญ่แบบนี้ครับ
คาดว่าน่าจะทำการขุดเพิ่มเรื่อยๆ

น่าทึ่งนะครับ
เราเคยมองว่าจีนล้าหลัง
เป็นคอมมิวนิสต์

ไม่กี่ปีผ่านไปเค้าพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดดเลย
ดูรถไฟเป็นตัวเปรียบเทียบก็ได้
ตอนนี้เค้าพัฒนาไปไกล
ของเรายังเหมือนเดิมครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 เมษายน 2560 เวลา:12:44:57 น.
  
ของบ้านเราคงอีกนานกว่าจะมีรถไฟหัวกระสุนแบบนี้บ้าง ของเขาดูดีทีเดียวครับ สถานีดูใหญ่ ออกแบบแบบเรียบง่าย เน้นใช้งานมากกว่า

ฝนตกด้วย ภายในเมืองสวยดีครับ ของกินของขายเยอะดี

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นสถานที่ที่หลายๆ คนอยากไปชมให้เห็นด้วยตาตัวเองซักครั้งถึงความยิ่งใหญ่ครับ

อาจารย์คิดถูกแล้ว ที่บังคับ น้องเค้าไม่รู้ว่ามันไม่ปลอดภัย พวกมิจฉาชีพตามท่ารถ สถานีรถไฟ ไม่เว้นแม้แต่สนามบิน มันมีเยอะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 เมษายน 2560 เวลา:14:12:29 น.
  
กลับมาจากนครพนมแล้ว ตามมาชมตอน 7 ครับอาจารย์
อยากนั่งรถไฟความเร็วสูงดูสักครั้ง น่าจะประหยัดเวลาเดินทางและขึ้นลงสะดวกกว่าเครื่องบินเยอะเลยนะครับ
แถบนี้คนมุสลิมกระจุกกันอยู่เยอะขนาดตั้งเป็นตลาดมุสลิมได้เลย มุสลิมชอบขายผ้า แต่ผมไปเมืองมุสลิมชอบกินอาหารเขา อร่อยดี (ถึงจะไม่มีหมูกินก็เหอะ)
ภาพหอกลองต้องแสงไฟตอนกลางคืนสวยมากเลยครับ

สุสานจิ๋นซีเป็นที่หนึ่งที่ใฝ่ฝันว่าชีวิตนี้ต้องไปให้ได้ครับ เคยเห็นแค่ตุ๊กตาดินเผาที่รัฐบาลจีนยกให้วิหารเซียนที่ชลบุรี
ที่สุสานจริงอลังการมากๆครับ แค่ชั้นแรกกก็ละลานตาแล้ว รอให้เขามีวิธีขุดที่พัฒนาไปกว่านี้จนไม่ทำลายโบราณวัตถุก่อนคงขุดเพิ่มได้อีกเยอะครับ
และสนามบินน่าเบื่องตรงต้องรอรอบบินนี่แหละ ทริปที่ผมกลับจากญี่ปุ่นวันสุดท้ายก็แกร่วอยู่สนามบินซะ 7 ชม.
มีการจองตั๋วผิด ซื้อตั๋วใหม่ก็เสียดายตังค์เหมือนกันนะครับ นอนที่สนามบินอีกคืนอาจเป็นทางเลือกที่ดีนะ แต่ผู้ใหญ่ก็ย่อมห่วงเด็กๆเป็นธรรมดา ไหนจะต้องรับผิดชอบชีวิตลูกเขาอีก ปลอดภัยไว้ดีที่สุด
โดย: ชีริว วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:0:07:42 น.
  
สวัสดีค่ะอจ.

มาเที่ยวด้วยค่ะ
ฝันว่าจะได้ไปเที่ยวบ้างจัง

โหวดคะ่
โดย: newyorknurse วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:2:48:08 น.
  


อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:6:01:51 น.
  
สวัสดีค่ะครู มาเที่ยวต่อค่ะ
แต่ละสถานที่ๆครูไป ล้วนน่าสนใจทั้งนั้น
อย่างสุสานนี่แปลกดีจังค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:12:23:31 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


โลกสีเทา
ผมเข้าใจว่าคนเขียนต้องการสื่อว่า
โลกในความเป็นจริงไม่ได้เป็นสีขาว สีดำจัด
แต่เป็นสีเทาๆ คือ มีทั้งสุขและทุกข์ครับ

พอเป็นคอมมิวนิสต์
การตัดสินใจเลยรวดเร็ว เด็ดขาดนะครับอาจารย์
ถ้าผู้นำดี ก็ดีไปเลย

ของเราเป็นเผด็จการ
และ ยังรอประชาธิปไตยอยู่ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:20:45:00 น.
  
สวัสดีค่ะอาจารย์
ตามอาจารย์มาเที่ยวต่อค่ะ รถไฟด่วนนี่ดีนะคะไม่เสียเวลาในการเดินทางมาก
ตลาดมุสลิมคึกคักน่าเดินมากค่ะ ยิ่งเดินหาของกินด้วย กาญชอบมากค่ะ เรื่องกินเรื่องใหญ่ แหะๆ

สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นอีกแห่งที่อยากจะไปเห็นค่ะอาจารย์
หลายคนหลายความคิด ยิ่งเที่ยวลุยกันเองแบบนี้ด้วย
ก่อนนี่กาญบินบ่อยพอได้ตั๋วมาต้องตรวจแล้วตรวจอีก กลัวตกเครื่อง แหะๆ

อาจารย์สุวิมล Travel Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:2:38:30 น.
  


สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:6:24:01 น.
  
สวัสดีค่ะครู ขอบคุณที่แวะชมดอกไม้ด้วยกันค่ะ


โดย: mambymam วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:10:30:36 น.
  
ได้ชมภาพแล้วอยากไปเที่ยวตามด้วยเลยครับอาจารย์
สุขสันต์วันสงกรานต์ด้วยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:14:06:44 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


ผมเองก็เสริชครับ
เจอแต่คำว่า "มัส" ซึ่งแปลว่า ทองคำ
แต่มัษนาวีไม่มีความหมายจริงๆครับ

ข้อมูลในหนังสือบอกว่าใช้เวลาเขียน 15 ปี
ผมก็งงว่าทำไมในวิกิพีเดียบอกว่า 43 ปี 555

คงต้องเชื่อข้อมูลในหนังสือไว้ก่อนครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:17:45:25 น.
  
สวัสดีดึกๆครับ อาจารย์สุ
ตามมาเที่ยวต่อครับ
สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้อยากไปมากที่สุดครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:23:21:08 น.
  
ตามมาเที่ยวยามดึก ๆ ค่ะ
โดย: sawkitty วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:23:33:13 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 เมษายน 2560 เวลา:6:37:31 น.
  
สวัสดีค่ะครู
กล้วยไม้ต้นนั้นตอนที่เพื่อนให้ก็ไม่ได้ถามชื่อไว้ค่ะ
พอจะเอาลงบล็อกต้องรบกวนพี่ภา คนบ้านป่า ช่วยดูให้
เลยรู้ว่าเป็นไม้ในสกุลช้าง ถ้าไม่ได้พี่ภาก็แย่ค่ะ อิอิ
ครูพูดถึงต้นผีเสื้อแล้วอยากเห็นจังค่ะ ใบคล้ายผีเสื้อ
ไม่รู้ว่าใช่ต้นผีเสื้อราตรีหรือเปล่านะคะ ดอกเค้าเล็กๆสีม่วงอ่อนๆ
กลางคืนใบจะหุบ

ขอบคุณครูที่แวะชมดอกไม้ที่บล็อกค่ะ
วันนี้มาขอแอดครูเป็นเพื่อนด้วยค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 21 เมษายน 2560 เวลา:16:33:45 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์


งานเขียนชุดนี้เป็นลักษณะแนวคิดที่ผมเขียนขึ้นเพื่อสอนใจตัวเองเป็นหลักเลยครับอาจารย์
ไม่ได้เน้นธรรมะมากเหมือนบล้อกก่อนหน้านี้ครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 เมษายน 2560 เวลา:20:02:34 น.
  
ตามอาจารย์มาเที่ยวด้วยคนค่ะ เห็นแล้วอยากไปหมด ทั้งนั่งรถไฟหัวจรวด เดินช็อปปิ้งในตลาด ไปเที่ยวสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ หวังว่าจะมีโอกาสได้ตามรอยอาจารย์บ้างค่ะ
โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 21 เมษายน 2560 เวลา:22:55:06 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 เมษายน 2560 เวลา:6:24:11 น.
  
สวสัดีวันเสาร์ครับอาจารย์ มาพาไปเที่ยวเมืองจำลองครับ
หนนี้เน้นภาพเยอะ ตัวหนังสือน้อย คั่นเวลาครับ

โดย: ชีริว วันที่: 22 เมษายน 2560 เวลา:10:56:33 น.
  
สวัสดีในวันหยุดค่ะครู
ใช่แล้วค่ะ ต้นผีเสื้อราตรีมีหัวอยู่ใต้ดิน มันตายยากค่ะ
ดอกเค้ามีห้ากลีบ สวยน่ารักดี ยิ่งปลูกให้เป็นพุ่มเวลาออกดอกยิ่งสวยมากค่ะ
ขอบคุณครูเช่นกันค่ะที่รับหนูเป็นเพื่อนค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 22 เมษายน 2560 เวลา:11:07:27 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมผ่านความรู้สึกนี้มาครับ
เลยนำมาเขียนเป็นงานชิ้นนี้
นั่นคือตอนที่เสียพี่ชายไปนี่ล่ะครับ
ตอนเช้ายังทำงานด้วยกันอยู่เลย
ตกค่ำก็จากไปเสียแล้ว

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 เมษายน 2560 เวลา:14:37:02 น.
  

สวัสดียามเช้าครับอาจารย์

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 เมษายน 2560 เวลา:6:32:27 น.
  
ตามเที่ยวๆ

เคยดูหนังที่ ทหารที่สุสาน ออกมาเดิน ขยับๆ ขนลุกดีนะคะ อิอิ

โดย: kae+aoe วันที่: 26 เมษายน 2560 เวลา:16:29:53 น.
  
วันนี้กลับมาอ่านค่ะ

ยังงัยก็แก้ปัญหาได้กลับบ้ายพร้อมกันละนะคะ
เป็นผู้ใหญา หัวหน้าทีม ปัญหาก็จะไม่รอดไปได้อยู่แล้ว

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 29 เมษายน 2560 เวลา:14:47:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments