สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
ท่องฮอกไกโด ดินแดน ดอกไม้สวย ทิวทัศน์งาม ค่ะ
ท่องฮอกไกโด ถิ่นดินแดน ดอกไม้สวย ทิวทัศน์งาม ค่ะ

สำหรับงานเขียนบล็อกนี้ เป็นบล็อกต่อเนื่องกับบล็อกเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ค่ะ

พวกเรามาถึงสนามบินของเมืองเซี่ยงไฮ้ กว่าจะเช็คอิน ก็เข้าแถวยาว นานเป็นชั่วโมงอีก เราต้องบินไปลงที่เมือง ซับโปโล ของประเทศญี่ปุ่น ปรากฏว่า เครื่องบินที่เราจะไปนั้น ดีเลย์ อีกแล้ว น่าเบื่อจริง ๆ แต่ครั้งนี้ ไม่เซ็งเหมือนตอนขามาจากกรุงเทพฯ แต่ก็ยังสองชั่วโมงกว่า กว่าเครื่องบินจะบิน ก็ประมาณบาย 4 โมงเย็น

มาถึงสนามบินซับโปโล ประเทศญี่ปุ่น ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็ต้องลากกระเป๋าทุลักทุเลไปซื้อตั๋วรถไฟ เพื่อไปยังโรงแรมที่จองไว้ รถไฟญี่ปุ่นนี่ ผู้โดยสารจะต้องรีบเข้าไปในตัวรถ ชักช้าไม่ได้ มันไม่รอเลย คนก็เยอะมาก ทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งคนในประเทศของเขา เป็นภาพที่เหนื่อยมาก ๆ ในการแย่งกันเข้าตู้รถไฟให้ทัน ตัวเปล่า ๆ ก็ยังพอทนไหว แต่นี่ต้องลากกระเป๋าเข้าไปอีก บอกให้เลยว่า ถ้าไม่แข็งแกร่งจริง ๆ ไปทัวร์กันเถอะ ห้าห้า

ประมาณน่าจะชั่วโมงเศษ ๆ ก็ถึงตัวเมือง แล้วก็ต้องลากกระเป๋าเดินทางต่อไปเพื่อจะไปถึงโรงแรมที่จองไว้ คือ โรงแรม โตโยโตะ (Toyoka) โรงแรมนี้ก็น่าอยู่พอควร ที่ญี่ปุ่น นี้ ไม่ได้ให้นายโปรถือเงิน เขาติดต่อโรงแรมแล้ว ราคาต่อคนเท่าไหร่ ก็เก็บสด ๆ กันตอนนั้นเลย ก็ดีไปอย่าง จะได้ไม่ต้องมีเรื่องคาใจกัน โดยมีเช็งเป็นผู้ตรวจสอบ ห้าห้า

คืนนี้เราต้องเตรียมเสื้อผ้าใส่กระป๋าเล็กประมาณ 2-3 ชุด พรุ่งนี้เช้าจะไปเที่ยวส่วนเหนือของเกาะฮอกไกโด โดยเช่ารถขับกันเอง ที่ญี่ปุ่น เราหารกัน7 คน ยกเว้น เรื่องเช่ารถ น้ำมันและทางด่วน นายโปรไม่ต้องหาร เพราะเขาเป็นคนขับรถและพาเที่ยว คืนนี้ไม่ได้กลับมาพักโรงแรมนี้ แต่ก็ไปพักโรงแรมในเครือเดียว
กับโรงแรม โตโยโตะ

วันที่ 12 กรกฎาคม 57

เช้านี้ เราไม่ต้องไปตะลอนหาอาหารมื้อเช้าเหมือนตอนอยู่เซี่ยงไฮ้ เพราะที่โรงแรม เขามีอาหารมิ้อเช้าให้กินแบบง่าย ๆ ตามฐานะที่เรามาเช่าโรงแรมแบบประหยัด อิอิ ฉันกับจุ๊บลงมาที่ชั้นล่างประมาณ 7 โมงเช้าของที่ญี่ปุ่น มีคนที่มาพักต่อแถวกันยาวเหยียด สถานที่ค่อนข้างคับแคบ โต๊ะที่จะให้นั่งทานข้าวค่อนข้างน้อย เหมือนเก้าอี้ดนตรีเลยเชียวละ อาหารก็เป็นพวกข้าวปั้น มีไส้กรอก มีผักดอง ไข่ที่ทำเป็นก้อน ๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้า รสหวาน ๆ แล้วก็น้ำแกงให้ซด อีกคนละถ้วย มีสลัดผักด้วย เป็นถาดหลุม เหมือนเด็กประจำเลย อิอิ

อิ่มกันแล้ว พวกเราก็เดินไปซื้ออาหารมื้อกลางวันที่ร้าน เซเว่น ฉันไม่รู้จะซื้ออะไรดี นอกจาก ขนมปังไส้สลัด นายโปร เขาฉลาด เอากล่องไปใส่ข้าวปั้นที่โรงแรมให้กินตอนเช้า ไปกินมื้อเที่ยงด้วย พรุ่งนี้ พวกเราส่วนใหญ่ก็เอาอย่างบ้าง ก็จะดีเนอะ ประหยัดมื้อเที่ยงไป 1 มื้อ ห้าห้า

เช้านี้ รถที่เช่า นายโปรกับโกศลไปรับมาแล้ว และพวกเราก็ขนกระเป๋าขึ้นรถ เป็นรถแวน ที่นั่งก็กว้างพอประมาณ เมื่อได้เวลา นายโปรก็เริ่มขับรถไปตามถนนหนทาง มาชมทิวทัศน์ถนนหนทางของญี่ปุ่นเสียหน่อย ค่ะ



จะเห็นว่า ประเทศเขา มีพื้นที่สีเขียวชอุ่มไปหมด ป่าเขาลำเนาไพรของเขายังอุดมสมบูรณ์มาก ที่เที่ยวแห่งแรกของเราเช้านี้ คือ ไปชมโรงงาน
ทำชีส แต่ไม่ได้เห็นหรอก เราไม่ได้ไปเรียนด้วย ได้แต่ชมของจำลองที่เขาทำไว้โชว์เท่านั้น มาชมภาพที่ฉันถ่ายรูปมาฝากค่ะ





ลงจากโรงงานทำชีส ทำเนยแล้ว ก็มาถ่ายรูปบริเวณรอบ ๆ ซึ่งมีดอกไม้สวย ๆ ให้ถ่ายรูปกันค่ะ



ออกจากโรงงานชีส เนย แล้ว แหล่งที่สองที่ไปชม คือ โรงงานทำไวน์ ที่นี่ มีขายไวน์ มีให้ชิมด้วย เราไปดูถังที่เขาหมักไวน์ด้วย เราชิมไวน์อย่างเดียว ไม่มีใครซื้อ เพราะมันแพง อิอิ เชิญชมรูปถ่ายค่ะ





ออกจากที่โรงงานทำไวน์แล้ว ก็ไปเที่ยวสวนดอกไม้แห่งแรก ฝนตกปรอย ๆ แต่พวกเราก็ไม่กลัว หามุมถ่ายรูปดอกลาแวนเดอร์และดอกไม้อื่น ๆ มาฝากท่าน ผู้อ่าน ค่ะ ลองชมดู ซิคะ





แหล่งท่องเที่ยวของเราในวันนี้ อีกแห่งหนึ่ง ก็คือ สวนดอกไม้ โทมิตะ (Tomita) ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ที่ถือว่าสวยที่สุดของญี่ปุ่น มีอาณาบริเวณกว้างขวางมาก มี 3 สวนในบริเวณเดียวกัน นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในวันนี้มากมาย รอคิวถ่ายรูปกันจนเบื่อ เงินค่าเข้าชมก็ไม่ต้องเสียอีก สวนนี้อยู่ที่เมือง ฟูราโนะ (Furano) ที่นี่ เป็นฟาร์มดอกไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเกาะ ฮอกไกโด สวนดอกไม้แห่งนี้ เป็นของ นายโทคุมะ โทมิตะ เขาเป็นผู้บุกเบิกฟาร์มแห่งนี้ขึ้น เมื่อประมาณ พ.ศ. 2446 ได้ปลูกต้น ลาเวนเดอร์สลับกับดอกป๊อปปี้และแมรี่โกลด์ การปลูกสลับเช่นนี้ ทำให้มีสีสันงดงามดั่งสายรุ้งยามหลังฝนตก ในบริเวณสวนดอกไม้ จะมีร้านค้าขายของที่ระลึก โดยมีสัญลักษณ์ของดอก ลาเวนเดอร์ มีร้านขาย ไอศกรีมกลิ่นดอก ลาเวนเดอร์ การมาชื่นชมสวนดอกไม้ ลาเวนเดอร์ ต้องมาช่วงระหว่างเดือน มิถุนายน ถึง สิงหาคม ของทุกปี เรามาชมรูปสวย ๆ ของสวนนี้พร้อมคนในรูปนี้ด้วยนะ ห้าห้า











เราชื่นชมความสวยงามของสวนดอกไม้แห่งนี้ หลายชั่วโมง ประมาณ ห้าโมงเย็นของที่นี่ แสงแดดยังแรงกล้าอยู่ นายโปร ก็ขับรถพากเราไปเที่ยวสวนดอกไม้อีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า ลาแวนเดอร์อีส ( Lavender East) เป็นสวนดอกไม้สุดท้ายสำหรับวันนี้ เป็นสวนที่มีดอก ลาแวนเดอร์เป็นทุ่งสีม่วง สดใส เป็นทุ่งกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เหมือนหนึ่งพรมสีม่วงที่ปูลาดอยู่บนผืนดินอันกว้างใหญ่ พวกเรา ก็รีบลงจากรถไปชมความสวยงามดังกล่าวอย่างไม่รั้งรอ กล้องแต่ละกล้องก็ถ่ายกันไป เธอถ่ายให้ฉัน ฉันถ่ายให้เธอ หมู่บ้าง คู่บ้าง เดี่ยวบ้าง อย่างสนุกสนาน ไม่ต้องกลัวเสียฟิล์ม เพราะว่า ปัจจุบันเป็นกล้องดิจิตอล ถ่ายแล้วไม่สวย ไม่ชอบ ก็ลบทิ้งกันไป ห้าห้า มาชมรูปของพวกเรา 6 คนซิคะ









เย็นนี้ พวกเรากลับมาถึงโรงแรมใหม่ ซึ่งเราจะพักอยู่โรงแรมนี้ 3 คืน วันนี้เก็บอีก 2 หมื่นเยน สำหรับการพักที่โรงแรมนี้ คืนนี้ ไม่ได้ออกไปหาอาหารมื้อเย็นทานกัน ต้มน้ำร้อนที่ห้องนอนในโรงแรม แล้วต้มมาม่าทานกันเป็นอาหารมื้อเย็น ประหยัดไปอีก 1 มื้อ อิอิ

13 กรกฎาคม 57

รายการเที่ยววันนี้ เป็นวันที่เหนื่อยมาก ๆ เพราะต้องไปขึ้นเขา ที่เรียกกันว่า เทรคกิ้ง (Tracking ) โดยพวกเราต้องมาขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ด้วยราคา 1950 เยน แล้วก็ต้องไปต่อนั่งชิงช้า อีกต่อหนึ่ง ชิงช้า ราคาคนละ 600เยน ต่อจากนั้น ก็ต้องเริ่มเดินขึ้นเขา ที่เรียกว่า อุทยานแห่งชาติ Daisetsuzan เขานี้ มีขึ้นได้หลายทาง วันนี้ เรามาขึ้นทางด้านที่นายโปรบอกว่า ค่อนข้างลำบาก ก็จริงอย่างที่เขาพูด ระยะทางที่ขึ้นนั้น หนทางขรุขระ บางแห่งมีก้อนหิน สูงใหญ่ บางช่วงมีน้ำเฉอะแฉะ ลื่น มีตะไคร่น้ำ มีราวให้เกาะบ้าง บางช่วงก็ไม่มี แถมบางช่วงก็มีหิมะ ฉันกับจุ๊บ ยังลื่นก้นกระแทกเลย ฉันเหยียบลงตรงหิมะที่ไม่แข็งตัว ขาจึงตกลงไปในหลุมหิมะ ช่วงนี้ มีจุ๊บอยู่ด้วย ประคับประคองจูงกันไปตอนขาลง ขาขึ้นมีติ่งอีกคน คอยดึงให้ขึ้นตามก้อนหินต่าง ๆ ระหว่างทาง บอกคำเดียวว่า เหนื่อยมาก ๆ เหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เดินไป พักไป ระหว่างทางร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ ๆ มากมาย เรามาชมความสวยงามของสถานที่นี้ดีกว่า ค่ะ













เรามาถึงที่ลงชิงช้า และต่อด้วยกระเช้าไฟฟ้า ถึงด้านล่างก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว ขับรถกันไป เพื่อหาอาหารมื้อเย็นทานกันก่อนเข้าโรงแรมที่พักแห่งใหม่ เดินชมกันหลายร้าน ในที่สุดก็ได้ร้านที่ดูแล้วน่าจะอร่อย โดยสังเกตว่า มีคนเข้าร้านกินกันมาก เป็นพวกราเมง ลองกินกัน เพราะชามใหญ่มาก สั่งหนึ่งชามต่อสองคน ราคา 800 เยน เฉลี่ยก็คือ คนละ 400 เยน ก็อิ่มตื้อเลย

วันที่ 14 กรกฎาคม 57

เช้านี้ มีอาหารมื้อเช้าที่โรงแรมเหมือนเดิม วันนี้ พวกเราฉลาด เอาข้าวปั้นใส่ถ้วยกระดาษไปกินมื้อเที่ยง
ตามอย่างนายโปรด้วย อิอิ รถเราเริ่มเดินทางประมาณ 8.30 น. แหล่งท่องเที่ยวแห่งแรก คือ Blue Pond บางคนเรียกว่า ทะเลสาบสีฟ้า แต่โดยรูปศัพท์ภาษาอังกฤษ จะแปลว่า บ่อ สระน้ำ หนองน้ำ สระน้ำ บ่อน้ำ ซึ่งฉันคิดว่า น่าจะเหมาะสมกว่า ทะเลสาบ เพราะมันไม่ได้กว้างใหญ่อะไรมากนัก น่าจะใช้ว่า หนองน้ำจะเหมาะกว่า

หนองน้ำสีฟ้า นี้ อยู่ที่เมือง บีเอ (Biei) ซึ่งแม่น้ำของเมืองนี้จะเป็นสีฟ้าทั้งนั้น เพราะในน้ำของแม่น้ำเหล่านี้ จะมีอลูมินั่ม มาก การมาเที่ยวสถานที่นี้ มาได้ทางเดียว คือ ต้องขับรถมาเท่านั้น เพราะไม่มีรถประจำทาง หรือรถสาธารณะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง บริเวณของ Blue Pond จะไม่มีห้องน้ำให้เข้า ดังนั้น ก่อนมาที่นี่ จึงต้องเข้าห้องน้ำกันให้เรียบร้อยก่อน อิอิ ไม่งั้นก็ต้องเข้าป่าเข้ารกไปปล่อยทุกข์ ซึ่งถ้าผู้ชายก็ไม่ค่อยมีปัญหา ถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงไม่ไหว ห้าห้า

Blue Pond เป็นสระน้ำสีผ้า ไม่ใหญ่นัก มีต้นไม้ยืนตายอยู่ในสระ ริมบ่อบ้าง ในน้ำบ้าง ทำให้ดูแปลกตา งดงามไปอีกรูปแบบหนึ่ง น้ำสีฟ้า เมื่อยามต้องกับแสงอาทิตย์ สะท้อนลงในน้ำสีฟ้า ปุยเมฆที่เป็นเงาในน้ำสวยงามมาก เรามาช่วงเช้า และแวะมาอีกครั้งตอนเย็นของอีกวัน เพื่อดูความงามที่แตกต่างกันเมื่อเวลาที่ต่างกัน แต่ฉันก็ว่า สวยเหมือน ๆ กันแหละ เลยไม่ได้แยกรูป ช่วงเช้า กับ ช่วงเย็น ท่านก็ลองสังเกต การแต่งกายของแต่ละคน ก็แล้วกันนะคะ อิอิ

















พวกเราออกจากที่ สระน้ำสีฟ้านี้ไป ประมาณ 11 โมง เที่ยวไปตามถนนหนทางที่ผ่าน ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาข้าว สีเหลืองทองบ้าง สีเขียวขจีสดใสบ้าง มีชมต้นไม้ที่มีชื่อเสียง เช่น เซเว่นทรี ต้นไม้ 3 แม่ลูก ต้นแคนและแมรี่ ฉันก็จำไม่ได้ว่า ภาพไหนเป็นอะไรบ้าง เพราะดูแล้วหน้าตามันก็เหมือน ๆ กัน อิอิ แต่เขาบอกว่า ต้นไม้ที่กล่าวมานี้ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมือง บิเอ ค่ะ ชมภาพที่พวกเราถ่ายมาฝากท่านผู้อ่านดีกว่า ค่ะ







แคนและแมรี่ (Ken and mary Tree) จัดเป็นสถานที่น่าเที่ยวเป็นอันดับที่ 11 จาก 16 สถานที่น่าเที่ยวของ บีเอ เป็นต้นไม้ที่มีชื่อเสียงของ บิเอ เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่ เพราะเป็นต้นไม้ที่เคยนำไปถ่ายทำการโฆษณาในปี 1972 เป็นต้นไม้ที่สวย สง่างาม ค่ะ ดอกไม้ในบริเวณนี้ก็สวย ค่ะ



วันนี้ มาเที่ยวสวนดอกไม้อีกแห่ง คือ Hokuseino-oka Obseevatory Part สถานที่นี้ จัดเป็นอันดับที 6 จาก 16 สถานที่น่าสนใจใน บิเอ (Biei) จะเห็น พีระมิด ที่ใหญ่โตตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา มีหอดูดาว เมือง บิเอ ถือว่า เป็นเมืองแห่งเนินเขาสวย มาชม ค่ะ















กลับจาก พิระมิดแห่งนี้ ก็ไปชมสวนดอกไม้อีกแห่ง ดอกไม้สวย ๆ ทั้งนั้นเลย พวกเราก็เก็บเกี่ยวมาฝากท่านผู้อ่านอีก ค่ะ









แหล่งสุดท้ายของวันนี้ คือไปเที่ยวสวนเชอรรี่ คนละ 800 เยน กินเท่าไหร่ก็ได้ ฉันชิมแล้วรู้สึกไม่อร่อย และกินไม่ไหว เพราะวันนี้เป็นไข้หวัดอย่างแรง ไม่อยากกินอะไรเลย พอดีเช็ง ก็ไม่เข้าด้วย เลยมีเพื่อนอยู่ด้วยกัน หญิง จุ๊บ ติ่ง โกศล นายโปรเข้าฟรีในฐานะ มัคคุเทศก์ ปรากฎว่า พวกที่เข้าไปกิน ถ่ายท้องกันทุกคน สงสัยสวาปามเข้าไปเยอะมาก ห้าห้า มีรูปสวย ๆ ของเชอรี่มาฝาก ค่ะ



กลับจากสวนเชอรรี่ ก็กลับโรงแรมที่พัก ระหว่างทางที่กลับก็เจอทิวทัศน์สวย ๆ ระหว่างทาง ก็บอกนายโปรให้จอดให้พวกเราลงไปแอ๊กท่า ถ่ายรูปกันอีก อิอิ มาชมภาพสวย ๆ งาม ๆ กันค่ะ



วันที่ 15 กรกฎาคม 57

วันนี้โปรแกรม Tracking อีกแล้ว เหนื่อยอีกแล้ว แต่ไม่มากเท่าวันที่ 13 นายโปรก็จัดโปรแกรมดีนะ ให้พัก 1 วัน ก่อน คือเมื่อวานนี้ ไปที่เบา ๆ ไม่ต้องปีนป่าย เขาบอกว่า เป็นอีกด้านหนึ่งของ อุทยาน Daisetsuzan มียอดเขาสูงสุด ที่พวกเราจะไป คือ ยอดเขา Asahidake เป็นยอดเขาที่ขึ้นชื่อ เป็นที่นิยมอันดับต้น ๆ ของอุทยานแห่งนี้ ควรมาเที่ยวช่วงหน้าร้อน การเดินเขา ระหว่างทาง จะมีทุ่งดอกไม้ ต้นไม้ใหญ่ ๆ มีก้อนหินภูเขาก้อนโต ๆ เป็นก้อนหินเกิดจากภูเขาไฟ เดินค่อนข้างยาก แต่ส่วนใหญ่มีราวให้จับ การมาเที่ยวที่นี่ เหมาะกับคนที่ชอบและรักการผจญภัย

นายโปร ไปซื้อตั๋วเพื่อจะนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นเขาไปช่วงหนึ่ง (Ropeway) กระเช้าไฟฟ้า มีขนาดใหญ่มาก ที่นี่เที่ยวได้ทุกฤดู หน้าหนาวนิยมใช้เล่นสกี หน้าใบไม้เปลี่ยนสีก็สวยงามมาก อากาศบนเขาวันนี้ เย็นสบายดี พวกเราเดินไป มีภูเขาไฟที่ยังมีควันพวยพุ่งคุกรุ่นอยู่ มาชมภาพสวย ๆ กันค่ะ























ลงจากเขาแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางต่อ ระหว่างทาง ก็จอดรถบ้างเมื่อเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม แวะถ่ายรูปกัน เก็บเกี่ยวความสวยงามของธรรมชาติที่ชวนให้อิ่มเอิบใจ สดชื่น เหลือที่จะพรรณนาให้เห็นจริงตาม ต้องมาเห็นเอง ค่ะ



แหล่งท่องเที่ยวต่อไป ก็คือ สวนดอกไม้ สี่ฤดู ที่มีความสวย สดชื่น ให้แก่ผู้มาเยือนอีกสวนหนึ่ง คนมาเที่ยวเยอะมาก มาถึงที่นี่ บ่ายมากพอควร สายแดดเปรี้ยงเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีใครย่อท้อ เดินชมสวนดอกไม้ที่กว้างใหญ่ไพศาล หลากหลายสีสัน ตระการตาเหลือจะพรรณนา บางคนมีตังค์เยอะ ก็เช่ารถกอล๋ฟพาชมสวนกันไป ส่วนพวกเรา เป็นพวกสู้แดด สู้ฝน เดินชมดอกไม้กันอย่างไม่หวาดหวั่น ห้าห้า สัญลักษณ์ที่สำคัญของสวนนี้ คือ ตุ๊กตาหุ่นกองฟางขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางดอกไม้ที่สวยสดงดงาม เรามาชมสวนดอกไม้กันค่ะ







ออกจากสวนดอกไม้นี้แล้ว นายโปรก็ขับรถพาเราไปเที่ยวน้ำตก น้ำไหลแรงดี เขาสร้างเป็นสะพาน ให้ดูแต่จากบนสะพานลงไป ไม่ให้นักท่องเที่ยวลงไป ก็ดีเหมือนกัน ถ้าลงไป อาจจะไปทำความสกปรกให้น้ำตก เหมือนอย่างของไทยเรา คนไปเที่ยว มักจะทำสกปรก ไม่เก็บขยะไปทิ้ง ทำให้ทัศนียภาพหมดความสวยไปเยอะ
เรามาชมน้ำตกของญี่ปุ่นดู ค่ะ



ระหว่างการเดินทางผ่านข้างทางสวย ๆ เราก็แวะถ่ายรูปกัน



ขากลับ จะผ่าน สระน้ำสีฟ้าที่เราไปชมมาแล้วในช่วงเช้า ก็แวะชมช่วงบ่าย ๆ อีกครั้ง ฉันก็ว่า มันก็สวยพอ ๆ กัน เพื่อน ๆ ก็พากันเก็บรูปอีกครั้ง จากนั้น เราก็เดินทางกลับไปที่ซับโปโล ถึงโรงแรมเดิม ประมาณ 3 ทุ่มกว่าแล้ว ไปแวะซื้ออาหารมื้อเย็นที่เซเว่นทานกัน ฉันไม่รู้จะกินอะไร ได้โซบะ เป็นหมี่ผัด มีหมูอยู่ 2-3 ชิ้น ราคาเป็นร้อยกว่าบาท ของญี่ปุ่นมันแพงจริง ๆ เลยนะ

วันที่ 16 กรกฎาคม 57

เช้านี้ทานข้าวมื้อเช้าที่โรงแรม เอาข้าวปั้นและไข่ก้อน ๆ จากโรงแรมอย่างละสองก้อน แล้วไปหาซื้อขนมปังไส้สลัดผัก อีกหนึ่งชิ้น เป็นอาหารมื้อเที่ยง

อาการไม่ค่อยดีจึงกลับโรงแรมก่อน ต้องเข้าห้องน้ำ ไม่รู้ไปกินอะไร สงสัยน้ำส้มเมื่อคืนทำพิษ ท้องเสีย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ไข้หวัดก็ยังไม่หายดีนัก

วันนี้เรามุ่งหน้าลงเที่ยวทางใต้ของเกาะฮอกไกโด หลังจากไปเที่ยวทางเหนือของเกาะมาหลายวันแล้ว แหล่งท่องเที่ยวแห่งแรก คือไปดูแกลลอรี่ภาพถ่ายของนักถ่ายรูปชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง เขาแจกโปสการ์ดคนละใบ เมื่อพวกเราช่วยกันบริจาคคนละ 100 เยน แล้วก็เดินชม หุบผาที่เต็มไปด้วยหญ้ามอสปกคลุมแน่นหนาที่เรียกว่า Koke No Domon หรือ Moss Canyon บรรยากาศร่มรื่น อากาศเย็นสบาย พวกเราก็ถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ ที่เห็นว่าสวย เรามาชมภาพสวย ๆ กันค่ะ







ออกจากที่หุบเขามอสนี้แล้ว ก็แวะเที่ยวน้ำตกอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งน้ำไหลแรงมากทีเดียว มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง มาชมภาพที่นำมาฝาก ค่ะ









จากน้ำตกนี้แล้ว ก็มุ่งหน้าไปที่โรงแรมที่มี ออนเซ็น ซึ่งเป็นโรงแรมที่กว้างใหญ่มาก ราคาค่อนข้างแพง แต่ความโอ่อ่าและสวยงามของห้องนอนก็สมราคาของเขา คนจะไปออนเซ็น (เปลื้องผ้าล่อนจ้อน แช่น้ำแร่รวมกับคนอื่น ๆ ) เสียเงินทุกคน จะลงหรือไม่ลงก็ต้องเสียเงิน อิอิ ฉันกับจุ๊บไม่ได้ลง ไม่ไหวอ่ะ แค่ได้ฟังว่าต้องอวดโฉมหุ่นเราต่อสายตาคนอื่น ถึงจะไม่มีใครสนใจใคร ก็ไม่ไหว อิอิ หญิง เสียดายตังค์ ไปลงตอนดึก ๆ คนน้อย ๆ ห้าห้า

เรามาถึงเร็วไปหน่อย เขาเลยยังไม่ให้เข้าโรงแรม พวกเราเลยไปเที่ยวบ่อน้ำร้อน บ่อโคลน ซึ่งไม่ไกลจากโรงแรมที่พักนัก มาชมภาพกัน ค่ะ







บ่อโคลนและบ่อน้ำร้อน ปากปล่องภูเขาไฟคละคลุ้งไปด้วยควันกำมะถัน ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ที่จะไหลกระจายไปตามออนเซ็นต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ นี้ ของเมืองนี้ หลังจากกลับจากเที่ยว เราก็กลับโรงแรม ได้เวลาเข้าพักในโรงแรมได้แล้ว มีพนักงานแต่งชุดญี่ปุ่นยืนให้การต้อนรับตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า นายโปรไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ตามที่ได้จองเอาไว้ เราก็รอกันอยู่แถว ๆ นั้น ซึ่งมีโซฟา หรูหรา นิ่ม ๆ ให้นั่ง อิอิ ลองชมภาพดูซิคะ



พวกเราได้กุญแจห้องกันแล้ว ก็ลากกระเป๋าขึ้นลิฟขึ้นไปชั้น 10 เปิดเข้าไปห้อง โอ้โห หรูหราน่าดูเลย มีให้นอนทั้งเป็นเบาะเหมือนในละคร มีเตียงอีกสองเตียน เช็งขอนอนเบาะ ซึ่งมีหลายเบาะ ทั้งห้อง ส่วนฉันกับจุ๊บนอนอีกห้องหนึ่ง คนละเตียง ห้องน้ำก็มี 2 ห้อง ดูหรูหรามาก ๆ สมราคาแพงของเขาแหละ มีชุดญี่ปุ่นให้สวมใส่ด้วย แต่เรายังไม่ได้ใส่ เพราะนัดจะไปเดินเที่ยวรอบ ๆ โรงแรมก่อน มาดูห้องนอนและบริเวณชั้น 10 ที่ฉันและเพื่อนถ่ายกันมาฝาก ค่ะ



เนื่องจากเวลายังเหลืออีกเยอะกว่าจะถึงเวลาทานอาหารมื้อเย็นที่รวมอยู่ในค่าห้องแล้ว พวกเรา มีหญิง จุ๊บ โกศลและฉัน ก็ไปเดินเที่ยวรอบ ๆ บริเวณโรงแรม คนอื่นที่เหลือ เขาไปออนเซ็นกัน พวกเราก็ไปเดินชมความสวยความงามของถนนหนทาง ร้านค้าต่าง ๆ ตลอดจนสถานที่สำคัญในบริเวณนั้น ๆ มาชมภาพแทนคำบรรยาย ค่ะ









กลับจากเดินเที่ยวจนขาเมื่อยมาก เราก็กลับเข้าโรงแรม อาหารมื้อเย็นนัดเจอกันที่ห้องอาหาร ยังเหลือเวลาอีกมาก พวกเราก็นั่งพักผ่อนกันสักพักแล้วแต่งตัวแบบญี่ปุ่น เขาบอกกันว่า แต่งตัวแบบนี้ เหมือนกับกลับจากออนเซ็นแล้วไปทานอาหารกันเลย พวกเราทุกคน ก็เลยแต่งกันอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องซื้อหรือเช่าชุดนี่ เขามีขนาดให้เลือกหลายขนาด ฉันตัวเล็ก ใส่เสร็จ ดูรุ่มร่าม แปลกประหลาดดี อิอิ มาชมกันค่ะ



ภายในห้องอาหาร กว้างใหญ่มาก มีนักท่องเที่ยวลงมานั่งทานกันมากมายแล้ว พวกเราก็ไปหาโต๊ะว่างก่อน พวกที่มาเที่ยวและพักที่นี่ เป้าหมายที่เขาอยากกินเพราะถือว่า เป็นอาหารแพงและมีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ก็คือ ก้ามปูตัวใหญ่ ๆ ทุกคนตักแต่ปูก่อนเลย ตักจานละเป็นสิบ ๆ ขา ฉันกินไม่ได้เยอะ แค่ 4-5 ขา ก็แย่ เพราะไม่อร่อยเลย เป็นปูเย็น แถมไม่มีน้ำจิ้มรสแซบ ๆ ให้เราอีกด้วย คนอื่น ๆ กินกันชนิดว่า ต้องให้คุ้มก้บเงินที่เสียไป คนหนึ่งฉันว่า ไม่น่าต่ำกว่า 30 ขา และยังมีอาหารอย่างอื่นอีกนะ ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้ ฉันไปตักผลไม้กินเป็นส่วนใหญ่

ทานอาหารมื้อเย็นกันแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป ฉันกับจุ๊บ ขึ้นห้องอาบน้ำแช่น้ำอุ่น เพื่อถนอมขาไว้ เดินเที่ยวพรุ่งนี้ต่อ ส่วนหญิงกับติ่งไปเที่ยวกลางคืนอีก

วันที่ 17 กรกฎาคม 57

เช้านี้ เราออกจากโรงแรม 8 โมงกว่า ทุกคนบ่นว่า โรงแรมน่านอนแบบนี้ น่าจะให้นอนตื่นสาย ๆ หน่อย อิอิ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีสถานที่สวย ๆ ให้เราไปเที่ยวชมอีกหลายแห่งตามโปรแกรมที่นายโปรเขาวางไว้น่ะ

สถานที่เที่ยวแห่งแรกของวันนี้ คือไปเที่ยวจุดชมวิว ที่ประภาคาร ชื่อว่า cape chikyu (cape Globe) เป็นจุดชมวิวที่เราจะเห็นความกว้างใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิค รอบ ๆ แหลมนี้ มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 13 กิโลเมตร หน้าผาสูงชันกว่า 100 เมตร เหนือสุดของแหลมนี้ มีหอดูดาวและประภาคารสีขาวอยู่ใกล้กัน หอดูดาวอยู่ในระดับจาก 147 เมตร เพื่อให้เราสามารถเพลิดเพลินกับมุมมองกว้างของมหาสมุทรแปซิฟิค
คำวา chikyu หมายถึง "ดิน" ในภาษาญี่ปุ่น เมื่อเรามองไปที่ขอบฟ้า ดูเหมือนจะโค้ง เราจึงสรุปว่า โลกเรากลม แต่ความจริง ความหมายของคำว่า chikyu เป็นภาษาเดิมของ ไอนุ แปลว่า "หน้าผา" ซึ่งน่าจะแปลได้ตรงกว่า เรามาชมภาพสวย ๆ ที่ฉันนำมาฝากค่ะ









หลังจากที่เที่ยวจุดชมวิวนี้แล้ว แหล่งต่อไป ก็คือ เที่ยว ภูเขาไฟ อุชุซัง เป็นภูเขาเกิดใหม่ เกิดจากการสังเกตของบุรุษไปรษณีย์ ที่คอยสังเกตและจดความสูงของภูเขาลูกนี้ไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอุทยานธรณีแห่งแรกของญี่ปุ่น แถวนี้ มีอาคารร้านค้ามากมาย ก่อนที่เราจะไปซื้อบัตรเพื่อนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปเที่ยวยังเขาอุชุซัง เราชมรูปถ่ายบริเวณนี้ก่อนค่ะ

















ช่วงเที่ยงของวันนี้ เราขับรถมาถึงริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ นั่งทานข้าวมื้อเที่ยงใต้ร่มไม้ใหญ่ ท้องอิ่มแล้ว พวกเราก็เริ่มเดินชมความงามของบริเวณทะเลสาบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เก็บมุมสวย ๆ มาฝากท่านผู้อ่าน ค่ะเชิญชม ค่ะ







จากทะเลสาบที่นี่แล้ว เราก็ไปเที่ยวสวนสาธารณะอีกแห่ง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกว้างใหญ่ ต้นไม้แต่ละต้นใหญ่ ๆ ทั้งนั้น มีสะพานเดินข้ามกันมากมาย มีเรืออยู่ในน้ำให้นักท่องเที่ยวได้เช่าด้วย พวกเราเดินเที่ยวและถ่ายรูปกัน แต่จุ๊บเดินไม่ไหว กลับไปรอที่รถก่อน เหลือฉันติ่ง หญิง เดินเที่ยวกันในสวน มาชมรูปของเราค่ะ ทิวทัศน์ร่มรื่นดีมากทีเดียว











วันนี้ เราเที่ยวที่นี่เป็นที่สุดท้าย พวกเราก็กลับไปโรงแรมที่พัก วันนี้เป็นวันที่ตรงกับโรงแรม มีอาหารมื้อเย็นแถมให้อีกมื้อ เป็นข้าวราดแกงมัสมั่น รสชาติก็พอกินได้ เลยประหยัดมื้อเย็นไป 1 มื้อ อิอิ

(โปรดติดตามเที่ยวญี่ปุ่นในตอนที่ 2 ต่อไป ค่ะ )



Create Date : 30 สิงหาคม 2557
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2558 15:43:37 น.
Counter : 1936 Pageviews.

3 comments
  
ตามมาเที่ยวค่ะ รายละเอียดเยอะมาก....ค่อยไไล้ตามเที่ยวค่ะ ^^ เหมือนไปด้วยเลย

วันนี้หนูน้อยสอบวันแรกค่ะ

โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 29 กันยายน 2557 เวลา:9:46:45 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Travel Blog
โดย: มี้เก๋ + ป๊าโอ๋ = ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 29 กันยายน 2557 เวลา:9:47:26 น.
  

มาเยี่ยมชม มาทักทาย

มาตามชมครับ น่าทิ่งมากที่อาจารญ์เก็บรายละเอียดของการเดินทางได้ทั้งหมด ถือว่าเป็นบันทึกการเดินทางที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยครับ เสียดายอย่างเดียวที่รูปภาพมันเล็กไปหน่อยครับ

อิอิ

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:22:53:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments