ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
22 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
นำเพลงเปอร์เซียสู่ยิว

Rita Hayan-Feruz Kleinstein
มีชื่อเสียงโด่งดังพอ ๆ กับ "มาดอนน่า" หรือ "วงสตริง"
คนอิสราเอลต่างรู้จักเธอและเรียกเธอว่า "Rita ริต้า"
รางวัลอัลบั้มเพลงแผ่นเสียงทองคำและทองคำขาว
ที่แขวนโชว์รอบผนังของอพาร์ตเมนต์ของเธอ
ยืนยันถึงความเป็นนักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ของเธอ

Rita Hayan-Feruz Kleinstein เติบโตขึ้นมาในกรุงเตหะรานในปี 1960
ช่วงที่เมืองหลวงของอิหร่าน(เปอร์เซีย ชื่อเก่าของประเทศนี้)
ยังมีชุมชนชาวยิวที่เจริญรุ่งเรืองและอยู่กันอย่างสงบ
อิหร่านกับยิว อยู่กันแบบไม่ใช่มิตรไม่ใช่ศัตรู
(ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ป็นศัตรูคู่อาฆาตแบบทุก ๆ วัน)

หมายเหตุ เปอร์เซีย ฟาร์ซี  มีนัยเหมือนกันกับคำว่า อิหร่าน

ดนตรีพูดได้
ริต้าได้ยินเพลงกล่อมเด็กภาษาเปอร์เซียที่ร้องกล่อมโดยแม่ของเธอ
" ฉันยังจำขนตาของเธอได้ ดวงตาคู่ใหญ่ของเธอ
และเสียงที่อบอุ่นนุ่มนวล เธอใช้ในการร้องเพลงกล่อมเด็กให้กับเรา "

" คุณรู้ไหมเธอใช้ Tombak มันคือ กลอง
มันเป็นกลองของเปอร์เซีย
และเธอใช้ประกอบการร้องเพลงให้กับเรา " ริต้ากล่าว

ริต้ายังจำได้ว่าปรากฎตัวร้องเพลงครั้งแรกของเธอในที่สาธารณะ
มันเป็นเพลงเกี่ยวกับคนเลี้ยงแพะชาวเปอร์เซีย
เธอร้องเพลงในงานแต่งงานของญาติพี่น้องในครอบครัว

นั่นคือ จุดเริ่มต้นที่เธอรู้แล้วว่า  เธออยากจะเป็นนักร้อง

" ตอนฉันอายุ 4 ขวบ พวกเขาวางจับฉันวางลงบนเก้าอี้
พร้อมกับยื่นไมโครโฟนให้กับฉัน เืพื่อให้ฉันร้องเพลงให้ฟัง "

ตอนเธออายุ 8 ขวบ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับ
การต่อต้านชาวยิวจากบรรดาคนอิหร่านบางส่วน
ทำให้พ่อแม่เธอตัดสินใจย้ายครอบครัว
ไปอยู่ที่อิสราเอล ในปี 1970(2513)
แม่เธอ
นำแผ่นเสียงเพลงเก่า ๆ จำนวนมาก
มาจากเปอร์เซียมาพร้อมกับครอบครัว
ดนตรี/เพลงพวกนี้เสมือนหลุมหลบภัย (ที่บรรเทาจิตใจ)
สำหรับครอบครัวผู้อพยพที่คิดถึงบ้านเกิด

" ตอนที่เรามาถึงอิสราเอล
แม่ของฉันนำแผ่นเสียงเหล่านี้มาพร้อมกับเธอ 
เธอเคยเปิดฟังในบางครั้งบางเวลาที่คิดถึงเปอร์เซีย
บ้านเกิดของเธอพร้อมกับร้องไห้เสียใจเป็นอย่างมาก
เรื่องเหล่านี้ ที่คุณก็รู้และเห็นอยู่ แผ่นเสียงจำนวนมาก
เป็นแผ่นเสียงซิงเกิ้ลเป็นแผ่นขนาดเล็ก คุณเคยรู้มาก่อนหรือไม่ ?
(ปกติแผ่นซิงเกิ้ลจะมีเพลงประมาณหนึ่งถึงสองเพลงต่อแผ่น)






เด็กสาว Rita ในโรงเรียนอิสราเอล
เธอถูกล้อว่าเป็น "ฟาร์ซี" หรือเปอร์เซีย

หลังจากจบการศึกษาจากมัธยมศึกษาตอนปลาย
เธอเริ่มทำตามหัวใจปรารถนาด้วยการเป็นนักร้อง
ประวัติการทำงานของริต้าช่วงรับราชการทหาร
เธอใช้เวลาในการเป็นทหารอยู่ในวงดุริยางค์ของกองทัพอิสราเอล
การเป็นนักร้องเสียงดีมากในการบำรุงขวัญและกำลังใจทหาร

ในไม่ช้าเธอก็ถูกจับตามองจากบรรดาแมวมอง
หลังจากผู้บริหารระดับสูงได้ยินเสียงเพลงของเธอ
ทำให้เธอได้เซ็นสัญญากับบริษัทดนตรีชั้นนำของประเทศ
แผ่นซิงเกิลเพลงแรกของเธอ “Betrayal"
ได้รับความนิยมยาวนานมากในสถานีวิทยุ
ทำให้เธอเป็นนักร้องยอดนิยมชาวยิวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เธอเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า เป็นสตรีที่สวยอย่างประทับใจ
มากกว่าชีวิตการเป็นนักแสดง

ก่อนการออกอัลบั้มเพลงครั้งแรก
เมื่อตอนเธออายุ 24 ปี 
Rita ยังได้แสดงเพื่อเป็นเกียรติในการสำเร็จการศึกษา
ที่โรงเรียนศิลปะการแสดง
BeitTzvi
ภายในข่วงระยะเวลาสั้น ๆ 
เธอยังเป็นดาราบนเวทีการแสดงหลายเรื่อง เช่น
“My Fair Lady”, “Cat on a Hot Tin Roof” และ “Chicago”
และยังได้แสดงบนจอทีวีด้วย
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเธอได้รับรางวัล
‘Jury Special Recognition for Acting’
จากงานมหกรรมหนังสั้นนานาชาติที่
San Francisco
เกี่ยวกับแม่ที่มีบทบาทในการพยายามช่วย
ประคับประคองครอบครัวของเธอ
จากลูกชายคนโตที่เป็นบ้า  ในเรื่อง “Ben is back”

Rita 
เป็นชื่อติดปากของชาวบ้าน
ทุกครัวเรือนในประเทศอิสราเอล
สื่อมวลชนต่างติดตามผลงานของเธอ
และพยายามรายงานชีวิตส่วนตัวของเธอ
ในช่วงต้นของการเป็นนักร้อง
เธอใกล้ชิดกับหุ้นส่วนทางดนตรี
นักร้องนักแต่งเพลง Rami Kleinstein
ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1988(2531)
และในหลายปีที่ผ่านมาทั้งคู่มีลูกสาวสองคน
หลังจาก 20 ปีของการแต่งงาน ทั้งคู่ได้หย่าขาดกัน

แต่เสียงเพลงยังคงอยู่ในหัวใจของครอบครัว
"Meshi ลูกสาวคนโต (20) ของฉัน
ชืนชอบเพลงตะวันตกมาก
เธออยากเป็นนักร้องอย่างมาก
และเต็มไปด้วยความกล้าหาญที่น่าชื่นชม
ส่วน
Noam ลูกสาววัย 11 ขวบของฉัน
เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักอัลบั้มเพลงใหม่
เธอรู้จักและจำเนื้อเพลงทั้งหมดได้
แม้จะไม่เข้าใจความหมายของเพลง "

เพลงฺฮิบรู(ยิว) ของเธอติดลำดับ Top Hits 
และอยู่ในลำดับที่นั่นมานานหลายทศวรรษ
เธอได้รับบทแสดงภาพยนตร์
เพื่อรับใช้ช่วยเหลือชาติและร่ามกับนายกรัฐมนตรี
ด้วยการเป็นนักร้องนำในพิธีกรรมวันชาติอิสราเอล

และแล้ววันหนึ่ง
เธอบอกว่า เธอรู้สึกถูกกระตุ้นอย่างลึก ๆ และอย่างร้อนรนภายในใจ
ที่จะทบทวนรากเง่าความเป็นเปอร์เซียในตัวเธอ
เสียงเพลงและบทกวีของพ่อแม่เธอ กำลังเรียกร้องตัวเธอ
" ดังนั้น ฉันกลับไปบ้าน รื้อค้นกระเป๋าที่เก็บแผ่นเสียงของแม่ฉัน
ที่นำมาจากอิหร่าน แล้วฉันเริ่มที่จะตั้งใจฟังเพลงพวกนี้อีกครั้ง
ทุกเพลงที่ได้ฟังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของฉันในวัยเด็ก
เพลงของครอบครัวของเรา เพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่ฉันชื่นชอบที่สุด
จึงได้เลือกมาร้องในอัลบั้มเพลงชุดนี้ "

ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะปล่อย
อัลบั้มเพลงในภาษาเปอร์เซีย
แม้ว่าเพื่อนอิสราเอลบางคนจะคิดว่า
มันเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า

" พวกเพื่อนต่างพูดว่า ทำอะไรกัน แล้วใครจะฟังมันละ ? "
เธอกำลังจะทำให้เพลงทั้งอัลบั้มเป็นภาษา Ahmedinejad
(ผู้นำคู่แค้นคู่กัดกับชาวยิวที่เคยประกาศว่า
จะลบชาติยิวออกจากแผนที่โลก)

Mahmoud Ahmadinejad ประธานาธิบดีคนที่หกในปัจจุบัน
ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ผู้นำทางการเมืองที่สำคัญ
ของพรรคthe Alliance of Builders of Islamic Iran 
รัฐบาลผสมกลุ่มการเมืองแบบอนุรักษ์นิยมของประเทศอิหร่าน
กิด 28 ตุลาคม 1956(2499) อายุ 56 ที่ Aradan
ส่วนสูง 1.58 เซ็นติเมตร
คู่สมรส : Azam Farahi (แต่งตอนปี 1981(2524)
การศึกษา : Iran University of Science and Technology
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอิหร่าน
เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี : 3 สิงหาคม 2005(2548)
บุตร : Fatemeh Ahmadinejad, Alireza Ahmadinejad, Mehdi Ahmadinejad

อัลบั้มเพลงถูกปล่อยออกมาในเดือนมกราคมของปีนี้
ตั้งชื่อเรียกว่า "ความสุขทั้งหมดของฉัน"
เป็นเพลงที่ใช้เครื่องดนตรีสมัยใหม่ร่วมกับของเก่า
แต่อยู่บนพื้นฐานของทำนอง/เพลงเก่าเปอร์เซีย
ดังนั้น เธอจึงไม่แปลกใจเลยว่า
บรรดาชาวยิวที่อพยพออกมาจากอิหร่าน
ในช่วงก่อนหรือระหว่างและหลังการปฏิวัติอิสลาม 1979
ชาวยิวพลัดถิ่นจากอิหร่าน
ต่างชื่นชอบเพลงในอัลบั้มชุดนี้มาก
ขณะเดียวกันเธอรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากกว่า
เพลงของเธอและแผ่นซีดีของเธอ
เป็นที่นิยมชื่นชอบกันมาก
ในเตหะราน เบรุต และอิสตันบูล
และรวมทั้งสถานีวิทยุใต้ดินทั่วภูมิภาค

" ฉันเลยพูดว่า เหนือสิ่งอื่นใด ประการแรก
เพลงทั้งหมดนี้ไม่ใช่ร้องในภาษา Ahmedinejad
เพราะตัวเขาเป็นเพียงเศษเล็ก ๆ ที่เล็กมาก ๆ
ในประวัติศาสตร์และอารยธรรมเปอร์เซีย
ที่ยิ่งใหญ่กับใหญ่มากของโลกใบนี้
และประการที่สอง ฉันไม่แคร์ ฉันต้องทำมันให้ได้ "

ช่วงเวลาอาหารกลางวัน
ที่ร้านอาหารยอดนิยมแบบเปอร์เซีย
ในตอนใต้ของเมือง Tel Aviv
แม้จะเป็นกะเที่ยงที่ค่อนข้างจะยุ่งเหยิงวุ่นวาย
แต่อารมณ์เจ้าของร้านอาหาร Moluk Hanasab
เปลี่ยนแปลงไปในทางดีอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อหนึ่งในเพลงของริต้าเปิดให้รับฟังทางวิทยุ
เธอบอกว่าเธอรู้สึกตื่นเต้น
ที่จะได้ยินเพลงงานแต่งงานที่โรแมนติก  Shah Doomad



มันเป็นเพลงที่ Hanasab ชื่นชอบมาก
กับอัลบั้มเพลงใหม่ของริต้า
ซึ่งเธอบอกว่าไม่เคยได้ยินมากว่า 60 ปีแล้ว
Hanasab กล่าวว่าครั้งสุดท้ายที่เธอได้ยิน
เธอยังเป็นเด็กเล็กร่วมอยู่ในงานแต่งงาน
ที่บ้านเกิดของเธอในเมือง Isfahan ที่อิหร่าน
เธอฮัมทำนองให้ตนเองพร้อมกับรอยยิ้ม
และเธอบอกว่าจะนำเพลงนี้มาเล่น
ในงานแต่งงานของลูกหลานของเธอใน Tel Aviv

Hanasab ยังจำเก่าวันคืนที่ชื่นสุขในอิหร่านได้
ครึ่งหนึ่งของร้านเต็มไปด้วยภาพถ่ายความงามของ Rita
และเต็มไปด้วยภาพถ่ายของกษัตริย์ชาห์แห่งอิหร่าน
Mohammad Reza Shah Pahlavi
อดีตกษัตริย์อิหร่าน ที่ถูกกล่าวหาว่า
เป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของพวก CIA สหรัฐอเมริกา
ถูกปฏิวัติโดย Ayatolla Ruhollah Musavi Khomeini
นำมาสู่การปกครองแบบประเทศอิหร่านแบบชารีอะห์
กฎหมายอิสลามที่เข้มงวดมากที่สุดประเทศหนึ่ง
ในร้านของเธอยังมีธงปฏิวัติ pre-islam แขวนเต็มไปหมด

" เปอร์เซียครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมในโลก
อัลบั้มของ Rita ทำให้ชาวอิหร่านทั้งปวง
รำลึกถึงวันเก่า ๆ ที่สวยงามขึ้นมาได้ " Hanasab กล่าว

แม้ว่าการติดต่อสื่อสารกับชาวยิวในอิสราเอล
อาจจะถูกตั้งข้อหาว่าทำตัวเป็นสายลับได้
แต่แฟน ๆ ชาวเปอร์เซีย เริ่มส่งจดหมายและ email
จำนวนมากมาให้ Rita จนกระทั่ง Mailbox ท่วมท้มไปหมด
ตัวอย่างจากการเลื่อน/ใช้งานมาร์ทโฟนของเธอ
ริต้าได้อ่านข้อความจากแฟนเพลง
ที่รักและหลงใหลเธออย่างมากให้ผู้สื่อข่าวฟังเป็นตัวอย่าง

อัลบั้มเพลงชุดนี้หาซื้อได้จาก Amazon MP3 และ iTunes
" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับอัลบั้มนี้เป็นอะไร
ที่เกินคาดคิดหรือเหมือนฝันไปจริง ๆ 
อัลบั้มใหม่ของเธอได้ขายดีมากในภูมิภาค
แม้แต่ในอิหร่านก็ยังสามารถขายได้ "
Rita บอกผู้สื่อข่าว

ในปี 2012 อัลบั้ม "ความสุขทั้งหมดของฉัน"
เป็นที่นิยมกันอย่างสูงในเปอร์เซีย
หลังจาก
ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำในอิสราเอล
ใช้เวลาเพียงสามสัปดาห์ในการขายอัลบั้มเพลงชุดนี้
ทำให้เธอได้รับการเรียกขานจากชาวบ้านว่า
"ทูตวัฒนธรรม" ระหว่างประชาชนชาวยิวกับชาวอิหร่าน
และเธอกล่าวว่า
" เธอหวังที่จะทำลายกำแพงความตึงเครียด
ที่ขวางกั้นระหว่างทั้งองชาตินี้ "

แต่ในขณะเดียวกันในช่วงแรก
ไม่มีนักดนตรี/นักวิจารณ์ดนตรีในอิสราเอล
ที่ยอมรับว่าดนตรีของริตาเป็น
ดนตรีแบบอิหร่าน(เปอร์เซีย)
ทำให้มีการวิจารณ์ว่า ท่วงทำนองเพลง/ความรื่นรมย์ของเพลง
เป็นแบบฉบับเมดิเตอร์เรเนียนและแถวคาบสมุทรบอลข่าน

แม้ว่าอิหร่านพยายามที่จะปิดกั้น
วัฒนธรรมตะวันตกเพลงป๊อป
และด้วยการใช้ตัวกรองปิดกั้นทางอินเทอร์เน็ต 
แต่ชาวอิหร่านต่างค้นหาเพลงของ Rita
ผ่านโปรแกรมหลบหลีกระบบการตรวจสอบ
การดักกรองบนอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน
จัดการ Download เพลง Rita มาฟัง
แล้วเริ่มเปิดฟังเพลงดังกล่าวจาก PC
และในร้านอาหารต่าง ๆ

ทำให้เธอกลายเป็นนักร้องเพลงใต้ดิน
ในบ้านเกิดของเธอที่เปอร์เซีย

ในอิหร่านมีการขายอัลบั้มเพลง Rita
ภายใต้ปกอัลบั้มเพลงที่ว่างเปล่า
โดยใช้ชื่อว่า Khanoume Rita 
หรือ  Miss Rita

ตัวอย่างจดหมายที่เขียนถึง Rita

" ขอบคุณสำหรับการแสดงในอีกซีกโลกหนึ่ง
วัฒนธรรมที่แท้จริงของเปอร์เซีย
ไม่ได้มีแต่เพียงสิ่งที่พวกผู้นำพูดคุยกันในตอนนี้
เกี่ยวกับการระเบิดโลกและโลกในเชิงลบเท่านั้น "

จดหมายอีกฉบับจากแฟนเพลงชาวอิหร่าน
จากภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Shiraz บอกว่า
เขายอมเสี่ยงได้รับการลงโทษจากระบอบการปกครองอิหร่าน
เพื่อที่จะไปชมการแสดงของเธอ ที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

Rita พูดว่าแฟนเพลงชาวอิหร่าน และชาติอื่น ๆ(ที่เป็นอริกับยิว)
กล่าวว่าพวกเขาแม้จะมีความเสี่ยงในการเดินทางไปอิสราเอล
เพื่อไปฟังเธอร้องเพลง(แสดงสด)
ถ้าทั้งรัฐบาลอิสราเอลหรืออิหร่านหรือรัฐบาลอื่น
ยอมออกใบอนุญาตให้เดินทางเข้าออกได้

อีกฉบับหนึ่งเขียนว่า
"ริต้าที่น่ารัก จักรวาลกั้นกลางระหว่างเรา
แต่มันช่วยให้พวกเราในการมอบพลังความรักให้ซึ่งกันและกัน
ฉันอาศัยอยู่ในกรุงเตหะราน และฉันอายุ 42 ปีแล้ว
เมื่อใดฉันมองไปที่ท้องฟ้ากับทะเล
พร้อมกับได้ยินเสียงเพลงแสนหวานของเธอ
ฉันคิดว่าฉันอยู่บนสรวงสวรรค์ ......"
และนี่เป็นเพียงหนึ่งในอีเมลจำนวนหลายพันฉบับที่ส่งมาให้เธอ "

ริต้า ได้กลายเป็นทูตวัฒนธรรมโดยบังเอิญจากเพลงเหล่านี้
เพราะเธอดึงเอาความงามท่วงทำนองของเพลงเปอร์เซีย
เพื่อการขับกล่อมเสียงเพลงดังไปทั่วโลก
แฟน ๆ ชาวอิหร่านต่างเขียนขอบคุณเธอ
สำหรับการนำเสนอในมุมมองวัฒนธรรม
หรือโฉมหน้าที่แตกต่างของเปอร์เซีย
ให้กับชาวโลกตะวันตก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวยิว
ท้ายที่สุดต่างยอมรับและรับรู้ในที่สุดว่า
" พวกเรารู้ว่านี่เป็นเพลงอาหรับ
พวกเรารู้ว่านี่เป็นเพลงเยเมน
พวกเรารู้ว่านี่เป็นเพลงรัสเซีย
พวกเรารู้จักเพลงเกือบทุกชนิด
แต่พวกเราไม่รู้เลว่า
นี่เป็นเพลงเปอร์เซีย. "

อย่างไรก็ตามแม้จะมีความนิยมเพลงเธอ
จะมีเป็นอย่างสูงมากในอิหร่าน
แต่รัฐบาลอิหร่านกลับประกาศว่า
เพลงชุดนี้เป็นแค่เพงที่แต่งขึ้นมา
มากกว่าจะได้รับชัยชนะ
" หัวใจและจิตวิญญาณของชาวอิหร่าน "

แม้ว่าจะมี
email จนท่วมท้น mailbox ของเธอ
ทำให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของ "สงครามโฆษณาชวนเชื่อ"
ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน
รวมทั้งชาวอิหร่าน(ที่เคร่งศาสนา)
ได้แสดงความไม่พอใจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในการที่เธอส่งข้อความไปยังชาวอิหร่าน
ในการร่วมเฉลิมฉลองสำหรับ Nowruz
วันขึ้นปีใหม่/วันหยุดของชาวเปอร์เซียในอดีต

หลังการปฏิวัติอิหร่าน
ผู้นำศาสนาอิสลาม
พยายามที่จะปราบปรามวัน Nowruz
แต่พบกับความสำเร็จน้อยมาก
Ayatollahs Ruhollah Musavi Kominee
ผู้นำศาสนาและผู้ก่อการปฏิวัติอิหร่าน
ได้พิจารณาชี้ขาดว่า
การที่  Nowruz เป็นวันปีใหม่และวันหยุด
เป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวจากวันสำคัญอื่น ๆ
ที่เป็นวันหยุดของอิสลาม

ในอัฟกานิสถานก็เช่นกัน
ยุครัฐบาลหัวรุนแรง กลุ่มตอลิบาน  
Nowruz เป็นสิ่งต้องห้ามและถือว่า
"วันหยุดคนป่าเถื่อนโบราณ มีศูนย์กลางอยู่ที่บูชาไฟ"
แต่จนถึงปี 2001  Nowrua  กลับมาเฉลิมฉลองกันอีก
และตอนนี้ก็เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากเหมือนดังก่อน

Nowruz  เป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ
เป็นวันดาราศาสตร์ Northward หรือวันวิษุวัต
ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20-21 มีนาคมของทุกปี
ขณะที่ดวงอาทิตย์ข้ามเส้นศูนย์สูตร
และทำให้กลางวันกับกลางคืนมีเวลาเท่ากัน

เดิมเป็นจุดเริ่มต้นของปีในปฏิทินเปอร์เซีย
เช่นเดียวกับ ศาสนาโซโรอัสเตอร์
(ศาสนาเก่าแก่ของเปอร์เซียที่บูชาไฟ)
ให้ถือว่าเป็นนวันหยุดและมีความสำคัญ
และเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของ
ชาวคาบสมุทรบอลข่านหลายชาติ 
ที่มีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องและมีการกระจาย
ในส่วนอื่น ๆ ของโลกรวมทั้งส่วนของเอเชียกลาง
คอเคซัส  เอเชียใต้ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
ไครเมียและบางกลุ่มในคาบสมุทรบอลข่าน

สมัชชาสหประชาชาติในปี 2010
ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่า
วัน Nowruz  เป็นเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของชาวเปอร์เซีย
ซึ่งได้รับการเฉลิมฉลองมานานกว่า 3,000 ปี

ในระหว่างการประชุมของคณะกรรมการนานาชาติ
สำหรับการรักษาของมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้
จากสหประชาชาติซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 28 กันยายน - 2 ตุลาคม 2009
ในกรุงอาบูดาบี  Nowruz ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
จากยูเนสโกว่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ของมนุษยชาติ

บางส่วนของการให้สัมภาษณ์ของ Rita

"การเริ่มต้นเปิดตัวอัลบั้มชุดแรกของฉัน
ฉันจะยืนยันเสมอว่าจะต้องประกอบด้วย
ทำนองเพลงของ Farsi เปอร์เซีย 
เมื่อฉันก้าวหน้าไปด้วยการฝึกอบรมทางด้านดนตรีของฉัน
พื้นฐานหรือรากแก้วเพลงของฉัน 
ได้มาจากที่บ้านและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน"

ดนตรี Farsi เป็นส่วนใหญ่ของชีวิตของคุณ ?

"แม่ของฉันเดินจากห้องหนึ่งไปอีกที่ห้องในบ้านของเรา
และร้องเพลงให้พวกเราทุกคนฟังตลอดวัยเด็กของฉัน
เมื่อใดก็ตามที่มีอัลบั้มแผ่นเสียงเพลงชุดใหม่ออกมา
เธอก็จะเปิดเพลงฟังที่บ้านของเรา ด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียง
และเป็นเพลงที่ฉันได้ยินได้ฟังจนเติบโตขึ้นมา

ในตอนมื้อค่ำของทุกคืนวันศุกร์
เธอจะตีกลอง tombak และพวกเราทุกคน
ต่างร่วมกันร้องเพลงกับเธอ
เสียงของเธอเป็นบทเพลงของการชุมนุม
ภายในครอบครัวของเราทุกคน
บรรยากาศของความเป็นเปอร์เซียทั้งหมด
จะถูกนำมาร่วมใช้ในบั้นปลายของอาชีพ
ของฉันในฐานะนักร้อง "

อะไรที่เป็นแรงกระตุ้นที่จะอุทิศอัลบั้มเพลง
"ความสุขทั้งหมดของฉัน"  เพื่อ Farsi(เปอร์เซีย)?

"เมื่อคุณผ่านกระบวนการทางอารมณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ
ซึ่งทำให้ชวิตการทำงานของคุณ ทำได้อย่างถูกต้องราบรื่นมากขึ้น
ทำให้ชวนนึกถึงลักษณะที่คุ้นเคยในชีวิตของคุณที่ผ่านมา
ในปีครึ่งที่ผ่านมา ฉันร่วมมือกับวงร็อคท้องถิ่นในอิสราเอล
ซึ่งมีการสานต่ออย่างมากกับมรดกเพลงโมร็อกโก
การร่วมมืออย่างจริงจัง ทำให้ฉันอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตนเอง
เกี่ยวกับสิ่งที่หัวใจของฉันหลงใหลอย่างแท้จริง "

อัลบั้มเพลงนี้ เป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรม
ของชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันในยิวหรือไม่ ?

"คนรุ่นนี้เป็นผลพวงมาจากการเติบโตขึ้นมา
พร้อมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เป็นส่วนผสมที่ได้รับอิทธิพลที่แตกต่างกัน
อัลบั้มเพลงของฉัน ไม่ได้นำเพล​​งคลาสสิก
จากอิหร่านมาร้องในแบบดั้งเดิม
แต่ผู้คนต่างคลั่งใคล้กับเพลงแบบนี้
หลังจากหนึ่งเดือนที่อัลบั้มนี้ที่ได้รับความนิยม
และได้รับรองวัลแผ่นเสียงทองคำแล้ว
แม้ฉันจะคิดว่า มันเป็นเพียงเพลงชื่นชอบส่วนตัว ที่ทำเพื่อตัวฉันเอง
แต่ตอนนี้คนทีมีภูมิหลังวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
มาหาฉันและบอกว่า ฉันพาพวกเขากลับคืน
ไปสู่รากเง่าดั้งเดิมของพวกเขา
ฉันไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะก่อให้มีผลกระทบ
ฉันนำของขวัญที่ยิ่งใหญ่กลับคืนมา "

"ในประเทศอิสราเอล
ผู้อพยพชาวยิวจากเปอร์เซีย
ได้กลายเป็นคนพื้นเมืองเกือบตลอดชีวิต
แต่ชาวอิหร่านในสหรัฐกลับทำได้มากกว่า
ในการอนุรักษ์พื้นฐานทางวัฒนธรรม
และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ครั้งหนึ่งที่ได้มีการปฏิสัมพันธ์ในต่างประเทศ
ฉันโชคดีที่ได้พบปะความมีเสน่ห์ของชุมชน
ชาวเปอร์เซียในย่านตะวันตกของสหรัฐ "

สิ่งประทับใจของคุณในชุมชนชาวอิหร่านที่ Los Angeles ใช่หรือไม่

"ใช่ ฉันไปเยี่ยมเยียนครอบครัวหลายแห่ง
แต่ทว่าในตอนท้ายของหลาย ๆ ครั้ง
ทำให้ฉันเปิดใจกับตนเองขึ้นมาว่า
องค์กรที่แตกต่างกันที่เกี่ยวข้องระหว่าง
อิหร่านกับยิวในทวีปอเมริกาเหนือ
มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างล้ำลึก
กับประสบการณ์ใหม่ทั้งหมด
เกี่ยวกับวัฒนธรรมเปอร์เซีย "

คุณจะพูดอย่างไรว่า วัฒนธรรมเปอร์เซียจะเป็นที่รู้จักันขึ้นหรือไม่

"แม้ว่าฉันไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมทั้งหมดเกี่ยวกับเปอร์เซีย
แต่คุณจะไม่เคยได้รับคำตอบว่า 'ไม่'
มันเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า "pish kesh"
แม่ของฉันเคยถอดแหวนออกจากนิ้วมือของเธอ
เพื่อมอบให้กับคนที่ปลื้มกับแหวนในนิ้วมือของเธอ
ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในบ้านเมืองอื่น ๆ เลย "

คุณรู้สึกว่า เพลงชุดนี้เป็นเพลงที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรก
ที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อนหรือไม่

"สิ่งที่สวยงามที่สุดในอัลบั้มเพลง
" ความสุขทั้งหมดของฉัน "
รวบรวมมาจากแผ่นซิงเกิ้ลและวิดีโอออนไลน์ของฉัน
ฉันเก็บจดหมายและอีเมลที่ได้รับจากทั่วโลก
แต่จำนวนส่วนมากทั้งหมดจากคนที่อยู่ในอิหร่าน
ที่เป็นสิ่งเหลือเชื่อที่จะเห็นว่า
เพลงได้ทำลายกำแพงอุปสรรค
มันจึงเป็นเรื่องที่น่ารักและน่ายินดีที่จะได้ยินว่า
มีการเปลี่ยนแปลงที่พวกเขายอมรับนักร้องชาวยิว
และจะทำอย่างไรกับความต้องการของพวกเขา
ที่ต้องการมาชมรายการแสดงสดของฉันในอิสราเอล "

ดังนั้นเพลงมีจุดมุ่งหมายที่สูงส่ง

" ฉันเชื่อว่ามันขึ้นอยู่กับตัวเรา
เพลงพื้นเมืองธรรมดา ๆ
ที่ทำขึ้นทั้งหมดสามารถทำลายอุปสรรค
ฉันรู้จักชาวอิหร่านดี ฉันเติบโตที่นั่น
พวกเขาเป็นคนส่วนใหญ่ที่รักมนุษยชาติเช่นกัน
เจียมเนื้อเจียมตัวและรักครอบครัว
มันทำให้ฉันอยากจะแสดงให้โลกรู้ถึง
เรื่องอื่น ๆ' ของอิหร่าน  นั่นคือที่มา
ระบอบการปกครองที่เข้มงวด
ไม่ใช่ประชาชนทุกคนชื่นชอบ
ผู้คนต่างสอบถามฉันเสมอว่า
ทำไมถึงร้องเพลงในภาษาของ Ahmadinejad
แต่ฉันขอตอบเลยว่า บทบาทของเขาน้อยมาก ๆ
เลยเมื่อเทียบกับวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์
และประวัติศาสตร์อันยาวนานของเปอร์เซีย
ไม่ช้าไม่นานเขาก็ต้องจากไปอยู่ดี "

คุณมีความฝันที่จะกลับไปอิหร่านหรือไม่

"เรื่องแรกทั้งหมด ฉันต้องการ
ที่จะแนะนำเพลงเปอร์เซียไปทั่วโลก
แต่ในแง่มุมของอิหร่านแล้ว
จริงๆ ฉันฝันที่จะไปแสดงดนตรีที่นั่น
ถ้าวันหนึ่งที่เมฆหมอกสีดำหายไป
บางทีฉันจะสามารถไปแสดงดนตรีที่นั่นได้
เช่นเดียวกับวันคืนเก่า ๆ ในเปอร์เซีย
ที่ทำให้ฉันหวนระลึกถึงในวัยเด็ก
หากคุณมีความหวังที่ยากเพียงพอ ฝันก็จะเป็นจริง "

ที่มา

//www.theworld.org/2012/10/rita-persian-music/

//en.wikipedia.org/wiki/Rita_(Israeli_singer)

//www.algemeiner.com/2012/06/07/exclusive-interview-rita-farouz-israeli-icon-with-iranian-roots/

https://www.facebook.com/rita.official


นักร้องของอิสราเอลที่เพลงขายดีที่สุด
มีเพลงจำนวน 37 เพลง
ที่อยู่ในระดับ Top Hits ของประเทศ
โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่า อัลบั้มเพลงล่าสุดของเธอ
ความสุขทั้งหมดของฉัน จะมียอดขายสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง
Rita ร้องเพลงทั้งหมดในภาษาแม่ของเธอ - Farsi
ด้วยเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์อัลบั้มเพลงนี้
เป็นที่นิยมจนเกือบถึงปลายปี 
แต่ที่เธอยิ่งแปลกใจและตกใจมากยิ่งขึ้น
ในตอนที่เธอเริ่มได้รับข้อความและอีเมลจากอิหร่าน
เพลงชุด ความสุขทั้งหมดของฉัน
กลายเป็นเพลงยอดฮิตเมื่อตอนปลายปีที่แล้ว
ชาวอิหร่านต่างดาวน์โหลดเพลงด้วยการเชื่อมต่อ
อินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย ด้วยโปรแกรมทะลุทะลวง
(อิหร่านมีการ Block และกรั่นกรอง Internet)
มีการซื้อขายแผ่น CD เถื่อนในตลาดมืด
และปั้ม/เขียนแผ่นซีดีแจกจ่ายกันอย่างเป็นความลับ

 เธอกล่าวในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากบ้านของเธอในเทลอาวี

" ฉันมาจากประเทศที่ต้องการทำลายเรา
เราต้องจำยอมกับกฎเหล็กของสถ​​านการณ์ในอิหร่าน
ฉันได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำเป็นเรื่องยิ่งใหญ่
ยิ่งใหญ่มากกว่าสิ่งที่ฉันตั้งใจ  มีความเป็นจริงบางอย่าง
ที่ต้องทำความเข้าใจว่า มีกำแพงขวางกั้นขนาดใหญ่ระหว่าง [ยิวกับอิหร่าน] 
แต่เพลงสามารถเข้าถึงได้ และสามารถแสดงความจริงใจระหว่างเรา
เรื่องง่ายที่สุด คือ ความรัก "

เย้ายวน และเซ๊กซี่ คือ Rita นักร้องอิสราเอล
บนเสื้อสีเขียวสดใสที่เปลือยไหล่ตัดกับเส้นผมสีดำ
มีเพลงป๊อปติดอันดับ Top Hits ในยิวเป็นเวลาถึง 25 ปีที่ผ่านมา
สัปดาห์หน้า  ริต้า เหมือนกับ Cher หรือ Madonna 
เธอเป็นเช่นซูเปอร์สตาที่เพียงชื่อเดียวก็​​เพียงพอ 
จะมีการแสดงของเธอที่ยังศูนย์กลางดนตรี 
Bethesda ที่ Strathmore 
สถานที่เธอจะแบ่งปันเพลงโปรดบางเพลง
กว่าสองทศวรรษของเธอในอาชีพการแสดงในยิว
พร้อมกับการเลือกเพลงบางเพลงจาก ความสุขทั้งหมดของฉัน
อัลบั้มเพลงใหม่ล่าสุดของเธอ เพลงโปรดเปอร์เซียของเธอในวัยเด็ก

เธอเกิดในกรุงเตหะราน
Rita Jahan-Foruz ที่เธอเป็นที่รู้จักกัน
ในโลกดนตรีและโลกวัฒนธรรมป๊อป
เธออพยพกับครอบครัวของเธอมายังอิสราเอล
เมื่อตอนเธออายุ 8 ขวบ
แม้ความทรงจำของเธอในอิหร่าน
จะได้เลือนลางหายไป
แต่มันยังคงมีอิทธิพลต่อเธอ
และสีสันในโลกความคิดของเธอ
" ฉันจำสถานที่สวยงามได้เป็นจำนวนมาก
ในอิหร่านมีภูมิทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
และมีอีกหลายสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากเช่นกัน " 

ริต้า วัย 50 ปี, จำได้ว่าบ้านของบรรพบุรุษของพ่อของเธอ
อยู่ใน Isfahan  มีห้องกระจกสำหรับงานเลี้ยงงานสังสรรค์
ใช้สำหรับการเฉลิมฉลองวันต่าง ๆ
ตามเทศกาลและในวันหยุดของครอบครัว
ในขณะที่ครอบครัวของเธออพยพจากอิหร่าน
เก้าปีก่อนที่กษัตริย์ชาห์จะสิ้นอำนาจ 
มีการต่อต้านชาวยิวที่เห็นได้ชัดแต่ยังไม่รุนแรงมากนัก
" ในเขตที่เราอยู่อาศัย พ่อแม่ของเรา
บอกกับใคร ๆ ว่า เราเป็นยิว
เราได้เรียนหนังสือในโรงเรียนของคนมุสลิม
และพวกเขาไม่ได้รู้ว่า เราเป็นยิว "

อัลบั้มความสุขทั้งหมดของฉันในภาษาเปอร์เซีย
มาเกี่ยวข้องกับพวกเราโดยไม่คาดคิด 
นักร้องได้ทำงานในสิ่งที่เธอคาดคิด
และหวังว่าจะเป็นอัลบั้มเพลงระดับโลก
อาจจะเป็นการสร้างสรรวัฒนธรรมประเพณีเพลง
ให้ดังไปทั่วตะวันออกกลาง
แต่คราวนี้เธอเข้าไปในสตูดิโอ
เพื่อนำเธอกลับไปหาเพลงที่เธอได้ยินในวัยเด็ก

ริต้ากล่าวว่า " แม่ของฉันมีเสียงที่น่าตื่นตาตื่นใจ
และเธอควรจะได้เป็นนักร้องเพราะเธอสวยมาก
แต่มันไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงที่จะเป็นนักร้องในวันนั้น
ดังนั้นความรักทั้งหมดของเธอ
คือเสียงเพลงและดนตรี ที่ร้องกันอยู่แต่ในบ้าน "

เธอจำได้ว่าแม่ของเธอร้องเพลงตลอดเวลา
ในขณะที่ทำอาหารหรือทำงานบ้านหรือการดูแลครอบครัว
และในงานเฉลิมฉลองภายในครอบครัวแม่ของเธอก็จะร้องเพลงเช่นกัน  
" เรื่องเหล่านี้เป็นฉันยังจำได้ดี เมื่อฉันเติบโตขึ้นมา
เสียงที่อบอุ่นของเธอในบ้านและในงานเฉลิมฉลองของเรา
ในช่วงเวลาที่เศร้าและช่วงเวลาที่สุข  นี่คือสิ่งที่อยู่ติดกับตัวฉัน
และบันทึกเพลงชุดนี้เป็นเพลงในวัยเด็กของฉัน ครอบครัวของฉัน "

เพลงเหล่านี้จำนวนหลายเพลงที่ริต้า
นำออกมาจากกระเป๋าเก็บแผ่นเสียงของแม่เธอ 
แผ่นเสียงที่แม่ของเธอนำมาจากกรุงเตหะราน
เป็นแผ่นเสียงเพลงในวัยเด็กของเธอ 
" สิ่งที่ฉันสามารถจำได้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง 
แต่สีสรร รสนิยม กลิ่น  ความรู้สึกมากมาย ที่ยังอยู่ในความทรงจำ "
ริต้ากล่าวถึงเพลงเหล่านั้น

เธอเล่าว่าเธอพยายามแปลเนื้อเพลง Farsi เป็นภาษาฮีบรู 
แต่มันรู้สึกว่าไม่สอดคล้องไพเราะนัก 
เธอจึงเสี่ยงโดยการที่แทนจะร้องเพลง
และบันทึกเสียงในภาษาอิสราเอล
แต่กลับร้องในภาษาของหนึ่งในศัตรูของชาวยิว

หนึ่งในเพลงนั้นคือ คำสาบาน  " Shah Doomad"
เพลงฉลองที่เธอได้ยินจนกระทั่งเติบโตขึ้นมา
ได้ยินแม่ของเธอร้องเพลงในงานแต่งงาน
และงานต่าง ๆ งาน henna และ mikvah 
ร้องเพลงนี้ก่อนการเฉลิมฉลองการแต่งงาน และอีกเพลงคือ  "Shane "




Shane หนึ่งในเพลงโปรดของแม่ของเธอผู้รักในการร้องเพลง
แปลว่า หวี   ต้นเสียงเดิมที่ได้ยินจากแผ่นเสียงของแม่เธอ 
มีการใช้หวีผมเป็นอุปกรณ์ประกอบเสียง 
Rita ทำในแบบฉบับของเธอ 
มีการจัดเรียงเพลงในจังหวะร่วมสมัยของยิปซี
เพลงป๊อปและจังหวะเพลงตะวันออกกลาง 

" ฉันรักเพลงนี้ เพราะมีเนื้อเพลงเหมือนบทกวี
เพลงให้ความหมายว่า อย่าหวีผมของคุณมากเกินไป
เพราะหัวใจของฉันอยู่ภายในศีรษะของคุณ
เมื่อคุณหวีผม  คุณจะทำร้ายหัวใจของฉัน
และทำให้ฉันมีเลือดไหลรินออกมา
มันเป็นเพลงที่โรแมนติดมาก "

เมื่อ Rita เข้าร่วมงานแสดงที่ Strathmore 
มีสมาชิกจำนวนเก้าคน สมาชิกบางส่วน
เป็นนักดนตรีชั้นนำของอิสราเอล
เล่นเครื่องดนตรีร่วมสมัยและเครื่องดนตรีแบบดั้งเดิม 
เธอบอกว่าพวกเขาเป็นกลุ่มศิลปินนักดนตรี
อิสราเอลที่เยี่ยมยอดที่สุด แต่ละคนจะโซโลเพลงประกอบ

งานแสดงดนตรีของริต้า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอิสราเอลเป็นที่รู้จักกันดี
สำหรับเสียงสีแสงผสมกันอย่างงดงามเป็นพิเศษ 
การเต้น  นักเต้นประกอบวง การแสดงเหาะเหินลอยฟ้า 
กายกรรม การโยนสิ่งของ การแสดงแสงเลเซอร์ 
เพลงชุดล่าสุดของเธอ  ความสุขทั้งหมดของฉัน 
ในการทัวร์คอนเสริตที่อเมริกาเหนือ
อาจจะไม่เหมือนกับที่อิสราเอล
แต่มันจะเป็นการแสดงแบบส่วนตัว
หรือในแบบกันเองกับเธอมากที่สุด

ความเป็นจริงแล้วในอัลบั้มปีที่ผ่านมา
คุณจะสามารถได้ยินลูกสาววัย 20 ปีของเธอ
ร่วมร้องเพลงประกอบด้วยในอัลบั้ม ความสุขทั้งหมดของฉัน
แต่หลังจากที่เธอเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงแล้ว
เธอรู้สึกถึงสิ่งที่ขาดหายไป
" ฉันรู้ว่าเพลงนี้ไม่มีเสียงของแม่ของฉันไม่ได้
เพราะเธอ  คือ เหตุผลที่เป็นแรงบันดาลใจ "
เธอกลับไปที่สตูดิโอพร้อมกับแม่ของเธอ
และพวกเขาบันทึกเสียงเพลงร่วมกัน

เรียบเรียงจาก  //washingtonjewishweek.com/m/Articles.aspx?ArticleID=18264





ฟังบทสัมภาษณ์ Rita เป็นภาษาอังกฤษ
มีบทสัมภาษณ์ด้านล่างอ่านตามได้ที่่


 

//www.ushmm.org/museum/exhibit/focus/antisemitism/voices/transcript/?content=20121206






Create Date : 22 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2557 17:27:01 น. 1 comments
Counter : 1619 Pageviews.

 
ชิ๊ๆ มาเรียกเราเจ้...เดี๋ยวจับกินซะเลยนี่


โดย: คมไผ่ วันที่: 22 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:14:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.