ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
4 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
ชาวอังกฤษผู้อพยพรุ่นแรกไปอเมริกากินเนื้อคนเพื่อกันตาย


Jane เด็กสาวเจ้าชาวอังกฤษ  หัวกระโหลกที่ทำภาพสามมิติ/จำลองใบหน้าขึ้นมาใหม่


ที่มาของภาพ //www.straitstimes.com/breaking-news/technology/story/early-us-settlers-resorted-cannibalism-20130502

หลักฐานการกินเนื้อคนของชาวอังกฤษในอาณานิคมแรกเริ่มของสหรัฐอเมริกา
คือ กระดูกมนุษย์ที่ค้นพบล่าสุดใน ป้อม James (JamesFort)
ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1607 (2150)  เป็นป้อมแรกสุดและเก่าแก่ที่สุด
ของอาณานิคมอังกฤษในเมือง Jamestown
กระดูกดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าชาวอังกฤษที่เข้ามาตั้งรกรากครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา
(ช่วงยังเป็นรัฐอาณานิคมของอังกฤษ) ในทวีปอเมริกาเหนือ
ต่างกินเนื้อคนในหมู่บ้านในช่วงฤดูหนาวที่โหดร้ายของปี 1609-1610 (2152-2153)
(ตรงกับสมัยพระเอกาทศรถ  พระเจ้าน้องยาเธอ พระนเรศวรมหาราช)
เพราะเรือหลักที่จะนำเสบียงอาหารจากอังกฤษมาส่งอับปางไปกลางทะเล


Dr.Doug  Owsley  ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/Douglas_W._Owsley

Dr.Doug  Owsley  นักนิติเวชมานุษยวิทยา
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติ Smithsonian
ใน กรุงวอชิงตันดีซี ได้ตั้งข้อสังเกตไว้
หลังจากค้นพบว่ามีบาดแผลที่ผิดปกติสอดคล้องกับ
การแล่เนื้อกับกระดูกมนุษย์ที่มีสภาพกะโหลกหัวเก่าแก่
ของเด็กสาววัยรุ่นเมื่อกว่าสี่ร้อยปีแล้ว
ถูกค้นพบในหลุมขยะในป้อม James  รัฐเวอร์จิเนียเมื่อปีที่แล้ว


ที่มาของภาพ //www.straitstimes.com/breaking-news/technology/story/early-us-settlers-resorted-cannibalism-20130502

Dr. Doug  Owsley ได้ให้สัมภาษณ์ว่า
" หลักฐานสอดคล้องกันอย่างยิ่งกับการสูญเสียอวัยวะและการแล่เนื้อหนังจากร่างกายดังกล่าว
มีเอกสารหลายฉบับที่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ว่า  
ชาวอาณานิคมที่สิ้นหวังได้เริ่มกินเนื้อคนกันเอง
แต่การค้นพบกระดูกของหญิงสาววัย 14 ปี ทำให้เป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ครั้งแรก
เชื่อว่าเด็กหญิงที่ตายกลายเป็นอาหารสำหรับชาวชุมชน ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
ในช่วงฤดูหนาวที่แสนยาวนานและโหดร้ายทารุณในปี  1609-1610  (2152-2153)
หรือเป็นที่รู้จักในช่วงประวัติศาสตร์ว่า  ช่วงระยะเวลาที่หิวโหย
มีร่องรอยสับ ตัด และ แล่  รอยสับด้วยขวานขนาดเล็ก หรือมีดที่ขนาดไม่ใหญ่นัก
ตรงที่หน้าผากจากคางไปทางด้านหลังของกะโหลกศีรษะ
และยังมีรอยเฉาะทางด้านซ้ายของหัว  เพื่อทำการแงะกระดูกออกมาด้านข้าง
เพื่อควักสมองออกมา  ร่องรอยดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าลิ้น เนื้อเยื่อใยหน้า ถูกแล่ออก
มีเจตนาที่ชัดเจน คือ การแล่เอาเนื้อใบหน้าและมันสมองเพื่อนำมากิน
คนเหล่านี้ตกอยู่ในสภาวะการณ์ที่เลวร้ายมาก   ดังนั้นจะเป็นเนื้อใด ๆ ก็ได้จะถูกนำมากิน
เนื้ออย่างเดียวกันถ้ามาจากสัตว์ จะได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารอันโอชะในศตวรรษที่ 17
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหมูป่า จะเป็นที่ยอมรับกันอย่างมากในช่วงเวลานั้น


การขุดค้นทางโบราณคดีที่ Jamestown


ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/Douglas_W._Owsley

แต่สำหรับกระดูกของเด็กผู้หญิงคนนี้
ยังบ่งบอกถึงการแล่เนื้อที่ทำอย่างลังเลใจ
ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการทำครั้งนี้
แสดงถึงการแล่เนื้อของมืออาภัพไม่ใช่มืออาชีพ
น่าจะเป็นไปได้ว่าเลียนแบบคนแล่เนื้อ(คนฆ่าสัตว์)  น่าจะเป็นผู้หญิง
ที่ต้องทำตามการตัดสินใจของเสียงข้างมากของคนที่อยู่ภายในป้อม
เด็กหญิงสาวรายนี้ที่เสียชีวิตเพราะอะไรยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
แต่ประจักษ์พยานตอนนี้ที่แน่ชัดและแ่น่นอนแล้วก็คือ
ร่องรอยร่างกายที่ถูกทำลายได้เกิดขึ้นมากมายหลังจากนั้นไม่นานนัก
มีคนพยายามที่จะเฉาะเอาสมองออกมา
เรื่องแบบนี้จะต้องทำอย่างรวดเร็ว
เพราะเนื้อสมองไม่เหมือนเนื้อประเภทอื่น "

Dr. Doug  Owsley  ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ
นักโบราณคดี Dr.William Kelso  หัวหน้าโครงการทบทวนการตั้งเมือง Jamestown
เป็นโครงการขุดค้นทางประวัติศาสตร์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2005(2549)
โดย Dr.William Kelso ได้ค้นพบกระดูกของเด็กผู้หญิงเมื่อปีที่แล้วระหว่างการขุดค้นที่ป้อม James
พร้อมกับกล่าวว่า " พวกเราไม่เชื่อว่า Jane จะเป็นเหยื่อเพียงคนเดียวที่ถูกกินเนื้อ "


Dr.William Kelso


ที่มาของภาพ //www.nasa.gov/centers/langley/news/researchernews/rn_bkelso.html

" ตอนนี้พวกเราทราบเรื่องราวเล็กน้อยมากเกี่ยวกับเหยื่อเด็กผู้หญิงรายนี้
นอกเหนือจากอายุของเธอและความจริงที่ว่าเธอเป็นคนอังกฤษ
ต้นกำเนิดของเธอได้รับการยืนยันจากการศึกษาเปรียบเทียบกับกระดูกใน Cambridge
การวิเคราะห์ต่อไปอีก  พวกเราได้พบว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่งในวัยเด็กของเธอ
เธอได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี  และได้กินเนื้อจำนวนมาก
สอดคล้องกับควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักสำหรับชนชั้นที่มีฐานะดีกว่าคนทั่วไป
ตอนนี้พวกเรายังสามารถรู้สึกได้ถึงหน้าตาของเธอ
ต้องขอบคุณเทคนิควิทยาการดิจิตอลในการฟื้นฟูใบหน้าและนิติวิทยาศาสตร์
กะโหลกศีรษะที่แตกแยกได้รับการสแกนและทำเพิ่มเติมขึ้นมาด้วยข้อมูลดิจิตอล
แล้วให้สร้างรูปแบบเสมือนหุ่นจำลองในแบบสามมิติ 
ตอนนี้ทีมงานขุดค้นทางประวัติศาสตร์ได้ตั้งชื่อเธอว่า Jane "
Dr. Doug  Owsley ได้กล่าวให้สัมภาษณ์


ที่มาของภาพ //www.usatoday.com/story/news/nation/2013/05/01/jamestown-cannibalism/2126421/

ระยะเวลาหิวโหยเป็นช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวมากที่สุดของอาณานิคมแห่งนี้  
ผู้เข้ามาตั้งรกรากในป้อม James  ตกอยู่ในวงล้อมและการซุ่มโจมตี
จากชาวอินเดียพื้นเมืองเผ่า Powhatan
และมีอาหารไม่เพียงพอที่จะยังชีพให้ผ่านพ้นในช่วงฤดูหนาว
เพราะเรือหลักที่จะนำเสบียงอาหารจากอังกฤษมาส่งอับปางไปกลางทะเล
ในช่วงแรก พวกเขากินม้า แล้วก็ สุนัข แมว หนู และ งู 
บางสิ่งบางอย่างที่กินได้เพื่อแก้ความหิวที่โหดร้าย
แล้วต่อมาก็ต้องกินหนังรองเท้าของพวกเขาเอง
(ตัดแล้วนำมาต้มให้นุ่มพอกินกันตายได้
ทหารฝรั่งเศสและทหารรัสเซียก็เคยกินช่วงอดหยาก)
จากสัปดาห์เลื่อนไปเป็นเดือน
ไม่มีอาหารอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้วเพื่อรักษาชีวิตให้รอดได้
จำนวนผู้ตายที่ตกเป็นอาหารไม่มีผู้ใดทราบได้แน่ชัด
แต่แน่นอนว่าเด็กผู้หญิงรายนี้ไม่ใช่เหยื่อเพียงคนเดียวเท่านั้น
ความช่วยเหลือให้คนที่นี้รอดชีวิตมาภายหลัง
Lord De La Warr แล่นเรือมาพร้อมกับอาหารและคนที่อพยพมาชุดใหม่  
หลังจากหกเดือนของการถูกล้อมโจมตีและความอดหยากหิวโหย  
เหลือผู้รอดชีวิต 60 คนจากเดิม 300  คน

" พวกเขาอยู่ในสภาพผอมแห้งแรงน้อยในตอนที่ได้รับการช่วยเหลือ
(จากเรือที่มาอีกหกเดือนให้หลัง) มีสภาพคล้ายกับโครงกระดูกที่เดินได้
ชาวอังกฤษจำต้องกินเนื้อคนกันเองภายใต้สภาพแว้ดล้อมที่เลวร้ายเช่นนั้น  "
James Horn  นักประวัติศาสตร์ของมูลนิธิ Colonial Williamsburg
ได้บรรยายสรุปโดยมีบันทึกของผู้ว่าราชการรัฐอาณานิคม George Percy
ได้เขียนบันทึกไว้ในรายงานฉบับหนึ่ง

" เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าสลดหดหู่  
แต่เป็นการยืนยันเรื่องราวของคนกินเนื้อคนในที่ตั้งถิ่นฐานของตนเอง
เรื่องราวเหล่านี้เป็นความจริงที่โหดร้ายในช่วงต้นของปีที่เลวร้ายนั้น "
Charles Mann นักเขียนนวนิยาย  1493 : Uncovering the New World Columbus Created

" เป็นใครก็ต้องทำ ในสิ่งที่พวกเขาต้องทำ "  
Dr.Doug  Owsley กล่าวถึงการกินเนื้อคน



สภาพป้อม James ในปัจจุบัน


ที่มาของภาพ //www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-22362831


ภาพวาดป้อม James ปี 1610 หลังจากผ่านพ้นช่วงหิวโหยที่สุด


ที่มาของภาพ //www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-22362831

Jamestown อาณานิคมแรกสุดของอเมริกา

เป็นอาณานิคมอังกฤษที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกก่อตั้งขึ้นในปี 1607(2150)
13 ปีก่อนที่ผู้อพยพกลุ่ม Pilgrims จะตั้งรกรากที่ Plymouth Rock
เมืองนี้ตั้งชื่อตาม พระเจ้าเจมส์ ที่ให้การสนับสนุนสำหรับการเก็งกำไร
ด้วยการลงทุนแสวงหาดินแดนใหม่ที่คาดว่าจะมีทองคำกับวัตถุดิบต่าง ๆ
เหมือนกับสเปนที่บุกรุกยึดครองละตินอเมริกาแล้วกอบโกยทรัพยากรกลับไปประเทศตน  
บริษัทร่วมทุนโดยพระเจ้าแผ่นดินคือ บริษัท เวอร์จิเนียแห่งลอนดอน Virginia Company of London
กัปตันเรือ  John Smith  รับตำแหน่งเป็นผู้ว่าการอาณานิคมแห่งนี้ในปี 1608(2151)
ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ไมตรีกับชนเผ่าอินเดียนแดงพื้นเมือง Powhatan
หลังจากที่ กัปตันเรือ  John Smith  นำเรือกลับไปยังประเทศอังกฤษ
ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1609 ช่วงระยะเวลาหิวโหยก็เริ่มต้นขึ้นมา

หมายเหตุ จำได้เลา ๆ จากหนังสือเล่มหนึ่งจำชื่อไม่ได้แล้ว
ปัญหากระทบกระทั่งกับชาวอินเดียนแดง
เริ่มตั้งแต่การบุกรุกที่ดินดั้งเดิมที่เป็นพื้นที่สาธารณะ
การปักปันปิดล้อมเขตที่ดินแสดงความเป็นเจ้าของชาวอาณานิคม
การปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงให้หากินเพ่นพ่าน
เมื่อชาวอินเดียนแดงฆ่าไปกินก็ไม่พออกพอใจ
มีการทะเลาะเบาะแว้งกับชาวอินเดียนแดง
เพราะความจำกัดทางด้านภาษาและวัฒนธรรม
เลยเกิดการบาดหมางจนถูกปิดล้อมและลอบโจมตีเสมอ
รวมทั้งความไม่ชำนาญในเส้นทางกับพื้นที่
ทำให้การออกไปหาอาหารการกินลำบากมากในช่วงฤดูหนาว
ก่อให้เกิดโศกนาฎกรรมที่คนต้องหันหน้ามากินเนื้อคนกันเอง

ชาวอังกฤษ (รวมทั้งชาวยุโรปส่วนมาก) โหยหาที่ดินทำมาหากินมาก
เพราะที่ดินส่วนมากเป็นของพวกบาทหลวง ขุนนาง กษัตริย์
ส่วนที่เหลือเป็นที่สาธารณะประโยชน์  ที่ดินที่เป็นของเอกชนน้อยมาก
คนจำนวนมากต้องเช่าที่ดินทำกินหรือเป็นไพร่ติดที่ดิน
ทำให้คนส่วนใหญ่เมื่อทราบข่าวดินแดนใหม่ที่มีที่ดินไม่อั้น
ต่างต้องการแสวงหาดินแดนแห่งใหม่นั้นที่มีที่ดินเหลือเฟือ
ยกเว้นแต่ประเทศฝรั่งเศสที่หลังการปฏิวัติ 14 กรกฏาคม 1789
ที่มีการฆ่าตัดคอ/ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกขุนนาง บาทหลวง กษัตริย์  คนชนชั้นต่าง ๆ
แล้วทำการยึดที่ดินมาแบ่งปันกันทำให้มีการกระจายที่ดินทำมาหากินในเวลาต่อมา


เรียบเรียงจาก

//www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-22362831

//www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-22372159

//www.usatoday.com/story/news/nation/2013/05/01/jamestown-cannibalism/2126421/

//www.nasa.gov/centers/langley/news/researchernews/rn_bkelso.html

//www.straitstimes.com/breaking-news/technology/story/early-us-settlers-resorted-cannibalism-20130502

//en.wikipedia.org/wiki/Douglas_W._Owsley



ภาพแผนที่จาก Google ที่ตั้ง Jamestown และแหล่งขุดค้นโบราณคดี

ภาพแหล่งขุดค้นโบราณคดี (คลาดเคลื่อนเล็กน้อยเพราะการตัดต่อภาพ)




Create Date : 04 พฤษภาคม 2556
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2557 16:53:41 น. 5 comments
Counter : 742 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
ไม่น่าเชื่อว่าสมัยก่อนก็มีคนกินคนด้วย
น่ากลัวจัง ><



โดย: lovereason วันที่: 4 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:59:03 น.  

 

แวะมากด Like เป็นคนที่ 2
อ่านแล้วสยอง แต่เพื่อความอยู่รอดเน๊าะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 4 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:42:43 น.  

 


โดย: มาโซคิส วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:47:22 น.  

 
กินม้า สุนัข แมว หนู งู
กินหนังรองเท้า และกินเนื้อคนด้วยกันเอง
สลดหดหู่จริงๆค่ะคุณ ravio

กด like ใ้ห้กำลังใจผู้เรียบเรียงเรื่องราวให้อ่านค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 เวลา:23:07:01 น.  

 
น่ากลัวค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:27:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.