ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
หมาเฝ้าหลุมศพเจ้าของกว่าหกปี

Miguel Guzman (มิกูเอล กุซมาน)
ชาวอาร์เจนตินาเสียชีวิตในปี 2006 (2549)
และหมาชื่อ  Capitan กับปิตาน/กัปตัน
หมาเยอรมันเชฟเพอร์ต(อัลเซเชี่ยน)  
ได้หนีอออกจากบ้าน
มานอนเฝ้าหลุมศพของเจ้าของ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเป็นเวลากว่าหกปีแล้ว
ในสุสานขอเมือง Villa Carlos Paz (วิลย่า กาโลส ปาซ)
ตอนกลางประเทศอาร์เจนตินา



Capitan หมาที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ไม่เคยหนีห่างจากหลุมฝังศพเจ้าของ Miguel  Guzman
ตั้งแต่ปี 2006(2549)  และจะนอนอยู่ด้านบนของหลุมฝังศพทุกคืน  

ครอบครัว Guzman
ได้เดินทางมายังสุสาน
เพื่อแสดงความเคารพและคิดถึงผู้ตาย
ในสัปดาห์ต่อมาหลังงานศพ
จึงได้พบว่ามันกำลังนั่งหัวใจสลาย
บนหลุมฝังศพเจ้าของ
และหอนเสียงโหยหวน

Miguel Guzman ได้ซื้อ  Capitan
เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบสิบสามปี ในปี 2005 (2548)
ให้กับลูกชาย Damian ดาเมียน
แต่เขาเสียชีวิตในเดือนมีนาคมปีต่อมา  
เมื่อเสร็จสิ้นจากงานพิธีฝังศพแล้ว
ครอบครัว Guzman กลับมาถึงบ้าน
แต่ Capitan กลับหายไป



หมาที่หนีออกจากบ้านหลังงานศพเจ้าของ
และเป็นเรื่องที่ลึกลับมากที่มันค้นพบหลุมศพได้

Verónica เวโรนิก้า ภริยาม่ายของ Miguel Guzman ได้ให้สัมภาษณ์กับ
หนังสือพิมพ์ Argentina's Cordoba อาร์เจนตินา โกโดบร่า

“ พวกเราตามหามัน 
หลังจากที่มันหายไป
พวกเราคิดว่า
มันอาจจะถูกรถยนต์ชนตายไปแล้ว
ในวันอาทิตย์ต่อมา
ตอนที่พวกเรากลับไปสุสาน  
Damain จำหมาของเราได้  
Capitan เดินมาหาพวกเรา
เห่า แล้วหอนโหยหวน
คล้ายกับว่ามันร้องไห้เสียใจ

พวกเราไม่เคยพามันไปที่สุสาน
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องลึกลับมากว่า
มันหาหลุมฝังศพเจอได้อย่างไร

เมื่อตอนที่พวกเราไปอีกครั้ง
ในวันอาทิตย์ต่อมา  
มันก็ยังอยู่ที่นั่น
แต่วันนั้นมันวิ่งตามพวกเรากลับบ้าน
แล้วอยู่กับพวกเราไม่นาน
ก่อนที่จะวิ่งกลับไปที่สุสาน
ตอนที่ท้องฟ้าจะใกล้มืดค่ำแล้ว

ฉันเลยคิดว่า มันไม่อยากทิ้งเจ้าของ
ให้ต้องอยู่คนเดียวในเวลากลางคืน "



กว่าหกปีแล้วหลังการตายของ Miguel Guzman
Capitan ได้พิสูจน์ถึงความซื่อสัตย์และจงรักภักดี
ด้วยการเฝ้าหลุมศพทั้งวันทั้งคืน

ผู้จัดการสุสาน Hector Baccega เอโก บาเซียสกะ ให้สัมภาษณ์ว่า

" ผมยังจำวันแรกที่เห็นหมาตัวนี้
มันมาที่นี่ในวันนั้นเพียงตัวเดียว
แล้วเริ่มเดินไปรอบ ๆ สุสาน
จนกระทั่งในที่สุด
มันก็พบหลุมฝังศพเจ้าของของมัน

ในวันอื่น ๆ ในข่วงระหว่างวัน
บางครั้งมันจะเดินไปรอบ ๆ สุสาน  
แต่แล้วมักจะรีบวิ่งกลับไป
ที่หลุมฝังศพของเจ้าของ  
และเวลาประมาณหกโมงเย็นทุกวัน
มันจะนอนอยู่บนหลุมฝังศพที่นั่นตลอดทั้งคืน

ตอนนี้ คนงานทุกคนในสุสาน
จะให้อาหารและต่างพากันดูแล  Capitan “



Damian ได้พยายามพามันกลับบ้านหลายครั้งแล้ว
แต่มันจะวิ่งกลับมาที่สุสาน Villa Carlos Paz


Damian ลูกชาย Miguel Guzman ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า

“ ผมพยายามพา Capitan
กลับบ้านหลายครั้งแล้ว  
แต่มันมักจะวิ่งตรงกลับไปที่สุสาน
ผมคิดว่ามันจะอยู่ที่นั่น
จนกระทั่งมันตาย  
มันกำลังเฝ้าพ่อผมอยู่ “

เรื่อง นี้มีความคล้ายคลึงกับหมาญี่ปุ่นพันธุ์ Akita อาคิตะ ชื่อ  
Hachikō ฮาชิโกะ ที่เฝ้ารอเจ้าของ
Hidesaburo Ueno ฮิเดซาโบโร่ อูเอโน่
ศาสตราจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว
อยู่ที่สถานีรถไฟ Shibuya ชิบูยา กรุงโตเกียว
รอเจ้าของจะขึ้นรถไฟกลับบ้าน
ในเวลาเดียวกันทุกเย็น
เป็นเวลากว่าเก้าปี
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 1925(2468)
หลังจากการตายของเจ้าของ
Hidesaburo Ueno ในที่ทำงาน

เรียบเรียงจาก
//www.dailymail.co.uk/news/article-2202509/Loyal-dog-ran-away-home-dead-masters-grave--stayed-years.html

//www.nydailynews.com/news/world/argentinian-dog-stays-master-grave-years-article-1.1159250

//www.lavoz.com.ar/ciudadanos/capitan-su-historia-gran-fidelidad



สถานีรถไฟ Shibuya ชิบูยา ช่วงปี 1912-1945



Hachikō กับภริยาเจ้าของ Yaeko Ueno ยาเอโกะ อูเอโน่
คนที่สองจากขวามือของภาพ
ถ่ายภาพร่วมกับพนักงานสถานีรถไฟกรุงโตเีกียว
ในพิธีศพของมันวันที่ 8 มีนาคม 1935(2478)



ร่างของ Hachikō ที่ทำการรักษาไม่ให้เน่าเปื่อย
หลังจากการชัณสูตรศพพบสาเหตุการตายจากโรคมะเร็ง หนอนพยาธิ filaria
ก่อนตายมันกิน Yakitori (ไก่ย่างแบบญี่ปุ่น) จำนวนสี่ชิ้นพบในท้องของมัน
จัดแสดงไว้ที่  National Museum of Nature and Science
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่ Ueno โตเกียว



Hachikō อนุสาวรีย์/อวัยวะบางส่วนของมัน
ได้รับการฝังเคียงข้างเจ้าของ Hidesaburo Ueno
ที่สุสาน Aoyama  อาโอยามะ เขต Minato มินาโตะ มหานคร Tokyo โตเกียว



อนุสาวรีย์ Hachikō เป็นผลงานหล่อขึ้นมาใหม่ครั้งที่สอง
ตัวแรกมีการสร้่างขึ้นในช่วงเมษายน 1934 (2477)
ต่อมาถูกนำไปหลอมละลายเป็นยุทธภัณฑ์
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ในเดือนสิงหาคปี 1948 (2491)
มันถูกสร้้างขึ้นใหม่อีกครั้งด้วยฝีมือบุตรชาย
ปฏิมากรคนแรกที่สร้างมันขึ้นมา Takeshi Ando ทาเกชิ อันโดะ

Hachikō-guchi ทางเข้า/ออก Hachikō
เป็นหนึ่งในห้าประตูทางเข้าออกสถานีรถไฟ Shibuya
สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่นัดหมายของคนหนุ่มสาวและผู้คนต่าง ๆ
เมื่อถึงเวลานัดหมายถ้ามีใครมาสาย 
อีกฝ่ายจะหันไปมองที่ Hachikō
เป็นการบอกนัยแทนคำพูดว่า
ไม่ซื่อสัตย์และไม่ตรงต่อเวลา

ภาพประกอบจาก Internet และ //en.wikipedia.org/wiki/Hachik%C5%8D





Alicio (อาลี่ซีโอ่) เป็นหมาอีกตัวหนึ่ง
ที่รอเจ้าของมานานกว่าสองปีแล้ว
(สังเกตที่ตามันค่อนข้างจะเศร้าสร้อย)
อยู่ที่หน้าโรงพยาบาล Monte Cristo มองเต คริสโต
ระยะทาง 25 กิโลเมตรห่างจากเมือง Cordoba คอร์โดบา
ในประเทศอาร์เจนติน่า
น่าเสียใจที่เจ้าของมันตายไปแล้ว
แต่หมาไม่ยอมออกห่างจากสถานที่แห่งนั้น
แม้ว่าจะมีหลายคนพามันไปเลี้ยงดู
ด้วยการพาไปอยู่ในหลายที่หลายแห่ง
แต่มันมักจะหนีออกมาเสมอ
จนทุกคนต้องเลิกความพยายามในเรื่องนี้
เมื่อมันหนีออกมาจากบ้านคนเลี้ยงดูมันได้แล้ว
มันจะกลับไปรอที่หน้าประตูโรงพยาบาล Monte Cristo
ที่มันเห็นเจ้าของมันเป็นครั้งสุดท้าย

//m24digital.com/en/2010/09/01/the-touching-story-of-a-dog-waiting-for-his-dead-owner/

https://www.facebook.com/photo.php?v=166712693354798&set=vb.101894943188875&type=2&theater


หมายเหตุ  ความเชื่อโบราณของไทย
หมาจะมองเห็นผีได้ โดยเฉพาะเวลาวัดเคาะระฆัง
หรือให้เอาน้ำตาหมาทาที่ตา แล้วจะมองเห็นผี
บางแห่งทาน้ำตาหมาแล้ว ต้องมองลอดหว่างขาจึงจะเห็นผี

การถอดเสียงสเปนกับญี่ปุ่น
เป็นภาษาไทยอาจไม่ถูกต้อง
เพราะความจำกัดทางด้านภาษา
ถ้าทราบโปรดแจ้งด้วยจักขอบคุณยิ่ง


Create Date : 09 มีนาคม 2556
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2557 17:01:10 น. 7 comments
Counter : 1002 Pageviews.

 
อ่านแล้วซึ้งใจจริงๆ
ทั้งสองเรื่อง
ขอบคุณที่นำมาอัพ


โดย: kozumochi IP: 83.117.57.130 วันที่: 9 มีนาคม 2556 เวลา:17:17:12 น.  

 
ไลค์ค่ะ คุณravio ^^
ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องราวดีๆมาฝาก
สัตว์รักเจ้าของโดยไม่มีข้อแม้จริงๆ
ซื่อสัตย์ รอคอย น่าสงสารจัง
แต่ก็น่านับถือน้ำใจเจ้ากัปตันกับเจ้าฮาชิโกะจังเลยค่ะ ^^



โดย: lovereason วันที่: 9 มีนาคม 2556 เวลา:22:06:40 น.  

 
เป็นเหตุผลที่ตอนนี้เราจะไม่เลี้ยงหมาแล้วค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 มีนาคม 2556 เวลา:22:38:24 น.  

 
ไม่อยากเลี้ยงเหมือนกัน สงสารกลัวมันรอ


โดย: PinkyPrettyPatty วันที่: 10 มีนาคม 2556 เวลา:0:03:16 น.  

 
ตอนไปต่างจังหวัด คนที่บ้านก็บอกว่าลูก ๆ ก็หงอย คอย ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 มีนาคม 2556 เวลา:15:36:03 น.  

 
อ่านทั้งสามเรื่องแล้ว ซาบซึ้งมากค่ะคุณ ravio
แม้เรื่องที่สองจะพอทราบมาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นภาพจริงนี้มาก่อนค่ะ
นับเ็ป็นตัวอย่างของความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีแบบไม่มีเงื่อนไขจริงๆนะคะ
ประทับใจมากค่ะ like ค่ะ




โดย: Sweet_pills วันที่: 12 มีนาคม 2556 เวลา:13:30:14 น.  

 
LIKE


โดย: deco_mom วันที่: 14 มีนาคม 2556 เวลา:9:04:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.