ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
7 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
เหล้ากับใบโคคาใช้มอบเมาเด็กก่อนบูชายัญ



ในปี 1999(2542) มีการค้นพบศพเด็กชาว Inca อิงก้า อายุกว่า 500 ปี
เป็นหนึ่งในตัวอย่างศพที่เก็บรักษาไว้ได้อย่างดีที่สุดเที่เคยค้นพบ
เพราะสภาพอากาศหนาวเย็นบริเวณหลุมฝังศพ
ศพทั้งสามอยู่ในสภาพตายซากฝังอยู่ในหลุมศพ
ฝังอยู่ที่ยอดเขาสูงตะหง่านที่ความสูง 22,100 ฟุต(6,700 เมตร)
ของภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่ Vocal Llullaillaco โหว่กั่น ยู้ยาอี้ย่าโก่
เทือกเขา Andes อ้านเด่ ใกล้กับชายแดนอาร์เจนตินกับชิลี
เป็นส่วนหนึ่งของพิธีศักดิ์สิทธิ์ capacocha rito กาป่าโช่กา ริโต้
โดยมีการเตรียมการเป็นอย่างดี
ก่อนชั่วโมงสุดท้ายความตายที่มาถึงเด็ก ๆ
พิธีกรรมนี้เกิดขึ้นช่วงกลางจักรวรรดิ Inca
ตามที่ได้บันทึกเหตุการณ์/ประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบอกเล่าโดยชาวสเปน
หลังได้รับชัยชนะครอบครองอาณาจักร Inca

แต่ข้อมูลที่ให้รายละเอียดเรื่องราวที่ผ่านมา
ที่รวบรวมมาจากสิ่งทอ เครื่องประดับ และข้าวของ
ที่พบอยู่ในหลุมศพ  ทำให้สามารถปะติดปะต่อเรื่องราว/เหตุการณ์
ได้จากผลตรวจตัวอย่างเส้นผมคนตายทั้งสามคน
พบว่าเด็กเหล่านี้มีการดื่มกิน  Chicha  ชิชา
(เหล้าข้าวโพดและผลไม้อื่น) และใบโคคา
(ใบพืชที่มีปริมาณโคเคนสูง)จำนวนมากเป็นเวลากว่าหนึ่งปี
เพื่อมอมเมาเหยื่อให้มึนงงและสับสน
จำต้องยอมรับชะตากรรมอย่างไร้ความรู้สึก
พร้อมทั้งเสียสละชีวิตเพื่อบูชายัญ
ที่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมศาสนา Inca
เด็กสาววัย 13 ขวบ หรือที่เรียกว่า  สาวน้ำแข็ง/สาวน้อย
เด็กชาย Llullaillaco และเด็กหญิงสายฟ้า
(มีรอยฟ้าผ่าที่ศพตามการตั้งชื่อของนักวิจัย)
มีอายุระหว่าง 4 และ 5  ขวบ
(ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่า เด็กทั้งสามคนมีอายุมากกว่าประมาณการไว้สองปี
แต่ผลการวิเคราะห์จาก CT Scan  ระบุผลชัดเจนตามนี้)



ผลการศึกษาครั้งใหม่พบว่า
เด็ก ๆ ต่างถูกขุนให้อ้วนขึ้น
ก่อนที่จะเสียชีวิตในพิธีบูชายัญ
นักวิจัยได้ค้นพบเรื่องราวที่น่าตกใจและน่าเศร้าเรื่องนี้
จากการเก็บตัวอย่างเส้นผม
Andrew Wilson  เอ็นดริว วิลซั่น
นักโบราณคดีมหาวิทยาลัย Bradford แบร็ดเฟริต สหราชอาณาจักร

" เรื่องของมัมมี่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  แต่ในความคิดของผม
เธอจะต้องมีการเตรียมการเป็นอย่างดีสำหรับการเป็นมัมมี่
ตามที่ผมได้ศึกษา  เพราะเธอดูราวกับว่าเพิ่งจะหลับไป
ผมคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากอากาศที่เย็นจัด
มัมมี่ที่นี่ไม่ใช่มัมมี่ถูกผึ่งให้แห้ง หรือเป็นเพียงแค่โครงกระดูก
แต่เป็นคน เป็นเด็ก และข้อมูลที่เราได้รวบรวมสร้างขึ้นมา
ผลการศึกษาจากเส้นผม  ความจริงได้ชี้ชัดไปว่า
มีเรื่องราวที่ทำให้พวกเราต้องสะเทือนใจ
ก่อนถึงวาระสุดท้ายของเธอ
ในช่วงหลายเดือนและหลายปีที่ผ่านมา "



การวิจัยจากเส้นผม

เพราะเส้นผมงอกขึ้นเดือนละประมาณหนึ่งเซนติเมตร
และยังคงไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น
เส้นผมงอกขึ้นในอัตราที่ค่อนข้างคงที่
ทำให้สามารถกำหนดระยะเวลา
และชนิดของอาหารที่คนเรากินได้
(ความยาวของระยะเวลาขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นผม)

" สาวน้อยมีผมยาวที่ถักทอ
ความยาวของเส้นผมบอกระยะเวลา
และบันทึกอาหารการกินที่เธอกินดื่ม เช่น  ใบ Coca
และเหล้า Chicha เหล้าหมักที่ทำจากข้าวโพดหรือผลไม้อื่น ๆ
มีสัญลักษณ์ที่แสดงว่าพวกเธอถูกคัดเลือกเพื่อการเสียสละ
โดยใช้เวลาเป็นปีก่อนที่ความตายจะมาเยือนเธออย่างแท้จริง
ในช่วงเวลานี้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตา
เช่นเดียวกับการกินดื่มอย่างไม่อั้นทั้งใบโคคากับเหล้า Chicha
ปกติแล้วของเหล่านี้จะถูกสงวนไว้ให้กลุ่มชนชั้นสูง
ไม่ได้ใช้กันได้อย่างพร่ำเพรื่อในชีวิตประจำวัน "



" พวกเราคาดว่า  สาวน้อยเป็นหนึ่งใน aellas อ่าเอ้ย่า
สาวน้อยวัยรุ่นที่ได้รับคัดเลือกแล้ว
จะต้องแยกเธอให้ออกห่างจากชุมชน/สังคมดั้งเดิม
ภายใต้การควบคุมดูแลของพวกหมอผี
ข้อสังเกตเรื่องพิธีกรรมนี้ มีการจดบันทึกจากคำบอกเล่าของชาว inca
อยู่ในส่วนหนึ่งจดหมายเหตุบันทึกของชาวสเปน "

" ผลการตรวจสอบตัวอย่างเส้นผมจากเด็กที่โชคร้ายเหล่านี้
เรื่องราวที่น่าหดหู่และเย็นยะเยือกก็เริ่มคลี่คลาย
จากการที่เด็กถูกขุนให้อ้วนขึ้นสำหรับการเสียสละ "

การวิเคราะห์ที่ผ่านมาโดยกลุ่มนักวิจัยของ  Wilson
ด้วยพื้นฐานของการวัดไอโซโทปทางกัมมันตรังสี
จากตัวอย่างธรรมชาติของเส้นผม(และตัวอย่าง DNA อีกทีมหนึ่ง)
นักโบราณคดีพบว่าก่อนหน้านี้เด็กได้รับการเลี้ยงดูตามปกติ
ด้วยอาหารประเภทผักทั่วไป  เช่น มันฝรั่ง
บ่งบอกว่าพวกเขามีพื้นเพมาจากครอบครัวชาวบ้าน/ชาวนา
หนึ่งปีก่อนจะเข้าพิธีบวงสรวง
มีการปรับปรุงอาหารเตรียมความพร้อมของเด็กที่จะเข้าพิธี
โดยให้เด็ก ๆ ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี



" ไอโซโทปและ DNA ที่ใช้ในการพิสูจน์ศพ
ได้เปิดเผยนัยสำคัญพิธีกรรมก่อนบูชายัญว่า
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากกับอาหารของเด็ก ๆ
แสดงให้เห็นว่าอาหารของเด็กที่ถูกคัดเลือก
อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารชั้นดีเหมือนชนชั้นสูง
เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ (เนื้อลาม่าแห้ง)
ข้าวโพด ใบ Coca เหล้า Chica
พร้อมกับสัญลักษณ์ในการไว้ผมของพวกเขา
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ถูกจัดฉากขึ้นมา
พร้อม ๆ กับการยกระดับชนชั้นและสถานะของเด็ก
เริ่มมีการนับเวลาถอยหลังชีวิตของพวกเด็ก ๆ
ที่จำต้องเสียสละเพื่อการบูชายัญ
ทุกคนจะมีอัตราการบริโภคใบโคคาและเหล้าสูงมาก
ในช่วงก่อนสองสามสัปดาห์ก่อนที่จะพาไปบูชายัญ "

หลักฐานที่รวบรวมมาพร้อมกับหลักฐานอื่น ๆ
ทางด้านโบราณคดีและรังสีวิทยา
ให้ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า  สาวน้อย
ที่มีอายุ/ชื่อเสียงมากกว่าเด็กหญิงเด็กชาย
ได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากเด็กชาย Llullaillaco  กับเด็กหญิงสายฟ้า
หลังจากที่ถูกเลือกสำหรับพิธีกรรมบูชายัญของจักรวรรดิ์ Inca
สาวน้อยได้เปลี่ยนสถานะภาพเป็นบุคคลสำคัญ
ส่วนเด็กชายกับเด็กหญิง
อาจจะทำหน้าที่เป็นบริวาร/คนรับใช้เธอที่ปรโลก



" สาวน้อย  กลายเป็นคนอื่นมากกว่าที่เคยเป็นมา
การเสียสละของเธอถูกมองว่าเป็นเกียรติยศ "
วิธีการเสียชีวิตของพวกเด็กยังคงเป็นปริศนา
แต่ Wilson  และทีมงานสันนิษฐานว่า
บรรดาเด็ก ๆ ต่างเดินทางออกจากเมืองหลวง Cuzco กู้โกะ ของจักรวรรดิ์ Inca
ไปที่ภูเขาไฟ Llullaillaco  ตามเส้นทางจะแวะพักแต่ละหมู่บ้าน
จะมีการดื่มกินเหล้า Chicha และใบ Coca จำนวนมาก
ใข้เวลาเดินทางมาถึงบริเวณภูเขาประมาณสามถึงสี่เดือน
ในช่วงเวลานี้นักวิจัยพบโมเลกุลเหล้า Chicha ใบ Coca
จากตัวอย่างเส้นผมของเด็กทั้งสามคนในอัตราที่สูงมาก

มัมมี่สาวน้ำแข็ง/สาวน้อยสภาพศพที่ถูกค้นพบ
อยู่ในท่านั่งไขว่ห้างและเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
ราวกับว่าเธอกำลังนั่งหลับอยู่ในช่วงเวลาที่ความตายมาเยือน
ยังพบว่ามีใบโคคาปึกใหญ่ที่ยังเคี้ยวคาอยู่ในปากและฟันของเธอ
บ่งบอกว่าให้เธอผ่อนคลายก่อนที่จะเสียชีวิต
ยังมีผ้าโพกศีรษะบนศีรษะของเธอ ผมถักเปียอย่างประณีต
มีข้าวของวางอยู่บนผ้าทอที่ได้รับการพาดบนหัวเข่าของเธอ


ต้น Coca ที่มา //en.wikipedia.org/wiki/File:Colcoca01.jpg


ผล CT Scan ศพสาวน้อย  รายงานผลว่า
“ เธอเสียชีวิตขณะที่ท้องยังอิ่มและยังไม่ได้ถ่ายของเสียออกมา
ในความคิดของผม  ผมคิดว่า
เธอไม่ได้อยู่ในอาการที่ทุกข์โศก  ขณะที่เธอจะเสียชีวิต
ยังไม่ชัดเจนว่าสาวน้อยตายอย่างไร
แต่เธออาจจะยอมจำนนต่อสภาพแวดล้อมอากาศที่เย็นจัด
เธออาจจะถูกวางอยู่ในตำแหน่งสุดท้ายของเธอ
ในขณะที่เธอยังมีชีวิตอยู่  หรือไม่นานหลังจากเธอตาย “
Wilson  ให้สัมภาษณ์กับ LiveScience



" ดูเหมือนว่าเด็ก ๆ ก่อนตายจะถูกเทิดทูนอย่างสูงสุด
ในพิธีกรรมที่ยาวนานข้ามปี  แล้วจัดการมอมยาเพื่อให้ตายอย่างสงบ "
Timothy Taylor ทิมิวที่ เทเลอร์
นักโบราณคดีมหาวิทยาลัย Bradford กล่าว
และเขายังตั้งข้อสังเกตว่า
ในขณะที่ผู้เสียชีวิตอาจจะรู้สึกดูเหมือนว่า
มีเรื่องที่น่ากลัวที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
จากผู้ปกครอง Inca ได้ปกครองจักรวรรดิ์
เมื่อช่วงระยะเวลา 500 ปีที่ผ่านมา



เด็กชาย Llullaillaco พบกับจุดจบที่น่ากลัวมากที่สุด
มีร่องรอยเลือดบนเสื้อคลุมเด็กชาย  ผมเผ้ายุ่งเหยิง
เสื้อผ้าเปอะเปื้อนไปด้วยอุจจาระกับอาเจียน



นักโบราณคดีพบร่องรอยของยาเสพติดสารหลอนประสาท  achiote
แต่เด็กชายไม่ได้ตายจากยาเสพติดที่พบในห่อผ้า
เพราะซี่โครงหักและกระดูกเชิงกรานของแตก
มีร่องรอยการรัดคอด้วยผ้าผูกคอ
แสดงให้เห็นว่าตายเพราะขาดอากาศหายใจ

ส่วนเด็กสาวสายฟ้า ไม่ปรากฏว่าได้รับการปฏิบัติ
อย่างเกรี้ยวกราดเหมือนกับเด็กชาย
แต่เธอไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เหมือนกับสาวน้อย
เธอไม่มีเครื่องประดับตกแต่งแบบสาวน้อยและไม่ได้ผูกผมเปีย

การวิเคราะห์เส้นผมกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
นักวิทยาศาสตร์จะใช้ตัวอย่างเส้นผม
ที่ได้บันทึกผลของสารต่าง ๆ จากเลือด
ที่ขึ้นไปหล่อเลี้ยงเซลล์เส้นผมที่งอก
โดยได้วิเคราะห์หาโคเคนจากเส้นผม
(Alkaloid หลักจากใบโคคา)
และการดูดซึม benzoylecgonine metabolite
เช่นเดียวกับ cocaethylene  ในรูปแบบที่มีโคเคน
และ Ethanol เอทานอล ในกระแสเลือด
ทำให้ประมาณการระยะเวลาของ Coca
และการดื่มเหล้า Chica ของเด็ก ๆ
ทำให้ลำดับเหตุการณ์ได้ว่า
เด็กหญิงเด็กชายดื่มกินย้อนหลังไปประมาณ 9 เดือนก่อนตาย
ส่วนสาวน้อยดื่มกินทอดยาวไปประมาณ 21 เดือนก่อนตาย
โดยเพิ่มมากขึ้นในช่วงหนึ่ง 1 ก่อนตายและ 6 เดือนก่อนตาย



เด็กหญิงเด็กชายต่างกินใบโคคาและดื่มเหล้าในอัตราคงที่
แต่สาวน้อยกินใบโคคาอย่างมากอย่างมีนัยสำคัญ
ในช่วงปีสุดท้ายเธอการกินใบโคคาจำนวนมาก
ช่วงระยะเวลาประมาณ 6 เดือนก่อนตาย
เธอดื่มเหล้าในปริมาณสูงมากช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนตาย
คาดว่าการเพิ่มปริมาณยาเสพติดและการกินเหล้า
มีแนวโน้มที่ทำให้สาวน้อยเซื่องซิมและสบายใจมากขึ้น
พร้อมสำหรับความตายกำลังจะมาถึง

หลักฐานทางโบราณคดีร่วมกับรังสีวิทยา
ยืนยันว่าป็นพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่
นำมาใช้เป็นรูปแบบการควบคุมสังคม/การเมือง
จากชนชั้นสูงของอาณาจักร Inca
คนที่ถูกเลือกมาทำพิธีกรรม
ถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่
แต่มันได้สร้างบรรยากาศความหวาดกลัว
การแสดงอาการเศร้าโศกของพ่อแม่
หลังจากที่ลูก ๆ พวกเขาต้องเข้าสู่พิธีดังกล่าว
กลายเป็นเรื่องต้องห้ามและเป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง
ผลการค้นคว้าและตรวจสอบมัมมี่ทั้งสามนี้ 
ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสังคม
และการปฏิบัติทางพีธีกรรมบวงสรวงของชาว Inca

" สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดของศพทั้งสามนี้คือ
ศพเหล่านี้อาจจะมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะบอกพวกเรา  
ยิ่งลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อ/ภายในของศพ
ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ยังไม่ได้เปิดเผย  " Wilson กล่าว


ใบ ดอก ผล โคคา ที่มา //en.wikipedia.org/wiki/File:Colcoca04.jpg



ข้อมูลเหล่านี้ตามหลักฐานโบราณคดีกับรังสีวิทยา
ทำให้เข้าใจได้มากยิ่งชึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์
และเรื่องราวจุดจบของศพบนภูเขา
เป็นการยืนยันว่าผู้ตายที่ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
ตามอายุ สถานะ และบทบาทของพิธีกรรมครั้งสุดท้าย
ในที่สุด ผู้วิจัยได้สรุปผลการค้นพบ
เกี่ยวข้องคำถามที่สงสัย ความสัมพันธ์ ระเบียบแบบแผน
ประเด็นความขัดแย้งด้านอุดมการณ์
และกลยุทธ์ควบคุมสังคม/การเมืองของจักรวรรดิ์ Inca
ก่อนเผชิญหน้าและพ่ายแพ้ให้กับสเปน


สามมัมมี่เด็กที่ถูกค้นพบบนยอดภูเขาไฟ Llullaillaco
ตั้งอยู่บนชายแดนอาร์เจนตินาชิลี  บนยอดสูง 22,100 ฟุต (6,739 เมตร)
เหนือระดับน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นและเยือกแข็ง
ทำให้รักษาศพของพวกเขาจนกลายมัมมี่
หลังจากที่เด็กเหล่านี้ต้องเสียสละกับการบูชายัญเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา


Wilson ให้สัมภาษณ์ว่า
" ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะว่า
เธอน่าจะเป็นลูกชาวบ้าน/ชาวนา
หลังจากเธอได้รับการคัดเลือกแล้ว หนึ่งปีก่อนจะบูชายัญ
การใช้ชีวิตและการกินอยู่ของเธอแตกต่างไปจากเรื่องที่เธอคุ้นเคย
และตามที่ได้คาดการณ์ก่อนไว้แล้วล่วงหน้า

ในตอนนี้พวกเราเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ในแง่ของการใช้งานใบโคคา
สาวน้อยใช้ใบโคคาอย่างสม่ำเสมอ
และอยู่ในระดับสูงในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต
ทั้งยังดื่มเหล้า Chicha จำนวนมากในสัปดาห์สุดท้ายก่อนตาย
พวกเราได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้
ในช่วงหกถึงแปดสัปดาห์ก่อนตาย
แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของเธอ
เธออาจจะถูกบังคับให้ดื่มเหล้า  Chicha
หรือถูกมอมเมาด้วยเหล้า Chicha จำนวนมาก

แน่นอนว่าในสัปดาห์สุดท้ายชีวิตของเธอ
เธอเดินทางเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง  โลกที่แตกต่างจากโลกเดิม
เพราะสารเคมีเหล่านี้ ใบโคคาและเหล้า Chicha  
ซึ่งมีการใช้ในเกือบทุกวิธี เพื่อใช้ในการควบคุม
ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนสุดท้ายของพิธีกรรม Capacocha Rito
ที่ใช้การเสียสละชีวิตของเธอ "


สาวน้อยวัย 13 ปีผู้เสียสละเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา
ผลการตรวจเนื้อเยื่อพบว่าเธอน่ามีอาการติดเชื้อในปอด(วัณโรค)
ก่อนเธอตายตามรายงานของนักวิทยาศาสตร์  25 กรกฎาคม 2012



ในวันแห่งความตาย  ยาเสพติดอาจจะทำให้สาวน้อยเซี่องซึม/มึนงงมากขึ้น
เธออยู่ในอาการมึนงงหรือบางทีเป็นการทำให้เธอหมดสติ
ทฤษฎีดังกล่าวดูเหมือนว่าจะได้รับการสนับสนุน
ด้วยท่านั่งที่ผ่อนผ่อนคลายของเธอภาย ในหลุมฝังศพ
และความจริงที่ว่าข้าวของที่วางอยู่รอบตัวเธอ
มีสภาพจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
พร้อมกับเทริดขนนกที่เธอสวมบนศีรษะ
ในขณะที่เธอล่องลอยออกไปหาเทพเจ้าผู้โหดร้ายและเหี้ยมโหด
ใบโคคาที่ถูกเคี้ยวแล้วพบอยู่ในปากของสาวน้อย
เมื่อเธอถูกค้นพบในปี 1999

ส่วนเด็กชายกับเด็กหญิงที่มีอายุน้อยกว่า
แสดงค่าระดับของโคคาและการดื่มเหล้า Chica  ค่อนข้างต่ำ
อาจจะเป็นเพราะสถานะที่ค่อนข้างต้อยต่ำของพวกเขา
ในพิธีกรรมบูชายัญ  หรือมาจากวัยของพวกเขาในเรื่องอายุและขนาด
บางทีอาจจะเป็นเพราะ  ต้องการทำให้สาวน้อยตายอย่างสงบมากกว่า “ Wilson กล่าว

หมายเหตุ

น่าจะต้องการทำให้เทพเจ้าดวงอาทิตย์หรือเทพเจ้าภูเขาไฟ
ที่กราดเกรี้ยวหรือโหดร้ายสงบจิตใจและความชั่วร้ายลงได้
รอรับข้าทาสบริวารจากความตายของสาวน้อย และเด็กหญิงเด็กชาย
ตามความเชื่อของหมอผีและชนชั้นสูง
ที่พลีชีวิตราษฏรถวายแด่เทพเจ้าที่ชั่วร้าย

" ในขณะที่หลุมศพแห่งอื่น ๆ  พิธีกรรม capacocha rito
มีประจักษ์พยานหลักฐานแสดงให้เห็นถึง
ความรุนแรง เช่น อาการบาดเจ็บที่กะโหลกศีรษะ
แต่เด็ก ๆ เหล่านี้ถูกทอดทิ้งให้ตายไปอย่างสงบ
หรือพวกเขาเลือกการตายในหนทางที่ต้องการ
เพื่อความสมบูรณ์แบบของการเสียสละชีวิตเพื่อบูชายัญ
เด็ก ๆ เหล่านี้จากไปอย่างเงียบ ๆ "  Wilson อธิบาย


มัมมี่เด็กหญิงวัย  6  ขวบที่พบบนยอดภูเขาไฟ Llullaillaco  อาร์เจนตินา
แสดงให้เห็นว่าเธอถูกฟ้าผ่าใส่ที่หลุมศพ


รัฐกับการบังคับให้ราษฏรเสียสละชีวิต



Kelly Knudson  นักเคมีทางโบราณคดี มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา
แม้จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการวิจัยโดยตรง
แต่กล่าวว่าเป็นการศึกษาที่น่าตื่นเต้นแสดงให้เห็นว่า
วิทยาศาสตร์โบราณคดีสามารถช่วยให้เราเข้าใจ
รายละเอียดทั้งสองด้านของชีวิตมนุษย์
กับชุมชมในสังคมโบราณที่มีขนาดใหญ่
" หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการดื่มกินเหล้า Chica และใบโคคา
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก  ทั้งในแง่ของการเสียสละ capacocha
และช่วงชีวิตของพวกเขาก่อนตาย
และในแง่ของการบ่งบอกเราว่า
รัฐ Inca กับการข่มขู่และการควบคุม " Knudson กล่าว

" ระบบการควบคุมและการพาเด็กเหล่านี้
ไปยังยอดเขาที่ห่างไกลและมีระดับความสูงมาก
แสดงให้เห็นว่าปฏิบัติการทั้งหมดนี้
ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นสูงของรัฐ
จากการศึกษาของผู้เขียนหลายคน
มีข้อเสนอแนะและตั้งข้อสังเกตว่า
อาจจะเกิดขึ้นจากการเป็นส่วนหนึ่ง
ของการขยายตัวของกองทัพและการเมือง
ของจักรวรรดิ์อาณาจักร Cuzco
ที่เกิดขึ้นก่อนการมาถึงของนักล่าอาณานิคมชาวสเปน "


มัมมี่เด็กชาย Llullaillaco วัย 4 ขวบ
เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดี Mountain High (MAAM) ในซัลตา อาร์เจนตินา


" การจัดลำดับความสำคัญในโลจิสติกส์ Logistics
เป็นเรื่องที่จำเป็นมากแม้กระทั่งทุกวันนี้
ยิ่งการทำงานที่พื้นที่ห่างไกลและระดับความสูงขนาดนี้
ยิ่งเป็นเรื่องที่มีขอบเขตการบริหารจัดการที่กว้างขวางมาก  "  Wilson  อธิบาย

ข้าวของเครื่องใช้และเครื่องประดับ
รวมทั้งเสื้อผ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม
และคัดสรรค์มากจากสี่มุมเมืองของจักรวรรดิอินคา
บรรดาข้าวของเครื่องใช้และเครื่องประดับ
รวมทั้งเปลือกหอยทะล ที่นำมาจากชายฝั่งทะเล
และขนนกที่สวยงามจากจาก ลุ่มน้ำอเมซอน  Amazon Basin
รูปปั้นที่สร้างด้วยมือทำจากทองคำและเงินที่ประดับที่เสื้อผ้า
พร้อมกับเสื้อผ้าที่ถักทออย่างประณีต
ที่ปกติใช้ได้เฉพาะแต่ชนชั้นสูงในสังคม

"  ผมคิดว่าการพิธีกรรมทั้งหมดนี้
ได้แสดงให้เห็นถึงสถานะของพวกเขา
และยังเป็นสัญลักษณ์ที่ว่านี่ คือการดำเนินการ
ภายใต้อำนาจการอนุมัติของผู้มีอำนาจสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ "
Wilson และผู้เขียนร่วมกล่าวเสริม

" การเสียสละหรือการบูชายัญดังกล่าว
อาจจะเป็นวิธีการแบ่งแยกชนชั้น
ช่วยในการบังคับและควบคุมทางสังคม
ทั่วทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ของดินแดน "

(ในปีที่แล้วมีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน PLoS ONE  
แสดงให้เห็นว่า  สาวน้อยกำลังทนทุกข์ทรมาน
จากการติดเชื้อปอดในช่วงเวลาของการเสียสละ)


ผลการ  CT scan สมองของเด็กหญิงวัย 5 ขวบ
มีร่องรอยของการถูกฟ้าผ่า ภาพการสแกนเดือนธันวาคม 2546
แสดงให้เห็นกระบอกตา(ตามลูกศรชี้) และกล้ามเนื้อรอบ ๆ ดวงตา


หลักฐานรองรับจากจดหมายเหตุสเปนในช่วงต้น
Johan Reinhard  โจฮาน ไรน์ฮาร์ด สมาคมภูมิศาสตร์ชุมชนแห่งชาติ
นักสำรวจท้องถิ่น Explorer-in-Residence  
พร้อมกับเพื่อนร่วมงาน Constanza Ceruti คอนตั้นซา เซรุตี่
มหาวิทยาลัยคาทอลิกซาลตา Salta  (อาร์เจนตินา)
ค้นพบมัมมี่ในปี 1999(2552)  
ผลงานเขียนร่วมกันของคนทั้งสองในการศึกษา
ระบุว่า พวกเขาสนใจอย่างยิ่งในการค้นพบ
ด้วยการเปรียบ เทียบกับเรื่องที่ถูกเขียนไว้
ในตำนานประวัติศาสตร์ของพิธีกรรมดังกล่าว
ที่เขียนขึ้นโดยนักสำรวจชาวสเปนในช่วงต้นที่ไปยังโลกใหม่

" ชาวสเปนอธิบายถึงวิธีการของพิธีกรรมเหล่านี้
แต่ชาวสเปนไม่ได้เห็นเหตุการณ์โดยตรงหรือด้วยสายตาตนเอง
สิ่งที่ชาวสเปนรับรู้ขึ้นอยู่กับเรื่องราวที่ชาวอินคา
ที่ได้บอกชาวสเปนเกี่ยวกับเรื่องราว/ตำนานที่เกิดขึ้น "

(ในช่วงกลางศตวรรษที่ 16  ตัวอย่างเช่น
Juan de Betanzos  ฮวน เด เบท่านโซ่  
ได้เขียนเรื่องราวการเสียสละชีวิตของเด็ก ๆ นับพันราย
ตามคำให้การของภรรยาขาว Inca ของเขา
ที่เคยแต่งงานมาก่อนแล้ว
ไม่ใช่กับใครอื่นนอกจากอดีตจักรพรรดิ Atahualpa อะต้าฮ้วนปา)


การสแกนสมองของสาวน้อย/สาวน้ำแข็ง
แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง
สารสีขาวและสีเทาในสมองตามลูกศรชี้


" ตอนนี้ข้อมูลที่ปรากฏทั้งหมดสอดคล้องกับ
เหตุการณ์ที่อธิบายไว้ในจดหมายเหตุ
ภาพเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมานี้
จะสามารถเห็นได้ถึงพิธีกรรม
ที่ผ่านพ้นมาและผ่านพ้นไปด้วยชีวิตของเด็ก ๆ
ความสนใจอยู่ตรงที่ว่า  พวกเขาใช้จ่ายจำนวนมาก
กับอาหารดีดี และใบโคคา ที่ปรกติจะนำมาใช้ในพิธีกรรม
และไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันมากมายเช่นนี้
พิธีกรรมดังกล่าวทำให้น่าสนใจว่า
การมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับเด็ก ๆ จำนวนมาก
สามารถอ่านพบได้ในจดหมายเหตุเช่นกัน  " Reinhard

ตัว อย่างดังกล่าวมันไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นเด็ก ๆ กินใบโคคาเพิ่มขึ้น
ในช่วงปีผู้ถูกคัดเลือกก่อนตาย  เช่นเดียวกับ สาวน้อย Maiden
เพราะตำนานเรื่องนี้ได้เขียนเล่าไว้แล้วในจดหมายเหตุ

"  ตำนานบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้แสวงบุญที่จะไป Casco  ก๊าดโก่
และรูปแบบพิธีกรรมในระหว่างที่เด็ก ๆ เหล่านี้
จะถูกส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ในการแสวงบุญในระยะทางที่ยาวไกล
ผมคิดว่า  เรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ที่ว่า
ช่วงระยะเวลาหกเดือนก่อนตาย
จะเกี่ยวข้องกับการใช้ใบโคคาอย่างหนัก

แต่ขณะเดียวกันผมคิดว่า มันอาจจะเป็นหกเดือน
ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวอื่น
แต่สมมติฐานที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่า
เหยื่อผู้ บริสุทธิ์เหล่านี้เป็นผู้รับใช้เทพเจ้าดวงอาทิตย์
จะถูกนำทำพิธีกรรมในช่วงเวลาที่
ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด
ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปสู่ความตาย " Reinhard


ผล CT Scan เด็กชายวัย 4 ขวบแสดงให้เห็นว่า
สมองของเขายังคงอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม
ถึงแม้ว่าเขาจะตายมานานกว่า 500 ปีที่ผ่านมา


ทุกวันนี้ มัมมี่เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์โบราณคดี 
Museo de Arqueología de Alta Montaña (MAAM) in Salta, Argentina
หมู่ซิโอ้ เดอ อัลเกียโอเกี่ย เดอ อัลต้า มอนต้าหน่า (MAAM) ในซัลตา  อาร์เจนตินา
สภาพกายภายของมัมมี่ได้สนับสนุน
บันทึกประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างน่าตื่นเต้น
แต่เด็กเหล่านี้ยังต้องคงอยู่ในสภาพเย็นจัด
เพื่อคงสภาพร่างกายไว้แม้จะอยู่ในความตาย Wilson กล่าว

" สำหรับผมแล้ว มันดูเหมือนกับว่า
เด็ก ๆ เหล่านี้ได้ยื่นมือออกมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ เส้นผม  ได้บอกเล่าเรื่องราวส่วนตัว
และสามารถให้หลัก ฐานบางอย่างที่น่าสนใจ
และบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของพวกเขาอย่างมากมาย
แม้หลังจากห้าศตวรรษจากความตายของพวกเขา  "

ผลการศึกษานี้ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร
PNAS PNAS Early Edition 29 กรกฎาคม 2556


นักวิจัยยังค้นพบ กากใบโคคา (เป็นก้อนสำหรับเคี้ยว)
อยู่ในปากแถวช่องงฟันของสาวน้อยชาว Inca
บ่งบอกว่าเธอถูกมอมเมาให้เซื่องซึมก่อนเธอเสียชีวิตเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา




มัมมี่ชาวอินคาสามศพ  ที่เสียสละชีวิตเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา
บ่งบอกว่าได้รับยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ
ก่อนที่ความตายจะมาเยือนพวกเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวคนโตที่เรียกว่า สาวน้อย/สาวน้ำแข็ง
นักวิจัยพบสารเสพติดและเหล้ามากที่สุด




Johan Reinhard ที่มา //goo.gl/pSWNcS



ใน ปี 1999(2542) สูงขึ้นไปบนที่ราบสูงที่แห้งแล้งของทะเลทราย Atacama อาต่าก้าหม่า ในอาร์เจนตินา
Johan Reinhard  กับเพื่อนร่วมงาน  ซึ่งในตอนนี้เป็นนักสำรวจท้องถิ่น
Explorer-in-Residence ของ the National Geographic Society สมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติ
ได้ค้นพบมัมมี่สามศพที่ยังคงรักษาสภาพศพได้เป็นอย่างดี  
เป็นศพเด็กสองศพเด็กหญิงกับเด็กชายอายุ  6 และ 7 ขวบตามลำดับ และอายุ 15 ขวบปี
(หมายเหตุ อายุตามจริงต่ำกว่านี้แล้วตามผลของ CT Scan)
สาวน้อยวัยรุ่น  พวกเขาตั้งชื่อเธอว่า  สาวน้อย
พวกเขาทุกคนทั้งหมดต้องเสียสละชีวิตในช่วง  500 ปีที่ผ่านมา
และถูกฝังอยู่ใกล้กับยอดสูงสุดของหนึ่งในภูเขาไฟ Llullaillaco ที่สูงที่สุดของโลก

เงื่อนไขสำคัญคือ การคงสภาพศพให้เหมือนเดิมมากที่สุด
หลังจากนำศพลงมาจากเทือกเขาสูง Andes
จึงต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดนิทรรศการ
แสดงศพใน Salta ซัลตา  อาร์เจนตินา



ภัณฑารักษ์ได้ปรึกษาหารือกับนักนิติเวชมานุษยวิทยา
Angelique Cotthals แองจีลี คอตทอลส
และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสหรัฐอเมริกา
American Museum of Natural History
ในการสร้างห้องที่มีความเย็นจัดและแห้งแล้ง
เพื่อเก็บรักษาสภาพศพให้เหมือนสภาพเดิมที่ขุดพบมากที่สุด
รวมทั้งเป็นการรักษาเนื้อเยื่อและอวัยวะของศพเพื่อรอการศึกษาในภายหลัง



ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่วันที่ 29 กรกฏาคม 2556
ในวารสาร journal Proceedings of the National Academy of Sciences
ทีมนักวิจัยค้นพบว่าสาวน้อยมีอัตราการใช้ใบโคคาและเหล้าสูงมาก
มีช่วงการใช้ใบโคคาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปีสุดท้าย
และอย่างสูงมากที่สุดหกเดือนก่อนตาย

5 ปีต่อมาในปี 2009 (2553) หลังจากมัมมี่ได้แสดงให้ชาวบ้านชม
Corthals  ได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์เพื่อตรวจสอบสภาพศพทั้งสาม
เธอเก็บตัวอย่างน้ำลาย (ภายในช่องปากที่ลึกเข้าไป)
ผลการทดสอบคาดว่า ผู้ตายน่าจะมีอาการเมาหรือสงบก่อนที่จะตาย
เพราะเต็มไปด้วยเหล้า Chicha (เหล้าจากข้าวโพดหรือผลไม้อื่น ๆ)

Corthals  เก็บตัวอย่างส่วนหนึ่งเป็นผ้าเปื้อนเลือดพบใกล้กับปากเด็กวัย 7 ขวบ
เธอเก็บตัวอย่างโปรตีนในการทำแผนที่โปรตีนจากตัวอย่างเลือด
เพื่อตรวจสอบว่าเลือดมาจากที่ใด  ด้วยชุดของโปรตีนที่แตกต่างกัน
ทำให้พบความแตกต่างของชุดโปรตีนที่พบในกระเพาะอาหารเมื่อเทียบกับปอด
เมื่อ Corthals  เห็นข้อมูลรายละเอียดของของเลือด
เธอเริ่มตระหนักถึงวิธีการที่จะค้นหาข้อมูลที่มากมายอย่างที่มันควรจะเป็น

Corthals ให้ข้อสังเกตว่า
"เราไม่เคยคาดหวังมาก่อนว่า
มีการแกว่งของตัวอย่างโปรตีนมาจากกลุ่มตัวอย่าง
เราแทบไม่เชื่อเลยกับผลที่ตามมา
มันเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก  เมื่อมีการทดสอบ/ตรวจสอบอีกครั้ง
ก็ได้รับข้อมูลอีกมากมายจากตัวอย่างของโปรตีนแบบเดียวกัน
เราตระหนักดีว่า ตัวอย่างและกลุ่มโปรตีนถูกเก็บรักษาดีกว่าที่เราคิด
มันเป็นมากกว่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้น  พวกเราได้ทดสอบและตรวจสอบด้วย  spectrometry
เพื่อความถูกต้องและแม่นยำของมวลสารให้มากขึ้น
ยิ่งทำให้พวกเราได้รายละเอียดที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าเดิม "



ที่มาของภาพ //goo.gl/IKp6WU



ความสำเร็จของวิธีการที่เรียกว่า  การตรวจสอบจากโปรตีน
ทำให้ Corthals  และทีมงานพร้อมที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับมัมมี่ในเชิงลึกมากขึ้น
และผลจากการทำ  CT Scan  ได้มีข้อสังเกตทีพบเห็นว่า
สาวน้อยมีร่องรอยโรคที่ปอดของเธอ  ที่อาจบอกถึงการติดเชื้อ
พวกเขายังได้เห็นคราบเมือกคาอยู่ภายใต้รูจมูกทั้งสองของเธอ

นัก วิจัยได้ตรวจพบก่อนหน้านี้ว่า
มีเชื้อโรคในตัวอย่างโบราณโดยใช้การวิเคราะห์ผล DNA  
แต่การเชื่อมโยงการพบเชื้อโรคในสภาพของจุลินทรีย์
เป็นเรื่องยุ่งยากเพราะแบคทีเรียบางชนิด เช่น
เชื้อวัณโรคสามารถคงอยู่ได้ในแต่ละช่วงเวลาเป็นเวลานาน
โดยไม่ส่อว่ามีอาการติดเชื้อ

การตรวจสอบภาวะภูมิคุ้มกันของศพตัวอย่าง  
มีข้อบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มีการติดเชื้อ  
แต่ต้องใช้เทคนิคการหาปริมาณสารต่างๆ ในสิ่งที่ส่งตรวจ
มีแนวโน้มที่จะผิดพลาดได้ในค่าผลบวกหรือผลลบ
เมื่อใช้กับตัวอย่างทางโบราณคดี(มีอายุเก่าแก่โบราณมาก)



Corthals  ได้เปรียบเทียบรายละเอียดโปรตีนของสาวน้อย
ที่ครอบคลุมฐานข้อมูลโปรตีนของมนุษย์ที่มีอยู่  87,061  ตัว
และพบว่ามีระดับโปรตีนสูงมากที่เกี่ยวข้องกับภาวะของภูมิคุ้มกัน
ที่นำไปสู่การอักเสบของปอด  คล้าย ๆ กับที่พบในโรคปอดเรื้อรัง
และ การติดเชื้อของ mycobacterial

ทีมวิจัยได้ใช้รายละเอียดโปรตีนของเด็กชายเป็นตัวควบคุม
เพราะร่างกายของเขาได้แสดงให้เห็นว่าไม่มีสัญญาณ
ของการติดเชื้อในการทำ CT Scan  และการวิเคราะห์ด้านรังสีวิทยา
(เลือดบนผ้าแสดงว่าเป็นผลจากการบาดเจ็บ)
และแนวโน้มที่จะมีระดับการย่อยสลายโปรตีนจำนวนมาก
ส่วนของสาวน้อยเกี่ยวข้องกับอาการอักเสบ
และมีภาวะภูมิคุ้มกันโปรตีนค่อนข้างสูง  
เมื่อเทียบกับเด็กชายในขณะค่าโปรตีนทุกระดับเมื่อเทียบเคียงกัน



Mehdi Moini  เมธี มอยนิ พิพิธภัณฑ์สถาบันอนุรักษ์ ของสถาบัน Smithsonian
Museum Conservation Institute at the Smithsonian Institution
เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้แสดงความเห็นว่า
การใช้ตัวอย่างโปรตีนในการค้นหาอายุทางโบราณคดี
ในการทำงานของ Corthals  เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดี
ของการประยุกต์ใช้การตรวจสอบทาง spectrometry
มวลสารและการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย  
ในทางด้านมานุษยวิทยาและตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์
วิธีการแบบเดียวกันกับการหาหลักฐานที่ยืนยันจาก CT  Scan
และการวิเคราะห์รังสีวิทยา

ทีมงานของ Corthals ได้สร้างรายละเอียดของตัวอย่าง  DNA
ในการค้นหาโรคที่เป็นตัวการหลัก
การวิเคราะห์เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตพบว่า
เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดโรคติดเชื้อที่สัมพันธ์กับ
วัณโรค Mycobacterium avium-bovis-tuberculosis complex



" งานนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
การใช้อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และเทคนิคที่ทันสมัย
ที่เหมาะสมมีความสามารถในการลดการคาดการณ์ในการเก็บตัวอย่าง
ทางนิติเวชและทางประวัติศาสตร์ "

จากตัวอย่างของมัมมี่อายุ 500 ปีที่ถูกนำมาใช้ในกรณีตัวอย่างของ  Corthals
ตอนนี้โรงเรียนกฎหมายด้านกระบวนยุติธรรมทางอาญาจอห์นเจย์ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก
City University of New York’s John Jay College of Criminal Justice
ต่างรู้สึกกระตือรือร้นเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการใช้งานที่มีศักยภาพมากมาย
และได้มีการร้องขอผ่านทางอีเมล์ไปยัง Corthals อย่างท่วมท้น
เพื่อขอทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันในการวิจัยแบบนี้เกี่ยวกับคดีอาญา 

" ฉันจะไม่หยุดยั้งเรื่องเกี่ยวกับซากโบราณ
หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจในการทำงานกับศพที่แช่แข็ง
คือการเก็บรักษาไวรัสไข้หวัดจากไข้หวัดใหญ่สเปน
และดูว่าเราสามารถพูดอะไรเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
ของคนเหล่านี้ที่เสียชีวิตจากไข้หวัด "

ปัจจุบัน Corthals  ทำงานร่วมกับทีมงานมหาวิทยาลัย Brussels บรัสเซลส์
ในหุบเขาขุนนาง Luxor  ลักเซอร์ อียิปต์  
ซึ่งเธอจะเปิดเผยกิจกรรมของชนชั้นขุนนางระดับสูง
ที่อาศัยอยุ่รอบ ๆ บริเวณนี้เมื่อ  3 พันปีก่อน
การกินอยู่ของขุนนางระดับสูงช่วงก่อนคริสตศักราช 1400 ปี
และการตรวจสอบกองทหารฝรั่งเศสของจักรพรรดินโปเลียน
ที่บุกรุกเข้าไปในภูมิภาคแห่งนี้แล้วถูกซุ่มโจมตี
ศพของเหล่าทหารถูกทิ้งไว้ในหลุมฝังศพของหุบเขาแห่งนี้
ในช่วงเริ่มต้นของศตวรรษที่ 19


ที่มาของภาพ //goo.gl/IKp6WU


Corthals ได้ตั้งห้องปฏิบัติการ DNA
คนโบราณเป็นครั้งแรกในอียิปต์
และพยายามที่จะใช้การวิเคราะห์ทางพันธุกรรม
เพื่อระบุมัมมี่ที่หายไป คือ พระศพของ
สมเด็จพระราชินี Hatshepsut ฮาเช็บสุด
หนึ่งในผู้ปกครองที่ทรงราชานุภาพมากที่สุดของอียิปต์

ตัวอย่างโปรตีนที่ใช้ในขณะนี้
จะช่วยแก้ปัญหาบางเรื่องที่ลึกลับมากที่สุดของอาณาจักรอียิปต์โบราณ
เช่น  กษัตริย์น้อย Tutankhamen  ตุตันคาเมน  ตายเพราะอะไรกีนแน่
มันเป็นเรื่องดี และท้าท้ายมากเช่นกัน
เพราะมัมมีของ Tutankhamen  เสียหายมาก  
ดังนั้นฉันจึงไม่ทราบถึงรายละเอียดข้อมูลที่เราจะได้รับ
แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ที่ได้เห็นแม้กระทั่งรายละเอียดเล็ก ๆ บางส่วน "
Corthals กล่าวสรุป

เรียบเรียงจาก
//banoosh.com/blog/2013/08/03/inca-children-were-drunk-and-high-before-being-sacrificed/
//www.pnas.org/content/early/2013/07/24/1305117110
//www.the-scientist.com/?articles.view/articleNo/32944/title/Pneu-mummy-a/
//www.livescience.com/38504-incan-child-mummies-lives-revealed.html
//www.livescience.com/21848-image-gallery-inca-child-mummies.html
//news.nationalgeographic.com/ link ย่อ //goo.gl/j8H6eL
//www.the-scientist.com/?articles.view/articleNo/36753/title/Inca-Children-Got-High-Before-Death/
//dict.longdo.com/
//google.co.th

หมายเหตุ  บางคำศัพท์จะถอดเสียงเป็นภาษาสเปนจาก google
เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการอ่าน  เพราะสถานที่พบอยุ่ในกลุ่มใช้ภาษาสเปน
ภาพประกอบจาก link ที่อ้างอิงข้างต้น ยกเว้นบางภาพที่จะระบุที่มาของภาพ
และยิงภาพจาก //www.ของหน่วยงานเจ้าของภาพ

กรณีมีข้อผิดพลาดบกพร่องโปรดชี้แนะ จะรีบกลับมาแก้ไข ขอบคุณล่วงหน้าครับ

หมายเหตุภาพประกอบเพิ่มเติม


เหล้า Chicha จากข้าวโพดดำผสมสมุนไพร
ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/File:Chicha_maiz_morado.jpg


เหล้า Chicha จากข้าวโพดทั่วไป
ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/File:Chicha_de_jora_en_vaso.JPG


ใบ Coca พร้อมให้บริการแบบชาวบ้าน
ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/File:Mate_de_coca_Stevage.jpg


ใบ Coca ในแก้วกาแฟ
ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/File:Mate_de_coca_Peru.jpg






Create Date : 07 สิงหาคม 2556
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2557 16:46:13 น. 10 comments
Counter : 2905 Pageviews.

 
เด็กถูกขุนให้อ้วนขึ้นสำหรับการเสียสละ
แม้ขณะเสียชีวิตยังมีใบโคคาอยู่ในปาก
หรือเด็กชายที่โดนทำร้ายจนซี่โครงหัก กระดูกเชิงกรานแตก
และมีร่องรอยการรัดคอด้วยผ้าผูกคออีกด้วย
เค้าเหล่านี้ถูกกระทำกับชีวิตที่ไม่ได้เลือกเองนะคะ
เป็นเรื่องราวที่น่าตกใจ และสะเทือนใจมากค่ะ

ขอบคุณสำหรับการเรียบเรียงเรื่องที่ดูไกลตัว
แต่เกิดขึ้นจริงแม้จะผ่านมาถึง 500 ปีแล้วก็ตามนะคะคุณ ravio
like ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:8:15:27 น.  

 
ไม่ว่ายุคไหนก็มีพิธีกรรมพลีชีพเพื่อประโยชน์ในการปกครองเสมอ
ต่างกันก็แค่รูปแบบเนาะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:10:44:42 น.  

 
สวัสดีค่า คุณravio ^^
มาอ่านช้าไปวันนึงค่ะ

แต่วันนี้อ่านไปได้ความรู้เยอะมาก แต่เสียวสันหลังมากอ่ะ
ภาพน่ากลัว ถึงจะรู้ว่าคือมัมมี่นะ
สงสารเค้าจังค่ะ สมัยก่อนมีพิธีกรรมอะไรแปลกๆจัง

ขอบคุณมากๆนะคะ


โดย: lovereason วันที่: 8 สิงหาคม 2556 เวลา:22:57:02 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 3
อุ้มจะชอบอ่านเรื่องราวแบบนี้ค่ะ
เอาไว้วันเสาร์ค่อยมาโหวตให้นะคะ
ขอบคุณที่ค้นคว้านำมาฝากค่ะ
ปล. มีความสุขกับงานล้มทับต่อไปเน๊าะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:0:31:34 น.  

 
แวะมาอ่านเนื้อหาดีๆ ที่เอามาแบ่งปันกันค่ะ ขอบคุณนะคะ
อ่านเพลินดี ได้สาระความรู้อีกหมวดนึงที่ก่อนหน้านี้ไผ่ไม่ค่อยจะได้ศึกษาสักเท่าไหร่ จากภาพที่เห็นในบล็อค สภาพเด็กเหมือนนอนหลับอยู่จริงๆ นะคะ แตกต่างจากมัมมี่ของอียิปต์ที่ดูแห้งๆ เหี่ยวๆ

ตอนอ่านจบ ไผ่นึกถึงนิยายเรื่องหนึ่งของคุณดวงตะวัน ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแผ่นดินสมมุติ ที่มีอารยธรรมและความลึกลับซับซ้อนของตัวเอง ผ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจและอารยธรรมที่ความจริงบางอย่าง คนยุคหลังๆ ก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้ กลายเป็นข้อสันนิษฐานที่ว่ากันไปต่างๆ นานา สนุกดีค่ะ ไผ่โหวตให้นะคะ

ขอให้มีความสุขกับวันศุกร์ค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:13:15:09 น.  

 

อุ้มแวะมาโหวต Education Blog ให้แล้วค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:0:43:22 น.  

 
แสดงว่ามีอะไรติดเพิ่มที่ข้างฝาแล้วใช่ไหมคะ
ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:15:14:42 น.  

 
สุขสันต์วันแม่นะคะ หวังว่าคงจะมีช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัวร่วมกันนะคะ พรุ่งนี้ทำงานแล้ว สู้ๆ ค่ะ


โดย: คมไผ่ วันที่: 12 สิงหาคม 2556 เวลา:23:54:46 น.  

 
Thank youvery much

ละเอียดยิบเลยชอบมาก....


โดย: Kai (nookookai8 ) วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:9:38:22 น.  

 
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆนะคะ เนื้อหาแน่นมากเลย


โดย: hi hacky วันที่: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:51:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.