ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
30 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
กระเป๋าเดินทางนิรนาม

ภาพข้าวของภายในกระเป๋าเดินทางที่ถูกทิ้งร้างไว้
และยังหลงเหลืออยู่ในโรงพยาบาลโรคจิตเวช Willard Asylum มหานครนิวยอร์ก
เป็นข้าวของชิ้นสุดท้ายของผู้ป่วยที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในโรงพยาบาลตลอดชีวิต
เพื่อให้แยกตัวพวกเขาออกจากโลกภายนอก
ข้าวของเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวถึงครั้งหนึ่งในชีวิต
พวกเขาเคยมีชีวิตจิตใจ มีครอบครัว มีคนรัก มีข้าวของ มีทรัพย์สมบัติ
ก่อนที่ญาติพี่น้องครอบครัวของพวกเขาจะตัดสินใจส่งผู้ป่วยมาอยู่ ณ ที่แห่งนี้
หลายคนจบชีวิตทีนี่และถูกฝังศพไว้ที่สุสานฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล
กลายเป็นคนไร้ชื่อไร้นาม (นิรนาม) ไม่นานก็ไม่มีใครจดจำหรือรู้จักอีกตลอดกาล

ภาพเหล่านี้ช่างภาพ  Jon Crispin  ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพข้าวของในกระเป๋าเดินทางของผู้ป่วย
ที่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังที่โรงพยาบาลจิตเวช Willard Asylum ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ค
กระเป๋าเดินทางรวม  400 ใบถูกค้นพบบนห้องใต้หลังคาโดยถูกวางทิ้งไว้จนถึงปี  1995(2538)
นับตั้งแต่ช่วงปีที่ผู้ป่วยเข้ามารักษาในปี 1910-1960(2453-2503)
ผู้ป่วยหลายคนเสียชิวิตในโรงพยาบาล  และศพถูกฝังไว้ในสุสาน
ที่หลุมฝังศพมีเพียงตัวเลขหน้าป้ายหลุมศพ    ไร้ชื่อไร้นามผู้ตาย

เมื่อผู้ป่วยถูกตัดสินจากครอบครัวญาติพี่น้องแล้วว่า
ให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช Willard Asylum
พวกเขาต่างมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่เต็มไปด้วยข้าวของส่วนตัว
ที่พวกเขาหรือญาติพี่น้องครอบครัวของพวกเขาคิดว่า
จำเป็นสำหรับผู้ป่วยเพื่อผ่านช่วงวันเวลาในการใช้ชีวิตภายใน ณ ที่แห่งนี้
แต่หลายคนไม่เคยออกไปจากสถานที่แห่งนี้อีกเลย
บางคนถูกทอดทิ้งไว้ ณ ที่แห่งนี้ร่วม 30 ปี

ภายในกระเป๋าเดินทางต่างเต็มไปด้วยข้าวของ
ที่เปี่ยมล้นด้วยจินตนาการและความทรงจำที่รำลึกถึงอดีตของผู้ป่วย
แต่แล้วข้าวของทั้งหมดยังถูกกักขังซ้ำอีกครั้ง
บนห้องใต้หลังคาของโรงพยาบาล  แล้วหลงลืมไปกับกาลเวลา
ในปี 1995(2538) ลูกจ้างโรงพยาบาลได้ค้นพบกระเป๋าเดินทางของผู้ป่วยจำนวน 400 ใบ
ที่มีการเก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่ปี 1910-1960(2453-2503)

ตอนนี้ ช่างภาพ Jon Crispin ได้ถ่ายภาพข้าวของภายในกระเป๋าเดินทางของผู้ป่วย
ถ่ายได้เพียงส่วนหนึ่งจำนวน  80 ใบจากกระเป๋าเดินทางทั้งหมด
ภาพถ่ายเหล่านี้เป็นการร่วมรับรู้ชีวิตจิตใจและชะตากรรมของผู้คน
ที่เจ็บป่วยไม่สบายและไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปอยู่ร่วมกับญาติพี่น้องครอบครัวหรือสังคมภายนอกอีกเลย



ส่วนหนึ่งของชีวิตที่ผ่านมา  กระเป๋าใบนี้เป็นของ Anna
ภายในมีจดหมายที่ไม่ได้จ่าหน้าซองถึงเธอ แปรงสีฟันหนึ่งคู่
เข็มขัดและผ้าคาดเอวสีฉูดฉาด เช่นเดียวกับ รองเท้าและหมวก



กระเป๋าใบนี้เป็นของ Frank C  ทหารผ่านศึกสหรัฐจาก Brooklyn มหานครนิวยอร์ค
ภายในมีชุดอุปกรณ์ซ่อมแซมเสื้อผ้า  อุปกรณ์ชุดดูแลเครื่องแต่งกายและผมเผ้าให้เรียบร้อย
ปืนเด็กเล่น  บัตรปันส่วนขนมปัง และของอื่น ๆ ตามภาพ ภาพถ่ายของตนเองและครอบครัว



ชุดเครื่องแบบทหารสหรัฐ Frank C ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
แม้ว่ามันจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางตั้งแต่ปี 1950(2493)
จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งในปี  1995(2548)



ภาพถ่ายครอบครัว Frank C ที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง
ตามประวัติแล้วเขาไม่เคยออกจากโรงพยาบาลแห่งนี้อีกเลย
เหมือนกับผู้ป่วยจำนวนมากที่เสียชีวิตที่นั่น
ทุกศพจะถูกฝังในหลุมฝังศพที่ไร้ชื่อไร้นามมีแต่ตัวเลขกำกับไว้เท่านั้น



ภาพกระเป๋าเดินทางที่ถูกทอดทิ้งแล้วโดย Frank C
ไม่มีสัญญาณอาการป่วยทางจิตเลย
ภายในกระเป๋าเดินทางจะเห็นว่ามีการจัดข้าวของอย่างเป็นระเบียบ

ช่างภาพ  Jon Crispin ให้สัมภาษณ์กับ MailOnline
" เรื่องราวที่ผ่านมาจะเป็นเรื่องจริงหรือเีรื่องไม่จริง ก็คือว่า
ผู้ป่วยเหล่านี้ต่างเป็นนักโทษภายในอย่างจริงแท้แน่นอน
ครอบครัวญาติพี่น้องพวกเขาต่างละทิ้งพวกเขา
พวกเขามอบกระเป๋าเดินทางให้กับผู้ป่วย
หลังจากได้ตัดสินใจเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว
โดยครอบครัวญาติพี่น้องผู้ป่วยได้จัดเตรียมข้าวของให้ทั้งหมด
หรือให้ผู้ป่วยจัดเตรียมข้าวของด้วยตนเอง

ให้ลองมองไปที่ข้าวของในกระเป๋าเดินทางเหล่านี้  แล้วลองคิดดูว่า
คนเหล่านี้มีชีวิตจริง ๆ อยู่ข้างนอกอย่างไรบ้าง  ก่อนที่จะเดินทางมาอยู่ในที่นี่
Frank C  อดีตทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สองจาก Brooklyn  มหานครนิวยอร์ค
ได้นำเครื่องแบบทหารสหรัฐ  ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้ในสภาพเหมือนเดิมในกระเป๋าเดินทาง
และยังมีภาพถ่ายของตนเองและภาพถ่ายของครอบครัวด้วย
ยังมีภาพบางส่วนในช่วงหนึ่งของชีวิตภายในกองทัพสหรัฐ
กับภาพการใช้ชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอนหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

ส่วนกระเป๋าเดินทางที่เป็นของสตรีผู้หนึ่งที่ชื่อ Anna  ได้เปิดเผยให้เห็นว่า
เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานกับงานรื่นเริงงานปาร์ตี้ต่าง ๆ
เธอบรรจงวางรองเท้าส้นสูงคู่ที่ทันสมัย  และหมวกที่สวยเก๋จำนวนหลายใบ
เข็มขัดที่ประดับประดาด้วยเลื่อมลายสีทองบาง ๆ ที่บ่งบอกถึงการใช้ชิวิตที่หรูหรา
อย่างมีรสนิยมในการสังสรรค์และแสดงตัวตนในงานเลี้ยงต่าง ๆ "



Dmytre เจ้าของกระเป๋าเดินทางใบนี้  เป็นหนึ่งในผู้ป่วยไม่กี่คนในโรงพยาบาลแห่งนี้ที่เป็นที่รู้จักกันดี
เขาเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ในปี 1953(2496)  และอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลา 24 ปี
เสียชีวิตในปี 2000(2543)



Flora T. เห็นได้ชัดว่าเป็นสตรีชนชั้นสูง(ไฮโซ)  มีข้าวของอย่างดี เช่น ขวดน้ำหอม
วงแหวนที่รูดผ้าเช็ดปากทำด้วยเงิน แต่ก็มีด้านมืด(ด้านไม่ดี)ของข้าวของที่สะสม คือ
ชุดเข็มฉีดยาและยาเสพติดที่ใช้ฉีด



ชุดยาเสพติดของ Flora T. ดูเหมือนว่าจะเป็น strychnine sulfate
 เป็นยาที่ใช้รักษาโรคลมชัก
ไม่มีใครทราบว่าเธอถูกส่งตัวมารักษา ณ ที่แห่งนี้  ด้วยเหตุผลอันใด




" Willard Asylum  เป็นโรงพยาบาลรักษาโรคจิตเวช ที่ถูกสร้างขึ้นและใช้งานตั้งแต่ปี 1800-1995(2343-2538)
มีแต่เพียงคำบอกเล่ากันว่า  มีผู้ป่วยหลายพันคนที่เคยรักษาตัวที่นี่  และหลายพันคนที่จบชีวิตลงที่นี่เช่นกัน
ตอนนี้ใช้เป็นสถานที่ฟื้นฟูสมรรถนะร่างกายและรักษาคนป่วยที่เสพย์ยาเสพติด

กล่องกระดาษแข็งที่ใส่ข้าวของ Eleanor G. มีชุดม้วนผมคีมคู่ที่ทำด้วยเหล็ก
ชุดซ่อมแซมเสื้อผ้า น้ำหอมในขวดแก้วที่เป่าด้วยช่างฝีมือทำแก้ว
แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง  ในตอนที่ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาล

ภาพข้าวของทั้งหมดได้ทำให้ผมต้องหวนคิดคำนึงว่า  ข้าวของทั้งหมดเป็นของส่วนตัวของผู้ป่วย
เมื่อเพ่งมองไปที่ข้าวของเหล่านี้  ย่อมจะจินตนาการได้ว่า  เจ้าของเดิมมีการใช้ชีวิตเป็นอยู่อย่างไร
จากภาพถ่ายกระเป๋าเดินทางรวม 80 ใบ  แต่กฎหมายรัฐนิวยอร์คห้ามไม่ให้ช่างภาพ Jon Crispin
รายงานชื่อเจ้าของกระเป๋าเดินทางที่ตรวจสอบกับบันทึกรายชื่อคนป่วยของโรงพยาบาลได้
แม้ว่าจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้ป่วยที่สมบูรณ์ถูกต้องมากขึ้น
เพราะผู้ป่วยทุกคนจะต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเรื่องความลับหรือสิทธิของผู้ป่วย

ผู้ป่วยหลายคนถูกส่งตัวมารักษาที่นี่ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา  เช่น
Epilepsy โรคลมชัก  ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่พักพิงตลอดชีวิต
หญิงสาวที่เป็นโรค hysteria  ชายที่เป็นเกย์และหญิงที่เป็นเลสเบี้ยน
คุณแม่ที่ไม่สามารถทนทุกข์ทรมานกับความเศร้าโศกที่สูญเสียลูกวัยสามเดือนหรือน้อยกว่านั้น
ผู้ป่วยทั้งหมดต้องถูกครอบครัวหรือญาติพี่น้องตัดสินใจให้ส่งตัวมา ณ ที่แห่งนี้ "



กระเป๋าเดินทางของผู้ป่วยในอดีตที่ถูกพบบนห้องใต้หลังคา
มีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย  ที่มากับพร้อมกับการเดินทางมาถึงและการจากไปของเจ้าของ
ภายในมีข้าวของตั้งแต่สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีมูลค่าไม่มีราคา จนกระทั่งข้าวของราคาแพง
ข้าวของเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตเจ้าของในอดีตที่ผ่านมา
เป็นความทรงจำที่น่าเศร้าสลดและหดหู่ใจ

มีชุดเด็กทารกที่เย็บด้วยมือจากเจ้าของเสื้อผ้าที่หวังจะมอบให้เด็กทารกที่เสียชีวิตไปแล้ว  
สามีที่ใช้ความรุนแรงกับภริยาเพราะพิษสุรา
จดหมายวิงวอนขอความช่วยเหลือให้พาไปจากที่นี่หรือพาหลบหนี  ที่ไม่เคยส่งถึงผู้รับ
ภาพสาวยุโรปกำลังละเล่นสนุกสนานบนชายหาด
เอกสารประจำตัวบุคคลที่ทางรัฐการออกให้
รองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง  หนังสือปรัชญา วรรณกรรมและบทกวี



ลังกระดาษใส่ขาเทียมที่มีรายละเอียดจ่าหน้าว่าส่งให้กับ Willard จาก Henry L.



ช่วงของวันเวลา Peter L. เพิ่งจะซื้อหนังสือพิมพ์  Syracuse มหานครนิวยอร์ก
ก่อนวันที่จะถูกส่งตัวมา ณ ที่แห่งนี้ วันที่ 22 มีนาคม 1941(2484)



ชำรุดทรุดโทรม  กระเป๋าเดินทางของ Clarissa B  แสดงให้เห็นถึงสภาพการใช้งานที่ผ่านมา
แม้ว่าจะมีร่องรอยของความชำรุดทรุดโทรม  แต่กระเป๋าใบนี้ก็ถูกเก็บไว้นานจนเกือบลืมกว่าหลายทศวรรษ



Eleanor G.  มีกล่องกระดาษหลายใบที่เก็บสะสมข้าวของเครื่องใช้
บางกล่องที่เก็บขวดน้ำหอมราคาแพง อุปกรณ์เครื่องดัดผมไฟฟ้าแบบคีมคู่  และอุปกรณ์ซ่อมแซมเสื้อผ้า



Charles พร้อมกับ Zither พิณประเภทหนึ่งที่นำมาพร้อมกับการเข้ามารักษาอาการเจ็บป่วย ณ ที่แห่งนี้
ในช่วงปลายปี 1930(2473)  ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาได้รับอนุญาตให้เล่นมันอีกหรือไม่




ขวดใส่กลีเซอรีนพร้อมกับจุกไม้ก๊อก  พบในกล่องเก็บข้าวของ Maude K.
พร้อมกับที่ทับกระดาษที่ระบุปี 1893(2436) งานแสดงสินค้าโลกมหานครชิคาโก้

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ภาพเบื้องหลังการถ่ายภาพของ Jon Crispin


ผมยังไม่ค่อยแน่ใจมากนักกับการเข้าร่วมงานในโครงการนี้
แต่ผมอยากจะโพสต์ภาพบางอย่างเพื่อรับข้อเสนอแนะหรือคำติชม
ในปี 1995(2538)  เจ้าหน้าพิพิธภัณฑ์สถานรัฐนิวยอร์ค  
จะถูกย้ายจากสถานที่ทำงานจากศูนย์โรคจิตเวช  Willard Psychiatric Center
ที่กำลังจะถูกปิดตัวลงโดยสำนักงานสุขภาพจิตแห่งรัฐนิวยอร์ค
และจะเปลี่ยนให้เป็นศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดของรัฐนิวยอร์ค
Craig Williams ได้ตระหนักถึงห้องใต้หลังคาที่เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางของผู้ป่วย
ที่เดินทางมารักษาอาการเจ็บป่วยที่ศูนย์แห่งนี้
กระเป๋าเดินทางจะถูกขนย้ายจากอาคารห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยามาเก็บรักษาไว้ที่นี่
นับตั้งแต่สถานที่แห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมา  เพื่อรักษาผู้คนที่มีอาการเจ็บป่วยโรคทางจิตเวชเรื้อรัง
แต่ผู้คนเหล่านี้กับกระเป๋าเดินทางเหล่านี้ไม่เคยกลับออกไปอีกเลยเป็นจำนวนมาก


ทางพิพิธภัณฑ์ได้เตรียมการที่จะย้ายกระเป๋าเดินทางเหล่านี้
ไปยังคลังเก็บของอีกแห่งที่  Rotterdam
บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างได้จัดหมวดหมู่และทำการหีบห่อกระเป๋าเดินทางและข้าวของ
อย่างระมัดระวังและพยายามอย่างยิ่งที่จะอนุรักษ์ข้าวของภายในกระเป๋าเหล่านี้


นิทรรศการกระเป๋าเดินทางที่ถูกคัดเลือกให้มานำแสดงโดยพิพิธภัณฑ์
และมีการจัดแสดงอีกครั้งที่ Albany ในปี 2003 (2546) หรือ 2004(2547)
รวมทั้งมีการนำไปแสดงทั่วรัฐนิวยอร์ก  
ข้าวของภายในกระเป๋าเดินทางได้บอกเล่าเรื่องราวเจ้าของกระเป๋า
แสดงให้เห็นว่าเจ้าของมีการใช้ข้าวของในชีวิตจริง
ก่อนที่จะมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้


สำหรับกระเป๋าเดินทางใบนี้เป็นของ Freda B .....
(แม้ว่าผมต้องการที่จะระบุนามสกุลของเธอ  ไว้ ณ ที่นี่
แต่หลังจากการอภิปรายและถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสถานที่สาธารณะ
ประเด็นว่าใครก็ตามที่เคยรักษาตัวอยู่ที่ Willard  หรือสถานที่รักษาโรคจิตเวชแห่งอื่น ๆ
ควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเรื่องความเป็นส่วนตัว
ผมจึงต้องลงเอยและยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องกระทบต่อชีวิตจิตใจของผู้คน
และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของผู้คนที่เกี่ยวข้องได้
ดังนั้นจึงลงเอยด้วยว่า เธอไม่มีนามสกุล)


ผมสนใจมากกับกระเป๋าเดินทางเหล่านี้
ผมชอบมากกับความคิดเรื่องการจัดเก็บข้าวของ
ด้วยความเอาใจใส่และทุ่มเทอย่างจริงจัง
ที่พิพิธภัณฑ์ได้ทำลงไปในเรื่องเหล่านี้
และผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
ที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพข้างของเหล่านี้
ที่บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตผู้คนในอดีต
ที่พยายามต่อสู้อย่างมากกับความเครียดและโลกที่สับสน


เรื่องราวเหล่านี้ในตอนเริ่มต้นโครงการนี้
ผมต้องต่อสู้กับความคิดในใจของผมเล็กน้อย
ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องราวเหล่านี้
กระเป๋าเดินทางพวกนี้เคยผ่านการถ่ายภาพมาก่อน
แต่ในรูปแบบการถ่ายภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก
แต่แล้วอุปสรรคอย่างแรกดูเหมือนว่าจะแก้ไขได้
เมื่อผมเข้าใจและเข้าถึงเรื่องราวต่าง ๆ
เรื่องต่อไปคือ เวลา ที่ผมคิดว่าผมสามารถบริหารจัดการได้
แต่เรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือ เงินทุน  
ที่มีบางสิ่งบางอย่างที่ผมจำเป็นต้องทำ
และในที่สุดสิ่งที่ตามมาคือ โครงการนี้
กลายเป็นนิทรรศการเรื่องราวที่ดีเยี่ยมอีกนิทรรศการหนึ่ง
หรืออาจจะเป็นหนังสือจำนวนหนึ่ง


ผมได้ทำงานร่วมกับ  Dr.Karen Miller รวมทั้งเสนอความคิดบางอย่างกับ Dr.Karen Miller นักเขียนและจิตแพทย์
เธอยังใช้เวลาส่วนหนึ่งกับกระเป๋าเหล่านี้ และทำงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยใน Willard
ทำให้พวกเราได้พบเห็นเรื่องราวที่ผ่านมาจากกระเป๋านิรนาม


ในขณะเดียวกัน ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะส่ง Link นี้ไปให้กับใครก็ได้ที่สนใจเรื่องราวแบบนี้
และเพื่อใครก็ได้ที่จะได้ให้ข้อเสนอแนะหรือคำติชมใด ๆ  ขอได้รับความขอบคุณจากผม


ผมเพิ่งจะกลับเข้ามาที่  Rotterdam เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เพื่อจะถ่ายภาพกระเป๋าเดินทางที่ขนย้ายมาจาก  Willard Asylum ให้มากขึ้น
และเพื่อตรวจสอบทบทวนโครงการนี้


ผมเริ่มต้นอย่างช้า ๆ  เพื่อวางแผนถ่ายภาพกระเป๋าเดินทางในโครงการนี้


ถึงแม้ว่า ข้าวของภายในแต่ละกระเป๋าเดินทางจะจัดเตรียมไว้แล้วโดยพิพิธภัณฑ์


แต่ผมตั้งใจว่าจะไม่รับรู้ว่ามีข้าวของใดบ้าง  ก่อนที่เริ่มจะถ่ายภาพ


มีบางสิ่งบางอย่างที่ค่อนข้างประหลาดใจกับบรรดาข้าวของที่อยู่ภายในภระเป๋าเดินทาง
ทำให้ผมเข้าใจและเข้าถึงการใช้ชีวิตผู้คนเหล่านี้
และผมต้องการที่จะเข้าใจและเข้าถึงเรื่องราวเหล่านี้
เพราะผมพยายามที่จะบอกเล่าเรื่องราวบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตของใครบางคน
ที่เคยใช้ชีวิตภายนอกก่อนจะเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้


กระเป๋าเดินทางใบแรกของ Anna  ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า


ผมเชื่อว่าข้าวของได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วก่อนที่เธอจะมาถึง Willard


พิพิธภัณฑ์ระมัดระวังอย่างมากในการดูแลข้าวของแต่ละรายการ


Anna  มีชุดเสื้อผ้าที่สวยงามจริง ๆ


เสื้อผ้าของเธอทุกชิ้นมีป้ายชื่อติดไว้  และผมเชื่อว่าพวกมันถูกเย็บติดไว้แล้ว  ก่อนที่เธอจะมาถึง Willard


ด้านล่างนี้เป็นกระเป๋าเดินทางใบที่สองของเธอ


กระเป๋าใบนี้มีเสื้อผ้าน้อยชิ้นลง   แต่มีของใช้ส่วนตัวเพิ่มขึ้น


ด้วยเหตุผลบางอย่าง  ผมชอบวัสดุ/กระดาษที่พิพิธภัณฑ์
ใช้ในการป้องกันกระเป๋าเดินทางและข้าวของต่าง ๆ  


ผมชอบมากกับรูปแบบการออกแบบอย่างนี้


เมื่อตอนที่ผมถ่ายภาพตึกร้างในโครงการก่อนหน้านี้
ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ย้ายข้าวของที่ผมพบโดยบังเอิญ
แต่สำหรับการถ่ายภาพข้าวของพวกนี้กับแตกต่างจากเดิม
ผมจำเป็นต้องจัดข้าวของบางอย่างเพื่อถ่ายภาพ
แต่ผมไม่ต้องการที่จะทำให้มีสภาพเหมือนการจัดฉากจนเกินไป
จริง ๆ แล้ว ผมทำงานอย่างรวดเร็วขณะที่ผมยิงภาพถ่าย


กระเป๋าเดินทางใบนี้มีหมวกหลายใบ และรองเท้าที่ดูน่าทึ่งมาก


ยังมีหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตของเธอก่อนที่จะมาที่ Willard


ซองเก็บหวีผมที่สวยงาม


ผมไม่แน่ใจเลยว่า คนที่เข้ามาอยู่ใน Willard จะหลงเข้าำไปอยู่ในดินแดนภายในจิตใจ
ระหว่างที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้หรือไม่  แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ผมคิดว่าไม่ใช่
เพราะจดหมายฉบับนี้น่าจะบอกเล่าเรื่องราวที่เธอได้รับมาก่อนจะมาถึงที่นี่
และด้วยเหตุผลที่ซองจดหมายฉบับนี้ไม่ได้ระบุชื่อว่าส่งให้ Anna
ทำให้ผมต้องสงสัยเรื่องราวเกี่ยวกับความสำคัญหรือชื่อเสียงที่โด่งดังของเธอ


ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับ Craig Williams  พิพิธภัณฑ์รัฐนิวยอร์ค
สำหรับการอนุญาตให้ผมเข้าไปถ่ายภาพเหล่านี้ได้
รวมทั้งเรื่องราวของภาพที่ผมได้กล่าวถึงในบทความก่อนหน้านี้
ผมจะขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับข้อเสนอแนะหรือคำติชมใด ๆ
เพราะผมเองก็ยังคิดไม่ออกสำหรับโครงการนี้
รวมทั้งผมยังไม่มีเงินทุนสนับสนุนเพียงพอที่จะกระโดดเข้าใส่
เพื่อค้นหารายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม
แต่ผมหวังอย่างยิ่งว่าจะรักษาข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านี้
เพราะมีเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับผู้คนที่เดินทางมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง
และผมควรที่จะทำงานให้มากขึ้นกับโครงการนี้ให้คืบหน้ายิ่งขึ้น
ผมหวังอย่างยิ่งที่จะรวบรวมเบื้องหลังชีวประวัติของผู้คนร่วมกับภาพถ่ายเหล่านี้

หมายเหตุ ผลงานภาพถ่ายของ Jon Crispin
ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเกี่ยวกับสุขภาพจิต
จัดที่ Exploratorium พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ในซานฟรานซิสโก
นิทรรศการที่ชื่อว่า  เผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลงกับเรื่องอะไรที่เรียกว่าปกติ(หรือธรรมดา)
The Changing Face of What is Normal ?

เรียบเรียงจาก
https://www.facebook.com/Dr.KomatraChuengsatiansup?hc_location=stream
//goo.gl/gFJas
//www.exploratorium.edu/press-office/press-releases/changing-face-what-normal-mental-health
//joncrispin.wordpress.com/2011/03/18/willard-asylum-suitcase/
//joncrispin.wordpress.com/2011/07/24/willard-asylum-suitcase-2/
//dict.longdo.com/
//google.co.th



Create Date : 30 มิถุนายน 2556
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2557 16:47:10 น. 6 comments
Counter : 2274 Pageviews.

 
กระเป๋าเดินทางของผู้ป่วยส่วนหนึ่งจากร่วม 400 ใบ
บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตของเจ้าของ
เป็นนิทรรศการที่มีคุณค่า น่าสนใจ และอยากชมมากค่ะคุณ ravio

ขอบคุณสำหรับการเรียบเรียงเรื่องน่าอ่านเรื่องนี้นะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:12:17:06 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าใจจัง


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:16:38:43 น.  

 
สวัสดีค่ะท่าน ขออนุญาตแชร์เรื่องราวไปบอกเล่าสู่เืพื่อน ๆ บ้างนะคะ ^^


โดย: ploythana วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:51:44 น.  

 
ขออนุญาตกดติดตามบล็อคนะคะ


โดย: มาโซคิส วันที่: 11 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:09:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ เป็นเรื่องราวที่มีคุณค่านะค่ะ
เป็นเรื่องราวที่อ่านแล้วแอบเศร้า ขอบคุณที่เรียบเรียงเรื่องราวดี ๆ มาแบ่งปันนะค่ะ
 photo 432735327355_zps75e4bb14.jpg


โดย: หนูซายูริ วันที่: 15 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:49:04 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณ ravio



ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีอีกวันนะึคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 16 กรกฎาคม 2556 เวลา:8:03:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.