ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
6 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
70 กว่าปีจึงได้เห็นภาพการประหารชีวิตหมู่ชาวฝรั่งเศส



Léo Ferré - L'affiche rouge - L'armée du crime

ภาพการสังหารหมู่ชาวฝรั่งเศสที่เก็บเงียบมานานกว่า 70 ปี
เพิ่งจะมีการเปิดเผยและเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้
ในภาพเป็นการยิงเป้าแนวร่วมและผู้ต่อต้านชาวฝรั่งเศสโดยกองทัพนาซีเยอรมันนี
ที่ Mont Valérien ป้อมปราการชานเมืองด้านตะวันตกของกรุงปารีส
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ช่วงคริสตศตวรรษที่ 20 (1901-2000)
จำนวนผู้ถูกสังหารในครั้งนั้นมากกว่า 1,000 คน
นับเป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศฝรั่งเศสยุคนั้น
กองทัพนาซีได้จับกุมผู้ต่อต้านและแนวร่วม
ที่ส่วนมากเป็นชาวยิวและผู้นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์
ด้วยข้อหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบโจมตีสังหารทหารเยอรมันนี
แล้วตัดสินประหารชีวิตโดยตุลาการศาลทหารเยอรมันนี

นักโทษทุกคนถูกบรรทุกโดยรถยนต์บรรทุกขนส่งทหาร
มายังป้อมปราการด้านตะวันตกนอกเมืองปารีส
ภายในที่คุมขัง บางคนได้ขีดเขียนข้อความลงบนฝาผนัง
ระบุชื่อนามสกุลและวันตาย และบางรายเขียน
Vive la France ฝรั่งเศสจงเจริญ หรือ ต้องมีเอกราช



ภาพผู้ต่อต้านชาวฝรั่งเศสถูกยิงเป้าหมู่โดยทหารนาซี
ที่ชานเมืองกรุงปารีสในกุมภาพันธ์ 1941(2484)
เพิ่งจะเผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก

ที่มาของภาพ //goo.gl/kBQl8b


" พวกมันพานักโทษมาที่นี่
เพื่อฆ่าได้อย่างเงียบ ๆ และอย่างเลือดเย็น
ไม่ต้องกังวลกับการรบเพื่อแย่งชิงนักโทษ "
Chloe Théault เจ้าหน้าที่ทหารผ่านศึก
ที่ทำงานอยู่ที่ Mont Valérien บอกกับผู้สื่อข่าว

นักโทษหญิงจะถูกนำตัวไปยังประเทศเยอรมันนี
เพื่อประหารชีวิตด้วยการตัดคอ
(บางแหล่งข่าวระบุว่าประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ)
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ชาวบ้านทราบเรื่อง
แล้วเกิดความโกรธแค้นกับกองทัพนาซี

ส่วนนักโทษชายจะถูกผ้ามัดปิดตา
บางรายจะถูกมัดกับหลักประหารไม้
แต่บางรายจะยืนพิงหลักประหารไม้ด้วยตนเอง
หลักไม้ประหารชีวิตมีอยู่จำนวนทั้งสิ้น 5 หลัก
ส่วนด้านหลังเป็นเนินเขาโล่ง
ทหารที่ทำหน้าที่เป็นเพชฌฆาต
มีจำนวนทั้งสิ้นรวม 60 คน
แต่แบ่งกลุ่มทำหน้าที่ยิงเป้านักโทษ
เนื่องจากคนที่ถูกประหารมีมาก
ดังนั้นทหารเยอรมันนีไม่รู้ตัวว่า
ตนเองเป็นคนยิงเป้าคนด้วยกระสุนจริงหรือไม่
เพราะจะมีปืนหนึ่งกระบอกที่บรรจุกระสุนปลอม



หลักไม้ประหารชีวิต มีรอยกระสุน



โลงศพที่ใส่นักโทษประหารชีวิต ก่อนพาไปฝังแบบไร้โลงศพ/ไร้ญาติ



โบสถ์เก่าที่แปลงสภาพเป็นที่เก็บหลักไม้ประหารชีวิต กับ โลงศพ

สามภาพนี้จับภาพจาก youtube.com (Franz Stock - a video portrait (english)



ภาพอนุสรณ์สถานที่ Mont Valérien



ภาพอนุสรณ์สถานที่ Mont Valérien
(สังเกตเนินดินด้านหลังคล้าย ๆ กับภาพแรก)

ที่มาของภาพ //goo.gl/FgCEsV

เนื่องจากจำนวนคนที่ถูกประหารชีวิตมีจำนวนมาก
ดังนั้นจึงคำสั่งห้ามถ่ายภาพการประหารชีวิตโดยเด็ดขาด
เพราะกองทัพนาซีเกรงกลัวว่า ถ้าหากมีภาพหลุดออกไป
อาจจะมีการนำภาพถ่ายเหล่านี้ไปขยายผล
ทำการรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านกองทัพนาซี
แต่มีทหารชั้นยศต่ำกว่าระดับสัญญาบัตรรายหนึ่ง
ชื่อ Clemens Rüter ได้ขับรถจักรยานยนต์คุ้มกันของทหาร
ไปแอบซ่อนตัวที่หลังพุ่มไม้แล้วถ่ายภาพได้จำนวน 3 ภาพ
ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1941(2484) ด้วยกล้องฟิล์ม Minox





ตัวอย่างกล้องฟิล์ม  Minox  (สมัยก่อนมีชื่อเสียงมากในเรื่องการทำกล้องจารชน)
ยังมีสายการผลิตอยู่แวะชมได้ที่  //www.minox.com/index.php?L=1

ที่มาของภาพ //en.wikipedia.org/wiki/Minox


Clemens Rüter  นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค
ไม่เคยเอ่ยปากเล่าเรื่องนี้กับใคร
และปล่อยให้ฟิล์มคงค้างอยู่ในกล้องถ่ายรูปเป็นเวลากว่า 40 ปี
แต่ในช่วงก่อนที่เขาใกล้ตาย ช่วงเดินทางไปแสวงบุณย์ที่กรุงโรม
(น่าจะไปแสวงบุญที่นครรัฐวาติกัน ที่มีพระสันตปาปา
เป็นประมุขรัฐทางโลกในนครรัฐแห่งนี้
ประมุขทางธรรมสำหรับชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค)
เขาจึงได้เล่าเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมเดินทางที่ไปแสวงบุณย์ด้วยกัน
และได้เข้าพักร่วมกันในห้องพักเดียวกัน
ถึงเรื่องความลับดำมืดที่เขาปกปิดไว้มานาน




ทหารเยอรมันนีนั่งด้านนอกร้านกาแฟในกรุงปารีส์ ที่ Champs Elysees ฌองเซลีซี
ในวันบุกคุกบาสตีล์ Bastille Day หรือวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคมในปี 1940(2483)
ประเทศฝรั่งเศสถูกปกครองโดยกองทัพนาซีเยอรมันนีเมื่อตอนต้นปี
และได้รับเอกราชอีกครั้งในปี 1944(2487)

ที่มาของภาพ //goo.gl/kBQl8b


" เขารู้สึกสำนีกผิดและเขาละอายใจ
เพราะเขาต่อต้านการประหารชีวิตนักโทษ
เขาพูดอย่างเปิดอกกับสหายของเขา "
Jean-Louis Macron อดีตอนุศาสนาจารย์
ที่ป้อมปราการ Mont Valérien กล่าวเรื่องนี้




เรื่องมันบังเอิญอย่างยิ่ง
ที่สหายร่วมห้องพักของ Clemens Rüter
ทำงานให้กับสมาคม Franz Stock
(บาทหลวงชาวเยอรมันนี  ทำหน้าที่เจ้าอาวาสในฝรั่งเศส
ได้ทำพิธีศีลล้างบาปให้กับนักโทษ 863 คนใน Mont Valérien
ตามบันทึกย่อส่วนตัวของท่านที่ค้นพบในภายหลัง
และท่านประมาณว่าท่านทำหน้าที่พิธีศีลล้างบาปได้
น่าจะเพียง 1 ใน 4 ของคนที่ถูกประหารชีวิตในครั้งนั้น
บันทึกของท่านก่อนตายระบุว่าน่าจะมากกว่า 2,000 คน
แต่ในอนุสรณ์สถาน Mont Valérien  ระบุว่ามากกว่า 4,500  คน)
สรุปย่อ/ที่มา //www.franz-stock.org/index.php?lang=en&Itemid=197




Franz Stock - a video portrait (english)


สหาย Clemens Rüter มักจะเดินทางไปที่ Mont Valérien เสมอ ๆ
หรือรู้จักกันในชื่อว่า Hell's chaplain (ป้อมนรก)
เพื่อสวดมนต์วิงวอนขอให้พระผู้เป็นเจ้า
ได้โปรดยกโทษและไถ่โทษบาปให้กับ
เหล่าบรรดานักโทษที่ถูกประหารชีวิตในวาระสุดท้าย
รวมทั้งทหารนาซีที่ร่วมกระทำการในครั้งนั้นด้วย
ทำให้เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคม
ที่เป็นสัญลักษณ์ของความสมานฉันท์
ระหว่างชาวฝรั่งเศสกับชาวเยอรมันนี
(a symbol of Franco-German reconciliation)
สมาคมแห่งนี้ไม่เปิดเผยตัวตนมาหลายปีแล้ว
และมักจะดำเนินกิจกรรมที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพนาซี
อนึ่ง  ในการสังหารหมู่ชาวฝรั่งเศสจำนวนมากที่ Mont Valérien
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ลึกลับและไม่มีประจักษ์พยานหลักฐานที่ชัดเจน
จนทำให้นักประวัติศาสตร์รายหนึ่งถึงกลับกล้าระบุออกมาเลยว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องโกหกหลอกลวงเป็นเรื่องเล่าแต่งเสริมเติมแต่งขึ้นมา
แต่เมื่อพบกับหลักฐานชิ้นสำคัญของบาทหลวง Franz Stock
จึงมีการรื้อฟื้นประวัติศาสตร์และทำอนุสรณ์สถานที่ Mont Valérien



บันทึกย่อของบาทหลวง Franz Stock

จับภาพหน้าจอจาก  youtube.com Franz Stock - a video portrait (english)




ภาพถ่ายและประวัติย่อ Missak Manouchian


อย่างไรก็ตาม Serge Klarsfield ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมาก
ในการทำหน้าที่นักล่าอาชญากรสงคราม(พลพรรคนาซี)
(คดีอาชญากรสงครามพลพรรคนาซีไม่มีอายุความ
จนกว่าผู้ต้องหาจะตายหรือมีหลักฐานแน่ชัดว่าตายจริง
จึงจะจำหน่ายคดีออกจากสารบบการติดตามตัวผู้ต้องหา)
Serge Klarsfield เกิดความสนใจในภาพถ่ายดังกล่าวนี้
และเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี่เอง
เขาได้สรุปผลการตรวจสอบและระบุว่า
คนที่ถูกประหารในรูปเป็นสมาชิกเครือข่าย
กองกำลังติดอาวุธของ Missak Manouchian
ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในฐานะนักรบกองโจร
เป็นทั้งกวีและกรรมกรในโรงงานที่เก่งกล้า
ในการทำการสู้รบแบบกองโจรกับกองทัพนาซี
และมีการบริหารจัดการภายในองค์กรใต้ดินได้อย่างดีเยี่ยม
ในการต่อต้านกองทัพนาซีในกรุงปารีส



นักล่าอาชญากรสงครามพลพรรคนาซี  Serge Klarsfield ชาวฝรั่งเศส
ระบุว่าผู้ที่ถูกประหารชีวิตเป็นสมาชิกกองกำลังติดอาวุธ
เครือข่ายต่อต้านกองทัพนาซีที่นำโดย Missak Manouchian

ที่มาของภาพ //goo.gl/kBQl8b


กองกำลังติดอาวุธ Missak Manouchian
เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายต่อต้านที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์
กลุ่ม FTP-MOI (Les Francs-tireurs et partisans- Main d'œuvre immigrée)
กองทัพนาซีตั้งฉายากลุ่มนี้ว่า The Army of Crime กองทัพพวกอาชญากร
เรื่องของ Missak Manouchian และสหายร่วมรบของเขา
ได้มีการจัดสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องยาว
โดยมีภาพโฆษณาภาพยนต์เรื่องนี้เป็น
รูปภาพผู้ต้องหาขาวดำบนพื้นกระดาษหมายจับสีแดง
หรือที่เรียกกันว่า "l"Affiche Rouge"
ที่เคยปิดไปทั่วประเทศฝรั่งเศส
ตามคำโฆษณาชวนเชื่อของนาซีว่า
กลุ่มก่อการร้ายนี้อยู่ภายใต้ร่มเงา
พวกคนต่างชาติ/พวกอาชญากร



มีจดหมายจำนวน 19 ฉบับของ Missak Manouchian
ที่มีการจัดแสดงไว้ในสถานสุสานรำลึก
ได้กล่าวอำลากับภริยาด้วยถ้อยคำว่า
" Mélinée ที่รัก และลูกน้อยกำพร้าของพ่อ
ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
พ่อคงไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกนี้แล้ว "
ในจดหมายมีถ้อยคำระบุอย่างชัดเจน
และขอร้องให้ภริยาเขาแต่งงานใหม่ได้เลย
หลังจากที่เขาตายในวันที่ 16 พฤศจิกายน 1943(2486)
และเขายังระบุว่าเขาไม่อาฆาตแค้นผู้ใด
ยกเว้นแต่คนที่ปรักปรำใส่ร้ายเขากับสหายร่วมรบ 23 คน

"ในช่วงเวลาก่อนที่ผมจะตาย
ผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้โกรธเกลียดชาวเยอรมัน
หรือต่อต้านต่อทุกคนในทุก ๆ เรื่อง
ทุกคนต่างต้องได้รับผลการกระทำของตนเอง "
เขาเขียนในบทสุดท้ายว่า
" สงครามครั้งนี้คงไม่ยาวนานนัก "




เป็นเวลากว่า 70 ปีแล้วนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 1944(2487)
ที่นายพล Charles de Gaulle ประกาศผ่านสถานีวิทยุ BBC ที่นครลอนดอน
เรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสทุกคนลุกขึ้นมาจับอาวุธสู้กับกองทัพนาซีเยอรมันนี
(วัน D-Day วันยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์มังดี ฝรั่งเศส วันที่ 6 มิถุนายน 2487
เป็นการเริ่มต้นยุติสงครามโลกครั้งที่ 2  ที่กองทัพพันธมิตร
มีชัยชนะเหนือกองทัพฝ่ายอักษะ เยอรมันนี อิตาลี)

ข้อมูลเพิ่มเติม //th.wikipedia.org/wiki/การบุกครองนอร์มังดี
เรียบเรียงจาก
//goo.gl/x2J0Dg
//goo.gl/kBQl8b
//goo.gl/iVfRtQ
//translate.google.co.th
//dict.longdo.com


Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 16:53:29 น. 0 comments
Counter : 906 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.