ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าที่รอคนค้นหา

มีคนจำนวนน้อยมากที่ไม่หลงใหลกับการตามล่าหาขุมทรัพย์
ไม่ใช่มีแต่เพียงปรากฎการณ์ในภาพยนตร์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่จริง ๆ แล้วยังมีการค้นพบขุมทรัพย์ที่ยังซ่อนอยู่ที่่ไหนสักแห่ง
ถึงแม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมายในตอนนี้
ยังมีสมบัติที่ยังรอการค้นพบอีกจำนวนมาก
เช่นเดียวกับสมบัติของ  William Captan Kidd
ที่หลบซ่อนอยู่อีกจำนวนมากเช่นกัน
ลำดับรายชื่อสถานที่ 10 แห่งที่คาดว่ายังมีสมบัติซ่อนอยู่



ภาพวาด  William Captan Kidd



ภาพวาดการแขวนคอประหารชีวิต William Captain Kidd ในกรงเหล็ก

William Captain Kidd  ปี 1645(2188 – 23 พฤษภาคม 1701(2244 )
นักเดินเรือชาวสก็อต  หลังเดินเรือกลับจากทะเลอินเดีย
เริ่มทำตัวเป็นโจรสลัดในท้องทะเลหลวง
แต่ในยุคสมัยนั้นเป็นเรื่องปกติที่แต่ละชาติต่างทำมาหากินกันแบบนี้
สุดท้ายถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในกรงเหล็ก
เรื่องราวของเขามีการสร้างหนังฮอลลีวูดจำนวนมากมายหลายเรื่อง



Howard Pyle ภาพวาดตามจินตนาการการฝังสมบัติของ Kidd


10. สมบัติยามาชิตะที่อ่าวบากุย Yamashita’s Treasure at Bacuit Bay





แม่ทัพTomoyuki Yamashita กับทหารยอมจำนน 2 กันยายน 1945(2488)



แม่ทัพTomoyuki Yamashita ในศาลอาชญกรสงครามที่จัดตั้งขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์
ถูกประหารชีวิตที่ Los Baños รัฐ Laguna ประเทศฟิลิปปินส์

เกิด 8 พฤศจิกายน 1885(2428) - 23 กุมภาพันธ์ 1946(2489)
Tomoyuki Yamashita แม่ทัพกองทัพจักรวรรดิ์ญี่ปุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
หมายเหตุ ได้ฉายาว่า เสือร้ายแห่งมาลายา ในการทำสงครามกับประเทศอังกฤษกกับอาณานิคมมาลายูกับสิงคโปร์
ใช้เวลาไม่เกินกว่าสองสัปดาห์ในการยึดเมืองสิงคโปร์ได้   รวมทั้งทหารอังกฤษและชาวอาณานิคมแทบไม่สู้รบด้วย
การขนย้ายกองทัพกับอาวุธยุทโธปกรณ์จากเมืองไทยไปยึดมาลายูด้วยรถจักรยานเป็นหลัก
บางส่วนยึดรถจักรยานจากชาวบ้านในมาเลย์   ทำให้ยึดได้อย่างรวดเร็วมาก
และนำเชลยศึกบางส่วนมาสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่กาญจนบุรี
เส้นทางหลักเข้าผ่านทางถนนไทรบุรี(กาญจนวณิชย์)
ตรงด่านนอก-จังโหลน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
(จังโหลน = ใบจังหล่น หรือ ช้างหล่น คำบอกเล่า ชาวสยามในมาเลย์)
ด่านนอกติดกับด่านบูกิตกายูอีตำ(เขาไม้ดำ)รัฐไทรบุรี(เคดาห์)ตอนเหนือสุดมาเลเซีย
ระยะทางจากเหนือสุดมาเลเซียไปสิงคโปร์ประมาณ 851 กิโลเมตร

Tomoyuki Yamashita ได้ขนย้ายทรัพย์สินจำนวนมหาศาล
ด้วยการใช้กองทัพทหารญี่ปุ่นตีชิงปล้นทรัพย์สมบัติจากชาวบ้านร้านช่องในมาเลย์กับสิงคโปร์
ในปีนัง อีโปร์ จะมีเรื่องราวการปล้นร้านทองกับร้านค้าของทหารญี่ปุ่นเล่าสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้
รวมทั้งอีกหลายแห่งมีการเล่าถึงความชั่วร้ายของทหารญี่ปุ่น
สมบัติบางส่วนกองทัพญี่ปุ่นรวบรวมมาจากอินเดิย พม่า และไทย เพื่อนำกลับไปประเทศญี่ปุ่น



บริเวณเกาะแก่งรอบ ๆ อ่าวบากุย

ก่อนที่ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง Tomoyuki Yamashita ได้ทำการขุดซ่อนฝังสมบัติไว้เป็นจำนวนมาก
คาดว่าไม่น้อยกว่า 172 แห่งตามเกาะแก่งในอ่าวบากุย  ประมาณการว่ามูลค่าปัจจุบันมากว่า สองหมื่นสองพันล้านเหรียญสหรัฐ
เพราะครั้งหนึ่งในช่วงปี 1970(2513)  Rogelio Roxas  ได้คนพบสมบัติจำนวนหนึ่ง
แต่ถูกอายัดและยึดเป็นสมบัติของชาติโดยประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์มาร์กอส
คาดว่ายังมีสมบัติจำนวนมากที่ยังหลบซ่อนอยู่ตามเกาะแก่งของอ่าวแห่งนี้
9. หีบสมบัติแห่งโบสถ์ปิสโค่ Treasure Chest of the Church of Pisco

ในปี 1859(2402) ทหารรับจ้างสี่นายในกองทัพเปรู ชาวสเปน (Diego Alvarez)
ชาวไอริช (Killorain) ชาวอังกฤษ (Luke Barrett) และชาวอเมริกัน (ฺBrown)
พวกเขาต่างแสวงหาเงินและหวังว่าจะมีโชคชะตาที่ดีกว่านี้
มีชายคนหนึ่งที่พบกันโดยบังเอิญเล่าว่ารู้จักกับนักบวชอลัชชี Father Matteo
ได้บอกว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ในโบสถ์เมือง Pisco 
ทั้งสี่คนจึงสมคบคิดวางแผนการขึ้นมา
ด้วยการลาออกจากการเป็นทหารรับจ้างแล้วเดินทางไปเมือง  Pisco
Alvarez กับ Killorain เป็นชาวคาทอลิก จึงเข้าร่วมพิธีศาสนาอย่างสม่ำเสมอ
หลังจากนั้นเริ่มพูดคุยกับชาวบ้านพร้อมปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องความน่ากลัวของโจรผู้ร้าย
จนพวกเขาได้พบกับบาทหลวงที่ทรยศต่อพระเจ้าชื่อ Father Matteo
บาทหลวงที่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมบัติและได้เก็บรวบรวมไว้เป็นจำนวนมหาศาล
จากทหารและชาวสเปนที่มาฝากไว้แล้วจะกลับมาเอาคืนภายหลัง
หรือบริจาคให้กับโบสถ์เพื่อเป็นการไถ่บาปบางส่วน
บาทหลวงเริ่มหวาดกลัวว่าพวกโจรที่จะมาปล้นเอาสมบัติไป

พวกเขาจึงอาสากับบาทหลวงปาราชิกว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์/ทหารคุ้มกัน
การทำงานครั้งนี้จะทำเพื่อพระเจ้าด้วยการขนย้ายสมบัติทั้งหมด
มีทองคำ 14 ตัน เครื่องประดับอัญมณี สร้อยเพชรพลอย 38 เส้น
เพชรพลอยเครื่องประดับอื่น ๆ เหรียญทองคำสเปนอีกจำนวนมาก
เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย  เรือบรรทุกสมบัติลงใต้ไปยังท่าเรือเมือง Callao
อดีตทหารรับจ้างทั้งสี่คนเดินทางร่วมกับ Father Matteo
พร้อมกับบาทหลวง ผู้โดยสาร ลูกเรือ และกัปตันเรือ
แต่แล้วอดีตทหารรับจ้างได้ฆ่าคนเหล่านั้นตายทั้งหมด
Alvarez เสนอว่าให้ซ่อนสมบัติไว้ที่ไหนสักแห่งก่อน
แล้วค่อยแล่นเรือไปขึ้นยังชายฝั่งออสเตรเลีย
ก่อนจะจมเรือใหญ่ลงโดยอ้างว่าเรืออับปางลงกลางทะเล 
วิธีการนี้จะไม่มีใครสงสัยว่ามีการฆาตกรรมและโจรกรรมเกิดขึ้น
หลังจากนั้นค่อยหาเรือลำอื่นเดินทางไปขนสมบัติทั้งหมดกลับมา


เรือลำดังกล่าวได้แวะที่ ตาฮิติ เพื่อรวบรวบเสบียง 
ก่อนที่จะแล่นเรือเข้าไปสู่บริเวณที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมาก
บริเวณแนวหินปะการัง ในเดือนธันวาคม 1859(2402) 
พวกเขาพบเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหมู่เกาะ Tuamotu
พวกเขาจึงขนสมบัติลงเรือกรรเชียงลำเล็ก
แล้วค่อย ๆ ลำเลียงสมบัติทีละเล็กทีละน้อยไปบนเกาะแห่งนั้น
จนสมบัติทั้งหมดได้ถูกซ่อนไว้บนเกาะปริศนาแห่งนั้น



กลุ่มหมู่เกาะ Tuamotu

Alvarez ได้ทำแผนที่ขุมทรัพย์แห่งนั้นไว้  แต่เพราะไม่ทราบชื่อของเกาะแห่งนั้น
พวกเขาจึงเดินทางไปที่เกาะ Katiu สอบถามชาวท้องถิ่นเกี่ยวกับชื่อเกาะบริเวณนั้น
มีชาวท้องถิ่นรายหนึ่งอ้างว่ามีประสบการณ์เดินเรือและบอกว่าชื่อเกาะ  Pinaki
แต่แล้วจริง ๆ ไม่ใช่ชื่อเกาะแห่งนั้นแต่อย่างใด
Alvarez  จึงชักปืนขึ้นมาแล้วจ่อยิงเพื่อฆ่าปิดปากชายคนดังกล่าว 
เพื่อไม่ให้ความลับอาจจะรั่วไหลได้
เรื่องดังกล่าวทำให้ชาวบ้านโกรธแค้นมาก
จนพวกเขาทั้งสี่คนต้องรีบร้อนหลบหนีไปจากเกาะแห่งนั้น

พวกเขาได้แล่นเรือไปใกล้ชายฝั่งออสเตรเลียแล้วจมเรือลำใหญ่
ก่อนจะพายเรือกรรเชียงไปขึ้นฝั่ง  เพื่อรอวันเวลาเดินทางกลับไปเอาสมบัติทั้งหมด
แต่เพราะพวกเขาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเดินทางกลับไปเกาะปริศนาอีก
จึงพยายามขายฝันพร้อมแผนที่ขุมทรัพย์ให้กับนักลงทุนที่ร่ำรวย  แต่ไม่มีใครกล้าลงทุนด้วย
ด้วยความจำเป็นที่จะต้องหาเงิน  พวกเขาจึงไปทำงานในเหมืองทอง Palmer ที่รัฐควีนแลนด์
แต่แล้ว Alvarez กับ Luke Barrett ถูกฆ่าตายในการทะเลาะวิวาทกับนักขุดหาทอง
ส่วน Killorain กับ Brown ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีข้อหาฆ่าคนตายในการทะเลาะวิวาทครั้งนั้น
ฺBrown เสียชีวิตในคุก ส่วน Killorain พ้นจากคุกกลายเป็นคนจรจัดไร้ที่อยู่



ที่มาของภาพ //www.palmerrivergoldfields.com/

ในเดือนพฤษภาคมปี 1912(2455) Charles Howe 
ขณะที่อยู่ในบ้านพักใกล้เมืองซิดนีย์
มันเป็นคืนที่ฝนตกหนักและเขาได้ยินเสียงเคาะประตู 
เขาจึงเปิดประตูออกมาและพบคนจรจัดมาขอทาน
เขาตกใจมากที่พบคนแคระตัวเล็ก ๆ เหมือนหลุดออกจากภาพวาดในหนังสือนิทาน
แต่เขาให้อาหารเลี้ยงดูพร้อมกับมอบเสื้อผ้าที่แห้งให้
แล้วคนจรจัดคนนั้นก็เดินจากไปในเวลาต่อมา

สี่เดือนต่อมาเขาถูกเรียกตัวไปที่โรงพยาบาลซิดนีย์ 
เพราะมีคนจรจัดคนหนึ่งกำลังป่วยมากและต้องการพูดคุยกับ Charles Howe
เมื่อได้พบกันแล้ว  คนจรจัดบอกว่า เขาชื่อ Killorain
ส่วนเพื่อนอีกสามคนต่างเสียชีวิตหมดแล้ว
พวกเขาได้ฝังสมบัติจำนวนมากไว้ 
แต่การที่เขาต้องใช้ชีวิตในคุกเป็นเวลานาน
ทำให้หลังจากนั้นไม่สามารถกลับไปที่นั่นได้อีกเลย 
เขาขอมอบแผนที่ที่  Avarez ทำขึ้นมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ
และอธิบายเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับที่ตั้งและสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่

เพื่อตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมดว่าจริงหรือโกหก
Charles Howe พบว่ามีโบสถ์ใน  Pisco จริง
และชายทั้งสี่คนเข้ามาอยู่ในเมือง Cooktown
ในเดือนกุมภาพันธ์ 1860(2403) หลังจากเรืออับปางลงจริง
เมื่อเขากลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อจะพูดคุยกับ Killorain  อีกครั้ง
แต่ก็พบว่า Killorain เพิ่งเสียชีวิตไป



ที่มาของภาพ //goo.gl/5b9cV

Charles Howe ขายทรัพย์สมบัติทั้งหมดแล้วออกเดินทางค้นหาขุมทรัพย์ดังกล่าว
ด้วยการแล่นเรือไปที่ตาฮิติ  จากนั้นทำตัวเหมือนชาวพื้นเมือง 
แล้วพักอาศัยเพื่อค้นหาสมบัติบนเกาะปะการังขนาดเล็กชื่อ Pinaki
เขาต้องใช้เวลาอยู่ถึง 13 ปีในการค้นหาเกาะขุมทรัพย์สมบัติแต่ก็ไม่พบ
จึงกลับมาสอบถามชาวพื้นเมืองที่ตาฮิติ
เรื่องเรือที่มีคนสี่คนแล่นเรือออกมาจาก Pisco
แล้วมาทอดสมอเรือที่หมู่เกาะปะการัง Pinaki
แต่ชาวพื้นเมืองบอกว่าไม่เคยเห็นเรือลำดังกล่าวทอดสมอที่เกาะนี้เลย
และไม่น่าจะใช่เกาะนี้แต่อย่างใด  น่าจะเป็นเกาะอื่นมากกว่า

Charles Howe จึงย้ายไปสถานที่ไปเกาะแห่งใหม่พร้อมกับแผนที่ในมือ
เพียงแค่สามวันหลังจากนั้น เขาก็พบอัญมณีและเหรียญทองของสเปน
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือทอง Alvarez ตามแผนที่ระบุว่าฝังอยู่ในสระน้ำรูปลูกแพร์
เมื่อลองดำน้ำลงไปในสระน้ำก็พบกับชิ้นส่วนไม้บางส่วน
ทำให้แน่ใจว่าพบที่ตั้งทองคำแล้ว
แต่การขนทองคำจำนวน 14 ตันออกจากทะเลสาบและเกาะแห่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
ทั้งยังไม่ต้องการให้ชาวบ้านรู้ว่า Charles Howe ได้พบอะไรมาแล้วบ้าง
เพราะชาวบ้านที่เกาะต่างรู้ว่าเขาเป็นนักแสวงหาโชคและได้ใช้เวลาหลายปีแล้ว
สำหรับการค้นหาบางสิ่งบางอย่างตามเกาะแก่งปะการัง
เขาจึงฝังหีบเหรียญทองคำสเปนและอัญมณีไว้แล้วนำสมบัติติดตัวกลับมาเพียงเล็กน้อย
พร้อมกับบอกเล่าชาวบ้านว่าล้มเหลวอีกครั้งในการค้นหาสมบัติตามเกาะ



ที่มาของภาพ //goo.gl/crPkl

Charles Howe  เดินทางกลับไปออสเตรเลีย
ได้รวบรวมกลุ่มนักผจญภัยและนักลงทุน
เพื่อเตรียมการจะเดินทางไปขุดค้นสมบัติ 
เตรียมระบบห่วงโซ่อุปทานในการขนส่ง/ลำเลียงสมบัติ
แต่ Charles Howe เก็บซ่อนแผนที่ไว้กับตนเองแล้วเดินทางไปทำงานที่เหมืองทองคำ
เพื่อเรียนรู้เทคนิคเคล็ดลับบางอย่างในการตรวจสอบทองคำ
ต่อมาเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เพราะขาดเงินทุนในการเดินทางร่วมไปกับคณะ ฯ ตามแผนการที่วางไว้
ก่อนตายเขาได้บอกเล่าเรื่องราวกับ George Hamilton
แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะไม่เข้าใจเส้นทางแผนที่และที่ตั้งเกาะปริศนา

ในเดือนมกราคมปี 1934(2477) มีกลุ่มนักแสวงโชคเดินทางไปที่หมู่เกาะตาฮิติ
เพื่อค้นหาเกาะปริศนาตามที่ทราและเชื่อว่าประสบการณ์/โชคชะตาจะต้องพบเกาะปริศนาได้
แต่ใช้เวลานานมากจนเงินทุนร่อยหรอลง  
นักลงทุน/นายทุนเเลยบอกเลิกไม่ยอมจมเงินลงไปอีก
ทำให้การค้นหาสมบัติต้องสิ้นสุดลงไปโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เรื่องนี้จบลงด้วยยังมีทองคำ 14 ตัน  อัญมณีและ เหรียญทองสเปน  ที่ยังรอคนโชคดีที่จะค้นพบ
8. แผนที่สมบัติลูอี้ Lue Treasure Map


มีเรื่องเล่าลือกันว่ามีทองคำจำนวน 14 ตันที่ซุกซ่อนอยู่ในสหรัฐอเมริกา
โดยทหารนาซีของ Adof Hitler ที่นำมาเพื่อเตรียมใช้ทำลายระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา


แต่แผนการดังกล่าวล้มเหลวไปในที่สุด  คนเขียนแผนที่ตายไปพร้อมกับรหัสลับในการไขปริศนา
แผนที่ดังกล่าวมีการตีพิมพ์เผยแพร่และจำหน่ายกันในราคาเพียงหนึ่งเหรียญสหรัฐ
โดย  นักล่าสมบัติ Karl Von Mueller
แต่ในหนังสือบางเล่มระบุว่า เป็นทองของกลุ่มทหารสเปนที่ซุกซ่อนไว้ในรัฐตอนใต้ของอเมริกาหรือละตินอเมริกา
ผู้ใดไขปริศนาและทำความเข้าใจสัญญลักษณ์ต่าง ๆ ในกองอิฐออก ก็จะได้พบกับขุมทรัพย์ดังกล่าว


ที่มาของภาพ //openlibrary.org/works/OL9594472W/The_Treasure_Hunter%27s_Manual_7
7. เมืองสีขาว ลาซุดด้าบลังคา White City, La Ciudad Blanca


เมืองทองคำเป็นเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นเร้าใจสำหรับคนอีกหลาย ๆ คน  ยิ่งมีตำนานที่ขุนนางกินอาหารกับจานทองคำด้วยแล้ว
ลองจินตนาการดูว่า  ถ้าค้นพบสมบัติเหล่านี้จะร่ำรวยขนาดไหน ถ้าค้นพบสมบัติที่ซุกซ่อนอยู่
ในปี 1526(2069) Hernan Fernando Cortes ได้ค้นพบเมืองดังกล่าว
ด้วยการบังคับคนพื้นเมืองอินคาให้พาไปเมืองแห่งนั้น
อนึ่ง สเปนเริ่มใช้สงครามเชื้อโรคด้วยการโยนผ้าห่มของคนไข้โรคหวัดหรือไข้ทรพิษให้คนพื้นเมืองใช้
เมื่อปราศจากภูมิต้านทานหรือไม่เคยมีโรคร้ายเหล่านี้มาก่อนทำให้คนพื้นเมืองตายกันเป็นเบือ



ภาพวาดของ Hernan Fernando Cortes

ต่อมาในปี 1544(2087) Pedraza Cristobol ก็พบเมืองนี้โดยบังเอิญอีกครั้ง
ในปี 1933(2476) นักโบราณคดี William Strong ได้ค้นพบกองหินโบราณที่คาดว่าจะเป็นเมืองแห่งนี้
ใกล้ Rio Patuca กับ Rio Conquirre  ตำนานมหาสมบัติเรื่องนี้มีการเล่าขานกันมาอย่างยาวนานมาก
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติและมหาวิทยาลัยฮูสตัน
ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อทำแผนที่/จำลองสถานที่ปรักหักพังโบราณขึ้นมาใหม่





6.สมบัติของเจงกิสข่าน ที่ทะเลสาบอิซัคคูน Genghis Khan Issyk-Kul’s Treasure



ภาพวาด เจงกิสข่าน



มีนักประวัติศาตร์หลายรายเริ่มประณามว่าเป็น มหาทรราช  หรือ มหาโจร
เพราะคุณค่าที่ให้กับมนุษยชาติเลวร้ายและไร้ประโยชน์สิ้นดี
บรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งอดีตและปัจจุบันต่างหากที่ทำให้มนุษยชาติได้อยู่ดีกินดี
เช่น Alexandre Flemming, Thomas Adison, Bill Gates, Steve Jobs เป็นต้น
ถ้อยคำนักรบมองโกลที่มักจะพูดก่อนการโจมตีศัตรูที่ไม่ยอมจำนนว่า
ข้าจะควบขี่ลูกสาวของมัน เมียของมัน เหมือนควบขี่ม้าของมัน
ข้าจะฆ่าผู้ชายทั้งหมด  เอาลูกชายของมันมาควบขี่หรือเอาเป็นทาสขันที
สมบัติพวกมันถ้าเอาไปได้จะเอาไป เอาไปไม่ได้จะเผาทิ้งทั้งหมด
หมายเหตุ  มีนักประวัติศาสตร์บางคน ระบุว่าทหารกรีกและทหารมองโกล
เป็นพวกประเภทชอบชายเล่นชายเช่นเดียวกับ Alexander ที่ชอบทำสงครามไม่ชอบสตรี




ทะเลสาบ Issyk-Kul  เป็นทะเลสาบน้ำเค็มลำดับที่สองรองจากทะเลสาบ Caspian แคสเปี้ยน
มีขนาดเป็นทะเลสาบลำดับที่สิบของโลก อยู่ตอนเหนือของเทือกเขา Tian Shan เทียนซาน
ด้านทิศตะวันออกของเคอร์กีสถาน  มีชื่ออีกอย่างว่า ทะเลร้อน
เพราะแม้อยู่ในบริเวณหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุมบางฤดูกาล  น้ำในทะเลสาปไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็ง
บริเวณนี้มีการตั้งรกรากเป็นเมืองและมีคนอยู่อาศัยติดต่อกันมายาวนานกว่า 2,500 ปี
(เพราะสินค้าเกลือมีราคาแพงมากในอดีต เกลือใช้ถนอมอาหารกับปรุงรสได้ในเขตกันดาร)
มีการขุดค้นหลักฐานโบราณคดีในเขตพื้นที่แห่งนี้หลายครั้งหลายคราวแล้ว
รวมทั้งมีชื่อเสียงว่ามีการฝังสมบัติของกลุ่มอัศวินนักรบ Tempa และชาวคริสเตียน



เรื่องราวอัศวิน Tempa  ศึกษาได้จากหนังสือ Davinci's Code

ส่วนอีกตำนานที่เล่าขานกันมานมนามแล้วว่า มีการฝังศพ Genghis Khan พร้อมกับสมบัติจำนวนมหาศาล
ที่ได้จากการปล้นชิงทรัพย์สมบัติของชาวบ้านและบ้านเมืองทั่วเอเซียกับจีน
โดยทหารที่ไปทำการฝังศพ เมื่อเดินทางออกมาจะถูกทหารอีกกลุ่มหนึ่งที่รออยู่รอบนอกสังหารทิ้งทั้งหมด
เพื่อไม่ให้ย้อนกลับไปขุดค้นสมบัติหรือบอกเส้นทางไปหลุมศพ Genghis Khan กับคนอื่นได้อีก
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีความพยายามขุดค้นหาสมบัติดังกล่าว แต่เพราะเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองจึงต้องยุติไปโดยปริยาย
แต่ตอนนี้ทั้งสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่น ต่างพากันรีบเร่งค้นหาหลุมฝังศพและสมบัติทั้งหมด
5. ซานติ๊ซี่ม้า กอนเซปซอน Santissima Concepcion




เรือใบระวางบรรทุกน้ำหนักได้ขนาด 700 ตันหรืออีกชื่อหนึ่งว่า El Grande (เรือใหญ่)
ในปี 1683(2126)  เรือใบลำนี้มุ่งหน้าไปยังสเปนโดยผู้บัญชาการเรือ Manual Ortiz Arosemena
ในลำเรือเต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติจาก ปอร์โตเบลโล, ปานามา, คาร์โคลัมเบีย, เวรากรูซ, เม็กซิโก
เรือไปหยุดพักที่ท่าเรือ ฮาวาน่า ใกล้กับรัฐฟลอลิดา ก่อนประสพภัยจากพายุเฮอริเคนทำให้เรือจมลงในทะลลึก
ในเรือมีคนเพียงสี่คนที่รอดชีวิตจากจำนวนผู้โดยสารพร้อมลูกเรือประมาณ 500 คน
ส่วนผู้รอดชีวิตไปโผล่ที่ชายฝั่ง เซนต์ออกัสติน รัฐฟลอริดา


บนเรือคาดว่ามีทรัพย์สมบัติมูลค่า 1,800,000 เปโซ(มูลค่าเงินสเปนในอดีต)
สมบัติส่วนใหญ่ประกอบด้วยเงินแท่งและเหรียญกษาปณ์ ทองคำน้ำหนักประมาณ 1,500 ปอนด์
แต่หลายคนเชื่อว่่าทองคำน่าจะมากกว่านั้น  เพราะมีการลักลอกขนส่งทองคำจำนวนมากในช่วงนั้น
มีไข่มุก 77 เม็ด เพชรพลอยสินค้าจากตะวันออก 217 เม็ด  มรกต 49 เม็ด และแน่นอนสิ่งของมีค่าอีกจำนวนมากของผู้โดยสาร
มีหลายคนพยายามค้นหาสมบัติใต้ทะเลลึกของเรือลำนี้ที่จมลงด้วยพายุเฮอริเคน
ในปี 1687(2230) Sir William Phips เป็นผู้ที่ค้นพบสมบัติเรือลำนี้มีมูลค่าประมาณหนึ่งในสี่
คาดว่าเรือลำนี้ยังจมอยู่ในบริเวณ  Key Biscayne ไม่ไกลจาก Rocks Fowey
4. ทองคำที่สูญหายของเรือเอสเอสไอแลนด์เดอร์ SS Islander’s Evasive Gold




เรือ SS Islander สร้างขึ้นในสก็อตแลนด์ในปี 1888(2231) มีระวางบรรทุก 1519 ตัน
ลำเรือยาว 240 ฟุตหรือ 73 เมตร ลำเรือทำด้วยเหล็กใช้เครื่องจักรไอน้ำสองเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น
พร้อมกับปล่องพ่นควันไอน้ำจำนวนสองปล่อง เจ้าของคือ  Canadian Pacific Steam Navigation Company  
มีวัตถุประสงค์หลักคือ การบรรทุกผู้โดยสารไปรัฐอลาสก้า ได้รับความนิยมใช้บริการจากนักธุรกิจที่มั่งคั่ง
นักสำรวจ นายธนาคาร ผู้รับเหมาสร้างถนนหนทางที่เงินหนา
ในวันที่ 14 สิงหาคม  1901(2444) เรือได้จมลงหลังจากออกจากท่าเทียบเรือ Alaska
ไปยังท่าเทียบเรือ Victoria ที่ British Columbia พร้อมกับชีวิตผู้โดยสาร 65 คนและทองคำประมาณ หกล้านเหรียญสหรัฐ
เรื่องนี้ทำให้ บริษัท Mars ต้องตกใจแทบช็อคตายไปเลย เมื่อกู้เรือขึ้นได้ในปี 2012(2555)
ไม่พบว่ามีทองคำอยู่บนลำเรือเลย  แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ เชื่อมั่นว่าทองคำจะต้องนอนจม
อยู่ใต้ท้องทะล ณ ที่ใดที่หนึ่ง และทองคำมีมุลค่าตอนนี้ประมาณ 250,000,000 เหรียญสหรัฐ
บริษัทยังไม่ล้มเลิกการวางแผนสำหรับการค้นหาอีกครั้ง ถ้ามีความชัดเจนมากกว่านี้
3. สมบัตืที่สาบสูญของเรือ อันติลา Lost treasures of Antilla


เรือ Antilla หรือเป็นที่รู้จักกันว่า เรือผี ตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน
ที่ต้องดำน้ำใกล้จุดเหนือสุดของ Aruba  ก็จะพบซากปรักหักพังของเรือลำนี้





เรื่องราวเกี่ยวกับสมบัติของเรือลำนี้เล่าสู่กันฟังว่า เรือ Antilla จอดทอดสมออยู่ที่ชายฝั่งทางเหนือของเกาะ
เมื่อถูกเรือรบออกคำสั่งให้ยอมจำนน กัปตันเรือเลยทำการเปิดช่องปิดเปิดใต้ท้องเรือให้น้ำทะเลเข้าออก
ทำให้เรือจมลงในที่สุด จบลงด้วยการระเบิดของลำเรือและจมลงไปในท้องทะเลพร้อมกับสมบัติที่อยู่บนเรือ
เรือผีถือว่าเป็นเครื่องบรรณาการให้กับทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง
2. สมบัติของอินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่ Apache Indian Treasures




Essa-queta หัวหน้าเผ่า Plains Apache



ภาพหน้าตาอินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่

ยังมีการสร้างภาพยนต์ในฮอลลีวู๊ดเกี่ยวกับสมบัติต้องห้ามและสมบัติที่มีำคำสาปจากอินเดียนแดงเผ่าอาปาเช่
ที่ได้ทำการปล้นรถโดยสารรถไฟ พร้อมกับเหรียญเงินและทองคำที่ยังไม่ได้หลอมเป็นแท่งจำนวนมาก


มีการนำไปซ่อนไว้ในเตาอบแบบชาวดัดซ์  แถบเทือกเขา Winchester ในรัฐ Arizona




ที่มาของภาพ //www.statesymbolsusa.org/Texas/cooking_dutchoven.html

แม้ว่าสมบัติภายในสถานที่ดังกล่าวจะมีคำสาปแช่ง  แต่ไม่เคยหยุดยั้งนักล่าสมบัติ
ในการค้นหาและพยายามกันอย่างแรง  เพื่อจะได้ค้นพบทรัพย์สมบัติดังกล่าว

1. นักขุดทองอดัมส์ผู้หลงลืม Lost Adams Diggings


เรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับอินเดียนแดงเผ่า Apache อาปาเช่อีกเรื่องหนึ่ง
ในหุบเขาลึกแห่งหนึ่ง  กลุ่มเพื่อน ๆ นักขุดทองร่วมกับ Adams
ได้เดินทางร่วมกันไปค้นหาทองคำที่ภาคตะวันตกของนิวเม็กซิโก


ในช่วงต้นยุค 1860(2403) อดัมส์และเพื่อนในทีมงานพบสายแร่ทองคำขนาดเม็ดข้าวโพด
Adams ได้เดินทางออกจากที่ทำการเหมืองแร่ในคืนที่สอง  
แล้วมีข่าวลือตามมาว่า คนงานเหมืองแร่ทองคำที่อยู่ข้างหลังถูกฆ่าตายทั้งหมดโดยอินเดียแดงเผ่า Apache
Adams  เองก็จำเส้นทางไปหุบเขาทองคำไม่ได้เลย จำได้แต่เพียงว่า อยู่ในแม่น้ำสีขาวและเทือกเขาสีขาว

ขอมอบเพลงประกอบภาพยนตร์ดังในอดีตเกี่ยวกับ ขุมทองแม็คแคนนา



เรียบเรียงจาก
//wikipedia.org
//google.com

ภาพประกอบหลักจาก wikipedia และบางส่วนจาก google



Create Date : 25 พฤษภาคม 2556
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2557 16:52:30 น. 8 comments
Counter : 2787 Pageviews.

 
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นวางงานในถนนนักเขียนเลยค่ะ


โดย: มาโซคิส วันที่: 25 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:41:48 น.  

 
สุดยอดเลยค่ะ คุณravio ^^
เสียดายนุ่นโหวตไม่ได้
ชอบๆมากค่ะ หาได้ยังไงเนอะ เยอะขนาดนี้

น่าทึ่งมากๆเลยค่ะ



โดย: lovereason วันที่: 25 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:51:46 น.  

 
กด like ค่ะคุณ ravio
ฝากผลไม้เป็นกำลังใจในการเรียบเรียงข้อมูลมีประโยชน์
มาแบ่้งปันนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 26 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:48:59 น.  

 
อ่านสนุกมากเลยค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:10:51 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณข้อความดี ๆ นะค่ะ
อากาศเปลี่ยนแปลงรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:12:57:25 น.  

 
ravio Education Blog ดู Blog

โหวตให้หมวดนี้แล้วกันนะคะ บางเรื่องเคยอ่านแล้ว มาอ่านใหม่ก็ยังสนุก บางเรื่องไม่เคยอ่าน มาอ่านแล้วชอบเพราะเคยดูหนังเกี่ยวตามล่าหาขุมทรัพย์หลายเรื่อง ยังชอบดูอยู่

ขอบคุณที่ตามอ่านและอวยพรให้โชคดีในการสร้างบ้านจิ๋ว
กิจการเล็กๆ แต่มีคนเข้ามาตลอดก็พอใจแล้วค่ะ ตอนแรกจะสร้างเพิ่มอีกตามที่ทางค่ายขอให้สร้างแต่พอเริ่มทำแล้วถึงรู้ว่าการมีคนอยู่ในรั้วบ้านเดียวกันมากๆทำให้เรากังวลได้เพราะเคยอยู่อย่างสงบมานาน เลยตัดสินสร้างแค่นี้ เราไม่ได้กู้แบงค์ทำให้ลูกไว้เป็นรายได้เก็บไว้กินต่อไปเพราะถ้าเก็บเป็นเงินสดค่าจะน้อยลง ตอนนี้ได้ค่าเช่ามาก็ฝากแบงค์ไว้จะดูว่าอีกกี่ปีจะคุ้มทุนที่ลงไป

ช่างที่จะแก้ไขก็คือผู้รับเหมาที่ทำให้ เรียกได้ตลอดเวลาเขามีช่างมากหลายกลุ่มแต่เนื่องจากมีแค่ 2 ห้อง ปัญหาเลยยังไม่เกิดค่ะ ขอให้คุณมีกิจการก้าหน้าเช่นเดียวนะคะ
และขอบคุณที่มีน้ำใจให้คำแนะนำมาตลอดค่ะ


โดย: HongDaYa วันที่: 1 มิถุนายน 2556 เวลา:20:04:06 น.  

 


สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะคุณ ravio
มีความสุขมากๆตลอดวันนี้นะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:10:48:19 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ที่แบ่งปันนะค่ะ
อากาศเปลี่ยนรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ


โดย: หนูซายูริ วันที่: 5 มิถุนายน 2556 เวลา:7:27:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.