ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
25 มีนาคม 2563
 
All Blogs
 
สงครามหม้อต้มซุป




สงครามหม้อต้มซุปในปี ค.ศ. 1784
เป็นเรื่องราวของเด็กเลี้ยงแกะ David กับยักษ์ใหญ่ Goliath
ที่เป็นตำนานครั้งยิ่งใหญ่ในอดีต
ระหว่างเรือรบดัชต์เพียงลำเดียวต้องเผชิญหน้ากับ
กองทัพเรือสเปนจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามในยุคนั้น
ทั้งยังตกอยู่ในวงล้อมกองทัพเรือจำนวนมากกว่า
และต้องเตรียมตัวสู้อย่างสิ้นหวังและพ่ายแพ้ในเวลาต่อมา
จากการสู้รบเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ใช้เวลารบน้อยกว่าหนึ่งวัน
มีกระสุนเพียงนัดเดียวที่ถูกยิงฝ่ายตรงข้าม
และมีผู้บาดเจ็บเพียงคนเดียวคือ หม้อต้มซุป

เมื่อ 200 ปีที่แล้ว
สถานการณ์ที่นำไปสู่ความขัดแย้ง
ที่มีเรื่องราวแปลกประหลาดครั้งนี้
ที่บริเวณประเทศแผ่นดินต่ำ (มีที่ลาดต่ำกว่าระดับน้ำทะเล)
ปัจจุบันคือ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียมและลักเซมเบิร์ก
ต่างตกอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน
ราชวงศ์ House of Habsburgs
ที่ควบคุมจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ในปี ค.ศ. 1568 กลุ่มของเจ็ดรัฐดัตช์
ที่ครอบครองทางตอนเหนือของภูมิภาค
ได้ลุกฮือขึ้นประท้วงต่อต้านผู้ปกครองชาวสเปน
หลังจาก 80 ปีแห่งความขัดแย้ง
ทางสเปนก็ยอมจำนนและปล่อยให้
ชาวดัตช์ได้รับอิสรภาพนำมาสู่การจัดตั้งสาธารณรัฐดัตช์
มณฑลทางใต้ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นเบลเยี่ยมและลักเซมเบิร์ก
ยังอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน

กว่าศตวรรษที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ชาวดัตช์ได้รับเอกราชของตนเอง
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐดัตช์กับสเปน
ยังคงอีมครึมและตึงเครียดกันอยู่
สาเหตุของความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างทั้งสองชาติ
คือ แม่น้ำ Scheldt ซึ่งชาวดัตช์ถูกปิดกั้นไว้ตั้งแต่ปี 1585
ที่ไหลขึ้นจากทางตอนเหนือของฝรั่งเศส
ไหลผ่านมณฑลทางภาคใต้ของสเปน
จากนั้นจึงไหลเข้าสู่สาธารณรัฐดัตช์ ก่อนจะไหลลงทะเลเหนือ

ก่อนชาวดัตช์เข้าควบคุมปากแม่น้ำ
ทางมณฑลทางภาคใต้มีท่าเรือที่เจริญรุ่งเรือง 2 แห่ง
ใน Scheldt ได้แก่ Ghent และ Antwerp
แต่การปิดปากแม่น้ำ Scheldt
ทำให้เส้นทางการขนส่งการค้าเปลี่ยนแปลงไป
กลายเป็นว่าต้องส่งไปที่ Amsterdam กับ Middelburg
ทำให้เส้นทางการค้าและการค้าขาย
มณฑลทางภาคใต้ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากอย่างแรง

ในปีค.ศ. 1781 
Joseph II  จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ไม่พอใจที่ราชอาณาจักรต้องสูญเสียเงินทองและรายได้
เพราะได้ประโยชน์จากสงคราม Fourth Anglo-Dutch War

ในปีปีค.ศ. 1784
Joseph II  จักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
จึงสั่งให้ชาวดัชต์ยกเลิกการปิดปากอ่าวแม่น้ำ
เพื่อขจัดอุปสรรคเส้นทางการค้าที่ถูกปิดกั้น 
ทั้งยังเรียกร้องขอคืนดินแดน Overmaas กับ States Flanders
แต่ชาวดัตช์ปฏิเสธอีกครั้ง
โดยดัชต์ได้รับการสนับสนุนการต่อสู้จากฝรั่งเศส
ส่วนสเปนได้รับการสนับสนุนการต่อสู้จากอังกฤษ
คู่กัดทางการเมืองและวัฒนธรรมกันอย่างยาวนาน

ทางสเปนจึงได้ส่งเรือรบ 3 ลำ
จาก Antwerp ไปยัง Scheldt เพื่อบังคับให้ดัชต์เปิดปากอ่าวแม่น้ำ
แต่ชาวดัตช์ได้ส่งเรือรบเพียงลำเดียวคือ Dolfijn
เพื่อสกัดกั้นเรือรบของจักรวรรดิสเปน
ทั้งสองฝ่ายได้เผชิญหน้ากันในวันที่ 9 ตุลาคม 1784
ใกล้กับเมือง Saeftinghe ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดัชต์

บันทึกเรื่องราวการรบในวันนั้นหายากมาก
แต่เรื่องเล่าที่ได้รับความนิยมกันมากที่สุดคือ
เรือรบ Dolfijn เล็งปืนใหญ่ไปที่เรือธง Le Louis ของศัตรู
ซึ่งเป็นเรือสินค้าและติดธงชัยเฉลิมพล Joseph II
แล้วยิงทำลายหม้อต้มซุปบนดาดฟ้าเรือได้อย่างสมบูรณ์
ผู้บัญชาการเรือรบ Dolfijn รีบยอมแพ้ทันที

มีจดหมายลงวันที่ 9 ตุลาคม 1784
อ้างถึง Benjamin Franklin
สงครามเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้
วันที่ดัชต์ได้แล่นเรือรบ Dolfijn
เพื่อไปขัดขวางเรือรบจักรพรรดิ์
แต่หลังจากยิงกระสุนปืนใหญ่เพียงหนึ่งนัด
ที่โจมตีโดนกาต้มน้ำแกง
เรือรบ Le Louis ก็ยอมจำนนทันที

ในบันทึกรายงานประจำปี 1784-1785
คาดการณ์ว่าเรือรบ Le Louis
จะต้องใช้ปืนใหญ่ถึง 7 กระบอก
จึงจะกำราบเรือรบ Le Louis ได้

วันที่ 30 ตุลาคม 1784
จักรพรรดิ Joseph II ทรงพิโรธมาก
จึงประกาศสงครามกับชาวดัตช์
แม้ว่าชาวดัชต์จะจัดตั้งกองอาสาสมัคร
แต่ก็มีพลไพร่รบจำนวนน้อยกว่ามาก

จักรพรรดิ Joseph II ได้ส่งกองทัพบุกเข้าเมืองดัชต์
ยึดป้อมปราการเก่า Lillo ทางตอนเหนือของเมือง Antwerp
ซี่งในตอนนั้นมีสภาพเป็นสวนผักของชาวเมือง
กองทัพสเปนได้ทำลายเขื่อนหลายแห่ง

ทำให้น้ำท่วมพื้นที่ขนาดใหญ่และมีคนจมน้ำตายหลายคน
ในที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจาสงบศึก
ชาวดัตช์ยังคงควบคุมปากอ่าวแม่น้ำ Scheldt
แต่ต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามหลายล้านฟลอริน(เงินดัตช์)
(ประมาณการว่า 2-10 ล้านเหรียญ) ให้กับ จักรพรรดิ Joseph II

อย่างไรก็ตามชาวดัชต์ควบคุมปากอ่าวแม่น้ำ Scheldt ได้ไม่นานนัก
เพราะต่อมาชาวดัตช์สูญเสียอำนาจเหนือดินแดนให้กับฝรั่งเศส
ปากอ่าวแม่น้ำจึงเปิดเพื่อการพาณิชย์ได้ตามเดิมในปี 1792

 

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2WNIHYd
https://bit.ly/39gczPl
 



 


Joseph II, initiator of the Kettle War


"View of Antwerp with the frozen Scheldt" (1590) by Lucas van Valckenborch.



The Scheldt at Antwerp, photochrom, ca. 1890-1900








สงครามถังไม้โอ๊กตักน้ำเพียงใบเดียว






เรื่องเล่าไร้สาระ

สเปนเคยตกเป็นเมืองขึ้นของพวกอาหรับ
ก่อนที่จักรวรรดิ์ออตโตมันที่ยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิล
และทำลายล้างอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์อีกแห่ง
ที่น้ับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์
จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 11 พาลาโอโลกอส
จักรวรรดิ์ไบเซนไทด์ ก่อนที่นครรัฐนี้จะล่มสลายลง
ได้ส่งสมบัติและหนังสือจำนวนมากไปที่รัสเซีย
จนทุกวันนี้ยังไม่พบห้องสมุดลับนี้ในรัสเซีย
เพราะธิดาของท่านสมรสกับ
จักรพรรดิ์อีวานที่ 3 แห่งรัสเซีย เจ้าชายแห่งมอสโคว
ส่วนจักรพรรดิ์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย
เป็นหลานของอีวานที่ 3 ที่มีความดุเดือดเหี้ยมโหดจนเป็นตำนาน

การที่สเปนเคยเป็นอาณานิคมของพวกอาหรับ
ทำให้มีการผสมผสานกลมกลืนในหลายด้าน
ทั้งรูปร่างหน้าตาของชาวสเปน
และอารมณ์รุนแรงแบบพวกอาหรับ
และมีเล่ห์เหลี่ยมแบบคนเคยเป็นทาส/ผู้ใต้ปกครอง
เพื่อการอยู่รอดภายใต้กฎเหล็ก ดาบและภาษี ของพวกอาหรับ

ในปีค.ศ. 711 ชาวแอฟริกาเหนือซึ่งเป็นชาวมุสลิม (ชาวมัวร์)
เริ่มเข้ามามีอำนาจ ในที่สุดอาณาจักรอิสลาม
ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นบนคาบสมุทรแห่งนี้
และยืนหยัดได้เป็นเวลาประมาณ 750 ปี
พื้นที่ที่ชาวมุสลิมครอบครองนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อัลอันดะลุส
แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ยังเป็นช่วงที่เรียกว่า เรกองกิสตา
หรือการยึดดินแดนคืนของชาวคริสต์ซึ่งค่อย ๆ รุกลงไปทางใต้
เหตุการณ์เหล่านี้ดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุด
เมื่อชาวคริสต์สามารถพิชิตที่มั่นแห่งสุดท้าย
ของชาวมุสลิมที่กรานาดาได้ในปี ค.ศ. 1492
© ประวัติศาสตร์สเปน

หลังสงครามกลางเมืองสเปน
ที่ฝ่ายขวาจัดนิยมฟาสซิสต์ที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์
คือ ฟรานซิสโก ฟรังโก ที่ได้รับสนับสนุนจากเยอรมัน
หลังจากนำพวกฝ่ายขวาจัดมีชัยชนะเด็ดขาดในสงครามกลางเมือง
แบบฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวสเปนร่วมชาติ
ที่นิยมฝ่ายซ้ายสังคมนิยมเป็นจำนวนมาก
หรือใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวร่วม
หนี้เลือดของลูกหลานฝ่ายซ้ายที่ถูกฆ่าตาย
จึงไม่ยอมจบสิ้นง่าย ๆ มีการจองเวรจองกรรม
จนถึงกับต้องย้ายที่ฝังศพจอมเผด็จการหลังตายไปแล้ว 44 ปี
หลังจากพรรคนิยมสังคมนิยมชนะการเลือกตั้งในสเปน

ฟรานซิสโก ฟรังโก ปกครองแบบผู้นำเผด็จการอย่างยาวนาน
และตอบแทนพลพรรคนาซีเยอรมัน
ให้เป็นแดนสวรรค์ในซุกซ่อนสมบัติและเงินทอง
และเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวพวกนาซีเยอรมัน
ก่อนดำเนินการเอกสารปลอมต่าง ๆ
เพื่อหลบหนีไปอยู่แถวละตินอเมริกาในภายหลัง



Create Date : 25 มีนาคม 2563
Last Update : 25 มีนาคม 2563 19:18:23 น. 1 comments
Counter : 157 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSweet_pills, คุณอุ้มสี, คุณnewyorknurse


 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Diarist ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
คนผ่านทางมาเจอ Health Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
ravio Diarist ดู Blog

บางครั้งเคยคิดว่าอยากเดินตามพี่เข้าสมุด
ว่าพี่ไปขลุกอ่านอยู่มุมไหนของห้องสมุด
ได้ข้อมูลดีดีมาฝากเสมอ
เจิมอ่าน


โดย: อุ้มสี วันที่: 27 มีนาคม 2563 เวลา:22:35:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.