ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
17 พฤษภาคม 2563
 
All Blogs
 
การช่วยคนกระดูกต้นขาหัก คือ จุดเริ่มต้นอารยธรรม

A broken femur that has healed is evidence that another person 
has taken time to stay with the ... [+]
 AUSTRALIAN NATIONAL UNIVERSITY
© How A 15,000-Year-Old Human Bone Could Help You Through The Coronacrisis
 

หลายปีก่อน นักศึกษาได้ถาม 
Margaret Mead นักมนุษยวิทยาระดับตำนาน
ว่า อะไรที่เธอคิดว่าคือ สัญญาณแรกเริ่มของ
อารยธรรมที่มีในวัฒนธรรมของมนุษย์
นักศึกษาต่างคาดว่า  คำตอบจะเป็น เบ็ดตกปลา
หรือ หม้อปั้นดินเผา หรือ ขวานหิน หรือ ศาสนวัตถุ

(นักวิทยาศาสตร์บางท่านระบุว่า ไฟ
คือ อารยธรรมเริ่มต้นในวัฒนธรรมมนุษย์)

แต่ Margaret Mead กลับบอกว่า
ตั้งแต่ยุคโบราณ
จุดเริ่มต้นอารยธรรมในวัฒนธรรมของมนุษย์
คือ กระดูกต้นขาที่หักของคน
ได้รับการรักษาเยียวยาจนกระดูกสมานกันและหายดีแล้ว

หลักฐานชิ้นแรกของอารยธรรม คือ
กระดูกโคนขาร้าวอายุ 15,000 ปีที่พบในแหล่งโบราณคดี 
โคนขาเป็นกระดูกที่ยาวที่สุดในร่างกายเชื่อมโยงสะโพกถึงหัวเข่า 
ในสังคมที่ยังไม่มีการแพทย์แผนปัจจุบัน
จะใช้เวลาพักประมาณ 6 สัปดาห์เพื่อรักษากระดูกขาที่แตกหัก
จนกระทั่งกระดูกขานี้หายเป็นปกติ

คำอธิบายก็คือ  ในโลกของสัตว์ ถ้าขาเกิดหัก ตายสถานเดียว
เพราะวิ่งหนีจากภยันตรายไม่ได้  ไปกินน้ำที่แม่น้ำไม่ได้
ออกล่าสัตว์หาอาหารกินไม่ได้  จะตกเป็นเหยื่อของนักล่าที่อยู่รอบๆตัว
ไม่มีสัตว์ตัวใดที่จะเอาชีวิตรอดอยู่ได้นานพอ
ก่อนที่จะรอให้กระดูกต้นขาที่หักประสานกัน  และใช้งานได้อีกครั้ง

มีหลักฐานว่า กระดูกต้นขาที่หักและประสานกันจนหายดีของคน
แสดงว่ามีใครสักคนหนึ่ง  ที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับคนที่กระดูกต้นขาหัก
ทำการดาม/รักษากระดูกต้นขาที่หัก  แบกคนเจ็บไปยังที่ปลอดภัย
และคอยเฝ้าดูแลคนเจ็บอยู่ตลอดเวลาพักรักษาตัว

การช่วยเหลือผู้อื่นในช่วงเวลาทุกข์ยากลำบาก
คือ  สัญญานแรกเริ่มของอารยธรรมที่กำเนิดขึ้นมาแล้ว
เราจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุด
เมื่อเราช่วยเหลือผู้อื่น  จงเป็นคนมีอารยธรรม
ไม่ต้องสงสัยเลยที่มีกลุ่มชนเล็ก ๆ ที่มีน้ำใจ
คนเหล่านี้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
และแน่นอนนี่คือ  เรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง 

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2YU6KWq
https://bit.ly/3drlZKq

 
 


 

 
เรื่องเล่าไร้สาระ

Margaret Mead  เป็นคนทำงานแบบทุ่มเททั้งกายและใจในการทำวิจัย
จนมีข่าวเล่าลือว่า เธอยอมเป็นเมียหัวหน้าเผ่าคนหนึ่งใน  Samua
เพื่อทำการวิจัยชนเผ่านี้จนได้ผลงานตามที่ต้องการ
แต่ข้อเท็จจริงคือ เธอผ่านการแต่งงานถึง 3 ครั้ง
กอปรกับเธอเชื่อมั่นในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศสภาพ
 

เมืองไทย มีงานวิจัยที่ทุ่มเททั้งกายและใจที่ จขกท.เคยอ่าน

1. นางศุลีมาน นฤมล  ที่ไปคลุกคลีกับพนักงานอาบอบนวด
โดยได้เพื่อนพนักงานช่วยกันปกป้องเธอจากการขายบริการ
จนได้วิทยานิพนธ์เรื่องนี้  และเป็นสตรีคนแรกที่จุดประกายการวิจัยแบบมีส่วนร่วม
กระบวนการกลายเป็นหมอนวด : กรณีศึกษาหญิงบริการในสถานบริการ อาบ อบ นวด
มีตีพิมพ์เป็นหนังสือ นางงามตู้กระจก : การศึกษากระบวนการกลายเป็นหมอนวดไทย  ศุลีมาน (นฤมล) วงศ์สุภาพ

2. ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข  อาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ทำวิจัยด้วยการซ้อนท้ายเด็กแว้น
จนกระทั่งได้ประเด็นและข้อมูลในการวิจัยเรื่อง
การป้องกันปัญหาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มเยาวชน กรณีศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา

3. นายบุญเลิศ  วิเศษปรีชา การเดินทางสู่โลกของคนไร้บ้าน
ด้วยการลงพื้นที่คลุกคลีกับคนไร้บ้านในกทม.
และนำวิทยาพนธ์มาเขียนเป็นหนังสือ โลกของคนไร้บ้าน
ในการทำวิทยาพนธ์ปริญญาเอก ได้เดินทางไปฟิลิปปินส์
เพื่อคลุกคลีหาข้อมูลในการเสนอดุษฎีนิพนธ์
หัวข้อ Structural violence and homelessness: Searching for  Happiness on the streets of Manila
และตีพิมพ์เป็นหนังสือ  สายสตรีท: มานุษยวิทยาข้างถนนในมะนิลา

4. นายศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ 
ที่ลงพื้นที่ในหมู่บ้านนายู(ไทยมุสลิม/มาลายู)
เพื่อทำงานวิจัยแบบคลุกคลีกับชาวบ้านและอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
หัวข้อ ปาเยาะห์เนาะยาดีนายู (มันยากที่จะเป็นนายู) : 
ความเป็นชาติพันธุ์ ความหมาย และการต่อรองของมลายูในชีวิตประจำวัน

และตีพิมพ์เป็นหนังสือ  มันยากที่เป็นมลายู

คนฟาตอนี(ปัตตานี) จะเรียกคนไทยว่า ซือแย(สยาม)
ส่วนมาเลย์ จะเรียกคนไทยว่า เซียม(สยาม)


Create Date : 17 พฤษภาคม 2563
Last Update : 18 พฤษภาคม 2563 3:14:01 น. 2 comments
Counter : 121 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนกสีเทา, คุณจากเพื่อนถึงเพื่อน, คุณอุ้มสี, คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**


 
ขอบคุณที่นำสาระดีดี
มาฝากเสมอค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 18 พฤษภาคม 2563 เวลา:0:30:09 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: **mp5** วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:03:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.